หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.ด่านซ้าย >ต.ด่านซ้าย > วัดเนรมิตรวิปัสสนา
TL;DR: วัดเนรมิตรวิปัสสนา อยู่ที่บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120 เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
วัดเนรมิตรวิปัสสนา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
วัดเนรมิตวิปัสสนา จังหวัดเลย ตั้งอยู่ที่บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นวัดสำคัญของอำเภอด่านซ้ายที่ตั้งสูงเด่นอยู่บนเนินเขาไม่ไกลจากพระธาตุศรีสองรัก วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากพระอุโบสถและเจดีย์ศิลาแลงอันงดงาม ซึ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลังจนกลายเป็นเอกลักษณ์เด่นที่แตกต่างจากวัดอื่นในจังหวัดเลย ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน มีภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างวิจิตร รวมถึงมีมณฑปพระครูภาวนาวิสุทธิญาณหรือหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ ผู้ริเริ่มสร้างวัด ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งและสังขารของหลวงพ่อให้ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ
เสน่ห์ของวัดเนรมิตวิปัสสนาอยู่ที่การผสมผสานระหว่างความสงบของวัดปฏิบัติธรรม ความงดงามของสถาปัตยกรรมศิลาแลง และภูมิทัศน์บนเนินเขาที่มองเห็นบรรยากาศของอำเภอด่านซ้ายโดยรอบ เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่วัด ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการออกแบบพื้นที่ให้เป็นทั้งสถานที่ไหว้พระ สถานที่ปฏิบัติธรรม และแหล่งเรียนรู้ศิลปะทางพระพุทธศาสนา พระอุโบสถขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางพื้นที่อย่างสง่างาม มีลานกว้าง สนามหญ้า สวนหย่อม ทางเดิน และองค์ประกอบศิลาแลงที่สร้างบรรยากาศคล้ายเมืองศาสนสถานโบราณ แต่ยังคงใช้ประโยชน์ในฐานะวัดที่มีชีวิตและมีผู้คนเดินทางมากราบไหว้อยู่เสมอ
วัดแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ หรือพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ พระเถระผู้มีบทบาทสำคัญในการริเริ่มสร้างวัดและวางรากฐานการปฏิบัติธรรมในพื้นที่นี้ หลวงพ่อมหาพันธ์มีพื้นเพจากจังหวัดสุรินทร์ อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2487 และศึกษาทั้งพระปริยัติธรรมกับแนวทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ก่อนออกธุดงค์ไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เป็นเวลายาวนาน เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอด่านซ้ายและเห็นพื้นที่ภูเปือยซึ่งเป็นพื้นที่โล่งจากการบุกรุกทำไร่และเผาถ่าน ท่านจึงตั้งใจสร้างวัดขึ้นเพื่อให้เป็นหลักแหล่งสำหรับการปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาร่มรื่นด้วยต้นไม้และศาสนสถานที่งดงาม
พื้นที่ตั้งวัดในอดีตมีความเรียบง่ายและท้าทายมากกว่าที่เห็นในปัจจุบัน เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นป่าที่ถูกใช้งานจนโล่งเตียน ก่อนจะค่อย ๆ ถูกปรับให้เป็นวัดปฏิบัติธรรม มีการปลูกสร้างกุฏิ ที่พักอาศัยชั่วคราว ศาลา และถาวรวัตถุต่าง ๆ ตามกำลังศรัทธาของพระภิกษุ สามเณร ศิษยานุศิษย์ และประชาชนในท้องถิ่น ต่อมาใน พ.ศ. 2529 จึงเริ่มก่อสร้างพระอุโบสถขนาดใหญ่ที่เป็นหัวใจของวัด ใช้เวลายาวนานหลายปีจึงแล้วเสร็จ ความสำเร็จของวัดจึงไม่ได้เกิดจากการก่อสร้างเพียงครั้งเดียว แต่เป็นผลจากศรัทธา ความเพียร และการทำงานร่วมกันของพระ เณร และชุมชนด่านซ้ายอย่างต่อเนื่อง
