หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.นาแห้ว >ต.นาพึง > วัดโพธิ์ชัยนาพึง
TL;DR: วัดโพธิ์ชัยนาพึง อยู่ที่บ้านนาพึง ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย 42170 เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ วิหารก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางทิศเหนือ มีประตู 3 ด้าน หลังคาทรงจั่วมุงไม้แป้นเกล็ด ชายคาปีกนกคลุมต่ำ และมีรูปปั้นมอมบริเวณทางเข้า.

เลย

วัดโพธิ์ชัยนาพึง

วัดโพธิ์ชัยนาพึง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 18.00 น.
 
วัดโพธิ์ชัยนาพึง บ้านนาพึง ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นวัดเก่าแก่และโบราณสถานสำคัญของชาติที่ควรค่าแก่การเดินทางไปเยือนอย่างยิ่ง จุดเด่นของวัดแห่งนี้อยู่ที่วิหารเก่าหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “อาราม” ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังพื้นถิ่นอีสานหรือฮูปแต้มที่เล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก และวรรณกรรมท้องถิ่นอย่างงดงาม อีกทั้งยังมีพระเจ้าองค์แสน หรือพระพุทธรูปฝนแสนห่า พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองของชาวบ้านนาพึงและอำเภอนาแห้ว ประดิษฐานอยู่ภายในกุฏิเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ชมศิลปกรรมเก่า ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศชุมชนโบราณในจังหวัดเลยอย่างลึกซึ้ง
 
วัดโพธิ์ชัยนาพึงตั้งอยู่ในบ้านนาพึง ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย พื้นที่นี้เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีภูมิประเทศรายล้อมด้วยภูเขา ลำน้ำ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ชื่อบ้านนาพึงมีความเกี่ยวข้องกับต้นไม้ท้องถิ่นที่ชาวบ้านเรียกว่า “ต้นพึง” และลำน้ำพึงที่ไหลผ่านชุมชน เมื่อมีการตั้งถิ่นฐานจึงเกิดชื่อบ้านนาพึงขึ้น วัดโพธิ์ชัยเป็นวัดประจำชุมชนที่อยู่คู่หมู่บ้านมายาวนาน มีบทบาททั้งในด้านพระพุทธศาสนา การศึกษา ศิลปกรรม ความเชื่อ และพิธีกรรมท้องถิ่นของชาวบ้านนาพึงจากรุ่นสู่รุ่น
 
ความสำคัญของวัดโพธิ์ชัยนาพึงไม่ได้อยู่เพียงการเป็นวัดเก่าของอำเภอนาแห้ว แต่ยังอยู่ที่การเป็นหลักฐานสำคัญของการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างล้านช้าง ล้านนา และศิลปกรรมพื้นถิ่นอีสานตอนบน วัดแห่งนี้สะท้อนประวัติศาสตร์ของชุมชนชายขอบจังหวัดเลยที่มีความสัมพันธ์กับลุ่มน้ำเหือง ด่านซ้าย นาแห้ว หลวงพระบาง และพื้นที่ลาวฝั่งตรงข้ามมาอย่างยาวนาน รูปแบบวิหาร โบสถ์ จิตรกรรมฝาผนัง พระพุทธรูป และเรื่องเล่าท้องถิ่น ล้วนช่วยให้เข้าใจโลกทัศน์ของผู้คนในพื้นที่มากกว่าการมองวัดเพียงในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป
 
ประวัติของวัดโพธิ์ชัยนาพึงมีหลายชุดข้อมูลที่ชี้ให้เห็นความเก่าแก่ของวัด บางข้อมูลสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวปลายกรุงศรีอยุธยา หรือราวพุทธศตวรรษที่ 22–23 ขณะที่ข้อมูลด้านการตั้งวัดระบุว่าวัดโพธิ์ชัยตั้งวัดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2375 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2380 ความหลากหลายของข้อมูลเช่นนี้สะท้อนว่า วัดและชุมชนบ้านนาพึงมีรากประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหลักฐานราชการยุคหลัง และเป็นพื้นที่ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องจากชุมชนโบราณสู่วัดชุมชนที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
 
เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่วัด ผู้มาเยือนจะพบองค์ประกอบหลายส่วนที่สะท้อนความเป็นวัดเก่าแก่ ได้แก่ วิหารโบราณ โบสถ์หรือสิม เจดีย์ หอไตร หอกลอง หอพระ เสาหลักคำ ซุ้มประตู และลานวัด โดยเฉพาะวิหารเก่าที่ถือเป็นหัวใจของการชมวัดโพธิ์ชัยนาพึง วิหารแห่งนี้เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศเหนือ มีประตูทางเข้า 3 ด้าน คือด้านทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ส่วนผนังด้านทิศใต้ก่อทึบ หลังคาทรงจั่วมุงไม้แป้นเกล็ด มีชายคาปีกนกโดยรอบรองรับด้วยเสาไม้ ลักษณะหลังคาคลุมต่ำเช่นนี้เป็นเอกลักษณ์ของอาคารท้องถิ่นจังหวัดเลย และยังช่วยป้องกันแดดฝนไม่ให้กระทบภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยตรง
 
บริเวณทางขึ้นวิหารมีรูปปั้นสัตว์หิมพานต์หรือมอมหมอบอยู่ด้านละคู่ ทำหน้าที่เสมือนผู้พิทักษ์ทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ งานปั้นเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่ง แต่สะท้อนความเชื่อเรื่องจักรวาลพุทธและโลกแห่งคติชนพื้นบ้านที่ฝังอยู่ในศิลปกรรมวัดอีสาน วิหารของวัดโพธิ์ชัยนาพึงจึงเป็นอาคารที่ผู้อ่านควรมองทั้งในเชิงสถาปัตยกรรม ความเชื่อ และงานฝีมือท้องถิ่นไปพร้อมกัน
 
ภายในวิหารประดิษฐานพระเจ้าใหญ่ซึ่งเป็นพระประธานในวิหาร และมีฮูปแต้มอยู่บนผนังทั้ง 4 ด้าน ฮูปแต้มเหล่านี้มีคุณค่ามาก เพราะเป็นภาพเขียนฝีมือช่างพื้นถิ่นที่บันทึกเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา วรรณกรรมพื้นบ้าน คติธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ภาพภายในวิหารเขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว ใช้สีคราม ดำ แดง เหลือง และขาว โครงสีภายในมีความสดเข้มกว่าภาพภายนอก ทำให้ภาพมีพลังทางอารมณ์และยังคงดึงสายตาผู้ชมได้แม้เวลาจะผ่านไปยาวนาน
 
จิตรกรรมฝาผนังด้านในเล่าเรื่องสำคัญ เช่น พุทธประวัติ พระเวสสันดรชาดก เนมิราชชาดก และนิทานพื้นบ้าน ภาพเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงประดับอาคาร แต่เป็นสื่อการเรียนรู้ทางศีลธรรมสำหรับชุมชนในอดีต ในยุคที่การอ่านหนังสือยังไม่แพร่หลาย ฮูปแต้มบนผนังวิหารคือหนังสือภาพขนาดใหญ่ที่สอนเรื่องบุญ บาป ความกตัญญู การเสียสละ ความอดทน และผลของการกระทำ ผู้สูงอายุ พระสงฆ์ และชาวบ้านสามารถใช้ภาพเหล่านี้อธิบายธรรมะและเล่าเรื่องให้คนรุ่นหลังฟังได้อย่างมีชีวิตชีวา
 
จุดสำคัญของจิตรกรรมภายในคือจารึกที่ผนังด้านทิศเหนือ ซึ่งระบุว่าภาพเขียนชุดนี้เขียนขึ้นเมื่อจุลศักราช 1214 ตรงกับ พ.ศ. 2395 ในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ข้อมูลนี้ทำให้ฮูปแต้มของวัดโพธิ์ชัยนาพึงมีหลักฐานเวลาที่ชัดเจนและมีคุณค่าสูงต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลป์ท้องถิ่น เพราะช่วยระบุช่วงเวลาการสร้างงานจิตรกรรมได้แม่นยำกว่าภาพผนังหลายแห่งที่ไม่มีจารึกกำกับ
 
