หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.เมืองมหาสารคาม >ต.เกิ้ง > อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย
TL;DR: อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย อยู่ที่บ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

มหาสารคาม

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เชิงชนบทที่ตั้งอยู่ในบ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมหาสารคามและเดินทางได้สะดวกตามเส้นทางมหาสารคาม-มุกดาหาร จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือเวิ้งน้ำธรรมชาติที่เกิดจากลำน้ำชีเดิมซึ่งเปลี่ยนทางเดินจนกลายเป็นกุดหรือคุ้งน้ำโค้งขนาดใหญ่ มีฝูงปลาน้ำจืดจำนวนมากอาศัยอยู่รวมกัน โดยเฉพาะปลาเผาะหรือปลาตระกูลปลาเนื้ออ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายกลายเป็นแหล่งเรียนรู้พันธุ์ปลา แหล่งพักผ่อนริมน้ำ และพื้นที่อนุรักษ์ที่เชื่อมโยงชุมชน วัด วิถีชีวิต และธรรมชาติไว้อย่างใกล้ชิด
 
เสน่ห์ของอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายไม่ได้อยู่เพียงการได้เห็นปลาจำนวนมากเท่านั้น แต่อยู่ที่การได้เห็นวิธีที่ชาวบ้านร่วมกันดูแลแหล่งน้ำและพันธุ์ปลาให้กลายเป็นทรัพยากรส่วนรวมของชุมชน พื้นที่นี้เป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวที่เกิดจากความร่วมมือของคนในหมู่บ้าน โดยใช้แนวคิดอนุรักษ์นำการพัฒนา ไม่เน้นการใช้ทรัพยากรแบบสิ้นเปลือง แต่เน้นการรักษาปลา รักษาน้ำ และรักษาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจธรรมชาติของภาคอีสาน
 
คำว่า “โขงกุดหวาย” มีความหมายเชื่อมโยงกับภูมิประเทศของหมู่บ้าน คำว่า “โขง” หมายถึงลักษณะน้ำที่คดโค้งไปตามลำน้ำชี ส่วนคำว่า “กุดหวาย” หมายถึงแหล่งน้ำที่เคยมีต้นหวายขึ้นโดยรอบอย่างหนาแน่น ชื่อบ้านโขงกุดหวายจึงสะท้อนภูมินิเวศของชุมชนที่ผูกพันกับแม่น้ำชีมาอย่างยาวนาน พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่แหล่งน้ำที่เกิดขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แต่เป็นภูมิทัศน์ธรรมชาติที่คนในชุมชนรู้จัก ใช้ประโยชน์ และดูแลต่อเนื่องจนกลายเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดมหาสารคาม
 
บริเวณอุทยานตั้งอยู่ในกุดหวาย ซึ่งเป็นทางน้ำเก่าที่แม่น้ำชีเปลี่ยนทางเดินเป็นเวลานาน ลักษณะเป็นคุ้งน้ำโค้งคล้ายรูปเกือกม้า มีความกว้างและความลึกพอเหมาะต่อการเป็นแหล่งอาศัยของปลา ช่วงที่น้ำหลากจากแม่น้ำชีเคยไหลทะลักเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ฝูงปลาจากลำน้ำธรรมชาติและปลาเลี้ยงจากแหล่งน้ำโดยรอบเข้ามารวมกันในกุดหวายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านเห็นความสำคัญของปรากฏการณ์นี้จึงร่วมกันอนุรักษ์ ไม่จับปลาในพื้นที่ และช่วยกันพัฒนาให้เป็นอุทยานมัจฉาเพื่อให้ผู้คนได้มาเที่ยวชมและศึกษา
 
จุดเด่นสำคัญของอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายคือฝูงปลาขนาดใหญ่ที่มารวมตัวกันบริเวณท่าน้ำและสะพานให้อาหารปลา นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นปลาว่ายขึ้นมารับอาหารจากผิวน้ำอย่างใกล้ชิด ภาพปลาจำนวนมากที่ว่ายวนอยู่ในคุ้งน้ำเป็นภาพที่สร้างความประทับใจได้ง่าย โดยเฉพาะสำหรับเด็กและผู้ที่สนใจสัตว์น้ำจืด เพราะได้เห็นพฤติกรรมของปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติที่แตกต่างจากการชมปลาในตู้กระจกหรือบ่อเลี้ยงทั่วไป
 
