หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.กันทรวิชัย >ต.คันธารราษฎร์ > ดอนหลวงปู่จ้อย
TL;DR: ดอนหลวงปู่จ้อย อยู่ที่บ้านแกดำ ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นพื้นที่สักการะของชุมชน มีศาลหรือพื้นที่ระลึกถึงหลวงปู่จ้อย ลานประกอบพิธี และความสัมพันธ์กับประวัติชุมชนบ้านแกดำ.
ดอนหลวงปู่จ้อย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
ดอนหลวงปู่จ้อย บ้านแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของอำเภอแกดำ ตั้งอยู่ที่บ้านแกดำ ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพในฐานะสถานที่ระลึกถึงหลวงปู่จ้อย พระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อร่างสร้างชุมชนบ้านแกดำเมื่อครั้งอดีต ดอนแห่งนี้ไม่ใช่เพียงจุดสักการะในหมู่บ้าน แต่เป็นหลักฐานทางความทรงจำของคนแกดำ เป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้าน และเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงประวัติการตั้งถิ่นฐาน ตำนานพื้นบ้าน ความศรัทธาต่อพระสงฆ์ และประเพณีบุญบั้งไฟของอำเภอแกดำเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน
ดอนหลวงปู่จ้อยเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้มหาสารคามในมิติของชุมชนเก่าแก่และความศรัทธาพื้นถิ่น เพราะบ้านแกดำเป็นชุมชนที่มีประวัติสืบต่อกันมายาวนาน มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการอพยพของผู้คน การเลือกชัยภูมิสำหรับตั้งบ้าน การพึ่งพาแหล่งน้ำ หนองแกดำ ห้วยแกดำ และทรัพยากรธรรมชาติรอบชุมชน รวมถึงเรื่องราวของต้นสะแกดำหรือต้นสะแกครั่งที่กลายมาเป็นที่มาของชื่อบ้านแกดำในปัจจุบัน การมาเยือนดอนหลวงปู่จ้อยจึงทำให้เข้าใจว่าอำเภอแกดำไม่ได้มีเพียงสะพานไม้แกดำอันเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมีรากวัฒนธรรมและความศรัทธาที่ลึกมาก่อนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสมัยใหม่
จากเรื่องเล่าของชุมชน ดินแดนบริเวณบ้านแกดำเป็นพื้นที่เก่าแก่ที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบกันว่ามีร่องรอยความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชนขอมหรือเขมรในอดีต ชนชาตินี้เคยมีอิทธิพลกว้างไกลในภูมิภาคแหลมอินโดจีนและสร้างศิลปกรรมไว้หลายแห่ง เช่น ปราสาทหินพิมาย ปราสาทเขาพนมรุ้ง และกู่ต่าง ๆ ในภาคอีสาน แม้เรื่องราวของบ้านแกดำจะเป็นตำนานและคำบอกเล่าที่สืบทอดในท้องถิ่น แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าคนในพื้นที่รับรู้ว่าดินแดนของตนเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมอีสานที่มีชั้นประวัติศาสตร์ลึกย้อนไปไกลกว่ายุคเมืองสมัยใหม่
ประวัติการตั้งบ้านแกดำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจดอนหลวงปู่จ้อย เพราะหลวงปู่จ้อยเป็นบุคคลสำคัญในตำนานการก่อตั้งชุมชน เรื่องเล่ากล่าวว่าประมาณ พ.ศ. 2338 มีหลวงปู่จ้อยเป็นผู้นำฝ่ายบรรพชิต พร้อมด้วยนายจันทร์ นายด้วง นายชัย นายลุน และญาติพี่น้องอีกหลายครอบครัว เดินทางอพยพจากบ้านทุ่งหรือเมืองสุวรรณภูมิในเขตมณฑลร้อยเอ็ด โดยกลุ่มคนดังกล่าวมีประวัติเดิมสัมพันธ์กับการอพยพจากนครจำปาศักดิ์ ฝั่งลาว มาหาพื้นที่ตั้งบ้านใหม่ การอพยพครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายผู้คนในลุ่มน้ำอีสานที่เกิดขึ้นตามบริบททางสังคม การเมือง และทรัพยากรธรรมชาติของยุคสมัย
