หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.นาแห้ว >ต.แสงภา > วัดศรีโพธิ์ชัย
TL;DR: วัดศรีโพธิ์ชัย อยู่ที่บ้านแสงภา หมู่ที่ 1 ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ พระอุโบสถหรือสิมโบราณมีอิทธิพลศิลปะล้านช้าง หลังคาลาดยาวคล้ายปีกนก มีองค์ประกอบแบบโหง่ หางหงส์ และฮังผึ้ง.
วัดศรีโพธิ์ชัย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 17.00 น.
วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นวัดเก่าแก่คู่ชุมชนชายแดนไทย-ลาวที่โดดเด่นทั้งด้านศิลปกรรมล้านช้าง ความศรัทธาของชาวบ้าน และประเพณีแห่ต้นดอกไม้ขนาดใหญ่ในช่วงสงกรานต์ วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดโบราณในบรรยากาศสงบ ชมอุโบสถทรงงามคล้ายวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง เรียนรู้วิถีชุมชนบ้านแสงภา และสัมผัสงานประเพณีท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี
วัดศรีโพธิ์ชัยตั้งอยู่ที่บ้านแสงภา หมู่ที่ 1 ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นวัดราษฎร์ฝ่ายมหานิกายที่มีความสำคัญต่อชุมชนอย่างลึกซึ้ง ทั้งในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน สถานที่ประกอบศาสนกิจ และพื้นที่อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังมีชีวิตอยู่จริงในปัจจุบัน เสน่ห์ของวัดไม่ได้อยู่เพียงความเก่าแก่ของอาคารหรือความงดงามของพระอุโบสถเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน ซึ่งปรากฏชัดในงานบุญ งานประเพณี และวิถีปฏิบัติของผู้คนในบ้านแสงภาที่รักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น
ประวัติของวัดศรีโพธิ์ชัยเริ่มต้นจากการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มนายพรานจากเวียงจันทร์ โดยมีผู้นำชื่อว่า นายภา หรือเชียงภา ซึ่งอพยพครอบครัวและญาติพี่น้องเข้ามาตั้งหลักแหล่งในบริเวณที่ปัจจุบันคือบ้านแสงภา หลังชุมชนเริ่มเป็นปึกแผ่น จึงสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางทางจิตใจและใช้ชื่อว่า วัดศรีโพธิ์ชัย ชาวบ้านจึงนิยมเรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดบ้านแสงภา วัดเริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2090 และตั้งวัดในปี พ.ศ. 2375 ทำให้วัดแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับประวัติการตั้งชุมชนเก่าแก่ของอำเภอนาแห้วโดยตรง
ชื่อบ้านแสงภามีความสัมพันธ์กับเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับนายภา ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มอพยพและเป็นบุคคลสำคัญในการวางรากฐานชุมชน ชื่อของบุคคลผู้นี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของชาวบ้านและสืบต่อมาเป็นชื่อชุมชน วัดศรีโพธิ์ชัยจึงไม่ใช่เพียงวัดเก่าแก่ในพื้นที่ แต่เป็นหลักฐานของการตั้งถิ่นฐาน การสร้างชุมชน และการธำรงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของคนบ้านแสงภาในอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
จุดเด่นที่สุดของวัดศรีโพธิ์ชัยคือพระอุโบสถหรือสิมโบราณที่ได้รับอิทธิพลศิลปะล้านช้างอย่างชัดเจน ลักษณะหลังคาทรงยาวลาดต่ำ แผ่ออกคล้ายปีกนก และมีองค์ประกอบประดับอย่างโหง่ หางหงส์ และฮังผึ้ง ซึ่งสะท้อนรสนิยมทางศิลปกรรมของกลุ่มวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงได้อย่างงดงาม รูปทรงของอุโบสถมักถูกเปรียบเทียบกับพระอุโบสถวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว เพราะมีจังหวะหลังคาและภาพรวมของสถาปัตยกรรมที่ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย สงบ และทรงพลังในเวลาเดียวกัน
