หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.นาเชือก >ต.หนองแดง > ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง
TL;DR: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง อยู่ที่บ้านโคกก่อง หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งเรียนรู้หัตถกรรมและภูมิปัญญาไหมไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของอำเภอนาเชือก ตั้งอยู่ที่บ้านโคกก่อง หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม เป็นโครงการส่งเสริมศิลปาชีพอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงทอดพระเนตรเห็นความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่แห้งแล้ง การประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำได้ไม่เต็มที่ และครัวเรือนจำนวนหนึ่งมีทักษะการทอผ้าไหมเป็นทุนทางวัฒนธรรมอยู่แล้ว จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ส่งเสริมการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถรักษาภูมิปัญญาผ้าไหมอีสานให้คงอยู่ต่อไป
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องจึงไม่ได้เป็นเพียงอาคารฝึกอาชีพหรือจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระราชดำริ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร และการอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม จากชุมชนชนบทที่ประสบปัญหาความแห้งแล้งและมีข้อจำกัดด้านรายได้ ศูนย์แห่งนี้ช่วยเปิดทางให้ชาวบ้านนำทักษะการทอผ้าไหมที่มีอยู่ในครัวเรือนมาพัฒนาเป็นอาชีพที่มีระบบมากขึ้น ตั้งแต่การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การสาวไหม การเตรียมเส้นไหม การย้อม การมัดหมี่ การทอ การตรวจคุณภาพ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับตลาดร่วมสมัย
บ้านโคกก่องเป็นชุมชนในตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดมหาสารคาม ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีทุ่งนา ชุมชนชนบท และแหล่งน้ำตามฤดูกาล วิถีชีวิตของราษฎรในพื้นที่ผูกพันกับการทำนาและอาชีพพื้นบ้าน เมื่อฤดูเพาะปลูกไม่สามารถให้ผลผลิตเพียงพอ การมีอาชีพเสริมจึงมีความหมายต่อความมั่นคงของครอบครัวอย่างมาก ศิลปาชีพบ้านโคกก่องจึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนในพื้นที่ ไม่ใช่โครงการที่แยกขาดจากชุมชน แต่เป็นโครงการที่เติบโตจากปัญหา ความสามารถ และความหวังของชาวบ้านโดยตรง
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2537 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรที่บ้านโคกก่อง ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้นำราษฎรเข้าเฝ้าฯ และทรงทราบถึงความเดือดร้อนจากปัญหาการประกอบอาชีพ ความแห้งแล้ง และการเพาะปลูกที่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงพระราชทานเงินทุนเพื่อให้ราษฎรนำไปประกอบอาชีพเสริมรายได้ โดยเฉพาะการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม พร้อมทั้งทรงรับสมาชิกทอผ้าไหมเข้าไว้ในโครงการศิลปาชีพ จุดเริ่มต้นนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องในปัจจุบัน
ภายหลังจากพระราชเสาวนีย์ดังกล่าว โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านโคกก่องได้รับการจัดตั้งและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการก่อสร้างอาคารศูนย์ในปี 2537 บนพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 12 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรม พัฒนาฝีมือ ผลิตผลงาน และประสานงานสมาชิกศิลปาชีพในพื้นที่รับผิดชอบ โครงการไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบ้านโคกก่องเท่านั้น แต่มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 9 ตำบล 33 หมู่บ้าน ในเขตอำเภอนาเชือกและอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ทำให้ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมของหลายชุมชน
กิจกรรมหลักของศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง ได้แก่ กลุ่มทอผ้าไหม กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กลุ่มแกะสลักไม้ กลุ่มเขียนลาย รวมถึงงานหัตถกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับศิลปาชีพ การดำเนินงานมุ่งสร้างอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้ราษฎร พร้อมกับอนุรักษ์วัฒนธรรมการทอผ้าไหมซึ่งเป็นภูมิปัญญาสำคัญของชาวอีสาน สมาชิกไม่ได้เพียงมารับงานผลิตเท่านั้น แต่ยังได้รับการพัฒนาทักษะ การฝึกอบรม การปรับปรุงวิธีการทำงาน และการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผลงานมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
หัวใจของศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องคือผ้าไหม เพราะผ้าไหมเป็นทั้งเครื่องนุ่งห่ม งานศิลป์ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนอีสาน การทอผ้าไหมต้องอาศัยความละเอียด ความอดทน และความเข้าใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดูแลต้นหม่อนซึ่งเป็นอาหารของตัวไหม การเลี้ยงไหมให้ได้รังที่มีคุณภาพ การสาวไหมให้ได้เส้นไหมที่สม่ำเสมอ การเตรียมเส้นยืนและเส้นพุ่ง การมัดลาย การย้อมสี และการทอด้วยกี่พื้นบ้าน ทุกขั้นตอนล้วนสะท้อนภูมิปัญญาที่สั่งสมจากรุ่นสู่รุ่น
สำหรับผู้มาเยือน ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องช่วยให้มองเห็นความหมายของผ้าไหมมากกว่าความสวยงามของผืนผ้า ผ้าไหมหนึ่งผืนไม่ได้เกิดขึ้นจากแรงงานของคนคนเดียว แต่เกิดจากเครือข่ายความรู้ของครัวเรือนและชุมชน มีคนปลูกหม่อน มีคนเลี้ยงไหม มีคนสาวไหม มีคนย้อม มีคนมัดหมี่ มีคนทอ และมีคนตรวจความเรียบร้อยก่อนนำไปใช้หรือจำหน่าย การได้เห็นกระบวนการเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าผ้าไหมคือมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงสินค้าที่วางขายบนชั้นจำหน่าย
การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นรากฐานสำคัญของงานผ้าไหม เพราะคุณภาพของเส้นไหมเริ่มตั้งแต่คุณภาพของใบหม่อนและการเลี้ยงตัวไหม หากใบหม่อนสมบูรณ์ ตัวไหมจะแข็งแรงและสร้างรังไหมที่มีคุณภาพ เมื่อรังไหมดี การสาวไหมก็ได้เส้นที่เหมาะสำหรับการทอผ้า การส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจึงเป็นการสร้างห่วงโซ่อาชีพในท้องถิ่น ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ครัวเรือนมีทางเลือกในการสร้างรายได้และลดการพึ่งพาการทำเกษตรเพียงอย่างเดียว
งานทอผ้าไหมที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องมีความสำคัญในฐานะการสืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมของชุมชน การทอผ้าไม่ได้เป็นเพียงการผลิตสิ่งของเพื่อจำหน่าย แต่ยังเป็นพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ช่างทอที่มีประสบการณ์จะรู้จังหวะของกี่ รู้การควบคุมแรงมือ รู้การแก้เส้นไหมขาด รู้การอ่านลาย และรู้วิธีรักษาความสม่ำเสมอของผืนผ้า ความรู้เหล่านี้จำนวนมากเรียนรู้จากการลงมือทำจริง จึงต้องมีพื้นที่ให้คนได้ฝึก ได้ดู และได้ทำต่อเนื่อง
ศูนย์แห่งนี้ยังมีคุณค่าต่อการพัฒนาสตรีในชนบท เพราะงานทอผ้าไหมเป็นงานที่ผู้หญิงในครอบครัวอีสานจำนวนมากมีความชำนาญอยู่เดิม เมื่อได้รับการส่งเสริมและจัดระบบ สมาชิกสามารถใช้ทักษะเดิมสร้างรายได้เพิ่มโดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งครอบครัวหรือเดินทางไกลไปหางานนอกพื้นที่ รายได้จากงานศิลปาชีพช่วยเพิ่มความมั่นคงให้ครัวเรือน ช่วยให้ผู้หญิงมีบทบาททางเศรษฐกิจ และช่วยให้ความรู้พื้นบ้านที่เคยอยู่ในบ้านกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สังคมเห็นคุณค่ามากขึ้น
ในมิติของการพัฒนาชุมชน ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องมีบทบาทเป็นทั้งศูนย์ฝึกอาชีพ ศูนย์เรียนรู้ และศูนย์รวมความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการไม่ได้รับเพียงรายได้ แต่ยังได้รับโอกาสในการพัฒนาฝีมือ รู้จักมาตรฐานการผลิต รู้จักการทำงานร่วมกัน และเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาบ้านเกิดของตนเอง โครงการจึงช่วยให้ชุมชนมีทุนทางสังคมที่แข็งแรงขึ้น เพราะคนในพื้นที่มีเป้าหมายร่วมและมีพื้นที่กลางสำหรับขับเคลื่อนอาชีพ
