หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.เมืองขอนแก่น >ต.ในเมือง > งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว
TL;DR: งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว อยู่ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เปิดวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม ของทุกปี เวลา จัดต่อเนื่อง 12 วัน 12 คืน.
งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว

วันเปิดทำการ: วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม ของทุกปี
เวลาเปิดทำการ: จัดต่อเนื่อง 12 วัน 12 คืน โดยกิจกรรมหลักและเวทีกลางจัดช่วงเย็นถึงกลางคืนตามกำหนดการประจำปี
งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งในงานประเพณีประจำปีที่สำคัญที่สุดของจังหวัดขอนแก่น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม ของทุกปี ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น งานนี้เป็นทั้งมหกรรมผ้าไหมมัดหมี่ขอนแก่น งานวัฒนธรรมอีสาน งานกาชาด งานแสดงสินค้าพื้นเมือง งานรวมของดีชุมชน และเวทีถ่ายทอดความหมายของประเพณีผูกเสี่ยวซึ่งเป็นประเพณีที่สะท้อนมิตรภาพ ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และการเกื้อกูลกันของผู้คนในสังคมอีสานอย่างลึกซึ้ง
งานเทศกาลไหมของจังหวัดขอนแก่นเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2522 และสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหม สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ยกระดับผ้าไหมมัดหมี่ขอนแก่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มทอผ้า ผู้ประกอบการ OTOP ช่างฝีมือ และประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันแสดงผลิตภัณฑ์ จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และนำเสนอศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดขอนแก่นต่อผู้มาเยือนจากทั่วประเทศ
ภายในงานไม่ได้มีเพียงการจำหน่ายผ้าไหมหรือสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวมพิธีกรรม การแสดง ศิลปะพื้นบ้าน ดนตรี หมอลำ อาหารอีสาน การออกร้านกาชาด การประกวด การแสดงขบวนแห่ และกิจกรรมฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ในงานเดียว ผู้ที่มาเที่ยวงานจึงได้เห็นภาพของขอนแก่นในหลายมิติ ทั้งเมืองไหม เมืองวัฒนธรรม เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเมืองศูนย์กลางของภาคอีสานที่ยังรักษารากเหง้าท้องถิ่นไว้อย่างชัดเจน
ประเพณีผูกเสี่ยวเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้งานเทศกาลไหมจังหวัดขอนแก่นมีความแตกต่างจากงานเทศกาลทั่วไป คำว่า “เสี่ยว” เป็นภาษาถิ่นอีสาน หมายถึง มิตรแท้ เพื่อนแท้ หรือเพื่อนตาย เป็นความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนความผูกพัน ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และความพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามจำเป็น การผูกเสี่ยวจึงไม่ใช่เพียงพิธีผูกข้อมือ แต่เป็นการประกาศความเป็นเพื่อนแท้ต่อหน้าผู้ใหญ่ แขกมงคล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชิญมาเป็นสักขีพยาน
วัตถุประสงค์ของประเพณีผูกเสี่ยวคือการส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นและคนในชาติรักใคร่กลมเกลียว สมัครสมานสามัคคี และช่วยเหลือกันด้วยความจริงใจ ประเพณีนี้มีความหมายมากในสังคมอีสาน เพราะอีสานเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับเครือญาติ เพื่อนบ้าน กลุ่มแรงงาน กลุ่มเกษตรกร และชุมชน การมี “เสี่ยว” จึงเป็นเหมือนการมีมิตรที่ไว้ใจได้ เป็นคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข และเป็นผู้ที่สามารถพึ่งพากันได้ตลอดชีวิต
