หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.ภูกระดึง >ต.ภูกระดึง > ไดโนเสาร์ภูหินแท่น
TL;DR: ไดโนเสาร์ภูหินแท่น อยู่ที่ป่าภูค้อ-ภูกระแต หมู่ 9 บ้านหนองโสน ตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

เลย

ไดโนเสาร์ภูหินแท่น

ไดโนเสาร์ภูหินแท่น

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
ไดโนเสาร์ภูหินแท่น หรือหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูหินแท่น เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์สำคัญในบริเวณป่าภูค้อ-ภูกระแต หมู่ 9 บ้านหนองโสน ตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย แม้บางครั้งอาจถูกกล่าวถึงร่วมกับเส้นทางท่องเที่ยวอีสานหรือแหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ในจังหวัดขอนแก่น แต่ตำแหน่งแหล่งค้นพบจริงอยู่ในจังหวัดเลย จุดเด่นของสถานที่นี้คือการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอายุประมาณ 210 ล้านปี ซึ่งพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549 โดยพระอาจารย์จ่อย อาขะธมฺโม กระดูกที่พบมีลักษณะสำคัญเป็นกระดูกขาหลังท่อนบนซ้าย และมีความคล้ายคลึงกับไดโนเสาร์อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี หรือ Isanosaurus attavipachii ที่เคยพบในจังหวัดชัยภูมิ ทำให้หลุมขุดค้นภูหินแท่นเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา และประวัติศาสตร์โลกดึกดำบรรพ์ที่มีคุณค่าสูงมากแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ความสำคัญของไดโนเสาร์ภูหินแท่นไม่ได้อยู่เพียงการพบกระดูกชิ้นหนึ่งกลางป่า แต่เป็นการพบหลักฐานของสิ่งมีชีวิตยุคโบราณในชั้นหินทรายสีแดงของหมวดหินน้ำพอง ซึ่งเป็นกลุ่มหินที่สัมพันธ์กับยุคไทรแอสสิกตอนปลาย หรือ Late Triassic การพบซากไดโนเสาร์ในชั้นหินนี้ช่วยให้พื้นที่ภูกระดึงและจังหวัดเลยมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในฐานะแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับไดโนเสาร์ยุคแรก ๆ ของประเทศไทย ซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบจึงไม่ใช่เพียงวัตถุโบราณธรรมดา แต่เป็นหลักฐานที่เชื่อมโยงพื้นที่ป่าภูค้อ-ภูกระแตกับประวัติศาสตร์ของโลกเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน
 
ชื่อภูหินแท่นสะท้อนลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภูเขา หินทราย และลานหินในเขตป่าภูค้อ-ภูกระแต การเดินทางไปยังแหล่งกระดูกไดโนเสาร์ไม่ได้เป็นลักษณะการแวะเที่ยวแบบสวนสาธารณะริมทาง แต่เป็นการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่ป่าที่ต้องใช้ความพร้อมมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป จากข้อมูลการเข้าถึงพื้นที่ ผู้เดินทางสามารถเริ่มจากที่ว่าการอำเภอภูกระดึง เดินทางโดยรถยนต์ไปทางทิศเหนือประมาณ 4 กม. ผ่านวัดหนองโสน จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 3 กม. จึงถึงแหล่งกระดูกไดโนเสาร์ภูหินแท่น ทำให้สถานที่นี้เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ธรณีวิทยา และการเดินทางเชิงเรียนรู้มากกว่าการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย
 
การค้นพบเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549 โดยพระอาจารย์จ่อย อาขะธมฺโม เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พื้นที่ภูหินแท่นได้รับความสนใจในระดับวิชาการ ภายหลังการพบซากดึกดำบรรพ์ หน่วยงานและคณะสำรวจด้านไดโนเสาร์ได้เข้าตรวจสอบและพบว่ากระดูกเหล่านั้นเป็นกระดูกไดโนเสาร์จริง โดยรายงานข่าวในช่วงการค้นพบระบุว่ามีชิ้นส่วนกระดูกหลายชิ้น เช่น กระดูกคอ กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครง กระดูกขาหลัง และกระดูกหน้าแข้ง ทำให้พื้นที่นี้ไม่ใช่เพียงจุดพบกระดูกเดี่ยว แต่เป็นแหล่งที่มีศักยภาพในการศึกษาซากไดโนเสาร์หลายชิ้นในบริบทชั้นหินเดียวกัน
 
