หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.ภูเรือ >ต.ปลาบ่า > สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ
TL;DR: สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ อยู่ที่บ้านหินสอ ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 42160 เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. จุดเด่นคือ พื้นที่สูงประมาณ 900 – 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นตลอดปี เหมาะกับการทดลองไม้ผลเมืองหนาว ไม้ดอกเมืองหนาว พืชท้องถิ่น.
สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ จังหวัดเลย หรือศูนย์วิจัยพืชสวนเลย – เกษตรที่สูงภูเรือ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงที่สำคัญของอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ตั้งอยู่ที่บ้านหินสอ ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ในพื้นที่ภูเขาสูงที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี เหมาะสำหรับการทดลองไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว และพืชสวนที่ต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะ สถานที่แห่งนี้มีบทบาททั้งในฐานะหน่วยงานวิชาการของกรมวิชาการเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้ว่า พืชเมืองหนาวสามารถปรับตัวกับภูมิอากาศของจังหวัดเลยได้อย่างไร และความรู้จากแปลงทดลองสามารถถ่ายทอดไปสู่การประกอบอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่สูงได้อย่างไร
จุดเด่นของสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของแปลงไม้ดอกหรืออากาศเย็นบนภูเขาเท่านั้น แต่คือการเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงงานวิจัยกับชีวิตจริงของเกษตรกร ภารกิจสำคัญของศูนย์คือการศึกษาค้นคว้า ทดลอง และประเมินความเหมาะสมของไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว พืชสวนท้องถิ่น และพืชเศรษฐกิจที่สามารถเติบโตได้ดีในดินฟ้าอากาศของภูเรือ จากนั้นจึงนำผลการทดลองไปเผยแพร่ ถ่ายทอด และประยุกต์ใช้ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ การท่องเที่ยวที่นี่จึงไม่ใช่การชมสวนเพื่อถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้ระบบเกษตรบนพื้นที่สูงตั้งแต่รากฐาน ทั้งเรื่องพันธุ์พืช สภาพภูมิอากาศ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ดิน น้ำ การดูแลพืช และการจัดการพื้นที่เกษตรให้เหมาะกับระบบนิเวศภูเขา
ศูนย์วิจัยพืชสวนเลยตั้งอยู่บริเวณบ้านหินสอ หมู่ 6 ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ บนพื้นที่สูงประมาณ 900 – 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่มีลักษณะลาดชันและมีสภาพดินร่วนปนเหนียว อากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะฤดูหนาวที่อุณหภูมิลดต่ำลงมากจนบางปีเกิดแม่คะนิ้งหรือเกล็ดน้ำแข็งบนยอดหญ้า สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้พื้นที่ภูเรือแตกต่างจากหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกลายเป็นพื้นที่ทดลองเกษตรที่สูงที่มีความสำคัญต่อการศึกษาพืชเมืองหนาวในภาคอีสาน ความเย็น ความสูง ความชื้น และปริมาณฝนของพื้นที่มีผลโดยตรงต่อการเติบโตของไม้ผล ไม้ดอก และพืชสวนหลายชนิด
ประวัติของสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือเริ่มต้นจากแนวคิดของกรมวิชาการเกษตรที่เห็นว่าจังหวัดเลยมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสมต่อการทดลองพืชบนพื้นที่สูง โดยมีการบุกเบิกพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรมบริเวณรอยต่อบ้านหินสอและบ้านโป่งกวาง ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ เพื่อจัดตั้งสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2529 การก่อตั้งศูนย์แห่งนี้จึงมีความหมายในเชิงการฟื้นฟูพื้นที่ การพัฒนาความรู้ด้านพืชสวน และการสร้างฐานข้อมูลวิชาการสำหรับส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่สูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จากเดิมที่พื้นที่สูงในจังหวัดเลยมีข้อจำกัดด้านการผลิตพืชเชิงพาณิชย์ ศูนย์วิจัยพืชสวนเลยเข้ามาช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ที่จำเป็น ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ การทดสอบการเจริญเติบโต การทดลองระบบปลูก การประเมินผลผลิต การศึกษาปัญหาโรคและแมลง ไปจนถึงการถ่ายทอดผลการวิจัยให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง การมีสถานีทดลองในพื้นที่จริงมีความสำคัญมาก เพราะข้อมูลที่ได้ไม่ใช่เพียงข้อมูลจากตำรา แต่เป็นข้อมูลที่ผ่านการทดลองภายใต้สภาพดิน น้ำ อุณหภูมิ และฤดูกาลของภูเรือโดยตรง
ไม้ผลเมืองหนาวเป็นหนึ่งในกลุ่มพืชที่ทำให้สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือมีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวและผู้ศึกษาดูงานสามารถพบแปลงไม้ผลเมืองหนาว เช่น เกาลัดจีน พลับ สาลี่ มะคาเดเมียนัท และพืชผลที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศเย็น หลายชนิดเป็นพืชที่ไม่พบทั่วไปในพื้นที่ราบของภาคอีสาน การทดลองไม้ผลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าพื้นที่ภูเรือสามารถรองรับพืชเศรษฐกิจทางเลือกได้มากน้อยเพียงใด และพืชใดมีศักยภาพในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ โดยไม่ทำลายสมดุลของระบบนิเวศพื้นที่สูง
มะคาเดเมียนัทเป็นพืชที่ได้รับความสนใจมากในกลุ่มไม้ผลเมืองหนาว เพราะเป็นถั่วเปลือกแข็งที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงและต้องการสภาพอากาศเฉพาะ การทดลองมะคาเดเมียในพื้นที่ภูเรือช่วยให้เห็นว่าพืชชนิดนี้สามารถเป็นทางเลือกของเกษตรกรบนพื้นที่สูงได้อย่างไร ทั้งในแง่การปลูก การจัดการสวน การให้ผลผลิต และการต่อยอดเชิงผลิตภัณฑ์ ส่วนไม้ผลอย่างพลับ สาลี่ เกาลัดจีน หรือพืชเมืองหนาวอื่น ๆ ก็มีบทบาทในเชิงการเรียนรู้ความหลากหลายของพืชสวนที่เหมาะกับภูมิอากาศเย็นของจังหวัดเลย
ไม้ดอกเมืองหนาวเป็นอีกหนึ่งภาพจำสำคัญของศูนย์วิจัยพืชสวนเลย โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เหมาะกับการชมไม้ดอกเมืองหนาวหลากชนิด นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสีสันของคริสต์มาส คริสต์มาสเหลือง พิทูเนีย ลิ้นมังกร แพนซี ดาวเรืองหม้อ กะหล่ำประดับ กุหลาบ บลูซัลเวีย และทุ่งซัลเวีย ไม้ดอกเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านความสวยงาม แต่เป็นตัวอย่างของงานวิจัยและการปรับตัวของพืชต่างถิ่นหรือพืชเมืองหนาวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของภูเรือ และยังเชื่อมโยงกับธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอภูเรือในฤดูหนาว
ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ศูนย์ฯ มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่บรรยากาศหนาวเย็นชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสไม้ดอกเมืองหนาว สตรอเบอรี่ มะคาเดเมียนัท กาแฟสดอาราบิก้า และบรรยากาศแม่คะนิ้งในบางช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย การเดินชมศูนย์ในช่วงนี้จึงให้ประสบการณ์ครบทั้งด้านภูมิอากาศ เกษตร อาหาร และทิวทัศน์ นักท่องเที่ยวที่มาเพื่อชมดอกไม้อาจได้เรียนรู้เรื่องพืชเศรษฐกิจ ส่วนผู้ที่มาเพื่อศึกษาดูงานก็จะเห็นว่าพืชหลายชนิดสามารถอยู่ร่วมในระบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างน่าสนใจ
ช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคม ศูนย์ฯ ยังมีความน่าสนใจจากพืชกลุ่มดาหลาและปทุมมา ซึ่งเป็นไม้ดอกที่ให้สีสันและรูปทรงแตกต่างจากไม้ดอกฤดูหนาว ทำให้พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวนได้ตลอดปี สำหรับผู้ศึกษาดูงานเป็นกลุ่ม ศูนย์ฯ ยังมีศูนย์เรียนรู้และแปลงสาธิตการเกษตรที่สามารถใช้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการปลูก การดูแล และการประยุกต์ใช้พืชสวนในระบบเกษตรท้องถิ่น
โซนที่ควรให้เวลาเป็นพิเศษคือแปลงไม้ผลเมืองหนาว ซึ่งช่วยอธิบายบทบาทของศูนย์ฯ ในเชิงวิชาการได้ชัดเจน แปลงเหล่านี้ไม่ได้เป็นสวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ทดลองและสังเกตผลของพืชในสภาพจริง ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นโครงสร้างการปลูก ระยะปลูก สภาพลำต้น การเจริญเติบโต และความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับพื้นที่สูง การเรียนรู้จากแปลงจริงทำให้เข้าใจว่าการเลือกพืชสำหรับพื้นที่สูงต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงราคาตลาดหรือความนิยมของผู้บริโภค
โซนไม้ดอกเมืองหนาวและแปลงแสดงพืชพรรณเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าถึงง่ายที่สุด เพราะให้ภาพสวยงาม สีสันสดใส และเหมาะกับการถ่ายภาพ แต่ในอีกด้านหนึ่ง โซนนี้ยังเป็นพื้นที่อธิบายความรู้เรื่องพันธุ์ไม้ การจัดการฤดูกาล การจัดระบบปลูก และการใช้ไม้ดอกเพื่อเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว ไม้ดอกแต่ละชนิดมีความต้องการต่างกัน ทั้งเรื่องอุณหภูมิ แสง น้ำ วัสดุปลูก และการดูแลโรคแมลง การเห็นแปลงไม้ดอกจริงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าความงามของสวนไม่ได้เกิดจากการจัดวางเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความรู้และการดูแลต่อเนื่อง
โซนโรงเรือนแสดงพืชพรรณหายาก พืชท้องถิ่น เฟิร์น หน้าวัว เยอบีร่า เบญจมาศ และกล้วยไม้ป่า เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับผู้สนใจพืชอย่างจริงจัง เพราะช่วยให้เห็นความหลากหลายทางพฤกษศาสตร์ของพื้นที่สูงและการอนุรักษ์พืชบางชนิดที่อาจไม่พบทั่วไปในสวนไม้ดอกเชิงพาณิชย์ การรวบรวมพืชในโรงเรือนยังช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมบางส่วน ทำให้สามารถดูแลพืชที่มีความต้องการเฉพาะได้ดีขึ้น พื้นที่นี้จึงมีคุณค่าทั้งด้านการศึกษา การอนุรักษ์ และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้สนใจพืชสวน
โซนศูนย์เรียนรู้และแปลงสาธิตการเกษตรเป็นหัวใจของการถ่ายทอดองค์ความรู้ ผู้มาเยือนที่เป็นเกษตรกรหรือกลุ่มศึกษาดูงานจะได้รับประโยชน์จากการเห็นตัวอย่างการปลูกจริง การจัดการแปลง และแนวคิดในการนำผลการวิจัยไปใช้ต่อ พื้นที่สาธิตช่วยลดช่องว่างระหว่างงานวิชาการกับการปฏิบัติ เพราะเกษตรกรสามารถเห็นตัวอย่างจากแปลงจริง สอบถามข้อสงสัย และนำแนวคิดไปปรับใช้กับพื้นที่ของตนเองได้ การถ่ายทอดลักษณะนี้ทำให้ศูนย์ฯ เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาอาชีพในพื้นที่สูง
