หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.ด่านซ้าย >ต.ด่านซ้าย > ประเพณีการละเล่นผีตาโขน
TL;DR: ประเพณีการละเล่นผีตาโขน อยู่ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองเลยเดินทางสู่อำเภอด่านซ้าย ระยะทางประมาณ 80 กม. แล้วเข้าสู่พื้นที่วัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา.

เลย

ประเพณีการละเล่นผีตาโขน

ประเพณีการละเล่นผีตาโขน

วันจัดงาน: 20 – 22 มิถุนายน 2569
เวลาเปิดงาน: ช่วงเช้ามืด – ค่ำ ตามกำหนดการกิจกรรมรายวัน
 
ประเพณีการละเล่นผีตาโขน จังหวัดเลย เป็นประเพณีพื้นบ้านที่โดดเด่นที่สุดของอำเภอด่านซ้าย และเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของจังหวัดเลยในสายตานักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ งานนี้จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปีตามคติประเพณีท้องถิ่นและปฏิทินบุญเดือน 6–8 ของชาวอีสาน โดยในปี 2569 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 20–22 มิถุนายน ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ถนนแก้วอาสา และวัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ความสำคัญของงานอยู่ที่การรวมเอางานบุญหลวง บุญผะเหวด บุญบั้งไฟ พิธีอัญเชิญพระอุปคุต การแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง การฟังเทศน์มหาชาติ และการละเล่นผีตาโขนไว้ในระบบพิธีกรรมเดียวกันอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นประเพณีหนึ่งเดียวของโลกที่สะท้อนทั้งศรัทธา ความสนุกสนาน ความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ และภูมิปัญญาชาวบ้านด่านซ้ายได้อย่างชัดเจน
 
ผีตาโขนไม่ได้เป็นเพียงการแต่งกายคล้ายผีเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่เป็นวัฒนธรรมที่มีรากลึกในวิถีชีวิตของชาวด่านซ้ายและชุมชนลุ่มน้ำหมัน แม้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าการละเล่นผีตาโขนเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยใด แต่ชาวบ้านได้ปฏิบัติและสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเพณีไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดเลย การละเล่นนี้ปรากฏในงานบุญหลวงซึ่งเป็นบุญใหญ่ของเมืองด่านซ้าย มีการบูชาอารักษ์หลักเมือง การบวงสรวงดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าในอดีต และการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง
 
คำว่า “ผีตาโขน” มีเรื่องเล่าผูกพันกับเวสสันดรชาดก เมื่อพระเวสสันดรและนางมัทรีเสด็จกลับเข้าเมือง หลังจากทรงบำเพ็ญบารมีอยู่ในป่า เหล่าผีป่า สัตว์ป่า และสิ่งลี้ลับทั้งหลายต่างอาลัยรักและแฝงตัวตามขบวนกลับมาส่งเสด็จ จึงเกิดคำอธิบายว่าเป็น “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” ก่อนเพี้ยนมาเป็น “ผีตาโขน” ในปัจจุบัน เรื่องเล่านี้ทำให้การละเล่นผีตาโขนมีความหมายมากกว่าภาพหน้ากากสีสด เพราะเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ของการร่วมยินดี การส่งเสด็จพระเวสสันดร และการเชื่อมโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณเข้าด้วยกันในพื้นที่พิธีกรรม
 
งานบุญหลวงที่ด่านซ้ายเป็นการรวมประเพณีหลายชั้นเข้าด้วยกัน ทั้งบุญผะเหวดหรือบุญพระเวสซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟังเทศน์มหาชาติ บุญบั้งไฟที่เกี่ยวข้องกับการขอฝน บุญซำฮะที่เกี่ยวกับการชำระสะเดาะเคราะห์บ้านเมือง และการละเล่นผีตาโขนที่ทำหน้าที่สร้างความสนุกสนาน หลอกล่อสิ่งไม่ดีให้เพลิดเพลินกับการละเล่น และช่วยให้พิธีกรรมดำเนินไปโดยราบรื่น การรวมบุญเหล่านี้ทำให้งานผีตาโขนเป็นทั้งงานบุญ งานศรัทธา งานขอฝน งานชุมชน และงานท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน
 
