หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.กันทรวิชัย >ต.โคกพระ > พระพุทธรูปมิ่งเมือง (พระพุทธรูปสุวรรณมาลี)
TL;DR: พระพุทธรูปมิ่งเมือง (พระพุทธรูปสุวรรณมาลี) อยู่ที่วัดสุวรรณาวาส บ้านโคกพระ ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
พระพุทธรูปมิ่งเมือง (พระพุทธรูปสุวรรณมาลี)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือพระพุทธรูปสุวรรณมาลี ประดิษฐานอยู่ที่วัดสุวรรณาวาส บ้านโคกพระ ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นพระพุทธรูปยืนโบราณสมัยทวารวดีที่ชาวมหาสารคามเคารพศรัทธาอย่างลึกซึ้ง องค์พระสร้างด้วยหินทรายแดง มีพุทธลักษณะสง่างาม เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองกันทรวิชัย และเป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของจังหวัดมหาสารคามที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องการดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง และความร่มเย็นของชีวิต
วัดสุวรรณาวาสตั้งอยู่ริมเส้นทางหมายเลข 213 สายมหาสารคาม – กาฬสินธุ์ ห่างจากตัวเมืองมหาสารคามประมาณ 14 กม.เศษ เมื่อเดินทางจากตัวเมืองไปทางอำเภอกันทรวิชัย วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทำให้เป็นสถานที่ที่เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการแวะไหว้พระคู่เมือง ชมโบราณสถาน และเรียนรู้รากวัฒนธรรมเก่าแก่ของเมืองคันธาร์ธิราชในคราวเดียวกัน จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้มีเพียงองค์พระพุทธรูปมิ่งเมืองเท่านั้น แต่ยังมีสิมหรือพระอุโบสถเก่าแก่ที่สะท้อนฝีมือช่างพื้นถิ่นอีสานและอิทธิพลช่างญวนอย่างงดงาม
พระพุทธรูปมิ่งเมืองเป็นพระพุทธรูปยืนที่มีลักษณะเด่นแตกต่างจากพระพุทธรูปทั่วไปในภาคอีสาน องค์พระสูงประมาณ 8 ศอก กว้างประมาณ 2 ศอก ประดิษฐานหันพระพักตร์ไปทางทิศใต้ ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อพระยืน” หรือ “หลวงพ่อพระพุทธมิ่งเมือง” พุทธลักษณะขององค์พระเป็นแบบทวารวดีผสมพื้นเมือง เห็นได้จากความเรียบของรูปทรง ความสงบของพระพักตร์ และลักษณะการยืนที่ให้ความรู้สึกมั่นคง หนักแน่น และศักดิ์สิทธิ์ องค์พระไม่ได้งดงามแบบประณีตในเชิงเครื่องประดับมากมาย แต่มีความงามจากความเก่าแก่ ความเรียบง่าย และพลังทางศรัทธาที่สั่งสมมายาวนาน
พระพุทธรูปองค์นี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับพระพุทธรูปยืนมงคลที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดพุทธมงคล บ้านสระ ตำบลคันธารราษฎร์ อำเภอกันทรวิชัย พระพุทธรูปทั้ง 2 องค์ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอกันทรวิชัยและจังหวัดมหาสารคาม โดยเรื่องเล่าท้องถิ่นระบุว่าพระพุทธรูปทั้งสองสร้างขึ้นในเวลาเดียวกัน ในช่วงที่เมืองกันทรวิชัยประสบความแห้งแล้ง ผู้ชายร่วมกันสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง ส่วนผู้หญิงร่วมกันสร้างพระพุทธรูปยืนมงคล เมื่อสร้างเสร็จและฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ฝนฟ้าก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้ทั้งสององค์กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และความหวังของผู้คนในพื้นที่
ความเชื่อเรื่องฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลทำให้พระพุทธรูปมิ่งเมืองมีความหมายลึกกว่าการเป็นโบราณวัตถุทางศิลปะ เพราะวิถีชีวิตของชาวอีสานผูกพันกับฤดูกาลเกษตรกรรมอย่างแน่นแฟ้น ฝนไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่เป็นปัจจัยแห่งชีวิต ข้าว น้ำ การเพาะปลูก และความมั่นคงของชุมชน เมื่อชาวบ้านเชื่อว่าพระพุทธรูปมิ่งเมืองสามารถดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล องค์พระจึงกลายเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนในยามแล้ง ยามทุกข์ และยามต้องการกำลังใจ
ตำนานสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเล่าถึงเมืองคันธาร์ธิราช ซึ่งเป็นเมืองโบราณในพื้นที่อำเภอกันทรวิชัยปัจจุบัน เมืองนี้เคยมีเจ้าเมืองขอมปกครอง ก่อนกลายเป็นเมืองร้าง เจ้าเมืองคันธาร์ธิราชองค์สุดท้ายชื่อท้าวลินทอง หรือสิงห์โตดำ มีเรื่องเล่าว่าเป็นผู้มีนิสัยโหดร้าย เคยแย่งราชสมบัติจากพระบิดาและทำร้ายพระมารดา ภายหลังเมื่อครองเมืองแล้วเกิดความร้อนรุ่มไม่สงบ โหรจึงแนะนำให้สร้างพระพุทธรูปเพื่อล้างบาป ท้าวลินทองจึงสร้างพระพุทธรูปยืน 2 องค์ องค์หนึ่งอยู่กลางเมืองเพื่อระลึกถึงพระบิดา คือพระพุทธรูปมิ่งเมืองที่วัดสุวรรณาวาส และอีกองค์หนึ่งอยู่นอกเมืองเพื่อระลึกถึงพระมารดา คือพระพุทธรูปยืนมงคลที่วัดพุทธมงคล
ตำนานดังกล่าวทำให้พระพุทธรูปมิ่งเมืองมีมิติทางวัฒนธรรมหลายชั้น ทั้งเรื่องบาปบุญ ความกตัญญู การไถ่โทษ ความเชื่อเรื่องเมืองโบราณ และการเปลี่ยนผ่านจากอำนาจของผู้ปกครองสู่พุทธศรัทธาของชุมชน พระพุทธรูปจึงไม่ได้เป็นเพียงประติมากรรมที่ตั้งอยู่ในวัด แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนความรุนแรงในอดีตให้กลายเป็นศรัทธาและความสงบในปัจจุบัน ผู้มาเยือนที่เข้าใจตำนานนี้จะมององค์พระด้วยความรู้สึกที่ลึกขึ้น เพราะองค์พระเป็นเหมือนหลักฐานทางใจของคนในพื้นที่ที่สืบต่อความเชื่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
วัดสุวรรณาวาสเดิมเรียกว่า “วัดโคกพระ” ตามชื่อบ้านและสภาพพื้นที่ในอดีต บริเวณนี้เคยเป็นโคกหรือดอนที่มีป่ารกหนาทึบ และมีพระพุทธรูปยืนประดิษฐานอยู่กลางพื้นที่ ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่าโคกพระยืน ต่อมาพระครูวินัยธร เปลี่ยน เรืองศรีมั่น พร้อมด้วยชาวบ้าน ได้แผ้วถางพื้นที่และลงหลักปักเขตวัดรอบโคกพระยืน สร้างศาลาขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ศาสนาและชุมชน ก่อนที่วัดจะเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสุวรรณาวาสในภายหลัง ชื่อวัดใหม่มีความหมายเป็นมงคล สื่อถึงสถานที่อันงดงามและมีคุณค่าดุจทองคำ
ภายในวัดสุวรรณาวาสยังมีสิมโบราณหรือพระอุโบสถเก่าแก่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง สิมหลังนี้เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ได้รับอิทธิพลช่างญวนแบบไม่มีมุขหน้า มีขนาด 4 ห้อง รูปทรงเรียบแต่สง่างาม ถือเป็นตัวอย่างงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานที่สะท้อนฝีมือช่างยุคก่อนอย่างชัดเจน ความสำคัญของสิมไม่ได้อยู่เพียงความเก่าแก่ แต่ยังอยู่ที่การบอกเล่าเรื่องความสัมพันธ์ทางศิลปกรรมระหว่างอีสาน ช่างญวน และชุมชนท้องถิ่นในช่วงเวลาที่การก่อสร้างศาสนสถานค่อย ๆ พัฒนาไปตามบริบทของพื้นที่
การมาเยือนวัดสุวรรณาวาสจึงควรใช้เวลาให้เพียงพอ ไม่ควรแวะเพียงไหว้องค์พระแล้วรีบกลับ เพราะภายในวัดมีรายละเอียดหลายจุดที่ควรสังเกต เริ่มจากพระพุทธรูปมิ่งเมืองที่ตั้งเด่นในมณฑปหรือพื้นที่ประดิษฐานกลางวัด ลักษณะเนื้อหินทรายแดงขององค์พระ ผิวสัมผัสที่ผ่านกาลเวลา ความสูงขององค์พระที่ให้ความรู้สึกยืนตระหง่านอย่างสงบ และสิมโบราณซึ่งอยู่ใกล้กัน ช่วยทำให้ผู้มาเยือนเห็นทั้งมิติศรัทธาและมิติศิลปกรรมในสถานที่เดียว
