หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร >อ.เมืองมุกดาหาร >ต.มุกดาหาร > วัดศรีมงคลใต้
TL;DR: วัดศรีมงคลใต้ อยู่ที่ริมแม่น้ำโขง บริเวณตลาดอินโดจีน ใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมืองและท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ พระอุโบสถก่ออิฐถือปูนยกพื้น หลังคาซ้อน 2 ชั้น ตกแต่งช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และลวดลายสีแดงทอง.

มุกดาหาร

วัดศรีมงคลใต้

วัดศรีมงคลใต้

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดศรีมงคลใต้ เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ริมแม่น้ำโขงในตัวเมืองมุกดาหาร ตั้งอยู่ใกล้ตลาดอินโดจีน ด่านตรวจคนเข้าเมือง และท่าเทียบเรือเทศบาล จุดสำคัญที่สุดของวัดคือ “พระเจ้าองค์หลวง” พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางมารวิชัยศิลปะล้านช้าง ซึ่งได้รับการเคารพในฐานะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมุกดาหารมาตั้งแต่ก่อนการสถาปนาเมือง ภายในวัดยังมีเรื่องราวของ “พระหลุบเหล็ก” พระพุทธรูปเหล็กองค์เล็กที่เกี่ยวพันกับตำนานการสร้างเมืองและความเชื่อของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขง วัดเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะทุกวันโดยไม่เก็บค่าเข้าชม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองมุกดาหาร คติศรัทธาลุ่มน้ำโขง และศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนาในสถานที่เดียวกัน
 
วัดศรีมงคลใต้ตั้งอยู่บนถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร บริเวณด้านหน้าวัดเชื่อมต่อกับย่านตลาดอินโดจีนและแนวริมแม่น้ำโขง เมื่อออกจากเขตวัดสามารถมองเห็นสายน้ำกว้างที่กั้นพรมแดนระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขตของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำเลดังกล่าวทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนในเมือง แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของเมืองชายแดนแห่งนี้
 
ผู้ที่เดินทางมาถึงวัดจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างความคึกคักของย่านการค้าและความสงบภายในเขตพุทธาวาส ด้านนอกมีร้านค้า ผู้เดินทาง และกิจกรรมริมโขง ขณะที่ภายในวัดเป็นพื้นที่สำหรับกราบพระ ทำบุญ นั่งสงบจิตใจ และศึกษาศิลปกรรมเก่าแก่ การเปลี่ยนบรรยากาศอย่างรวดเร็วจากตลาดชายแดนเข้าสู่พื้นที่ศาสนสถานสะท้อนลักษณะเฉพาะของวัดศรีมงคลใต้ ซึ่งดำรงอยู่ท่ามกลางชีวิตประจำวันของเมืองโดยไม่แยกขาดจากชุมชน
 
วัดศรีมงคลใต้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นพระอารามหลวงแห่งสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร ทะเบียนวัดระบุวันตั้งวัดใน พ.ศ. 2285 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2331 จึงมีประวัติยาวนานกว่าการตั้งจังหวัดมุกดาหารในยุคปัจจุบันอย่างมาก เรื่องราวของวัดยังเชื่อมโยงกับการก่อร่างสร้างเมืองในสมัยกรุงธนบุรี ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งวัดประจำชุมชน แหล่งโบราณคดีทางความทรงจำ และศูนย์รวมเรื่องเล่าที่อธิบายรากฐานของเมืองมุกดาหาร
 
แม้ทะเบียนวัดจะกำหนดวันตั้งวัดไว้ใน พ.ศ. 2285 แต่ตำนานที่ชาวมุกดาหารสืบต่อกันมาผูกเรื่องราวสำคัญของวัดเข้ากับช่วงที่เจ้ากินรีนำผู้คนเข้ามาสร้างบ้านแปลงเมืองริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำนานดังกล่าวไม่ได้มุ่งบอกเพียงลำดับเหตุการณ์ แต่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเมือง พระพุทธศาสนา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และภูมิประเทศที่ผู้คนเลือกใช้เป็นศูนย์กลางของชุมชนใหม่ วัดจึงทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางจิตใจควบคู่ไปกับการสร้างเมืองทางกายภาพ
 
ตามตำนานเล่าว่า เมื่อ พ.ศ. 2310 ขณะที่เจ้ากินรีคุมบ่าวไพร่ถากถางพื้นที่ใกล้ต้นตาลเจ็ดยอดเพื่อเตรียมสร้างเมืองใหม่ ผู้คนได้พบพระพุทธรูป 2 องค์อยู่ใต้ต้นโพธิ์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ส่วนองค์เล็กสร้างด้วยเหล็ก การค้นพบพระพุทธรูปในพื้นที่ซึ่งกำลังจะพัฒนาเป็นชุมชนถูกมองว่าเป็นนิมิตมงคล เจ้ากินรีจึงโปรดให้สร้างวัดขึ้นในบริเวณนั้นและอัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 2 องค์เข้าประดิษฐาน เพื่อให้เป็นที่เคารพบูชาของประชาชนในเมืองใหม่
 
พระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้รับการอัญเชิญขึ้นประดิษฐานภายในพระอุโบสถหรือสิม และต่อมาได้รับนามว่า “พระเจ้าองค์หลวง” คำเรียกดังกล่าวสะท้อนความเคารพในฐานะพระพุทธรูปองค์สำคัญสูงสุดของเมือง มิได้หมายถึงเพียงขนาดที่ใหญ่กว่าพระพุทธรูปอีกองค์เท่านั้น แต่ยังสื่อถึงสถานะขององค์พระในฐานะหลักชัยทางจิตวิญญาณ เป็นศูนย์รวมความศรัทธา และเป็นตัวแทนความมั่นคงของชุมชนมุกดาหารที่กำลังก่อร่างขึ้นริมฝั่งโขง
 
ส่วนพระพุทธรูปเหล็กองค์เล็กมีเรื่องราวแตกต่างออกไป หลังจากอัญเชิญมาประดิษฐานภายในวัดแล้ว วันหนึ่งพระภิกษุประจำวัดเข้าไปสักการะและพบว่าพระพุทธรูปหายไป เมื่อออกค้นหารอบบริเวณวัดจึงพบว่าพระพุทธรูปเหล็กกลับไปอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ณ จุดที่ค้นพบครั้งแรก เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำจนผู้คนเชื่อว่าพระพุทธรูปประสงค์จะประดิษฐานอยู่ในสถานที่เดิม ไม่ต้องการเคลื่อนย้ายไปยังอาคารอื่น
 
ต่อมาพระพุทธรูปเหล็กค่อย ๆ จมลงในพื้นดิน เหลือให้เห็นเพียงยอดพระเมาลี เจ้ากินรีจึงสร้างแท่นสำหรับสักการบูชาไว้ ณ จุดนั้น และถวายพระนามว่า “พระหลุบเหล็ก” คำว่า “หลุบ” สื่อถึงการจมหรือซ่อนลงในพื้นดิน ส่วนคำว่า “เหล็ก” บอกถึงวัสดุขององค์พระ ชื่อนี้จึงบันทึกทั้งลักษณะของพระพุทธรูปและเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ชุมชนเชื่อว่าเกิดขึ้นในบริเวณวัด
 
พื้นที่เดิมของพระหลุบเหล็กอยู่ใกล้แนวแม่น้ำโขงและได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะของตลิ่งในเวลาต่อมา องค์พระและบริเวณเดิมจึงไม่ปรากฏให้เห็นในสภาพเดียวกับที่เล่ากันในตำนาน ปัจจุบันภายในวัดยังมีศาลาและแท่นสักการะที่ทำหน้าที่รักษาความทรงจำเกี่ยวกับพระหลุบเหล็ก ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เดินทางมาเพื่อดูโบราณวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่ได้เรียนรู้วิธีที่ชุมชนใช้สถานที่ สัญลักษณ์ และพิธีสักการะสืบต่อเรื่องราวทางศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น
 
พระเจ้าองค์หลวงเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยก่ออิฐถือปูน มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 2.20 เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ถึงยอดพระเมาลีประมาณ 2 เมตร และมีความสูงจากฐานรวมประมาณ 3 เมตร รูปแบบทางศิลปกรรมได้รับอิทธิพลจากศิลปะล้านช้าง ซึ่งสอดคล้องกับภูมิหลังทางวัฒนธรรมของชุมชนลุ่มน้ำโขงที่มีความสัมพันธ์กับดินแดนฝั่งลาวมาอย่างต่อเนื่อง พระพักตร์และสัดส่วนขององค์พระให้ความรู้สึกสงบ หนักแน่น และเป็นศูนย์กลางสายตาทันทีที่ผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่พระอุโบสถ
 
ปางมารวิชัยแสดงพระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา ส่วนพระหัตถ์ขวาวางคว่ำลงเหนือพระชานุและชี้พระธรณี เป็นสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงชนะพญามารก่อนตรัสรู้ ความหมายของปางนี้สัมพันธ์กับชัยชนะเหนืออุปสรรค ความมั่นคงในคุณธรรม และการยืนยันความเพียร ผู้ศรัทธาจึงนิยมมากราบพระเจ้าองค์หลวงเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอให้มีสติผ่านพ้นปัญหา และระลึกถึงการดำเนินชีวิตด้วยความตั้งมั่น
 
