หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.นาดูน >ต.ดงบัง > วัดโพธาราม
TL;DR: วัดโพธาราม อยู่ที่บ้านดงบัง หมู่ที่ 5 ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองมหาสารคามมุ่งหน้าสู่อำเภอนาดูน แล้วเข้าสู่ตำบลดงบังและบ้านดงบัง หมู่ที่ 5.

มหาสารคาม

วัดโพธาราม

วัดโพธาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดโพธาราม จังหวัดมหาสารคาม เป็นวัดเก่าแก่สำคัญของบ้านดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งรวมสิมอีสาน ฮูปแต้มพื้นบ้าน ประวัติชุมชนลาวเวียงจันทน์ และร่องรอยเมืองเก่าในพื้นที่เดียวกัน วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โดยชาวลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทน์มาตั้งบ้านเรือนในพื้นที่ดงบัง ซึ่งเดิมเป็นโพนสูงล้อมรอบด้วยป่าไม้หนาทึบจนเกิดชื่อว่า “ดงบัง” ชุมชนมีรากวัฒนธรรมไทยลาว ตั้งบ้านครั้งแรกบริเวณบ้านเก่าน้อย และมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับบ้านตาบาง เขตอำเภอปทุมรัตต์ พื้นที่วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานของหมู่บ้าน แต่เป็นหลักฐานที่บอกเล่าการอพยพ การตั้งถิ่นฐาน และการสร้างความเป็นชุมชนของผู้คนในอีสานตอนล่างอย่างมีชีวิต
 
สิ่งที่ทำให้วัดโพธารามโดดเด่นมากคือสิมอีสานหลังเก่าและฮูปแต้มทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งเป็นมรดกศิลปกรรมพื้นบ้านที่มีคุณค่าอย่างสูง สิมหลังนี้ตั้งอยู่บนฐานสูง มีฐานประทักษิณโดยรอบ มีเสานางเรียงรองรับชายคาปีกนก ผนังก่อทึบ เจาะช่องหน้าต่างข้างละ 2 ช่องเพื่อรับแสงโดยไม่ทำบานเปิดปิด และมีพระประธานเป็นพระไม้แกะสลักตามฝีมือช่างพื้นถิ่น ภาพรวมของสิมจึงสะท้อนทั้งความงาม ความเรียบง่าย และภูมิปัญญาของงานช่างอีสานที่ไม่ได้เน้นความใหญ่โต แต่เน้นสัดส่วน ความศักดิ์สิทธิ์ และความสัมพันธ์กับพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา
 
ประวัติของวัดโพธารามมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะบริเวณบ้านดงบังสันนิษฐานว่าเคยเป็นพื้นที่เมืองเก่า มีคูน้ำล้อมรอบ พบแท่งศิลาแลง วัตถุโบราณ กระปุกรูปช้าง และโครงกระดูกจำนวนมาก หลักฐานเหล่านี้ทำให้เห็นว่าพื้นที่ดงบังไม่ใช่เพียงหมู่บ้านที่เกิดขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์เท่านั้น แต่อาจซ้อนทับอยู่บนภูมิทัศน์เก่าที่มีผู้คนอาศัยและประกอบกิจกรรมมาก่อน การมีวัดตั้งอยู่ในพื้นที่เช่นนี้ทำให้วัดโพธารามมีมิติทางประวัติศาสตร์หลายชั้น ทั้งชั้นโบราณคดี ชั้นการอพยพของผู้คน และชั้นศิลปกรรมวัดชุมชนที่ยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบัน
 
ก่อนจะมีสิมบกหลังปัจจุบัน วัดโพธารามเคยมีหอไตรและโบสถ์เก่าสร้างอยู่กลางน้ำ เป็นอุทกุกเขปสีมา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “สิมน้ำ” ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของโบสถ์หลังปัจจุบัน สิมน้ำเป็นรูปแบบศาสนสถานที่มีความหมายทางพิธีกรรมสูง เพราะใช้น้ำเป็นขอบเขตสีมาตามคติพระวินัย เมื่อสิมน้ำเดิมชำรุด จึงมีการสร้างสิมบกขึ้น โดยพระครูจันดี เจ้าอาวาสองค์ที่ 4 เป็นผู้ออกแบบ เดิมวัดมีชื่อว่าวัดโพธิ์ทอง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดโพธารามเมื่อปี พ.ศ. 2485 ชื่อใหม่ยังคงสื่อถึงโพธิ์ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้และความเป็นวัดพุทธอย่างชัดเจน
 