ชื่อวัดเนรมิตวิปัสสนาสื่อความหมายถึงการสร้างสรรค์สถานที่ปฏิบัติธรรมขึ้นจากพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และงดงาม คำว่า “เนรมิต” ให้ภาพของการสร้างสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่ขึ้นด้วยแรงศรัทธา ส่วนคำว่า “วิปัสสนา” สื่อถึงหัวใจของวัดในฐานะสถานที่ฝึกจิตและเจริญปัญญา แม้ปัจจุบันวัดจะเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอด่านซ้าย แต่แกนหลักของสถานที่ยังคงเป็นวัดที่สัมพันธ์กับการภาวนา การสืบทอดพระธรรม และการน้อมรำลึกถึงครูบาอาจารย์ผู้ริเริ่มสร้างวัด
พระอุโบสถศิลาแลงเป็นจุดเด่นที่สุดของวัดเนรมิตวิปัสสนา ศิลาแลงเป็นวัสดุที่มีสีแดงอมน้ำตาล ให้ความรู้สึกหนักแน่น แข็งแรง และมีพื้นผิวเฉพาะตัว เมื่อนำมาก่อสร้างเป็นพระอุโบสถทั้งหลัง จึงทำให้อาคารมีบุคลิกที่ต่างจากอุโบสถปูนสีขาวหรืออาคารคอนกรีตทั่วไป รูปทรงพระอุโบสถมีความสง่างามตามศิลปะส่วนกลาง หลังคาซ้อนชั้น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมช่วยให้ตัวอาคารดูศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกันสีและผิวของศิลาแลงก็ทำให้อาคารกลมกลืนกับภูเขา ดิน และภูมิทัศน์ธรรมชาติของด่านซ้ายอย่างลงตัว
ความน่าสนใจของพระอุโบสถไม่ได้อยู่เฉพาะภายนอกเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ภายใน ผู้มาเยือนจะพบพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน ประดิษฐานอย่างสง่างามภายในพื้นที่ที่ตกแต่งอย่างประณีต พระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญมากในคติพุทธศาสนาของไทย การอัญเชิญรูปแบบพระพุทธชินราชมาเป็นพระประธานจึงทำให้พระอุโบสถแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และคุ้นเคยกับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ผู้มาเยือนนิยมเข้าไปกราบสักการะ ตั้งจิตอธิษฐาน และชมภาพจิตรกรรมโดยรอบในบรรยากาศที่สงบงาม
จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ควรใช้เวลาชมอย่างละเอียด ภาพเขียนเหล่านี้ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ หลักธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านฝีมือช่างเขียนในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย ใช้เวลาสร้างสรรค์ยาวนานหลายปี ภาพแต่ละช่วงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงฉากตกแต่ง แต่เป็นเครื่องมือเล่าเรื่องธรรมะให้ผู้ชมเข้าใจผ่านภาพ สี รายละเอียด และลำดับเหตุการณ์ การเดินชมรอบพระอุโบสถจึงให้ความรู้สึกคล้ายการอ่านหนังสือธรรมะขนาดใหญ่ที่เล่าเรื่องด้วยภาพ ผู้ชมที่ตั้งใจดูจะได้เห็นทั้งความศรัทธา ความเพียรของช่าง และความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับการสอนธรรมะในวัดไทย
ภายในพระอุโบสถยังมีพระพุทธรูปและรูปเคารพสำคัญอื่น ๆ เช่น พระพุทธรูปปางนาคปรก พระแก้วมรกตจำลอง และรูปเหมือนหลวงพ่อโต ซึ่งช่วยเพิ่มมิติของพื้นที่ไหว้พระให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ผู้มาเยือนควรเดินชมอย่างสำรวม ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร แต่งกายสุภาพ และไม่ส่งเสียงดัง เพราะพื้นที่ภายในพระอุโบสถเป็นสถานที่สำหรับกราบพระและปฏิบัติศาสนกิจ ไม่ใช่เพียงพื้นที่ถ่ายภาพ ความงามของวัดจะสัมผัสได้ชัดเจนที่สุดเมื่อผู้ชมให้เวลาและรักษาความสงบภายในใจไปพร้อมกับการชมงานศิลปะ
