หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.ภูเวียง >ต.ในเมือง > หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์
TL;DR: หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ อยู่ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ ขอนแก่น ภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียง เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวไดโนเสาร์ไทยที่ทำให้จังหวัดขอนแก่นกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนักธรณีวิทยา นักบรรพชีวินวิทยา นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่สนใจโลกดึกดำบรรพ์ พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น โดยเป็นบริเวณที่มีการขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์จำนวนมาก และเป็นแหล่งที่พบซากกระดูกไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย เมื่อเดินทางเข้าสู่อุทยาน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งภูมิประเทศแบบเทือกเขาหินตะกอน เส้นทางธรรมชาติ หลุมขุดค้นที่มีอาคารคลุมเพื่อการอนุรักษ์ ป้ายความรู้ และบรรยากาศของพื้นที่จริงที่ซากดึกดำบรรพ์อายุราว 130 ล้านปีเคยถูกค้นพบ
ความสำคัญของหลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ภูเวียงไม่ได้อยู่เพียงการเป็นจุดชมโครงกระดูกหรือรอยหลุมขุดเท่านั้น แต่เป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่แผนที่การศึกษาบรรพชีวินวิทยาระดับนานาชาติ เพราะก่อนการค้นพบที่ภูเวียง ประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะแหล่งไดโนเสาร์ เมื่อมีการพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกในพื้นที่ภูเวียงเมื่อปี 2519 การสำรวจและขุดค้นต่อเนื่องจึงเปิดประตูสู่การค้นพบไดโนเสาร์หลายชนิด ทั้งไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ไดโนเสาร์กินปลา และไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวิวัฒนาการของกลุ่มไทรันโนซอร์ หลุมขุดค้นเหล่านี้จึงเป็นเหมือนหน้าหนึ่งของหนังสือประวัติศาสตร์โลกที่ยังคงเปิดให้อ่านได้ในพื้นที่จริง
อุทยานแห่งชาติภูเวียงมีลักษณะภูมิประเทศโดดเด่นคล้ายแอ่งกระทะ มีสันเขาล้อมรอบพื้นที่ราบภายใน ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่เหมาะต่อการสะสมตัวของตะกอนในอดีตทางธรณีวิทยา ชั้นหินในพื้นที่ภูเวียงอยู่ในกลุ่มหินโคราชและมีหมวดหินสำคัญหลายชุด เช่น หมวดหินภูกระดึง หมวดหินพระวิหาร หมวดหินเสาขัว หมวดหินภูพาน และหมวดหินโคกกรวด ชั้นหินเหล่านี้บันทึกสภาพแวดล้อมโบราณในมหายุคมีโซโซอิก ซึ่งเป็นยุคที่ไดโนเสาร์ครองโลก โดยเฉพาะหมวดหินเสาขัวที่เป็นชั้นหินสำคัญของการพบกระดูกไดโนเสาร์หลายหลุมในอุทยานแห่งชาติภูเวียง
เรื่องราวการค้นพบเริ่มต้นจากการสำรวจแร่ยูเรเนียมในพื้นที่ภูเวียง เมื่อปี 2519 โดยนักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณีพบกระดูกขนาดใหญ่บริเวณห้วยประตูตีหมาในหมวดหินเสาขัว ต่อมาผู้เชี่ยวชาญพบว่ากระดูกชิ้นดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับกระดูกของไดโนเสาร์ซอโรพอดหรือไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ การค้นพบนี้มีความหมายมาก เพราะเป็นหลักฐานแรกที่นำไปสู่การสำรวจไดโนเสาร์ในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ จากการพบกระดูกเพียงชิ้นเดียว ภูเวียงจึงค่อย ๆ กลายเป็นแหล่งวิจัยสำคัญที่นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลจำนวนมากและการตั้งชื่อไดโนเสาร์ไทยหลายชนิดในเวลาต่อมา
