หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.พยัคฆภูมิพิสัย >ต.ลานสะแก > ประเพณีบุญบั้งไฟ
TL;DR: ประเพณีบุญบั้งไฟ อยู่ที่วัดอุทัยทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 เปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดมหาสารคามจัดเป็นงานประจำปีในช่วงเดือน 6 ตามฮีตสิบสอง เวลา พื้นที่วัดอุทัยทิศและพื้นที่สาธารณะในเขตเมืองเปิดให้เข้าชมตามปกติ.

มหาสารคาม

ประเพณีบุญบั้งไฟ

ประเพณีบุญบั้งไฟ

วันเปิดทำการ: งานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดมหาสารคามจัดเป็นงานประจำปีในช่วงเดือน 6 ตามฮีตสิบสอง หรือประมาณเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี โดยปี 2569 เทศบาลเมืองมหาสารคามจัดงานวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ณ วัดอุทัยทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
เวลาเปิดทำการ: พื้นที่วัดอุทัยทิศและพื้นที่สาธารณะในเขตเมืองเปิดให้เข้าชมตามปกติ ส่วนกิจกรรมงานประเพณีประจำปี 2569 เริ่มประมาณเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป และกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดให้ยึดตามประกาศของหน่วยงานผู้จัดงานประจำปีนั้น
 
ประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดมหาสารคาม เป็นประเพณีไทยภาคอีสานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับฟ้า ฝน ดิน ข้าว และชุมชนได้อย่างชัดเจน เป็นงานบุญสำคัญในฮีตสิบสองของชาวอีสาน นิยมจัดในช่วงเดือน 6 ก่อนฤดูทำนา เพื่อบูชาพญาแถน ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล สร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกร และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ในวิถีชีวิตของคนมหาสารคาม งานบุญบั้งไฟไม่ได้เป็นเพียงการจุดบั้งไฟขึ้นฟ้า แต่เป็นพิธีกรรมที่รวมเอาความเชื่อพื้นบ้าน พระพุทธศาสนา ตำนานพญาคันคาก การละเล่นพื้นเมือง ขบวนแห่ การฟ้อนรำ ดนตรีอีสาน และความร่วมมือของชุมชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา
 
จังหวัดมหาสารคามเป็นพื้นที่อีสานตอนกลางที่มีรากวัฒนธรรมเกษตรกรรมเข้มแข็ง ชีวิตของผู้คนผูกพันกับฤดูกาล น้ำฝน ทุ่งนา และการทำมาหากินในชุมชน เมื่อถึงช่วงก่อนฤดูฝน ชาวบ้านจึงร่วมกันจัดงานบุญบั้งไฟเพื่อแสดงความเคารพต่ออำนาจธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติพื้นบ้าน บั้งไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเปรียบเหมือนสารของมนุษย์ที่ส่งไปถึงพญาแถน เทพแห่งฝนตามความเชื่ออีสาน เพื่อขอให้ฝนตกลงมาอย่างพอดี ให้ดินชุ่ม ให้ข้าวกล้าเจริญงอกงาม และให้ชุมชนเริ่มต้นฤดูเพาะปลูกด้วยความหวัง
 
ความสำคัญของประเพณีบุญบั้งไฟในจังหวัดมหาสารคามจึงอยู่ที่การรักษาความเชื่อดั้งเดิมควบคู่กับการสร้างความสามัคคีในชุมชน งานนี้เป็นพื้นที่ที่คนหลายวัยได้มีส่วนร่วม เด็กและเยาวชนร่วมขบวนฟ้อนรำ คนหนุ่มสาวช่วยจัดรถขบวนและฝึกซ้อมการแสดง ผู้ใหญ่ดูแลการเตรียมงานและระบบชุมชน ผู้เฒ่าผู้แก่ถ่ายทอดตำนาน ความหมาย และขั้นตอนประเพณี ส่วนวัดและหน่วยงานท้องถิ่นเป็นพื้นที่กลางในการจัดกิจกรรม การรวมตัวเช่นนี้ทำให้บุญบั้งไฟเป็นมากกว่างานรื่นเริง แต่เป็นกลไกทางวัฒนธรรมที่ช่วยผูกคนทั้งชุมชนไว้ด้วยกัน
 
ในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม งานบุญบั้งไฟมีความเกี่ยวข้องอย่างเด่นชัดกับชุมชนเก่าแก่และวัดสำคัญของเมือง โดยเฉพาะวัดอุทัยทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม ซึ่งเป็นวัดสำคัญในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามและมีประวัติผูกพันกับเมืองมหาสารคามมายาวนาน วัดอุทัยทิศเป็นพื้นที่ที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมชุมชนหลายวาระ และในปี 2569 เทศบาลเมืองมหาสารคามกำหนดจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ณ วัดอุทัยทิศ ทำให้พื้นที่วัดแห่งนี้เป็นแกนกลางของการนำเสนอประเพณีในบริบทเมืองมหาสารคาม
 
รูปแบบงานบุญบั้งไฟในจังหวัดมหาสารคามมีลักษณะยืดหยุ่นตามแต่ละพื้นที่ บางแห่งเน้นขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม บางแห่งมีการประกวดบั้งไฟ บางแห่งมีการแสดงผาแดง-นางไอ่ การเซิ้งบั้งไฟ การประกวดขบวนฟ้อนรำ และบางแห่งจัดการแข่งขันจุดบั้งไฟตามพื้นที่ที่เหมาะสมและมาตรการความปลอดภัยของท้องถิ่น ในอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ปี 2569 มีการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคม 2569 พร้อมพิธีบวงสรวงศาลเจ้าเมืองพยัคฆภูมิพิสัย ขบวนแห่บั้งไฟ การประกวดบั้งไฟสวยงาม การประกวดผาแดง-นางไอ่ และการแข่งขันจุดบั้งไฟตามประเพณี ส่วนตำบลบ่อใหญ่ อำเภอบรบือ มีการจัดขบวนแห่บั้งไฟสวยงามและวันจุดบั้งไฟในเดือนมิถุนายน สะท้อนว่าบุญบั้งไฟเป็นประเพณีที่ยังมีชีวิตอยู่ในหลายชุมชนของมหาสารคาม
 
ตำนานที่อยู่เบื้องหลังประเพณีบุญบั้งไฟคือเรื่องพญาคันคากกับพญาแถน ตำนานเล่าว่าเมื่อโลกมนุษย์เกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตก ผู้คนและสัตว์ทั้งหลายได้รับความเดือดร้อน พญาคันคากจึงนำเหล่าสัตว์ขึ้นไปรบกับพญาแถนบนสวรรค์ เมื่อพญาแถนพ่ายแพ้จึงยอมให้ฝนตกตามฤดูกาล โดยมีเงื่อนไขว่ามนุษย์ต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปเตือนและบูชาในช่วงก่อนฤดูฝนทุกปี ตำนานนี้ทำให้บั้งไฟกลายเป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารระหว่างโลกมนุษย์กับฟ้า เป็นเครื่องหมายของการขอฝน และเป็นภาพแทนความหวังของชุมชนเกษตรกรรม
 
การทำบั้งไฟเป็นภูมิปัญญาช่างพื้นบ้านที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความรับผิดชอบ บั้งไฟหนึ่งบั้งไม่ได้เกิดจากการประกอบวัสดุอย่างง่ายเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงขนาด โครงสร้าง หางบั้งไฟ สมดุล น้ำหนัก แรงส่ง ทิศทาง และความปลอดภัย ช่างบั้งไฟจึงเป็นบุคคลสำคัญของงาน เพราะต้องเข้าใจทั้งประเพณีและหลักช่าง การทำบั้งไฟในอดีตใช้วัสดุพื้นบ้านและความรู้ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ส่วนในปัจจุบันการจัดงานต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบและมาตรการความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้ประเพณีดำเนินต่อได้โดยไม่สร้างอันตรายแก่ผู้ร่วมงาน
 
บั้งไฟในงานประเพณีมีหลายลักษณะ บั้งไฟเอ้หรือบั้งไฟสวยงามเน้นการตกแต่งอย่างประณีต ใช้ในขบวนแห่เพื่อแสดงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของชุมชน บั้งไฟขึ้นสูงเน้นสมรรถนะในการทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและมักใช้ในพื้นที่ที่มีการจัดการแข่งขัน ส่วนบั้งไฟแฟนซีหรือบั้งไฟเชิงสร้างสรรค์เน้นรูปแบบแปลกใหม่ สีสัน และความสนุกในการนำเสนอ ในบริบทของมหาสารคาม ขบวนแห่บั้งไฟและการเซิ้งบั้งไฟเป็นภาพที่เห็นได้ชัด เพราะชุมชนต่าง ๆ ใช้โอกาสนี้ในการอวดฝีมือด้านศิลปะพื้นบ้าน ดนตรี การรำ และการตกแต่งขบวน
 