พื้นที่ภายในวัดมีบรรยากาศเรียบง่ายแบบวัดชุมชนอีสาน ไม่ได้เน้นความอลังการหรือการตกแต่งเชิงท่องเที่ยวมากเกินไป แต่มีความสงบและความเป็นวัดท้องถิ่นที่ชัดเจน ผู้ที่เดินทางมาไหว้พระมักตั้งจิตขอพรเรื่องความร่มเย็น ความสำเร็จในการงาน การเรียน การเดินทาง สุขภาพ และความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต บางคนเดินทางมาเป็นครอบครัว บางคนมาไหว้ก่อนเดินทางต่อไปยังกาฬสินธุ์ หรือก่อนกลับเข้าตัวเมืองมหาสารคาม
พระพุทธรูปมิ่งเมืองเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม เพราะสามารถเรียนรู้ทั้งศิลปะทวารวดี ความเชื่อท้องถิ่น ประวัติเมืองกันทรวิชัย และความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธรูปคู่เมือง 2 องค์ในพื้นที่เดียวกัน หากจัดเส้นทางให้ดี นักท่องเที่ยวสามารถไหว้พระพุทธรูปมิ่งเมืองที่วัดสุวรรณาวาส แล้วเดินทางต่อไปยังพระพุทธรูปยืนมงคลที่วัดพุทธมงคล เพื่อชมพระยืนคู่บ้านคู่เมืองอีกองค์หนึ่ง ทำให้เข้าใจตำนานและความศรัทธาของอำเภอกันทรวิชัยได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
ในมุมของประวัติศาสตร์ศิลปะ พระพุทธรูปมิ่งเมืองมีคุณค่าเพราะเป็นพระพุทธรูปยืนสมัยทวารวดีที่สะท้อนลักษณะพื้นเมืองของอีสานตอนกลาง งานศิลปะทวารวดีในภาคอีสานมักมีลักษณะผสมผสานระหว่างรูปแบบศิลปะอินเดียที่เข้าสู่สุวรรณภูมิ ความเชื่อพุทธศาสนา และการตีความของช่างท้องถิ่น พระพุทธรูปยืนมักแสดงความสงบ ความเมตตา และการคุ้มครอง ผู้มาเยือนจึงสามารถมององค์พระในฐานะทั้งงานศิลป์ โบราณวัตถุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเวลาเดียวกัน
พุทธลักษณะขององค์พระที่ยืนอย่างมั่นคงทำให้เกิดความรู้สึกของการปกป้องและคุ้มครองเมือง ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับความเชื่อของคนในพื้นที่ที่ถือว่าพระพุทธรูปมิ่งเมืองเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง เมื่อผู้คนมากราบไหว้จึงไม่ได้เพียงขอพรส่วนตัว แต่ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อมรดกทางจิตใจของชุมชน องค์พระจึงเป็นเหมือนศูนย์รวมใจที่เชื่อมคนในอดีตกับคนในปัจจุบันเข้าด้วยกัน
สำหรับผู้ที่สนใจความเชื่อเรื่องการขอฝน พระพุทธรูปมิ่งเมืองเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่พระพุทธรูปและวิถีเกษตรกรรมผูกพันกันอย่างลึกซึ้งในสังคมอีสาน ในอดีตความแห้งแล้งส่งผลโดยตรงต่อชีวิตผู้คน การสร้างพระพุทธรูปและการประกอบพิธีกรรมจึงเป็นการรวมพลังศรัทธาของชุมชนเพื่อขอความร่มเย็นและความอุดมสมบูรณ์ ความเชื่อนี้ยังคงปรากฏในความเคารพของชาวมหาสารคามที่มีต่อองค์พระ แม้บริบทสังคมปัจจุบันจะเปลี่ยนไปมากแล้ว
วัดสุวรรณาวาสยังเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อคณะสงฆ์และชุมชนในอำเภอกันทรวิชัย ปัจจุบันวัดอยู่ในสังกัดมหานิกาย เป็นวัดราษฎร์ที่ยังคงมีบทบาททางศาสนาในชุมชน โดยมีพระครูปริยัติคณาทรเป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระสงฆ์สำคัญของพื้นที่ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและงานบุญต่าง ๆ ภายในวัดช่วยให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ศาสนาที่มีชีวิตและทำหน้าที่รับใช้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่เดินทางมาไหว้พระควรปฏิบัติตนด้วยความสุภาพ แต่งกายเรียบร้อย ไม่ปีนหรือสัมผัสองค์พระโดยไม่จำเป็น ไม่ส่งเสียงดังในบริเวณมณฑปและสิมโบราณ และควรระมัดระวังการถ่ายภาพไม่ให้รบกวนผู้ที่กำลังสักการะ หากต้องการถวายพวงมาลัย ดอกไม้ ธูป เทียน หรือผ้าห่มองค์พระ ควรใช้จุดที่วัดจัดเตรียมไว้ การรักษามารยาทเหล่านี้ช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนวัดสุวรรณาวาสจะได้เห็นภาพของวัฒนธรรมไทยในระดับท้องถิ่นอย่างชัดเจน เพราะที่นี่ไม่ใช่วัดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่เป็นวัดชุมชนที่มีพระพุทธรูปเก่าแก่ระดับคู่เมือง มีตำนานท้องถิ่น มีสถาปัตยกรรมสิมอีสาน และมีความเชื่อเกี่ยวกับฝนฟ้าที่สะท้อนวิถีเกษตรกรรมของภาคอีสาน การอธิบายให้ชาวต่างชาติเข้าใจควรเน้นว่าองค์พระเป็น ancient standing Buddha image from the Dvaravati period และเป็น sacred rain-blessing Buddha image ที่ชาวมหาสารคามเคารพมายาวนาน
สำหรับการวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มจากวัดสุวรรณาวาสในช่วงเช้าเพื่อไหว้พระพุทธรูปมิ่งเมืองและชมสิมโบราณ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดพุทธมงคลเพื่อสักการะพระพุทธรูปยืนมงคล ซึ่งเป็นพระยืนคู่กับพระพุทธรูปมิ่งเมือง แล้วแวะพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามหรือร้านอาหารในย่านขามเรียง หากมีเวลามากขึ้นสามารถต่อเข้าเมืองมหาสารคามเพื่อไปศาลเจ้าพ่อหลักเมือง วัดมหาชัย วัดพุทธวนาราม และแก่งเลิงจาน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและเหมาะกับการเดินชมพื้นที่วัด หากต้องการถ่ายภาพองค์พระและสิมโบราณ ช่วงเช้ามักให้แสงอ่อนและบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับผู้ที่เดินทางต่อจากตัวเมืองหรือจากจังหวัดกาฬสินธุ์ การเข้าชมสามารถทำได้ตลอดทั้งปี แต่ควรให้ความสำคัญกับความสงบของสถานที่มากกว่าการท่องเที่ยวแบบเร่งรีบ
การเดินทาง จากตัวเมืองมหาสารคามใช้เส้นทางหมายเลข 213 สายมหาสารคาม – กาฬสินธุ์ มุ่งหน้าไปทางอำเภอกันทรวิชัย ระยะทางประมาณ 14 กม.เศษ วัดสุวรรณาวาสอยู่ทางด้านซ้ายมือริมถนนหลัก การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะสามารถจอดรถในบริเวณวัดและเดินชมจุดต่าง ๆ ได้ง่าย ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางหรือรถรับจ้างท้องถิ่นสามารถลงบริเวณอำเภอกันทรวิชัยหรือบ้านโคกพระ แล้วต่อรถเข้าไปยังวัดได้ตามความสะดวก
หากเริ่มต้นจากจังหวัดกาฬสินธุ์ สามารถใช้เส้นทางหมายเลข 213 มุ่งหน้ามายังอำเภอกันทรวิชัยและตัวเมืองมหาสารคาม วัดสุวรรณาวาสตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการแวะพักระหว่างทาง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัดและต้องการไหว้พระก่อนเข้าสู่เมืองมหาสารคาม เส้นทางนี้เป็นถนนหลักที่ใช้งานสะดวก มีร้านค้า ชุมชน และจุดแวะพักอยู่เป็นระยะ
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาวัดสุวรรณาวาสคือเสื้อผ้าสุภาพ รองเท้าที่ถอดง่ายสำหรับเข้าพื้นที่ศาสนา น้ำดื่มหากเดินทางในช่วงกลางวัน และกล้องถ่ายภาพหรือโทรศัพท์มือถือสำหรับบันทึกภาพอย่างเหมาะสม ไม่ควรใช้แฟลชใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือถ่ายภาพในมุมที่ไม่เหมาะสม ผู้ที่ต้องการชมรายละเอียดของสิมควรเดินดูรอบอาคารอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่ควรได้รับการดูแลอย่างนุ่มนวล
ในเชิงประสบการณ์ วัดสุวรรณาวาสเป็นสถานที่ที่ใช้เวลาไม่มากแต่ให้สาระลึก ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลา 30 – 60 นาทีในการสักการะองค์พระ ชมสิมโบราณ เดินดูบรรยากาศวัด และเรียนรู้ตำนานพระพุทธรูปคู่เมือง หากเป็นผู้สนใจประวัติศาสตร์หรือศิลปะทวารวดี อาจใช้เวลานานขึ้นเพื่อสังเกตพุทธลักษณะขององค์พระและเชื่อมโยงกับพระพุทธรูปยืนมงคลที่วัดพุทธมงคล
บริเวณรอบอำเภอกันทรวิชัยและย่านขามเรียงมีร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักหลายแห่ง จึงสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สะดวกสำหรับทั้งผู้เดินทางคนเดียว ครอบครัว และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้านอาหารใกล้เคียงมีตั้งแต่ร้านพื้นถิ่น ร้านไก่ย่าง คาเฟ่ ไปจนถึงร้านอาหารสไตล์ตะวันตก ส่วนที่พักมีทั้งรีสอร์ทในอำเภอกันทรวิชัยและโรงแรมในตัวเมืองมหาสารคาม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนเพื่อเที่ยวจังหวัดมหาสารคามให้ครบมากขึ้น
