หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.ด่านซ้าย >ต.ด่านซ้าย > พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้าย
TL;DR: พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้าย อยู่ที่ภายในวัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ อาคารเรือนไม้ดัดแปลงจากกุฏิเก่าภายในวัดโพนชัย สะท้อนสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและบรรยากาศชุมชนด่านซ้าย.
พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้าย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้าย จังหวัดเลย หรือพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองด่านซ้าย (ผีตาโขน) ตั้งอยู่ภายในวัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่ช่วยอธิบายรากเหง้าของงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนของชาวด่านซ้ายได้ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย ที่นี่ไม่ใช่เพียงอาคารจัดแสดงหน้ากากสีสันสดใส แต่เป็นพื้นที่ที่รวมประวัติเมืองด่านซ้าย ความเชื่อท้องถิ่น ฮีตสิบสองคองสิบสี่ งานบุญพระเวส งานบุญบั้งไฟ ภูมิปัญญาการทำหน้ากาก การแต่งกายของผีตาโขน ประวัติวัดโพนชัย พระธาตุศรีสองรัก และบทบาทของชุมชนลุ่มน้ำหมันไว้ในบริเวณเดียวกัน ผู้ที่ต้องการเข้าใจผีตาโขนอย่างลึกซึ้งก่อนหรือหลังชมงานเทศกาล ควรเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะนิทรรศการภายในช่วยทำให้ผีตาโขนไม่ใช่เพียงภาพขบวนแห่สนุกสนาน แต่เป็นมรดกวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงศาสนา ความเชื่อเรื่องผี ความสัมพันธ์ของชุมชน และจังหวะชีวิตเกษตรกรรมของเมืองด่านซ้ายอย่างแนบแน่น
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองเลยประมาณ 82 กม. และตั้งอยู่ในอำเภอด่านซ้ายซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์สูง ด่านซ้ายมีภูมิประเทศเป็นเมืองในหุบเขา มีลำน้ำหมันไหลผ่าน และมีประวัติความสัมพันธ์กับอาณาจักรล้านช้าง กรุงศรีอยุธยา และชุมชนท้องถิ่นในเขตภูเขาเพชรบูรณ์มายาวนาน เมื่อพูดถึงด่านซ้าย คนไทยจำนวนมากมักนึกถึงพระธาตุศรีสองรักและงานผีตาโขน แต่พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนวัดโพนชัยทำให้เห็นว่าทั้ง 2 สิ่งนี้ไม่ได้แยกจากกัน งานบุญหลวงเป็นพิธีกรรมใหญ่ของท้องถิ่นที่เกิดจากการรวมงานบุญพระเวสกับงานบุญบั้งไฟไว้ในงานเดียว ส่วนผีตาโขนเป็นขบวนสีสันที่ออกมาร่วมสร้างความคึกคักในพิธี การเข้าใจพิพิธภัณฑ์จึงเท่ากับเข้าใจหัวใจของเมืองด่านซ้ายทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศรัทธา และวิถีชุมชน
ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นบ้านเรือนไม้ที่ดัดแปลงจากกุฏิหลังเดิมของท่านเจ้าอาวาส กุฏิไม้หลังนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2478 ด้วยไม้ทั้งหลังตามแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น การเลือกใช้อาคารไม้เก่ามาเป็นพิพิธภัณฑ์ทำให้บรรยากาศของสถานที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนมากกว่าการจัดแสดงในอาคารสมัยใหม่ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสพื้นไม้ ผนังไม้ ชานเรือน และความอบอุ่นของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่สอดคล้องกับเนื้อหาภายใน เมื่อเดินเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ จึงรู้สึกเหมือนได้เข้าสู่บ้านความทรงจำของเมืองด่านซ้าย ไม่ใช่เพียงห้องนิทรรศการที่แยกขาดจากพื้นที่จริง การใช้กุฏิเก่าเช่นนี้ยังสะท้อนบทบาทของวัดโพนชัยในฐานะศูนย์กลางของชุมชน เพราะวัดเป็นพื้นที่ที่เก็บรักษาความรู้ ความเชื่อ และประเพณีของผู้คนมาอย่างต่อเนื่อง
