หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.กันทรวิชัย >ต.ท่าขอนยาง > ประเพณีไหลเรือไฟ
TL;DR: ประเพณีไหลเรือไฟ อยู่ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เปิดงานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ประจำปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 16 – 27 ตุลาคม 2569 เวลา พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะตลอดวัน.

มหาสารคาม

ประเพณีไหลเรือไฟ

ประเพณีไหลเรือไฟ

วันเปิดทำการ: งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ประจำปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 16 – 27 ตุลาคม 2569 โดยคืนไหลเรือไฟยักษ์ตรงกับวันออกพรรษา วันที่ 26 ตุลาคม 2569
เวลาเปิดทำการ: พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะตลอดวัน ส่วนกิจกรรมหลักของงานจัดตามกำหนดการจังหวัด โดยช่วงชมเรือไฟเหมาะที่สุดในช่วงเย็นถึงค่ำ
 
ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของภาคอีสานที่งดงามที่สุดในช่วงออกพรรษา โดยเฉพาะงานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนมที่มีชื่อเสียงริมฝั่งแม่น้ำโขงและได้รับการยอมรับว่าเป็นงานประเพณีทางน้ำขนาดใหญ่ของไทย จุดเด่นของงานคือการนำเรือไฟขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยดวงไฟนับหมื่นดวงลอยไปตามลำน้ำโขงในยามค่ำคืน เกิดเป็นภาพแสงไฟสว่างไสวกลางสายน้ำ สะท้อนศรัทธาในพระพุทธศาสนา ความกตัญญูต่อแม่น้ำ และภูมิปัญญางานช่างของชาวอีสานที่ร่วมแรงกันสร้างเรือไฟจากจินตนาการ ความเชื่อ และแรงศรัทธาของชุมชน
 
ประเพณีนี้จัดขึ้นในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งโดยทั่วไปตรงกับช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี และสัมพันธ์กับวันออกพรรษาอย่างใกล้ชิด สำหรับชาวนครพนมและชุมชนลุ่มน้ำโขง การไหลเรือไฟไม่ใช่เพียงการชมความสวยงามของเรือไฟ แต่เป็นพิธีกรรมที่รวมความเชื่อหลายมิติไว้ด้วยกัน ได้แก่ การบูชารอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที การบูชาพระพุทธเจ้า การบูชาท้าวผกาพรหม การบูชาพระธาตุจุฬามณี การขอขมาพระแม่คงคา การระลึกถึงบุญคุณของแม่น้ำ และการใช้ไฟเป็นสัญลักษณ์เผาความทุกข์ให้ลอยไปกับสายน้ำ
 
หัวใจของประเพณีไหลเรือไฟอยู่ที่คำว่า “ไหล” และ “เรือไฟ” คำว่าไหลหมายถึงการเคลื่อนตามกระแสน้ำ ส่วนเรือไฟหรือเฮือไฟหมายถึงเรือที่สร้างขึ้นจากไม้ไผ่ ต้นกล้วย วัสดุที่ลอยน้ำได้ หรือโครงสร้างสมัยใหม่ แล้วประดับด้วยดวงไฟให้เกิดเป็นลวดลายต่าง ๆ เมื่อจุดไฟและปล่อยลงสู่แม่น้ำ เรือไฟจะเคลื่อนตัวไปตามสายน้ำอย่างสง่างาม ภาพไฟที่ค่อย ๆ ไหลไปกลางความมืดจึงเป็นทั้งภาพศิลปะ ภาพศรัทธา และภาพเปรียบเทียบชีวิตมนุษย์ที่มีการเกิด การเจริญก้าวหน้า และการดับไปในที่สุด
 
ความเชื่อสำคัญประการหนึ่งของประเพณีนี้คือการบูชารอยพระพุทธบาท ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ในคติพุทธศาสนาเล่าว่าเมื่อครั้งพญานาคทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าไปแสดงธรรมในพิภพนาค เมื่อพระองค์เสด็จกลับ พญานาคได้ทูลขอให้พระองค์ประทับรอยพระบาทไว้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้เทวดา มนุษย์ และสัตว์ทั้งหลายได้สักการะบูชา ชาวพุทธจึงใช้ประทีปหรือแสงไฟเป็นเครื่องบูชารอยพระพุทธบาท และประเพณีไหลเรือไฟก็สืบทอดความหมายนี้ผ่านเรือไฟที่สว่างไสวกลางแม่น้ำ
 