สิมวัดโพธารามเป็นสถาปัตยกรรมแบบพื้นบ้านอีสานที่มีเอกลักษณ์สูง ฐานสิมยกสูงบนฐานประทักษิณ ทำให้ตัวอาคารดูสง่างามและมีลักษณะเด่นกว่าสิมพื้นบ้านทั่วไป ฐานรองรับเสานางเรียงมีการทำบัวหงาย เส้นลวดลายท้องไม้ และบัวคว่ำ คล้ายเป็นฐานอาคารอีกชั้นหนึ่ง ส่งผลให้สิมมีมิติแนวตั้งและความสง่าทางสายตา บันไดทางขึ้น 11 ขั้นช่วยเน้นความสูงของอาคารและทำให้ผู้เดินขึ้นสู่สิมรับรู้การเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ทั่วไปเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน
 
หลังคาของสิมเดิมเป็นเครื่องไม้ มุงกระเบื้องไม้หรือแป้นเกล็ด ต่อมาจึงเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคาเพื่อให้เหมาะกับการดูแลรักษาในปัจจุบัน เครื่องบนหลังคามีลำยอง หางหงส์เป็นหัวนาค โหง่ และช่อฟ้าอยู่กลางสันหลังคา เป็นไม้แกะสลักแบบศิลปกรรมอีสานพื้นบ้านที่งดงามมาก รายละเอียดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าช่างพื้นถิ่นให้ความสำคัญกับส่วนยอดของอาคารในฐานะพื้นที่สัญลักษณ์ ไม่ใช่เพียงโครงสร้างป้องกันแดดฝน แต่เป็นส่วนที่เชื่อมโยงสิมกับคติเรื่องนาค การคุ้มครอง และความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา
 
ทางเข้าสิมมีนาคปั้นปูนเฝ้าบันไดทั้งสองข้าง นับเป็นงานประติมากรรมที่มีคุณค่าสูง เพิงด้านหน้าซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบันน่าจะสร้างขึ้นภายหลังเพื่อป้องกันฝนไม่ให้ทำลายตัวนาคที่เฝ้าบันได การมีเพิงช่วยให้ประติมากรรมส่วนหน้ารอดพ้นจากความเสียหายและยังช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถชมรายละเอียดได้ชัดขึ้น นาคเฝ้าบันไดทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มครองทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และสะท้อนคติสำคัญของศิลปะอีสานที่นาคเป็นสัญลักษณ์ของพลัง น้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และการปกปักรักษาพระพุทธศาสนา
 
ผนังสิมก่อทึบตลอด ทำให้ภายในอาคารมีความนิ่งและสงบ ช่องหน้าต่างที่เจาะไว้ข้างละ 2 ช่องทำหน้าที่รับแสงอย่างพอดีโดยไม่ทำให้พื้นที่ภายในเปิดโล่งเกินไป ลักษณะนี้สอดคล้องกับการใช้สิมเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและประดิษฐานพระประธาน พระไม้ที่ใช้เป็นพระประธานภายในสิมสะท้อนฝีมือช่างพื้นถิ่นอย่างชัดเจน พระไม้มีความอบอุ่นและใกล้ชิดกว่าพระพุทธรูปวัสดุแข็งชนิดอื่น เพราะมีร่องรอยของมือช่าง ความเชื่อ และความละเอียดอ่อนของงานแกะสลักท้องถิ่นอยู่ในองค์พระ
 
ฮูปแต้มของวัดโพธารามมีทั้งภายในและภายนอกสิม ช่างเขียนคืออาจารย์ซาลายและนายสิงห์ ซึ่งเป็นชาวบ้านดงบังทั้งคู่ ใช้วิธีเขียนสีฝุ่นผสมกาว ไม่มีการรองพื้น และใช้สีของพื้นผนังสิมเป็นสีพื้นของฮูปแต้ม สีที่ใช้ประกอบด้วยสีฟ้า เขียว แดง ดำ และขาว โดยภาพรวมใช้วรรณะสีอ่อน ไม่ฉูดฉาด ภาพที่ต้องการเน้นให้สะดุดตาจะใช้สีตรงข้ามตัดกัน เช่น สีครามตัดเส้นด้วยสีน้ำตาล สีส้ม และสีดำ วิธีเขียนลักษณะนี้ทำให้ฮูปแต้มมีบรรยากาศนุ่มนวล เรียบง่าย แต่ยังมีจังหวะภาพที่ดึงสายตาผู้ชมได้อย่างชัดเจน
 