ด้านหลังเยื้องกับพระอุโบสถคือมณฑปพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ หรือมณฑปหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ ซึ่งสร้างด้วยศิลาแลงเช่นเดียวกัน ภายในมณฑปประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์และหีบบรรจุสังขารของท่านที่ศิษยานุศิษย์เคารพนับถืออย่างลึกซึ้ง หลวงพ่อมหาพันธ์มรณภาพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2540 สิริอายุ 76 ปี แต่ศรัทธาที่ผู้คนมีต่อท่านยังคงอยู่ผ่านมณฑป รูปเหมือน และเรื่องเล่าการสร้างวัด พื้นที่นี้จึงเป็นจุดสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจวัดเนรมิตวิปัสสนาในมิติของครูบาอาจารย์ ไม่ใช่เพียงในมิติของสถาปัตยกรรม
มณฑปหลวงพ่อมหาพันธ์เป็นพื้นที่ที่ควรเข้าชมด้วยความเคารพ เพราะเป็นอนุสรณ์แห่งความเพียรและชีวิตของพระผู้ริเริ่มสร้างวัด เครื่องหมายสำคัญในมณฑปไม่ได้อยู่เพียงหุ่นขี้ผึ้งหรือสังขารของหลวงพ่อเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความรู้สึกของศิษยานุศิษย์และชาวด่านซ้ายที่เห็นว่าวัดแห่งนี้เกิดขึ้นจากเมตตา วิริยะ และการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนควรใช้เวลาสั้น ๆ ในการกราบสักการะและระลึกถึงแนวทางของหลวงพ่อ ก่อนเดินต่อไปยังส่วนอื่นของวัด
เจดีย์ศิลาแลงภายในวัดเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้พื้นที่วัดสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รูปทรงเจดีย์สัมพันธ์กับศิลาแลงและบรรยากาศโดยรวมของวัด ทำให้เกิดความต่อเนื่องทางสถาปัตยกรรมระหว่างพระอุโบสถ มณฑป ซุ้มประตู และองค์ประกอบอื่น ๆ เจดีย์เป็นสัญลักษณ์ของการน้อมรำลึกถึงพระรัตนตรัยและหลักธรรม ผู้มาเยือนมักใช้พื้นที่นี้เป็นจุดเดินชม ถ่ายภาพ และพิจารณาความงามของศิลาแลงในอีกมุมหนึ่ง เพราะเมื่อแสงแดดตกกระทบ สีของศิลาแลงจะเปลี่ยนความเข้มอ่อนตามช่วงเวลา ทำให้เจดีย์ดูมีชีวิตชีวาและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมบนเนินเขา
บริเวณโดยรอบพระอุโบสถมีการจัดสวน สนามหญ้า ทางเดิน และต้นไม้อย่างเป็นระเบียบ ทำให้วัดมีบรรยากาศร่มรื่นและเหมาะกับการเดินชมหลังจากไหว้พระเรียบร้อย ต้นไม้สำคัญที่มักถูกกล่าวถึงคือ “ต้นสาละ” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติในช่วงประสูติของพระพุทธเจ้า การปลูกต้นสาละภายในวัดช่วยเสริมความหมายทางพระพุทธศาสนาและทำให้ผู้มาเยือนเชื่อมโยงพื้นที่จริงกับเรื่องราวพุทธประวัติได้ง่ายขึ้น บรรยากาศสวนภายในวัดยังช่วยลดความแข็งของอาคารศิลาแลง ทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูสงบ อ่อนโยน และเหมาะกับการพักใจ
วัดเนรมิตวิปัสสนายังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงกับพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญของอำเภอด่านซ้าย วัดตั้งอยู่ห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อย ผู้มาเยือนจึงมักจัดเส้นทางไหว้พระสองแห่งต่อเนื่องกัน เริ่มจากสักการะพระธาตุศรีสองรักซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย–ลาว แล้วต่อมายังวัดเนรมิตวิปัสสนาเพื่อชมอุโบสถศิลาแลงและกราบพระพุทธชินราชจำลอง การเดินทางเช่นนี้ทำให้เข้าใจด่านซ้ายในมิติที่ครบขึ้น ทั้งประวัติศาสตร์บ้านเมือง ศรัทธาพระธาตุ และพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่เกิดจากแรงศรัทธาของพระ เณร และชุมชน
