หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.เชียงคาน >ต.เชียงคาน > วัดท่าแขก
TL;DR: วัดท่าแขก อยู่ที่หมู่ 4 บ้านน้อย ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย 42110 เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในพื้นที่ราบตะกอนน้ำพา บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การกราบพระ ชมโบราณวัตถุ เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเชียงคาน.

เลย

วัดท่าแขก

วัดท่าแขก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
 
วัดท่าแขก จังหวัดเลย เป็นวัดเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำโขงในตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ตั้งอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านน้อย ก่อนถึงแก่งคุดคู้และย่านท่องเที่ยวสำคัญของเชียงคานเพียงไม่ไกล วัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และเปิดมุมมองสู่ลำน้ำโขงที่ไหลเลียบชายแดนไทย–ลาวอย่างงดงาม จุดเด่นที่สุดของวัดคือพระพุทธรูปโบราณ 3 องค์ที่ชาวบ้านเรียกรวมกันว่า “พระพุทธรูปสามพี่น้อง” เป็นพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ที่ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถหลังปัจจุบัน และเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเชียงคานมาอย่างยาวนาน ผู้ที่เดินทางมาเชียงคานเพื่อชมวิถีริมโขง ถนนคนเดิน แก่งคุดคู้ หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ ควรแวะวัดท่าแขก เพราะที่นี่ไม่ใช่เพียงวัดเก่าริมแม่น้ำ แต่เป็นสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ล้านช้าง ศรัทธาพุทธศาสนา พระป่าสายกรรมฐาน งานช่างพื้นถิ่น และความทรงจำของเมืองเชียงคานไว้ในบริเวณเดียวกัน
 
วัดท่าแขกมีความสำคัญต่อเชียงคานในหลายระดับ ระดับแรกคือความเป็นวัดโบราณที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางวัฒนธรรมของผู้คนสองฝั่งน้ำ โขงไม่ได้เป็นเพียงแม่น้ำทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นเส้นทางของการเดินทาง การค้าขาย การตั้งถิ่นฐาน การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงอย่างวัดท่าแขกจึงมักมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับการเดินทางของผู้คน บ้านเมือง และศรัทธา จากข้อมูลโบราณคดี วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ราบริมแม่น้ำโขงซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนน้ำพา สภาพพื้นที่เช่นนี้ทำให้บริเวณวัดมีทั้งความสงบของศาสนสถานและความเปิดกว้างของภูมิทัศน์ริมแม่น้ำ ผู้มาเยือนจึงสัมผัสได้ถึงความเป็นวัดริมโขงที่ต่างจากวัดในเมืองทั่วไป
 
ชื่อ “วัดท่าแขก” มีเรื่องเล่าและคำอธิบายที่สัมพันธ์กับพื้นที่ริมโขงและภาษาในท้องถิ่น เดิมชาวบ้านเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดท่าแข้” โดยคำว่าแข้ในภาษาท้องถิ่นหมายถึงจระเข้ เนื่องจากบริเวณท่าลานหินริมแม่น้ำโขงใกล้วัดเคยมีจระเข้ชุกชุมและมักขึ้นมานอนผึ่งแดด ต่อมาชื่อเรียกจึงค่อย ๆ กลายเป็นวัดท่าแขกตามเสียงที่ใช้กันในปัจจุบัน ความหมายของชื่อทำให้เห็นว่า วัดแห่งนี้ไม่ได้มีตัวตนแยกจากธรรมชาติรอบตัว แต่ผูกพันกับแม่น้ำ หาดหิน สัตว์น้ำ และประสบการณ์ของชาวบ้านที่ใช้ชีวิตริมโขงมาเป็นเวลานาน
 
ตามประวัติที่เกี่ยวข้องกับจารึกวัดท่าแขก วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 5 ปีกาบสัน จุลศักราช 1028 ตรงกับ พ.ศ. 2209 ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาและอยู่ในห้วงเวลาที่ราชอาณาจักรล้านช้างยังมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เรื่องราวในจารึกกล่าวถึงท้าวสุวรรณแผ้วพ่าย โอรสของกษัตริย์ผู้ครองนครล้านช้างหลวงพระบาง ผู้สร้างวัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่พระมเหสีและพระราชธิดาที่สิ้นพระชนม์จากเหตุการณ์เรือล่มในแม่น้ำโขงระหว่างการเดินทาง เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเชียงคานกับโลกวัฒนธรรมล้านช้าง และทำให้วัดท่าแขกมีความหมายในฐานะสถานที่รำลึกถึงความสูญเสีย ความกตัญญู และแรงศรัทธาของผู้คนในอดีต
 