วัดโพนชัยเป็นวัดสำคัญคู่เมืองด่านซ้าย ตั้งอยู่บริเวณบ้านเดิ่น ตำบลด่านซ้าย ใกล้ลำน้ำหมันและตลาดด่านซ้าย วัดแห่งนี้มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน เพราะงานบุญหลวงถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของท้องถิ่นที่ต้องจัดขึ้นที่วัดโพนชัยก่อน แล้วหมู่บ้านอื่น ๆ จึงจัดต่อได้ พื้นที่วัดจึงเป็นเสมือนศูนย์กลางทางพิธีกรรมที่รวมพระสงฆ์ เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม ชาวบ้าน ผู้เล่นผีตาโขน และผู้มาเยือนจากภายนอกเข้าด้วยกัน ในบริเวณวัดยังมีอุโบสถฝีมือช่างท้องถิ่น พระเจ้าใหญ่หรือหลวงพ่อใหญ่ พระธาตุศรีสองรักจำลอง และพื้นที่จัดงานบุญต่าง ๆ ที่ทำให้วัดโพนชัยมีความสำคัญทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมพื้นบ้าน
การก่อรูปของพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายเริ่มจากความพยายามอธิบายประเพณีท้องถิ่นให้ผู้มาเยือนเข้าใจอย่างถูกต้อง เดิมทีการจัดแสดงเกี่ยวกับผีตาโขนเคยเป็นเพียงนิทรรศการในห้องสมุดประชาชนอำเภอด่านซ้ายตั้งแต่ พ.ศ. 2522 ต่อมาเมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ผู้คนเริ่มเดินทางมาชมงานบุญหลวงและสอบถามเรื่องผีตาโขนมากขึ้น ภายใต้การทำงานของเจ้าหน้าที่การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอด่านซ้าย วัดโพนชัย ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น จึงมีการพัฒนานิทรรศการเป็นพิพิธภัณฑ์ถาวร โดยใช้กุฏิไม้หลังเดิมภายในวัดโพนชัยเป็นอาคารจัดแสดง พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2548 และยังเปิดดำเนินการเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนจนถึงปัจจุบัน
ความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนไม่ได้อยู่ที่จำนวนวัตถุจัดแสดงเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำหน้าที่เป็นพื้นที่แปลความหมายของประเพณี ผู้มาเยือนจำนวนมากรู้จักผีตาโขนจากภาพหน้ากากใหญ่ จมูกยาว เขาสูง เสื้อผ้าสีสด และขบวนเต้นสนุกสนาน แต่พิพิธภัณฑ์ช่วยอธิบายว่าเบื้องหลังสีสันเหล่านั้นคือระบบความเชื่อที่ซับซ้อน งานบุญหลวงรวมบุญพระเวสซึ่งเกี่ยวกับการฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ และบุญบั้งไฟซึ่งเกี่ยวกับการบูชาอารักษ์หลักเมืองและการขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาลเข้าด้วยกัน ผีตาโขนจึงไม่ได้เป็นเพียงการแต่งกายเล่นสนุก แต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่เชื่อมคนกับพระพุทธศาสนา คนกับผีบรรพบุรุษ คนกับเทวดาอารักษ์ และคนกับธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงการทำเกษตร
ชื่อผีตาโขนมีเรื่องเล่าหลายแนว บางคำอธิบายเชื่อว่ามาจากการสวมหน้ากากคล้ายหัวโขน บางท้องถิ่นเรียกว่าผีตาขนหรือผีตามคน แล้วค่อย ๆ เพี้ยนเสียงเป็นผีตาโขนในที่สุด ไม่ว่าชื่อจะมีรากจากคำใด สิ่งที่ชัดเจนคือผีตาโขนเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของด่านซ้ายที่มีพลังสูง เพราะสามารถรวมความขบขัน ความน่ากลัว ความศักดิ์สิทธิ์ และความสนุกของชุมชนไว้พร้อมกัน หน้ากากผีตาโขนจึงมีทั้งหน้าที่เชิงพิธีกรรมและหน้าที่เชิงสังคม ผู้เล่นสวมหน้ากากเพื่อเข้าร่วมขบวน แสดงบทบาทเป็นผีที่ออกมาสร้างสีสัน ชวนให้ผู้คนหัวเราะ เต้นรำ และร่วมอยู่ในบรรยากาศบุญใหญ่ของเมืองด่านซ้าย แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังแฝงความเคารพต่อขนบธรรมเนียมและลำดับพิธีที่ชุมชนยึดถือ
การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 6 ส่วนสำคัญ ส่วนแรกคือห้องเมืองด่านซ้ายและพระธาตุศรีสองรัก นำเสนอประวัติศาสตร์ของชาวด่านซ้ายย้อนหลังหลายร้อยปี ตำนานพระธาตุศรีสองรัก และความสัมพันธ์ของพื้นที่กับวัฒนธรรมล้านช้างและอยุธยา ส่วนนี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าเมืองด่านซ้ายเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีบทบาทในพื้นที่ชายแดนทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงเมืองที่มีงานเทศกาลสนุกสนาน พระธาตุศรีสองรักเป็นสัญลักษณ์สำคัญของไมตรีและคำสัตย์ระหว่างรัฐโบราณ และยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวด่านซ้ายมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อเริ่มต้นชมพิพิธภัณฑ์จากห้องนี้ ผู้ชมจะเข้าใจว่าผีตาโขนเกิดขึ้นบนฐานเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีระบบความเชื่อแน่นแฟ้น
ส่วนที่ 2 คือห้องผีตาโขน ซึ่งเป็นหัวใจของพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงเรื่องวัฒนธรรมประเพณีฮีตสิบสองคองสิบสี่ของชาวอีสาน งานบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน ประวัติความเป็นมาของผีตาโขน รูปแบบหน้ากาก และคติความเชื่อที่ผู้เล่นและผู้ชมควรรู้ ภายในมีหุ่นผีตาโขน หน้ากากหลายรูปแบบ และเครื่องแต่งกายที่สะท้อนความหลากหลายของงานช่างท้องถิ่น ผู้ชมจะเห็นว่าหน้ากากแต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน เพราะผู้ทำใช้จินตนาการ ฝีมือ และความเข้าใจในขนบประเพณีมาผสมกัน หน้ากากบางชิ้นดูสนุก บางชิ้นดูน่าเกรงขาม บางชิ้นมีสีสันจัดจ้าน บางชิ้นใช้ลวดลายเรียบง่าย แต่ทุกชิ้นสะท้อนเอกลักษณ์ของด่านซ้ายอย่างชัดเจน
ภายในห้องผีตาโขน ผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้เรื่องผีตาโขน 2 ประเภท คือผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนใหญ่มีลักษณะเป็นคู่ชายหญิง ไม่ได้ทำใหม่ทุกปี แต่ทำตามธรรมเนียมที่กำหนดไว้ มีสถานะพิเศษในพิธีและสัมพันธ์กับความเชื่อท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ส่วนผีตาโขนเล็กคือผีตาโขนที่ผู้คนพบเห็นในขบวนแห่เป็นประจำทุกปี มีจำนวนมาก สีสันหลากหลาย และเป็นภาพจำสำคัญของงานเทศกาล การแยกให้เห็นความแตกต่างระหว่างผีตาโขนใหญ่กับผีตาโขนเล็กเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าผีตาโขนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกายทั่วไป แต่มีลำดับ ความหมาย และขนบการใช้ในพิธีที่ชุมชนให้ความสำคัญ
ส่วนที่ 3 คือห้องสื่อวีดิทัศน์ ฉายภาพเรื่องราวของเมืองด่านซ้าย ประเพณีงานบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอด่านซ้าย อาหารพื้นเมือง และบุคคลสำคัญของด่านซ้าย พื้นที่นี้ช่วยให้ผู้ชมที่ยังไม่เคยเห็นงานจริงเข้าใจบรรยากาศของขบวนแห่และพิธีกรรมได้ดีขึ้น ภาพเคลื่อนไหวช่วยเติมเสียง จังหวะ และความคึกคักที่วัตถุจัดแสดงเพียงอย่างเดียวอาจสื่อสารได้ไม่ครบ ผู้ที่เดินทางมาไม่ตรงช่วงงานบุญหลวงจึงยังสามารถเห็นภาพรวมของงานผ่านสื่อในพิพิธภัณฑ์ และนำความเข้าใจนี้ไปใช้วางแผนกลับมาเยือนอีกครั้งในช่วงเทศกาลจริง