ด้านนอกวิหารยังมีภาพจิตรกรรมอีกชุดหนึ่งซึ่งเขียนขึ้นภายหลังในปี พ.ศ. 2459 ภาพด้านนอกเล่าเรื่องพระมาลัย พระเนมิราชเสด็จชมเมืองนรก พระสังข์ศิลป์ชัย การะเกด รวมถึงภาพสะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนในยุคนั้น สิ่งที่น่าสนใจคือภาพบางส่วนแสดงความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ เช่น การทหารสมัยใหม่ การแต่งกายของผู้คน และภาพรถไฟ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่าช่างเขียนในพื้นที่ห่างไกลสามารถรับรู้และถ่ายทอดภาพความทันสมัยของสังคมไทยยุคต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ผ่านงานจิตรกรรมวัดได้อย่างน่าทึ่ง
 
ความต่างระหว่างฮูปแต้มภายในและภายนอกวิหารทำให้วัดโพธิ์ชัยนาพึงน่าสนใจเป็นพิเศษ ภาพภายในเน้นเรื่องพุทธประวัติและชาดกตามแบบขนบ ส่วนภาพภายนอกมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับวรรณกรรมพื้นบ้านและสภาพสังคมมากขึ้น เทคนิค สี และลายเส้นของทั้งสองชุดชี้ให้เห็นการทำงานของช่างต่างช่วงเวลา หรืออย่างน้อยก็สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของรสนิยมทางศิลปกรรมในชุมชนบ้านนาพึง
 
อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่สุดของวัดโพธิ์ชัยนาพึงคือพระเจ้าองค์แสน หรือพระพุทธรูปฝนแสนห่า ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในกุฏิเจ้าอาวาส พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองมาหลายชั่วอายุคน หล่อด้วยทองสำริด ประทับขัดสมาธิราบ พระพักตร์ยาวรี ยอดพระเมาลีเป็นเปลวเพลิง พระสังฆาฏิเป็นท้องนาค และสันนิษฐานว่าเป็นพระจากเมืองเชียงแสน ชาวบ้านเคารพนับถือพระพุทธรูปองค์นี้อย่างสูง เพราะถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาและสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของบ้านนาพึง
 
เรื่องเล่าของพระเจ้าองค์แสนมีเสน่ห์ทางคติชนอย่างมาก ชาวบ้านเล่าสืบกันว่าพระเจ้าองค์แสนเคยเสด็จผ่านหลายเมือง ก่อนมาประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง และมีความเชื่อว่าหากพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใด ที่นั้นจะมีฝนตกต้องตามฤดูกาล น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ และไม่เกิดความแห้งแล้ง จึงเรียกอีกชื่อว่าพระพุทธรูปฝนแสนห่า เรื่องเล่านี้ทำให้พระเจ้าองค์แสนมีความหมายเกินกว่าพระพุทธรูปบูชา เพราะเชื่อมโยงกับชีวิตเกษตรกรรม ความมั่นคงของชุมชน และความหวังเรื่องฟ้าฝนของผู้คนในพื้นที่ภูเขา
 
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือประเพณีตรุษสงกรานต์ ชาวบ้านจะนำพระเจ้าองค์แสนมาสรงน้ำและทำพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นประจำทุกปี พิธีนี้เป็นประเพณีสำคัญที่ทำให้พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองไม่ได้ถูกเก็บไว้เพียงในฐานะโบราณวัตถุ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน ชาวบ้านได้ร่วมทำบุญ สรงน้ำพระ ขอพร และสืบต่อความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองให้คงอยู่
 