นอกจากประวัติจากจารึกแล้ว วัดท่าแขกยังมีตำนานท้องถิ่นที่เล่ากันหลายแนว บางข้อมูลเชื่อมโยงวัดเข้ากับยุคขุนคานและการสร้างเมืองเชียงคาน บางเรื่องกล่าวถึงการสร้างพระยืนและศาสนสถานริมโขงโดยกลุ่มผู้คนจากฝั่งลาว ความหลากหลายของเรื่องเล่าไม่ได้ทำให้คุณค่าของวัดลดลง แต่กลับสะท้อนว่าพื้นที่แห่งนี้มีความทรงจำหลายชั้น ทั้งความทรงจำจากจารึก ความทรงจำจากตำนาน ความทรงจำจากชุมชน และความทรงจำจากพระสงฆ์สายกรรมฐานที่เคยเข้ามาพักภาวนา วัดท่าแขกจึงเป็นสถานที่ที่ควรมองอย่างละเอียด ไม่ควรจำกัดความหมายไว้เพียงว่าเป็นวัดเก่าแก่ริมโขงเท่านั้น
 
ความสำคัญทางศาสนาของวัดท่าแขกปรากฏชัดในพระพุทธรูปสามพี่น้องที่ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถ พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์เป็นพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ มีลักษณะศิลปกรรมที่ฐานข้อมูลโบราณคดีจัดอยู่ในกลุ่มศิลปกรรมแบบทวารวดีตอนปลาย และเป็นที่เคารพของชาวเชียงคานมาอย่างยาวนาน พระพุทธรูป 3 องค์นี้ประกอบด้วยหลวงพ่อแสนมงคล พระพุทธรูปปางสมาธิ ทำจากหินทราย หน้าตักกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร สูงประมาณ 1.20 เมตร; หลวงพ่อโชค พระพุทธรูปปางสมาธิ ทำจากหินทราย หน้าตักกว้างประมาณ 70 เซนติเมตร สูงประมาณ 1.20 เมตร; และหลวงพ่อชัย พระพุทธรูปปางนาคปรก ทำจากหินทราย หน้าตักกว้างประมาณ 65 เซนติเมตร สูงประมาณ 1.20 เมตร พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล
 
คำว่า “พระพุทธรูปสามพี่น้อง” ทำให้พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์มีสถานะมากกว่าวัตถุโบราณ เพราะชาวบ้านไม่ได้มองแยกเป็นเพียงรูปเคารพแต่ละองค์เท่านั้น หากมองเป็นชุดความศักดิ์สิทธิ์ที่มีเรื่องเล่า มีความผูกพัน และมีความหมายร่วมกัน ภายในอุโบสถ พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ประดิษฐานอยู่ด้านหลังเหนือพระประธาน ซึ่งพระประธานมีพระนามว่าหลวงพ่อเชียงทองวัดท่าแขก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2537 เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย การจัดวางเช่นนี้ทำให้พื้นที่ภายในอุโบสถมีทั้งพระประธานร่วมสมัยที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะวัด และพระพุทธรูปโบราณที่เป็นรากศรัทธาของชุมชน
 
ตำนานการค้นพบพระพุทธรูปสามพี่น้องมีความสัมพันธ์กับพระป่าสายกรรมฐาน โดยใน พ.ศ. 2470 หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่คำหล้า ขนฺติธโร และคณะรวม 5 รูป ได้เดินทางมาพักภาวนาอยู่ที่วัดร้างท่าแขก หลวงปู่เสาร์และคณะร่วมกับชาวเมืองเชียงคานช่วยกันบูรณะซากปรักหักพังของอาคารและพบพระพุทธรูปโบราณทั้ง 3 องค์ภายในอุโบสถ หลวงปู่เสาร์นำเศษอิฐหินมาก่อเป็นแท่นเพื่อใช้เป็นฐานประดิษฐานชั่วคราวของพระพุทธรูป เหตุการณ์นี้ทำให้วัดท่าแขกมีความผูกพันกับครูบาอาจารย์สายพระป่าอย่างลึกซึ้ง และทำให้การบูรณะวัดไม่ใช่เพียงงานก่อสร้าง แต่เป็นการฟื้นคืนศรัทธาให้กับพื้นที่วัดร้างแห่งหนึ่งริมโขง
 