ปลาเผาะเป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงมากเมื่อพูดถึงอุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย ชาวอีสานบางพื้นที่เรียกปลาชนิดนี้ในชื่ออื่น เช่น ปลาซวยหรือปลาวัง ปลาเผาะเป็นปลากลุ่มปลาเนื้ออ่อนที่มีความเชื่อมโยงกับลุ่มน้ำโขงและลำน้ำสาขา การที่ปลากลุ่มนี้เข้ามารวมกับปลาน้ำจืดชนิดอื่นในกุดหวาย ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความโดดเด่นด้านชีวภาพและเรื่องเล่าท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้มาเพียงให้อาหารปลา แต่ยังได้เรียนรู้ว่าแม่น้ำ ลำชี กุด หนอง และระบบน้ำธรรมชาติของอีสานมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
 
ในแง่ประวัติชุมชน บ้านโขงกุดหวายมีความสำคัญเพราะเป็นชุมชนที่มีการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมหมู่บ้านและได้รับการแต่งตั้งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งแรกของประเทศไทยในปี 2540 การอนุรักษ์พันธุ์ปลาในกุดหวายเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ชาวบ้านแบ่งบทบาทกันดูแลพื้นที่ สืบสานภูมิปัญญา และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยยึดความสามัคคีเป็นฐาน อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายจึงเป็นมากกว่าสถานที่ชมปลา เพราะเป็นภาพแทนของชุมชนที่ใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นพลังในการดูแลทรัพยากร
 
พื้นที่ของอุทยานยังเชื่อมโยงกับวัดพิทักษ์สามัคคีโพธิ์ศรี 2 ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชนโดยรอบ เดิมบริเวณเนินกลางกุดมีหญ้าคาและหญ้าแฝกขึ้นงาม จึงมีเรื่องเล่าว่าพระครูพิทักษ์โกสุมพิสัย หรือญาครูโม่ง เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีในอดีต ได้มาตั้งสำนักสงฆ์เพื่อใช้พื้นที่เกี่ยวหญ้าสำหรับมุงศาสนสถาน ก่อนพื้นที่จะพัฒนาเป็นวัดและแหล่งท่องเที่ยวในเวลาต่อมา ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับแหล่งน้ำทำให้การอนุรักษ์ปลาในพื้นที่มีมิติทางศีลธรรมและความเชื่อควบคู่กับมิติทางธรรมชาติ
 
ลักษณะการท่องเที่ยวที่อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ครอบครัวสามารถพาเด็กมาให้อาหารปลาและเรียนรู้เรื่องปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ นักเรียนและนักศึกษาสามารถใช้พื้นที่เป็นแหล่งศึกษาพันธุ์ปลา วิถีชุมชน และการอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วม ผู้สูงอายุสามารถมานั่งพักผ่อนริมคุ้งน้ำในบรรยากาศสงบ ส่วนผู้ที่ชอบถ่ายภาพสามารถเก็บภาพสะพานไม้ ศาลาริมน้ำ ฝูงปลา และบรรยากาศชุมชนชนบทที่ยังมีความเรียบง่าย
 
การให้อาหารปลาเป็นกิจกรรมหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ เมื่อโปรยอาหารลงสู่ผิวน้ำ ปลาหลากหลายชนิดจะว่ายเข้ามารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว สร้างภาพเคลื่อนไหวที่ทั้งตื่นตาและสนุกสำหรับผู้มาเยือน กิจกรรมนี้ควรทำอย่างพอดี ใช้อาหารปลาที่จำหน่ายหรือเหมาะสมกับสัตว์น้ำ ไม่ควรนำอาหารอื่นที่ไม่เหมาะกับปลามาโปรยลงน้ำ เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำและสุขภาพของปลา การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ดีควรให้ความสำคัญกับความสนุกควบคู่กับความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศ
 