เนื้อหาของฮูปแต้มมีความหลากหลายและสะท้อนโลกทัศน์ของคนอีสานในอดีตอย่างลึกซึ้ง มีทั้งเรื่องพระเวสสันดร พระพุทธประวัติ พระป่าเลไลยก์ รามสูร-เมขลา และสังข์ศิลป์ชัย เนื้อหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่คนอีสานคุ้นเคยผ่านงานบุญ การฟังเทศน์ นิทานพื้นบ้าน และวรรณกรรมลาว-อีสาน ฮูปแต้มจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพประดับ แต่เป็นสื่อธรรมะ สื่อวรรณกรรม และสื่อชุมชนที่ทำให้ผู้คนในอดีตเข้าใจหลักบุญบาป ความกตัญญู การให้ทาน ความอดทน และผลของการกระทำผ่านภาพที่ดูได้โดยไม่ต้องอ่านหนังสือ
 
เรื่องพระเวสสันดรมีความสำคัญมากในวัฒนธรรมอีสาน เพราะสัมพันธ์กับงานบุญผะเหวดหรือบุญมหาชาติ ซึ่งเป็นประเพณีใหญ่ของหมู่บ้านอีสานจำนวนมาก การเขียนเรื่องพระเวสสันดรไว้บนผนังสิมทำให้ชาวบ้านสามารถมองเห็นภาพการบำเพ็ญทานบารมีของพระเวสสันดร และเชื่อมโยงกับการฟังเทศน์มหาชาติในงานบุญประจำปี ภาพจึงทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางศาสนาและเป็นเครื่องเตือนใจเรื่องการเสียสละ การให้ และการทำบุญร่วมกันของชุมชน
 
เรื่องพระพุทธประวัติเป็นแกนกลางของการเรียนรู้พระพุทธศาสนา ภาพที่เล่าเหตุการณ์ในชีวิตของพระพุทธเจ้าทำให้ผู้ชมเข้าใจพุทธประวัติผ่านภาษาภาพ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สำคัญก่อนตรัสรู้ หลังตรัสรู้ หรือการเผยแผ่ธรรม ภาพพระป่าเลไลยก์สะท้อนตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปอยู่ป่าและมีช้างกับลิงมาปรนนิบัติ เป็นเรื่องที่ให้ความหมายเรื่องความสงบ ความเมตตา และธรรมชาติ ส่วนภาพรามสูร-เมขลาแสดงความเชื่อพื้นบ้านเกี่ยวกับปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้าร้อง ทำให้เห็นว่าฮูปแต้มวัดโพธารามไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องพุทธศาสนาแบบตรงไปตรงมา แต่ยังรวมคติธรรมชาติและความเชื่อพื้นบ้านเข้าไว้ด้วย
 
เรื่องสังข์ศิลป์ชัย หรือสินไซ เป็นวรรณกรรมสำคัญของชาวลาวและชาวอีสาน การปรากฏเรื่องนี้ในฮูปแต้มวัดโพธารามทำให้สิมหลังนี้มีความหมายในฐานะแหล่งเรียนรู้วรรณกรรมพื้นถิ่นอย่างเด่นชัด สังข์ศิลป์ชัยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความกล้าหาญ ความกตัญญู การต่อสู้ การเดินทาง และคุณธรรมของตัวละคร การนำเรื่องนี้มาเขียนคู่กับพุทธประวัติและชาดกแสดงให้เห็นว่าคนในชุมชนไม่ได้แยกศาสนาออกจากวรรณกรรมพื้นบ้าน แต่รับรู้ทั้งหมดเป็นโลกความรู้เดียวกันที่ใช้สอนใจและบอกเล่าประสบการณ์ชีวิต
 