คำบูชาที่ใช้กล่าวก่อนลอยเรือไฟมีใจความว่า “อะหัง อิมินา ปะทีเปนะ นัมมากายะ นะทิยา ปุเลนิ ปาทะวะอัญชิง อภิปูเชนิ อะยัง ปะทีเปนะ มุนิโน ปาทะวะอัญชัง ปูชา มัยหัง ทีฆรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตคะตุ” แปลว่า ข้าพเจ้าขอน้อมบูชารอยพระพุทธบาทของพระมุนีเจ้าอันประดิษฐานอยู่ ณ หาดทรายแห่งแม่น้ำนัมมทานทีโพ้นด้วยประทีปนี้ ขอให้การบูชารอยพระบาทสมเด็จพระมุนีเจ้าด้วยประทีปในครั้งนี้จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายตลอดกาลนานเทอญ คำบูชานี้ทำให้เห็นว่าการไหลเรือไฟมีรากฐานอยู่บนศรัทธาทางพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน
 
อีกความเชื่อหนึ่งที่สำคัญคือการขอขมาลาโทษแม่น้ำ ชุมชนริมแม่น้ำโขงดำรงชีวิตโดยพึ่งพาสายน้ำมาอย่างยาวนาน แม่น้ำเป็นทั้งแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ แหล่งอาหาร เส้นทางคมนาคม พื้นที่ประมง และฐานชีวิตของผู้คนสองฝั่งไทยและลาว การลอยเรือไฟจึงเป็นการแสดงความกตัญญูต่อสายน้ำ และเป็นการขอขมาต่อการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้แม่น้ำสกปรก การจุดไฟบนเรือแล้วปล่อยให้ไหลไปตามน้ำจึงเป็นสัญลักษณ์ของการชำระใจ การยอมรับความผิดพลาด และการตั้งจิตให้เคารพธรรมชาติให้มากขึ้น
 
ไฟในประเพณีไหลเรือไฟมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าความสว่าง ไฟเป็นสัญลักษณ์ของพุทธบูชา เป็นแสงนำทาง เป็นพลังในการเผาสิ่งเศร้าหมอง และเป็นภาพแทนของปัญญาที่ขจัดความมืดในใจมนุษย์ เมื่อชาวบ้านจุดไฟบนเรือแล้วปล่อยให้ลอยไปกับแม่น้ำ จึงมีความหมายว่าความทุกข์ ความโศก ความไม่สบายใจ และสิ่งไม่ดีทั้งหลายถูกเผาไหม้และไหลออกไปจากชีวิต ภาพเรือไฟที่ค่อย ๆ เคลื่อนออกไปไกลจึงเป็นภาพที่งดงามทั้งทางสายตาและทางจิตใจ
 
ในอดีต เรือไฟของชาวอีสานมีรูปแบบเรียบง่าย ทำจากไม้ไผ่ ต้นกล้วย กาบกล้วย หรือวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น มีความยาวไม่มากนัก ภายในเรืออาจใส่ดอกไม้ ธูป เทียน ข้าวต้ม ขนม กล้วย อ้อย เงิน หรือเครื่องบูชาอื่น ๆ แล้วนำไปประกอบพิธีที่วัดหรือท่าน้ำ เมื่อถึงเวลาพลบค่ำ ชาวบ้านจะร่วมกันจุดไฟแล้วปล่อยเรือให้ไหลไปตามแม่น้ำ ลักษณะนี้สะท้อนวิถีชุมชนดั้งเดิมที่เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ และเน้นการทำบุญร่วมกันมากกว่าการแข่งขันด้านความใหญ่โต
 
ต่อมาเมื่อประเพณีไหลเรือไฟได้รับการส่งเสริมให้เป็นงานประเพณีระดับจังหวัดและระดับประเทศ รูปแบบของเรือไฟจึงพัฒนาขึ้นอย่างมาก จากเรือไฟขนาดเล็กกลายเป็นเรือไฟยักษ์ที่ใช้โครงสร้างขนาดใหญ่ มีการออกแบบลวดลายละเอียด ใช้ดวงไฟจำนวนมาก และต้องอาศัยแรงงานของช่างพื้นบ้าน ช่างโครงสร้าง ช่างไฟ และคนในชุมชนร่วมกันทำงานเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ลวดลายบนเรือไฟมักเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา พญานาค พระธาตุ สัญลักษณ์ประจำจังหวัด พระบรมฉายาลักษณ์ เหตุการณ์สำคัญ หรือเรื่องราวที่สะท้อนความภาคภูมิใจของแต่ละอำเภอ
 