ขบวนแห่บุญบั้งไฟเป็นช่วงที่สะท้อนความงามของวัฒนธรรมอีสานได้อย่างชัดเจน รถขบวนมักตกแต่งด้วยลวดลายไทย ลายพื้นบ้าน ลายพญานาค ลายพญาแถน ลายพญาคันคาก และสัญลักษณ์มงคลต่าง ๆ ผู้ร่วมขบวนแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองหรือชุดการแสดงสีสันสดใส มีเสียงกลอง เสียงแคน เสียงโหวด และจังหวะเซิ้งที่ทำให้บรรยากาศคึกคัก การแห่บั้งไฟจึงเป็นทั้งพิธีกรรมและการแสดงศิลปะกลางแจ้งที่ทำให้ผู้ชมเห็นความสามารถของคนในชุมชนอย่างเต็มตา
 
การเซิ้งบั้งไฟเป็นหัวใจหนึ่งของงาน เพราะเป็นการฟ้อนรำที่มีจังหวะสนุกสนานและสัมพันธ์กับคำร้องพื้นบ้าน เนื้อหาของการเซิ้งอาจกล่าวถึงการขอฝน การยกย่องพญาแถน การหยอกล้อกันในชุมชน การเชิญชวนผู้คนมาร่วมบุญ หรือการเล่าเรื่องร่วมสมัยอย่างมีอารมณ์ขัน เสียงเซิ้งและท่ารำช่วยให้ประเพณีมีชีวิต ไม่แข็งตัวอยู่ในพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้หัวเราะ ร้อง เล่น และร่วมกันสร้างความสุขก่อนเข้าสู่ฤดูกาลทำงานหนักในไร่นา
 
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่มักพบในงานบุญบั้งไฟคือการเล่าเรื่องผาแดง-นางไอ่ ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านที่สัมพันธ์กับโลกทัศน์อีสานและความเชื่อเรื่องพญานาค เรื่องเล่านี้ช่วยเพิ่มมิติทางวรรณกรรมให้กับงานประเพณี ขบวนแห่หรือการประกวดตัวละครผาแดง-นางไอ่ทำให้ตำนานพื้นบ้านยังคงปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เด็กและเยาวชนได้เห็นเรื่องเล่าท้องถิ่นผ่านการแต่งกาย การแสดง และขบวนรถ ไม่ใช่เพียงได้ยินจากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่เท่านั้น
 
ในแง่พระพุทธศาสนา คำว่า “บุญ” ในบุญบั้งไฟสะท้อนการทำความดีและการสร้างกุศลของชุมชน ก่อนจะมีความสนุกสนานของขบวนแห่และการจุดบั้งไฟ หลายพื้นที่เริ่มต้นด้วยการทำบุญที่วัด ฟังเทศน์ ถวายภัตตาหาร หรือประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล งานบุญบั้งไฟจึงไม่ได้แยกจากวัดและพระพุทธศาสนา แต่ผสมผสานพุทธศาสนากับความเชื่อพื้นบ้านอย่างกลมกลืน ลักษณะนี้เป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมอีสานที่สามารถรักษาทั้งศรัทธาทางศาสนาและความเชื่อท้องถิ่นไว้ในประเพณีเดียวกัน
 
สำหรับเทศบาลเมืองมหาสารคาม งานบุญบั้งไฟยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยสืบสานประวัติศาสตร์ชุมชนเมือง โดยปี 2568 มีการจัดงานภายใต้แนวคิด “160 ปี เมืองมหาสารคาม ตำนานกุดนางใย ม่วนชื่นบุญบั้งไฟคุ้มอุทัยทิศ” ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม แนวคิดนี้เชื่อมประเพณีบุญบั้งไฟเข้ากับเรื่องเล่าท้องถิ่นและชุมชนอุทัยทิศ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ในเขตเมือง ทำให้งานไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลประจำปี แต่เป็นเวทีที่เมืองใช้เล่าความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และตัวตนของตนเองต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว
 