ส่วนที่ 4 คือห้องของดีเมืองด่านซ้าย จัดแสดงสาระความรู้ที่ชาวด่านซ้ายภาคภูมิใจ เช่น สมุนไพรพื้นบ้าน แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลพื้นบ้าน และเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่วนนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะเรื่องผีตาโขนเท่านั้น แต่ยังเปิดให้เห็นโลกวัฒนธรรมของอำเภอด่านซ้ายในภาพกว้าง ทั้งอาหาร ความรู้พื้นบ้าน วิถีชีวิต และสถานที่สำคัญ ผู้ชมจึงเข้าใจว่าประเพณีผีตาโขนเป็นส่วนหนึ่งของระบบวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยคน วัด บ้าน ภูเขา ลำน้ำ พืชพรรณ ความเชื่อ และการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างสัมพันธ์กัน
ส่วนที่ 5 คือพื้นที่สาธิตการทำหน้ากากผีตาโขน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจที่สุดของพิพิธภัณฑ์ เพราะผู้ชมจะได้เห็นว่าหน้ากากหนึ่งชิ้นเกิดจากวัสดุพื้นบ้านและฝีมือช่างอย่างไร ส่วนหัวของผีตาโขนทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียวที่นำมาหักพับให้มีลักษณะคล้ายหมวก ส่วนหน้าใช้โคนก้านมะพร้าวถากเป็นรูปหน้ากาก เย็บต่อกับส่วนหัวแล้วเจาะช่องตา จมูกทำจากไม้เนื้ออ่อนแกะเป็นรูปร่างต่าง ๆ โดยปัจจุบันนิยมทำให้ยาวคล้ายงวงช้าง เขาทำจากปลีมะพร้าวแห้งตัดให้ได้ขนาดแล้วติดข้างหวด การตกแต่งลวดลายในอดีตนิยมใช้สีธรรมชาติ เช่น ปูนขาว ปูนแดง ขี้เถ้า ขมิ้น และเขม่าไฟ ส่วนปัจจุบันนิยมใช้สีน้ำมันเพราะสะดวกและให้สีสดใส จากนั้นจึงนำเศษผ้ามาเย็บต่อกับหวดและหน้ากากให้คลุมมิดไหล่จนกลายเป็นชุดผีตาโขนที่สมบูรณ์
การสาธิตการทำหน้ากากช่วยให้ผู้ชมเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาช่างพื้นบ้านชัดเจนขึ้น หน้ากากผีตาโขนไม่ใช่สินค้าที่เกิดจากแม่พิมพ์อุตสาหกรรม แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจวัสดุ การกะสัดส่วน ความคิดสร้างสรรค์ และความเคารพต่อขนบประเพณี วัสดุแต่ละอย่างมาจากชีวิตชนบท เช่น หวดนึ่งข้าวเหนียว ก้านมะพร้าว ปลีมะพร้าว ไม้เนื้ออ่อน และเศษผ้า สิ่งเหล่านี้เป็นของใกล้ตัวของชาวบ้าน แต่เมื่อผ่านกระบวนการช่างและจินตนาการของผู้ทำ กลับกลายเป็นหน้ากากที่มีชีวิตและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองด่านซ้าย การได้เห็นขั้นตอนการทำหน้ากากจึงช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าผีตาโขนเป็นทั้งประเพณี ศิลปะ งานช่าง และวิถีชุมชนในเวลาเดียวกัน
ส่วนที่ 6 คือมุมพักผ่อนและจำหน่ายของที่ระลึก เช่น หน้ากากผีตาโขนจิ๋ว งานเซรามิกรูปผีตาโขน และผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของด่านซ้าย รายได้จากการจำหน่ายของที่ระลึกมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาพิพิธภัณฑ์และช่วยให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีพื้นที่ต่อยอดในรูปแบบร่วมสมัย นักท่องเที่ยวที่ต้องการนำความทรงจำของด่านซ้ายกลับบ้านสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะหน้ากากผีตาโขนขนาดเล็กที่เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนของพื้นที่ มุมนี้ยังช่วยให้ช่างท้องถิ่นและชุมชนมีโอกาสนำเสนอผลงานต่อผู้มาเยือนตลอดทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะช่วงเทศกาลบุญหลวงเท่านั้น
นอกจากอาคารพิพิธภัณฑ์แล้ว บริเวณวัดโพนชัยยังมีจุดสำคัญที่ควรชมควบคู่กัน ได้แก่ อุโบสถเก่าแก่ฝีมือช่างท้องถิ่น พระเจ้าใหญ่หรือหลวงพ่อใหญ่ พระธาตุศรีสองรักจำลอง และพื้นที่ประกอบพิธีบุญต่าง ๆ อุโบสถของวัดโพนชัยมีรูปแบบศิลปะที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมล้านช้างและงานช่างพื้นถิ่น ภายในมีพระประธานสำคัญที่ชาวบ้านให้ความเคารพอย่างสูง ส่วนพระธาตุศรีสองรักจำลองภายในวัดช่วยเชื่อมโยงวัดโพนชัยกับพระธาตุศรีสองรักองค์จริงซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของด่านซ้าย การชมพื้นที่วัดพร้อมกับพิพิธภัณฑ์ทำให้เข้าใจว่าประเพณีผีตาโขนไม่ได้อยู่ในอาคารจัดแสดงเท่านั้น แต่มีชีวิตอยู่ในพื้นที่วัด พิธีกรรม และความศรัทธาของผู้คนจริง ๆ