นครพนมเป็นจังหวัดที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับประเพณีไหลเรือไฟ เพราะตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีภูมิทัศน์งดงาม มองเห็นฝั่งเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ตรงข้าม บรรยากาศสองฝั่งโขงในคืนออกพรรษาจึงมีเสน่ห์เฉพาะตัว แสงเรือไฟที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำไม่ได้เป็นเพียงภาพของฝั่งไทย แต่ยังสะท้อนวัฒนธรรมร่วมของผู้คนลุ่มน้ำโขงที่มีความเชื่อและประเพณีใกล้เคียงกัน
 
พื้นที่จัดงานหลักของจังหวัดนครพนมอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยมีพื้นที่สำคัญ เช่น ลานพนมนาคา บริเวณพญาศรีสัตตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร ตลาดอินโดจีน และพื้นที่กิจกรรมใกล้ศาลากลางจังหวัด ในช่วงงานประเพณี พื้นที่ริมโขงจะเปลี่ยนเป็นถนนวัฒนธรรมขนาดใหญ่ มีเวทีการแสดง ซุ้มวิถีคนทำเรือไฟ ร้านค้า ตลาดพื้นเมือง กิจกรรมกาชาด จุดชมเรือไฟ จุดถ่ายภาพ และพื้นที่บริการประชาชน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวได้ตลอดแนวริมแม่น้ำ
 
ในงานประจำปี 2569 จังหวัดนครพนมกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 16 – 27 ตุลาคม 2569 รวม 12 วัน โดยคืนสำคัญตรงกับวันออกพรรษา วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นคืนไฮไลต์ของการชมเรือไฟยักษ์จาก 12 อำเภอ กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วยการจัดทำเรือไฟจาก 12 อำเภอ การจัดเรือไฟโชว์ เรือไฟโบราณ กระทงสาย ซุ้มวิถีคนทำเรือไฟ ตลาดมหาดไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงหมอลำร่วมสมัย การแสดงโปงลาง ประติมากรรมโคมไฟ และพิธีรำบูชาพระธาตุพนม
 
โซนที่นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญคือโซนชมเรือไฟริมฝั่งโขง เพราะเป็นพื้นที่หลักสำหรับชมเรือไฟยักษ์เมื่อเรือเคลื่อนตัวผ่านกลางลำน้ำ โซนลานพนมนาคาและพญาศรีสัตตนาคราชเป็นจุดถ่ายภาพสำคัญและเป็นแลนด์มาร์กของเมืองนครพนม โซนถนนคนเดินริมโขงเหมาะสำหรับเดินชมอาหารพื้นเมือง ของฝาก และบรรยากาศเมืองเก่า โซนตลาดอินโดจีนเหมาะสำหรับซื้อของและเดินชมวิถีการค้าชายแดน ส่วนโซนกิจกรรมกาชาดและเวทีการแสดงเหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ที่ต้องการชมกิจกรรมวัฒนธรรมต่อเนื่องหลังชมเรือไฟ
 
ประเพณีไหลเรือไฟยังสะท้อนภูมิปัญญาด้านงานช่างอย่างเด่นชัด การทำเรือไฟยักษ์ต้องมีการออกแบบโครงสร้าง วางสัดส่วนภาพ กำหนดจุดติดตั้งดวงไฟ คำนวณน้ำหนัก จัดระบบไฟ และควบคุมความสมดุลของเรือให้ลอยได้อย่างปลอดภัย ช่างพื้นบ้านต้องใช้ทั้งความรู้เชิงศิลปะและความรู้เชิงช่างผสมกันอย่างละเอียด การทำงานร่วมกันของคนจำนวนมากทำให้เรือไฟแต่ละลำเป็นผลงานศิลปะชุมชน ไม่ใช่ผลงานของช่างคนใดคนหนึ่ง
 
