หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.ภูเรือ >ต.หนองบัว > อุทยานแห่งชาติภูเรือ
TL;DR: อุทยานแห่งชาติภูเรือ อยู่ที่ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย และพื้นที่ต่อเนื่องในอำเภอท่าลี่ เปิดทุกวัน เวลา 05.00 – 20.00 น.

เลย

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 05.00 – 20.00 น.
 
อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเลย ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ และครอบคลุมพื้นที่ต่อเนื่องไปถึงอำเภอท่าลี่ โดยมีอาณาเขตทางทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภูเรือมีชื่อเสียงในฐานะภูเขาสูงขนาดใหญ่ที่มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัดจนเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “แม่คะนิ้ง” บนยอดหญ้าและใบไม้ จุดเด่นของอุทยานแห่งนี้คือยอดเขาที่มีลักษณะคล้ายหัวเรือสำเภาใหญ่ยื่นออกไปจากสันเขา จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูเรือ” และทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นภาพจำของการท่องเที่ยวฤดูหนาวในภาคอีสาน
 
ภูเรือไม่ได้เป็นเพียงจุดชมวิวที่มีอากาศหนาว แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีคุณค่าหลายด้าน ทั้งภูมิประเทศ ป่าไม้ สัตว์ป่า แหล่งน้ำ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ลานหิน ป่าสน น้ำตก และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีที่เกิดจากหินรูปร่างแปลกตา พื้นที่อุทยานมีเนื้อที่ประมาณ 75,525 ไร่ หรือประมาณ 121 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยเขาหินทรายและหินแกรนิตสลับกัน มีที่ราบกว้างบนยอดเขา มีป่าสนขึ้นสลับกับทุ่งหญ้า ลานหิน และป่าดิบเขาในบางช่วง ความหลากหลายของภูมิประเทศทำให้ภูเรือมีบรรยากาศแตกต่างกันไปตามจุดท่องเที่ยวและฤดูกาล
 
สิ่งที่ทำให้อุทยานแห่งชาติภูเรือมีเอกลักษณ์มากคือความหนาวเย็นของพื้นที่สูง ยอดภูเรืออยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร จึงได้รับอิทธิพลของอากาศเย็นมากกว่าพื้นที่ราบโดยรอบ ฤดูหนาวเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางขึ้นภูเรือมากที่สุด เพราะได้สัมผัสอากาศเย็นจัด ชมทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น และมีโอกาสเห็นแม่คะนิ้งในช่วงที่อุณหภูมิลดต่ำมาก สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ภูเรือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ให้ประสบการณ์ฤดูหนาวชัดเจนที่สุดในประเทศ ส่วนชาวต่างชาติจะได้เห็นอีกมิติหนึ่งของประเทศไทยที่ต่างจากทะเล เมืองใหญ่ และวัดวาอารามที่คุ้นเคย
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวภูเรือคือเดือนตุลาคมถึงมีนาคม เพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาว ป่ามีความสดชื่น อากาศเย็น ท้องฟ้าเปิดในหลายวัน และเป็นช่วงที่จุดชมวิวต่าง ๆ มีเสน่ห์มากเป็นพิเศษ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์มักมีนักท่องเที่ยวมากกว่าช่วงอื่น เพราะเป็นฤดูหนาวเต็มตัว หากต้องการสัมผัสบรรยากาศคึกคัก ร้านค้าเปิดบริการมาก และมีโอกาสพบอุณหภูมิต่ำ ควรเลือกเดินทางช่วงวันหยุดฤดูหนาว แต่หากต้องการความสงบมากขึ้น สามารถเลือกวันธรรมดาหรือช่วงต้นฤดูหนาวก่อนเทศกาลท่องเที่ยวหลักได้
 