วัดอุทัยทิศมีบทบาทสำคัญในฐานะวัดเก่าแก่ของเมืองมหาสารคาม แผนส่งเสริมการท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองมหาสารคามระบุว่าวัดอุทัยทิศเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเขตเทศบาลเมือง และมีประวัติเกี่ยวข้องกับท้าวมหาชัยหรือพระเจริญราชเดชผู้สร้างเมืองมหาสารคาม พื้นที่วัดจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ทำบุญ แต่เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของเมือง เมื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานบุญบั้งไฟ จึงช่วยเชื่อมความหมายระหว่างงานบุญเดือน 6 กับรากประวัติศาสตร์เมืองมหาสารคามได้อย่างชัดเจน
 
ในวันที่มีงาน นักท่องเที่ยวควรเริ่มจากการชมพื้นที่วัดอุทัยทิศและบริเวณชุมชนอุทัยทิศ เพื่อเข้าใจบริบทของงาน จากนั้นจึงชมพิธีเปิด ขบวนแห่ การรำเซิ้ง การแสดงพื้นบ้าน และกิจกรรมชุมชนตามกำหนดการ หากปีใดมีการจัดประกวดหรือกิจกรรมเสริมในสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม ควรวางแผนเดินทางระหว่างจุดกิจกรรมล่วงหน้า เพราะพื้นที่อยู่ในเขตเมืองและอาจมีการจัดระเบียบการจราจรในวันงาน
 
การเดินทางมายังงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดมหาสารคามสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารเข้าสู่ตัวเมืองมหาสารคาม หากใช้รถโดยสารสามารถลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมหาสารคาม แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างไปยังวัดอุทัยทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม ผู้ที่เดินทางจากจังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ หรือยโสธรสามารถใช้เส้นทางเชื่อมเข้าสู่ตัวเมืองมหาสารคามได้สะดวก ส่วนผู้ที่เดินทางจากต่างจังหวัดไกลอาจเลือกลงสนามบินขอนแก่นหรือร้อยเอ็ดแล้วต่อรถเข้าสู่มหาสารคาม
 
นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวให้เหมาะกับงานกลางแจ้งในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน ซึ่งมักมีอากาศร้อนและอาจมีฝน ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก ร่ม หรือเสื้อกันฝน เลือกรองเท้าที่เดินสะดวก และติดตามประกาศจากหน่วยงานผู้จัดงานก่อนเดินทาง เพราะวัน เวลา เส้นทางขบวน และรูปแบบกิจกรรมอาจเปลี่ยนตามสภาพอากาศและมาตรการความปลอดภัย หากมีการจุดบั้งไฟ ควรชมจากพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดเท่านั้น ไม่เข้าใกล้ฐานจุดบั้งไฟหรือพื้นที่หวงห้าม
 
โซนที่ควรให้ความสำคัญในงานบุญบั้งไฟมหาสารคาม ได้แก่ โซนวัดอุทัยทิศซึ่งเป็นพื้นที่ทำบุญและกิจกรรมหลักของปี 2569 โซนชุมชนอุทัยทิศซึ่งสะท้อนรากวัฒนธรรมเมือง โซนสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคามที่เคยใช้เป็นพื้นที่จัดงานใหญ่ของเทศบาลเมือง โซนขบวนแห่หรือเส้นทางกลางเมืองตามประกาศประจำปี โซนร้านค้าและอาหารพื้นเมือง โซนเวทีการแสดง และโซนบริการประชาชน การรู้ตำแหน่งโซนเหล่านี้ช่วยให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินชมงานได้ดีขึ้น
 
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้พื้นที่งานในตัวเมืองมหาสารคามมีหลายแห่งที่สามารถจัดรวมในทริปเดียวได้ เช่น หอนาฬิกา พระประธานกันทรวิชัย ศาลหลักเมืองมหาสารคาม ตลาดโต้รุ่ง คลองสมถวิล สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติฯ และพิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม ทั้งหมดอยู่ในเขตเทศบาลเมืองหรือใกล้เคียง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาท่องเที่ยวในเมืองก่อนหรือหลังชมงานบุญบั้งไฟ หากมีเวลาเพิ่มสามารถเดินทางไปวัดป่าวังน้ำเย็น แก่งเลิงจาน หรือสะพานไม้แกดำ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเด่นของจังหวัดได้
 