โซนเดินศึกษาธรรมชาติและจุดชมทัศนียภาพรอบศูนย์ช่วยเติมมิติด้านสิ่งแวดล้อมให้การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นภูเขา ทิวทัศน์โดยรอบ และบรรยากาศของพื้นที่สูงที่สัมพันธ์กับการทดลองพืชสวน การได้เดินชมธรรมชาติควบคู่กับแปลงเกษตรทำให้เข้าใจว่าการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงต้องคำนึงถึงระบบนิเวศโดยรอบเสมอ พื้นที่สูงมีความเปราะบางมากกว่าพื้นที่ราบ การจัดการดิน น้ำ และการใช้พื้นที่จึงต้องอาศัยความระมัดระวังและความรู้ทางวิชาการที่เหมาะสม
นอกจากการเข้าชมแปลงทดลองแล้ว ศูนย์วิจัยพืชสวนเลยยังมีบริการด้านที่พักและพื้นที่กางเต็นท์สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนท่ามกลางอากาศเย็น โดยมีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ ห้องสุขา และห้องอาบน้ำชายหญิง รองรับนักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงานได้จำนวนมาก การพักในพื้นที่ศูนย์ฯ ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศภูเรือในช่วงเช้าและกลางคืนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นจัดและมีโอกาสเห็นแม่คะนิ้งตามสภาพอากาศ การจองที่พักควรติดต่อศูนย์ฯ โดยตรงตามเบอร์ที่ระบุในตาราง
ความสำคัญของสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือในระดับจังหวัดคือการช่วยสร้างภาพจำของภูเรือให้เป็นเมืองแห่งไม้ดอกเมืองหนาว พืชสวนบนพื้นที่สูง และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร นักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอภูเรือมักเชื่อมโยงพื้นที่นี้กับอุทยานแห่งชาติภูเรือ ทะเลหมอก สวนดอกไม้ และอากาศหนาว แต่ศูนย์วิจัยพืชสวนเลยทำให้เห็นรากฐานทางวิชาการที่อยู่เบื้องหลังภาพจำเหล่านั้น เพราะการที่พื้นที่หนึ่งจะกลายเป็นแหล่งปลูกไม้ดอกหรือไม้ผลเมืองหนาวได้ ต้องอาศัยทั้งการทดลอง การปรับพันธุ์ การเรียนรู้จากสภาพแวดล้อม และการถ่ายทอดให้ผู้ผลิตในพื้นที่
สำหรับเกษตรกร ศูนย์ฯ มีความสำคัญในฐานะแหล่งความรู้และแหล่งทดลองที่ช่วยลดความเสี่ยงก่อนตัดสินใจปลูกพืชใหม่ การปลูกพืชเมืองหนาวในพื้นที่สูงมีต้นทุนและข้อจำกัดหลายอย่าง หากเกษตรกรทดลองเองทั้งหมดโดยไม่มีข้อมูลรองรับ อาจเสี่ยงต่อความเสียหายจากสภาพอากาศ โรคพืช ตลาด หรือการเลือกพันธุ์ไม่เหมาะสม งานวิจัยของศูนย์ฯ จึงช่วยทำหน้าที่คัดกรองและสร้างฐานความรู้ก่อนนำไปขยายผล เกษตรกรสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการวางแผนอาชีพและการลงทุนอย่างมีเหตุผลมากขึ้น
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การมาเยือนศูนย์ฯ ช่วยให้ทริปภูเรือมีความหมายมากกว่าการชมวิวหรือถ่ายภาพดอกไม้ ผู้มาเยือนจะได้เข้าใจว่าอำเภอภูเรือเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ใช้ความรู้ปรับตัวกับธรรมชาติ ไม่ได้เพียงอาศัยความสวยงามของภูเขาเท่านั้น แปลงทดลอง โรงเรือน พืชเมืองหนาว และบ้านพักในศูนย์ล้วนแสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่สนุก สวยงาม และมีสาระได้พร้อมกัน หากเดินชมด้วยความตั้งใจ ผู้ชมจะเห็นเรื่องราวของภูเรือผ่านพืชแต่ละชนิดอย่างชัดเจน