อำเภอด่านซ้ายเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสูงมาก โดยเฉพาะงานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน วัดเนรมิตวิปัสสนาจึงอยู่ในภูมิทัศน์วัฒนธรรมเดียวกับวัดโพนชัย พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน พระธาตุศรีสองรัก และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติรอบด่านซ้าย แม้วัดเนรมิตวิปัสสนาจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางงานผีตาโขนเหมือนวัดโพนชัย แต่การตั้งอยู่ในอำเภอด่านซ้ายทำให้วัดมีบทบาทร่วมในเส้นทางท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมของพื้นที่ ผู้มาเยือนที่ต้องการเข้าใจด่านซ้ายให้ลึกกว่าเพียงเทศกาลควรแวะวัดแห่งนี้เพื่อเห็นมิติของศรัทธาอีกด้านหนึ่ง
โซนแรกที่ควรชมคือซุ้มประตูและพื้นที่ทางเข้าวัด ซุ้มประตูศิลาแลงทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนผ่านจากถนนและชุมชนเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด รูปทรงที่ก่อด้วยศิลาแลงช่วยสร้างภาพจำตั้งแต่แรกเห็น ผู้มาเยือนควรใช้จังหวะนี้ค่อย ๆ ลดความเร่งรีบ สังเกตบรรยากาศของเนินเขาและพื้นที่วัด ก่อนเดินต่อไปยังลานพระอุโบสถ พื้นที่ทางเข้าเป็นจุดที่เหมาะกับการถ่ายภาพภายนอก แต่ควรถ่ายอย่างสุภาพและไม่กีดขวางทางสัญจรของผู้มากราบพระคนอื่น
โซนที่ 2 คือพระอุโบสถศิลาแลง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวัด ผู้มาเยือนควรชมทั้งด้านนอกและด้านใน ด้านนอกควรสังเกตวัสดุศิลาแลง ลวดลาย ประตู หน้าต่าง หลังคา และสัดส่วนของอาคาร ส่วนด้านในควรกราบพระพุทธชินราชจำลองและชมจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบอย่างตั้งใจ การชมพระอุโบสถควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 – 45 นาที เพราะรายละเอียดภายในมีจำนวนมาก หากเดินผ่านเร็วเกินไปจะพลาดทั้งภาพจิตรกรรม งานตกแต่ง และบรรยากาศสงบที่เป็นแก่นของอาคารหลังนี้
โซนที่ 3 คือมณฑปหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ พื้นที่นี้เป็นจุดเรียนรู้ประวัติผู้ก่อตั้งวัดและเป็นพื้นที่สักการะสำหรับผู้เคารพศรัทธา หลวงพ่อมหาพันธ์ไม่ได้เป็นเพียงพระผู้มีบทบาทด้านการก่อสร้าง แต่เป็นผู้วางรากฐานทางจิตวิญญาณของวัด วัดเนรมิตวิปัสสนาจึงไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะวัดสวยหรือจุดถ่ายภาพ แต่ควรถูกมองในฐานะผลลัพธ์ของปฏิปทา การธุดงค์ การภาวนา และความตั้งใจในการสร้างพื้นที่ปฏิบัติธรรมให้คงอยู่คู่ด่านซ้าย
โซนที่ 4 คือเจดีย์และองค์ประกอบศิลาแลงรอบวัด โซนนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความต่อเนื่องของแนวคิดทางสถาปัตยกรรม ศิลาแลงไม่ได้ถูกใช้เฉพาะพระอุโบสถ แต่กระจายอยู่ในหลายส่วนของวัด ทำให้พื้นที่มีเอกภาพทางสายตาและความรู้สึก การเดินชมรอบเจดีย์ควรเดินอย่างสงบ ไม่ปีน ไม่จับส่วนประดับ และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่วัดไม่ได้เปิดให้เข้าชม จุดนี้เหมาะกับการชมแสงช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพราะสีศิลาแลงจะดูนุ่มและมีมิติมากกว่าช่วงแดดแรง
โซนที่ 5 คือสวนหย่อม สนามหญ้า ทางเดิน และต้นไม้สำคัญทางพระพุทธศาสนา โซนนี้ทำให้วัดมีความร่มรื่นและเหมาะกับการพักใจหลังจากชมศาสนสถานหลักแล้ว ผู้มาเยือนสามารถเดินช้า ๆ ตามทางเดิน ชมการจัดสวน และพักสายตาจากความละเอียดของจิตรกรรมภายในพระอุโบสถ พื้นที่สวนยังเหมาะกับผู้สูงอายุและครอบครัวที่ต้องการพักระหว่างเดินชมวัด แต่ควรรักษาความสะอาด ไม่เหยียบแปลงต้นไม้ และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่วัด