อาหารในช่วงงานบุญบั้งไฟเป็นอีกเสน่ห์สำคัญของการเที่ยวมหาสารคาม นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองอาหารอีสาน เมนูแจ่วฮ้อน ส้มตำ ลาบ ก้อย ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ขนมพื้นบ้าน และอาหารในตลาดชุมชน ร้านอาหารในตัวเมืองมหาสารคามมีทั้งร้านอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารอีสาน ร้านคาเฟ่ และร้านอาหารสำหรับครอบครัว ในช่วงเทศกาลควรเผื่อเวลารอคิว โดยเฉพาะร้านยอดนิยมและร้านใกล้เขตเมือง
 
ด้านที่พัก ตัวเมืองมหาสารคามมีโรงแรมและที่พักหลายระดับ ตั้งแต่โรงแรมในเมือง อพาร์ตเมนต์รายวัน รีสอร์ท ไปจนถึงที่พักใกล้มหาวิทยาลัยและชุมชนเมือง หากต้องการเดินทางสะดวกควรเลือกที่พักในเขตตำบลตลาดหรือบริเวณใกล้ตัวเมือง เพราะสามารถเดินทางไปวัดอุทัยทิศ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม ตลาดโต้รุ่ง และสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองได้ไม่ไกล ในช่วงงานประเพณีควรจองล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจ
 
ข้อควรปฏิบัติในการร่วมงานคือควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่วัด เคารพขบวนและผู้ร่วมพิธี ไม่ขวางทางขบวนแห่ ไม่สัมผัสบั้งไฟหรืออุปกรณ์งานช่างโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ทิ้งขยะในพื้นที่งาน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หากถ่ายภาพบุคคลในขบวนควรรักษามารยาท โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน หรือผู้สูงอายุในชุมชน เพราะงานบุญบั้งไฟเป็นพื้นที่วัฒนธรรมของคนท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงฉากถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว
 
เมื่อมองในเชิงสัญลักษณ์ บั้งไฟคือภาพแทนของความหวังที่มนุษย์ส่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงบั้งไฟคือเสียงประกาศว่าชุมชนพร้อมเข้าสู่ฤดูฝนและฤดูทำนา เปลวไฟคือพลังใจของผู้คน ขบวนแห่คือความสามัคคีของชุมชน ส่วนการทำบุญคือการตั้งต้นชีวิตด้วยความดี ประเพณีบุญบั้งไฟจึงสอนให้เห็นว่าชีวิตมนุษย์พึ่งพาธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพคือรากฐานของวัฒนธรรมเกษตรกรรมอีสาน
 
ประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดมหาสารคาม จึงเป็นงานที่ควรค่าแก่การชมสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจวัฒนธรรมอีสานอย่างแท้จริง เพราะงานนี้รวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความสนุกสนาน ความรู้ทางช่าง ความงามของการแสดงพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์เมือง และชีวิตของชุมชนไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ที่ได้มาเยือนจะเห็นว่า มหาสารคามไม่ได้มีเพียงภาพของเมืองการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่รักษาประเพณีชุมชนอีสานไว้อย่างมีชีวิต มีเสียงแคน มีจังหวะเซิ้ง มีศรัทธาต่อพญาแถน และมีความหวังต่อฝนฟ้าที่หล่อเลี้ยงแผ่นดิน
 
สรุปแล้ว บุญบั้งไฟมหาสารคามเป็นประเพณีที่เชื่อมฟ้า ฝน ดิน ข้าว และคนเข้าด้วยกันอย่างงดงาม งานในเขตเมืองมหาสารคามที่วัดอุทัยทิศช่วยให้เห็นมิติของชุมชนเมืองและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ส่วนงานในอำเภออื่น เช่น พยัคฆภูมิพิสัยและบรบือ แสดงให้เห็นว่าประเพณีนี้ยังคงมีพลังในระดับหมู่บ้านและตำบล นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประเพณีไทยภาคอีสานแบบลึกซึ้งควรเดินทางมาชมบุญบั้งไฟจังหวัดมหาสารคามสักครั้ง เพื่อเห็นความงามของงานบุญที่ยังหายใจอยู่ในชีวิตจริงของผู้คน
 