ใน พ.ศ. 2469 มีคณะพระกรรมฐานหลายรูปเดินทางธุดงค์ผ่านเชียงคานและมาพักภาวนาที่วัดท่าแขกในช่วงที่วัดยังเป็นวัดร้าง ได้แก่ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม หลวงปู่มหาปิ่น ปญฺญาพโล หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร หลวงปู่ฝั้น อาจาโร และภิกษุสามเณรอีกกลุ่มหนึ่ง ต่อมาใน พ.ศ. 2470 คณะของหลวงปู่เสาร์และหลวงปู่ชอบก็เข้ามาพักภาวนาและช่วยบูรณะวัด เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้วัดท่าแขกเป็นพื้นที่สำคัญในประวัติการเดินธุดงค์ของพระป่าสายกรรมฐานในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แม้ผู้มาเยือนทั่วไปอาจมองเห็นเพียงอุโบสถและพระพุทธรูป แต่ในเชิงประวัติพระป่า วัดแห่งนี้เป็นพื้นที่ภาวนาที่มีร่องรอยครูบาอาจารย์สำคัญหลายรูปเคยเดินทางมาพำนัก
 
บทบาทของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม มีความสำคัญอย่างมากต่อการฟื้นฟูวัดท่าแขก ใน พ.ศ. 2519 หลวงปู่ชอบมีดำริที่จะฟื้นฟูวัดแห่งนี้ จึงมอบหมายให้พระสงฆ์และศิษยานุศิษย์เข้ามาดำเนินการบูรณะอีกครั้ง มีการรื้อซากปรักหักพังของอุโบสถและเจดีย์เก่า จัดเรียงขึ้นใหม่ สร้างศาลาชั่วคราวเพื่อครอบพระพุทธรูปโบราณทั้ง 3 องค์ และค่อย ๆ ทำให้พื้นที่วัดกลับมามีพระสงฆ์จำพรรษาและมีศรัทธาญาติโยมเข้ามาดูแล ต่อมา พ.ศ. 2523 พระอาจารย์แดง จันทวังโส ได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดท่าแขก และหลวงปู่ชอบมอบหมายให้ท่านเป็นเจ้าอาวาส วัดจึงมีบทบาทต่อเนื่องในฐานะวัดธรรมยุติที่สืบสายศรัทธาจากครูบาอาจารย์สายกรรมฐาน
 
ปัจจุบันวัดท่าแขกได้รับการดูแลในฐานะวัดราษฎร์สังกัดธรรมยุติกนิกาย และเป็นศาสนสถานที่ยังใช้งานอยู่จริง ไม่ใช่เพียงโบราณสถานที่หยุดนิ่งอยู่กับอดีต กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2526 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ทำให้วัดมีสถานะมั่นคงในทางคณะสงฆ์และศาสนพิธี การที่วัดยังคงมีพระสงฆ์จำพรรษา มีผู้มากราบไหว้ และมีการดูแลพื้นที่ต่อเนื่อง ทำให้วัดท่าแขกเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต
 
อุโบสถหลังปัจจุบันเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดของการเข้าชม เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสามพี่น้องและพระประธานหลวงพ่อเชียงทอง ภายในอุโบสถยังมีจารึกวัดท่าแขกซึ่งเป็นโบราณวัตถุสำคัญ จารึกนี้เป็นจารึกบนหินชนวนรูปเสาสี่เหลี่ยม กว้างประมาณ 18 เซนติเมตร สูงประมาณ 79 เซนติเมตร มีข้อความจารึก 6 บรรทัด กล่าวถึงฤกษ์ยามในการสร้างโบสถ์ และบรรทัดแรกระบุศักราชที่ตรงกับ พ.ศ. 2209 ในสมัยที่พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชปกครองอาณาจักรล้านช้าง จารึกนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันความเก่าแก่ของวัดและเชื่อมโยงวัดท่าแขกกับประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำโขง
 
รอบอุโบสถยังมีกองอิฐและส่วนประกอบสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูนเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นซากโบราณสถานหรือส่วนของอุโบสถหลังเดิมที่ถูกอุโบสถหลังปัจจุบันสร้างทับ ร่องรอยเหล่านี้มีคุณค่ามาก เพราะช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นว่าวัดท่าแขกผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายยุค ทั้งยุคสร้างวัด ยุควัดร้าง ยุคพระป่าธุดงค์เข้ามาพักภาวนา ยุคบูรณะโดยศิษยานุศิษย์หลวงปู่ชอบ และยุคที่วัดกลับมาเป็นพื้นที่ศรัทธาอีกครั้ง การเดินชมวัดจึงควรสังเกตทั้งอาคารใหม่ พระพุทธรูปโบราณ จารึก และซากสถาปัตยกรรมโดยรอบ เพราะทุกส่วนเป็นหลักฐานที่ร่วมกันเล่าเรื่องวัดอย่างครบถ้วน
 