ความสำคัญของงานเทศกาลไหมยังอยู่ที่การยกระดับผ้าไหมขอนแก่น โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของจังหวัดและภาคอีสาน ผ้าไหมมัดหมี่มีความละเอียดอ่อนตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอกเส้นไหม มัดหมี่ ย้อมสี กรอด้าย และทอเป็นผืนผ้า ลวดลายที่ปรากฏบนผ้าไหมแต่ละผืนไม่ใช่เพียงลวดลายตกแต่ง แต่เป็นความรู้ ความอดทน และฝีมือของช่างทอที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
ขอนแก่นมีชื่อเสียงด้านผ้าไหมมัดหมี่มานาน โดยเฉพาะอำเภอชนบทและพื้นที่ผลิตผ้าไหมหลายแห่งที่กลายเป็นแหล่งงานหัตถกรรมสำคัญของจังหวัด การจัดงานเทศกาลไหมประจำปีจึงเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตผ้าไหมและช่างทอได้พบผู้ซื้อโดยตรง ขณะเดียวกันผู้มาเที่ยวงานก็มีโอกาสเลือกชม เลือกซื้อ และเรียนรู้ความแตกต่างของผ้าไหมแต่ละแบบ ทั้งลวดลาย สี เทคนิคการย้อม และการนำผ้าไหมไปประยุกต์ใช้ในเครื่องแต่งกายร่วมสมัย
งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น จึงมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรม งานนี้ช่วยฟื้นฟูและส่งเสริมศิลปะการแสดงพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น พิธีกรรมอีสาน และภูมิปัญญาการทอผ้า ด้านเศรษฐกิจ งานนี้ช่วยสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ผลิตผ้าไหม ร้านค้า OTOP ผู้ประกอบการอาหาร โรงแรม ที่พัก ธุรกิจขนส่ง และผู้ให้บริการท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น
พิธีเปิดงานมักเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเทศกาล เพราะมีขบวนแห่ขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น ทั้งผ้าไหมมัดหมี่ ขบวนศิลปวัฒนธรรม ขบวนจากอำเภอต่าง ๆ การแสดงพื้นบ้าน ชุดแต่งกายผ้าไหม และองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นความภาคภูมิใจของคนขอนแก่น ขบวนแห่ไม่ใช่เพียงการแสดงความสวยงาม แต่เป็นการประกาศตัวตนของเมืองไหมและเมืองวัฒนธรรมอีสานต่อสาธารณะ
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ซึ่งมักจัดก่อนเข้าสู่วันเปิดงาน เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อที่ผูกพันกับเมืองขอนแก่น พิธีบวงสรวงและการรำบวงสรวงเป็นกิจกรรมที่รวมพลังของประชาชนจำนวนมาก สะท้อนความเป็นชุมชนเมืองที่ยังยึดโยงกับรากทางวัฒนธรรมและความศรัทธา แม้ขอนแก่นจะเป็นเมืองใหญ่และศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคอีสานก็ตาม
ภายในงานมีพื้นที่สำคัญหลายโซน โซนผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมและเลือกซื้อผ้าไหมจากกลุ่มผู้ผลิตหลากหลายพื้นที่ มีทั้งผ้าซิ่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ ผ้าตัดชุด เสื้อผ้าไหมสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่นำผ้าไหมมาประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน โซนนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อของฝากคุณภาพสูงหรือศึกษาความหลากหลายของผ้าไหมอีสาน
โซน OTOP และสินค้าชุมชนเป็นอีกพื้นที่ที่ได้รับความสนใจ เพราะรวมผลิตภัณฑ์จากชุมชนและอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง มีทั้งอาหารพื้นบ้าน เครื่องจักสาน ของใช้ ของตกแต่ง ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ผ้าทอ เครื่องประดับ และของที่ระลึก โซนนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า และทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นความหลากหลายของภูมิปัญญาชุมชน
โซนคุ้มวัฒนธรรมเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงงานเทศกาลไหมกับประเพณีผูกเสี่ยวอย่างเด่นชัด ภายในคุ้มวัฒนธรรมมีพิธีผูกเสี่ยว การประกวดพานบายศรี การแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน การสาธิตวิถีชีวิตพื้นบ้าน นิทรรศการ และกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความหมายของประเพณีอีสานมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยเห็นพิธีบายศรีสู่ขวัญหรือพิธีผูกเสี่ยวมาก่อน