นอกจากวิหารและพระเจ้าองค์แสนแล้ว ภายในวัดยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุสำคัญหลายส่วน เช่น โบสถ์หรือสิม เจดีย์ หอไตร หอกลอง หอพระ ซุ้มประตู และเสาหลักคำ เสาหลักคำหรือเสาค้ำหลักเป็นเสาปูนหัวบัวประดับลวดลายกระจัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่อดีตเจ้าอาวาส อาคารและองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพวัดโพธิ์ชัยนาพึงในฐานะวัดที่มีระบบศาสนสถานครบถ้วน ไม่ใช่เพียงวิหารโดดเดี่ยวกลางหมู่บ้าน
 
หอไตรของวัดโพธิ์ชัยนาพึงเป็นอีกจุดที่ควรชม เพราะเป็นหอพระไตรปิฎกไม้ที่สะท้อนรูปแบบการเก็บรักษาคัมภีร์ในวัดชนบท การมีหอไตรแสดงว่าวัดเคยเป็นแหล่งเรียนรู้พระธรรมและอักษรโบราณของชุมชน สอดคล้องกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าอาวาสรุ่นแรกอย่างหลวงพ่อหลักคำ ธรรมาจารย์ ซึ่งชาวบ้านเล่าว่าเป็นพระเถระผู้เคร่งครัดในพระวินัย อ่านอักษรโบราณได้ และมีความแตกฉานในพระไตรปิฎก
 
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์ชัยเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 การขึ้นทะเบียนนี้ตอกย้ำคุณค่าของวัดทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม จิตรกรรม และโบราณวัตถุ โดยเฉพาะวิหารเก่า ฮูปแต้ม พระพุทธรูป และองค์ประกอบศาสนสถานที่ยังคงสะท้อนร่องรอยวัฒนธรรมท้องถิ่นนาแห้วได้อย่างชัดเจน
 
การมาเที่ยววัดโพธิ์ชัยนาพึงจึงควรใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ ไม่ควรมองเพียงว่าเป็นจุดแวะถ่ายรูป ผู้มาเยือนควรเริ่มจากลานวัด ชมอาคารโดยรวม สังเกตหลังคาแป้นเกล็ด ชายคาปีกนก ประตู 3 ด้าน และรูปปั้นมอม จากนั้นจึงเข้าชมภายในวิหารอย่างสำรวมเพื่อดูพระประธานและฮูปแต้ม ต่อด้วยการเดินชมภาพภายนอกวิหาร โบสถ์ เจดีย์ หอไตร และพื้นที่อื่น ๆ ของวัด การเดินชมตามลำดับเช่นนี้จะทำให้เข้าใจวัดโพธิ์ชัยนาพึงในฐานะโบราณสถานที่มีหลายชั้นความหมาย
 
ผู้ที่สนใจศิลปะควรให้เวลากับฮูปแต้มเป็นพิเศษ เพราะภาพแต่ละตอนมีรายละเอียดจำนวนมาก ทั้งตัวละคร ฉากวัง ฉากเมืองนรก ฉากชุมชน เครื่องแต่งกาย อาวุธ ยานพาหนะ และวิถีชีวิต ภาพเหล่านี้แสดงความกล้าของช่างพื้นบ้านที่ไม่ได้ยึดติดกับสัดส่วนและทัศนียภาพแบบตะวันตก แต่ใช้การจัดวางเชิงเล่าเรื่อง ลายเส้นอิสระ และสีที่เด่นชัดเพื่อสื่อความหมาย ภาพจึงมีความสด มีชีวิต และเต็มไปด้วยภาษาศิลปะของชุมชน
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ชุมชน บ้านนาพึงเป็นอีกประเด็นที่ควรศึกษาไปพร้อมกับวัด ชุมชนนี้เป็นชุมชนไทเลยเก่าแก่ มีภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมเฉพาะ เช่น ผ้าลายล่องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบ้านนาพึง การมาเยือนวัดโพธิ์ชัยจึงสามารถเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ชุมชนได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชื่อบ้านนาพึง ลำน้ำพึง ต้นพึง วิถีเกษตรกรรม การทอผ้า และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน
 