ไดโนเสาร์ที่พบที่ภูหินแท่นถูกอธิบายว่ามีลักษณะคล้ายกับอีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มซอโรพอดยุคแรกที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวิวัฒนาการของไดโนเสาร์คอยาวในประเทศไทย ความคล้ายคลึงนี้ทำให้ภูหินแท่นมีคุณค่าทางวิชาการอย่างมาก เพราะช่วยขยายภาพการกระจายตัวของไดโนเสาร์กลุ่มกินพืชในชั้นหินน้ำพองจากพื้นที่ชัยภูมิไปสู่พื้นที่ภูกระดึง จังหวัดเลย และทำให้เห็นว่าภูมิภาคอีสานมีบันทึกทางธรณีวิทยาที่สำคัญต่อการศึกษาช่วงปลายยุคไทรแอสสิก
 
ยุคไทรแอสสิกตอนปลายเป็นช่วงเวลาที่โลกมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก ทวีปต่าง ๆ ยังมีการจัดวางที่ไม่เหมือนโลกยุคใหม่ ระบบนิเวศบนบกกำลังเปลี่ยนแปลง และกลุ่มไดโนเสาร์เริ่มพัฒนาความหลากหลาย การพบซากไดโนเสาร์อายุประมาณ 210 ล้านปีในประเทศไทยจึงช่วยให้ผู้สนใจเข้าใจว่าดินแดนอีสานไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะประวัติศาสตร์มนุษย์หรือวัฒนธรรมท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเก็บหลักฐานของประวัติศาสตร์โลกก่อนมนุษย์ไว้อย่างลึกซึ้งในชั้นหินด้วย
 
ชั้นหินทรายสีแดงของหมวดหินน้ำพองเป็นหัวใจสำคัญในการทำความเข้าใจหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูหินแท่น สีแดงของหินมักสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมบนบกในอดีตที่มีการสะสมตัวของตะกอนและแร่เหล็กภายใต้สภาพแห้งหรือกึ่งแห้ง การพบกระดูกไดโนเสาร์ในชั้นหินเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นป่าและภูเขาเคยเป็นภูมิประเทศที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์บกขนาดใหญ่ในอดีต การเดินทางมาชมภูหินแท่นจึงไม่ใช่เพียงการมองหาหลุมขุดค้น แต่เป็นการอ่านภูมิประเทศผ่านชั้นหินและซากดึกดำบรรพ์
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนเดินทางคือภูหินแท่นไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่มีอาคารจัดแสดงครบถ้วนเหมือนพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงหรือพิพิธภัณฑ์สิรินธร แต่เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ในพื้นที่ธรรมชาติ การชมสถานที่จึงต้องเน้นการเคารพพื้นที่ การไม่แตะต้องหรือเคลื่อนย้ายหินและชิ้นส่วนใด ๆ และการติดต่อสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่เส้นทางเดินเท้ามีความยากลำบาก
 
ความแตกต่างระหว่างภูหินแท่นกับแหล่งไดโนเสาร์ท่องเที่ยวขนาดใหญ่คือบรรยากาศของความเป็นพื้นที่จริงในภูมิประเทศจริง ผู้มาเยือนจะไม่ได้เห็นหุ่นจำลองขนาดใหญ่หรือป้ายสีสันจัดจ้านเป็นหลัก แต่จะได้สัมผัสสภาพแวดล้อมที่สัมพันธ์กับการค้นพบจริง การเดินผ่านป่า ผ่านพื้นที่บ้านหนองโสน และเข้าใกล้แหล่งชั้นหิน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าซากดึกดำบรรพ์ไม่ได้อยู่ไกลตัวในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่ซ่อนอยู่ในภูเขา ป่า และชุมชนที่คนท้องถิ่นใช้ชีวิตอยู่จริง
 