เมื่อกลุ่มผู้อพยพเดินทางมาถึงพื้นที่เนินสูงที่เรียกว่าโนนหมากค่า ซึ่งปัจจุบันเป็นบริเวณที่ตั้งที่ว่าการอำเภอแกดำ พวกเขาเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน เพราะเป็นพื้นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง อีกทั้งทางทิศตะวันออกมีลำห้วยขนาดใหญ่และยาว อุดมไปด้วยสัตว์น้ำและสัตว์ธรรมชาติ เช่น ปลา เต่า และสัตว์ป่าอื่น ๆ สภาพแวดล้อมดังกล่าวเหมาะต่อการดำรงชีพ การทำเกษตร การจับปลา และการสร้างชุมชนถาวร กลุ่มผู้อพยพจึงเริ่มปักหลักตั้งบ้านเรือนและก่อร่างเป็นชุมชนบ้านแกดำในเวลาต่อมา
ชื่อบ้านแกดำมีที่มาจากพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่ขึ้นเรียงรายบริเวณริมห้วย มีลักษณะลำต้น กิ่งก้าน สาขา และใบออกเป็นสีดำหรือสีครั่ง ชาวบ้านเรียกไม้ชนิดนี้ว่า “ไม้สะแกดำ” หรือ “สะแกครั่ง” จึงตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อต้นไม้ว่า “บ้านสะแกดำ” ต่อมาชื่อตอนหน้าได้กร่อนหายไปตามการเรียกขานของผู้คน เหลือเพียงคำว่า “แกดำ” มาจนถึงปัจจุบัน ชื่อบ้านจึงเป็นร่องรอยของภูมิประเทศ พรรณไม้ และการตั้งถิ่นฐานที่ผูกโยงกับธรรมชาติอย่างแนบแน่น
หลวงปู่จ้อยมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณของชุมชน เมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่ ชาวบ้านมีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมาก เพราะท่านเป็นพระสงฆ์ที่เป็นหลักใจของผู้คนในยุคบุกเบิกชุมชน หลังจากท่านมรณภาพ ความศรัทธาของชาวอำเภอแกดำยังคงอยู่ และนำไปสู่การสร้างศาลหรือสถานที่สักการะในพื้นที่ดอนหลวงปู่จ้อย เพื่อให้ลูกหลานได้กราบไหว้ ระลึกถึงคุณงามความดี และใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมด้านความเชื่อของชุมชน
ดอนหลวงปู่จ้อยจึงมีความหมายทั้งในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และอนุสรณ์ของผู้ก่อร่างชุมชน ชาวบ้านไม่ได้มองหลวงปู่จ้อยเพียงในฐานะพระสงฆ์รูปหนึ่ง แต่เห็นท่านเป็นบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การเลือกพื้นที่ตั้งถิ่นฐาน การสร้างบ้าน การสร้างชุมชน และการวางรากฐานทางศาสนาให้กับบ้านแกดำ ความศรัทธาต่อหลวงปู่จ้อยจึงผูกพันกับตัวตนของคนแกดำโดยตรง
เมื่อชุมชนบ้านแกดำขยายตัวขึ้น ในช่วงประมาณ พ.ศ. 2404 หลวงปู่จ้อยได้พาชาวบ้านขยายบ้านเรือนไปทางทิศตะวันตก ใกล้บริเวณหนองแกดำ และสร้างวัดแห่งใหม่ขึ้นชื่อว่า “วัดดาวดึงส์” วัดแห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านแกดำและชุมชนใกล้เคียงในเวลาต่อมา ความสัมพันธ์ระหว่างดอนหลวงปู่จ้อย วัดดาวดึงส์ หนองแกดำ และสะพานไม้แกดำ จึงเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น
วิถีชีวิตของชาวบ้านแกดำในอดีตพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก ผู้คนใช้น้ำจากหนองแกดำเพื่ออุปโภค ใช้ลำห้วยและหนองน้ำเป็นแหล่งอาหาร จับปลา หาเต่า และใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีพ บ้านแกดำจึงเป็นชุมชนที่เติบโตจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับน้ำอย่างแท้จริง ต่อมาเมื่ออ่างเก็บน้ำหนองแกดำได้รับการขุดลอกและสะพานไม้แกดำได้รับการพัฒนา พื้นที่เดียวกันนี้จึงกลายเป็นทั้งพื้นที่วิถีชีวิตและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดมหาสารคาม
ความสำคัญของดอนหลวงปู่จ้อยยังปรากฏในงานประเพณีบุญบั้งไฟของอำเภอแกดำ งานบุญบั้งไฟเป็นประเพณีสำคัญของชาวอีสานที่จัดขึ้นเพื่อบูชาพญาแถนและขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล สำหรับอำเภอแกดำ ดอนหลวงปู่จ้อยเป็นหนึ่งในพื้นที่ศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและความเชื่อของชุมชน เมื่อชาวบ้านร่วมกันจัดงานบุญบั้งไฟ พวกเขาไม่ได้เพียงสืบทอดประเพณีเพื่อความสนุกสนาน แต่ยังแสดงความเคารพต่อผู้เป็นรากฐานทางจิตวิญญาณของท้องถิ่น