ภายในพื้นที่มีสะพานไม้สำหรับข้ามคุ้งน้ำไปยังบริเวณวัดและใช้เป็นจุดชมปลา สะพานนี้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศของอุทยานอย่างใกล้ชิด เพราะสามารถยืนชมผืนน้ำ มองเห็นปลา และถ่ายภาพมุมกว้างของคุ้งน้ำได้ดี นอกจากนี้ยังมีซุ้มริมฝั่งน้ำและแพลอยน้ำสำหรับนั่งพัก รับประทานอาหาร และชมบรรยากาศ ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และจุดพักผ่อนในเวลาเดียวกัน
 
บรรยากาศของอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายเหมาะกับการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมพื้นที่ ให้อาหารปลา นั่งพักริมน้ำ พูดคุยกับคนในชุมชน หรือเดินต่อไปยังบริเวณวัดใกล้เคียง การเที่ยวลักษณะนี้ต่างจากการเที่ยวแลนด์มาร์กที่ใช้เวลาถ่ายรูปเพียงไม่กี่นาที เพราะอุทยานมัจฉาเป็นสถานที่ที่ควรใช้เวลาอยู่กับจังหวะชีวิตของชุมชนและธรรมชาติรอบตัว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวคือช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย โดยเฉพาะช่วงเช้าที่อากาศยังไม่ร้อนจัด แสงอ่อนเหมาะสำหรับการถ่ายภาพและเดินชมพื้นที่ หากมาในช่วงบ่ายควรเลือกเวลาที่แดดอ่อนลงเพื่อให้นั่งพักริมคุ้งน้ำได้สบายขึ้น พื้นที่เปิดให้เที่ยวได้ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ช่วงวันหยุดหรือเทศกาลอาจมีนักท่องเที่ยวมากกว่าวันปกติ ผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบควรเลือกมาวันธรรมดาหรือช่วงเช้า
 
อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่บรรยากาศจะแตกต่างกันตามฤดูกาล ฤดูฝนเป็นช่วงที่ภูมิทัศน์โดยรอบมีความเขียวชุ่มชื้นและเชื่อมโยงกับเรื่องราวของน้ำหลากจากลำน้ำชี ฤดูหนาวเป็นช่วงที่อากาศสบายและเหมาะกับการเดินชมพื้นที่ ส่วนฤดูร้อนยังสามารถเที่ยวได้ แต่ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และเลือกเวลาเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด
 
ด้านการเดินทาง อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายอยู่ในตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6-10 กม. ตามเส้นทางมหาสารคาม-มุกดาหาร หากเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคามให้มุ่งหน้าไปทางตำบลเกิ้งและบ้านโขงกุดหวาย ใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2367 หรือเส้นทางที่ระบบนำทางแนะนำไปยังบ้านโขงกุดหวาย การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นในเมืองมหาสารคามได้ง่าย
 
หากใช้ระบบนำทาง ควรค้นหาด้วยชื่อ “อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย”, “วังมัจฉาโขงกุดหวาย” หรือ “บ้านโขงกุดหวาย ตำบลเกิ้ง” แล้วตรวจสอบจุดหมายให้ตรงกับตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม พิกัดชุมชนบ้านโขงกุดหวายอยู่ที่ละติจูด 16.22528929 ลองจิจูด 103.3172885 ซึ่งสามารถใช้เป็นตำแหน่งอ้างอิงในการวางแผนเดินทางได้
 
การเดินทาง จากตัวเมืองมหาสารคามให้ใช้เส้นทางออกไปทางตำบลเกิ้งตามถนนสายมหาสารคาม-มุกดาหาร เมื่อเข้าสู่พื้นที่บ้านโขงกุดหวายให้สังเกตป้ายชุมชนและจุดเข้าพื้นที่อุทยานมัจฉา เส้นทางโดยรวมเป็นเส้นทางชุมชนและถนนท้องถิ่นที่เดินทางไม่ยาก ผู้มาเยือนควรขับรถด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงผ่านหมู่บ้าน ทางแยก และพื้นที่ที่มีคนเดินหรือรถจักรยานยนต์ของคนในชุมชน
 