ลักษณะสำคัญของภูเรือคือยอดเขาที่เป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อนและมีผาหินยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ เมื่อมองจากบางมุมจะเห็นแนวผาที่ชะโงกออกไปจากภูเขาอย่างเด่นชัด ลักษณะดังกล่าวทำให้ภูเรือมีรูปลักษณ์เฉพาะตัวและแตกต่างจากภูเขาอื่นในจังหวัดเลย บริเวณยอดภูเรือมีลานหิน ทุ่งหญ้า และป่าสนทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติและสนสามใบที่ปลูกเสริมในบางพื้นที่ จึงให้บรรยากาศคล้ายป่าสนเมืองหนาวผสมกับทิวเขาอีสานเหนือ
 
สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่อุทยานมีหลายชนิด เช่น หมี เก้ง หมาใน ไก่ฟ้าพญาลอ และเต่าปูลู สัตว์เหล่านี้สะท้อนความสำคัญของภูเรือในฐานะแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าในระบบนิเวศภูเขา นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจไม่ได้พบสัตว์ป่าเหล่านี้โดยตรง เพราะสัตว์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในป่าลึกและมักหลีกเลี่ยงมนุษย์ แต่การรับรู้ว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าช่วยให้เข้าใจว่าการเที่ยวอุทยานควรทำด้วยความเคารพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนธรรมชาติ เพราะกิจกรรมเล็ก ๆ ของนักท่องเที่ยวอาจส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ได้
 
ยอดภูเรือเป็นจุดที่สูงที่สุดและเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมขึ้นยอดภูเรือเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ชมทะเลหมอก และมองทิวทัศน์ภูเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเลย ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสสามารถมองเห็นแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแนวพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทยกับลาวได้ บรรยากาศบนยอดเขาในช่วงเช้ามืดมีความหนาวเย็นและเงียบสงบ ก่อนที่แสงแรกของวันจะค่อย ๆ ส่องผ่านแนวภูเขา สร้างภาพที่งดงามและเป็นเหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากยอมตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นมารอชมวิว
 
การเดินทางขึ้นยอดภูเรือมีถนนภายในอุทยานเป็นถนนลาดยาง รถยนต์สามารถขึ้นไปได้ถึงพื้นที่จอดรถตามที่อุทยานกำหนด จากนั้นมีทางเดินเท้าต่อไปยังยอดภูเรือระยะประมาณ 700 เมตร เส้นทางเดินไม่ยาวมาก แต่มีความลาดชันบางช่วงและอากาศเย็นในช่วงเช้า นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมเสื้อกันหนาว และเผื่อเวลาเดินขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หากไม่ต้องการเดินทั้งหมดหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ควรสอบถามบริการรถรับส่งภายในพื้นที่ตามระบบที่อุทยานจัดไว้ในช่วงเวลานั้น
 
จุดชมทิวทัศน์เดโชเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอุทยาน ในวันที่อากาศเปิดสามารถมองเห็นภูต่าง ๆ ของเมืองเลยได้ชัดเจน จุดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมแสงเช้าและทะเลภูเขาโดยไม่ต้องเดินไกลเกินไป บรรยากาศยามเช้าบริเวณจุดชมวิวเดโชจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ บางวันเห็นทะเลหมอกหนา บางวันเห็นแนวเขาชัดเจน บางวันมีแสงสีทองของพระอาทิตย์สะท้อนผ่านเมฆบาง ๆ ทำให้เป็นจุดที่นักถ่ายภาพนิยมแวะเก็บภาพในช่วงเช้า
 
ผาโหล่นน้อยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง จากจุดนี้สามารถมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเลยได้อย่างกว้างไกล ภาพที่เห็นจากผาโหล่นน้อยให้ความรู้สึกสงบและยิ่งใหญ่ เพราะแนวภูเขาหลายลูกเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ หากมาในช่วงปลายฝนต้นหนาวหรือฤดูหนาว อาจเห็นหมอกลอยต่ำอยู่ในหุบเขา ทำให้วิวภูเขาดูมีมิติและน่าประทับใจมากขึ้น
 
ผาซับทองหรือผากุหลาบอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชันและแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำและไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว จึงเป็นที่มาของชื่อผาซับทอง พื้นที่ลักษณะนี้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ แร่ธาตุ หิน และพืชขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เฉพาะตัว แม้จะเป็นจุดที่ไม่ได้กว้างใหญ่เหมือนยอดภูเรือ แต่มีเสน่ห์ด้านรายละเอียดธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรเดินชมอย่างระมัดระวัง ไม่เหยียบย่ำพื้นที่เปียกชื้นหรือพืชที่ขึ้นตามผา เพราะระบบนิเวศขนาดเล็กเหล่านี้เปราะบางและอาจฟื้นตัวช้า
 
น้ำตกห้วยไผ่เป็นน้ำตกสำคัญของอุทยาน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 2 กิโลเมตร น้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร และเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อพื้นที่อำเภอภูเรือ น้ำตกแห่งนี้ให้บรรยากาศชุ่มชื้นและสดชื่นกว่าจุดชมวิวบนยอดเขา เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นอีกมิติหนึ่งของอุทยานซึ่งไม่ใช่เพียงลมหนาวและป่าสน แต่รวมถึงสายน้ำและป่าริมลำธาร ช่วงที่น้ำตกสวยมักเป็นช่วงฤดูฝนถึงปลายฝนต้นหนาว ส่วนฤดูแล้งน้ำอาจลดลงตามธรรมชาติ
 
นอกจากจุดชมวิวและน้ำตกแล้ว ภูเรือยังมีแหล่งหินรูปร่างแปลกตาหลายแห่ง เช่น ถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า และทุ่งหินเหล็กไฟ หินเหล่านี้มีรูปร่างสัมพันธ์กับชื่อเรียกและตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าหรือพื้นที่ธรรมชาติบนเขา การเกิดรูปร่างของหินเป็นผลจากการผุพัง การกัดเซาะ และกระบวนการทางธรรมชาติที่ใช้เวลายาวนาน นักท่องเที่ยวที่ชอบธรณีสัณฐานและการสังเกตรูปทรงธรรมชาติจะสนุกกับการเดินชมและจินตนาการถึงรูปร่างของหินแต่ละจุด
 
ช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงที่พื้นที่ลานหินและทุ่งหญ้าของภูเรือมีดอกไม้เล็ก ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไป สร้างสีสันอ่อน ๆ ให้กับภูมิประเทศที่มีหิน ทุ่งหญ้า และป่าสนสลับกัน ดอกไม้ขนาดเล็กเหล่านี้อาจไม่เด่นสะดุดตาเหมือนไม้ดอกในสวน แต่มีเสน่ห์เพราะเกิดขึ้นตามธรรมชาติและช่วยให้ภูเรือมีชีวิตชีวาในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล นักท่องเที่ยวควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่เหยียบย่ำลานดอกไม้ และไม่เก็บพืชออกจากพื้นที่ เพื่อให้ธรรมชาติยังคงงอกงามตามรอบฤดูกาล
 
อุทยานแห่งชาติภูเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวหลายด้าน ทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดจอดรถ ห้องสุขา ร้านค้าสวัสดิการ พื้นที่กางเต็นท์ และบ้านพักอุทยาน เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับและผู้ที่ต้องการพักค้างคืนเพื่อชมอากาศหนาว ทะเลหมอก หรือแสงเช้าบนยอดภูเรือ การพักค้างคืนในพื้นที่อุทยานให้ประสบการณ์ต่างจากการพักในตัวเมือง เพราะจะได้สัมผัสอุณหภูมิยามค่ำ เสียงธรรมชาติ และบรรยากาศป่าสนบนภูเขาอย่างใกล้ชิด
 