โซนงานกาชาดจังหวัดขอนแก่นเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงความสนุกกับการทำบุญและการช่วยเหลือสังคม มีการออกร้านกาชาด การจำหน่ายสลากกาชาดสมนาคุณ กิจกรรมเพื่อการกุศล และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่าง ๆ รายได้จากกิจกรรมกาชาดถูกนำไปสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณประโยชน์ การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัย และกิจกรรมเพื่อสังคมของเหล่ากาชาดจังหวัด
เวทีกลางและมหรสพเป็นพื้นที่ที่สร้างสีสันให้กับงานในช่วงกลางคืน มีการแสดงหมอลำ ดนตรี ศิลปิน การแสดงศิลปวัฒนธรรม การประกวด การเดินแฟชั่นโชว์ผ้าไหม และกิจกรรมบันเทิงที่หมุนเวียนตลอดช่วงจัดงาน หมอลำถือเป็นศิลปะการแสดงที่ผูกพันกับอีสานอย่างลึกซึ้ง การมีหมอลำและเวทีการแสดงภายในงานจึงช่วยให้เทศกาลไหมมีชีวิตชีวาและเข้าถึงผู้ชมทุกวัย
พิธีผูกเสี่ยวมีอุปกรณ์สำคัญคือพานบายศรี ซึ่งอาจเป็นบายศรี 3 ชั้น 5 ชั้น หรือ 7 ชั้น ตามความเหมาะสม พร้อมเครื่องประกอบพิธีหลายอย่าง เช่น สุรา 1 ขวด ไข่ไก่ต้ม 1 ฟอง ข้าวต้มมัด 4 ห่อ กล้วยสุก 4 ผล ข้าวเหนียวนึ่ง 1 ปั้น ใบพืชมงคล เช่น ใบคูน ใบเงิน ใบทอง ใบยอ ดอกรัก และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือฝ้ายผูกแขน องค์ประกอบเหล่านี้มีความหมายเชิงมงคลและสะท้อนความเชื่อเรื่องขวัญ ความอุดมสมบูรณ์ ความรัก และความสัมพันธ์ที่ดี
ขั้นตอนของพิธีเริ่มจากการเชิญแขกมงคลมาร่วมพิธี คู่เสี่ยวนั่งล้อมพานบายศรี จากนั้นหมอพราหมณ์เริ่มพิธีด้วยการจุดเทียนที่พานบายศรี อัญเชิญเทวดาลงมาเป็นสักขีพยาน แล้วกล่าวถึงงานบายศรีสู่ขวัญในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานมงคลสมรส การมีบุตรใหม่ การขึ้นบ้านใหม่ การเลื่อนยศ การผูกเสี่ยว การบวชนาค และงานมงคลอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ร่วมพิธีตระหนักถึงความหมายของการเรียกขวัญและการให้พร
เมื่อถึงบทเชิญขวัญ หมอพราหมณ์จะกล่าวคำอัญเชิญขวัญตามโอกาส ผู้ร่วมพิธีจะตะโกนเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ความเชื่อเรื่องขวัญในวัฒนธรรมอีสานมีความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าขวัญสิงสถิตอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและจิตใจ หากขวัญอยู่กับตัว คนผู้นั้นจะมีกำลังกาย กำลังใจ ความมั่นคง และความพร้อมในการดำเนินชีวิต
หลังจากหมอพราหมณ์กล่าวคำเชิญขวัญแล้ว หมอพราหมณ์และแขกผู้ใหญ่จะนำด้ายมงคลหรือฝ้ายผูกข้อมือของคู่ขวัญ พร้อมให้ศีลให้พรให้รักใคร่สามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และรักษามิตรภาพอย่างจริงใจ ต่อจากนั้นคู่ขวัญจะผูกข้อมือซึ่งกันและกัน การผูกข้อมือซึ่งกันและกันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด เพราะเป็นสัญลักษณ์ว่าทั้งสองฝ่ายยอมรับกันเป็นเสี่ยว เป็นเพื่อนแท้ และเป็นมิตรที่พร้อมอยู่เคียงข้างกัน
การเรียกขวัญในพิธีผูกเสี่ยวยังเป็นการเตือนสติให้ผู้ร่วมพิธีรู้จักภาวะของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน การบวช การมีบุตร การเริ่มชีวิตใหม่ หรือการรับใครสักคนเป็นเสี่ยว พิธีนี้ทำให้ผู้ร่วมพิธีตระหนักว่าหลังจากผ่านพิธีแล้วตนควรปฏิบัติตนอย่างไรต่ออีกฝ่าย ต่อครอบครัว ต่อชุมชน และต่อสังคม ความหมายจึงลึกกว่าการผูกด้าย เพราะเป็นการสร้างพันธะทางใจที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
ภายในบริบทของงานเทศกาลไหมจังหวัดขอนแก่น ประเพณีผูกเสี่ยวช่วยสร้างภาพจำที่งดงามให้กับผู้มาเยือน เพราะเป็นพิธีที่แสดงให้เห็นความเป็นอีสานในเชิงจิตใจ ไม่ใช่เฉพาะเสื้อผ้า อาหาร หรือการแสดง ผู้ที่ได้ชมพิธีจะเข้าใจว่าคนในสังคมอีสานให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ ความจริงใจ และการพึ่งพาอาศัยกันมากเพียงใด สิ่งนี้ทำให้ประเพณีผูกเสี่ยวเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การสืบสาน
งานเทศกาลไหมยังเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการแต่งกายด้วยผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง ชาวขอนแก่นและผู้มาเที่ยวงานจำนวนมากนิยมแต่งชุดผ้าไหม ผ้าซิ่น ผ้าฝ้าย หรือชุดพื้นเมืองเข้าร่วมงาน โดยเฉพาะในวันเปิดงานและกิจกรรมสำคัญ การแต่งกายเช่นนี้ทำให้ทั้งเมืองมีบรรยากาศของความภาคภูมิใจในผ้าไทย และช่วยให้ผ้าไหมไม่ได้เป็นเพียงสินค้าที่วางจำหน่าย แต่เป็นวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตอยู่จริง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อผ้าไหม ควรเผื่อเวลาในการเดินชมหลายร้าน เพราะผ้าไหมแต่ละกลุ่มมีลักษณะต่างกัน ทั้งความหนาของเส้นไหม สี ลายมัดหมี่ การทอ และรูปแบบการตัดเย็บ หากต้องการผ้าไหมสำหรับตัดชุดควรสอบถามขนาดผืนผ้า วิธีดูแลรักษา และความเหมาะสมของเนื้อผ้า ส่วนผู้ที่ต้องการของฝากสามารถเลือกผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋า หรือของใช้ที่ประยุกต์จากผ้าไหมได้สะดวกกว่า
อาหารภายในงานเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของเทศกาล เพราะมีทั้งอาหารอีสาน อาหารพื้นบ้าน ของกินเล่น อาหารงานวัด ขนมท้องถิ่น เครื่องดื่ม และร้านค้าจำนวนมาก บรรยากาศการเดินกินเดินชมงานกลางคืนเป็นภาพที่คุ้นเคยของงานไหมขอนแก่น นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มรสอาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ ก้อย ข้าวเหนียว แจ่วฮ้อน แหนมเนือง และเมนูพื้นบ้านอื่น ๆ ได้ภายในบริเวณงานหรือร้านอาหารรอบเมือง
การเดินทางไปงานทำได้สะดวกเพราะจัดในเขตเมืองขอนแก่น บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถโดยสารในเมือง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้ หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวควรวางแผนเรื่องที่จอดรถล่วงหน้า เพราะช่วงเย็นและค่ำมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก การเลือกพักในโรงแรมย่านใจกลางเมืองจะช่วยให้เดินทางไปงานได้สะดวกขึ้น
การเดินทาง จากสนามบินขอนแก่นสามารถนั่งแท็กซี่หรือรถรับจ้างเข้าเมืองไปยังศาลากลางจังหวัดขอนแก่นได้ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีตามสภาพการจราจร หากเดินทางจากสถานีรถไฟขอนแก่นหรือสถานีขนส่งผู้โดยสาร สามารถใช้รถรับจ้างหรือรถโดยสารในเมืองต่อไปยังพื้นที่จัดงานได้สะดวก สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในตัวเมือง การเดินทางด้วยรถรับจ้างหรือบริการเรียกรถเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถในช่วงคนหนาแน่น
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวงานคือช่วงเย็นเป็นต้นไป เพราะอากาศสบายกว่าในช่วงกลางวัน ร้านค้าเริ่มคึกคัก เวทีกลางเริ่มมีการแสดง และแสงสีภายในงานช่วยให้บรรยากาศน่าเดินมากขึ้น หากต้องการชมสินค้า OTOP หรือเลือกซื้อผ้าไหมอย่างละเอียด ควรมาเร็วขึ้นเล็กน้อยเพื่อมีเวลาเดินดูร้านค้าโดยไม่เร่งรีบ ส่วนผู้ที่ต้องการชมมหรสพหรือหมอลำควรตรวจสอบกำหนดการประจำวันก่อนเดินทาง
ผู้ที่มาเที่ยวเป็นครอบครัวควรวางแผนจุดนัดพบไว้ล่วงหน้า เพราะพื้นที่งานมีขนาดใหญ่และผู้คนหนาแน่นในช่วงค่ำ ควรดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุเป็นพิเศษ เลือกรองเท้าที่เดินสบาย พกน้ำดื่ม และหลีกเลี่ยงการพกของมีค่าจำนวนมาก การเที่ยวงานกลางคืนในพื้นที่คนหนาแน่นควรระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ควรให้เวลาแก่โซนคุ้มวัฒนธรรมและพิธีผูกเสี่ยว เพราะเป็นพื้นที่ที่อธิบายความหมายของงานได้ดีที่สุด การชมพิธีบายศรีสู่ขวัญ การผูกข้อมือ การประกวดพานบายศรี และการแสดงพื้นบ้าน จะช่วยให้เข้าใจว่าผ้าไหมและประเพณีผูกเสี่ยวไม่ได้เป็นกิจกรรมแยกส่วน แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอีสานที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน และคนกับชุมชน