พระเจ้าองค์หลวงมิได้เป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญเฉพาะกับชาวเมืองมุกดาหารเท่านั้น ชุมชนชาวไทยและชาวลาวสองฝั่งแม่น้ำโขงเคารพสักการะองค์พระมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่เส้นเขตแดนและระบบการปกครองสมัยใหม่จะกำหนดการเดินทางอย่างในปัจจุบัน ผู้คนริมโขงมีเครือญาติ ภาษา ประเพณี และความเชื่อใกล้เคียงกัน วัดศรีมงคลใต้จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความต่อเนื่องของวัฒนธรรมร่วมเหนือพรมแดนทางการเมือง
 
เรื่องเล่าของพระเจ้าองค์หลวงและพระหลุบเหล็กยังทำหน้าที่อธิบายว่าทำไมบริเวณนี้จึงถูกเลือกให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ก่อนการขยายตัวของเมือง การพบพระพุทธรูปใต้ต้นโพธิ์แสดงถึงการค้นพบร่องรอยศรัทธาที่มีอยู่ก่อนผู้คนกลุ่มใหม่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ขณะที่การสร้างวัดแสดงถึงการรับช่วง ดูแล และจัดระเบียบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นศูนย์กลางสาธารณะของเมือง เรื่องราวนี้จึงประกอบด้วยทั้งการค้นพบ การสืบทอด และการสร้างอัตลักษณ์ร่วมของชุมชน
 
ต้นโพธิ์ในตำนานมีความหมายมากกว่าการเป็นจุดบอกตำแหน่ง เพราะต้นโพธิ์เชื่อมโยงโดยตรงกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในวัฒนธรรมพุทธ ต้นโพธิ์จึงเป็นสัญลักษณ์ของปัญญา ความร่มเย็น และการตื่นรู้ การที่พระพุทธรูปทั้ง 2 องค์ถูกค้นพบใต้ต้นโพธิ์ทำให้เรื่องเล่ามีนัยทางศาสนาชัดเจน และช่วยให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าเหมาะสำหรับการสร้างวัดและประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
 
อีกองค์ประกอบหนึ่งในตำนานคือต้นตาลเจ็ดยอดซึ่งปรากฏอยู่ในช่วงที่เจ้ากินรีกำลังควบคุมการถากถางพื้นที่สร้างเมือง ต้นตาลเจ็ดยอดเป็นหมุดหมายในภูมิทัศน์เดิมและช่วยเชื่อมเรื่องราวการสร้างวัดเข้ากับตำนานการตั้งชื่อเมืองมุกดาหาร เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวถึงแสงแก้วหรือดวงสว่างที่ปรากฏบริเวณต้นตาลและแม่น้ำโขง ภาพของแสง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสายน้ำจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำเกี่ยวกับกำเนิดเมือง
 
พระอุโบสถของวัดเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนยกพื้น ลักษณะโดยรวมเป็นสิมทรงค่อนข้างเตี้ย หลังคาซ้อน 2 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ตามองค์ประกอบสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณหน้าบันและกรอบประตูหน้าต่างตกแต่งลวดลายสีแดงและสีทองอย่างโดดเด่น เสาด้านหน้าขนาดใหญ่ช่วยเน้นมิติของมุขทางเข้า ส่วนบันไดด้านข้างทำให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เปลี่ยนระดับจากลานวัดเข้าสู่พื้นที่ภายในอันศักดิ์สิทธิ์
 
ด้านหน้าพระอุโบสถมีประติมากรรมผู้พิทักษ์และองค์ประกอบตกแต่งหลายรูปแบบ การใช้สีสดร่วมกับลายกนกและลวดลายประเพณีทำให้อาคารมีบุคลิกแตกต่างจากวัดที่เน้นโทนสีขาวหรือสีทองเพียงอย่างเดียว เมื่อมองจากลานด้านหน้า เส้นหลังคา หน้าบันสีแดงทอง เสาสีขาว และบันไดกลางประกอบกันเป็นภาพสมมาตรที่งดงาม จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพก่อนเข้าไปกราบพระเจ้าองค์หลวง
 
ภายในพระอุโบสถใช้โทนสีแดง ทอง และสีเข้มเป็นหลัก เสาและส่วนประดับช่วยนำสายตาไปยังพระประธานซึ่งประดิษฐานอยู่ตอนในสุด แม้การตกแต่งจะมีรายละเอียดจำนวนมาก แต่ตำแหน่งและขนาดของพระเจ้าองค์หลวงยังคงโดดเด่นเหนือส่วนอื่น ทำให้พื้นที่ภายในมีลำดับความสำคัญชัดเจน ผู้มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างองค์พระ เสา เพดาน ลวดลาย และแสงธรรมชาติที่ผ่านเข้ามาทางประตูหน้าต่าง
 