พิธีกรรมหลักของงานจัดต่อเนื่อง 3 วัน โดยวันแรกมักเรียกว่า “วันโฮม” ซึ่งเป็นวันที่ผู้คนมารวมตัวกันตั้งแต่เช้ามืด มีพิธีเบิกพระอุปคุตบริเวณลำน้ำหมันหรือลำน้ำที่เกี่ยวข้องตามคติท้องถิ่น การอัญเชิญพระอุปคุตเข้ามาอยู่ในวัดมีความหมายเพื่อคุ้มครองงานบุญ ป้องกันสิ่งไม่ดี และให้พิธีกรรมเกิดความสงบเรียบร้อย หลังจากนั้นจะมีขบวนแห่รอบหมู่บ้าน ขบวนผีตาโขนเริ่มออกมาสร้างสีสันตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมเสียงหมากกระแหล่ง ดนตรีพื้นบ้าน และจังหวะการเต้นที่ทำให้ทั้งชุมชนตื่นขึ้นมาพร้อมบรรยากาศงานบุญใหญ่
 
วันที่สองเป็นวันสำคัญของขบวนแห่ใหญ่ มีพิธีแห่พระเวสสันดรและนางมัทรีเข้าเมือง โดยสมมุติให้วัดเป็นเมือง ขบวนประกอบด้วยพระสงฆ์ ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม ชาวบ้าน และผีตาโขนจำนวนมากที่สวมหน้ากากหลากสีออกมาเต้นรำหยอกล้อผู้คนตามท้องถนน บางพื้นที่มีการนำบั้งไฟเข้าร่วมในขบวนแห่เพื่อประกอบพิธีขอฝนและแห่รอบวัด 3 รอบ ระหว่างขบวนแห่ เหล่าผีตาโขนจะกระโดดโลดเต้น ส่งเสียง เขย่าหมากกระแหล่ง และหยอกเย้าผู้ชมอย่างสนุกสนาน จนกลายเป็นภาพที่ทั้งแปลกตา น่าตื่นเต้น และเต็มไปด้วยพลังของชุมชน
 
หลังเสร็จพิธีแห่ในวันที่สอง ผู้ละเล่นผีตาโขนจะนำเครื่องเล่น หน้ากาก และอุปกรณ์บางส่วนไปล่องลงแม่น้ำหมันตามธรรมเนียม ซึ่งสื่อถึงการทิ้งสิ่งไม่ดี ความทุกข์ ความเคราะห์ และความวุ่นวายให้ไหลไปกับสายน้ำ ก่อนเริ่มต้นชีวิตและฤดูกาลใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ในตอนค่ำหรือช่วงพิธีต่อเนื่องจะมีการฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ ซึ่งเป็นหัวใจของบุญผะเหวดและเป็นส่วนที่เชื่อมการละเล่นสนุกสนานกับแก่นธรรมทางพระพุทธศาสนา
 
วันที่สามเป็นวันที่เน้นพิธีทำบุญ ฟังเทศน์ และปิดงานตามแบบแผนวัฒนธรรม ชาวบ้านจะร่วมกันฟังเทศน์มหาชาติ ทำบุญ และประกอบพิธีในวัดโพนชัย ภาพของงานในวันนี้อาจไม่หวือหวาเท่าวันขบวนแห่ผีตาโขน แต่เป็นวันที่สำคัญมาก เพราะทำให้เห็นว่าประเพณีผีตาโขนไม่ได้มีเพียงความสนุกของหน้ากากและสีสัน แต่มีรากศรัทธาในพระพุทธศาสนา การฟังธรรม การสร้างกุศล และความเชื่อเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของชุมชน
 