บริเวณวัดท่าแขกมีความสงบและเหมาะแก่การสงบจิตใจตามลักษณะวัดป่าริมโขง พื้นที่ด้านหนึ่งของวัดจดแม่น้ำโขง จึงมีทิวทัศน์แม่น้ำและฝั่งลาวที่มองเห็นได้ในบางมุม บรรยากาศริมโขงทำให้วัดมีความนุ่มนวลและโปร่งกว่าวัดที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการกราบพระในอุโบสถ จากนั้นเดินชมบริเวณวัด ดูสถาปัตยกรรม พื้นที่พระป่า และมุมริมแม่น้ำอย่างเงียบ ๆ การมาเยือนที่เหมาะสมจึงไม่ควรเร่งรีบ แม้วัดจะอยู่ไม่ไกลจากถนนสายท่องเที่ยว แต่คุณค่าของที่นี่ต้องใช้เวลาในการมองและซึมซับ
 
โซนแรกที่ควรชมคืออุโบสถและพระพุทธรูปสามพี่น้อง ภายในโซนนี้ผู้มาเยือนจะได้สักการะหลวงพ่อแสนมงคล หลวงพ่อโชค และหลวงพ่อชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ที่ชาวเชียงคานเคารพมาก การกราบไหว้ควรทำด้วยความสำรวม ไม่สัมผัสองค์พระโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนแท่นประดิษฐาน และไม่ใช้แฟลชหรือถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนผู้มากราบพระคนอื่น โซนนี้เป็นหัวใจทางศรัทธาของวัด และควรใช้เวลาอ่านป้ายข้อมูลเพื่อเข้าใจความสำคัญของพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์
 
โซนที่ 2 คือบริเวณจารึกวัดท่าแขกและร่องรอยโบราณสถาน จุดนี้เหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดี เพราะจารึกและร่องรอยอิฐเก่าช่วยบอกว่าวัดแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่าแค่การเป็นวัดริมโขงในปัจจุบัน ผู้ชมควรสังเกตลักษณะของจารึก ตำแหน่งที่จัดวาง และป้ายข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หากมีเจ้าหน้าที่หรือพระสงฆ์อธิบาย จะช่วยให้เข้าใจเรื่องยุคล้านช้าง พ.ศ. 2209 และการบูรณะวัดได้ดีขึ้น จุดนี้ควรชมด้วยความระมัดระวัง เพราะโบราณวัตถุและร่องรอยโบราณสถานเป็นสิ่งที่ควรรักษา ไม่ควรจับ เคลื่อนย้าย หรือพิงสิ่งของใด ๆ
 
โซนที่ 3 คือพื้นที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม และโรงเรียนมูลมังหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณวัด วัดท่าแขกมีความเกี่ยวข้องกับหลวงปู่ชอบในฐานะพื้นที่ที่ท่านเคยพักภาวนาและเป็นประธานอุปถัมภ์การฟื้นฟูวัด ความศรัทธาต่อหลวงปู่ชอบยังต่อยอดไปสู่การก่อตั้งโรงเรียนมูลมังหลวงปู่ชอบ ฐานสโม เพื่อสงเคราะห์เด็กและสร้างประโยชน์ด้านการศึกษาแก่ชุมชน ผู้มาเยือนที่สนใจพระป่าสายกรรมฐานควรให้ความสำคัญกับโซนนี้ เพราะทำให้เห็นว่าอิทธิพลของครูบาอาจารย์ไม่ได้อยู่เฉพาะในวัด แต่ยังขยายไปสู่การศึกษาและการดูแลสังคม
 
โซนที่ 4 คือพื้นที่ริมแม่น้ำโขงและบรรยากาศรอบวัด จุดนี้เป็นเสน่ห์เชิงภูมิทัศน์ของวัดท่าแขก เพราะแม่น้ำโขงคือฉากหลังสำคัญของเชียงคานและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนสองฝั่งน้ำ การยืนมองโขงจากวัดทำให้เห็นว่าวัดไม่ใช่เพียงศาสนสถานบนบก แต่เป็นจุดหมายที่สัมพันธ์กับสายน้ำ การเดินทาง และความทรงจำของชุมชน ผู้มาเยือนควรรักษาความสงบ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง และใช้พื้นที่ริมโขงอย่างเคารพ เพราะวัดยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน
 
โซนที่ 5 คือพื้นที่สังฆาวาสและเขตปฏิบัติธรรมภายในวัด ซึ่งควรเข้าชมเท่าที่วัดเปิดให้บุคคลทั่วไป ผู้มาเยือนไม่ควรเดินเข้าเขตที่เป็นกุฏิหรือพื้นที่พักของพระสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากวัดแห่งนี้ยังเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาและเป็นสถานที่สงบสำหรับการปฏิบัติธรรม การรักษามารยาทในการเข้าวัดจึงสำคัญมาก ควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยเสียงเบา ไม่เปิดเพลงหรือคลิปเสียงดัง และเคารพพระสงฆ์กับญาติโยมที่มาปฏิบัติศาสนกิจ
 