ในเชิงการเรียนรู้ ไดโนเสาร์ภูหินแท่นเหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ นักธรณีวิทยา นักอนุรักษ์ และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เพราะสถานที่นี้ช่วยอธิบายกระบวนการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับวิชาการ เริ่มจากผู้พบในพื้นที่ การตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ การเชื่อมโยงชิ้นส่วนกระดูกกับชนิดไดโนเสาร์ที่คล้ายกัน การวิเคราะห์ชั้นหิน และการประเมินอายุทางธรณีวิทยา กระบวนการเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าการศึกษาฟอสซิลไม่ได้เกิดขึ้นจากการคาดเดา แต่ต้องใช้หลักฐานหลายส่วนประกอบกันอย่างเป็นระบบ
 
การพบซากไดโนเสาร์โดยพระอาจารย์จ่อย อาขะธมฺโม ยังสะท้อนบทบาทของคนในพื้นที่ต่อการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย แหล่งซากดึกดำบรรพ์จำนวนมากไม่ได้เริ่มจากการสำรวจของนักวิชาการเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากการสังเกตของชาวบ้าน พระสงฆ์ คนเดินป่า หรือคนทำงานในพื้นที่ที่พบหินหรือกระดูกแปลกตาแล้วแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภูหินแท่นจึงเป็นตัวอย่างของการที่ความรู้ท้องถิ่นและความรู้วิทยาศาสตร์สามารถมาบรรจบกัน และสร้างคุณค่าร่วมให้กับพื้นที่ได้
 
หากมองในภาพใหญ่ จังหวัดเลยมีภูมิประเทศที่โดดเด่นด้วยภูเขา หุบเขา ป่าไม้ และชั้นหินหลากหลายชนิด พื้นที่ภูกระดึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากอุทยานแห่งชาติภูกระดึงซึ่งเป็นภูเขาหินทรายยอดตัดขนาดใหญ่ แต่ในอีกมิติหนึ่ง พื้นที่เดียวกันยังมีหลักฐานด้านธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาที่สำคัญ ไดโนเสาร์ภูหินแท่นจึงช่วยเติมภาพของภูกระดึงให้ครบขึ้น เพราะทำให้เห็นว่าพื้นที่นี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะธรรมชาติปัจจุบัน แต่ยังมีบันทึกของสิ่งมีชีวิตยุคโบราณอยู่ในชั้นหินด้วย
 
การเดินทาง ไปไดโนเสาร์ภูหินแท่นควรวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเริ่มจากอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย จากที่ว่าการอำเภอภูกระดึงสามารถเดินทางไปทางทิศเหนือประมาณ 4 กม. ผ่านวัดหนองโสน แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 3 กม. ถึงแหล่งกระดูกไดโนเสาร์ภูหินแท่น ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองเลยสามารถใช้เส้นทางมุ่งสู่อำเภอภูกระดึงตามถนนสายหลักของจังหวัด ส่วนผู้ที่เดินทางจากจังหวัดขอนแก่นสามารถใช้เส้นทางเข้าสู่จังหวัดเลยแล้วมุ่งหน้าอำเภอภูกระดึง การใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะพื้นที่แหล่งขุดค้นไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
 
ผู้ที่ต้องการเข้าชมควรติดต่อสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลภูกระดึง เทศบาลตำบลภูกระดึง หรือหน่วยงานด้านทรัพยากรธรณีในพื้นที่ เพื่อสอบถามสภาพเส้นทาง ข้อจำกัดการเข้าพื้นที่ และความเหมาะสมของฤดูกาล เนื่องจากเส้นทางบางช่วงต้องเดินเท้าและอยู่ในพื้นที่ป่า การเดินทางโดยไม่มีผู้นำทางหรือไม่มีข้อมูลล่าสุดอาจทำให้เสียเวลาและอาจไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือช่วงที่มีปัญหาสัตว์ป่าในพื้นที่เกษตรใกล้เคียง
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางคือช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน เมื่อสภาพอากาศไม่ร้อนจัดและเส้นทางเดินเท้าแห้งกว่าฤดูฝน หากต้องเดินเข้าพื้นที่ป่า ควรเริ่มช่วงเช้าเพื่อมีเวลากลับออกมาก่อนเย็น เตรียมน้ำดื่ม อาหารเบา ๆ หมวก รองเท้าสำหรับเดินป่า ยากันแมลง และอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม ผู้มาเยือนไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางโดยไม่มีผู้นำทาง เพราะพื้นที่ป่าและภูเขาอาจมีจุดสับสนและไม่เหมาะกับการเดินแบบไม่เตรียมตัว
 