โซนที่ 6 คือพื้นที่สังฆาวาสและพื้นที่ปฏิบัติธรรม ซึ่งควรเข้าชมเฉพาะส่วนที่วัดเปิดให้บุคคลทั่วไป วัดเนรมิตวิปัสสนายังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์และกิจกรรมทางศาสนา จึงควรเคารพความเป็นส่วนตัวของพระภิกษุ สามเณร และผู้ปฏิบัติธรรม ผู้มาเยือนไม่ควรเดินเข้าเขตกุฏิหรือพื้นที่พักโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เปิดเสียงดัง และไม่ใช้พื้นที่วัดเหมือนสวนสาธารณะทั่วไป การรักษามารยาททำให้วัดยังคงความสงบสมกับชื่อวิปัสสนา
โซนที่ 7 คือเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวด่านซ้าย เพราะวัดตั้งอยู่ใกล้พระธาตุศรีสองรัก วัดโพนชัย และพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ผู้มาเยือนสามารถจัดโปรแกรมครึ่งวันหรือหนึ่งวันได้สะดวก หากมีเวลาน้อย สามารถไหว้พระธาตุศรีสองรัก ต่อด้วยวัดเนรมิตวิปัสสนา และปิดท้ายด้วยพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน หากมีเวลามากขึ้น สามารถเพิ่มภูพระ ภูอีเลิศ หรือภูลมโลตามฤดูกาลและสภาพเส้นทาง เส้นทางนี้ทำให้การเที่ยวด่านซ้ายมีครบทั้งศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ
การเดินทาง ไปวัดเนรมิตวิปัสสนาสามารถเริ่มจากตัวอำเภอด่านซ้าย ใช้เส้นทางไปบ้านหัวนายูง วัดอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตรและอยู่ไม่ไกลจากพระธาตุศรีสองรัก หากเดินทางจากตัวเมืองเลยให้ใช้เส้นทางมุ่งหน้าสู่อำเภอด่านซ้าย แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลด่านซ้ายและบ้านหัวนายูง เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในพื้นที่ ผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายจุดควรจัดวัดเนรมิตวิปัสสนาร่วมกับพระธาตุศรีสองรักและวัดโพนชัย เพราะระยะทางใกล้กันและใช้เวลาเดินทางไม่นาน
หากเดินทางจากอำเภอภูเรือ สามารถใช้เส้นทางเชื่อมมายังอำเภอด่านซ้าย แล้วเข้าสู่ตัวอำเภอก่อนขึ้นไปยังวัดเนรมิตวิปัสสนา เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่เที่ยวภูเรือและต้องการเดินทางต่อมายังด่านซ้ายในวันเดียว ส่วนผู้ที่เดินทางจากเพชรบูรณ์หรือหล่มสักสามารถใช้เส้นทางผ่านด่านซ้ายก่อนเข้าสู่จังหวัดเลย การเดินทางในฤดูฝนควรตรวจสภาพถนนและขับด้วยความระมัดระวัง เพราะบางช่วงเป็นทางภูเขาและอาจมีฝน หมอก หรือพื้นถนนลื่นในบางเวลา
วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามศรัทธาในจุดที่วัดจัดไว้ ช่วงเช้าเหมาะกับผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบและแสงสวยสำหรับชมอาคารศิลาแลง ช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับการถ่ายภาพภายนอกและเดินชมสวนอย่างไม่ร้อนจัด หากต้องการชมภาพจิตรกรรมภายในพระอุโบสถอย่างละเอียด ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง เพราะภายในวัดมีหลายจุดที่ควรชม ไม่ใช่เพียงพระอุโบสถหลังเดียว
มารยาทในการเข้าชมวัดควรเริ่มจากการแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปิดเผยเกินไป ถอดรองเท้าก่อนเข้าพระอุโบสถ พูดคุยเสียงเบา ไม่สัมผัสจิตรกรรมฝาผนัง ไม่ปีนส่วนสถาปัตยกรรม และไม่เดินเข้าเขตสังฆาวาสโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการถ่ายภาพภายในพระอุโบสถควรถ่ายด้วยความเคารพ ไม่ใช้แฟลชรบกวนผู้มากราบพระ และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยให้วัดยังคงเป็นพื้นที่สงบสำหรับทุกคน