ผู้ที่ต้องการพักบ้านพักอุทยานหรือกางเต็นท์ควรติดต่อและสำรองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว วันหยุดยาว และเทศกาลปีใหม่ เพราะภูเรือเป็นหนึ่งในปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาว การเตรียมอุปกรณ์กันหนาวเป็นสิ่งจำเป็นมาก ทั้งเสื้อกันหนาว ถุงเท้า หมวก ผ้าพันคอ ผ้าห่มหรือถุงนอน ไฟฉาย และยาประจำตัว อุณหภูมิบนภูเรือในช่วงกลางคืนและเช้ามืดสามารถลดลงมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะผู้ที่นอนเต็นท์ควรเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะกับสภาพอากาศจริง
 
การเดินทางภายในอุทยานต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะถนนเป็นถนนภูเขา บางช่วงมีความลาดชันและโค้งต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวที่ขับรถขึ้นอุทยานควรใช้เกียร์ต่ำเมื่อขึ้นและลงเขา ไม่ควรใช้เบรกต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เบรกร้อนหรือเบรกไหม้ได้ ควรตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง โดยเฉพาะระบบเบรก ยาง น้ำมันเครื่อง และระบบไฟ หากไม่ชำนาญการขับรถบนทางเขา ควรขับช้า รักษาระยะห่าง และปฏิบัติตามป้ายจราจรอย่างเคร่งครัด
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเลยไปอุทยานแห่งชาติภูเรือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 เส้นทางเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ 54 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 49-50 ใกล้ที่ว่าการอำเภอภูเรือ จากนั้นเดินทางต่อเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยาน ถนนภายในอุทยานเป็นถนนลาดยาง รถยนต์สามารถขึ้นได้ แต่ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพราะเป็นถนนบนภูเขา บางช่วงลาดชันและมีโค้ง เมื่อถึงบริเวณลานจอดรถใกล้ยอดภูเรือ จะมีทางเดินเท้าต่อไปยังยอดภูเรือประมาณ 700 เมตร
 
หากเดินทางมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์หรือเส้นทางด้านหล่มสัก-ด่านซ้าย นักท่องเที่ยวสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 203 มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอภูเรือเช่นกัน ปากทางเข้าอุทยานจะอยู่บริเวณข้างที่ว่าการอำเภอภูเรือ โดยหากมาจากจังหวัดเลย ป้ายทางเข้าจะอยู่ทางด้านขวามือ ส่วนผู้ที่มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ป้ายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่จัดทริปต่อเนื่องระหว่างเพชรบูรณ์ ด่านซ้าย ภูเรือ และตัวเมืองเลย
 
อุทยานแห่งชาติภูเรือสามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้หลายแห่ง เช่น ตลาดไม้ดอกไม้ประดับบ้านหนองบง วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง วัดป่าห้วยลาด ลานต้นคริสต์มาสภูเรือ สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ และน้ำตกปลาบ่า หากมีเวลา 1 วัน นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นยอดภูเรือช่วงเช้า แวะน้ำตกห้วยไผ่หรือจุดชมวิวในอุทยาน แล้วออกมาเที่ยววัดและตลาดดอกไม้ในช่วงบ่าย หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน ควรพักในอุทยานหรือที่พักในอำเภอภูเรือ เพื่อมีเวลาชมพระอาทิตย์ขึ้นและสัมผัสอากาศหนาวอย่างเต็มที่
 
ตลาดไม้ดอกไม้ประดับบ้านหนองบงเป็นจุดแวะที่เข้ากับทริปภูเรืออย่างมาก เพราะอำเภอภูเรือมีชื่อเสียงด้านไม้ดอกเมืองหนาวและไม้ประดับตามฤดูกาล ช่วงฤดูหนาวจะพบต้นคริสต์มาส กุหลาบ พิทูเนีย และไม้ดอกหลากสี ส่วนช่วงฤดูฝนมีไม้ดอกและดอกกระเจียวให้ชมตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวสามารถซื้อไม้กระถางกลับไปเป็นของฝากหรือใช้ตกแต่งบ้านได้ ทำให้การเที่ยวภูเรือมีทั้งมุมธรรมชาติบนภูเขาและมุมเกษตรเมืองหนาวที่มีสีสัน
 