โซนที่ 6 คือเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เพราะวัดท่าแขกตั้งอยู่บนเส้นทางก่อนถึงบ้านน้อยและแก่งคุดคู้ ผู้มาเยือนสามารถจัดเส้นทางแบบต่อเนื่องได้ง่าย เริ่มจากวัดท่าแขกเพื่อกราบพระพุทธรูปสามพี่น้องและชมวัดริมโขง จากนั้นเดินทางต่อไปแก่งคุดคู้เพื่อชมโค้งน้ำโขงและเลือกซื้อของฝาก เช่น มะพร้าวแก้ว แล้วกลับเข้าเมืองเชียงคานเพื่อเที่ยวถนนคนเดิน วัดศรีคุณเมือง วัดท่าคก หรือพักค้างคืนริมโขง เส้นทางนี้ทำให้หนึ่งวันในเชียงคานมีทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ อาหารพื้นถิ่น และบรรยากาศเมืองเก่า
 
การเดินทางมายังวัดท่าแขกทำได้สะดวก จากตัวอำเภอเชียงคานหรือจากโรงพยาบาลเชียงคานให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 หรือถนนศรีเชียงคาน มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกทางแก่งคุดคู้ประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบถนนเข้าสู่วัดท่าแขกอยู่ทางซ้ายมือ จากนั้นไปตามถนนประมาณ 200 เมตร จะพบวัดท่าแขกอยู่ทางซ้ายมือ เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถเช่า หรือรถรับจ้างในเชียงคาน ผู้ที่พักในตัวเมืองเชียงคานสามารถจัดวัดท่าแขกเป็นจุดแวะระหว่างทางไปแก่งคุดคู้ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล
 
การเดินทาง หากเริ่มจากถนนคนเดินเชียงคาน ให้ขับรถออกจากตัวเมืองไปตามถนนศรีเชียงคาน มุ่งหน้าบ้านน้อยและแก่งคุดคู้ ใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาทีตามสภาพการจราจร จากอำเภอเชียงคานถึงวัดประมาณ 2 กิโลเมตร และจากวัดสามารถเดินทางต่อไปแก่งคุดคู้ได้อีกระยะสั้น ๆ ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือมีผู้สูงอายุควรใช้รถยนต์หรือรถรับจ้างเพื่อความสะดวก ส่วนผู้ที่ใช้จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ควรระวังรถบนทางหลวงและเลือกช่วงเวลาที่แดดไม่แรงเกินไป
 
วันและเวลาเข้าชมวัดท่าแขกคือทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้ากราบสักการะพระพุทธรูปสามพี่น้องและชมพื้นที่วัดได้ตามช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม หากเดินทางในช่วงเช้าจะได้บรรยากาศสงบและอากาศไม่ร้อน ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงริมแม่น้ำโขงและเดินทางต่อไปถนนคนเดินเชียงคาน ควรหลีกเลี่ยงการเข้าวัดหลังเวลาเปิดให้เข้าชม และควรเคารพพื้นที่ศาสนสถานหากมีพิธีกรรมหรือกิจกรรมของวัดในวันนั้น
 
ค่าเข้าชมวัดท่าแขกไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธาในจุดที่วัดจัดไว้ การไม่มีค่าเข้าชมทำให้วัดแห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งนักเรียน ครอบครัว ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้ที่ต้องการกราบพระก่อนเดินทางต่อไปแก่งคุดคู้หรือถนนคนเดินเชียงคาน อย่างไรก็ตาม การเข้าชมฟรีไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้พื้นที่อย่างไม่ระวัง ผู้มาเยือนควรช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนพระสงฆ์ และไม่สัมผัสโบราณวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนมีหลายแบบ หากต้องการบรรยากาศสงบและถ่ายภาพอาคารวัดได้ง่าย ควรมาในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ หากต้องการเชื่อมเส้นทางกับแก่งคุดคู้ ควรมาในช่วงสายแล้วไปต่อแก่งคุดคู้ก่อนรับประทานอาหารกลางวันบริเวณริมโขง หากต้องการเที่ยวต่อถนนคนเดินเชียงคาน ควรมาวัดท่าแขกช่วงบ่าย แล้วกลับเข้าเมืองก่อนเย็นเพื่อหาที่จอดรถและเดินชมถนนคนเดินได้สะดวก การจัดเวลาเช่นนี้ทำให้เที่ยวเชียงคานได้ครบโดยไม่เร่งรีบ
 