ประเพณีบุญหลวงเป็นหัวใจของเมืองด่านซ้าย งานนี้มักจัดขึ้นในช่วงเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติหรือช่วงกลางปี โดยกำหนดวันขึ้นกับการพิจารณาของผู้นำพิธีและชุมชนในแต่ละปี ความสำคัญของงานอยู่ที่การรวมบุญพระเวสกับบุญบั้งไฟเข้าด้วยกัน บุญพระเวสเกี่ยวข้องกับการฟังเทศน์มหาชาติ ซึ่งเป็นคติสำคัญในพุทธศาสนา ส่วนบุญบั้งไฟสัมพันธ์กับการขอฝนและความอุดมสมบูรณ์ของฤดูกาลเกษตร เมื่อรวมกันเป็นบุญหลวง งานจึงมีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความสนุกสนาน และพลังของชุมชน ผีตาโขนที่ออกมาในขบวนจึงทำหน้าที่เชื่อมโลกพิธีกรรมกับโลกของผู้คน ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เคร่งขรึมจนไกลตัว แต่มีจังหวะหัวเราะ เสียงดนตรี สีสัน และการมีส่วนร่วมของทุกคน
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาในช่วงเทศกาล พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายคือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะเปิดให้ชมทุกวันและช่วยให้เข้าใจภาพรวมของงานได้ตลอดปี ผู้มาเยือนสามารถชมหน้ากากผีตาโขนหลากหลายแบบ เรียนรู้วิธีทำหน้ากาก ดูนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติเมืองด่านซ้าย ทำความเข้าใจประเพณีบุญหลวง และเลือกซื้อของที่ระลึกได้ในบรรยากาศสงบกว่าช่วงงานจริง หากมาในช่วงเทศกาล พิพิธภัณฑ์จะช่วยเติมความรู้ก่อนออกไปชมขบวน ส่วนหากมานอกช่วงเทศกาล พิพิธภัณฑ์ก็ช่วยให้สัมผัสแก่นของผีตาโขนได้โดยไม่ต้องรอฤดูกาลงานบุญ
การเดินชมพิพิธภัณฑ์ควรใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง หากต้องการอ่านรายละเอียดและถ่ายภาพอย่างเต็มที่ ควรเริ่มจากห้องเมืองด่านซ้ายและพระธาตุศรีสองรัก เพื่อปูพื้นประวัติศาสตร์ จากนั้นจึงเข้าสู่ห้องผีตาโขนซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเรียนรู้ ต่อด้วยห้องสื่อวีดิทัศน์ ห้องของดีเมืองด่านซ้าย พื้นที่สาธิตหน้ากาก และมุมของที่ระลึก หลังจากชมอาคารพิพิธภัณฑ์แล้วควรเดินต่อไปยังอุโบสถ พระเจ้าใหญ่ และพระธาตุศรีสองรักจำลองภายในวัด การเดินตามลำดับนี้จะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมือง วัด ประเพณี ศิลปะ และผู้คนอย่างครบถ้วน
การเดินทาง ไปพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายทำได้สะดวกจากตัวอำเภอด่านซ้าย โดยเดินทางจากที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2114 ผ่านสถานีตำรวจภูธรด่านซ้ายและตลาดด่านซ้าย เมื่อเลยสะพานข้ามลำน้ำหมันไปเล็กน้อยจะเห็นวัดโพนชัยอยู่ทางซ้ายมือ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในวัด หากเดินทางจากตัวเมืองเลยให้ใช้เส้นทางมุ่งสู่อำเภอด่านซ้าย ระยะทางประมาณ 82 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมงตามสภาพถนนและการจราจร นักท่องเที่ยวที่มีรถยนต์ส่วนตัวจะเดินทางสะดวกที่สุด ส่วนผู้ที่ไม่มีรถสามารถใช้รถโดยสารหรือรถรับจ้างในพื้นที่ แล้วต่อรถเข้าสู่วัดโพนชัยได้