ลวดลายของเรือไฟมีความหมายทางวัฒนธรรมสูง รูปพญานาคสื่อถึงความศรัทธาและความเชื่อของชาวลุ่มน้ำโขง รูปพระธาตุสื่อถึงศูนย์รวมจิตใจทางพระพุทธศาสนา รูปเรือสุพรรณหงส์ สัตว์หิมพานต์ พญาครุฑ มังกร หรือสัญลักษณ์มงคลอื่น ๆ สะท้อนจินตนาการและฝีมือการออกแบบของช่างท้องถิ่น ในคืนไหลเรือไฟ แสงไฟที่เรียงเป็นลวดลายเหล่านี้จะปรากฏบนผิวน้ำอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เห็นศิลปะเคลื่อนที่กลางแม่น้ำ
 
การไหลเรือไฟยังเป็นพิธีที่เชื่อมคนต่างวัยเข้าด้วยกัน คนเฒ่าคนแก่ถ่ายทอดเรื่องเล่า ความเชื่อ และขั้นตอนพิธีแก่คนรุ่นใหม่ ช่างเรือไฟรุ่นเก่าถ่ายทอดวิธีสร้างโครงเรือ การวางลาย และการจัดไฟให้คนรุ่นหลัง เด็กและเยาวชนได้เห็นการทำงานเป็นทีมของชุมชน ขณะที่นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ว่าความงามของเรือไฟเกิดจากแรงศรัทธาและความร่วมมือของผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงการจัดแสงสีเพื่อความบันเทิง
 
ในมิติทางสังคม งานไหลเรือไฟทำให้นครพนมคึกคักทั้งเมือง ผู้คนจากต่างจังหวัดเดินทางมาชมงาน ร้านอาหาร ที่พัก ร้านค้า ตลาด และบริการท่องเที่ยวได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ชุมชนได้มีโอกาสจำหน่ายสินค้า อาหารพื้นเมือง ผ้าพื้นเมือง และของฝากท้องถิ่น ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย การจราจร จุดจอดรถ ห้องสุขา ความสะอาด และการจัดระเบียบพื้นที่ริมโขง เพื่อให้เทศกาลดำเนินไปอย่างเรียบร้อย
 
สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางมาชมประเพณีไหลเรือไฟ ควรเลือกที่พักในตัวเมืองนครพนมหรือริมแม่น้ำโขงล่วงหน้า โดยเฉพาะคืนออกพรรษาซึ่งเป็นคืนที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก ควรมาถึงพื้นที่จัดงานตั้งแต่ช่วงบ่ายหรือเย็นเพื่อหาจุดชมเรือไฟ เดินสำรวจเส้นทาง เข้าออกพื้นที่ และเตรียมตัวเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และห้องน้ำ การชมเรือไฟจากแนวริมโขงจะได้บรรยากาศดีที่สุด เพราะสามารถเห็นเรือไฟเคลื่อนผ่านฉากแม่น้ำโขงและแสงไฟเมืองอย่างเต็มตา
 
การแต่งกายควรเลือกชุดสุภาพและเดินสะดวก เพราะต้องใช้เวลาเดินในพื้นที่คนหนาแน่น รองเท้าที่สวมควรเหมาะกับการเดินนาน ๆ ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมและมาถึงจุดชมก่อนเวลา ความสวยงามของเรือไฟในยามค่ำคืนต้องอาศัยจังหวะแสงและตำแหน่งชมที่เหมาะสม หากมาพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรกำหนดจุดนัดพบและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่แน่นเกินไป
 
การเดินทาง มานครพนมสามารถเดินทางได้หลายวิธี หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้เส้นทางจากสกลนคร มุกดาหาร ขอนแก่น หรืออุดรธานีเข้าสู่ตัวเมืองนครพนมได้โดยสะดวก หากเดินทางด้วยเครื่องบินสามารถลงที่ท่าอากาศยานนครพนม แล้วต่อรถเข้าเมือง ระยะทางจากสนามบินเข้าสู่พื้นที่ริมโขงใช้เวลาไม่นาน ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครพนม แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างเข้าสู่ถนนสุนทรวิจิตร ลานพนมนาคา ตลาดอินโดจีน หรือพื้นที่จัดงานริมแม่น้ำโขง
 