หน้ากากผีตาโขนเป็นหัวใจทางศิลปะของประเพณีนี้ ส่วนหัวทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียวที่นำมาหักพับหรือจัดรูปให้สวมศีรษะได้ ส่วนหน้าทำจากกาบมะพร้าวหรือโคนก้านมะพร้าวแห้ง เจาะช่องตา จมูก ปาก และใบหู แล้วแต่งแต้มสีสันให้ดูโดดเด่น บางชิ้นมีจมูกยาวแหลมคล้ายงวงช้าง บางชิ้นมีเขาจากปลีมะพร้าวแห้ง ส่วนเครื่องแต่งกายทำจากเศษผ้าหลากสีเย็บต่อกันเป็นชุดยาวคลุมตัว ทำให้ผีตาโขนแต่ละตัวมีบุคลิกเฉพาะ แตกต่างกันทั้งสี รูปทรง ลายเส้น และท่าทางของผู้แสดง
 
อุปกรณ์สำคัญของผีตาโขนมี 2 อย่าง คือ “หมากกระแหล่ง” และ “อาวุธประจำกาย” หมากกระแหล่งเป็นกระดิ่งหรือเครื่องให้เสียงที่มักผูกติดเอว แขวนคอ หรือถือไว้เพื่อให้เกิดเสียงดังขณะเดิน เต้น หรือโยกตัวในขบวน เสียงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขบวนผีตาโขนมีชีวิตชีวา ส่วนอาวุธประจำกาย เช่น ดาบ ง้าว หรือไม้แกะรูปต่าง ๆ เป็นเครื่องประกอบท่าทางของผู้เล่น ไม่ได้มีไว้เพื่อความรุนแรง แต่เป็นอุปกรณ์แสดงบทบาทของผีตาโขนในขบวน
 
ผีตาโขนแบ่งได้เป็น 2 ประเภทสำคัญ คือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนใหญ่เป็นหุ่นขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดา ใช้ไม้ไผ่สานหรือวัสดุท้องถิ่นทำโครง แล้วตกแต่งเป็นผีชายและผีหญิง โดยแต่ละปีทำเพียงคู่เดียวและต้องเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมเฉพาะ ผู้ทำต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหรือผีตามคติท้องถิ่น ส่วนผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นที่คนทั่วไปสามารถทำหน้ากาก สวมชุด และร่วมขบวนได้ จึงเป็นพื้นที่ของความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนานที่เปิดโอกาสให้เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสใกล้ชิด
 
แม้ในอดีตผู้เล่นผีตาโขนส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชาย เพราะต้องกระโดดโลดเต้น ใช้พลังมาก และเล่นหยอกล้อผู้คนตลอดทาง แต่ปัจจุบันการมีส่วนร่วมในงานมีความหลากหลายขึ้น ผู้หญิง เด็ก เยาวชน ศิลปิน นักเรียน และนักท่องเที่ยวต่างสามารถเข้าร่วมกิจกรรมบางส่วนได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะกิจกรรมทำหน้ากากผีตาโขน การแต่งชุดถ่ายภาพ การชมขบวน และเวิร์กช็อปทางวัฒนธรรม สิ่งนี้ทำให้ประเพณีไม่หยุดนิ่งอยู่กับรูปแบบเดิม แต่ยังเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้าใจและสืบทอดในรูปแบบที่ร่วมสมัยขึ้น
 
วัดโพนชัยเป็นศูนย์กลางสำคัญของประเพณีผีตาโขน เพราะเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมหลักและเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองด่านซ้ายหรือพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมา ขนบธรรมเนียม พิธีกรรม หน้ากากผีตาโขน และภูมิปัญญาชาวด่านซ้าย ผู้ที่มาเที่ยวงานควรหาเวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ก่อนหรือหลังขบวนแห่ เพราะจะช่วยให้เข้าใจความหมายของหน้ากาก สีสัน วัสดุ และพิธีกรรมมากขึ้น ไม่มองผีตาโขนเป็นเพียงขบวนแฟนซีหรือการละเล่นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
 
พื้นที่งานหลักอยู่ในตัวอำเภอด่านซ้าย โดยมีจุดสำคัญ ได้แก่ หน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ถนนแก้วอาสา วัดโพนชัย ลำน้ำหมัน ลานพิธี โซนขบวนแห่ เวทีกลาง พื้นที่ประกวดหน้ากาก โซนสินค้า OTOP โซนอาหารพื้นเมือง และพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน เมื่อถึงช่วงงาน พื้นที่เมืองด่านซ้ายจะเปลี่ยนจากเมืองสงบกลางหุบเขาเป็นเวทีวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสีสัน เสียงดนตรี ผู้คน หน้ากาก และบรรยากาศของงานบุญที่มีชีวิต
 