ในด้านการเดินทาง จากตัวเมืองเลยสามารถใช้เส้นทางเลย–ด่านซ้ายไปประมาณ 82 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2113 เส้นด่านซ้าย–นาแห้วต่อไปอีกประมาณ 23 กิโลเมตร เมื่อถึงบ้านนาพึงให้เลี้ยวเข้าทางวัดตามป้ายหรือเส้นทางชุมชน ระยะทางช่วงใกล้นาแห้วมีทางโค้งและภูเขา ควรใช้ความเร็วเหมาะสม ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง และแนะนำให้ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเพื่อความสะดวก เพราะพื้นที่นาแห้วไม่มีระบบขนส่งสาธารณะถี่เหมือนเมืองใหญ่
 
ผู้ที่เดินทางจากอำเภอด่านซ้ายสามารถใช้ถนนหมายเลข 2113 มุ่งหน้าไปทางนาแห้ว วัดโพธิ์ชัยนาพึงจะอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอนาแห้ว การจัดเส้นทางควรวางแผนให้มีเวลาเพียงพอ เพราะถนนสายนี้มีทิวทัศน์ภูเขา ชุมชน และไร่นาสวยงาม เหมาะกับการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ หากขับรถช่วงฤดูฝนควรระวังถนนลื่น หมอก และทัศนวิสัยที่ลดลง ส่วนช่วงฤดูหนาวเป็นเวลาที่น่าเที่ยวมาก เพราะอากาศเย็นและสามารถเชื่อมต่อกับจุดชมวิวทะเลหมอกในอำเภอนาแห้วได้สะดวก
 
วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00–18.00 น. และไม่มีค่าเข้าชม ผู้เดินทางสามารถเตรียมเงินสดสำหรับทำบุญหรือบำรุงวัดตามศรัทธาได้ การเข้าชมควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสภาพจิตรกรรมฝาผนัง ไม่ใช้แฟลชใกล้ภาพเก่า ไม่ปีนหรือแตะต้องโบราณสถาน และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปสำคัญหรือกุฏิเจ้าอาวาส โดยเฉพาะพระเจ้าองค์แสนซึ่งเป็นปูชนียวัตถุที่ชาวบ้านเคารพมาก
 
สิ่งอำนวยความสะดวกที่พบในฐานข้อมูลท่องเที่ยว ได้แก่ ห้องน้ำ ร้านค้า อาหาร ที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ปกครอง และเด็ก อย่างไรก็ตาม วัดโพธิ์ชัยนาพึงเป็นวัดชุมชนและโบราณสถาน ควรวางแผนเดินทางแบบเคารพพื้นที่ ไม่คาดหวังบริการเชิงท่องเที่ยวเต็มรูปแบบเหมือนแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และควรเตรียมน้ำดื่ม ยาประจำตัว รวมถึงเวลาสำรองสำหรับการขับรถบนเส้นทางภูเขา
 
สถานที่ใกล้เคียงที่สามารถจัดร่วมในเส้นทางเดียวกันได้ ได้แก่ บ้านนาพึงและแหล่งเรียนรู้ผ้าลายล่อง วัดศรีโพธิ์ชัยบ้านแสงภา จุดชมวิวภูค้อ–ภูน้อย อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ภูหัวฮ่อม ผาคอยนาง น้ำตกตาดเหือง และชุมชนบ้านเหมืองแพร่ หากมีเวลาเพียงครึ่งวัน สามารถเน้นวัดโพธิ์ชัยนาพึงและชุมชนบ้านนาพึง หากมีเวลาเต็มวันหรือพักค้างคืน ควรจัดเส้นทางไปยังภูค้อหรือภูสวนทรายเพื่อชมธรรมชาติของนาแห้วร่วมด้วย
 