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ควรจัดรวมในทริป ได้แก่ พญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กริมโขงและจุดสักการะสำคัญ วัดโอกาสศรีบัวบาน วัดคู่เมืองนครพนมที่ประดิษฐานพระติ้วและพระเทียม หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่าที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลสวยงาม และตลาดอินโดจีนซึ่งเป็นแหล่งเดินซื้อของและสัมผัสบรรยากาศการค้าริมแม่น้ำโขง
 
อาหารท้องถิ่นที่ควรลองเมื่อมาเที่ยวนครพนมคืออาหารเวียดนาม อาหารอีสาน ปลาแม่น้ำโขง เมนูแหนมเนือง ไข่กระทะ ข้าวเปียกเส้น หมูยอ และอาหารริมโขงหลายแบบ เมืองนครพนมมีร้านอาหารริมแม่น้ำและร้านอาหารเวียดนามที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ในช่วงงานไหลเรือไฟควรเผื่อเวลารอคิวหรือจองโต๊ะล่วงหน้า เพราะร้านอาหารใกล้พื้นที่จัดงานจะมีผู้ใช้บริการหนาแน่น
 
ที่พักในตัวเมืองนครพนมมีทั้งโรงแรมริมโขง โรงแรมในเมือง โฮสเทล และบูทิกโฮเต็ล นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินไปพื้นที่ชมงานได้สะดวกควรเลือกที่พักใกล้ถนนสุนทรวิจิตร ลานพนมนาคา หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ หรือตลาดอินโดจีน ส่วนผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถเลือกที่พักในเขตตัวเมืองที่มีที่จอดรถสะดวกได้ การจองล่วงหน้าสำคัญมากในช่วงเทศกาล เพราะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้าจังหวัด
 
สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเข้าร่วมงานคือเคารพพื้นที่พิธี ไม่ปีนป่ายหรือข้ามแนวกั้นริมแม่น้ำ ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำโขง ไม่รบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่และช่างเรือไฟ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมงาน การชมประเพณีไหลเรือไฟอย่างเหมาะสมไม่เพียงทำให้ได้รับประสบการณ์ที่ดี แต่ยังเป็นการช่วยรักษาคุณค่าของประเพณีให้คงอยู่ต่อไป
 
หากมองในเชิงปรัชญา ประเพณีไหลเรือไฟเป็นภาพเปรียบเทียบชีวิตมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง เรือไฟเริ่มจากการถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจ จากนั้นสว่างไสวอย่างงดงามในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ไหลไปตามสายน้ำจนเลือนหายไป เปรียบเหมือนชีวิตที่มีการเกิด การเจริญเติบโต ความรุ่งเรือง และการดับไปในที่สุด ความงามของเรือไฟจึงเตือนให้เห็นความไม่เที่ยงของชีวิต และชวนให้มนุษย์ใช้เวลาที่มีอยู่สร้างประโยชน์ ความดี และความสุขแก่ตนเองและผู้อื่น
 
ประเพณีไหลเรือไฟจึงเป็นมากกว่างานเทศกาลแสงไฟริมแม่น้ำ แต่เป็นพิธีกรรมแห่งศรัทธาที่รวมพระพุทธศาสนา ความกตัญญูต่อสายน้ำ ศิลปะพื้นบ้าน ภูมิปัญญางานช่าง ความร่วมมือของชุมชน และอัตลักษณ์ลุ่มน้ำโขงไว้ในงานเดียว ผู้ที่ได้มาเห็นเรือไฟลอยกลางแม่น้ำโขงในคืนออกพรรษาจะเข้าใจว่าความงดงามของประเพณีนี้ไม่ได้อยู่ที่แสงไฟเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่แรงศรัทธา ความทรงจำ และหัวใจของผู้คนที่ร่วมกันรักษาวัฒนธรรมให้สว่างไสวต่อไปทุกปี
 