การเดินทาง ไปงานผีตาโขนสามารถเริ่มจากตัวเมืองเลย ใช้เส้นทางมุ่งสู่อำเภอด่านซ้าย ระยะทางประมาณ 80 กม. แล้วเข้าสู่ตัวอำเภอด่านซ้ายบริเวณถนนแก้วอาสา วัดโพนชัย และหน้าที่ว่าการอำเภอ หากเดินทางจากอำเภอภูเรือสามารถใช้เส้นทางต่อมายังด่านซ้ายได้สะดวก ส่วนผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารไปจังหวัดเลย แล้วต่อรถมายังด่านซ้าย หรือเลือกพักในตัวเมืองเลย ภูเรือ หรือด่านซ้ายตามแผนการเดินทาง ในช่วงวันงานควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ เพราะการจราจรจะหนาแน่น ที่พักใกล้งานมักเต็มเร็ว และถนนบางช่วงอาจถูกใช้เป็นพื้นที่ขบวนแห่หรือกิจกรรมของชุมชน
 
นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมขบวนแห่ใหญ่ควรมาถึงพื้นที่ตั้งแต่เช้า เพื่อเลือกจุดยืนชมขบวนที่ปลอดภัยและไม่รบกวนผู้แสดง จุดยอดนิยมมักอยู่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ถนนแก้วอาสา และพื้นที่ใกล้วัดโพนชัย แต่หากไม่ชอบความแออัดสามารถเลือกยืนตามเส้นทางขบวนที่คนเบาบางกว่าได้ การแต่งกายควรเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี รองเท้าที่เดินสบาย หมวกหรือร่มกันแดด น้ำดื่ม และถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ เพราะงานจัดในช่วงฤดูฝนหรือรอยต่อฤดูฝน โอกาสเจอแดดแรงและฝนตกในวันเดียวกันมีได้เสมอ
 
การถ่ายภาพผีตาโขนควรทำด้วยความเคารพและความระมัดระวัง ผีตาโขนเป็นขบวนพิธีกรรม ไม่ใช่เพียงฉากถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวไม่ควรขวางขบวน ไม่ดึงหน้ากาก ไม่จับเครื่องแต่งกายโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เข้าใกล้ผู้แสดงมากเกินไปขณะกำลังกระโดดหรือเต้น หากต้องการถ่ายภาพบุคคลในระยะใกล้ ควรขออนุญาตก่อนเสมอ การเคารพผู้แสดงและคนในชุมชนช่วยให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีคุณค่าและไม่รบกวนสาระของงานบุญ
 
อาหารและของฝากในช่วงงานมีสีสันไม่แพ้ขบวนแห่ เพราะตัวอำเภอด่านซ้ายและพื้นที่ใกล้เคียงมีทั้งอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน ข้าวเหนียว ส้มตำ ขนมจีน อาหารตามสั่ง คาเฟ่ และร้านของฝากที่เกี่ยวกับผีตาโขน เช่น หน้ากากขนาดเล็ก พวงกุญแจ ภาพวาด เสื้อ และผลิตภัณฑ์งานฝีมือ นักท่องเที่ยวที่ต้องการอุดหนุนชุมชนควรเลือกซื้อจากร้านท้องถิ่นหรือกลุ่มช่างทำหน้ากากโดยตรง เพราะรายได้จะช่วยสนับสนุนการสืบทอดภูมิปัญญาและทำให้ช่างฝีมือมีแรงจูงใจในการรักษางานประเพณีต่อไป
 