ประเพณีบุญบั้งไฟของอำเภอแกดำมีความโดดเด่น เพราะต่อมาอำเภอได้ยกระดับงานให้เป็นงานประเพณีที่มีชื่อเสียง โดยนำสัญลักษณ์กบของอำเภอเข้ามาจัดร่วมกับบุญบั้งไฟ กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอแกดำ ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านมีส่วนร่วมในงานบุญนี้ ทำให้ประเพณีไม่ใช่เพียงงานของหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง แต่เป็นงานรวมใจของอำเภอ ดอนหลวงปู่จ้อยจึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ศรัทธาที่อยู่เบื้องหลังพลังชุมชนนี้
ในเชิงวัฒนธรรม ดอนหลวงปู่จ้อยเป็นพื้นที่ที่สะท้อนบทบาทของพระสงฆ์ในสังคมอีสานอย่างชัดเจน พระสงฆ์ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะในวัดหรือพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำทางจิตใจ ผู้นำการอพยพ ผู้รวบรวมผู้คน และผู้ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนใหม่ในอดีต หลวงปู่จ้อยจึงเป็นตัวอย่างของพระสงฆ์พื้นถิ่นที่มีบทบาทต่อประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างลึกซึ้ง
ผู้ที่มาเยือนดอนหลวงปู่จ้อยควรเข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงความบันเทิง แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนแกดำ ควรแต่งกายสุภาพ ใช้น้ำเสียงเรียบร้อย ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนหรือสัมผัสสิ่งเคารพโดยไม่จำเป็น และควรแสดงความเคารพต่อคนในพื้นที่ หากต้องการถ่ายภาพหรือเข้าชมในช่วงที่มีพิธีกรรม ควรสอบถามผู้ดูแลหรือคนในชุมชนก่อนเสมอ การเคารพกติกาท้องถิ่นคือหัวใจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เหมาะสม
ดอนหลวงปู่จ้อยตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านแกดำซึ่งมีบรรยากาศของชุมชนเก่าและชุมชนท่องเที่ยวชนบทผสมกัน นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นจากการสักการะหลวงปู่จ้อย แล้วเดินทางต่อไปยังสะพานไม้แกดำและวัดดาวดึงส์ สะพานไม้แกดำเป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่ทอดตัวข้ามอ่างเก็บน้ำหนองแกดำ เชื่อมพื้นที่บ้านแกดำกับบ้านหัวขัว เป็นแลนด์มาร์กที่ได้รับความนิยมมากในจังหวัดมหาสารคาม เพราะมีบรรยากาศทุ่งนา หนองน้ำ บึงบัว และวิถีชนบทที่ยังคงเสน่ห์เรียบง่าย
นอกจากสะพานไม้แกดำ นักท่องเที่ยวยังสามารถเชื่อมเส้นทางไปยังวัดหนองหูลิง ซึ่งมีอุโบสถรูปทรงเรืออนันตนาคราชอันโดดเด่น หรือเดินทางต่อไปยังกู่มหาธาตุหรือปรางค์กู่บ้านเขวา โบราณสถานศิลาแลงสมัยวัฒนธรรมขอมในพื้นที่มหาสารคาม การจัดเส้นทางเช่นนี้ทำให้การเที่ยวแกดำไม่ได้จบอยู่เพียงการไหว้ศาลหรือชมสะพาน แต่สามารถเชื่อมโยงศรัทธาพื้นถิ่น ประวัติชุมชน ธรรมชาติ และโบราณสถานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
สำหรับผู้สนใจประวัติบ้านแกดำ ควรมองดอนหลวงปู่จ้อยคู่กับคำบอกเล่าเรื่องโนนหมากค่า ห้วยแกดำ ต้นสะแกดำ หนองแกดำ และการสร้างวัดดาวดึงส์ เพราะสถานที่เหล่านี้เป็นฉากสำคัญของเรื่องเล่าการตั้งบ้าน เมื่ออ่านประวัติแล้วเดินทางไปยังพื้นที่จริง ผู้มาเยือนจะเห็นว่าเรื่องเล่าไม่ได้ลอยอยู่ในตำรา แต่ยังมีภูมิประเทศ ชุมชน วัด และแหล่งน้ำรองรับอยู่จริง การท่องเที่ยวจึงกลายเป็นการอ่านประวัติศาสตร์ผ่านพื้นที่