ชื่อประเพณีประเพณีไหลเรือไฟนครพนม
ชื่อเรียกอื่นลอยเรือไฟ, ล่องเรือไฟ, ปล่อยเรือไฟ, เฮือไฟ
ที่ตั้งบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
ที่อยู่พื้นที่จัดงานหลักถนนสุนทรวิจิตร ลานพนมนาคา ตลาดอินโดจีน และพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000
ไฮไลต์ชมเรือไฟยักษ์จาก 12 อำเภอลอยกลางแม่น้ำโขงในคืนออกพรรษา พร้อมเรือไฟโชว์ เรือไฟโบราณ กระทงสาย การแสดงวัฒนธรรม และบรรยากาศริมโขงยามค่ำคืน
ช่วงเวลาจัดงานวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี
กำหนดการประจำปี 256916 – 27 ตุลาคม 2569 รวม 12 วัน โดยคืนไหลเรือไฟตรงกับวันออกพรรษา วันที่ 26 ตุลาคม 2569
ความสำคัญบูชารอยพระพุทธบาท ณ แม่น้ำนัมมทานที บูชาพระพุทธเจ้า บูชาท้าวผกาพรหม บูชาพระธาตุจุฬามณี ขอขมาพระแม่คงคา ระลึกถึงบุญคุณของแม่น้ำ และเผาความทุกข์ให้ลอยไปกับสายน้ำ
ประวัติ / ที่มาเป็นประเพณีฮีตสิบสองของชาวอีสาน สืบทอดในชุมชนลุ่มน้ำโขงมาแต่โบราณ โดยนครพนมเป็นพื้นที่ที่มีการจัดงานอย่างโดดเด่นและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
ที่มาของชื่อ“ไหล” หมายถึงการเคลื่อนตามกระแสน้ำ ส่วน “เรือไฟ” หรือ “เฮือไฟ” หมายถึงเรือที่ประดับดวงไฟ เมื่อจุดไฟแล้วปล่อยให้ลอยไปตามแม่น้ำ
พิธีกรรมหลักกล่าวคำบูชารอยพระพุทธบาท ตั้งจิตอธิษฐาน จุดไฟบนเรือไฟ และปล่อยเรือให้ไหลไปตามแม่น้ำโขงในยามค่ำคืน
ลักษณะเด่นของเรือไฟเรือไฟโบราณใช้ไม้ไผ่ ต้นกล้วย กาบกล้วย และตะเกียง ส่วนเรือไฟยักษ์ปัจจุบันใช้โครงสร้างขนาดใหญ่ ประดับไฟจำนวนมาก และออกแบบเป็นลวดลายพุทธศิลป์ พญานาค พระธาตุ และสัญลักษณ์มงคล
การเดินทางเดินทางสู่ตัวเมืองนครพนมได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร หรือเครื่องบิน จากท่าอากาศยานนครพนมต่อรถเข้าสู่ถนนสุนทรวิจิตร ลานพนมนาคา ตลาดอินโดจีน และพื้นที่จัดงานริมแม่น้ำโขง
สถานะปัจจุบันยังคงจัดต่อเนื่องเป็นงานประเพณีสำคัญของจังหวัดนครพนมและเป็นเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญของภาคอีสาน
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชมพื้นที่งานหลักริมฝั่งแม่น้ำโขง
สิ่งอำนวยความสะดวกจุดชมเรือไฟ พื้นที่เดินริมโขง ร้านค้า ตลาดพื้นเมือง จุดบริการประชาชน ห้องสุขาชั่วคราว จุดจอดรถ และเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในช่วงงาน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนชมเรือไฟริมฝั่งแม่น้ำโขง, โซนลานพนมนาคาและพญาศรีสัตตนาคราช, โซนถนนคนเดินริมโขง, โซนตลาดอินโดจีน, โซนกิจกรรมกาชาด, โซนเวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรม, โซนซุ้มวิถีคนทำเรือไฟ, โซนประติมากรรมโคมไฟ, โซนจุดจอดรถและบริการประชาชน
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องจังหวัดนครพนม เทศบาลเมืองนครพนม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนทั้ง 12 อำเภอ
เบอร์ติดต่อหลักเทศบาลเมืองนครพนม โทร. 0-4251-2005
เว็บไซต์ / เพจทางการสำนักงานจังหวัดนครพนม, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม, เทศบาลเมืองนครพนม, เพจไหลเรือไฟ นครพนม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พญาศรีสัตตนาคราช ประมาณ 0.1 กม.
2. ลานพนมนาคา ประมาณ 0.1 กม.
3. ตลาดอินโดจีน นครพนม ประมาณ 0.5 กม.
4. หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ประมาณ 0.8 กม.
5. วัดโอกาสศรีบัวบาน ประมาณ 1 กม. โทร. 042-513490
6. พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หลังเก่า ประมาณ 1.2 กม. โทร. 0-4251-1574
ร้านอาหารใกล้เคียง1. สบายดี@นครพนม ประมาณ 0.5 กม. โทร. 042-064200, 091-5699662
2. ระเบียงโขง นครพนม ประมาณ 1 กม. โทร. 092-8655889
3. สวนอาหารวิวโขง ประมาณ 2 กม. โทร. 0-4252-2314
4. Kitchen Khong The River Front ประมาณ 3 กม. โทร. 085-9247898
5. เป๋นปลาเป็น ประมาณ 4 กม. โทร. 081-1197663
ที่พักใกล้เคียง1. Landmark Nakhon Phanom Hotel ประมาณ 0.3 กม. โทร. 091-7403001
2. นอน นคร Hotel & Bistro ประมาณ 0.7 กม. โทร. 064-7894645
3. ที่พักริมโขงปันสุข ประมาณ 1 กม. โทร. 042-511035, 081-4494665
4. โขงภูหมอก โฮมเทล ประมาณ 2 กม. โทร. 042-513323, 062-1951828
5. The Square Hotel Nakhon Phanom ประมาณ 2 กม. โทร. 081-2611011
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีไหลเรือไฟจัดขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ประเพณีไหลเรือไฟจัดขึ้นช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี โดยงานประจำปี 2569 ที่จังหวัดนครพนมจัดระหว่างวันที่ 16 – 27 ตุลาคม 2569 และคืนไหลเรือไฟตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569
 