สำหรับครอบครัว วัดเนรมิตวิปัสสนาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีมาก เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้เรื่องศิลาแลง พระอุโบสถ พระพุทธชินราช จิตรกรรมฝาผนัง การปลูกต้นไม้ และประวัติหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ ได้จากสถานที่จริง ผู้ปกครองสามารถใช้การเดินชมวัดเป็นบทสนทนาเรื่องศรัทธา ความเพียร การดูแลสิ่งแวดล้อม และมารยาทในศาสนสถาน วัดแห่งนี้จึงเหมาะทั้งกับการไหว้พระ การพักใจ และการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมในทริปเดียว
สำหรับผู้สนใจศิลปกรรม วัดเนรมิตวิปัสสนาเป็นสถานที่ที่ควรใช้เวลามากกว่าการแวะถ่ายภาพ เพราะอาคารศิลาแลงและจิตรกรรมภายในพระอุโบสถมีรายละเอียดที่สะท้อนความตั้งใจของผู้สร้างอย่างชัดเจน ศิลาแลงทำให้อาคารมีอัตลักษณ์เฉพาะ ส่วนจิตรกรรมทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวธรรมะและวิถีชีวิตให้ผู้ชมเข้าใจผ่านภาพ ผู้ที่เดินชมอย่างตั้งใจจะเห็นว่าความงามของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตเท่านั้น แต่อยู่ที่การรวมศรัทธา ความคิดสร้างสรรค์ และแรงงานของพระ เณร ช่างท้องถิ่น และชุมชนด่านซ้ายเข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดเนรมิตวิปัสสนาเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบาย contemporary Thai Buddhist architecture ได้ชัดเจนมาก เพราะวัดนี้ไม่ได้เป็นวัดโบราณแบบล้านช้างโดยตรงเหมือนพระธาตุศรีสองรัก แต่เป็นวัดร่วมสมัยที่ใช้ศิลาแลงสร้างอุโบสถและเจดีย์อย่างมีเอกลักษณ์ ภายในมีพระพุทธชินราชจำลอง จิตรกรรมพุทธประวัติ และอนุสรณ์ของหลวงพ่อมหาพันธ์ ผู้ก่อตั้งวัด ชาวต่างชาติที่มาเยือนจะเข้าใจได้ว่า พุทธศาสนาไทยไม่ได้มีเพียงวัดโบราณเท่านั้น แต่ยังมีวัดร่วมสมัยที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของชุมชนและยังคงใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมจริง
การจัดเส้นทางเที่ยวที่เหมาะสมคือเริ่มจากพระธาตุศรีสองรักในช่วงเช้า จากนั้นมาที่วัดเนรมิตวิปัสสนาเพื่อชมพระอุโบสถศิลาแลงและกราบพระพุทธชินราชจำลอง ต่อด้วยวัดโพนชัยและพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนเพื่อเรียนรู้ประเพณีบุญหลวง หากยังมีเวลา สามารถแวะร้านอาหารหรือคาเฟ่ในตัวอำเภอด่านซ้าย แล้วเดินทางต่อไปยังภูพระหรือพักค้างคืนในด่านซ้าย เส้นทางนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งศรัทธา ศิลปกรรม ประเพณี และวิถีเมืองด่านซ้ายอย่างครบถ้วน
โดยสรุป วัดเนรมิตวิปัสสนา จังหวัดเลย เป็นวัดสำคัญของอำเภอด่านซ้ายที่ควรแวะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางมาไหว้พระธาตุศรีสองรักหรือเที่ยวพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน จุดเด่นของวัดคือพระอุโบสถและเจดีย์ศิลาแลงทั้งหลังที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินเขา ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน มีจิตรกรรมฝาผนังงดงาม มีมณฑปหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ และมีพื้นที่สวนร่มรื่นเหมาะแก่การเดินชมและสงบใจ วัดเปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม และสามารถจัดเส้นทางร่วมกับพระธาตุศรีสองรัก วัดโพนชัย พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ภูพระ และแหล่งท่องเที่ยวอื่นของด่านซ้ายได้อย่างสะดวก ผู้มาเยือนที่เดินชมด้วยความเคารพจะได้ทั้งความอิ่มใจ ความรู้ด้านศิลปะ และความเข้าใจต่อแรงศรัทธาที่สร้างวัดแห่งนี้ให้โดดเด่นคู่เมืองด่านซ้ายมาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดเนรมิตวิปัสสนา จังหวัดเลย |