ชาวต่างชาติที่มาเยือนดอนหลวงปู่จ้อยจะได้เห็นวัฒนธรรมไทยในระดับชุมชนที่ลึกกว่าการชมวัดใหญ่หรือแลนด์มาร์กเมืองหลัก สถานที่แห่งนี้ช่วยอธิบายได้ว่า ในสังคมอีสาน พระสงฆ์ผู้เป็นที่เคารพสามารถกลายเป็นศูนย์รวมความทรงจำของชุมชนได้อย่างไร และเหตุใดศาลระลึกถึงพระสงฆ์จึงยังมีบทบาทต่อพิธีกรรม ความเชื่อ และงานบุญของชาวบ้าน การอธิบายเป็นภาษาอังกฤษควรใช้คำว่า sacred memorial ground of Luang Pu Joi หรือ local spiritual site dedicated to a revered monk เพื่อสื่อความหมายที่ใกล้เคียงและเข้าใจง่ายสำหรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ
ในแง่ประสบการณ์ท่องเที่ยว ดอนหลวงปู่จ้อยเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการมาแบบช้า ๆ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อไหว้สักการะ เดินชมบริเวณโดยรอบ ทำความเข้าใจความสัมพันธ์กับบ้านแกดำ และต่อยอดไปยังสะพานไม้แกดำ หากต้องการเที่ยวให้ครบ ควรวางแผนแบบครึ่งวัน โดยเริ่มจากดอนหลวงปู่จ้อย ต่อด้วยวัดดาวดึงส์ สะพานไม้แกดำ อ่างเก็บน้ำหนองแกดำ แล้วแวะร้านอาหารหรือคาเฟ่ในอำเภอแกดำก่อนเดินทางกลับตัวเมืองมหาสารคาม
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและเหมาะกับการไหว้สักการะอย่างสงบ หากต้องการถ่ายภาพสะพานไม้แกดำต่อจากการไหว้ดอนหลวงปู่จ้อย ช่วงเช้ามักได้บรรยากาศเงียบและแสงอ่อน ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมทิวทัศน์หนองน้ำและบึงบัว ผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศงานประเพณีควรเดินทางในช่วงฤดูกาลบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นช่วงที่ชุมชนแกดำมีชีวิตชีวาและแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ชัดเจนที่สุด
การเดินทาง จากตัวเมืองมหาสารคามไปยังดอนหลวงปู่จ้อย ใช้ระยะทางประมาณ 25 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารประจำทางที่ผ่านอำเภอแกดำ หากใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งพิกัดไปยังดอนหลวงปู่จ้อย บ้านแกดำ ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม แล้วเดินทางต่อไปยังสะพานไม้แกดำและวัดดาวดึงส์ได้สะดวก เส้นทางเป็นเส้นทางชุมชนและถนนท้องถิ่นที่เหมาะกับการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ
หากเดินทางจากฝั่งอำเภอวาปีปทุมหรืออำเภอเมืองมหาสารคาม สามารถเข้าสู่อำเภอแกดำตามเส้นทางหลักของจังหวัด แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่บ้านแกดำซึ่งเป็นชุมชนศูนย์กลางของอำเภอ จุดเด่นของการเที่ยวแกดำคือสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ไม่ไกลกันมาก ดอนหลวงปู่จ้อย วัดดาวดึงส์ สะพานไม้แกดำ และหนองแกดำสามารถจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกันได้ นักท่องเที่ยวจึงไม่ต้องใช้เวลามากแต่ได้เรียนรู้ทั้งศรัทธา ประวัติ และธรรมชาติในคราวเดียว
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเยือนคือเสื้อผ้าสุภาพ รองเท้าที่ถอดง่าย น้ำดื่มในช่วงอากาศร้อน และกล้องถ่ายภาพสำหรับเก็บบรรยากาศโดยรอบอย่างเหมาะสม ไม่ควรถ่ายภาพในมุมที่ไม่ให้เกียรติสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือผู้ที่กำลังสักการะ หากมาช่วงงานบุญบั้งไฟหรือพิธีกรรมของชุมชน ควรรักษาระยะ ไม่รบกวนผู้ประกอบพิธี และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านใช้พื้นที่ตามจารีตของตนก่อนนักท่องเที่ยว