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมืองเป็นสถานที่ใกล้อุทยานที่ควรแวะชม ตัววัดมีสถาปัตยกรรมที่งดงามและสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ของอำเภอภูเรือในฐานะเมืองท่องเที่ยวบนภูเขา ส่วนวัดป่าห้วยลาดเป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่มีบรรยากาศสงบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการไหว้พระ พักใจ และชมงานพุทธศิลป์ในพื้นที่ภูเรือ การจัดทริปที่มีทั้งอุทยาน วัด ตลาดดอกไม้ และร้านอาหารท้องถิ่นจะทำให้ได้เห็นภูเรือครบหลายมิติ ไม่ใช่เพียงการขึ้นยอดเขาแล้วเดินทางกลับทันที
 
อาหารในอำเภอภูเรือมีทั้งร้านอาหารท้องถิ่น ร้านไก่ย่าง ร้านอาหารไทย ร้านกาแฟ และคาเฟ่ที่มีวิวภูเขาหรือทุ่งนา ร้านที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะ เช่น ภูเรือโภชนา ภูเรือไก่ย่าง คาเฟ่ดีมีนา และครามคีรีคาเฟ่ ซึ่งเหมาะสำหรับการพักรับประทานอาหารก่อนหรือหลังขึ้นอุทยาน การเลือกกินอาหารในพื้นที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และยังทำให้การเดินทางไม่เหนื่อยเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่ตื่นเช้าเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูเรือควรวางแผนมื้อเช้าหรือมื้อกลางวันให้เหมาะสม
 
ที่พักรอบภูเรือมีหลายรูปแบบ ทั้งบ้านพักอุทยาน ลานกางเต็นท์ รีสอร์ต โรงแรมขนาดเล็ก และคาเฟ่ที่มีที่พักในตัว ผู้ที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติและอากาศหนาวมากที่สุดสามารถเลือกพักในอุทยาน ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวก ห้องพักส่วนตัว ที่จอดรถ และอาหารเช้า สามารถเลือกรีสอร์ตหรือโรงแรมในอำเภอภูเรือ เช่น ภูเรือรีสอร์ท ภูเรือบุษบารีสอร์ท ระยองภูเรือรีสอร์ท บีคูลบูทีค หรือที่พักอื่นในย่านตัวอำเภอ การจองล่วงหน้าเป็นเรื่องสำคัญในช่วงปลายปี เพราะที่พักมักเต็มเร็ว
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อุทยานแห่งชาติภูเรือเป็นจุดหมายที่น่าสนใจเพราะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีภูมิประเทศและสภาพอากาศหลากหลายกว่าภาพจำทั่วไป ภูเรือให้ประสบการณ์ของภูเขาสูง อากาศเย็น ป่าสน ทะเลหมอก แม่คะนิ้ง จุดชมวิวชายแดนไทย-ลาว และการเดินทางบนถนนภูเขาในภาคอีสาน นักท่องเที่ยวต่างชาติควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ แม้เดินทางมาในประเทศไทย เพราะอุณหภูมิบนภูเรือในช่วงเช้ามืดของฤดูหนาวอาจหนาวกว่าที่คาดมาก
 
ข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือคือไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บพืช ไม่รบกวนสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่กางเต็นท์ ไม่ก่อไฟนอกพื้นที่ที่กำหนด และขับรถอย่างระมัดระวังในถนนภูเขา การเข้าชมลานหิน จุดชมวิว น้ำตก และเส้นทางธรรมชาติควรอยู่ในพื้นที่ที่อุทยานอนุญาต หากมีป้ายเตือนหรือพื้นที่ปิดชั่วคราวควรปฏิบัติตามทันที เพราะอุทยานเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้ และบางจุดอาจมีความเสี่ยงจากทางลื่น หน้าผา หรือหมอกหนา
 