สิ่งที่ควรทำเมื่อชมแหล่งซากดึกดำบรรพ์คือการสังเกตอย่างระมัดระวัง ไม่ใช้มือขุด ไม่งัดหิน ไม่เก็บชิ้นส่วนหินหรือซากใด ๆ กลับบ้าน และไม่ขีดเขียนลงบนหินหรือพื้นที่ใกล้เคียง ซากดึกดำบรรพ์เป็นทรัพยากรทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ การเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตทำให้ข้อมูลบริบทหายไป และอาจทำให้ชิ้นส่วนที่ดูเหมือนหินธรรมดาสูญเสียคุณค่าทางวิชาการอย่างถาวร การถ่ายภาพและการเรียนรู้จากคำอธิบายเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
 
โซนสำคัญของการเดินทางสามารถแบ่งเป็นพื้นที่บ้านหนองโสนซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อชุมชน พื้นที่วัดหนองโสนซึ่งเป็นจุดผ่านก่อนเข้าทางเดิน พื้นที่ป่าภูค้อ-ภูกระแตซึ่งเป็นภูมิประเทศหลัก พื้นที่หลุมขุดค้นหรือจุดพบซากไดโนเสาร์ และพื้นที่เรียนรู้ด้านธรณีวิทยาที่สามารถเชื่อมโยงกับอุทยานแห่งชาติภูกระดึงและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นในอำเภอภูกระดึงได้ การมองพื้นที่เป็นหลายโซนเช่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าหลุมขุดค้นไม่ได้แยกขาดจากชุมชน ป่า ภูเขา และเส้นทางท่องเที่ยวรอบข้าง
 
ผู้ที่สนใจไดโนเสาร์ควรวางแผนเที่ยวภูหินแท่นร่วมกับสถานที่เรียนรู้ด้านธรรมชาติและธรณีวิทยาในบริเวณใกล้เคียง เช่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งมีภูมิประเทศหินทรายยอดตัด เส้นทางเดินป่า น้ำตก หน้าผา และลานหินหลายแห่ง การได้เห็นทั้งแหล่งซากดึกดำบรรพ์และภูมิประเทศหินทรายปัจจุบันในทริปเดียวกันจะช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างอดีตทางธรณีวิทยากับภูมิทัศน์ที่เห็นในปัจจุบันได้ชัดขึ้น
 
ถ้าต้องการเที่ยวแบบหนึ่งวันจากอำเภอภูกระดึง ควรเริ่มต้นช่วงเช้า ติดต่อผู้นำทางหรือหน่วยงานในพื้นที่ก่อน จากนั้นเดินทางไปยังบ้านหนองโสนและวัดหนองโสน แล้วเดินเท้าเข้าสู่พื้นที่ภูหินแท่นเพื่อชมแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ใช้เวลาชมอย่างระมัดระวัง แล้วกลับออกมายังตัวอำเภอภูกระดึงเพื่อรับประทานอาหารหรือพักผ่อน หากต้องการเที่ยวต่อ สามารถจัดเส้นทางไปยังอุทยานแห่งชาติภูกระดึงในวันถัดไป เพราะการขึ้นภูกระดึงต้องใช้เวลาและพลังงานมาก ไม่ควรจัดรวมแบบเร่งรีบเกินไปในวันเดียวกัน
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือเยาวชน ภูหินแท่นเป็นสถานที่ที่ช่วยเปิดมุมมองเรื่องไดโนเสาร์ได้ดี แต่ควรประเมินความพร้อมของเด็กก่อนเดินทาง เนื่องจากมีช่วงเดินเท้าและพื้นที่ธรรมชาติ เด็กที่สนใจไดโนเสาร์จะได้เรียนรู้ว่าฟอสซิลไม่ได้มีเฉพาะในพิพิธภัณฑ์หรือในหนังสือ แต่ถูกค้นพบจากหินจริงในพื้นที่จริง อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรควบคุมไม่ให้เด็กหยิบหิน เล่นใกล้ขอบหลุม หรือเดินออกนอกเส้นทาง เพราะพื้นที่ธรรมชาติไม่มีรั้วหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเท่ากับสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง
 