ดอนหลวงปู่จ้อยมีคุณค่ามากกว่าขนาดของสถานที่ เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมความทรงจำของการตั้งบ้านแกดำและความศรัทธาต่อพระสงฆ์ผู้เป็นผู้นำทางจิตใจของชุมชน สถานที่ลักษณะนี้อาจไม่ได้มีอาคารใหญ่โตเหมือนแหล่งท่องเที่ยวหลัก แต่มีพลังทางวัฒนธรรมจากเรื่องเล่าของคนในพื้นที่ ผู้ที่มาเยือนด้วยความเคารพจะมองเห็นความงามของชุมชนเก่า เห็นบทบาทของศรัทธาในชีวิตประจำวัน และเข้าใจว่าทำไมหลวงปู่จ้อยจึงยังเป็นปูชนียบุคคลสำคัญของชาวแกดำ
เมื่อมองโดยรวม ดอนหลวงปู่จ้อย บ้านแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอแกดำ เพราะเชื่อมโยงเรื่องราวของบ้านสะแกดำ การอพยพมาตั้งบ้านใน พ.ศ. 2338 บทบาทของหลวงปู่จ้อย ความศรัทธาของชุมชน วัดดาวดึงส์ หนองแกดำ สะพานไม้แกดำ และประเพณีบุญบั้งไฟไว้ในสถานที่เดียวกัน ผู้ที่ต้องการรู้จักมหาสารคามอย่างลึกซึ้งควรมาเยือนสถานที่แห่งนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อสัมผัสรากเหง้าและจิตวิญญาณของอำเภอแกดำจากพื้นที่จริง
| ชื่อสถานที่ | ดอนหลวงปู่จ้อย |
| ที่ตั้ง | บ้านแกดำ ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม |
| ที่อยู่ | บ้านแกดำ ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม 44190 |
| พิกัด | 16.024199, 103.386769 |
| ไฮไลต์ | สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ระลึกถึงหลวงปู่จ้อย พระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งชุมชนบ้านแกดำ และเป็นพื้นที่ศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับงานบุญบั้งไฟของอำเภอแกดำ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เกี่ยวข้องกับประวัติการตั้งบ้านแกดำราว พ.ศ. 2338 การอพยพของกลุ่มชาวบ้านจากเขตเมืองสุวรรณภูมิ-ร้อยเอ็ด และบทบาทของหลวงปู่จ้อยในฐานะผู้นำฝ่ายบรรพชิตของชุมชน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อดอนหลวงปู่จ้อยมาจากพื้นที่ดอนหรือเนินที่ชาวบ้านสร้างศาลและสถานที่สักการะเพื่อระลึกถึงหลวงปู่จ้อย ส่วนชื่อบ้านแกดำมาจากไม้สะแกดำหรือสะแกครั่งที่เคยขึ้นในพื้นที่ |
| ลักษณะเด่น | เป็นพื้นที่สักการะของชุมชน มีศาลหรือพื้นที่ระลึกถึงหลวงปู่จ้อย ลานประกอบพิธี และความสัมพันธ์กับประวัติชุมชนบ้านแกดำ |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์ / สิ่งสำคัญ | ศาลหลวงปู่จ้อย รูปเคารพหลวงปู่จ้อย พื้นที่สักการะ และพื้นที่ประกอบพิธีกรรมด้านความเชื่อของชาวอำเภอแกดำ |
| ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง | เกี่ยวข้องกับความศรัทธาชุมชนและงานบุญบั้งไฟของอำเภอแกดำ ซึ่งเป็นประเพณีขอฝนและงานบุญสำคัญของชาวอีสาน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองมหาสารคามถึงดอนหลวงปู่จ้อยประมาณ 25 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารประจำทางที่ผ่านอำเภอแกดำ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าสักการะในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนบ้านแกดำ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะ ลานประกอบพิธี พื้นที่ชุมชนโดยรอบ จุดเชื่อมต่อไปยังวัดดาวดึงส์ สะพานไม้แกดำ และร้านอาหารในอำเภอแกดำ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ศาลหลวงปู่จ้อย พื้นที่วางเครื่องสักการะ ลานสักการะ พื้นที่ประกอบพิธีกรรม และพื้นที่ชุมชนบ้านแกดำโดยรอบ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | ชุมชนบ้านแกดำ วัดดาวดึงส์ เทศบาลตำบลแกดำ และองค์การบริหารส่วนตำบลแกดำ |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น | เทศบาลตำบลแกดำ โทร. 043-787-043, 043-787-459 องค์การบริหารส่วนตำบลแกดำ โทร. 043-029-539 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เทศบาลตำบลแกดำ และองค์การบริหารส่วนตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดดาวดึงส์แกดำ ประมาณ 1 กม. 2. สะพานไม้แกดำ ประมาณ 1 กม. 3. อ่างเก็บน้ำหนองแกดำ ประมาณ 1 กม. 4. วัดหนองหูลิง ประมาณ 9 กม. 5. กู่มหาธาตุ หรือกู่บ้านเขวา ประมาณ 17 กม. 6. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองมหาสารคาม ประมาณ 25 กม. 7. วัดมหาชัย จังหวัดมหาสารคาม ประมาณ 26 กม. 8. พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประมาณ 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Glam Cafe แกลมคาเฟ่แกดำ ประมาณ 1 กม. โทร. 090-227-7494 2. จิ้มจุ่มไฟแดงแกดำ 2 ประมาณ 1 กม. โทร. 082-584-7990 3. Jungle Cafe สาขาแกดำ มหาสารคาม ประมาณ 2 กม. โทร. 061-143-2590 4. ร้านตำปากโป อ.แกดำ ประมาณ 2 กม. โทร. 061-393-8986 5. โพนละออม คาเฟ่ ประมาณ 12 กม. โทร. 099-472-4666 6. Me&More Cafe มหาสารคาม ประมาณ 22 กม. โทร. 091-054-7799 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. จินนภาการ์เด้น & รีสอร์ท แกดำ มหาสารคาม ประมาณ 3 กม. โทร. 086-047-6263, 097-969-4359 2. โรงแรมบ้านสวนดำรงค์ทรัพย์ แกดำ ประมาณ 4 กม. โทร. 091-064-5458, 085-468-7638 3. ไปรยนันท์ เพลส มหาสารคาม ประมาณ 20 กม. โทร. 043-777-339, 097-223-9923 4. บ้านชาญชล รีสอร์ท มหาสารคาม ประมาณ 21 กม. โทร. 094-929-6201 5. Boxotel Resort มหาสารคาม ประมาณ 23 กม. โทร. 087-370-5555, 089-944-9866 6. Top Inn Hotel มหาสารคาม ประมาณ 25 กม. โทร. 043-711-979 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ดอนหลวงปู่จ้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ดอนหลวงปู่จ้อยตั้งอยู่ที่บ้านแกดำ ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของชุมชนบ้านแกดำ
ถาม: ดอนหลวงปู่จ้อยมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นสถานที่ระลึกถึงหลวงปู่จ้อย พระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งชุมชนบ้านแกดำ และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวอำเภอแกดำ
ถาม: ดอนหลวงปู่จ้อยเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ชื่อบ้านแกดำมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อบ้านแกดำมาจากต้นสะแกดำหรือสะแกครั่ง ซึ่งเป็นไม้ที่มีลำต้น กิ่งก้าน และใบออกสีดำหรือสีครั่ง เดิมเรียกบ้านสะแกดำ ก่อนกร่อนเหลือเป็นบ้านแกดำ
ถาม: ดอนหลวงปู่จ้อยเกี่ยวข้องกับบุญบั้งไฟอย่างไร?
ตอบ: ดอนหลวงปู่จ้อยเป็นพื้นที่ศรัทธาของชุมชนและเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมด้านความเชื่อ รวมถึงงานบุญบั้งไฟของอำเภอแกดำ ซึ่งเป็นประเพณีขอฝนสำคัญของชาวอีสาน
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองมหาสารคามไปดอนหลวงปู่จ้อยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองมหาสารคามเดินทางไปยังอำเภอแกดำ ระยะทางประมาณ 25 กม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารประจำทางได้
ถาม: เที่ยวดอนหลวงปู่จ้อยควรไปต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดดาวดึงส์ สะพานไม้แกดำ อ่างเก็บน้ำหนองแกดำ วัดหนองหูลิง และกู่มหาธาตุหรือกู่บ้านเขวาได้
ถาม: ดอนหลวงปู่จ้อยเหมาะกับชาวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมอีสาน ประวัติชุมชนเก่า ความศรัทธาต่อพระสงฆ์พื้นถิ่น และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดมหาสารคาม
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