นอกจากเรื่องเล่าทางศาสนาและวรรณกรรม ฮูปแต้มวัดโพธารามยังสะท้อนเหตุการณ์และวิถีชีวิตของผู้คนอีสานในอดีตอย่างละเอียด เช่น การแต่งกาย การไว้ผม สภาพสังคม การทำบุญ ความเป็นอยู่ประจำวัน การเลี้ยงดูบุตร การประกอบอาชีพ การค้าขาย การล่าสัตว์ การขับร้อง และการฟ้อนรำ ภาพเหล่านี้มีคุณค่ามากเพราะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจชีวิตของผู้คนในอดีตผ่านสายตาของช่างท้องถิ่น ไม่ใช่ผ่านเอกสารราชการหรือบันทึกจากคนนอกชุมชน
 
เสน่ห์ของฮูปแต้มอีสานอยู่ที่ความเป็นศิลปะพื้นบ้านซึ่งไม่ยึดติดกับหลักทัศนียภาพหรือสัดส่วนแบบตะวันตก ตัวละครในภาพอาจมีขนาดไม่สัมพันธ์กับพื้นที่จริง เหตุการณ์หลายช่วงเวลาอาจปรากฏอยู่ในฉากเดียวกัน และสีสันอาจใช้เพื่อเน้นความหมายมากกว่าความสมจริง วิธีเขียนเช่นนี้ทำให้ฮูปแต้มมีชีวิตชีวาและอ่านได้เหมือนนิทานภาพ ผู้มาเยือนควรชมด้วยสายตาที่เข้าใจศิลปะพื้นถิ่น มองหาความหมาย ท่าทาง ลำดับเรื่อง และรายละเอียดชีวิตชาวบ้านที่แทรกอยู่ในภาพ
 
วัดโพธารามจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้ทั้งความงามและความรู้สึกเกี่ยวกับวิถีชีวิตอีสานในอดีตอย่างดีเยี่ยม ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะสามารถศึกษาโครงสร้างสิม งานไม้ งานประติมากรรมนาค และการวางองค์ประกอบฮูปแต้ม ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมชุมชนสามารถอ่านภาพชีวิตชาวบ้านจากผนังสิม ผู้ที่สนใจพระพุทธศาสนาสามารถเรียนรู้ชาดก พุทธประวัติ และคติธรรม ส่วนผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสามารถสัมผัสบรรยากาศบ้านดงบังและความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนได้อย่างชัดเจน
 
การมาเยือนวัดโพธารามควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อเดินชมสิมทั้งภายนอกและภายในอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากสังเกตภาพรวมของอาคาร ฐานสูง เสานางเรียง ชายคาปีกนก และบันไดนาค จากนั้นจึงเดินดูฮูปแต้มภายนอกทีละด้าน แล้วค่อยเข้าสู่ภายในสิมเพื่อชมพระไม้และภาพขนาดใหญ่รอบห้อง การชมแบบช้า ๆ จะช่วยให้เห็นรายละเอียดที่มักถูกมองข้าม เช่น สีที่ซีดนุ่ม ลายเส้นของช่าง การใช้สีตัดกัน คำบรรยายอักษรไทยน้อยบางช่วง และภาพวิถีชีวิตที่ซ่อนอยู่ระหว่างเรื่องเล่าหลัก
 
มารยาทในการชมสิมวัดโพธารามเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะฮูปแต้มและอาคารเก่าเป็นมรดกที่เปราะบาง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่สัมผัสผนัง ไม่พิงภาพ ไม่ขีดเขียน ไม่ใช้แฟลชใกล้ภาพโดยไม่จำเป็น ไม่ปีนบันไดหรือประติมากรรมนาค และไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่สิม หากมีพระสงฆ์หรือชาวบ้านกำลังทำกิจกรรมทางศาสนา ควรเว้นระยะและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลวัด การชมด้วยความเคารพคือส่วนหนึ่งของการช่วยอนุรักษ์มรดกของชุมชน
 
บ้านดงบังเองก็มีคุณค่าในฐานะชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จุดเด่นของหมู่บ้านคือฮูปแต้มอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีและสภาพชุมชนที่ยังคงกลิ่นอายบ้านอีสานดั้งเดิมบางส่วน ถนนไทยนิวซีแลนด์หรือทางหลวง 2040 เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อการเดินทางในพื้นที่ ผู้มาเยือนที่เดินทางมาวัดโพธารามไม่ควรรีบกลับทันที แต่ควรใช้เวลาสังเกตบรรยากาศชุมชน บ้านเรือน ต้นไม้ และภูมิทัศน์รอบวัด เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไมฮูปแต้มและสิมจึงเกิดขึ้นได้ในชุมชนแห่งนี้
 