ถาม: ประเพณีไหลเรือไฟมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ประเพณีนี้มีความสำคัญในฐานะพิธีพุทธบูชา บูชารอยพระพุทธบาท บูชาพระพุทธเจ้า ขอขมาแม่น้ำ ระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา และใช้ไฟเป็นสัญลักษณ์เผาความทุกข์ให้ลอยไปกับสายน้ำ
 
ถาม: ชมไหลเรือไฟนครพนมที่ไหนดีที่สุด?
ตอบ: จุดชมหลักอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ลานพนมนาคา พญาศรีสัตตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร ตลาดอินโดจีน และแนวริมโขงที่จังหวัดจัดให้ชมงาน
 
ถาม: งานไหลเรือไฟนครพนมเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ชมงานหลักริมฝั่งแม่น้ำโขงไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศ ถ่ายภาพ และรอชมเรือไฟได้ตามพื้นที่ที่จัดไว้
 
ถาม: เรือไฟในอดีตกับเรือไฟปัจจุบันต่างกันอย่างไร?
ตอบ: เรือไฟในอดีตทำจากไม้ไผ่ ต้นกล้วย กาบกล้วย และตะเกียง มีขนาดเล็กและเน้นพิธีกรรมชุมชน ส่วนเรือไฟปัจจุบันพัฒนาเป็นเรือไฟยักษ์ ใช้โครงสร้างขนาดใหญ่ ประดับไฟจำนวนมาก และออกแบบลวดลายวิจิตรเพื่อให้ชมได้อย่างงดงามกลางแม่น้ำโขง
 
ถาม: ไปชมไหลเรือไฟควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรจองที่พักล่วงหน้า เดินทางถึงพื้นที่ก่อนช่วงค่ำ เลือกจุดชมเรือไฟไว้ล่วงหน้า สวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม กล้องถ่ายภาพ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย
 
ถาม: ประเพณีไหลเรือไฟเกี่ยวข้องกับแม่น้ำโขงอย่างไร?
ตอบ: แม่น้ำโขงเป็นทั้งพื้นที่ประกอบพิธี แหล่งหล่อเลี้ยงชีวิต และสัญลักษณ์ของความผูกพันของคนลุ่มน้ำโขง การลอยเรือไฟเป็นการขอขมาและแสดงความกตัญญูต่อแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนมาอย่างยาวนาน
 
ถาม: เที่ยวไหลเรือไฟแล้วควรไปที่ไหนต่อในนครพนม?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่พญาศรีสัตตนาคราช ลานพนมนาคา ตลาดอินโดจีน หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ วัดโอกาสศรีบัวบาน และพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่าได้ในเส้นทางเดียวกัน

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีกลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(10)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)
เมนูอาหารอีสาน, สูตรอาหารอีสาน เมนูอาหารอีสาน, สูตรอาหารอีสาน(1)