มารยาทในการเข้าชมวัดท่าแขกควรเริ่มจากการแต่งกายสุภาพ เพราะวัดยังเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่วางสิ่งของบนแท่นพระ ไม่สัมผัสพระพุทธรูปหรือจารึกโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมต่อศาสนสถาน หากมีผู้มากราบพระอยู่ก่อนควรรออย่างสงบและเว้นพื้นที่ให้เหมาะสม การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยรักษาบรรยากาศของวัดและทำให้ทุกคนได้ใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างเคารพ
 
สำหรับครอบครัว วัดท่าแขกเป็นจุดเรียนรู้ที่ดีมาก เพราะสามารถอธิบายให้เด็กเข้าใจเรื่องพระพุทธรูปหินทราย โบราณสถาน จารึก แม่น้ำโขง และพระป่าสายกรรมฐานได้ในสถานที่เดียว เด็กจะได้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เฉพาะในหนังสือ แต่ปรากฏอยู่ในวัด อิฐเก่า หินจารึก พระพุทธรูป และเรื่องเล่าของชุมชน การพาเด็กเข้าวัดท่าแขกจึงช่วยสอนทั้งเรื่องมารยาท ความเคารพ การสังเกต และการรักษามรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
สำหรับผู้สนใจธรรมะและพระป่าสายกรรมฐาน วัดท่าแขกมีคุณค่าพิเศษจากความเกี่ยวข้องกับหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่เทสก์ หลวงปู่หลุย และหลวงปู่ชอบ ฐานสโม การที่ครูบาอาจารย์เหล่านี้เคยเดินทางผ่าน พักภาวนา หรือมีบทบาทในการฟื้นฟูวัด ทำให้วัดท่าแขกเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงประวัติพระป่าเข้ากับเมืองริมโขง ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาสั้น ๆ ภายในวัดเพื่อสงบใจ ระลึกถึงปฏิปทาแห่งความเรียบง่าย และมองเห็นความต่อเนื่องของศรัทธาที่ทำให้วัดร้างกลับมาเป็นวัดมีชีวิตอีกครั้ง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดท่าแขกเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมริมแม่น้ำโขงของไทยได้ชัดเจนมาก เพราะที่นี่มีทั้งพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ อุโบสถ ศิลปะล้านช้าง ประวัติการเดินทางของพระป่า และบรรยากาศริมแม่น้ำโขงในเมืองเชียงคาน แม้ผู้มาเยือนอาจไม่เข้าใจคำอธิบายภาษาไทยทั้งหมด แต่สามารถสัมผัสความสำคัญของสถานที่ผ่านองค์พระ โครงสร้างวัด ความสงบของพื้นที่ และภูมิทัศน์ริมโขงได้ การอธิบายวัดนี้แก่ชาวต่างชาติควรเน้นว่าเป็น historic riverside Buddhist temple ที่สัมพันธ์กับ Mekong culture, Lan Xang heritage และ Thai Forest Tradition ไม่ใช่เพียงจุดแวะถ่ายภาพระหว่างทางไปแก่งคุดคู้
 
การท่องเที่ยววัดท่าแขกให้ได้คุณค่าที่สุดควรเดินชมอย่างมีลำดับ เริ่มจากกราบพระในอุโบสถและสักการะพระพุทธรูปสามพี่น้อง จากนั้นดูจารึกและร่องรอยโบราณสถานรอบอุโบสถ ต่อด้วยเดินชมบริเวณวัด พื้นที่ริมแม่น้ำ และจุดที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ชอบ หากยังมีเวลาให้เดินทางต่อไปแก่งคุดคู้เพื่อชมภูมิทัศน์แม่น้ำโขงและเลือกซื้อของฝาก ก่อนกลับเข้าเมืองเชียงคานเพื่อชมถนนคนเดินและวัดสำคัญอื่น ๆ เช่น วัดศรีคุณเมืองและวัดท่าคก เส้นทางนี้เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวที่พักในเชียงคานและผู้ที่เดินทางมาจากตัวเมืองเลยแบบไปเช้าเย็นกลับ
 
แม้วัดท่าแขกจะอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างแก่งคุดคู้ แต่คุณค่าของวัดไม่ควรถูกมองเป็นเพียงจุดแวะระหว่างทาง วัดแห่งนี้เป็นร่องรอยสำคัญของเชียงคานในฐานะเมืองริมโขงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีการเคลื่อนย้ายของผู้คน มีศิลปวัฒนธรรมแบบล้านช้าง มีพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ และมีความเกี่ยวพันกับพระป่าสายกรรมฐาน ผู้ที่แวะชมอย่างตั้งใจจะเห็นว่าเชียงคานไม่ได้มีเพียงบ้านไม้ ถนนคนเดิน และร้านกาแฟ แต่ยังมีวัดเก่าและเรื่องราวเชิงจิตวิญญาณที่ลึกมาก
 