การเดินทาง ไปวัดโพธารามสามารถเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคามมุ่งหน้าสู่อำเภอนาดูน แล้วเข้าสู่ตำบลดงบังและบ้านดงบัง หมู่ที่ 5 วัดตั้งอยู่ในชุมชนบ้านดงบัง สามารถใช้พิกัด 15.65858126, 103.2484804 เพื่อช่วยนำทางได้ หากเดินทางจากพระบรมธาตุนาดูนหรือศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์นครจัมปาศรี สามารถต่อเส้นทางมายังบ้านดงบังได้ในระยะไม่ไกล เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น เพราะการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะเข้าหมู่บ้านอาจไม่สะดวกเท่าการใช้รถส่วนตัว
 
หากจัดเส้นทางท่องเที่ยวครึ่งวัน สามารถเริ่มจากวัดโพธาราม บ้านดงบัง เพื่อชมสิมและฮูปแต้ม จากนั้นเดินทางต่อไปยังพระบรมธาตุนาดูนและพิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี หากมีเวลาเต็มวัน สามารถเพิ่มกู่สันตรัตน์ วัดปาเลไลย์ หรือแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอนาดูนและอำเภอใกล้เคียงเข้าไปในเส้นทางได้ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจมหาสารคามตอนใต้ผ่านศิลปกรรมอีสาน โบราณสถานขอม พระบรมธาตุ และชุมชนเก่าแก่ที่ยังมีเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมหนาแน่น
 
พระบรมธาตุนาดูนเป็นสถานที่ที่ควรเที่ยวร่วมกับวัดโพธาราม เพราะเป็นปูชนียสถานสำคัญของจังหวัดมหาสารคามและเป็นศูนย์กลางความศรัทธาของอำเภอนาดูน พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรีช่วยเติมความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์เมืองโบราณในพื้นที่ ส่วนกู่สันตรัตน์เป็นโบราณสถานศิลาแลงแบบขอมที่มีความสัมพันธ์กับอโรคยาศาลในอดีต การรวมวัดโพธารามเข้ากับสถานที่เหล่านี้จะทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งศิลปะพุทธพื้นบ้าน วัฒนธรรมลาว-อีสาน และร่องรอยอารยธรรมขอมในภูมิภาคเดียวกัน
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงธรรมชาติช่วยให้ชมฮูปแต้มได้ชัดและอากาศไม่ร้อนจัด ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระและเดินชมอย่างสงบ ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการถ่ายภาพภายนอกสิมและเดินดูรายละเอียดผนังด้านนอก หากต้องการชมภาพภายในควรเลือกเวลาที่มีแสงเพียงพอและควรหลีกเลี่ยงการใช้แสงไฟแรงเกินไป เพราะภาพเขียนเก่าและผนังสิมควรได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง
 
วัดโพธารามเหมาะกับผู้มาเยือนหลายกลุ่ม นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมจะได้ชมสิมและฮูปแต้มที่มีคุณค่ามาก นักเรียนและนักศึกษาจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนผ่านสถานที่จริง ผู้สนใจศิลปกรรมจะได้ศึกษางานช่างพื้นถิ่น ส่วนชาวต่างชาติจะได้เข้าใจความหลากหลายของศิลปะพุทธในไทยนอกเหนือจากวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ เพราะสิมอีสานมีขนาดเล็กกว่า แต่มีความลึกทางเนื้อหาและมีความสัมพันธ์กับชุมชนอย่างแนบแน่น
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดโพธารามเป็นตัวอย่างที่ดีของ Isan sim และ hoop taem murals ซึ่งเป็นคำสำคัญในการทำความเข้าใจศิลปะพื้นถิ่นอีสาน สิมไม่ใช่เพียงอุโบสถขนาดเล็ก แต่เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมและพื้นที่เก็บภาพเล่าเรื่องของหมู่บ้าน ส่วนฮูปแต้มไม่ใช่จิตรกรรมฝาผนังแบบราชสำนัก แต่เป็นภาพพื้นบ้านที่สอนศาสนา เล่านิทาน สะท้อนชีวิต และแสดงโลกทัศน์ของคนอีสาน การมาเยือนวัดนี้จึงช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าศิลปะไทยมีความหลากหลายตามภูมิภาคมากเพียงใด
 