สำหรับครอบครัวและนักเรียน ศูนย์วิจัยพืชสวนเลยเป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่ดีมาก เด็ก ๆ สามารถเห็นความแตกต่างของพืชเมืองหนาวกับพืชท้องถิ่น เห็นว่าพืชบางชนิดต้องการอากาศเย็น เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับการปลูกพืช และเข้าใจว่าการวิจัยทางการเกษตรมีผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร ผู้ปกครองสามารถใช้การเดินชมแปลงทดลองเป็นบทสนทนาเรื่องธรรมชาติ อาหาร อาชีพ และการใช้ความรู้แก้ปัญหาของชุมชน การเรียนรู้เช่นนี้มีพลังมากกว่าการอ่านข้อมูลในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพ ศูนย์ฯ มีทั้งมุมไม้ดอกเมืองหนาว ทุ่งซัลเวีย แปลงพืชเมืองหนาว โรงเรือน พื้นที่ภูเขา และทิวทัศน์รอบศูนย์ ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะต่อการถ่ายภาพมากที่สุด เพราะแสงนุ่มและอากาศเย็นทำให้ดอกไม้ดูสด หากมาในฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งใจพักค้างคืนหรือชมบรรยากาศเช้าตรู่ การถ่ายภาพควรเคารพพื้นที่ทดลอง ไม่เดินเข้าแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จับหรือเด็ดพืช และไม่รบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่
การเดินทาง ไปสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือสามารถใช้เส้นทางจากอำเภอภูเรือเข้าสู่ตำบลปลาบ่าและบ้านหินสอ โดยจากตัวอำเภอภูเรือมีเส้นทางเข้าสู่ศูนย์ประมาณ 24 – 25 กม. ตามเส้นทางภูเขาและพื้นที่ชนบท หากเดินทางจากตัวเมืองเลยให้มุ่งหน้าไปอำเภอภูเรือ แล้วต่อไปยังศูนย์วิจัยพืชสวนเลยในตำบลปลาบ่า เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถของคณะศึกษาดูงาน ผู้ขับควรตรวจสอบสภาพรถและเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือช่วงที่มีหมอกบนพื้นที่สูง
ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางผ่านสระบุรี เพชรบูรณ์ หล่มสัก ด่านซ้าย และภูเรือ ก่อนเลี้ยวเข้าสู่ศูนย์ตามเส้นทางที่มีป้ายบอก ส่วนผู้ที่เดินทางจากขอนแก่นสามารถใช้เส้นทางผ่านชุมแพ เข้าสู่จังหวัดเลย แล้วต่อไปยังภูเรือและศูนย์ฯ ได้ การวางแผนเส้นทางล่วงหน้ามีความสำคัญ เพราะศูนย์ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงและอยู่ห่างจากตัวอำเภอพอสมควร ควรเติมน้ำมัน ตรวจสอบสภาพอากาศ และเตรียมเวลาเดินทางให้เหมาะสม
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ หากต้องการชมไม้ดอกเมืองหนาว ควรมาในช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ หากสนใจเทศกาลผักเมืองหนาว สตรอเบอรี่ มะคาเดเมีย และกาแฟอาราบิก้า ควรมาช่วงธันวาคมถึงมกราคม หากสนใจดาหลาและปทุมมา ควรมาช่วงเมษายนถึงสิงหาคม ส่วนผู้ที่ต้องการศึกษาดูงานด้านการเกษตร สามารถติดต่อศูนย์เพื่อจัดการเข้าชมเป็นกลุ่มได้ตลอดปี การเลือกช่วงเวลาให้ตรงกับวัตถุประสงค์จะทำให้การเดินทางคุ้มค่าและได้เห็นพืชที่ต้องการอย่างเหมาะสม
การเข้าชมควรติดต่อศูนย์ฯ ล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีเดินทางเป็นหมู่คณะ ต้องการศึกษาดูงาน ต้องการพักค้างคืน หรือต้องการอาหารภายในศูนย์ เนื่องจากพื้นที่บางส่วนเป็นแปลงทดลองและพื้นที่ทำงานของหน่วยงานราชการ ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เดินชมเฉพาะพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม และไม่รบกวนงานวิจัยหรือการดูแลแปลงพืช การติดต่อก่อนเดินทางยังช่วยให้ทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับดอกไม้ พืชเด่น ที่พัก และเงื่อนไขการเข้าชมในช่วงเวลานั้น