งานผีตาโขนยังมีความสำคัญในฐานะ Soft Power ของจังหวัดเลย เพราะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ สร้างรายได้ให้กับที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผู้ขายของฝาก ช่างทำหน้ากาก คนขับรถ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอำเภอด่านซ้าย ภูเรือ และตัวเมืองเลย ความคึกคักของงานทำให้ชุมชนมีโอกาสนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองต่อสายตาผู้มาเยือน และทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าประเพณีพื้นบ้านสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งรากวัฒนธรรมเดิม
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผีตาโขนเป็นงานที่เข้าใจง่ายในเชิงภาพ แต่มีความหมายลึกในเชิงพิธีกรรม ภายนอกคือขบวนหน้ากากผีสีสดที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการเต้นรำ แต่ภายในคือการรวมศรัทธาทางพระพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ การขอฝน การทำบุญใหญ่ และความสัมพันธ์ของคนในชุมชน หากต้องการอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ สามารถเรียกว่า Phi Ta Khon Festival หรือ Ghost Mask Festival of Dan Sai แต่ควรทำความเข้าใจว่า “ghost” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความน่ากลัวแบบสยองขวัญ หากเป็นภาพแทนของสิ่งลี้ลับและพลังพิธีกรรมในวัฒนธรรมชาวด่านซ้าย
 
ประเพณีนี้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาลต่าง ๆ ทำให้ผีตาโขนไม่ใช่เพียงงานท่องเที่ยวประจำปี แต่เป็นมรดกที่ต้องอาศัยการดูแลร่วมกันทั้งจากชุมชน หน่วยงานรัฐ นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ การรักษาประเพณีให้มีชีวิตจึงต้องทำทั้ง 2 ด้านพร้อมกัน คือรักษาระบบพิธีกรรมและศรัทธาดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็จัดการการท่องเที่ยวให้เหมาะสม ไม่ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของงานกลายเป็นเพียงการแสดงเพื่อความบันเทิง
 
หากต้องจัดเส้นทางเที่ยวผีตาโขนให้ครบ ควรเริ่มจากวัดโพนชัยและพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน เพื่อเข้าใจประวัติและเครื่องแต่งกาย จากนั้นชมขบวนแห่บริเวณถนนแก้วอาสาและหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ต่อด้วยการแวะพระธาตุศรีสองรัก วัดเนรมิตวิปัสสนา และคาเฟ่หรือร้านอาหารในตัวด่านซ้าย หากมีเวลาเพิ่มสามารถเดินทางต่อไปภูเรือ ภูลมโล ภูอีเลิศ หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในจังหวัดเลย การวางแผนแบบนี้ช่วยให้การเที่ยวไม่ใช่เพียงมาดูขบวนแล้วกลับ แต่ได้เข้าใจด่านซ้ายในฐานะเมืองศรัทธา เมืองวัฒนธรรม และเมืองภูเขาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
 
สรุปแล้ว ประเพณีการละเล่นผีตาโขน จังหวัดเลย เป็นงานบุญใหญ่ของชาวด่านซ้ายที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความสนุกสนาน ศิลปะหน้ากาก การแสดงพื้นบ้าน และพลังชุมชนในงานเดียวกัน งานนี้เกิดจากการสืบทอดของชาวบ้านมายาวนาน ผสานบุญผะเหวด บุญบั้งไฟ การอัญเชิญพระอุปคุต การแห่พระเวสสันดร การทิ้งหน้ากากลงแม่น้ำหมัน และการฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ไว้ในโครงสร้างพิธีกรรมที่ชัดเจน ความโดดเด่นของหน้ากากจากหวดนึ่งข้าว กาบมะพร้าว เศษผ้าหลากสี หมากกระแหล่ง และท่าทางหยอกล้อของผีตาโขน ทำให้งานนี้เป็นทั้งมรดกวัฒนธรรมไทยและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ควรได้เห็นสักครั้ง เมื่อมาเยือนอย่างเข้าใจและเคารพ ผู้ชมจะไม่ได้เห็นเพียงผีหลากสีบนท้องถนน แต่จะเห็นชีวิต ความเชื่อ และจิตวิญญาณของชาวด่านซ้ายที่ยังคงสืบทอดผ่านเสียงหัวเราะ จังหวะกลอง และหน้ากากผีตาโขนทุกปี
 