บริเวณอำเภอนาดูนมีร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักที่สามารถใช้เป็นจุดพักระหว่างเดินทางได้ เช่น ครัวนาดูน แซ่บนัวส์ครัวเจ้บิ๋ม คาเฟ่ผักหลังบ้าน ทุ่งดอกจานคาเฟ่ และ 4 Naka Cafe ส่วนที่พักใกล้พระธาตุนาดูนและอำเภอนาดูนมีทั้งลูกแก้วรีสอร์ท สาขานาดูน เพียงฟ้ารีสอร์ท อินาคารีสอร์ท และอินาคาพูลวิลล่า ผู้ที่ต้องการเที่ยววัดโพธารามอย่างเต็มที่ควรวางแผนเส้นทาง ร้านอาหาร และที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรืองานบุญที่อำเภอนาดูนมีผู้เดินทางจำนวนมาก
 
วัดโพธารามยังควรได้รับการมองในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ร่วมกันระหว่างวัด ชุมชน หน่วยงานด้านศิลปากร หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มาเยือน ฮูปแต้มเก่าไม่สามารถสร้างทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ หากเสียหายไปย่อมสูญเสียข้อมูลทางวัฒนธรรมที่สะสมมาหลายชั่วอายุคน การมาเที่ยวจึงควรเป็นการช่วยเพิ่มคุณค่าให้สถานที่ ไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหาย ผู้มาเยือนทุกคนสามารถช่วยได้ด้วยการเคารพพื้นที่ รักษาความสะอาด และเผยแพร่คุณค่าของวัดอย่างถูกต้อง
 