ร้านอาหารและคาเฟ่ในอำเภอนาแห้วมีลักษณะเป็นร้านท้องถิ่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารไทย ร้านอาหารอีสาน และร้านตามสั่ง กระจายตัวอยู่ตามตัวอำเภอ บ้านเหมืองแพร่ บ้านแสงภา และเส้นทางหลัก ตัวเลือกที่พบในแหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น แมคเลย แมคคาเดเมีย Reforest Coffee Na-Haeo ริมเหือง ร้านอาหารแสตมป์ ครัวแม่สีฟ้า และร้านส้มตำ เต๊นท์&ตุลย์ ผู้เดินทางควรตรวจสอบเวลาเปิดจริงของร้านก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในวันธรรมดาหรือช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว
 
ที่พักในนาแห้วมีทั้งรีสอร์ท โฮมสเตย์ ฟาร์มสเตย์ ลานกางเต็นท์ และที่พักใกล้จุดชมวิว เช่น นาแห้วรีสอร์ท บ้านภูตะวันโฮมสเตย์ บ้านสวนสุทธินันท์ ไร่ลุงหนึ่ง และโฮมสเตย์บ้านบุ่งบริเวณภูค้อ จุดเด่นของที่พักนาแห้วคือบรรยากาศเงียบ อากาศดี และใกล้ธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดเก่าในช่วงกลางวัน แล้วพักค้างคืนเพื่อชมหมอกและภูเขาในตอนเช้า
 
หากวางแผนเป็นทริป 1 วันจากตัวเมืองเลย ควรออกเดินทางเช้า แวะวัดโพธิ์ชัยนาพึงเป็นจุดหลัก ใช้เวลาชมวิหาร ฮูปแต้ม และบริเวณวัดอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง จากนั้นรับประทานอาหารในตัวอำเภอนาแห้วหรือคาเฟ่ใกล้เส้นทาง แล้วเลือกต่อไปยังวัดศรีโพธิ์ชัยหรือจุดชมวิวใกล้เคียง หากวางแผนค้างคืน ควรพักในนาแห้ว 1 คืน เพื่อมีเวลาขึ้นภูค้อหรือภูหัวฮ่อมในช่วงเช้า และกลับมาเก็บรายละเอียดวัดกับชุมชนได้เต็มที่
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่น วัดโพธิ์ชัยนาพึงเหมาะกับคนที่สนใจมากกว่าสถานที่สวยงามผิวเผิน เพราะที่นี่มีเนื้อหาทางวัฒนธรรมหนาแน่น ทั้งอาคารโบราณ จิตรกรรมลงปีชัดเจน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ประเพณีสงกรานต์ ชุมชนไทเลย ผ้าลายล่อง และภูมิประเทศชายแดน การมาเยือนจึงเปิดโอกาสให้เข้าใจจังหวัดเลยในมิติที่ลึกกว่าเมืองหนาวและภูเขา
 
สิ่งที่ทำให้วัดโพธิ์ชัยนาพึงน่าประทับใจคือความสมบูรณ์ของเรื่องเล่า วัดแห่งนี้มีทั้งหลักฐานทางศิลปกรรมที่จับต้องได้และเรื่องเล่าที่มีชีวิตในชุมชน พระเจ้าองค์แสนเป็นตัวแทนของศรัทธา ฮูปแต้มเป็นตัวแทนของความรู้และจินตนาการ วิหารเก่าเป็นตัวแทนของฝีมือช่างพื้นบ้าน ส่วนบ้านนาพึงเป็นตัวแทนของชุมชนที่รักษาความทรงจำเหล่านี้เอาไว้ การเดินทางไปวัดโพธิ์ชัยนาพึงจึงเป็นการเดินทางไปพบทั้งศิลปะ ศรัทธา และผู้คนในพื้นที่เดียวกัน
 
โดยสรุป วัดโพธิ์ชัยนาพึงเป็นหนึ่งในวัดเก่าและโบราณสถานสำคัญที่สุดของอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจไหว้พระ ชมจิตรกรรมฝาผนัง ศึกษาพุทธศิลป์พื้นถิ่น และเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง วิหารเก่า ฮูปแต้มปี พ.ศ. 2395 ภาพจิตรกรรมภายนอกปี พ.ศ. 2459 พระเจ้าองค์แสน พระพุทธรูปโบราณที่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับศิลปะเชียงแสน และการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 ทำให้วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายที่ควรบันทึกไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดเลยอย่างยิ่ง
 