เมื่อนักท่องเที่ยวเดินเข้าสู่พื้นที่วัด จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของวัดท้องถิ่นที่ยังคงความเรียบง่าย ลานวัดเปิดโล่ง มองเห็นพระอุโบสถได้เด่นชัดจากหลายมุม ตัวอาคารไม่ได้เน้นความใหญ่โตแบบวัดเมือง แต่โดดเด่นด้วยสัดส่วนที่งดงามและความกลมกลืนกับภูมิประเทศของบ้านแสงภา ซึ่งรายล้อมด้วยภูเขา ทุ่งนา และชุมชนในหุบเขา ความสงบของพื้นที่ทำให้วัดศรีโพธิ์ชัยเหมาะสำหรับการไหว้พระ พักใจ ถ่ายภาพสถาปัตยกรรม และเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนไปพร้อมกัน
ภายในวัดมีพระพุทธรูปโบราณที่ชาวบ้านให้ความเคารพสักการะ โดยเฉพาะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน การกราบไหว้พระที่วัดศรีโพธิ์ชัยจึงมีความหมายมากกว่าการแวะชมสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นการเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านใช้ประกอบพิธีกรรม ใช้รักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับพระพุทธศาสนา และใช้เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับรากเหง้าของบรรพชน
วัดศรีโพธิ์ชัยยังเป็นหัวใจของประเพณีแห่ต้นดอกไม้บ้านแสงภา ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี โดยมีวันที่ 14 เมษายนเป็นวันสำคัญของงาน ชาวบ้านแต่ละคุ้มจะร่วมแรงร่วมใจกันทำต้นดอกไม้ขนาดใหญ่ให้เสร็จภายใน 1 วัน แล้วนำมารวมกันที่วัดในช่วงค่ำเพื่อแห่รอบพระอุโบสถถวายเป็นพุทธบูชา ประเพณีนี้สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี และในปี พ.ศ. 2545 สภาวัฒนธรรมจังหวัดเลยได้ประกาศให้เป็นงานเทศกาลประเพณีประจำปีของอำเภอนาแห้ว
ต้นดอกไม้ของบ้านแสงภามีลักษณะเด่นกว่าหลายพื้นที่ด้วยขนาดที่ใหญ่และรูปทรงที่สง่างาม โครงสร้างทำจากไม้ไผ่เป็นหลัก แล้วประดับด้วยดอกไม้สีสดจากท้องถิ่น เช่น ดอกคูน ดอกหางนกยูง และดอกไม้ตามฤดูกาล ต้นดอกไม้บางปีมีความสูงมากกว่า 10 เมตร และในงานปี 2567 มีต้นดอกไม้ใหญ่ที่สุดสูงประมาณ 18 เมตร กว้างกว่า 3 เมตร ทำให้ประเพณีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะงานแห่ต้นดอกไม้ขนาดใหญ่ของประเทศไทยและของโลก
ขั้นตอนการทำต้นดอกไม้สะท้อนความสามัคคีของคนในชุมชนอย่างชัดเจน ชาวบ้านผู้ชายจะออกไปหาไม้ไผ่เพื่อทำโครงสร้าง ชาวบ้านผู้หญิง เด็ก และเยาวชนจะช่วยกันเก็บและเตรียมดอกไม้ จากนั้นทุกคนจะกลับมาช่วยกันตกแต่งต้นดอกไม้ให้สมบูรณ์ภายในวันเดียว ระหว่างการทำงานมักมีบรรยากาศสนุกสนาน มีเสียงพูดคุย เสียงดนตรี และการเล่นน้ำตามวิถีสงกรานต์ ก่อนจะช่วยกันเคลื่อนย้ายต้นดอกไม้เข้าสู่วัดในช่วงเย็น
เมื่อถึงช่วงค่ำ ชาวบ้านจะจุดเทียนภายในต้นดอกไม้ให้สว่างไสว เกิดภาพงดงามที่ผสานแสงเทียน ดอกไม้ สีสันของชุมชน และเงาอุโบสถโบราณเข้าด้วยกัน การแห่จะเคลื่อนไปรอบพระอุโบสถ 3 รอบ เพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ขบวนแห่มีจังหวะโยกต้นดอกไม้ให้หมุนซ้ายหมุนขวาประกอบเสียงดนตรีพื้นบ้าน ทำให้ต้นดอกไม้ดูราวกับมีชีวิต เป็นภาพประเพณีที่หาชมได้ยากและสะท้อนความศรัทธาของชุมชนอย่างเข้มข้น