โดยสรุป วัดโพธาราม บ้านดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นหนึ่งในวัดที่ควรค่าแก่การเดินทางมาเยือนอย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจสิมอีสาน ฮูปแต้มพื้นบ้าน ประวัติชุมชนลาวเวียงจันทน์ และวิถีชีวิตอีสานในอดีต จุดเด่นของวัดคือสิมก่ออิฐถือปูนฐานสูง พระไม้แกะสลัก งานนาคเฝ้าบันได ลำยอง หางหงส์ ช่อฟ้า ฮูปแต้มทั้งภายนอกและภายใน เรื่องพระเวสสันดร พระพุทธประวัติ พระป่าเลไลยก์ รามสูร-เมขลา สังข์ศิลป์ชัย และภาพวิถีชีวิตของคนอีสาน วัดแห่งนี้เป็นทั้งศาสนสถาน แหล่งเรียนรู้ศิลปกรรม และประตูสู่ความเข้าใจชุมชนบ้านดงบังอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดโพธาราม
ชื่อเดิม / ชื่อที่เกี่ยวข้องวัดโพธิ์ทอง, วัดโพธาราม บ้านดงบัง, สิมวัดโพธาราม, ฮูปแต้มวัดโพธาราม
ที่ตั้งบ้านดงบัง หมู่ที่ 5 ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ที่อยู่บ้านดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม 44180
พิกัด15.65858126, 103.2484804
ประเภทสถานที่วัดเก่าแก่ สิมอีสาน แหล่งฮูปแต้มพื้นบ้าน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอนาดูน
ไฮไลต์สิมอีสานฐานสูง ฮูปแต้มทั้งภายนอกและภายใน พระไม้แกะสลัก นาคเฝ้าบันได และเรื่องเล่าชุมชนบ้านดงบัง
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โดยชาวลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ เดิมชื่อวัดโพธิ์ทอง ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดโพธารามเมื่อปี พ.ศ. 2485 โดยพระครูจันดี เจ้าอาวาสองค์ที่ 4
ที่มาของชื่อชื่อบ้านดงบังมาจากพื้นที่โพนสูงที่เคยล้อมรอบด้วยป่าไม้หนาทึบจนบดบังหมู่บ้าน ส่วนชื่อวัดโพธารามสื่อถึงความเป็นวัดพุทธและความสัมพันธ์กับต้นโพธิ์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้
บริบทเมืองเก่าบริเวณบ้านดงบังสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองเก่า มีคูน้ำล้อมรอบ พบแท่งศิลาแลง วัตถุโบราณ กระปุกรูปช้าง และโครงกระดูกจำนวนมาก
ลักษณะเด่นของสิมสิมก่ออิฐถือปูนฐานสูง ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ มีเสานางเรียงรองรับชายคาปีกนก ผนังก่อทึบ เจาะช่องหน้าต่างข้างละ 2 ช่อง หลังคาเดิมมุงกระเบื้องไม้ มีลำยอง หางหงส์เป็นหัวนาค โหง่ และช่อฟ้าแกะสลักไม้แบบช่างพื้นบ้านอีสาน
พระประธานพระไม้แกะสลักฝีมือช่างพื้นถิ่น ให้เอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์อีสานอย่างชัดเจน
องค์ประกอบประติมากรรมนาคปั้นปูนเฝ้าบันไดทั้งสองข้าง เพิงด้านหน้าสร้างขึ้นเพื่อช่วยป้องกันฝนและรักษาประติมากรรมนาค
ช่างเขียนฮูปแต้มอาจารย์ซาลายและนายสิงห์ ชาวบ้านดงบัง ใช้สีฝุ่นผสมกาว ไม่มีรองพื้น และใช้สีผนังสิมเป็นสีพื้นของภาพ
เนื้อหาฮูปแต้มพระเวสสันดร พระพุทธประวัติ พระป่าเลไลยก์ รามสูร-เมขลา สังข์ศิลป์ชัย และภาพวิถีชีวิตอีสาน เช่น การแต่งกาย การไว้ผม การทำบุญ การเลี้ยงดูบุตร การค้าขาย การล่าสัตว์ การขับร้อง และการฟ้อนรำ
สีและเทคนิคใช้สีฟ้า เขียว แดง ดำ และขาว วรรณะสีโดยรวมเป็นสีอ่อน ไม่ฉูดฉาด ภาพที่ต้องการเน้นใช้สีตรงข้ามตัดกัน เช่น สีครามตัดเส้นด้วยสีน้ำตาล ส้ม และดำ
สิ่งสำคัญภายในวัด1. สิมอีสานหลังเก่า
2. ฮูปแต้มภายนอกและภายในสิม
3. พระไม้แกะสลัก
4. นาคปั้นปูนเฝ้าบันได
5. พื้นที่วัดและชุมชนบ้านดงบัง
6. ร่องรอยพื้นที่เมืองเก่าบ้านดงบัง
ประเพณี / กิจกรรมชุมชนงานบุญผะเหวด งานกฐิน งานผ้าป่า วันพระ งานเวียนเทียน และกิจกรรมทำบุญของชุมชนบ้านดงบัง
การเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคามมุ่งหน้าสู่อำเภอนาดูน แล้วเข้าสู่ตำบลดงบังและบ้านดงบัง หมู่ที่ 5 หากเริ่มจากพระบรมธาตุนาดูนสามารถต่อเส้นทางมายังบ้านดงบังได้ในระยะไม่ไกล เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดชุมชนและแหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมสิมอีสาน/ฮูปแต้ม สามารถเข้าชมและสักการะได้ตามช่วงเวลาเปิดทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกลานวัด พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ชมสิมและฮูปแต้ม พื้นที่พักร่มเงา และพื้นที่จอดรถบริเวณวัด/ชุมชนใกล้วัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนสิมอีสานหลังเก่า
2. โซนฮูปแต้มภายนอกสิม
3. โซนฮูปแต้มภายในสิม
4. โซนพระไม้แกะสลัก
5. โซนนาคเฝ้าบันไดและฐานประทักษิณ
6. โซนลานวัดและชุมชนบ้านดงบัง
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูถาวรโพธารักษ์ (สวัสดิ์ ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดโพธาราม และคณะสงฆ์วัดโพธาราม บ้านดงบัง
เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเทศบาลตำบลดงบัง โทร. 043-706-750, 043-706-6751
เว็บไซต์ / เพจทางการเว็บไซต์เทศบาลตำบลดงบัง dongbanglocal.go.th และเพจเทศบาลตำบลดงบัง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ชุมชนบ้านดงบัง ประมาณ 1 กม.
2. พระบรมธาตุนาดูน ประมาณ 9 กม.
3. พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี / ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์นครจัมปาศรี ประมาณ 9 กม.
4. กู่สันตรัตน์ ประมาณ 13 กม.
5. วัดปาเลไลย์ อำเภอนาดูน ประมาณ 14 กม.
6. ศูนย์อนุรักษ์ช้างช้างทองคำ อำเภอวาปีปทุม ประมาณ 25 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ทุ่งดอกจานคาเฟ่ & โฮมสเตย์ ประมาณ 4 กม. โทร. 064-954-1598
2. คาเฟ่ผักหลังบ้าน & จ๊ะโอ๋บิวตี้แฮร์ Cafe & Restaurants ประมาณ 8 กม. โทร. 092-105-1999
3. ครัวนาดูน ประมาณ 9 กม. โทร. 093-474-7855, 093-475-7855
4. แซ่บนัวส์ครัวเจ้บิ๋ม สาขานาดูน ประมาณ 9 กม. โทร. 098-420-4546
5. 4 Naka-Cafe 2465 ประมาณ 18 กม. โทร. 083-369-0694
ที่พักใกล้เคียง1. ทุ่งดอกจานคาเฟ่ & โฮมสเตย์ ประมาณ 4 กม. โทร. 064-954-1598
2. ลูกแก้วรีสอร์ท สาขานาดูน ประมาณ 8 กม. โทร. 043-020-442
3. เพียงฟ้า รีสอร์ท ประมาณ 9 กม. โทร. 081-617-1213, 043-797-051
4. อินาคา รีสอร์ท ประมาณ 12 กม. โทร. 089-518-7526
5. INAKA Pool Villa ประมาณ 18 กม. โทร. 083-369-0694, 082-935-4598
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธาราม จังหวัดมหาสารคาม อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธารามตั้งอยู่ที่บ้านดงบัง หมู่ที่ 5 ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พิกัด 15.65858126, 103.2484804
 