การมาเยือนพระพุทธรูปมิ่งเมืองยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อจังหวัดมหาสารคาม เพราะจังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงภาพของเมืองการศึกษา แต่ยังมีชั้นประวัติศาสตร์เก่าแก่ตั้งแต่ยุคทวารวดี เมืองคันธาร์ธิราช วัฒนธรรมขอม ความเชื่อเรื่องฝนฟ้า และศาสนสถานพื้นถิ่นที่ยังมีชีวิตในชุมชน วัดสุวรรณาวาสจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยให้เห็นความลึกของมหาสารคามได้อย่างชัดเจน
เมื่อมองในภาพรวม พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือพระพุทธรูปสุวรรณมาลี ไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายมหาสารคาม – กาฬสินธุ์ แต่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวมหาสารคาม เป็นหลักฐานทางศิลปะทวารวดี เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองกันทรวิชัย ผู้ที่มาเยือนด้วยความเคารพจะได้รับทั้งความสงบ ความรู้ และความเข้าใจในรากวัฒนธรรมอีสานอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือพระพุทธรูปสุวรรณมาลี วัดสุวรรณาวาส |
| ที่ตั้ง | วัดสุวรรณาวาส บ้านโคกพระ ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม |
| ที่อยู่ | หมู่ 17 บ้านโคกพระ ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม 44150 |
| พิกัด | 16.322309, 103.298860 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธรูปยืนโบราณสมัยทวารวดี สร้างด้วยหินทรายแดง เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองกันทรวิชัย และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของจังหวัดมหาสารคาม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดี มีตำนานเกี่ยวข้องกับเมืองคันธาร์ธิราช ท้าวลินทองหรือสิงห์โตดำ และพระพุทธรูปยืนมงคลที่วัดพุทธมงคล |
| ที่มาของชื่อ | ชาวบ้านเรียกหลวงพ่อพระยืนหรือหลวงพ่อพระพุทธมิ่งเมือง ส่วนชื่อพระพุทธรูปสุวรรณมาลีสัมพันธ์กับชื่อวัดสุวรรณาวาสและความหมายมงคลของสถานที่ |
| ลักษณะเด่น | พระพุทธรูปยืน สูงประมาณ 8 ศอก กว้างประมาณ 2 ศอก หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้ มีพุทธลักษณะแบบทวารวดีผสมพื้นเมือง |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์ / สิ่งสำคัญ | พระพุทธรูปมิ่งเมือง พระพุทธรูปสุวรรณมาลี สิมโบราณวัดสุวรรณาวาส และพื้นที่สักการะภายในวัด |
| ความเชื่อสำคัญ | ชาวมหาสารคามเชื่อว่าองค์พระดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวอำเภอกันทรวิชัยกับชาวจังหวัดมหาสารคาม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองมหาสารคามใช้ทางหลวงหมายเลข 213 สายมหาสารคาม – กาฬสินธุ์ ระยะทางประมาณ 14 กม.เศษ วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือริมถนนหลัก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าสักการะทุกวัน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ พื้นที่สักการะ มณฑปพระพุทธรูปมิ่งเมือง สิมโบราณ ศาลา และพื้นที่เดินชมภายในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | มณฑปพระพุทธรูปมิ่งเมือง พื้นที่สักการะองค์พระ สิมโบราณ ศาลาจตุรมุข ลานวัด และพื้นที่ศาสนกิจของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูปริยัติคณาทร และคณะสงฆ์วัดสุวรรณาวาส |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น | เทศบาลตำบลโคกพระ โทร. 043-789-323 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เทศบาลตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพุทธมงคล พระพุทธรูปยืนมงคล ประมาณ 2 กม. 2. พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประมาณ 8 กม. 3. ย่านมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขตขามเรียง ประมาณ 8 กม. 4. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองมหาสารคาม ประมาณ 15 กม. 5. วัดมหาชัย ประมาณ 16 กม. 6. วัดพุทธวนาราม หรือวัดป่าวังน้ำเย็น ประมาณ 16 กม. 7. แก่งเลิงจาน ประมาณ 17 กม. 8. สะดืออีสาน อำเภอโกสุมพิสัย ประมาณ 25 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านแม่ติ๋ม โคกพระ ประมาณ 1 กม. โทร. 084-276-7932 2. Less Is More Steak & Cafe ประมาณ 9 กม. โทร. 094-735-1678 3. GG CAMP Maha Sarakham ประมาณ 9 กม. โทร. 088-561-8060 4. Harmonickoff ประมาณ 10 กม. โทร. 081-590-2544 5. ม.ใหม่ไก่ย่าง ขามเรียง ประมาณ 10 กม. โทร. 091-061-3353 6. Jungle Cafe สาขาโกสุมพิสัย หัวขวาง ประมาณ 25 กม. โทร. 086-755-9085 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Orchid Resort & Relax ประมาณ 10 กม. โทร. 085-517-8295 2. หอพักเมธาลดา ประมาณ 9 กม. โทร. 095-664-5345 3. Perfect Living Serviced Apartment ประมาณ 10 กม. 4. โรงแรมยัวร์เพลส มหาสารคาม ประมาณ 15 กม. โทร. 082-018-8242, 043-710-888 5. Top Inn Hotel มหาสารคาม ประมาณ 15 กม. โทร. 043-711-979 6. โรงแรมฮ็อป อินน์ มหาสารคาม ประมาณ 16 กม. โทร. 02-080-2222 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือพระพุทธรูปสุวรรณมาลี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ประดิษฐานอยู่ที่วัดสุวรรณาวาส บ้านโคกพระ ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ริมทางหลวงหมายเลข 213 สายมหาสารคาม – กาฬสินธุ์
ถาม: พระพุทธรูปมิ่งเมืองมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นพระพุทธรูปยืนสมัยทวารวดี สร้างด้วยหินทรายแดง เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองกันทรวิชัย และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมหาสารคามเคารพศรัทธาอย่างมาก
ถาม: วัดสุวรรณาวาสเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมวัดสุวรรณาวาสหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าสักการะพระพุทธรูปมิ่งเมืองได้ตามเวลาที่วัดเปิด
ถาม: พระพุทธรูปมิ่งเมืองเกี่ยวข้องกับฝนฟ้าอย่างไร?
ตอบ: ชาวมหาสารคามเชื่อว่าองค์พระสามารถดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล จึงเป็นที่เคารพของผู้คนที่ผูกพันกับวิถีเกษตรกรรมและความอุดมสมบูรณ์
ถาม: ภายในวัดสุวรรณาวาสมีอะไรน่าสนใจนอกจากพระพุทธรูปมิ่งเมือง?
ตอบ: ภายในวัดมีสิมโบราณหรือพระอุโบสถเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลช่างญวน เป็นงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานที่ควรชมควบคู่กับการสักการะองค์พระ
ถาม: เดินทางไปวัดสุวรรณาวาสอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองมหาสารคามใช้ทางหลวงหมายเลข 213 มุ่งหน้าไปทางอำเภอกันทรวิชัย ระยะทางประมาณ 14 กม.เศษ วัดอยู่ทางซ้ายมือริมถนนหลัก
ถาม: วัดสุวรรณาวาสเหมาะกับชาวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่สนใจพระพุทธรูปโบราณ ศิลปะทวารวดี วัดท้องถิ่นอีสาน ความเชื่อเรื่องฝนฟ้า และประวัติศาสตร์เมืองกันทรวิชัย
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