คุณค่าของพระอุโบสถไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามขององค์ประกอบแต่ละชิ้นเท่านั้น อาคารยังเป็นพื้นที่ใช้งานจริงสำหรับประกอบสังฆกรรม พิธีทางพระพุทธศาสนา และกิจกรรมของชุมชน การรักษาความสงบภายในอาคารจึงสำคัญกว่าการใช้พื้นที่เป็นฉากถ่ายภาพ ผู้เข้าชมควรหลีกเลี่ยงการพูดเสียงดัง ไม่เดินผ่านหน้าผู้ที่กำลังกราบพระ และไม่วางสิ่งของในบริเวณที่จัดไว้สำหรับพระสงฆ์หรือประกอบพิธี
 
วัดศรีมงคลใต้ยังมีสถานะเป็นศูนย์กลางกิจการคณะสงฆ์และศาสนพิธีระดับจังหวัด ปัจจุบันพระวชิรวุฒิ หรือพระวชิรวุฒิ พิมพา ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ. 4 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีมงคลใต้และเจ้าคณะอำเภอเมืองมุกดาหาร ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสใน พ.ศ. 2565 และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในราชทินนามที่ “พระวชิรวุฒิ” ใน พ.ศ. 2567
 
การดำรงบทบาทของวัดในปัจจุบันเห็นได้จากการจัดพิธีของคณะสงฆ์ กิจกรรมสำคัญของจังหวัด และพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน วัดศรีมงคลใต้เป็นสถานที่จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีส่วนราชการ คณะสงฆ์ สถาบันการศึกษา และประชาชนเข้าร่วม เหตุการณ์เหล่านี้ยืนยันว่าพื้นที่ไม่ได้หยุดอยู่ในฐานะโบราณสถาน แต่ยังเป็นวัดที่มีชีวิตและทำหน้าที่ทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับประชาชนทั่วไป การมากราบพระเจ้าองค์หลวงสามารถทำได้โดยเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน หรือถวายปัจจัยตามกำลังศรัทธา การสักการะไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องบูชาจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือการสำรวมกาย วาจา และใจ ผู้มาเยือนสามารถตั้งจิตระลึกถึงพระพุทธคุณ สวดบทบูชาพระรัตนตรัย หรือนั่งสงบหน้าพระประธานก่อนออกไปชมพื้นที่ส่วนอื่นของวัด
 
ผู้ที่สนใจเรื่องราวของพระหลุบเหล็กควรแวะบริเวณศาลาและแท่นสักการะใกล้ต้นโพธิ์ จุดนี้ช่วยให้เข้าใจตำนานได้ชัดเจนกว่าการอ่านเรื่องราวเพียงอย่างเดียว เพราะผู้มาเยือนจะเห็นระยะห่างระหว่างพระอุโบสถ พื้นที่ต้นโพธิ์ และแนวแม่น้ำโขง สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้มองเห็นเหตุผลที่เรื่องการจมลงในดิน การเคลื่อนกลับสู่จุดเดิม และการกัดเซาะของตลิ่งถูกจดจำเป็นส่วนหนึ่งของประวัติวัด
 
การเคารพพระหลุบเหล็กควรเน้นความเข้าใจว่าสถานที่ปัจจุบันเป็นพื้นที่สืบทอดความทรงจำและศรัทธา ผู้มาเยือนไม่ควรขุด เจาะ เคลื่อนย้ายก้อนหิน หรือสัมผัสองค์ประกอบเก่าแก่โดยไม่จำเป็น การอนุรักษ์เรื่องราวไม่ได้เกิดจากการรักษาวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการดูแลต้นไม้ แท่นสักการะ พื้นที่โดยรอบ และมารยาทในการประกอบพิธีของคนรุ่นหลัง
 
วัดเปิดให้เข้าชมทุกวันในช่วงเวลา 08.00 – 17.00 น. และไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้ที่ต้องการทำบุญสามารถบริจาคได้ตามความสมัครใจ ช่วงเช้าเหมาะสำหรับการกราบพระในบรรยากาศสงบ อากาศไม่ร้อน และมีแสงนุ่มสำหรับชมรายละเอียดด้านหน้าพระอุโบสถ ส่วนช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเหมาะสำหรับการเดินชมแนวริมโขงและเที่ยวตลาดอินโดจีนต่อ แต่ควรเข้าสักการะภายในอาคารให้เสร็จก่อนถึงเวลาปิด
 
ในวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันเข้าพรรษา ออกพรรษา หรือช่วงกฐิน ภายในวัดอาจมีประชาชนและคณะทำบุญจำนวนมาก ผู้ที่มาเพื่อชมศิลปกรรมควรให้ความสำคัญกับศาสนพิธีที่กำลังดำเนินอยู่ หลีกเลี่ยงการยืนกีดขวางทางเดินหรือพื้นที่ประกอบพิธี และปฏิบัติตามคำแนะนำของพระภิกษุ เจ้าหน้าที่ หรือคณะกรรมการวัด
 
การแต่งกายควรสุภาพ เสื้อมีแขนหรือคลุมไหล่ กางเกงหรือกระโปรงยาวในระดับเหมาะสม และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดรูปหรือเปิดเผยมากเกินไป ก่อนขึ้นพระอุโบสถควรถอดรองเท้าและวางให้เป็นระเบียบ ห้ามนั่งเหยียดเท้าไปทางพระประธานหรือพระสงฆ์ หากต้องนั่งกับพื้นควรพับขาไปด้านข้างหรือนั่งขัดสมาธิอย่างสำรวม
 
การถ่ายภาพทำได้ในบริเวณที่วัดอนุญาต แต่ควรปิดเสียงอุปกรณ์ หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชภายในพระอุโบสถ และไม่ถ่ายภาพบุคคลที่กำลังสวดมนต์หรือประกอบพิธีโดยไม่ได้รับอนุญาต การถ่ายภาพพระเจ้าองค์หลวงควรทำจากระยะที่ไม่รบกวนผู้กราบสักการะ ไม่ปีนฐานหรือก้าวเข้าไปในเขตที่กั้นไว้ และไม่จัดท่าทางล้อเลียนสิ่งศักดิ์สิทธิ์
 
ครอบครัวที่พาเด็กมาเยือนสามารถใช้วัดเป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้อย่างดี ผู้ปกครองอาจเล่าเรื่องพระพุทธรูป 2 องค์ การตั้งเมืองริมแม่น้ำโขง และเหตุผลที่ชุมชนต้องรักษาวัดเก่าแก่ เด็กควรอยู่ในการดูแลตลอดเวลา ไม่วิ่งเล่นภายในพระอุโบสถ ไม่ปีนประติมากรรม และไม่สัมผัสของถวายหรือเครื่องบูชา
 
ผู้สูงอายุสามารถเดินชมบริเวณลานวัดได้ค่อนข้างสะดวก แต่ทางขึ้นอาคารบางส่วนมีบันได ผู้ร่วมเดินทางควรช่วยพยุงและเลือกเส้นทางที่เหมาะสม พื้นอาจลื่นในช่วงฝนตกจึงควรสวมรองเท้าที่กระชับ หากเดินทางด้วยรถส่วนตัวสามารถจอดรถภายในวัดหรือพื้นที่จอดใกล้เคียงตามการจัดการของวัดและชุมชน โดยไม่กีดขวางประตู ทางขึ้นอาคาร หรือเส้นทางรถฉุกเฉิน
 
ฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่เดินเที่ยวตัวเมืองมุกดาหารได้สบาย อากาศช่วงเช้าและเย็นเย็นลง เหมาะกับการไหว้พระและเดินริมโขง ฤดูร้อนควรหลีกเลี่ยงการเดินกลางแดดเป็นเวลานานและเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม ส่วนฤดูฝนให้ระวังพื้นเปียก บันไดลื่น และระดับน้ำโขงที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
 
ข้อดีของการเที่ยววัดศรีมงคลใต้คือสามารถเชื่อมกับสถานที่สำคัญหลายแห่งโดยไม่ต้องเดินทางไกล ตลาดอินโดจีนอยู่ติดกับบริเวณวัด เหมาะสำหรับเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เสื้อผ้า เครื่องใช้ และของฝาก ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องตั้งอยู่เยื้องไปทางทิศเหนือใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมือง ส่วนวัดศรีสุมังค์วนารามและวัดยอดแก้วศรีวิชัยอยู่ในเส้นทางเที่ยววัดริมโขงภายในตัวเมือง
 
ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องมีตำนานเชื่อมโยงกับประวัติเมืองและพื้นที่ใกล้พระหลุบเหล็ก ผู้มาเยือนจึงสามารถจัดเส้นทางสักการะวัดศรีมงคลใต้และศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องในคราวเดียว การเที่ยวต่อเนื่องกันช่วยให้เห็นว่าความเชื่อของเมืองมุกดาหารประกอบด้วยทั้งพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องผู้คุ้มครองเมือง และเรื่องเล่าของชุมชนริมแม่น้ำโขง
 