ความหมายของประเพณีแห่ต้นดอกไม้เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและวิถีเกษตรกรรมของชุมชน ชาวบ้านเชื่อว่าการนำดอกไม้มาบูชาพระรัตนตรัยในช่วงวันขึ้นปีใหม่ไทยเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ทำให้คนในหมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าในนาอุดมสมบูรณ์ และชุมชนมีความรักสามัคคี ประเพณีนี้จึงเป็นทั้งพิธีกรรมทางศาสนา งานชุมชน และทุนทางวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้คนบ้านแสงภา
นอกจากการแห่ในวันที่ 14 เมษายนแล้ว งานแห่ต้นดอกไม้บ้านแสงภายังมีการแห่ในวันพระตลอดเดือนเมษายนตามประกาศประจำปีของท้องถิ่น ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงหลังสงกรานต์ยังมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศของประเพณีในบางวัน การเดินทางมาชมงานควรวางแผนล่วงหน้า เพราะช่วงเทศกาลมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ถนนในหมู่บ้านมีพื้นที่จำกัด และควรเคารพพื้นที่ประกอบพิธีของชาวบ้าน
บรรยากาศของบ้านแสงภาเป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้วัดศรีโพธิ์ชัยน่าเดินทางมาเยือน ชุมชนตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและพื้นที่สีเขียวของอำเภอนาแห้ว มีทุ่งนา หมู่บ้าน และถนนที่ทอดไปตามไหล่เขา หลายคนเรียกอำเภอนาแห้วว่าเป็นเมืองที่มีบรรยากาศคล้ายภูฏานเมืองไทย เพราะมีภูมิประเทศเป็นหุบเขา ชุมชนสงบ วัดเก่าแก่ และวิถีชีวิตที่ยังผูกพันกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
การมาเที่ยววัดศรีโพธิ์ชัยจึงควรเผื่อเวลาเดินชมทั้งตัววัดและพื้นที่โดยรอบ ไม่ควรมาเพียงถ่ายรูปแล้วรีบออกไป เพราะคุณค่าของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่จังหวะช้า ความสงบ และรายละเอียดเล็ก ๆ ของชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถชมรูปทรงอุโบสถจากภายนอก กราบไหว้พระพุทธรูปสำคัญ เดินดูพื้นที่ลานวัดที่ใช้จัดงานแห่ต้นดอกไม้ และมองออกไปยังแนวภูเขาและหมู่บ้านที่โอบล้อมวัดไว้
สำหรับผู้ที่สนใจงานสถาปัตยกรรม วัดศรีโพธิ์ชัยเป็นตัวอย่างสำคัญของการถ่ายเทอิทธิพลศิลปะล้านช้างสู่พื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ความคล้ายคลึงกับวัดเชียงทองไม่ได้หมายถึงการคัดลอกโดยตรง แต่สะท้อนโลกวัฒนธรรมร่วมของกลุ่มชุมชนในลุ่มน้ำโขง ทั้งเรื่องความเชื่อ รูปแบบงานช่าง และความงามเชิงศาสนสถานที่เน้นความอ่อนช้อยของหลังคา ความเรียบง่ายขององค์ประกอบ และการจัดวางอาคารให้สอดคล้องกับชุมชน
สำหรับผู้ที่สนใจประเพณีไทย วัดศรีโพธิ์ชัยเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ควรศึกษาอย่างจริงจัง เพราะประเพณีแห่ต้นดอกไม้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ แต่เป็นตัวอย่างของประเพณีที่เกิดจากชุมชนและยังคงดำเนินอยู่ด้วยพลังของชาวบ้านจริง ๆ ทุกขั้นตอนต้องอาศัยแรงกาย แรงใจ และความร่วมมือของคนหลายวัย ตั้งแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ถ่ายทอดวิธีทำต้นดอกไม้ ไปจนถึงเด็กและเยาวชนที่เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสืบทอดวัฒนธรรม
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยววัดศรีโพธิ์ชัยมี 2 ช่วงหลัก ช่วงแรกคือฤดูหนาวและปลายฝนต้นหนาว ซึ่งอากาศเย็นสบาย ทุ่งนาและภูเขามีบรรยากาศสดชื่น เหมาะกับการเดินชมวัดและถ่ายภาพภูมิทัศน์ของบ้านแสงภา อีกช่วงคือเทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่วัดมีชีวิตชีวามากที่สุดจากงานแห่ต้นดอกไม้ หากต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นเต็มรูปแบบ ช่วงวันที่ 14 เมษายนและวันพระหลังจากนั้นในเดือนเมษายนคือช่วงเวลาสำคัญ