มารยาทในการเข้าชมควรคำนึงว่าสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในวัด ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่ศาสนสถาน ไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต และเคารพพื้นที่สักการะภายในวัด หากต้องการถ่ายภาพกับหน้ากากหรือหุ่นผีตาโขนควรทำด้วยความเหมาะสม ไม่ปีน ไม่จับของจัดแสดง และไม่กีดขวางผู้ชมคนอื่น ช่วงงานบุญหลวงควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ เพราะมีผู้คนจำนวนมากเข้าสู่อำเภอด่านซ้าย การจอดรถและการเดินทางในตัวอำเภออาจใช้เวลานานกว่าวันธรรมดา
ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ไม่เก็บค่าเข้าชม ทำให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายสำหรับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้มาเยือนสามารถสนับสนุนพิพิธภัณฑ์และชุมชนได้ด้วยการอุดหนุนของที่ระลึกผีตาโขนหรือร่วมทำบุญตามศรัทธา สิ่งสำคัญคือการเข้าชมด้วยความเข้าใจว่าของจัดแสดงไม่ใช่เพียงของเก่า แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่คนด่านซ้ายร่วมกันรักษาไว้เพื่อถ่ายทอดให้ผู้มาเยือนและคนรุ่นหลังได้เรียนรู้
สำหรับครอบครัวและนักเรียน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นห้องเรียนวัฒนธรรมที่เหมาะมาก เพราะมีทั้งภาพ สี เสียง วัตถุ และขั้นตอนงานช่างที่เข้าใจง่าย เด็ก ๆ สามารถเห็นว่าหน้ากากผีตาโขนทำจากวัสดุใกล้ตัวอย่างหวด ก้านมะพร้าว ปลีมะพร้าว และเศษผ้า แล้วเรียนรู้ต่อว่าทำไมชุมชนจึงนำสิ่งเหล่านี้มาสร้างเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม ผู้ใหญ่สามารถอธิบายเรื่องบุญพระเวส บุญบั้งไฟ การขอฝน และการทำบุญร่วมกันของชุมชนได้จากนิทรรศการจริง การเรียนรู้เช่นนี้ทำให้ประเพณีไม่ใช่เรื่องห่างไกล แต่เป็นความรู้ที่จับต้องได้ผ่านวัตถุและสถานที่จริง
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจหนึ่งในเทศกาลพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้ผู้มาเยือนอาจยังไม่คุ้นกับคำว่า ฮีตสิบสองคองสิบสี่ บุญพระเวส หรือบุญบั้งไฟ แต่การเห็นหน้ากาก เครื่องแต่งกาย หุ่นผีตาโขน และกระบวนการทำหน้ากากจะช่วยอธิบายได้ทันทีว่าประเพณีนี้มีทั้งความสนุก ศิลปะ ความเชื่อ และความผูกพันกับชุมชน การแปลความหมายให้ชาวต่างชาติควรเน้นว่าผีตาโขนไม่ใช่เทศกาลฮาโลวีนแบบไทย แต่เป็นส่วนหนึ่งของงานบุญหลวงที่ผสมผสานพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องผี และพิธีขอฝนของสังคมเกษตรกรรมอีสานอย่างลึกซึ้ง
การเที่ยวพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนสามารถจัดร่วมกับสถานที่สำคัญใกล้เคียงได้ง่าย เส้นทางยอดนิยมคือเริ่มที่วัดโพนชัยและพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน จากนั้นเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุศรีสองรัก ชมวัดเนรมิตวิปัสสนา และแวะคาเฟ่หรือร้านอาหารในตัวอำเภอด่านซ้าย หากมีเวลาเพิ่มสามารถเดินทางต่อไปยังภูพระ ภูอีเลิศ ภูลมโล หรือภูเรือได้ตามฤดูกาล เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการผสมผสานศาสนา ประเพณี ศิลปะพื้นบ้าน ธรรมชาติ และอาหารท้องถิ่นไว้ในวันเดียวหรือทริป 2 วัน 1 คืน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนมี 2 แบบ หากต้องการชมพิพิธภัณฑ์แบบสงบและถ่ายภาพได้สะดวก ควรมาในวันธรรมดาหรือช่วงเช้าในวันหยุด เพราะผู้ชมไม่หนาแน่นและมีเวลาอ่านรายละเอียดได้เต็มที่ หากต้องการสัมผัสบรรยากาศผีตาโขนจริง ควรติดตามกำหนดงานบุญหลวงประจำปีของอำเภอด่านซ้ายล่วงหน้า เพราะวันจัดงานเปลี่ยนตามปฏิทินประเพณีและการกำหนดของชุมชน การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้จองที่พักได้ทันและจัดเส้นทางเดินทางได้เหมาะสม
พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายจึงเป็นมากกว่าสถานที่ถ่ายรูปกับหน้ากากสีสวย ที่นี่คือประตูเข้าสู่ความเข้าใจเมืองด่านซ้ายในมิติที่ลึกขึ้น ผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้ว่าเมืองเล็กในหุบเขาแห่งนี้รักษาประเพณีของตนเองอย่างไร ทำไมวัดโพนชัยจึงเป็นศูนย์กลางของงานบุญหลวง หน้ากากผีตาโขนเกิดจากวัสดุพื้นบ้านและความคิดสร้างสรรค์อย่างไร และเหตุใดขบวนผีตาโขนจึงยังเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังของจังหวัดเลย เมื่อเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ ภาพผีตาโขนจะไม่ใช่เพียงความแปลกตา แต่จะกลายเป็นเรื่องราวของศรัทธา ความร่วมมือ และภูมิปัญญาที่ชาวด่านซ้ายสืบทอดมายาวนาน
โดยสรุป พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวของทุกคนที่เดินทางมายังอำเภอด่านซ้าย เพราะที่นี่รวบรวมประวัติเมืองด่านซ้าย พระธาตุศรีสองรัก งานบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน วิธีทำหน้ากาก งานช่างพื้นบ้าน สื่อวีดิทัศน์ ของดีเมืองด่านซ้าย และของที่ระลึกไว้ในอาคารเรือนไม้ภายในวัดโพนชัย เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เก็บค่าเข้าชม และเดินทางต่อไปยังพระธาตุศรีสองรัก วัดเนรมิตวิปัสสนา ร้านอาหาร และที่พักในอำเภอด่านซ้ายได้สะดวก หากต้องการรู้จักผีตาโขนอย่างถูกต้องและลึกกว่าภาพเทศกาล พิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้าย / พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองด่านซ้าย (ผีตาโขน) |
| ที่ตั้ง | ภายในวัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120 |
| ที่อยู่ | วัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120 |
| ไฮไลต์ | พิพิธภัณฑ์เรือนไม้ภายในวัดโพนชัย จัดแสดงประวัติเมืองด่านซ้าย ประเพณีบุญหลวง ผีตาโขน หน้ากากผีตาโขน การสาธิตการทำหน้ากาก และของที่ระลึกผีตาโขน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มจากนิทรรศการเกี่ยวกับประเพณีผีตาโขนในห้องสมุดประชาชนอำเภอด่านซ้ายตั้งแต่ พ.ศ. 2522 ต่อมาพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ถาวรในกุฏิไม้เดิมของเจ้าอาวาสวัดโพนชัย และก่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ใน พ.ศ. 2548 |
| ลักษณะเด่น | อาคารเรือนไม้ดัดแปลงจากกุฏิเก่าภายในวัดโพนชัย สะท้อนสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและบรรยากาศชุมชนด่านซ้าย |
| สิ่งจัดแสดงสำคัญ | หน้ากากผีตาโขนหลากหลายรูปแบบ หุ่นผีตาโขน เครื่องแต่งกายผีตาโขน นิทรรศการประวัติเมืองด่านซ้าย งานบุญหลวง ฮีตสิบสองคองสิบสี่ สื่อวีดิทัศน์ การสาธิตทำหน้ากาก และสินค้าที่ระลึกผีตาโขน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ห้องเมืองด่านซ้ายและพระธาตุศรีสองรัก 2. ห้องผีตาโขน งานบุญหลวง และฮีตสิบสองคองสิบสี่ 3. ห้องสื่อวีดิทัศน์เรื่องเมืองด่านซ้าย ประเพณี แหล่งท่องเที่ยว อาหารพื้นเมือง และบุคคลสำคัญ 4. ห้องของดีเมืองด่านซ้าย เช่น สมุนไพรพื้นบ้าน แหล่งท่องเที่ยว และข้อมูลพื้นบ้าน 5. พื้นที่สาธิตการทำหน้ากากผีตาโขน 6. มุมพักผ่อนและจำหน่ายของที่ระลึกผีตาโขน 7. พื้นที่วัดโพนชัย อุโบสถ พระเจ้าใหญ่ และพระธาตุศรีสองรักจำลอง |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส | จัดการโดยวัดโพนชัย; เจ้าอาวาสวัดโพนชัยคือพระสิริรัตนเมธี (บุญเพ็ง รตนเมธี ป.ธ.6) |