ชื่อสถานที่วัดโพธิ์ชัยนาพึง หรือ วัดโพธิ์ชัย บ้านนาพึง
ที่ตั้งบ้านนาพึง ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย 42170
ที่อยู่เลขที่ 47 บ้านนาพึง ถนนด่านซ้าย–นาแห้ว หมู่ที่ 1 ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
พิกัดพื้นที่บ้านนาพึง17.409986914375217, 101.04773558682014
ไฮไลต์วิหารเก่า ฮูปแต้มพุทธประวัติและวรรณกรรมพื้นถิ่น พระเจ้าองค์แสน พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมือง และบรรยากาศชุมชนเก่าแก่ของบ้านนาพึง
ประวัติ / สมัย / ยุคสันนิษฐานว่าสร้างราวปลายกรุงศรีอยุธยา หรือพุทธศตวรรษที่ 22–23 และมีข้อมูลการตั้งวัดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2375 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2380
ที่มาของชื่อบ้านนาพึงบริเวณชุมชนมีต้นไม้ท้องถิ่นที่เรียกว่า “ต้นพึง” และมีลำน้ำพึงไหลผ่าน จึงเกิดชื่อบ้านนาพึง
ลักษณะเด่นวิหารก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางทิศเหนือ มีประตู 3 ด้าน หลังคาทรงจั่วมุงไม้แป้นเกล็ด ชายคาปีกนกคลุมต่ำ และมีรูปปั้นมอมบริเวณทางเข้า
พระพุทธรูปสำคัญพระเจ้าองค์แสน หรือพระพุทธรูปฝนแสนห่า พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมือง หล่อด้วยทองสำริด ประทับขัดสมาธิราบ พระพักตร์ยาวรี ยอดพระเมาลีเป็นเปลวเพลิง พระสังฆาฏิเป็นท้องนาค สันนิษฐานว่าเป็นพระจากเมืองเชียงแสน
จิตรกรรมฝาผนังผนังด้านในมีฮูปแต้มเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระเวสสันดรชาดก เนมิราชชาดก และนิทานพื้นบ้าน มีจารึกปี พ.ศ. 2395 ส่วนผนังด้านนอกเขียนขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2459 เล่าเรื่องพระมาลัย พระสังข์ศิลป์ชัย การะเกด และวิถีชีวิตผู้คน
สถานะทางโบราณสถานกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์ชัยเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530
การเดินทางจากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางเลย–ด่านซ้ายประมาณ 82 กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2113 เส้นด่านซ้าย–นาแห้วต่ออีกประมาณ 23 กม. เมื่อถึงบ้านนาพึงให้เลี้ยวเข้าทางวัดตามเส้นทางชุมชน
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดและโบราณสถานให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม ไหว้พระ และศึกษาศิลปกรรมท้องถิ่น
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ07.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้า อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ปกครอง และเด็ก
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญวิหารเก่าหรืออาราม, โบสถ์หรือสิม, กุฏิเจ้าอาวาส, พระเจ้าองค์แสน, หอไตร, เจดีย์, หอกลอง, หอพระ, เสาหลักคำ, ซุ้มประตู, ลานวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระมาโนช ฉนฺทโก
ช่องทางติดต่อพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง โทร. 0-4289-1172, 0-4289-1246
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. บ้านนาพึงและแหล่งเรียนรู้ผ้าลายล่อง ประมาณ 1 กม.
2. วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา ประมาณ 11 กม.
3. จุดชมวิวภูค้อ–ภูน้อย บ้านบุ่ง ประมาณ 14 กม.
4. ผาคอยนาง ประมาณ 16 กม.
5. อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย / ภูหัวฮ่อม ประมาณ 22 กม.
6. น้ำตกตาดเหือง ประมาณ 25 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านส้มตำ เต๊นท์&ตุลย์ ตำบลนาพึง ประมาณ 2 กม.
2. Reforest Coffee Na-Haeo ประมาณ 13 กม.
3. Mac Loei / แมคเลย แมคคาเดเมีย ประมาณ 15 กม. โทร. 091-935-4926
4. ร้านริมเหือง ชายแดนไทย–ลาวเหมืองแพร่ ประมาณ 17 กม.
5. ร้านอาหารแสตมป์ สาขาบ้านเหมืองแพร่ ประมาณ 17 กม.
6. ครัวแม่สีฟ้า ประมาณ 14 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. นาแห้ว รีสอร์ท ประมาณ 13 กม. โทร. 081-826-7369
2. บ้านภูตะวัน โฮมสเตย์ อ.นาแห้ว ประมาณ 14 กม. โทร. 064-508-3905
3. โฮมสเตย์บ้านบุ่ง / จุดกางเต็นท์ภูค้อ ประมาณ 14 กม. โทร. 095-626-2547, 062-429-9716
4. บ้านสวนสุทธินันท์โฮมสเตย์ ประมาณ 18 กม. โทร. 089-576-4961, 089-394-1455
5. ไร่ลุงหนึ่ง นาแห้ว ประมาณ 18 กม. โทร. 064-275-4888
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธิ์ชัยนาพึงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธิ์ชัยนาพึงตั้งอยู่ที่บ้านนาพึง ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย 42170 เป็นวัดเก่าและโบราณสถานสำคัญของชาติที่มีวิหารเก่า ฮูปแต้ม และพระเจ้าองค์แสนเป็นจุดเด่น
 