สำหรับชาวต่างชาติ ไดโนเสาร์ภูหินแท่นเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของแหล่งบรรพชีวินวิทยานอกเส้นทางท่องเที่ยวหลักของไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติที่รู้จักประเทศไทยจากวัด ชายหาด หรือเมืองท่องเที่ยว อาจไม่ทราบว่าภาคอีสานมีแหล่งไดโนเสาร์และชั้นหินสำคัญหลายแห่ง การอธิบายว่าภูหินแท่นเกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์กินพืชยุคไทรแอสสิกตอนปลายและชั้นหินน้ำพอง จะช่วยให้เข้าใจว่าประเทศไทยมีความหลากหลายทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์โลกมากกว่าภาพจำทั่วไป
 
สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณแหล่งภูหินแท่นไม่ได้เทียบเท่าพิพิธภัณฑ์หรืออุทยานท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร และบริการหลักจะอยู่ในตัวอำเภอภูกระดึงหรือพื้นที่ใกล้ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึงมากกว่าใกล้ตัวหลุมขุดค้นโดยตรง นักท่องเที่ยวควรวางแผนเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ห้องน้ำ และเวลาเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะหากเดินทางกับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือชาวต่างชาติที่ไม่คุ้นกับพื้นที่ชนบทและป่าในประเทศไทย
 
ร้านอาหารในอำเภอภูกระดึงมีทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านอาหารอีสาน ร้านกาแฟ และร้านอาหารสำหรับนักเดินทางขึ้นภูกระดึง บางร้านตั้งอยู่ในเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึงหรือบริเวณตัวอำเภอ จึงเหมาะสำหรับแวะก่อนหรือหลังเข้าชมภูหินแท่น ผู้เดินทางควรตรวจเวลาเปิดของร้านก่อน โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว เพราะร้านบางแห่งอาจเปิดตามฤดูกาลหรือเปิดเฉพาะช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
 
ที่พักใกล้เคียงส่วนใหญ่กระจายอยู่ในอำเภอภูกระดึงและบริเวณทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เช่น รีสอร์ท โฮมสเตย์ และที่พักสำหรับนักเดินป่า ตัวเลือกเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักก่อนหรือหลังเดินทางเข้าพื้นที่ภูหินแท่น หรือผู้ที่ต้องการจัดทริปรวมกับการขึ้นภูกระดึง การพักค้างคืนในอำเภอภูกระดึงช่วยลดความเร่งรีบ ทำให้มีเวลาติดต่อหน่วยงานในพื้นที่ เตรียมตัว และเลือกช่วงเวลาเข้าชมแหล่งซากดึกดำบรรพ์ได้เหมาะสมขึ้น
 
ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งคือสถานที่นี้อยู่ในพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่ชุมชน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวควรใช้พื้นที่อย่างสุภาพ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทำลายพืชพรรณ ไม่รบกวนชุมชนบ้านหนองโสน และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานหรือคนในพื้นที่อย่างเคร่งครัด การท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์จะมีคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อผู้มาเยือนช่วยรักษาหลักฐานและบริบทพื้นที่ให้คงอยู่สำหรับการเรียนรู้ในอนาคต
 
เมื่อมองในภาพรวม ไดโนเสาร์ภูหินแท่นคือจุดหมายขนาดเล็กในเชิงการท่องเที่ยว แต่มีขนาดใหญ่ในเชิงความหมาย เพราะเป็นหลักฐานของไดโนเสาร์กินพืชยุคโบราณอายุราว 210 ล้านปีในชั้นหินน้ำพองของภาคอีสาน การค้นพบโดยพระอาจารย์ในพื้นที่ การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ และการเชื่อมโยงกับอีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี ทำให้สถานที่นี้มีเรื่องราวครบทั้งชุมชน วิทยาศาสตร์ ศาสนา ธรรมชาติ และธรณีวิทยาในจุดเดียว
 