ชื่อประเพณี / งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน / Phi Ta Khon Festival
ที่ตั้งอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
สถานที่จัดงานหลักหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ถนนแก้วอาสา วัดโพนชัย และเส้นทางขบวนแห่ในตัวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
ช่วงจัดงานตามประเพณีช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายนของทุกปี หรือช่วงเดือน 6–8 ตามปฏิทินประเพณีท้องถิ่น
วันจัดงานล่าสุด20 – 22 มิถุนายน 2569
เวลาเปิดงานช่วงเช้ามืด – ค่ำ ตามกำหนดการกิจกรรมรายวัน โดยพิธีบางส่วนเริ่มตั้งแต่เช้ามืด
ไฮไลต์ขบวนแห่ผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนสีสันสดใส พิธีเบิกพระอุปคุต ขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง พิธีแห่บั้งไฟ การทิ้งหน้ากากลงแม่น้ำหมัน การเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ และพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย
ประวัติ / ความเป็นมาเป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวด่านซ้ายที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ ผสมผสานความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ พุทธศาสนา บุญผะเหวด บุญบั้งไฟ และพิธีบูชาอารักษ์หลักเมืองเข้าไว้ในงานบุญหลวง
ความสำคัญทางวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเลยและชาวด่านซ้าย ได้รับการยอมรับเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาลต่าง ๆ
ประเภทผีตาโขนผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก โดยผีตาโขนใหญ่มีข้อกำหนดทางพิธีกรรมเฉพาะ ส่วนผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นที่คนทั่วไปเข้าร่วมได้ตามความเหมาะสม
วัสดุหน้ากากและชุดหวดนึ่งข้าวเหนียว กาบมะพร้าวหรือโคนก้านมะพร้าว ปลีมะพร้าวแห้ง ไม้เนื้ออ่อน สีตกแต่ง เศษผ้าหลากสี หมากกระแหล่ง และอาวุธไม้ประกอบการละเล่น
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชมพื้นที่ขบวนแห่และกิจกรรมทั่วไป ค่าใช้จ่ายเกิดจากการเดินทาง ที่พัก อาหาร ของฝาก หรือกิจกรรมเฉพาะตามประกาศหน้างาน
การเดินทางจากตัวเมืองเลยเดินทางสู่อำเภอด่านซ้าย ระยะทางประมาณ 80 กม. แล้วเข้าสู่พื้นที่วัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา และหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ควรเผื่อเวลาเดินทางและที่จอดรถมากกว่าปกติในช่วงวันงาน
สถานะปัจจุบันเป็นงานประเพณีประจำปีระดับจังหวัดและแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมสำคัญของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
สิ่งอำนวยความสะดวกเวทีกลาง พื้นที่ขบวนแห่ ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน โซนสินค้า OTOP จุดถ่ายภาพ พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย ห้องน้ำและพื้นที่จอดรถตามการจัดงาน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนวัดโพนชัย
โซนพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน
โซนหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย
โซนถนนแก้วอาสาและเส้นทางขบวนแห่
โซนพิธีเบิกพระอุปคุตบริเวณลำน้ำหมัน
โซนเวทีกลางและการแสดง
โซนประกวดหน้ากากผีตาโขน
โซนอาหารพื้นเมืองและร้านค้าชุมชน
ผู้ดูแล / หน่วยงานจัดงานจังหวัดเลย อำเภอด่านซ้าย เทศบาลตำบลด่านซ้าย วัดโพนชัย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย หน่วยงานวัฒนธรรม และชุมชนชาวด่านซ้าย
เบอร์ติดต่อหลักเทศบาลตำบลด่านซ้าย โทร. 042-891-231 / ททท. สำนักงานเลย โทร. 042-812-812 / พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย โทร. 081-954-9966
เว็บไซต์ / เพจทางการเทศบาลตำบลด่านซ้าย / ททท. สำนักงานเลย / Thailand Festival / Thailand.go.th / พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดโพนชัยและพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ประมาณ 0 กม. โทร. 081-954-9966
2. พระธาตุศรีสองรัก ประมาณ 1 กม. โทร. 042-812-812
3. วัดเนรมิตวิปัสสนา ประมาณ 2 กม. โทร. 042-891-226, 086-852-5950
4. ที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายและถนนแก้วอาสา ประมาณ 0 กม.
5. ภูอีเลิศ บ้านปากหมัน ประมาณ 18 กม. โทร. 061-053-1561
6. ภูพระ บ้านหมากแข้ง ประมาณ 35 กม. โทร. 080-308-9880
ร้านอาหารใกล้เคียง1. NANA CAFE’ ด่านซ้าย ประมาณ 1 กม. โทร. 098-316-1420
2. ครัวด่านน้ำใจ ประมาณ 2 กม.
3. Woori Café ด่านซ้าย ประมาณ 5 กม. โทร. 098-815-2203
4. The Enlighten Coffee and Community ประมาณ 5 กม. โทร. 098-585-2898
5. Kachada Cafe ประมาณ 7 กม. โทร. 095-198-8816
6. Ta Cafe & Food & Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 082-449-9364
ที่พักใกล้เคียง1. Ta Resort ด่านซ้าย ประมาณ 1 กม. โทร. 082-449-9364
2. ภูนาคำ รีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 042-892-005
3. Dan Sai Resort Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 042-892-281
4. Ing Phu Resort ด่านซ้าย ประมาณ 2 กม. โทร. 087-856-0455
5. Mountain Green Resort ประมาณ 2 กม.
6. Sabaidee 2 Resort Dan Sai ประมาณ 2 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีผีตาโขนจัดที่ไหน?
ตอบ: จัดที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยพื้นที่หลักอยู่บริเวณวัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา หน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย และเส้นทางขบวนแห่ในตัวอำเภอด่านซ้าย
 