โดยสรุป อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีคุณค่าครบทั้งอากาศหนาว ป่าสน ยอดเขาสูง จุดชมวิว พระอาทิตย์ขึ้น แม่คะนิ้ง น้ำตก ลานหิน หินรูปร่างแปลกตา และเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกับวัด ตลาดดอกไม้ คาเฟ่ และที่พักในอำเภอภูเรือ จุดหมายแห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสฤดูหนาวของไทยอย่างแท้จริง ชมวิวภูเขาไทย-ลาว และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติบนพื้นที่สูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดเลย
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ที่ตั้งตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย และพื้นที่ต่อเนื่องในอำเภอท่าลี่
ที่อยู่อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 42160
พิกัด / Plus CodeG87V+MXF ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 42160
ไฮไลต์ยอดภูเรือ จุดชมทิวทัศน์เดโช ผาโหล่นน้อย ผาซับทองหรือผากุหลาบ น้ำตกห้วยไผ่ ป่าสน แม่คะนิ้ง ลานหิน หินรูปร่างแปลก และวิวชายแดนไทย-ลาว
ประวัติ / สมัย / ยุคเป็นอุทยานแห่งชาติสำคัญของจังหวัดเลย มีพื้นที่ประมาณ 75,525 ไร่ หรือประมาณ 121 ตารางกิโลเมตร มีภูเขาสูงใหญ่และยอดเขาลักษณะคล้ายหัวเรือสำเภา เป็นแหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาวและพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของภาคอีสาน
ที่มาของชื่อชื่อภูเรือมาจากลักษณะภูเขาที่มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่
ลักษณะเด่นภูเขาหินทรายและหินแกรนิตสลับซับซ้อน ยอดเขาสูง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีที่ราบกว้างบนยอดเขา ป่าสน ทุ่งหญ้า ลานหิน น้ำตก และอากาศเย็นตลอดปี
การเดินทางจากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 เส้นทางเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ 54 กม. เลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 49-50 ใกล้ที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปประมาณ 4 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน จากนั้นเดินทางต่อไปยังจุดจอดรถใกล้ยอดภูเรือและเดินเท้าประมาณ 700 เมตรถึงยอดภูเรือ
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นอุทยานแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จุดชมวิว ลานกางเต็นท์ บ้านพักนักท่องเที่ยว และพื้นที่ศึกษาธรรมชาติ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ05.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
รถจักรยานยนต์ 20 บาท รถยนต์ 30 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพักอุทยาน ลานกางเต็นท์ ห้องสุขา ร้านค้าสวัสดิการ ลานจอดรถ เส้นทางเดินขึ้นยอดภูเรือ จุดชมวิว และพื้นที่พักผ่อนตามจุดที่อุทยานกำหนด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนที่ทำการอุทยานและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
โซนบ้านพักและลานกางเต็นท์
โซนยอดภูเรือและจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น
โซนจุดชมทิวทัศน์เดโช
โซนผาโหล่นน้อย
โซนผาซับทองหรือผากุหลาบ
โซนน้ำตกห้วยไผ่
โซนลานหินและหินรูปร่างแปลก เช่น หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า และทุ่งหินเหล็กไฟ
ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบอุทยานแห่งชาติภูเรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เบอร์ติดต่อหลัก0-4281-0965, 088-5095299
ช่องทางจองบ้านพัก / ลานกางเต็นท์ระบบจองที่พักอุทยานแห่งชาติ nps.dnp.go.th และที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเรือ
ข้อควรทราบถนนภายในอุทยานเป็นถนนภูเขา บางช่วงลาดชัน ควรใช้เกียร์ต่ำและขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด หมอกหนา หรือหลังฝนตก
ช่วงเวลาน่าเที่ยวเดือนตุลาคม–มีนาคม โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เหมาะกับการชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น ป่าสน และแม่คะนิ้ง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ยอดภูเรือ ในเขตอุทยาน โทร. 0-4281-0965, 088-5095299
2. น้ำตกห้วยไผ่ ประมาณ 2 กม. จากที่ทำการอุทยาน โทร. 0-4281-0965, 088-5095299
3. ผาซับทองหรือผากุหลาบ ประมาณ 2.5 กม. จากที่ทำการอุทยาน โทร. 0-4281-0965, 088-5095299
4. ผาโหล่นน้อย ประมาณ 3 กม. จากที่ทำการอุทยาน โทร. 0-4281-0965, 088-5095299
5. วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ประมาณ 5 กม. โทร. 042-812812
6. ตลาดไม้ดอกไม้ประดับบ้านหนองบง ประมาณ 9 กม. โทร. 095-5966411
7. วัดป่าห้วยลาด ประมาณ 12 กม. โทร. 042-810664
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านค้าสวัสดิการอุทยานแห่งชาติภูเรือ ประมาณ 0 กม. โทร. 0-4281-0965, 088-5095299
2. ภูเรือไก่ย่าง ประมาณ 4 กม. โทร. 042-899149, 095-6571444
3. ภูเรือโภชนา ประมาณ 5 กม. โทร. 042-899159
4. Cafe De Meena คาเฟ่ดีมีนา ประมาณ 6 กม. โทร. 042-899096, 081-9542915
5. ครามคีรีคาเฟ่ ประมาณ 8 กม. โทร. 042-899464
6. ร้านอาหารและคาเฟ่บริเวณตัวอำเภอภูเรือ ประมาณ 5–8 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูเรือ ประมาณ 0 กม. โทร. 0-4281-0965, 088-5095299
2. ภูเรือรีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 091-0683157, 042-899048
3. ภูเรือบุษบารีสอร์ท แอนด์ สปา ประมาณ 4 กม. โทร. 042-899299, 042-899330, 082-3942619
4. บีคูล บูทีค @ ภูเรือ ประมาณ 4 กม. โทร. 091-8671191
5. ภูเรือเรือนไม้รีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 081-9542915
6. ระยอง-ภูเรือ รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 080-4137999
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติภูเรือตั้งอยู่ที่ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย และมีพื้นที่ต่อเนื่องในอำเภอท่าลี่ โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 54 กม.
 