| การเดินทาง | จากที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 2114 ผ่านสถานีตำรวจภูธรด่านซ้ายและตลาดด่านซ้าย เมื่อเลยสะพานข้ามลำน้ำหมันไปเล็กน้อยจะเห็นวัดโพนชัยอยู่ทางซ้ายมือ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในวัด หากเดินทางจากตัวเมืองเลย ระยะทางประมาณ 82 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารนิทรรศการ พื้นที่วัดโพนชัย จุดพักผ่อน มุมจำหน่ายของที่ระลึก ลานวัด พื้นที่ไหว้พระ และพื้นที่จอดรถภายในหรือใกล้วัดตามสภาพพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0 4289 1094, 063-2492231, 083-3307465 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนวัดโพนชัย และฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดโพนชัยและพระเจ้าใหญ่ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 2. พระธาตุศรีสองรัก ประมาณ 2 กม. 3. วัดเนรมิตวิปัสสนา ประมาณ 4 กม. 4. ภูพระ ประมาณ 12 กม. 5. ภูอีเลิศ ประมาณ 35 กม. 6. ภูลมโล ประมาณ 45 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Baandoen Cake & Coffee ประมาณ 1 กม. โทร. 097-140-2263, 097-040-2263 2. NANA CAFE’ ด่านซ้าย ประมาณ 2 กม. โทร. 098-316-1420 3. Woori Cafe ประมาณ 3 กม. โทร. 083-345-4585 4. ฮัก ณ สะบายดี ประมาณ 3 กม. 5. The Enlighten Coffee and Community ประมาณ 13 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ด่านซ้ายรีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 0-4289-2281, 080-177-6283 2. ภูนาคำรีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 042-892-005, 095-155-8835, 063-851-2555 3. บ้านรักเลยรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 085-758-8875 4. กิ่งบุญรีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 089-277-1251 5. ฮักจังเลย การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท ประมาณ 15 กม. 6. Ing Phu Resort ประมาณ 16 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายตั้งอยู่ภายในวัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120
ถาม: พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมนิทรรศการและเรียนรู้ประเพณีบุญหลวงกับผีตาโขนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนด่านซ้ายมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ภายในมีนิทรรศการประวัติเมืองด่านซ้าย พระธาตุศรีสองรัก งานบุญหลวง ผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนหลากหลายรูปแบบ สื่อวีดิทัศน์ การสาธิตทำหน้ากาก และมุมจำหน่ายของที่ระลึก
ถาม: ผีตาโขนเกี่ยวข้องกับงานบุญหลวงอย่างไร?
ตอบ: ผีตาโขนเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญหลวง ซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ของด่านซ้ายที่รวมบุญพระเวสและบุญบั้งไฟเข้าด้วยกัน ผีตาโขนทำหน้าที่สร้างสีสันในขบวนแห่และสะท้อนความเชื่อของชุมชน
ถาม: หน้ากากผีตาโขนทำจากอะไร?
ตอบ: ส่วนหัวทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียว ส่วนหน้าทำจากโคนก้านมะพร้าว จมูกทำจากไม้เนื้ออ่อน เขาทำจากปลีมะพร้าวแห้ง แล้วตกแต่งสีและเย็บผ้าคลุมให้เป็นชุดผีตาโขน
ถาม: เจ้าอาวาสวัดโพนชัยปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดโพนชัยคือพระสิริรัตนเมธี (บุญเพ็ง รตนเมธี ป.ธ.6)
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปพระธาตุศรีสองรัก วัดเนรมิตวิปัสสนา ภูพระ ภูอีเลิศ ภูลมโล หรือเที่ยวร้านอาหารและคาเฟ่ในตัวอำเภอด่านซ้ายได้สะดวก
โทร : 042891094
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