| ที่ตั้ง | บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120 |
| ที่อยู่ | 20 หมู่ 14 บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120 |
| ไฮไลต์ | พระอุโบสถศิลาแลง เจดีย์ศิลาแลง พระพุทธชินราชจำลอง จิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ มณฑปหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ และบรรยากาศวัดบนเนินเขาใกล้พระธาตุศรีสองรัก |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดก่อตั้งโดยพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ หรือหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ เจ้าอาวาสรูปแรก เดิมพื้นที่เคยเป็นพื้นที่โล่งจากการใช้ประโยชน์ของชาวบ้าน ต่อมาหลวงพ่อมหาพันธ์และคณะศรัทธาได้พัฒนาให้เป็นวัดปฏิบัติธรรม เริ่มสร้างพระอุโบสถใน พ.ศ. 2529 ใช้เวลาหลายปีจึงแล้วเสร็จ และวัดเป็นที่รู้จักในชื่อวัดเนรมิตวิปัสสนาในยุคหลัง |
| ลักษณะเด่น | วัดตั้งอยู่บนเนินเขา ห่างจากตัวอำเภอด่านซ้ายประมาณ 1 กม. และอยู่ไม่ไกลจากพระธาตุศรีสองรัก พระอุโบสถกับเจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง มีลักษณะสง่างามและเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอด่านซ้าย |
| สิ่งที่น่าสนใจ | พระอุโบสถศิลาแลง พระพุทธชินราชจำลอง ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติและวิถีชีวิตท้องถิ่น พระพุทธรูปปางนาคปรก พระแก้วมรกตจำลอง รูปเหมือนหลวงพ่อโต มณฑปหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ เจดีย์ศิลาแลง สวนหย่อม และต้นสาละ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนซุ้มประตูและพื้นที่ทางเข้าวัด 2. โซนพระอุโบสถศิลาแลงและพระพุทธชินราชจำลอง 3. โซนจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ 4. โซนมณฑปหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ 5. โซนเจดีย์ศิลาแลงและองค์ประกอบศิลาแลงรอบวัด 6. โซนสวนหย่อม สนามหญ้า ทางเดิน และต้นสาละ 7. โซนสังฆาวาสและพื้นที่ปฏิบัติธรรม 8. โซนเส้นทางเชื่อมต่อพระธาตุศรีสองรัก วัดโพนชัย และพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส | จัดการโดยวัดเนรมิตวิปัสสนา; เจ้าอาวาสคือพระครูภาวนาวิสุทธาภรณ์ วิ. (สวัสดิ์ อมโร ป.ธ.3, พธ.บ.) |
| การเดินทาง | จากตัวอำเภอด่านซ้ายเดินทางไปบ้านหัวนายูง ระยะทางประมาณ 1 กม. วัดตั้งอยู่บนเนินเขาไม่ไกลจากพระธาตุศรีสองรัก หากเดินทางจากตัวเมืองเลยให้มุ่งหน้าอำเภอด่านซ้าย แล้วเข้าสู่ตำบลด่านซ้ายและบ้านหัวนายูง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการ เป็นวัดปฏิบัติธรรมและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่สำคัญของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พระอุโบสถ พื้นที่ไหว้พระ มณฑป เจดีย์ ลานวัด ทางเดิน สวนหย่อม ที่จอดรถ และพื้นที่พักสงบสำหรับผู้มากราบไหว้หรือปฏิบัติธรรม |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 042-891-226, 086-852-5950, 084-310-6090, ผู้ประสานงานพระบุญเพ็ง วรธมฺโม 08-9426-4233 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจวัดเนรมิตวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, Amazing Thailand, และแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดเลย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พระธาตุศรีสองรัก ประมาณ 1 กม. 2. วัดโพนชัย