อาคารศูนย์ที่สร้างขึ้นในพื้นที่ 12 ไร่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การทำงานของโครงการมีความชัดเจนมากขึ้น พื้นที่ของศูนย์ทำหน้าที่รองรับกิจกรรมฝึกอบรม การผลิต การจัดแสดงผลงาน การประสานงานสมาชิก และการต้อนรับผู้สนใจศึกษาเรียนรู้ แม้ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องจะไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงบันเทิงขนาดใหญ่ แต่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม การศึกษางานหัตถกรรม และการทำความเข้าใจพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมอาชีพอย่างลึกซึ้ง
ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ได้ว่าศิลปาชีพไม่ใช่เพียงการรักษางานฝีมือเก่าไว้เท่านั้น แต่เป็นแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านความรู้ที่ชาวบ้านมีอยู่แล้ว พระราชดำริด้านศิลปาชีพมองเห็นคุณค่าของฝีมือชาวบ้านและเปลี่ยนทักษะเหล่านั้นให้เป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรี เมื่อราษฎรมีรายได้จากสิ่งที่ตนถนัด ชุมชนก็มีความมั่นคงมากขึ้น ลูกหลานเห็นแบบอย่างของงานพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่นยังคงมีพื้นที่ในสังคมสมัยใหม่
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องยังเชื่อมโยงกับภาพรวมของอำเภอนาเชือก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคำขวัญเกี่ยวกับปลาบู่ ปูทูลกระหม่อม ผ้าไหม และห้วยค้อ ชื่อเสียงด้านผ้าไหมของนาเชือกไม่ได้เกิดจากศูนย์แห่งเดียว แต่เกิดจากเครือข่ายชุมชนทอผ้าในหลายหมู่บ้านที่มีทักษะและลวดลายเฉพาะตัว ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องจึงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางที่ทำให้ภาพลักษณ์ “งามพร้อมผ้าไหม” ของอำเภอนาเชือกมีความชัดเจนและจับต้องได้
นอกจากบ้านโคกก่องแล้ว เครือข่ายสมาชิกของโครงการยังเกี่ยวข้องกับหลายชุมชนในอำเภอนาเชือกและอำเภอบรบือ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าศิลปาชีพเป็นระบบที่เชื่อมหลายหมู่บ้านเข้าด้วยกัน ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและงานหัตถกรรมจึงไม่ได้มาจากชุมชนเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของภูมิปัญญาร่วมในพื้นที่กว้าง การมีพื้นที่รับผิดชอบ 9 ตำบล 33 หมู่บ้านทำให้โครงการมีบทบาทระดับอำเภอและระดับจังหวัด ไม่ใช่เพียงกิจกรรมขนาดเล็กของหมู่บ้านหนึ่ง
ในด้านวัฒนธรรม ผ้าไหมบ้านโคกก่องและเครือข่ายศิลปาชีพในพื้นที่สะท้อนโลกทัศน์ของชาวอีสานที่ผูกพันกับสี ลาย และจังหวะของชีวิต ลายผ้าไหมมักมีความสัมพันธ์กับธรรมชาติ ความเชื่อ สิ่งแวดล้อม และความงามที่ผู้ทอพบเห็นรอบตัว การเลือกสีและการจัดลายไม่ได้เป็นเรื่องเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรสนิยม ความทรงจำ และประสบการณ์ชีวิตที่ถ่ายทอดลงบนผืนผ้า ผ้าไหมจึงทำหน้าที่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมของชุมชน
การเรียนรู้ที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักออกแบบสิ่งทอ ผู้ประกอบการชุมชน และผู้สนใจงานหัตถศิลป์ไทย เพราะสามารถใช้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจว่าผ้าไหมไทยต้องใช้ความรู้หลายชั้น ทั้งเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ของเส้นใย ความชำนาญเชิงช่าง ศิลปะการออกแบบ และระบบเศรษฐกิจชุมชน การมาเยือนด้วยเวลาเพียงสั้น ๆ ก็ทำให้เห็นภาพรวมของกระบวนการได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับชาวต่างชาติ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องควรอธิบายว่าเป็น Royal Arts and Crafts Promotion Center หรือ Royal Sericulture and Silk Weaving Project ในระดับชุมชน ไม่ใช่เพียง silk shop หรือ weaving workshop ทั่วไป เพราะแก่นของสถานที่อยู่ที่พระราชดำริ การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ผ้าไหม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร การอธิบายเช่นนี้ทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าผ้าไหมที่นี่มีความหมายทางสังคมและประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงงานฝีมือเพื่อการค้า
การมาเยือนศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องควรใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากต้องการเดินชมพื้นที่ ศึกษาความเป็นมา และทำความเข้าใจกระบวนการศิลปาชีพ แต่หากเป็นคณะศึกษาดูงานหรือผู้สนใจผ้าไหมอย่างจริงจัง ควรเผื่อเวลามากกว่านั้น เพราะการเรียนรู้เรื่องหม่อนไหมและการทอผ้าไม่สามารถเข้าใจได้จากการมองผ่าน ๆ การได้ฟังคำอธิบายจากคนในพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่จะช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างพระราชดำริ ชีวิตชาวบ้าน และผลงานหัตถกรรมได้ชัดเจนขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้น ๆ เพราะเป็นเวลาที่เหมาะกับการเดินชมศูนย์และเดินทางต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอนาเชือก หากต้องการจัดทริปแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มจากศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง แล้วเดินทางต่อไปยังสะพานไม้ฮัก อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ หรือ Dictionary Park หากมีเวลาหนึ่งวันสามารถขยายเส้นทางไปยังเขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำดูนลำพัน พระธาตุนาดูน หรือแหล่งเรียนรู้ผ้าไหมชุมชนอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงได้
การเดินทาง ไปศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด โดยเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคามมุ่งหน้าไปอำเภอนาเชือก แล้วต่อเข้าสู่ตำบลหนองแดงและบ้านโคกก่อง หมู่ที่ 7 เส้นทางเป็นถนนท้องถิ่นเชื่อมชุมชน ใช้เวลาขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและสภาพการจราจร หากตั้งต้นจากตัวอำเภอนาเชือก บ้านโคกก่องอยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 18 กม. ผู้มาเยือนควรใช้แผนที่ออนไลน์ร่วมกับการสอบถามคนในพื้นที่ โดยเฉพาะหากต้องการเดินทางตรงไปยังอาคารศูนย์หรือจุดกิจกรรมภายในชุมชน
สำหรับผู้ที่เดินทางจากอำเภอบรบือ สามารถใช้เส้นทางเชื่อมระหว่างบรบือและนาเชือกเข้าสู่ตำบลหนองแดงได้เช่นกัน จุดเด่นของการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวคือสามารถแวะหลายจุดในเส้นทางเดียวกัน เช่น ร้านอาหารท้องถิ่นในนาเชือก คาเฟ่ชุมชน สะพานไม้ฮัก อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ และที่พักในอำเภอนาเชือกหรืออำเภอบรบือ การจัดเส้นทางเช่นนี้ทำให้การมาเยือนศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องเป็นมากกว่าการแวะชมสถานที่เดียว แต่กลายเป็นทริปเรียนรู้วิถีผ้าไหมและชุมชนชนบทมหาสารคาม
เมื่อมาเยือนควรปฏิบัติตัวอย่างสุภาพ เพราะศูนย์แห่งนี้เป็นพื้นที่ทำงานของชุมชนและสมาชิกศิลปาชีพ ไม่ควรจับต้องเส้นไหม เครื่องมือ หรือผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการถ่ายภาพสมาชิกขณะทำงาน ควรสอบถามก่อนเสมอ การถ่ายภาพงานทอผ้าและผลงานหัตถกรรมควรทำด้วยความเคารพต่อผู้ผลิต เพราะผลงานแต่ละชิ้นเกิดจากเวลา ความละเอียด และทักษะของช่างทอ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสมยังเป็นการช่วยต่อยอดรายได้ของชุมชนโดยตรง
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการซื้อของฝากที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ้าฝ้าย งานหัตถกรรม และผลงานที่เกี่ยวข้องกับทักษะของสมาชิก หากมีสินค้าจำหน่ายในช่วงที่เดินทางไป ผู้มาเยือนควรเลือกซื้ออย่างเข้าใจคุณค่าของงานฝีมือ มากกว่ามองเพียงราคา เพราะผ้าไหมหนึ่งผืนต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนและใช้เวลานาน การซื้อสินค้าจากแหล่งผลิตจึงเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและช่วยให้ช่างทอมีแรงจูงใจในการรักษาภูมิปัญญาต่อไป
ความงดงามของศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องอยู่ที่ความเรียบง่ายและความจริงของชุมชน ที่นี่อาจไม่ได้มีความอลังการแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีคุณค่าจากเรื่องราวของคน ความเพียรของสมาชิก และพระมหากรุณาธิคุณที่เปลี่ยนงานฝีมือพื้นบ้านให้กลายเป็นอาชีพที่มีความหมาย ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหญ่โตเสมอไป แต่อาจเริ่มจากกี่ทอผ้า เส้นไหม ใบหม่อน และโอกาสที่ชุมชนได้รับอย่างถูกจังหวะ
ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องเป็นจุดหมายที่ช่วยเติมเต็มภาพของจังหวัดมหาสารคาม เพราะจังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงวัด โบราณสถาน หรือแหล่งธรรมชาติ แต่ยังมีภูมิปัญญาผ้าไหมและโครงการตามพระราชดำริที่มีบทบาทต่อชีวิตผู้คนจริง การเพิ่มศูนย์แห่งนี้ในเส้นทางท่องเที่ยวทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจมหาสารคามในมิติของงานฝีมือ สตรีชนบท รายได้ชุมชน และความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักกับการพัฒนาท้องถิ่น
เมื่อมองโดยรวม ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เศรษฐกิจชุมชน งานหัตถศิลป์ และวัฒนธรรมไหมไทย สถานที่แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่พระราชเสาวนีย์ในปี 2537 การก่อสร้างศูนย์บนพื้นที่ 12 ไร่ การขยายพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 9 ตำบล 33 หมู่บ้าน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะของสมาชิกศิลปาชีพในกลุ่มทอผ้าไหม ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แกะสลักไม้ และเขียนลาย ผู้ที่ต้องการรู้จักมหาสารคามอย่างลึกซึ้งควรมาเยือนที่นี่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อเห็นด้วยตาว่าผืนผ้าไหมหนึ่งผืนสามารถสะท้อนพระมหากรุณาธิคุณ ความขยันของชาวบ้าน และภูมิปัญญาอีสานได้อย่างงดงามเพียงใด
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง / โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านโคกก่อง |
| ที่ตั้ง | บ้านโคกก่อง หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม |
| ที่อยู่ | บ้านโคกก่อง หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม 44170 |
| พิกัดอ้างอิงบ้านโคกก่อง | 15.877330, 102.937948 |
| ไฮไลต์ | แหล่งเรียนรู้ศิลปาชีพด้านปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม และงานหัตถกรรมชุมชนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ |
| ประวัติ / ความเป็นมา | เริ่มจากพระราชเสาวนีย์เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านโคกก่องในปี 2537 และทรงส่งเสริมให้ราษฎรนำทุนไปประกอบอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม |
| พื้นที่โครงการ | อาคารศูนย์ก่อสร้างในพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ และมีพื้นที่รับผิดชอบ 9 ตำบล 33 หมู่บ้าน ในอำเภอนาเชือกและอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม |
| กิจกรรมเด่น | ทอผ้าไหม ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แกะสลักไม้ เขียนลาย พัฒนาผลิตภัณฑ์ และฝึกอาชีพสมาชิกศิลปาชีพ |
| คุณค่าทางวัฒนธรรม | อนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไหมอีสาน สร้างอาชีพเสริมให้ราษฎร และยกระดับงานหัตถกรรมชุมชนให้เป็นมรดกทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด จากตัวเมืองมหาสารคามมุ่งหน้าไปอำเภอนาเชือก แล้วต่อเข้าสู่ตำบลหนองแดงและบ้านโคกก่อง หมู่ที่ 7 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่เกี่ยวกับโครงการส่งเสริมศิลปาชีพของชุมชนบ้านโคกก่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารศูนย์ พื้นที่ฝึกอาชีพ พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ พื้นที่เรียนรู้งานหม่อนไหม ลานกิจกรรม และพื้นที่ชุมชนโดยรอบ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อาคารศูนย์ศิลปาชีพ โซนทอผ้าไหม โซนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โซนฝึกอาชีพ โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ โซนประสานงานสมาชิก และพื้นที่ชุมชนบ้านโคกก่อง |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านโคกก่อง หน่วยงานด้านหม่อนไหม กองพลพัฒนาที่ 2 ชุมชนบ้านโคกก่อง และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดง |
| เบอร์ติดต่อ | ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่อง โทร. 088-359-2371 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดง โทร. 043-706-722 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | กรมหม่อนไหม สำนักงาน กปร. โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านโคกก่อง และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดบ้านหนองแดง ประมาณ 9 กม. 2. สะพานไม้ฮักนาเชือก และอ่างเก็บน้ำห้วยค้อ ประมาณ 22 กม. 3. Dictionary Park ดิกชันนารี่พาร์ค นาเชือก ประมาณ 22 กม. 4. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำดูนลำพัน ประมาณ 25 กม. 5. วัดป่านาเชือก ประมาณ 24 กม. 6. ปราสาทเปือยน้อย ประมาณ 38 กม. 7. พระธาตุนาดูน ประมาณ 52 กม. 8. กู่สันตรัตน์ ประมาณ 58 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวแม่ติ๊ก โรงแรมมัมติ๊กแคมป์ ประมาณ 18 กม. โทร. 065-119-1471 2. จิ้มจุ่มอินดี้ นาเชือก ประมาณ 22 กม. โทร. 064-337-8562 3. ชาบูไทบ้าน นาเชือก ประมาณ 22 กม. โทร. 086-856-4330 4. อโวคาโดคาเฟ่ สาขานาเชือก ประมาณ 23 กม. โทร. 065-886-6978 5. มุมสบายชายทุ่ง ประมาณ 25 กม. โทร. 088-887-9944 6. 4 NAKA CAFE 2465 ประมาณ 48 กม. โทร. 083-369-0694 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมมัมติ๊กแคมป์ นาเชือก ประมาณ 18 กม. โทร. 065-119-1471 2. ทานตะวันรีสอร์ท อำเภอนาเชือก ประมาณ 20 กม. โทร. 092-581-5413, 089-571-7620 3. โรงแรมออสโล่รีสอร์ท นาเชือก ประมาณ 22 กม. โทร. 086-797-9504 4. โรงแรมภูริเพลส บรบือ ประมาณ 35 กม. โทร. 043-750-777 5. โรงแรมราชรสธารา บรบือ ประมาณ 36 กม. โทร. 082-812-4117 6. โรงแรมพิมานอินน์ แกรนด์ บรบือ ประมาณ 40 กม. โทร. 098-104-3989, 065-309-6695 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องตั้งอยู่ที่บ้านโคกก่อง หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นโครงการส่งเสริมศิลปาชีพอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ช่วยสร้างอาชีพเสริมให้ราษฎร ส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และอนุรักษ์วัฒนธรรมการทอผ้าไหมของชุมชนอีสาน
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ศูนย์แห่งนี้มีกิจกรรมอะไรให้เรียนรู้บ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมเกี่ยวกับการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม แกะสลักไม้ เขียนลาย ฝึกอาชีพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของสมาชิกศิลปาชีพ
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจผ้าไหมไทย งานหัตถกรรม โครงการตามพระราชดำริ และการพัฒนาอาชีพชุมชน
ถาม: เดินทางไปศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยมุ่งหน้าไปอำเภอนาเชือก แล้วต่อเข้าสู่ตำบลหนองแดงและบ้านโคกก่อง หมู่ที่ 7
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องเกี่ยวข้องกับผ้าไหมอย่างไร?
ตอบ: ศูนย์แห่งนี้ส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและการทอผ้าไหม เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวบ้านและรักษาภูมิปัญญาผ้าไหมอีสานให้คงอยู่ต่อไป
ถาม: เที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบ้านโคกก่องแล้วควรไปต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังสะพานไม้ฮักนาเชือก อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ Dictionary Park เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำดูนลำพัน พระธาตุนาดูน และกู่สันตรัตน์ได้
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