ถาม: วัดโพธารามมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือสิมอีสานฐานสูง ฮูปแต้มทั้งภายในและภายนอก พระไม้แกะสลัก นาคปั้นปูนเฝ้าบันได และประวัติชุมชนบ้านดงบังที่เกี่ยวข้องกับชาวลาวอพยพจากเวียงจันทน์
 
ถาม: ฮูปแต้มวัดโพธารามเขียนเรื่องอะไร?
ตอบ: ฮูปแต้มเขียนเรื่องพระเวสสันดร พระพุทธประวัติ พระป่าเลไลยก์ รามสูร-เมขลา สังข์ศิลป์ชัย และภาพวิถีชีวิตอีสาน เช่น การทำบุญ การค้าขาย การเลี้ยงลูก การล่าสัตว์ การขับร้อง และการฟ้อนรำ
 
ถาม: วัดโพธารามเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดโพธารามเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: สิมน้ำของวัดโพธารามคืออะไร?
ตอบ: สิมน้ำคือโบสถ์เก่าที่สร้างอยู่กลางน้ำในรูปแบบอุทกุกเขปสีมา เดิมอยู่ทางทิศเหนือของโบสถ์หลังปัจจุบัน เมื่อชำรุดแล้วจึงมีการสร้างสิมบกขึ้นแทน
 
ถาม: เดินทางไปวัดโพธารามอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองมหาสารคามมุ่งหน้าสู่อำเภอนาดูน แล้วเข้าสู่ตำบลดงบังและบ้านดงบัง หมู่ที่ 5 หากเริ่มจากพระบรมธาตุนาดูนสามารถต่อเส้นทางมายังวัดโพธารามได้ในระยะไม่ไกล
 
ถาม: ควรเที่ยววัดโพธารามร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับชุมชนบ้านดงบัง พระบรมธาตุนาดูน พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี กู่สันตรัตน์ วัดปาเลไลย์ และศูนย์อนุรักษ์ช้างช้างทองคำ
 
ถาม: ชมฮูปแต้มวัดโพธารามควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ไม่สัมผัสผนัง ไม่พิงภาพ ไม่ใช้แฟลชใกล้ภาพโดยไม่จำเป็น ไม่ขีดเขียน และถ่ายภาพด้วยความเคารพต่อศาสนสถานและมรดกวัฒนธรรมของชุมชน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(10)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)
เมนูอาหารอีสาน, สูตรอาหารอีสาน เมนูอาหารอีสาน, สูตรอาหารอีสาน(1)