หากต้องการเที่ยวขอนแก่นควบคู่กับงานเทศกาลไหม สามารถจัดโปรแกรมในตัวเมืองได้อย่างสะดวก เช่น ช่วงกลางวันไปวัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร ศาลหลักเมืองขอนแก่น พิพิธภัณฑ์โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น บึงแก่นนคร หรือมหาวิทยาลัยขอนแก่น แล้วช่วงเย็นค่อยไปเดินงานไหมที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัด วิธีนี้ทำให้ได้ทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรมเมือง และบรรยากาศงานประจำปีในทริปเดียว
งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น จึงเป็นงานที่มีความหมายมากกว่างานประจำปี เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมเศรษฐกิจชุมชน วัฒนธรรมผ้าไหม พิธีกรรมอีสาน ความบันเทิง การกุศล และความภาคภูมิใจของคนขอนแก่นไว้ด้วยกัน ผู้ที่มาเที่ยวจะได้ทั้งของฝาก อาหาร ความรู้ ความสนุก และความเข้าใจในคำว่า “เสี่ยว” ซึ่งเป็นคำสั้น ๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งในชีวิตของผู้คนอีสาน
โดยสรุป งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น เป็นงานสำคัญที่ควรค่าแก่การเดินทางมาเยือนในช่วงปลายปี จัดขึ้นวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม ของทุกปี ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ภายในงานมีทั้งผ้าไหมมัดหมี่ สินค้า OTOP งานกาชาด คุ้มวัฒนธรรม พิธีผูกเสี่ยว ขบวนแห่ เวทีกลาง อาหารพื้นเมือง และมหรสพยามค่ำคืน เป็นเทศกาลที่สะท้อนอัตลักษณ์เมืองขอนแก่นและวัฒนธรรมอีสานได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ / ชื่องาน | งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น |
| ที่ตั้ง | สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น |
| ไฮไลต์ | ผ้าไหมมัดหมี่ขอนแก่น ประเพณีผูกเสี่ยว พิธีบายศรีสู่ขวัญ ขบวนแห่ งานกาชาด คุ้มวัฒนธรรม OTOP เวทีกลาง หมอลำ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มจัดตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เพื่อส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหม สนับสนุนผ้าไหมมัดหมี่ขอนแก่น และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น |
| ที่มาของชื่อ | เทศกาลไหมสื่อถึงผ้าไหมและหัตถกรรมไหมของจังหวัดขอนแก่น ส่วนคำว่า “เสี่ยว” เป็นภาษาถิ่นอีสาน หมายถึงมิตรแท้ เพื่อนแท้ หรือเพื่อนตาย |
| ลักษณะเด่น | เป็นงานประจำปีขนาดใหญ่ของจังหวัดขอนแก่นที่รวมผ้าไหม วัฒนธรรมอีสาน งานกาชาด สินค้าชุมชน การแสดงพื้นบ้าน และประเพณีผูกเสี่ยวไว้ในพื้นที่เดียว |
| การเดินทาง | พื้นที่จัดงานอยู่ในตัวเมืองขอนแก่น เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถรับจ้าง รถโดยสารในเมือง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน หากพักในตัวเมืองสามารถเดินทางไปงานได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม |
| วันเปิดทำการ | วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม ของทุกปี |
| เวลาเปิดทำการ | จัดต่อเนื่อง 12 วัน 12 คืน โดยกิจกรรมหลักและเวทีกลางจัดช่วงเย็นถึงกลางคืนตามกำหนดการประจำปี |
| ค่าเข้า | เข้าชมฟรี |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เวทีกลาง ร้านค้า ร้านอาหาร จุดจำหน่ายผ้าไหม สินค้า OTOP โซนงานกาชาด พื้นที่กิจกรรมวัฒนธรรม และระบบอำนวยความสะดวกตามการจัดงานประจำปี |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหม 2. โซน OTOP และสินค้าชุมชน 3. คุ้มวัฒนธรรมและพื้นที่พิธีผูกเสี่ยว 4. โซนงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น 5. เวทีกลางและมหรสพ 6. โซนอาหารและร้านค้าพื้นเมือง 7. พื้นที่ขบวนแห่และกิจกรรมพิธีเปิด 8. นิทรรศการหม่อนไหมและกิจกรรมส่งเสริมผ้าไหมมัดหมี่ |