สรุปแล้ว ไดโนเสาร์ภูหินแท่น จังหวัดเลย เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้สำหรับผู้สนใจไดโนเสาร์และธรณีวิทยาไทย จุดเด่นคือการพบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชในบริเวณป่าภูค้อ-ภูกระแต บ้านหนองโสน อำเภอภูกระดึง มีอายุประมาณ 210 ล้านปี และมีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี การเดินทางต้องเตรียมตัวมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะต้องเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติและเดินเท้าบางช่วง แต่สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสแหล่งประวัติศาสตร์โลกดึกดำบรรพ์ในพื้นที่จริง ภูหินแท่นคือหนึ่งในจุดหมายที่ให้ประสบการณ์ลึก มีคุณค่า และแตกต่างจากการชมไดโนเสาร์ในพิพิธภัณฑ์หรือสวนจำลองอย่างชัดเจน
 
ชื่อสถานที่ไดโนเสาร์ภูหินแท่น / หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูหินแท่น
ที่ตั้งป่าภูค้อ-ภูกระแต หมู่ 9 บ้านหนองโสน ตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย
ข้อมูลสำคัญด้านจังหวัดแหล่งขุดค้นจริงอยู่ในจังหวัดเลย ไม่ใช่จังหวัดขอนแก่น
ไฮไลต์แหล่งพบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอายุประมาณ 210 ล้านปี ในชั้นหินทรายสีแดงของหมวดหินน้ำพอง ยุคไทรแอสสิกตอนปลาย
ประวัติ / การค้นพบพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549 โดยพระอาจารย์จ่อย อาขะธมฺโม โดยชิ้นสำคัญเป็นกระดูกขาหลังท่อนบนซ้ายของไดโนเสาร์กินพืช
ความสำคัญทางวิชาการมีลักษณะคล้ายกับกระดูกของไดโนเสาร์อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี หรือ Isanosaurus attavipachii ที่พบในจังหวัดชัยภูมิ และสัมพันธ์กับหมวดหินน้ำพอง
อายุโดยประมาณประมาณ 210 ล้านปี
ยุคทางธรณีวิทยายุคไทรแอสสิกตอนปลาย (Late Triassic)
ลักษณะเด่นของพื้นที่เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ในพื้นที่ป่าและภูเขา ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์หรือสวนจัดแสดงกลางเมือง จึงเหมาะกับการเรียนรู้เชิงธรณีวิทยาและการสำรวจภาคสนาม
การเดินทางจากที่ว่าการอำเภอภูกระดึงเดินทางโดยรถยนต์ไปทางทิศเหนือประมาณ 4 กม. ผ่านวัดหนองโสน แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 3 กม. ถึงแหล่งกระดูกไดโนเสาร์ภูหินแท่น
สถานะปัจจุบันเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์และพื้นที่เรียนรู้ทางธรณีวิทยาในเขตป่าภูค้อ-ภูกระแต อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกเป็นพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่ป่า ควรเตรียมน้ำดื่ม อุปกรณ์กันแดด รองเท้าสำหรับเดินป่า และสอบถามข้อมูลเส้นทางจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนบ้านหนองโสน โซนวัดหนองโสน โซนทางเดินป่าภูค้อ-ภูกระแต โซนหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูหินแท่น และโซนเรียนรู้ชั้นหินทรายหมวดหินน้ำพอง
ผู้ดูแล / หน่วยงานพื้นที่พื้นที่ป่าภูค้อ-ภูกระแตอยู่ในที่ดินของรัฐ โดยข้อมูลทะเบียนแหล่งซากดึกดำบรรพ์ระบุกรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมป่าไม้ ส่วนข้อมูลพื้นที่และการเข้าถึงควรสอบถามองค์การบริหารส่วนตำบลภูกระดึง เทศบาลตำบลภูกระดึง หรือหน่วยงานด้านทรัพยากรธรณี
เบอร์ติดต่อหลักองค์การบริหารส่วนตำบลภูกระดึง โทร. 042-039-209 / เทศบาลตำบลภูกระดึง โทร. 042-871-015, 042-871-080
เว็บไซต์ / เพจทางการwww.phukradungsao.go.th / www.phukradueng-loei.go.th / กรมทรัพยากรธรณี www.dmr.go.th
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดหนองโสน ประมาณ 3 กม.
2. ตัวอำเภอภูกระดึง ประมาณ 7 กม.
3. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ประมาณ 12 กม.
4. ผานกแอ่น ภายในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ประมาณ 18 กม.
5. น้ำตกวังกวาง ภายในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ประมาณ 19 กม.
6. สวนหินผางาม อำเภอหนองหิน ประมาณ 45 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารบ้านเพื่อน ภูกระดึง ประมาณ 7 กม. โทร. 084-851-5561
2. ร้านใบเฟิร์น พี่โจ้ ฉวาง ภูกระดึง ประมาณ 12 กม. โทร. 087-213-9273, 080-668-4229
3. ไร่สไตล์สิทธิ์ ภูกระดึง ประมาณ 12 กม. โทร. 082-462-4197
4. เจ้าป่า Cafe & Camping ประมาณ 18 กม. โทร. 095-198-6485
5. เด็กภูคาเฟ่ ภูกระดึง ประมาณ 18 กม. โทร. 096-118-6977
6. ร้าน ท.บริการ ภูกระดึง ประมาณ 8 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านทิพย์สุวรรณ รีสอร์ท ภูกระดึง ประมาณ 12 กม. โทร. 086-850-1109, 081-964-8419, 061-043-4991
2. ภูน้ำฟ้า รีสอร์ท ภูกระดึง ประมาณ 13 กม. โทร. 081-799-7379
3. บ้านศรีสุนนท์ โฮมสเตย์ ภูกระดึง ประมาณ 12 กม. โทร. 082-116-2334, 087-947-3789
4. อวบอิ๋ม รีสอร์ท ภูกระดึง ประมาณ 10 กม. โทร. 095-146-0145
5. บ้านพักอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ประมาณ 12 กม. โทร. 042-810-834
6. บ้านสวนรีสอร์ทหนองหิน ประมาณ 35 กม. โทร. 080-462-0775
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ไดโนเสาร์ภูหินแท่นอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นหรือจังหวัดเลย?
ตอบ: ไดโนเสาร์ภูหินแท่นตั้งอยู่ที่ป่าภูค้อ-ภูกระแต หมู่ 9 บ้านหนองโสน ตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ไม่ใช่จังหวัดขอนแก่น
 