ค่าเข้าชมแปลงท่องเที่ยวเชิงเกษตรไม่ได้มีข้อมูลยืนยันว่าเก็บค่าเข้าชมทั่วไป จึงควรสอบถามศูนย์ฯ โดยตรงก่อนเดินทาง โดยเฉพาะกรณีต้องการใช้บริการที่พัก อาหาร หรือกิจกรรมศึกษาดูงานที่อาจมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก ข้อมูลที่ยืนยันได้ชัดเจนคือศูนย์มีอัตราค่าที่พัก บ้านพัก เต็นท์ และค่าอาหารสำหรับผู้ใช้บริการ การแยกข้อมูลค่าเข้าชมกับค่าบริการอื่นให้ชัดเจนช่วยให้ผู้มาเยือนวางแผนงบประมาณได้ถูกต้องและลดความเข้าใจผิด
มารยาทสำคัญในการเยี่ยมชมสถานีทดลองเกษตรคือการเคารพพื้นที่วิจัย ไม่เด็ดดอกไม้ ไม่เก็บผลผลิต ไม่จับป้ายหรืออุปกรณ์ทดลอง ไม่เดินลัดแปลง และไม่นำพืชออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต แปลงทดลองหลายแปลงอาจอยู่ในขั้นตอนเก็บข้อมูลหรือใช้เพื่อการศึกษา หากเกิดความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อยอาจกระทบต่อข้อมูลวิจัยได้ ผู้มาเยือนควรใช้พื้นที่อย่างระมัดระวังและช่วยรักษาความสะอาด เพื่อให้สถานที่ยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพสำหรับคนรุ่นต่อไป
สำหรับชาวต่างชาติ สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจ highland agriculture in Thailand ได้อย่างเป็นรูปธรรม พื้นที่นี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้มีเพียงเกษตรในที่ราบหรือเขตร้อน แต่ยังมีพื้นที่สูงที่สามารถทดลองพืชเมืองหนาว ไม้ผล ไม้ดอก และพืชสวนเฉพาะถิ่นได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้นเคยกับพืชอย่าง macadamia, persimmon, pear, strawberry หรือ ornamental winter flowers จะเห็นว่าพืชเหล่านี้ถูกทดลองและปรับใช้ในบริบทของภูเขาไทยอย่างไร การมาเยือนจึงเหมาะกับผู้สนใจเกษตร ธรรมชาติ การวิจัย พืชสวน และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
เมื่อจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับพื้นที่ใกล้เคียง ศูนย์วิจัยพืชสวนเลยสามารถเชื่อมกับสวนรุกขชาติภูแปก น้ำตกสองคอน น้ำตกปลาบ่า อุทยานแห่งชาติภูเรือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และสวนไม้ดอกในอำเภอภูเรือได้อย่างเหมาะสม เส้นทางนี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นภาพรวมของภูเรือทั้งในด้านการเกษตร ธรรมชาติ ป่าไม้ น้ำตก พืชสวน และภูมิอากาศเย็น หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน การพักในพื้นที่ศูนย์หรือที่พักในตัวอำเภอภูเรือจะช่วยให้สามารถเที่ยวได้ครบและไม่เร่งรีบเกินไป
โดยสรุป สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ จังหวัดเลย หรือศูนย์วิจัยพืชสวนเลย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการที่มีคุณค่ามากของอำเภอภูเรือ ที่นี่ทำหน้าที่ศึกษาทดลองไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว และพืชสวนที่เหมาะกับดินฟ้าอากาศและระบบนิเวศของพื้นที่สูง ก่อนถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรและผู้สนใจ ผู้มาเยือนจะได้เห็นแปลงไม้ผลเมืองหนาว ไม้ดอกตามฤดูกาล โรงเรือนพืชพรรณหายาก แปลงสาธิต ศูนย์เรียนรู้ จุดกางเต็นท์ ที่พัก และทิวทัศน์ภูเขารอบศูนย์ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะทั้งสำหรับเที่ยวชม ถ่ายภาพ ศึกษาดูงาน พักผ่อน และทำความเข้าใจภูเรือในฐานะเมืองแห่งเกษตรบนพื้นที่สูงอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ / ศูนย์วิจัยพืชสวนเลย – เกษตรที่สูงภูเรือ |