| ประเพณีผูกเสี่ยว | เป็นพิธีผูกมิตรภาพแบบอีสาน โดยมีพานบายศรี ฝ้ายผูกแขน และพิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นองค์ประกอบสำคัญ คู่เสี่ยวนั่งล้อมพานบายศรี หมอพราหมณ์เชิญขวัญ อวยพร แล้วคู่เสี่ยวผูกข้อมือให้กัน เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมิตรแท้ ความซื่อสัตย์ และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน |
| ผู้ดูแล / ผู้จัดงาน | จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน หน่วยงานด้านวัฒนธรรม หน่วยงานด้านพัฒนาชุมชน และเครือข่ายผู้ประกอบการผ้าไหม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลหลักเมืองขอนแก่น ประมาณ 1 กม. 2. เซ็นทรัล ขอนแก่น ประมาณ 2 กม. 3. บึงแก่นนคร ประมาณ 3 กม. 4. โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น ประมาณ 4 กม. 5. วัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร ประมาณ 5 กม. 6. ตลาดต้นตาล ประมาณ 6 กม. 7. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประมาณ 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ไก่ย่างระเบียบ เขาสวนกวาง สาขาในเมือง ประมาณ 1 กม. โทร. 043-243-413, 081-662-3851 2. ชาม Charm Kitchen ถนนศรีจันทร์ ประมาณ 2 กม. โทร. 064-858-9988 3. PLEASE.KKC ถนนศรีจันทร์ ประมาณ 2 กม. โทร. 099-246-6196 4. ครัวสุพรรณิการ์ บาย คุณยาย ประมาณ 3 กม. 5. แซบนัวครัวอีสาน ประมาณ 5 กม. โทร. 085-003-3445 6. ร้านอาหารย่านบึงแก่นนคร ประมาณ 3 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น ประมาณ 1 กม. โทร. 043-320-320 2. โรงแรมกลาเซียร์ ขอนแก่น ประมาณ 2 กม. โทร. 043-334-999, 061-176-4499 3. โรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น ประมาณ 2 กม. 4. Pullman Khon Kaen Raja Orchid Hotel ประมาณ 2 กม. 5. Avani Khon Kaen Hotel & Convention Center ประมาณ 3 กม. 6. HOP INN Khon Kaen ประมาณ 3 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น จัดเมื่อไหร่?
ตอบ: จัดระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม ของทุกปี รวมระยะเวลา 12 วัน 12 คืน
ถาม: งานเทศกาลไหมขอนแก่นจัดที่ไหน?
ตอบ: จัดที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมงานหรือไม่?
ตอบ: เข้าชมฟรี โดยค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับการซื้อสินค้า อาหาร ผ้าไหม หรือการร่วมกิจกรรมบางประเภทภายในงาน
ถาม: ประเพณีผูกเสี่ยวหมายถึงอะไร?
ตอบ: ประเพณีผูกเสี่ยวคือพิธีผูกมิตรภาพแบบอีสาน คำว่า “เสี่ยว” หมายถึงมิตรแท้ เพื่อนแท้ หรือเพื่อนตาย เป็นความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
ถาม: พิธีผูกเสี่ยวใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง?
ตอบ: อุปกรณ์สำคัญคือพานบายศรี ฝ้ายผูกแขน สุรา ไข่ไก่ต้ม ข้าวต้มมัด กล้วยสุก ข้าวเหนียวนึ่ง ใบไม้มงคล และดอกรัก โดยใช้ประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญและผูกข้อมือคู่เสี่ยว
ถาม: ภายในงานมีโซนอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีโซนผ้าไหม โซน OTOP คุ้มวัฒนธรรม โซนงานกาชาด เวทีกลาง มหรสพ โซนอาหาร ขบวนแห่ นิทรรศการหม่อนไหม และกิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอีสาน
ถาม: ควรไปเที่ยวงานช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเย็นถึงกลางคืนเหมาะที่สุด เพราะอากาศสบาย ร้านค้าเปิดคึกคัก เวทีกลางมีการแสดง และบรรยากาศงานมีสีสันมากกว่าช่วงกลางวัน
ถาม: เที่ยวงานไหมขอนแก่นแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่ศาลหลักเมืองขอนแก่น เซ็นทรัล ขอนแก่น บึงแก่นนคร โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น วัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร ตลาดต้นตาล และมหาวิทยาลัยขอนแก่น
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