โดยสรุป วัดท่าแขก จังหวัดเลย เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำโขงที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวเชียงคานสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจพื้นที่อย่างครบถ้วน ภายในวัดมีพระพุทธรูปหินทรายสามพี่น้อง ได้แก่ หลวงพ่อแสนมงคล หลวงพ่อโชค และหลวงพ่อชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพ มีจารึกวัดท่าแขกที่เกี่ยวข้องกับ พ.ศ. 2209 มีร่องรอยโบราณสถาน มีความเกี่ยวข้องกับครูบาอาจารย์สายพระป่า และมีบรรยากาศริมโขงที่สงบงาม วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม และสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังแก่งคุดคู้ ถนนคนเดินเชียงคาน ภูทอกเชียงคาน และแหล่งท่องเที่ยวริมโขงอื่น ๆ ได้สะดวก หากต้องการสัมผัสเชียงคานในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป วัดท่าแขกคือหนึ่งในสถานที่ที่ควรแวะอย่างยิ่ง
 
ชื่อสถานที่วัดท่าแขก จังหวัดเลย
ที่ตั้งหมู่ 4 บ้านน้อย ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย 42110
ที่อยู่วัดท่าแขก บ้านน้อย ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย 42110 อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ก่อนถึงแก่งคุดคู้
พิกัด17.904931 N, 101.683407 E
ไฮไลต์วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำโขง สังกัดธรรมยุติกนิกาย มีพระพุทธรูปหินทรายสามพี่น้อง จารึกวัดท่าแขก ร่องรอยโบราณสถาน และความเกี่ยวข้องกับครูบาอาจารย์สายพระป่า
ประวัติ / สมัย / ยุคประวัติจากจารึกระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2209 โดยท้าวสุวรรณแผ้วพ่าย โอรสของกษัตริย์ผู้ครองนครล้านช้างหลวงพระบาง เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่พระมเหสีและพระราชธิดาที่สิ้นพระชนม์จากเหตุการณ์เรือล่มในแม่น้ำโขง ต่อมาวัดกลายเป็นวัดร้างและได้รับการฟื้นฟูโดยพระป่าสายกรรมฐานกับชาวเชียงคาน
ลักษณะเด่นตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในพื้นที่ราบตะกอนน้ำพา บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การกราบพระ ชมโบราณวัตถุ เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเชียงคาน และเชื่อมเส้นทางเที่ยวแก่งคุดคู้
สิ่งที่น่าสนใจพระพุทธรูปสามพี่น้อง ได้แก่ หลวงพ่อแสนมงคล หลวงพ่อโชค และหลวงพ่อชัย พระประธานหลวงพ่อเชียงทองวัดท่าแขก จารึกวัดท่าแขก ร่องรอยอุโบสถเดิม พื้นที่ริมแม่น้ำโขง และสถานที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม
พระพุทธรูปสำคัญ1. หลวงพ่อแสนมงคล พระพุทธรูปปางสมาธิหินทราย หน้าตักประมาณ 60 ซม. สูงประมาณ 1.20 ม.
2. หลวงพ่อโชค พระพุทธรูปปางสมาธิหินทราย หน้าตักประมาณ 70 ซม. สูงประมาณ 1.20 ม.
3. หลวงพ่อชัย พระพุทธรูปปางนาคปรกหินทราย หน้าตักประมาณ 65 ซม. สูงประมาณ 1.20 ม.
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนอุโบสถและพระพุทธรูปสามพี่น้อง
2. โซนพระประธานหลวงพ่อเชียงทองวัดท่าแขก
3. โซนจารึกวัดท่าแขกและร่องรอยโบราณสถาน
4. โซนพื้นที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม และพระป่าสายกรรมฐาน
5. โซนริมแม่น้ำโขงและจุดชมบรรยากาศวัดริมโขง
6. โซนสังฆาวาสและพื้นที่ปฏิบัติธรรมของวัด
7. โซนเส้นทางต่อเนื่องไปบ้านน้อยและแก่งคุดคู้
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาสจัดการโดยวัดท่าแขก; เจ้าอาวาสคือพระอาจารย์แดง จันทวังโส
การเดินทางจากตัวอำเภอเชียงคานหรือโรงพยาบาลเชียงคาน ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 หรือถนนศรีเชียงคาน มุ่งหน้าไปทางแก่งคุดคู้ประมาณ 2 กม. จะพบทางเข้าวัดทางซ้ายมือ จากนั้นเข้าไปตามถนนประมาณ 200 ม. วัดอยู่ทางซ้ายมือ
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการ เป็นวัดราษฎร์สังกัดธรรมยุติกนิกายและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมริมแม่น้ำโขงของอำเภอเชียงคาน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกอุโบสถ พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่วัดริมแม่น้ำโขง ลานวัด จุดจอดรถ และเส้นทางเชื่อมต่อไปบ้านน้อยกับแก่งคุดคู้
เบอร์ติดต่อหลัก042-812-812, 083-443-5878
เว็บไซต์ / เพจทางการฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย, ททท. และเพจวัดท่าแขก หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านน้อย ประมาณ 1 กม.
2. แก่งคุดคู้ ประมาณ 2 กม.
3. ถนนคนเดินเชียงคาน ประมาณ 3 กม.
4. วัดศรีคุณเมือง ประมาณ 4 กม.
5. วัดท่าคก ประมาณ 4 กม.
6. ภูทอกเชียงคาน ประมาณ 8 กม.
7. วัดพระบาทภูควายเงิน ประมาณ 12 กม.
8. สกายวอล์คเชียงคาน ประมาณ 23 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Cafe de River / Chiang Khan River Mountain Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 042-822-191, 083-616-4961
2. ครัวนุชา เชียงคานฮิลล์ รีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 081-860-8810
3. จุ่มนัวยายพัด เชียงคาน ประมาณ 4 กม. โทร. 042-822-079, 087-762-9228
4. ข้าวปุ้นน้ำแจ่วป้าบัวหวาน ประมาณ 4 กม. โทร. 083-418-9809
5. บ้านติดดิน เชียงคาน ประมาณ 4 กม. โทร. 088-022-2999
6. Baan Supichaya / Toffee Coffee by Baan Supichaya ประมาณ 4 กม. โทร. 085-608-7557
ที่พักใกล้เคียง1. Chiang Khan River Mountain Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 042-822-191, 083-616-4961
2. Chiang Khan Hill Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 094-591-5251
3. บ้านติดดิน รีสอร์ท เชียงคาน ประมาณ 4 กม. โทร. 088-022-2999
4. Baansupichaya Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 085-608-7557
5. Riverside Chiang Khan Resort ประมาณ 6 กม. โทร. 084-336-7525, 042-821-477
6. บ้านริมโขง เชียงคาน ประมาณ 4 กม. โทร. 042-821-007, 087-221-3430, 085-609-8191
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดท่าแขก จังหวัดเลย อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดท่าแขกตั้งอยู่หมู่ 4 บ้านน้อย ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย 42110 อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ก่อนถึงแก่งคุดคู้
 