| ที่ตั้ง | บ้านหินสอ ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 42160 |
| ที่อยู่ | เลขที่ 85 หมู่ 6 บ้านหินสอ ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 42160 |
| ไฮไลต์ | แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนพื้นที่สูง ชมไม้ดอกเมืองหนาว ไม้ผลเมืองหนาว แปลงสาธิตการเกษตร โรงเรือนพืชพรรณหายาก จุดกางเต็นท์ และทิวทัศน์ภูเขารอบศูนย์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2529 โดยกรมวิชาการเกษตร เพื่อทดลองและพัฒนาพืชสวนบนพื้นที่สูงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะไม้ดอกและไม้ผลเมืองหนาวที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของภูเรือ |
| ลักษณะเด่น | พื้นที่สูงประมาณ 900 – 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นตลอดปี เหมาะกับการทดลองไม้ผลเมืองหนาว ไม้ดอกเมืองหนาว พืชท้องถิ่น และพืชสวนเฉพาะพื้นที่ |
| สิ่งที่น่าสนใจ | แปลงไม้ผลเมืองหนาว เช่น เกาลัดจีน พลับ สาลี่ มะคาเดเมียนัท ไม้ดอกเมืองหนาว เช่น คริสต์มาส คริสต์มาสเหลือง พิทูเนีย ลิ้นมังกร แพนซี ดาวเรืองหม้อ กะหล่ำประดับ กุหลาบ บลูซัลเวีย ทุ่งซัลเวีย รวมถึงดาหลา ปทุมมา เฟิร์น หน้าวัว เยอบีร่า เบญจมาศ และกล้วยไม้ป่า |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนแปลงไม้ผลเมืองหนาว 2. โซนไม้ดอกเมืองหนาวและทุ่งซัลเวีย 3. โซนโรงเรือนพืชพรรณหายาก พืชท้องถิ่น เฟิร์น หน้าวัว เยอบีร่า เบญจมาศ และกล้วยไม้ป่า 4. โซนศูนย์เรียนรู้และแปลงสาธิตการเกษตร 5. โซนเดินศึกษาธรรมชาติและชมทัศนียภาพภูเขารอบศูนย์ 6. โซนบ้านพัก จุดกางเต็นท์ ห้องสุขา และพื้นที่พักแรม 7. โซนบริการอาหารสำหรับคณะหรือผู้ใช้บริการตามการจอง |
| ผู้ดูแล | ศูนย์วิจัยพืชสวนเลย สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนเลยคือ นางทิพย์ดรุณี สิทธินาม |
| การเดินทาง | จากอำเภอภูเรือเดินทางเข้าสู่ตำบลปลาบ่าและบ้านหินสอ ระยะทางประมาณ 24 – 25 กม. จากตัวอำเภอภูเรือ หากเดินทางจากตัวเมืองเลยให้มุ่งหน้าอำเภอภูเรือ แล้วต่อไปยังศูนย์วิจัยพืชสวนเลย เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถคณะศึกษาดูงาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรบนพื้นที่สูงและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | กรุณาติดต่อศูนย์วิจัยพืชสวนเลยก่อนเข้าชม โดยเฉพาะกรณีศึกษาดูงาน พักค้างคืน ใช้บริการอาหาร หรือเข้าชมเป็นหมู่คณะ |
| ที่พักและบริการภายในศูนย์ | มีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ ห้องสุขา และห้องอาบน้ำชาย–หญิง รองรับนักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงานได้ประมาณ 300 คน/วัน มีบริการอาหารตามการจอง ได้แก่ อาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0-4203-9891, 0-4203-9892 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | ศูนย์วิจัยพืชสวนเลย – เกษตรที่สูงภูเรือ และเว็บไซต์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร กรมวิชาการเกษตร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. น้ำตกปลาบ่า ประมาณ 8 กม. 2. สวนรุกขชาติภูแปก ประมาณ 10 กม. 3. น้ำตกสองคอน ประมาณ 12 กม. 4. ภูเรือฟลาวเวอร์เซ็นเตอร์ หรือสวนลุงวุฒิ ประมาณ 25 กม. 5. อุทยานแห่งชาติภูเรือ ประมาณ 30 กม. โทร. 0-4281-0965, 088-509-5299 6. ชาโต้ เดอ เลย ประมาณ 35 กม. 7. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ประมาณ 45 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านยายเปรี้ยว ตำบลปลาบ่า ประมาณ 10 กม. โทร. 085-648-9088 2. ครัวซุ้มบางบาร์ ภูเรือ ประมาณ 25 กม. โทร. 085-433-8115 3. ภูเรือโภชนา ประมาณ 26 กม. โทร. 042-899-159 4. ครัวกาแฟ ผัดไทย อาหารตามสั่ง ประมาณ 26 กม. โทร. 093-364-0409 5. ร้านอาหารกาต๊าก ประมาณ 30 กม. โทร. 080-013-9900 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและลานกางเต็นท์ ศูนย์วิจัยพืชสวนเลย ภายในพื้นที่ศูนย์ โทร. 0-4203-9891, 0-4203-9892 2. ภูเรือรีสอร์ท ประมาณ 25 กม. โทร. 091-068-3157, 042-899-048 3. ภูเรือพันวา ประมาณ 25 กม. โทร. 085-607-7559 4. ภูเรือบุษบารีสอร์ท ประมาณ 28 กม. โทร. 042-899-299, 042-899-330, 082-394-2619 5. ภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ประมาณ 28 กม. โทร. 098-289-3796 6. ภูเรือเลควิว รีสอร์ท ประมาณ 30 กม. โทร. 094-310-3100, 042-810-522, 085-121-1870 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรืออยู่ที่ไหน?
ตอบ: สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ หรือศูนย์วิจัยพืชสวนเลย ตั้งอยู่เลขที่ 85 หมู่ 6 บ้านหินสอ ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 42160
ถาม: สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. ผู้ที่ต้องการศึกษาดูงานหรือพักค้างคืนควรติดต่อศูนย์ล่วงหน้า
ถาม: สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือแปลงทดลองไม้ผลเมืองหนาว ไม้ดอกเมืองหนาว โรงเรือนพืชพรรณหายาก ศูนย์เรียนรู้การเกษตร แปลงสาธิต จุดกางเต็นท์ และทิวทัศน์ภูเขารอบศูนย์
ถาม: ควรไปเที่ยวสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือช่วงไหนดี?
ตอบ: หากต้องการชมไม้ดอกเมืองหนาวควรไปช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ หากต้องการสัมผัสบรรยากาศหนาวจัด สตรอเบอรี่ มะคาเดเมีย และกาแฟอาราบิก้า ควรไปช่วงธันวาคมถึงมกราคม
ถาม: ภายในสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือมีพืชอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีพืชเด่นหลายกลุ่ม เช่น เกาลัดจีน พลับ สาลี่ มะคาเดเมียนัท คริสต์มาส พิทูเนีย ลิ้นมังกร แพนซี กะหล่ำประดับ กุหลาบ บลูซัลเวีย ดาหลา ปทุมมา เฟิร์น หน้าวัว เยอบีร่า เบญจมาศ และกล้วยไม้ป่า
ถาม: สามารถพักค้างคืนที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเลยได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ ศูนย์มีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ ห้องสุขา และห้องอาบน้ำสำหรับนักท่องเที่ยวหรือคณะศึกษาดูงาน โดยควรติดต่อจองล่วงหน้ากับศูนย์โดยตรง
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ?
ตอบ: สถานที่อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์วิจัยพืชสวนเลย สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนเลยคือ นางทิพย์ดรุณี สิทธินาม
ถาม: เที่ยวสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่น้ำตกปลาบ่า สวนรุกขชาติภูแปก น้ำตกสองคอน ภูเรือฟลาวเวอร์เซ็นเตอร์ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ชาโต้ เดอ เลย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
กลุ่ม: ●ไร่ สวนเพื่อการศึกษา
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