หอแก้วมุกดาหารอยู่ห่างจากวัดประมาณ 1.2 กิโลเมตร เป็นจุดชมทัศนียภาพและเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดจากมุมสูง เมื่อนำหอแก้วมารวมกับวัดศรีมงคลใต้ ผู้เดินทางจะได้เห็นเมืองจาก 2 ระดับ ได้แก่ ระดับพื้นดินที่สัมผัสวัด ตลาด และชุมชน กับระดับสูงที่มองเห็นผังเมือง แม่น้ำโขง และพื้นที่ฝั่งสะหวันนะเขต
 
ผู้ที่มีเวลาอย่างน้อยครึ่งวันสามารถเดินทางต่อไปยังวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ซึ่งอยู่บนพื้นที่สูงนอกศูนย์กลางเมือง ระยะทางจากวัดศรีมงคลใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร ที่นั่นมีพระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ องค์พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช และจุดชมวิวเมืองมุกดาหาร การเริ่มต้นที่พระเจ้าองค์หลวงแล้วขึ้นไปชมเมืองจากภูมโนรมย์ทำให้เส้นทางมีทั้งมิติประวัติศาสตร์ ศรัทธา และภูมิประเทศ
 
ย่านรอบวัดมีร้านอาหารหลายประเภท ทั้งอาหารไทย อาหารอีสาน อาหารเวียดนาม คาเฟ่ และร้านอาหารริมแม่น้ำโขง อาหารเวียดนามมีบทบาทเด่นในมุกดาหารเนื่องจากประวัติการตั้งถิ่นฐานและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในภูมิภาค เมนูที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ แหนมเนือง ปากหม้อญวน ข้าวเปียกเส้น ไข่กระทะ และปอเปี๊ยะ ผู้เดินทางจึงสามารถเชื่อมการไหว้พระกับการเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารของเมืองชายแดนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
 
ที่พักใกล้วัดมีตั้งแต่โรงแรมขนาดเล็กในย่านตลาดไปจนถึงโรงแรมริมโขงและโรงแรมขนาดใหญ่กลางเมือง ผู้ที่ต้องการเดินเที่ยวตลาดและชมบรรยากาศริมแม่น้ำควรเลือกที่พักบนถนนสำราญชายโขง ส่วนผู้ที่ใช้รถส่วนตัวและต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบสามารถเลือกโรงแรมในเขตตัวเมืองซึ่งอยู่ห่างจากวัดเพียงไม่กี่กิโลเมตร
 
วัดศรีมงคลใต้เหมาะกับการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ระยะเวลาประมาณ 45 – 90 นาทีเพียงพอสำหรับการกราบพระเจ้าองค์หลวง ชมพระอุโบสถ สักการะบริเวณพระหลุบเหล็ก เดินชมลานวัด และอ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ผู้ที่สนใจศิลปกรรมหรือถ่ายภาพอาจใช้เวลานานกว่านั้น ก่อนเดินต่อไปตลาดอินโดจีนและริมแม่น้ำโขง
 
สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นใหม่คือความต่อเนื่องระหว่างอดีตกับปัจจุบัน พระเจ้าองค์หลวงยังคงเป็นพระประธานที่ประชาชนกราบไหว้ พระหลุบเหล็กยังคงอยู่ในความทรงจำของชุมชน พระอุโบสถยังใช้ประกอบพิธี และวัดยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญของจังหวัด ผู้มาเยือนจึงกำลังเข้าสู่พื้นที่ศรัทธาที่ดำเนินชีวิตอยู่จริง ไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงประวัติศาสตร์
 
การอนุรักษ์วัดศรีมงคลใต้จำเป็นต้องดูแลทั้งอาคาร พระพุทธรูป ต้นไม้ พื้นที่ริมโขง และความสงบของศาสนสถาน นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการไม่สัมผัสงานศิลปกรรมโดยไม่จำเป็น ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ในจุดที่วัดไม่อนุญาต ไม่เคลื่อนย้ายของถวาย และไม่เผยแพร่ข้อมูลตำนานในลักษณะบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์มุกดาหาร วัดนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะเรื่องราวของเจ้ากินรี การพบพระพุทธรูปใต้ต้นโพธิ์ การสร้างเมืองใหม่ และการตั้งชื่อพระเจ้าองค์หลวงล้วนเชื่อมโยงกับกำเนิดชุมชน การทำความเข้าใจวัดจึงช่วยให้มองเห็นว่าการสร้างเมืองในอดีตไม่ได้ประกอบด้วยกำแพง ถนน หรือบ้านเรือนเท่านั้น แต่ต้องมีศูนย์กลางศรัทธาที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเป็นชุมชนเดียวกัน
 