ถาม: ไดโนเสาร์ภูหินแท่นพบครั้งแรกเมื่อใด?
ตอบ: พบครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549 โดยพระอาจารย์จ่อย อาขะธมฺโม
 
ถาม: ซากไดโนเสาร์ที่ภูหินแท่นเป็นไดโนเสาร์ชนิดใด?
ตอบ: เป็นไดโนเสาร์กินพืช มีลักษณะคล้ายกับอีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี หรือ Isanosaurus attavipachii ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอดยุคแรกที่พบในชั้นหินน้ำพอง
 
ถาม: ไดโนเสาร์ภูหินแท่นมีอายุกี่ล้านปี?
ตอบ: ซากไดโนเสาร์ที่พบมีอายุประมาณ 210 ล้านปี อยู่ในยุคไทรแอสสิกตอนปลาย
 
ถาม: เดินทางไปหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูหินแท่นอย่างไร?
ตอบ: จากที่ว่าการอำเภอภูกระดึงเดินทางโดยรถยนต์ไปทางทิศเหนือประมาณ 4 กม. ผ่านวัดหนองโสน จากนั้นเดินเท้าต่ออีกประมาณ 3 กม. จึงถึงแหล่งกระดูกไดโนเสาร์ภูหินแท่น
 
ถาม: ไดโนเสาร์ภูหินแท่นเปิดให้เข้าชมกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. แต่ควรติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง เพราะเป็นพื้นที่ธรรมชาติและมีช่วงเดินเท้าเข้าสู่แหล่งซากดึกดำบรรพ์
 
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเที่ยวไดโนเสาร์ภูหินแท่น?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าสำหรับเดินป่า น้ำดื่ม หมวก ยากันแมลง และติดต่อสอบถามเส้นทางกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนเดินทาง ไม่ควรเข้าพื้นที่ตามลำพังโดยไม่มีข้อมูลเส้นทางล่าสุด
 
ถาม: เที่ยวไดโนเสาร์ภูหินแท่นควรเที่ยวคู่กับที่ไหน?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดหนองโสน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ผานกแอ่น น้ำตกวังกวาง และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอภูกระดึงได้

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ไดโนเสาร์ภูหินแท่น

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(16)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(10)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(21)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(8)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)