ชื่อประเพณีประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดมหาสารคาม
ชื่อเรียกอื่นบุญเดือน 6, งานบุญบั้งไฟ, Bun Bang Fai, Rocket Festival
ที่ตั้งพื้นที่หลักวัดอุทัยทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และพื้นที่จัดงานของชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดมหาสารคาม
ที่อยู่วัดอุทัยทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000
พิกัด16.17611, 103.31700
ไฮไลต์ขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม การเซิ้งบั้งไฟ ดนตรีพื้นเมือง การแสดงผาแดง-นางไอ่ การทำบุญชุมชน การประกวดขบวน และกิจกรรมสืบสานฮีตคองอีสาน
ช่วงเวลาจัดงานช่วงเดือน 6 ตามฮีตสิบสอง หรือประมาณเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนและฤดูทำนา
กำหนดการตัวอย่างปี 2569เทศบาลเมืองมหาสารคามจัดงานวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ณ วัดอุทัยทิศ เริ่มกิจกรรมประมาณ 13.00 น. เป็นต้นไป ส่วนอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยจัดงานวันที่ 9 – 11 พฤษภาคม 2569 และตำบลบ่อใหญ่ อำเภอบรบือ จัดกิจกรรมแห่และจุดบั้งไฟในเดือนมิถุนายน 2569
ความสำคัญเป็นประเพณีขอฝน บูชาพญาแถน สร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกร สืบสานฮีตสิบสอง และสร้างความสามัคคีของชุมชนอีสาน
ประวัติ / ที่มาสืบเนื่องจากคติฮีตสิบสองของชาวอีสานและตำนานพญาคันคากกับพญาแถน โดยเชื่อว่าการจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นการบอกกล่าวและขอฝนจากพญาแถนก่อนฤดูเพาะปลูก
ที่มาของชื่อ“บั้งไฟ” หมายถึงจรวดพื้นบ้านที่ทำขึ้นเพื่อจุดขึ้นฟ้า ส่วน “บุญบั้งไฟ” หมายถึงงานบุญที่ใช้บั้งไฟเป็นสัญลักษณ์ในการบูชาพญาแถนและขอฝน
ลักษณะเด่นผสมผสานพิธีทำบุญที่วัด ความเชื่อเรื่องฟ้าฝน ขบวนแห่บั้งไฟ การรำเซิ้ง ดนตรีพื้นบ้าน ตำนานผาแดง-นางไอ่ และการมีส่วนร่วมของชุมชน
การเดินทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมหาสารคามต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างเข้าสู่วัดอุทัยทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้เส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองมหาสารคามแล้วไปยังถนนนครสวรรค์และย่านชุมชนอุทัยทิศ
สถานะปัจจุบันยังคงจัดเป็นงานประเพณีประจำปีในหลายพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคาม โดยมีทั้งระดับชุมชน เทศบาล ตำบล และอำเภอ
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับพื้นที่งานประเพณีทั่วไป
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่วัด พื้นที่ชมกิจกรรม เวทีชุมชน ร้านค้าอาหารพื้นเมือง จุดบริการประชาชน ห้องสุขา พื้นที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในช่วงงาน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนวัดอุทัยทิศ, โซนชุมชนอุทัยทิศ, โซนสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม, โซนขบวนแห่กลางเมืองตามประกาศประจำปี, โซนการแสดงพื้นบ้าน, โซนร้านค้าและอาหารพื้นเมือง, โซนบริการประชาชน, โซนจุดจอดรถ
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องจังหวัดมหาสารคาม เทศบาลเมืองมหาสารคาม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม หน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละอำเภอ วัดอุทัยทิศ และชุมชนผู้จัดงานในพื้นที่
เจ้าอาวาสวัดอุทัยทิศพระครูสิริสารโกวิท
เบอร์ติดต่อหลักเทศบาลเมืองมหาสารคาม โทร. 043-725573-8, วัดอุทัยทิศ โทร. 043-777561
เว็บไซต์ / เพจทางการเทศบาลเมืองมหาสารคาม, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หอนาฬิกาเมืองมหาสารคาม ประมาณ 0.7 กม.
2. ตลาดโต้รุ่งมหาสารคาม ประมาณ 1 กม.
3. ศาลหลักเมืองมหาสารคาม ประมาณ 1 กม.
4. พระประธานกันทรวิชัย ประมาณ 1.5 กม.
5. คลองสมถวิล ประมาณ 1.5 กม.
6. สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติฯ ประมาณ 2 กม.
7. พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ตลาดโต้รุ่งมหาสารคาม ประมาณ 1 กม.
2. แจ่วฮ้อนท่าขอนยาง ประมาณ 12 กม. โทร. 095-6636969, 098-6632826, 085-1175511
3. สวนอาหารฟาร์มสุขคาเฟ่ ประมาณ 8 กม. โทร. 064-9966414
4. สวนอาหารแจ่วฮ้อน ตำบลห้วยแอ่ง ประมาณ 10 กม. โทร. 089-0109097
5. ตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 2 กม.
6. ร้านอาหารย่านตัวเมืองมหาสารคาม ประมาณ 1 – 3 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. วิชยา เพลส ประมาณ 1 กม. โทร. 043-712355, 093-4250808
2. Your Place Hotel Mahasarakham ประมาณ 3 กม. โทร. 082-0188242, 043-710888
3. Top Inn Hotel Mahasarakham ประมาณ 3 กม. โทร. 062-5455622, 043-711979
4. เกษรา โฮเทล ประมาณ 3 กม. โทร. 083-4004040, 081-9545999
5. โรงแรมตักสิลา ประมาณ 2 กม.
6. เดอบัว มหาสารคาม ประมาณ 3 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดมหาสารคามจัดขึ้นช่วงไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปจัดในช่วงเดือน 6 ตามฮีตสิบสอง หรือประมาณเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนและฤดูทำนา โดยปี 2569 เทศบาลเมืองมหาสารคามจัดงานวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ณ วัดอุทัยทิศ
 