วัดศรีมงคลใต้ยังช่วยอธิบายลักษณะของมุกดาหารในฐานะเมืองเชื่อมโยงอินโดจีน ทำเลริมโขงทำให้ผู้คน สินค้า ภาษา ความเชื่อ และศิลปกรรมเดินทางผ่านพื้นที่นี้มาเป็นเวลานาน ศิลปะล้านช้างของพระเจ้าองค์หลวง อาหารเวียดนามในตัวเมือง ตลาดสินค้าชายแดน และสายสัมพันธ์กับสะหวันนะเขตเป็นหลักฐานว่ามุกดาหารไม่ได้พัฒนาอย่างโดดเดี่ยว แต่เติบโตจากการแลกเปลี่ยนกับชุมชนรอบลุ่มน้ำโขง
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมมากที่สุดคือช่วงเช้าหลังวัดเปิดหรือช่วงประมาณ 15.30 – 16.30 น. ช่วงเช้ามีผู้คนไม่หนาแน่นและอากาศเย็นกว่า ส่วนช่วงบ่ายแก่ให้แสงสวยบริเวณหน้าพระอุโบสถและสามารถเดินต่อไปชมแม่น้ำโขงได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการเข้าภายในพระอุโบสถควรเผื่อเวลาและไม่เดินทางมาถึงใกล้เวลาปิดมากเกินไป
 
การเดินทาง จากศูนย์กลางตัวเมืองมุกดาหารให้ใช้เส้นทางเข้าสู่ถนนสำราญชายโขงใต้หรือบริเวณตลาดอินโดจีน วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงตรงข้ามท่าเทียบเรือเทศบาลและใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมือง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ผู้ที่พักในย่านตลาดอินโดจีนสามารถเดินมายังวัดได้ เมื่อใช้ระบบนำทางให้ปักหมุด “วัดศรีมงคลใต้” หรือใช้พิกัด 16.5400058424, 104.733122795
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสามารถลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร แล้วใช้รถรับจ้างหรือรถสามล้อเครื่องเข้าสู่ถนนสำราญชายโขง ควรแจ้งคนขับว่าต้องการไปวัดศรีมงคลใต้บริเวณตลาดอินโดจีน เนื่องจากในพื้นที่มีวัดที่มีชื่อคล้ายกันหลายแห่ง การระบุว่าเป็นวัดริมโขงใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะช่วยลดความสับสน
 
ก่อนเดินทางกลับควรตรวจดูว่าพื้นที่ภายในพระอุโบสถเปิดตามปกติหรือมีพิธีสำคัญหรือไม่ โดยเฉพาะวันพระและเทศกาลทางศาสนา สามารถสอบถามวัดได้ที่หมายเลข 042-611-557 การวางแผนล่วงหน้าเล็กน้อยจะช่วยให้สามารถกราบพระเจ้าองค์หลวง ศึกษาเรื่องพระหลุบเหล็ก และเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงได้ครบภายในวันเดียว
 
วัดศรีมงคลใต้จึงเป็นสถานที่ที่รวมพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ตำนานกำเนิดชุมชน ศิลปะล้านช้าง สถาปัตยกรรมอีสาน และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงไว้ด้วยกัน การมาเยือนมิได้ให้เพียงความสงบจากการไหว้พระ แต่ยังเปิดโอกาสให้เข้าใจว่าความศรัทธามีส่วนสร้างเมือง รักษาความทรงจำ และเชื่อมผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขงมาตลอดหลายชั่วอายุคน
 