ประมาณ 2 กม. 3. พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย ประมาณ 2 กม. 4. พระธาตุศรีสองรักจำลองภายในวัดโพนชัย ประมาณ 2 กม. 5. ภูพระ ประมาณ 6 กม. 6. จุดชมวิวเมืองด่านซ้าย ประมาณ 6 กม. 7. ภูอีเลิศ ประมาณ 18 กม. 8. ภูลมโล ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. NANA CAFE ด่านซ้าย ประมาณ 2 กม. โทร. 098-316-1420 2. ครัวอิ่มอุ่น ด่านซ้าย ประมาณ 2 กม. โทร. 042-891-586, 085-760-3352 3. Baandoen Cake & Coffee ประมาณ 3 กม. โทร. 064-092-7899 4. Woori Cafe ประมาณ 4 กม. โทร. 083-345-4585 5. ฮัก ณ สะบายดี ด่านซ้าย ประมาณ 5 กม. โทร. 081-051-0555 6. The Enlighten Coffee & Community ประมาณ 13 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Pupiang po Da Arte Resort ประมาณ 1 กม. 2. PhuNaCome Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 042-892-005, 095-155-8835, 063-851-2555 3. บ้านรักเลย รีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 085-758-8875 4. Kingboon Resort ประมาณ 5 กม. โทร. 093-392-1443, 042-030-140 5. Dan Sai Resort Hotel ประมาณ 6 กม. โทร. 042-892-281 6. Phu Pha Nam Resort ประมาณ 20 กม. โทร. 098-132-5668, 081-554-3330, 081-407-7577, 042-810-527, 042-810-526 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเนรมิตวิปัสสนา จังหวัดเลย อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเนรมิตวิปัสสนาตั้งอยู่ที่บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120 อยู่บนเนินเขาไม่ไกลจากพระธาตุศรีสองรักและตัวอำเภอด่านซ้าย
ถาม: วัดเนรมิตวิปัสสนาเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
ถาม: วัดเนรมิตวิปัสสนาเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามศรัทธาในจุดที่วัดจัดไว้ได้
ถาม: จุดเด่นของวัดเนรมิตวิปัสสนาคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระอุโบสถและเจดีย์ที่ก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง ภายในมีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน จิตรกรรมฝาผนังงดงาม และมณฑปหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ ผู้ริเริ่มสร้างวัด
ถาม: หลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ เกี่ยวข้องกับวัดอย่างไร?
ตอบ: หลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ หรือพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดและเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ท่านวางรากฐานให้วัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและศูนย์รวมศรัทธาของชาวด่านซ้าย
ถาม: เจ้าอาวาสวัดเนรมิตวิปัสสนาปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดเนรมิตวิปัสสนาคือพระครูภาวนาวิสุทธาภรณ์ วิ. (สวัสดิ์ อมโร ป.ธ.3, พธ.บ.)
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดเนรมิตวิปัสสนานานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อกราบพระ ชมพระอุโบสถศิลาแลง ดูจิตรกรรมฝาผนัง สักการะมณฑปหลวงพ่อมหาพันธ์ และเดินชมบรรยากาศรอบวัดอย่างไม่เร่งรีบ
ถาม: เที่ยววัดเนรมิตวิปัสสนาแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่พระธาตุศรีสองรัก วัดโพนชัย พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ภูพระ ภูอีเลิศ และภูลมโลได้สะดวกตามเวลาและฤดูกาลเดินทาง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