ถาม: งานบุญบั้งไฟมหาสารคามจัดที่ไหน?
ตอบ: พื้นที่หลักในเขตเมืองมหาสารคามคือวัดอุทัยทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม และบางปีมีการจัดกิจกรรมที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม รวมทั้งมีงานบุญบั้งไฟในอำเภออื่นของจังหวัด เช่น พยัคฆภูมิพิสัยและบรบือ
 
ถาม: บุญบั้งไฟมหาสารคามมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นประเพณีขอฝนและบูชาพญาแถนก่อนฤดูทำนา สะท้อนวิถีเกษตรกรรม ความเชื่อเรื่องฟ้าฝน ตำนานพญาคันคาก และความสามัคคีของชุมชนอีสาน
 
ถาม: งานบุญบั้งไฟมหาสารคามมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมทำบุญที่วัด ขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม การเซิ้งบั้งไฟ การแสดงพื้นบ้าน การประกวดขบวน การเล่าเรื่องผาแดง-นางไอ่ และในบางพื้นที่มีการแข่งขันจุดบั้งไฟตามมาตรการความปลอดภัยของท้องถิ่น
 
ถาม: งานบุญบั้งไฟมหาสารคามเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่งานประเพณีทั่วไปไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมขบวนและกิจกรรมชุมชนได้ตามพื้นที่ที่ผู้จัดงานกำหนด
 
ถาม: ถ้าไปเที่ยวงานบุญบั้งไฟมหาสารคามควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรตรวจสอบกำหนดการประจำปีก่อนเดินทาง เตรียมน้ำดื่ม หมวก ร่มหรือเสื้อกันฝน สวมรองเท้าที่เดินสะดวก และหากมีการจุดบั้งไฟต้องชมจากพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดเท่านั้น
 
ถาม: วัดอุทัยทิศเกี่ยวข้องกับงานบุญบั้งไฟอย่างไร?
ตอบ: วัดอุทัยทิศเป็นวัดสำคัญในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามและเป็นพื้นที่จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟของเทศบาลเมืองมหาสารคามในปี 2569 จึงเป็นจุดหลักสำหรับบทความนี้
 
ถาม: เที่ยวงานบุญบั้งไฟแล้วควรไปที่ไหนต่อในตัวเมืองมหาสารคาม?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่หอนาฬิกาเมืองมหาสารคาม ตลาดโต้รุ่ง ศาลหลักเมือง พระประธานกันทรวิชัย คลองสมถวิล สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติฯ และพิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคามได้ในเส้นทางเดียวกัน

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีกลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(10)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)
เมนูอาหารอีสาน, สูตรอาหารอีสาน เมนูอาหารอีสาน, สูตรอาหารอีสาน(1)