ถาม: ผีตาโขนจัดช่วงเดือนไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปจัดช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี หรือช่วงเดือน 6–8 ตามปฏิทินประเพณีท้องถิ่น สำหรับปี 2569 จัดวันที่ 20–22 มิถุนายน
 
ถาม: งานผีตาโขนเกี่ยวข้องกับงานบุญหลวงอย่างไร?
ตอบ: ผีตาโขนเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญหลวง ซึ่งรวมบุญผะเหวด บุญบั้งไฟ บุญซำฮะ การอัญเชิญพระอุปคุต การแห่พระเวสสันดร และการฟังเทศน์มหาชาติไว้ในงานเดียวกัน
 
ถาม: หน้ากากผีตาโขนทำจากอะไร?
ตอบ: ส่วนหัวทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียว ส่วนหน้าทำจากกาบมะพร้าวหรือโคนก้านมะพร้าว เจาะช่องตา จมูก ปาก และแต่งแต้มสีสัน ส่วนชุดทำจากเศษผ้าหลากสีเย็บต่อกัน
 
ถาม: ผีตาโขนมีกี่ประเภท?
ตอบ: มี 2 ประเภทหลัก คือ ผีตาโขนใหญ่ ซึ่งเป็นหุ่นขนาดใหญ่และเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมเฉพาะ และผีตาโขนเล็ก ซึ่งเป็นการละเล่นที่คนทั่วไปเข้าร่วมได้ตามความเหมาะสม
 
ถาม: มีค่าเข้าชมงานผีตาโขนหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ขบวนแห่และกิจกรรมทั่วไปไม่มีค่าเข้าชม ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าที่พัก อาหาร การเดินทาง ของฝาก หรือกิจกรรมเฉพาะตามประกาศหน้างาน
 
ถาม: ถ้าต้องการเรียนรู้เรื่องผีตาโขนควรไปที่ไหน?
ตอบ: ควรไปที่พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย ซึ่งจัดแสดงประวัติ หน้ากาก เครื่องแต่งกาย พิธีกรรม และเรื่องราวของประเพณีผีตาโขนด่านซ้าย
 
ถาม: เที่ยวผีตาโขนควรพักที่ไหน?
ตอบ: ควรพักในอำเภอด่านซ้ายหากต้องการชมขบวนแห่ตั้งแต่เช้า แต่ควรจองล่วงหน้าเร็วมาก เพราะช่วงงานที่พักเต็มเร็ว อีกทางเลือกคือพักในภูเรือหรือตัวเมืองเลยแล้วเดินทางเข้าด่านซ้ายแต่เช้า

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีกลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(16)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(10)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(21)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(8)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)