ชื่อสถานที่วัดศรีมงคลใต้
ประเภทพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ตั้งริมแม่น้ำโขง บริเวณตลาดอินโดจีน ใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมืองและท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร
ที่อยู่ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 49000
พิกัด16.5400058424, 104.733122795
ไฮไลต์สักการะพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมุกดาหาร และเรียนรู้ตำนานพระหลุบเหล็ก
พระพุทธรูปสำคัญพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางมารวิชัยศิลปะล้านช้าง หน้าตักกว้าง 2.20 เมตร สูงเฉพาะองค์ถึงยอดพระเมาลีประมาณ 2 เมตร
สิ่งสำคัญพระเจ้าองค์หลวง ตำนานพระหลุบเหล็ก พระอุโบสถเก่าแก่ และแท่นสักการะบริเวณต้นโพธิ์
ประวัติทะเบียนวัดระบุวันตั้งวัด พ.ศ. 2285 เรื่องราวสำคัญเชื่อมโยงกับเจ้ากินรีและการสร้างเมืองมุกดาหารในสมัยกรุงธนบุรี
วันรับวิสุงคามสีมาพ.ศ. 2331
ลักษณะเด่นพระอุโบสถก่ออิฐถือปูนยกพื้น หลังคาซ้อน 2 ชั้น ตกแต่งช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และลวดลายสีแดงทอง
เจ้าอาวาสพระวชิรวุฒิ (พิมพา ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ. 4) เจ้าคณะอำเภอเมืองมุกดาหาร
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. พระอุโบสถประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง
2. ศาลาและแท่นสักการะพระหลุบเหล็ก
3. บริเวณต้นโพธิ์และลานวัด
4. ซุ้มประตูและพื้นที่หน้าพระอุโบสถ
5. แนวริมแม่น้ำโขงและตลาดอินโดจีนหน้าวัด
การเดินทางใช้ถนนสำราญชายโขงใต้เข้าสู่ย่านตลาดอินโดจีน เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ และรถรับจ้างท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดใช้งานตามปกติ เป็นพระอารามหลวงและสถานที่จัดศาสนพิธีสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม สามารถร่วมทำบุญได้ตามศรัทธา
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถภายในวัดและบริเวณใกล้เคียง พื้นที่กราบพระและทำบุญ และการเชื่อมต่อกับทางเดินตลาดอินโดจีนริมแม่น้ำโขง
ข้อปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนา ไม่ใช้เสียงดัง ไม่ใช้แฟลชรบกวนผู้สักการะ และไม่สัมผัสงานศิลปกรรมโดยไม่จำเป็น
เบอร์ติดต่อหลัก042-611-557
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ตลาดอินโดจีน 0.2 กม.
2. ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง 0.2 กม.
3. วัดศรีสุมังค์วนาราม 0.4 กม.
4. วัดยอดแก้วศรีวิชัย 1.1 กม.
5. หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก 1.2 กม.
6. วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ 6 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. The Pearl Bistro & Bar 0.2 กม. โทร. 087-359-8061
2. ออแอม อาหารเวียดนาม 1 กม. โทร. 082-787-2360
3. ครัวไซ่ง่อน มุกดาหาร 1.4 กม. โทร. 042-615-303, 081-320-1318
4. Savan Sumran สะหวันสำราญ 1.8 กม. โทร. 042-632-669
5. ครัวอัญชัญ 2 กม. โทร. 094-223-2465
ที่พักใกล้เคียง1. Riverfront Hotel Mukdahan 0.5 กม. โทร. 042-612-948, 042-612-949
2. Submukda Grand Hotel 0.8 กม. โทร. 042-633-444
3. Ploy Palace Hotel 1.4 กม. โทร. 042-614-988
4. Samranchaykhong Hotel 1.5 กม. โทร. 094-542-6388
5. Hotel de Ladda 2.1 กม. โทร. 042-611-499
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีมงคลใต้ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่บนถนนสำราญชายโขงใต้ ริมแม่น้ำโขงในตัวเมืองมุกดาหาร บริเวณตลาดอินโดจีน ใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมืองและท่าเทียบเรือเทศบาล
 
ถาม: สิ่งสำคัญที่สุดภายในวัดศรีมงคลใต้คืออะไร?
ตอบ: สิ่งสำคัญที่สุดคือพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางมารวิชัยศิลปะล้านช้าง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมุกดาหาร
 
ถาม: พระหลุบเหล็กคืออะไร?
ตอบ: พระหลุบเหล็กคือพระพุทธรูปเหล็กองค์เล็กที่พบใต้ต้นโพธิ์พร้อมพระเจ้าองค์หลวง ตามตำนานองค์พระกลับไปยังจุดเดิมและค่อย ๆ จมลงในดินจนเหลือเพียงยอดพระเมาลี จึงสร้างแท่นสักการะไว้ ณ บริเวณนั้น
 
ถาม: วัดศรีมงคลใต้เปิดกี่โมงและเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม และสามารถร่วมทำบุญได้ตามศรัทธา
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดศรีมงคลใต้คือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสคือพระวชิรวุฒิ พิมพา ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ. 4 ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมืองมุกดาหารด้วย
 
ถาม: สามารถจอดรถที่วัดศรีมงคลใต้ได้หรือไม่?
ตอบ: มีพื้นที่จอดรถภายในวัดและบริเวณใกล้เคียง ควรจอดตามจุดที่จัดไว้และหลีกเลี่ยงการกีดขวางประตูวัด ทางขึ้นพระอุโบสถ และเส้นทางรถฉุกเฉิน
 
ถาม: ควรแต่งกายและปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชมวัด?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนา ไม่พูดเสียงดัง ไม่หันปลายเท้าไปทางพระประธาน และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชภายในพระอุโบสถ
 
ถาม: สามารถเที่ยวสถานที่ใดต่อจากวัดศรีมงคลใต้ได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินเที่ยวตลาดอินโดจีนและศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง แล้วเดินทางต่อไปยังวัดศรีสุมังค์วนาราม วัดยอดแก้วศรีวิชัย หอแก้วมุกดาหาร และวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
น้ำตก น้ำตก(5)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)