ถาม: จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูเรือคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือยอดเขาสูง 1,365 เมตร อากาศเย็นตลอดปี ป่าสน ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น แม่คะนิ้ง น้ำตกห้วยไผ่ ผาโหล่นน้อย ผาซับทอง และลานหินรูปร่างแปลกหลายแห่ง
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเรือเปิดเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 05.00 – 20.00 น. นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นควรเผื่อเวลาเดินทางขึ้นยอดภูเรือก่อนฟ้าสว่าง
 
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูเรือเท่าไร?
ตอบ: ชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท รถจักรยานยนต์ 20 บาท และรถยนต์ 30 บาท
 
ถาม: เที่ยวภูเรือช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมเหมาะที่สุด โดยเฉพาะฤดูหนาว เพราะอากาศเย็น มีโอกาสเห็นทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และแม่คะนิ้งบนยอดหญ้า
 
ถาม: สามารถพักค้างคืนในอุทยานได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถพักค้างคืนได้ โดยมีทั้งบ้านพักอุทยานและลานกางเต็นท์ ควรจองหรือสอบถามล่วงหน้ากับอุทยาน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวและวันหยุดยาว
 
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูเรืออย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 เส้นทางเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ 54 กม. เลี้ยวเข้าทางอุทยานบริเวณใกล้ที่ว่าการอำเภอภูเรือ แล้วเดินทางต่อเข้าไปประมาณ 4 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน
 
ถาม: ขับรถขึ้นภูเรือต้องระวังอะไร?
ตอบ: ถนนภายในอุทยานเป็นถนนภูเขา มีความลาดชันและโค้งบางช่วง ควรใช้เกียร์ต่ำ ไม่ใช้เบรกต่อเนื่องเป็นเวลานาน และขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด หมอกหนา หรือหลังฝนตก

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อัลบั้มรูป

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(16)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(10)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(21)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(8)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)