ในมุมของการเรียนรู้ อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายเป็นพื้นที่ที่ช่วยอธิบายระบบนิเวศน้ำจืดของอีสานได้ดี เพราะคำว่า “กุด” ในภูมินิเวศอีสานหมายถึงแหล่งน้ำที่เกี่ยวข้องกับทางน้ำเดิมหรือแม่น้ำที่เปลี่ยนทิศทาง กุดเหล่านี้มีบทบาทเป็นแหล่งอาศัยของปลา แหล่งน้ำของชุมชน และพื้นที่รองรับน้ำตามฤดูกาล การมาเที่ยวอุทยานมัจฉาจึงช่วยให้เข้าใจว่าภูมิประเทศอีสานไม่ได้มีเพียงทุ่งนาและที่ราบ แต่ยังมีระบบน้ำย่อยที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำชีและวิถีชีวิตของชุมชนโดยตรง
 
การอนุรักษ์ปลาหน้าวัดเป็นแนวคิดสำคัญของพื้นที่ เพราะการห้ามจับปลาและการให้ผู้คนมาให้อาหารปลาแทนการทำประมง ช่วยเปลี่ยนบทบาทของแหล่งน้ำจากพื้นที่ใช้ประโยชน์เพื่อจับปลาเป็นพื้นที่อนุรักษ์และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ การเปลี่ยนมุมมองเช่นนี้ทำให้ปลาในกุดหวายเพิ่มจำนวนมากขึ้น และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชน เพราะทรัพยากรที่เคยใช้เพื่อการบริโภคสามารถกลายเป็นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมได้เมื่อทุกคนร่วมกันดูแล
 
ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวคือไม่จับปลา ไม่ตกปลา ไม่รบกวนสัตว์น้ำ ไม่ทิ้งขยะลงในคุ้งน้ำ และไม่ให้อาหารที่ไม่เหมาะกับปลา การรักษาความสะอาดบริเวณสะพาน ซุ้มริมน้ำ และแพนั่งพักเป็นเรื่องสำคัญ เพราะขยะเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำและความสวยงามของพื้นที่ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ดีควรทำให้สถานที่น่าอยู่ขึ้น ไม่ใช่เพิ่มภาระให้ชุมชนต้องดูแลหลังจากนักท่องเที่ยวเดินทางกลับ
 
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดบริเวณสะพานและริมน้ำ แม้กิจกรรมให้อาหารปลาจะเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัยและเหมาะกับเด็ก แต่พื้นที่ริมน้ำยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง เด็กควรอยู่ใกล้ผู้ใหญ่ ไม่ปีนราวสะพาน ไม่วิ่งเล่นใกล้ขอบน้ำ และไม่โยนสิ่งของลงไปในน้ำ การดูแลเช่นนี้ช่วยให้การเที่ยวสนุกและปลอดภัยสำหรับทุกคน
 
หากต้องการถ่ายภาพ อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายมีมุมที่น่าสนใจหลายจุด เช่น สะพานไม้ที่ทอดข้ามคุ้งน้ำ ศาลาริมน้ำ ฝูงปลาที่ว่ายขึ้นมารับอาหาร วิวผืนน้ำโค้ง และบรรยากาศวัดริมกุด ช่วงเช้าเป็นช่วงที่แสงสวยและอากาศสบาย ส่วนช่วงเย็นก่อนปิดพื้นที่ให้ความรู้สึกสงบ เหมาะกับภาพแนวท่องเที่ยวชุมชนและธรรมชาติริมแม่น้ำ
 
อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายยังเหมาะกับการจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอเมืองมหาสารคาม เช่น แก่งเลิงจาน สวนสุขภาพแก่งเลิงจาน วัดป่าวังน้ำเย็น ศาลหลักเมืองมหาสารคาม และพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปครึ่งวันหรือ 1 วันเต็มได้อย่างสะดวก โดยเริ่มจากชมปลาและเรียนรู้วิถีชุมชนที่โขงกุดหวาย แล้วเดินทางต่อไปยังร้านอาหาร คาเฟ่ หรือแหล่งพักผ่อนในตัวเมือง
 
หากวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มจากอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายในช่วงเช้า ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการให้อาหารปลา เดินชมสะพาน และถ่ายภาพ จากนั้นเดินทางต่อไปยังร้านอาหารหรือคาเฟ่ใกล้ตำบลเกิ้งและแก่งเลิงจาน เส้นทางนี้เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ
 
หากวางแผนเที่ยวแบบ 1 วันเต็ม สามารถเชื่อมอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายกับแก่งเลิงจาน วัดป่าวังน้ำเย็น และศาลหลักเมืองมหาสารคามได้ โดยเริ่มจากพื้นที่ชุมชนและธรรมชาติในช่วงเช้า แวะรับประทานอาหารกลางวันในเมืองมหาสารคามหรือบริเวณแก่งเลิงจาน แล้วใช้ช่วงบ่ายไปชมวัดหรือสถานที่สำคัญในตัวเมือง ทริปลักษณะนี้ทำให้เห็นทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชุมชน และแหล่งพักผ่อนของจังหวัดมหาสารคามในวันเดียว
 
ร้านอาหารใกล้อุทยานมีหลายรูปแบบ ทั้งร้านอาหารริมทาง ร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ในตำบลเกิ้ง และร้านอาหารบริเวณแก่งเลิงจานหรือในตัวเมืองมหาสารคาม นักท่องเที่ยวที่ต้องการกินอาหารหลังชมปลาสามารถเลือกได้ตั้งแต่ร้านใกล้ชุมชนไปจนถึงร้านอาหารขนาดใหญ่ที่เหมาะกับครอบครัว เมนูที่เข้ากับทริปนี้คืออาหารอีสาน อาหารปลา อาหารไทยจานเดียว กาแฟ เครื่องดื่ม และของหวาน
 
ที่พักใกล้อุทยานมีทั้งโรงแรมในตำบลเกิ้ง ที่พักใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และโรงแรมในตัวเมือง นักท่องเที่ยวที่ต้องการอยู่ใกล้เส้นทางชุมชนสามารถเลือกที่พักในตำบลเกิ้ง ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และการเดินทางต่อไปยังจุดอื่นในจังหวัด ควรเลือกพักในตัวเมืองมหาสารคามซึ่งมีตัวเลือกมากกว่า
 
สิ่งที่ทำให้อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไปคือการเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมประกอบอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ชื่อบ้าน รูปแบบการปกครองชุมชนแบบเบญจภาคี ความร่วมมือในการไม่จับปลา การใช้วัดเป็นศูนย์กลาง และการพัฒนาเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม ทุกองค์ประกอบทำให้นักท่องเที่ยวมองเห็นว่าการอนุรักษ์ในพื้นที่ชนบทไม่ได้เกิดขึ้นจากคำสั่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเชื่อ ความสัมพันธ์ และความภาคภูมิใจร่วมของคนในชุมชน
 
สำหรับชาวต่างชาติ อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายเป็นตัวอย่างที่ดีของ rural eco-cultural tourism ในภาคอีสานของประเทศไทย เพราะผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ ฝูงปลาน้ำจืด วัด ชุมชนชนบท และแนวคิดการอนุรักษ์ที่เกิดจากความร่วมมือของคนท้องถิ่น การเที่ยวที่นี่จึงช่วยให้เข้าใจอีสานในมิติที่ลึกกว่าการชมเมืองหรือวัดสำคัญเพียงอย่างเดียว
 
อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้แบบเรียบง่ายแต่มีคุณค่า ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานมาก แต่ควรใช้เวลาอย่างตั้งใจ เดินช้า ๆ มองดูปลา ฟังเสียงน้ำ สังเกตชุมชน และทำความเข้าใจว่าทำไมคนในพื้นที่จึงเลือกอนุรักษ์ปลาจำนวนมากไว้ให้เป็นสมบัติส่วนรวม ความเข้าใจนี้คือหัวใจของการมาเที่ยวอุทยานมัจฉา เพราะทำให้การเดินทางกลายเป็นมากกว่าการถ่ายภาพหรือเช็กอิน
 
โดยสรุป อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เชิงชนบทที่มีเอกลักษณ์จากคุ้งน้ำธรรมชาติ ฝูงปลาน้ำจืดจำนวนมาก ปลาเผาะอันเป็นเรื่องเล่าของพื้นที่ สะพานไม้สำหรับชมปลา แพริมน้ำ วัดและชุมชนที่ร่วมกันดูแลทรัพยากร เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชุมชนอีสานอย่างใกล้ชิด การมาเที่ยวควรเคารพกติกาพื้นที่ ไม่จับปลา ไม่ทิ้งขยะ และใช้การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการอนุรักษ์ เพื่อให้อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่พักผ่อนของมหาสารคามต่อไป
 
ชื่อสถานที่อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย / วังมัจฉาโขงกุดหวาย
ที่ตั้งบ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
ที่อยู่หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000
พิกัด16.22528929, 103.3172885
ไฮไลต์แหล่งชมปลาน้ำจืดจำนวนมากในคุ้งน้ำธรรมชาติของลำน้ำชี มีสะพานไม้ จุดให้อาหารปลา แพริมน้ำ และบรรยากาศชุมชนเชิงอนุรักษ์
ลักษณะเด่นเป็นอุทยานมัจฉาในกุดหวายหรือทางน้ำเก่าของแม่น้ำชี มีปลาเผาะ ปลาสวาย ปลาตะเพียน ยี่สก นิล ไน และปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ อาศัยอยู่รวมกัน
ประวัติ / บริบทพื้นที่เกิดจากชุมชนบ้านโขงกุดหวายร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาในกุดหวายและพัฒนาเป็นอุทยานมัจฉา โดยชุมชนได้รับการแต่งตั้งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งแรกของประเทศไทยในปี 2540
ที่มาของชื่อ“โขง” หมายถึงลักษณะคดโค้งไปตามลำน้ำชี ส่วน “กุดหวาย” หมายถึงแหล่งน้ำที่เคยมีต้นหวายขึ้นโดยรอบอย่างหนาแน่น
การเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคามใช้เส้นทางมหาสารคาม-มุกดาหาร มุ่งหน้าไปตำบลเกิ้งและบ้านโขงกุดหวาย ระยะทางประมาณ 6-10 กม. ใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
สถานะปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เชิงชนบท แหล่งพักผ่อนริมน้ำ และแหล่งเรียนรู้พันธุ์ปลาน้ำจืดของจังหวัดมหาสารคาม
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่ปรากฏข้อมูลการเก็บค่าเข้าชมแบบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์
สิ่งอำนวยความสะดวกจุดให้อาหารปลา สะพานไม้ ซุ้มริมฝั่งน้ำ แพลอยน้ำ ร้านจำหน่ายอาหารปลา พื้นที่พักผ่อนริมน้ำ และพื้นที่วัดใกล้เคียง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนสะพานไม้ชมปลา, โซนให้อาหารปลา, โซนแพลอยน้ำ, โซนซุ้มพักริมน้ำ, โซนวัดพิทักษ์สามัคคีโพธิ์ศรี 2, โซนคุ้งน้ำกุดหวาย, พื้นที่ชุมชนบ้านโขงกุดหวาย
ผู้ดูแล / หน่วยงานติดต่อพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมกับชุมชนบ้านโขงกุดหวาย วัดในพื้นที่ และเทศบาลตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
เบอร์ติดต่อหลัก043-713-579
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดพิทักษ์สามัคคีโพธิ์ศรี 2 ประมาณ 1 กม.
2. สถานีปฏิบัติการบ้านเกิ้ง สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ประมาณ 6 กม.
3. แก่งเลิงจาน / สวนสุขภาพแก่งเลิงจาน ประมาณ 9 กม.
4. ศาลหลักเมืองมหาสารคาม ประมาณ 11 กม.
5. วัดป่าวังน้ำเย็น หรือวัดพุทธวนาราม ประมาณ 12 กม.
6. พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประมาณ 17 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. The Chill Cafe เดอะชิลล์คาเฟ่ ตำบลเกิ้ง ประมาณ 6 กม. โทร. 098-025-0600
2. Cafe Can&Care Restaurants ตำบลเกิ้ง ประมาณ 7 กม. โทร. 082-921-1566
3. White Balance Cafe แก่งเลิงจาน ประมาณ 9 กม. โทร. 083-839-9633
4. สวนอาหารเรือนทอง แก่งเลิงจาน ประมาณ 10 กม. โทร. 043-777-678, 082-441-4195, 087-978-9646
5. NANA CAFE ณ.นา คาเฟ่ ประมาณ 12 กม. โทร. 092-279-9339
6. สวนอาหารฟาร์มสุขคาเฟ่ มหาสารคาม ประมาณ 13 กม. โทร. 064-996-6414
ที่พักใกล้เคียง1. The Chill Hotel Sarakham / The Chill Town Home ตำบลเกิ้ง ประมาณ 6 กม. โทร. 083-677-0192
2. HOP INN Mahasarakham ประมาณ 10 กม. โทร. 065-950-4683
3. Top Inn Hotel มหาสารคาม ประมาณ 11 กม. โทร. 062-545-5622, 043-711-979
4. Debua Mahasarakham ประมาณ 12 กม. โทร. 043-020-191, 081-871-2232
5. Taksila Hotel Mahasarakham ประมาณ 12 กม. โทร. 043-719-999
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายตั้งอยู่ที่บ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งชมปลาน้ำจืดใกล้ตัวเมืองมหาสารคาม
 