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงงานแห่ต้นดอกไม้ควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่วัด ไม่ยืนขวางขบวนแห่ ไม่แตะต้องโครงต้นดอกไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ใช้แฟลชหรืออุปกรณ์ถ่ายภาพที่รบกวนพิธีในช่วงจุดเทียนและแห่รอบอุโบสถ การชมประเพณีอย่างมีมารยาทจะช่วยให้ชุมชนยังคงเปิดพื้นที่ต้อนรับผู้มาเยือนได้อย่างอบอุ่นและยั่งยืน
ด้านการเดินทาง วัดศรีโพธิ์ชัยเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นหลัก เนื่องจากอำเภอนาแห้วเป็นพื้นที่ภูเขาและอยู่ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 120 กม. เส้นทางจากอำเภอด่านซ้ายสามารถใช้ถนนหมายเลข 2113 มุ่งหน้าไปยังอำเภอนาแห้ว จากนั้นต่อไปยังตำบลแสงภา ระยะทางช่วงเข้าสู่บ้านแสงภามีถนนคดเคี้ยวและผ่านภูมิประเทศภูเขา จึงควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตก หมอกลง หรือเวลากลางคืน
การเดินทาง หากเริ่มจากตัวเมืองเลย สามารถขับรถไปทางอำเภอด่านซ้าย แล้วต่อด้วยเส้นทางด่านซ้าย-นาแห้ว ก่อนเข้าสู่ตำบลแสงภา ใช้เวลาหลายชั่วโมงตามสภาพการจราจรและจุดแวะพัก ระหว่างทางมีจุดชมวิวและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น ภูเก้าง้อม วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง และเส้นทางสู่ภูสวนทราย ผู้ที่ไม่ชำนาญเส้นทางภูเขาควรออกเดินทางช่วงเช้า ตรวจสภาพรถให้พร้อม เติมน้ำมันให้เพียงพอ และเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าการขับบนถนนราบทั่วไป
การจัดเส้นทางเที่ยวสามารถเริ่มจากการชมวัดศรีโพธิ์ชัยในช่วงเช้า จากนั้นแวะจุดชมวิวบ้านแสงภา ชมพระธาตุดินแทน และต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายหรือภูหัวฮ่อมในช่วงบ่าย หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน สามารถพักในอำเภอนาแห้วเพื่อสัมผัสบรรยากาศยามเช้า ทะเลหมอก และวิถีชุมชนได้ลึกขึ้น การพักค้างคืนยังช่วยลดความเหนื่อยจากการขับรถระยะไกลและทำให้มีเวลาชมสถานที่รอบบ้านแสงภาอย่างไม่เร่งรีบ
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่น วัดศรีโพธิ์ชัยเป็นจุดหมายที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม และประเพณีไว้ในพื้นที่เดียว การมาเยือนที่นี่จึงช่วยให้เข้าใจอำเภอนาแห้วมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ไทย-ลาวในระดับชุมชน ศิลปะล้านช้างที่แทรกอยู่ในสถาปัตยกรรมวัด วิถีเกษตรที่เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ และพลังของชาวบ้านที่ช่วยกันรักษาประเพณีให้ยังคงงดงามในยุคปัจจุบัน
แม้ปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่วัดศรีโพธิ์ชัยยังรักษาความเป็นวัดชุมชนได้อย่างน่าชื่นชม นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสถานที่ที่ไม่ได้ถูกทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย แต่ยังคงใช้ชีวิตตามหน้าที่ของวัดอย่างสมบูรณ์ คือเป็นสถานที่ไหว้พระ เป็นพื้นที่สืบทอดประเพณี เป็นศูนย์รวมของคนบ้านแสงภา และเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของจังหวัดเลย
ผู้ที่ต้องการชมภาพอุโบสถให้สวยควรมาในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ แสงธรรมชาติจะช่วยขับรูปทรงหลังคาและรายละเอียดของตัวอาคารให้ชัดขึ้น หากมาในฤดูฝนหรือหลังฝนตกใหม่ ๆ ภูเขาและทุ่งนารอบหมู่บ้านจะให้บรรยากาศเขียวสดและสงบ ส่วนช่วงฤดูหนาวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็นของนาแห้ว และช่วงสงกรานต์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมประเพณีแห่ต้นดอกไม้เต็มรูปแบบ
วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา จึงเป็นมากกว่าวัดเก่าแก่ในอำเภอนาแห้ว แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นความงามของศิลปะล้านช้าง ความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ความสามัคคีของชุมชน และความงดงามของประเพณีที่มีรากลึกในชีวิตคนท้องถิ่น หากต้องการเที่ยวเลยในมุมที่ลึกกว่าแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป วัดแห่งนี้คือจุดหมายที่ควรปักหมุดไว้ในเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมของจังหวัดเลย
| ชื่อสถานที่ | วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา |
| ที่ตั้ง | บ้านแสงภา หมู่ที่ 1 ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย |
| ที่อยู่ | เลขที่ 51 บ้านแสงภา หมู่ที่ 1 ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย 42170 |
| พิกัด | ค้นหาใน Google Maps ด้วยชื่อ “วัดศรีโพธิ์ชัย ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย” |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่บ้านแสงภา อุโบสถศิลปะล้านช้างคล้ายวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง และประเพณีแห่ต้นดอกไม้ขนาดใหญ่ช่วงสงกรานต์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2090 ตั้งวัดในปี พ.ศ. 2375 เกี่ยวข้องกับการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มนายพรานจากเวียงจันทร์ที่มีผู้นำชื่อ นายภา หรือเชียงภา |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อบ้านแสงภาเชื่อมโยงกับนายภา หรือเชียงภา ผู้นำกลุ่มอพยพที่มาตั้งถิ่นฐานและสร้างชุมชนในพื้นที่ |
| ลักษณะเด่น | พระอุโบสถหรือสิมโบราณมีอิทธิพลศิลปะล้านช้าง หลังคาลาดยาวคล้ายปีกนก มีองค์ประกอบแบบโหง่ หางหงส์ และฮังผึ้ง |
| ประเพณีสำคัญ | ประเพณีแห่ต้นดอกไม้บ้านแสงภา จัดในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี และวันพระหลังจากนั้นตลอดเดือนเมษายนตามประกาศประจำปี |
| การเดินทาง | จากอำเภอด่านซ้ายใช้ถนนหมายเลข 2113 ไปยังอำเภอนาแห้ว แล้วต่อเข้าสู่ตำบลแสงภา เส้นทางเป็นถนนภูเขา ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าและขับด้วยความระมัดระวัง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของอำเภอนาแห้ว |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 17.00 น. ช่วงงานแห่ต้นดอกไม้มีพิธีช่วงค่ำตามประกาศประจำปี |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด พื้นที่ประกอบพิธีทางศาสนา และพื้นที่ชุมชนสำหรับงานประเพณี |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถหรือสิมโบราณ พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมือง ลานรอบอุโบสถสำหรับแห่ต้นดอกไม้ และพื้นที่ศาสนกิจของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูโพธิจริยาภิวัฒน์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 082-835-3341 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจ Facebook: วัดศรีโพธิ์ชัย ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวบ้านแสงภา ประมาณ 1 กม. 2. วัดพระธาตุดินแทน ประมาณ 4 กม. 3. วัดโพธิ์ชัย บ้านนาพึง ประมาณ 13 กม. 4. อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ประมาณ 16 กม. 5. Reforest Coffee Nahaeo / เส้นทางไปอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ประมาณ 17 กม. 6. ภูหัวฮ่อม ประมาณ 34 กม. 7. น้ำตกตาดเหือง ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านเล็กมีเส้น ประมาณ 11 กม. โทร. 085-925-9065 2. ร้านอาหารแสตมป์ ประมาณ 11 กม. โทร. 042-897-072 3. Reforest Coffee Nahaeo ประมาณ 17 กม. โทร. 095-849-7427 4. Mac Loei Fineness Macadamia Product ประมาณ 18 กม. โทร. 091-935-4926 5. Coffee View Cafe ประมาณ 8 กม. 6. ร้านริมเหือง ชายแดนไทย-ลาวเหมืองแพร่ ประมาณ 20 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านสวนสุทธินันท์โฮมสเตย์ ประมาณ 6 กม. 2. นาแห้วรีสอร์ท ประมาณ 14 กม. โทร. 081-826-7369 3. บ้านหมอกเพียงดิน นาแห้วรีสอร์ท ประมาณ 18 กม. โทร. 082-111-6166 4. ภูอิงหมอกรีสอร์ท ประมาณ 18 กม. โทร. 087-190-8887 5. ไร่ลุงหนึ่ง ที่พักชมวิวทะเลหมอก ประมาณ 30 กม. โทร. 064-275-4888 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีโพธิ์ชัยตั้งอยู่ที่บ้านแสงภา หมู่ที่ 1 ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นวัดเก่าแก่คู่ชุมชนบ้านแสงภาและเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำคัญของอำเภอนาแห้ว
ถาม: วัดศรีโพธิ์ชัยมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระอุโบสถหรือสิมโบราณศิลปะล้านช้างที่มีรูปทรงคล้ายวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว รวมถึงประเพณีแห่ต้นดอกไม้บ้านแสงภาที่จัดในช่วงสงกรานต์
ถาม: ประเพณีแห่ต้นดอกไม้บ้านแสงภาจัดวันไหน?
ตอบ: งานหลักจัดในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี และมีการแห่ในวันพระหลังจากนั้นตลอดเดือนเมษายนตามประกาศประจำปีของท้องถิ่น
ถาม: ต้นดอกไม้บ้านแสงภามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ต้นดอกไม้เป็นเครื่องพุทธบูชาที่ชาวบ้านร่วมกันทำขึ้นเพื่อถวายพระรัตนตรัยในช่วงปีใหม่ไทย สื่อถึงความศรัทธา ความสามัคคี และความปรารถนาให้ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล และข้าวกล้าอุดมสมบูรณ์
ถาม: วัดศรีโพธิ์ชัยเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น. ส่วนช่วงงานแห่ต้นดอกไม้จะมีพิธีช่วงค่ำตามกำหนดการประจำปี
ถาม: เดินทางไปวัดศรีโพธิ์ชัยอย่างไร?
ตอบ: เส้นทางสะดวกที่สุดคือใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากอำเภอด่านซ้ายใช้ถนนหมายเลข 2113 ไปยังอำเภอนาแห้ว แล้วเข้าสู่ตำบลแสงภา เส้นทางเป็นถนนภูเขาและควรขับด้วยความระมัดระวัง
ถาม: ควรไปเที่ยววัดศรีโพธิ์ชัยช่วงไหนดี?
ตอบ: หากต้องการชมประเพณีควรไปช่วงสงกรานต์เดือนเมษายน โดยเฉพาะวันที่ 14 เมษายน หากต้องการชมวัดและบรรยากาศธรรมชาติอย่างสงบ ฤดูหนาวและปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงที่เหมาะมาก
ถาม: เที่ยววัดศรีโพธิ์ชัยควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับจุดชมวิวบ้านแสงภา วัดพระธาตุดินแทน วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ภูหัวฮ่อม และน้ำตกตาดเหืองได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