ถาม: วัดท่าแขกเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดท่าแขกเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
 
ถาม: วัดท่าแขกเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถกราบพระและชมพื้นที่วัดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถทำบุญตามศรัทธาในจุดที่วัดจัดไว้
 
ถาม: ภายในวัดท่าแขกมีอะไรสำคัญ?
ตอบ: จุดสำคัญคือพระพุทธรูปหินทรายสามพี่น้อง ได้แก่ หลวงพ่อแสนมงคล หลวงพ่อโชค และหลวงพ่อชัย รวมถึงพระประธานหลวงพ่อเชียงทอง จารึกวัดท่าแขก ร่องรอยโบราณสถาน และบรรยากาศริมแม่น้ำโขง
 
ถาม: พระพุทธรูปสามพี่น้องของวัดท่าแขกมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระพุทธรูปสามพี่น้องเป็นพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ที่ชาวเชียงคานเคารพมาก ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถ และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล
 
ถาม: วัดท่าแขกเกี่ยวข้องกับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม อย่างไร?
ตอบ: หลวงปู่ชอบ ฐานสโม มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูวัดท่าแขกในยุคหลัง และวัดแห่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับพระป่าสายกรรมฐานหลายรูปที่เคยเดินทางมาพักภาวนาในพื้นที่
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดท่าแขกคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดท่าแขกคือพระอาจารย์แดง จันทวังโส
 
ถาม: เที่ยววัดท่าแขกแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่แก่งคุดคู้ ถนนคนเดินเชียงคาน วัดศรีคุณเมือง วัดท่าคก ภูทอกเชียงคาน วัดพระบาทภูควายเงิน และสกายวอล์คเชียงคานได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(16)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(10)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(21)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(8)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)