ถาม: อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะกับการเที่ยวช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะอากาศสบายและเหมาะกับการชมปลา
 
ถาม: อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่ปรากฏข้อมูลการเก็บค่าเข้าชมแบบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ นักท่องเที่ยวสามารถสนับสนุนพื้นที่ได้ด้วยการซื้ออาหารปลาและใช้บริการร้านค้าชุมชน
 
ถาม: จุดเด่นของอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือฝูงปลาน้ำจืดจำนวนมากในคุ้งน้ำกุดหวาย โดยเฉพาะปลาเผาะและปลาตระกูลปลาเนื้ออ่อน รวมถึงสะพานไม้ จุดให้อาหารปลา แพริมน้ำ และบรรยากาศชุมชนเชิงอนุรักษ์
 
ถาม: เดินทางไปอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองมหาสารคามให้ใช้เส้นทางมหาสารคาม-มุกดาหาร มุ่งหน้าไปตำบลเกิ้งและบ้านโขงกุดหวาย ระยะทางประมาณ 6-10 กม. ใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
 
ถาม: อุทยานมัจฉาโขงกุดหวายเหมาะกับเด็กและครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะกับเด็กและครอบครัว เพราะมีกิจกรรมให้อาหารปลาและเรียนรู้สัตว์น้ำจืด แต่ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดบริเวณสะพานและริมน้ำ
 
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถจับปลาหรือตกปลาในอุทยานได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ควรจับปลา ตกปลา หรือรบกวนสัตว์น้ำในพื้นที่ เพราะอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายเป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ปลาและแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
 
ถาม: เที่ยวอุทยานมัจฉาโขงกุดหวายแล้วแวะที่เที่ยวใกล้เคียงที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถแวะวัดพิทักษ์สามัคคีโพธิ์ศรี 2 สถานีปฏิบัติการบ้านเกิ้ง แก่งเลิงจาน ศาลหลักเมืองมหาสารคาม วัดป่าวังน้ำเย็น และพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ตามเวลาเดินทาง

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศกลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(10)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)
เมนูอาหารอีสาน, สูตรอาหารอีสาน เมนูอาหารอีสาน, สูตรอาหารอีสาน(1)