ถาม: วัดโพธิ์ชัยนาพึงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าสูงของจังหวัดเลย มีวิหารเก่า จิตรกรรมฝาผนังปี พ.ศ. 2395 ภาพจิตรกรรมภายนอกปี พ.ศ. 2459 และพระเจ้าองค์แสน พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองของชาวบ้านนาพึง
 
ถาม: พระเจ้าองค์แสนคืออะไร?
ตอบ: พระเจ้าองค์แสน หรือพระพุทธรูปฝนแสนห่า เป็นพระพุทธรูปโบราณหล่อด้วยทองสำริด ประทับขัดสมาธิราบ พระพักตร์ยาวรี ยอดพระเมาลีเป็นเปลวเพลิง และสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับศิลปะเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของบ้านนาพึง
 
ถาม: ฮูปแต้มวัดโพธิ์ชัยนาพึงเขียนขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ฮูปแต้มภายในวิหารมีจารึกว่าทำขึ้นเมื่อจุลศักราช 1214 ตรงกับ พ.ศ. 2395 ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนภาพภายนอกเขียนขึ้นภายหลังในปี พ.ศ. 2459
 
ถาม: วัดโพธิ์ชัยนาพึงเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00–18.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม ผู้เดินทางสามารถเตรียมเงินสดสำหรับทำบุญตามศรัทธาได้
 
ถาม: เดินทางไปวัดโพธิ์ชัยนาพึงอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางเลย–ด่านซ้ายประมาณ 82 กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2113 เส้นด่านซ้าย–นาแห้วต่ออีกประมาณ 23 กม. เมื่อถึงบ้านนาพึงให้เลี้ยวเข้าทางวัดตามเส้นทางชุมชน
 
ถาม: เที่ยววัดโพธิ์ชัยนาพึงแล้วควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถแวะบ้านนาพึงและแหล่งเรียนรู้ผ้าลายล่อง วัดศรีโพธิ์ชัยบ้านแสงภา จุดชมวิวภูค้อ–ภูน้อย ผาคอยนาง อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย และน้ำตกตาดเหืองได้
 
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อชมจิตรกรรมฝาผนังในวัดโพธิ์ชัยนาพึง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ พูดเสียงเบา ไม่สัมผัสภาพจิตรกรรม ไม่ใช้แฟลชใกล้ภาพเก่า ไม่ปีนหรือแตะต้องโบราณสถาน และเคารพพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(16)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(10)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(21)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(8)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)