หลังการค้นพบครั้งแรก การสำรวจอย่างจริงจังเริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 2520 โดยคณะสำรวจไทยและฝรั่งเศสเข้าพื้นที่เพื่อศึกษาฟอสซิลไดโนเสาร์ในบริเวณภูประตูตีหมา ห้วยประตูตีหมา และบริเวณใกล้เคียง การสำรวจพบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่หลายชิ้น รวมถึงฟันจระเข้ กระดองเต่า ฟันปลา เกล็ดปลาโบราณ และฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์อื่น ๆ ภาพรวมของหลักฐานเหล่านี้ช่วยสะท้อนว่าภูเวียงในอดีตไม่ใช่พื้นที่แห้งแล้งอย่างที่บางคนจินตนาการเมื่อพูดถึงไดโนเสาร์ แต่เป็นภูมิประเทศที่มีระบบลำน้ำ ทะเลสาบ พื้นที่ชุ่มน้ำ และสิ่งมีชีวิตหลากหลายอาศัยร่วมกันในยุคครีเทเชียสตอนต้น
พื้นที่หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ในอุทยานแห่งชาติภูเวียงมีทั้งหมด 9 หลุม โดยเรียงรายอยู่ภายในพื้นที่คุ้มครองของอุทยาน แต่หลุมที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้อย่างชัดเจนมี 4 หลุม ได้แก่ หลุมขุดค้นที่ 1 หลุมขุดค้นที่ 2 หลุมขุดค้นที่ 3 และหลุมขุดค้นที่ 9 ทั้ง 4 หลุมเชื่อมโยงกันด้วยเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและซากดึกดำบรรพ์ ระยะทางรวมประมาณ 6 กิโลเมตร เส้นทางนี้ทำให้นักท่องเที่ยวได้เดินผ่านป่า ภูมิประเทศหินทราย เนินเขา และอาคารคลุมหลุมขุดค้นที่แสดงตำแหน่งซากฟอสซิลหรือแบบจำลองประกอบคำอธิบายอย่างเป็นระบบ
หลุมขุดค้นที่ 1 หรือบริเวณประตูตีหมา ถือเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์ไดโนเสาร์ไทย เพราะเป็นบริเวณที่พบกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอดจำนวนมาก และนำไปสู่การศึกษาจนยืนยันไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่ของโลก คือ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ หรือ Phuwiangosaurus sirindhornae ไดโนเสาร์ชนิดนี้เป็นซอโรพอดคอยาว หางยาว เดินสี่ขา กินพืชเป็นอาหาร และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการค้นพบไดโนเสาร์ในจังหวัดขอนแก่น ชื่อชนิด “สิรินธรเน่” ได้รับการตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
หลุมขุดค้นที่ 1 ยังพบฟันไดโนเสาร์กินปลา Siamosaurus suteethorni ซึ่งมีลักษณะฟันเป็นรูปทรงกรวย คล้ายฟันจระเข้ มีแนวร่องและสันตามแนวฟัน จึงสันนิษฐานว่าเป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดที่ปรับตัวเข้ากับการกินปลาและอาศัยใกล้แหล่งน้ำ ชื่อชนิด “สุธีธรณี” ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้มีบทบาทสำคัญในการสำรวจและศึกษาฟอสซิลไดโนเสาร์ไทย การค้นพบสยามโมซอรัสทำให้ภูเวียงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งไดโนเสาร์กินพืช แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความหลากหลายของสัตว์ผู้ล่าและระบบนิเวศโบราณริมแหล่งน้ำในยุคครีเทเชียสตอนต้น
หลุมขุดค้นที่ 2 หรือบริเวณถ้ำเจีย เป็นจุดที่พบกระดูกคอของไดโนเสาร์ซอโรพอดหลายชิ้นในปี 2530 และเป็นอีกจุดสำคัญในการศึกษาภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ ลักษณะกระดูกคอยาวและโครงสร้างกระดูกของซอโรพอดช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยาเข้าใจรูปร่าง การเคลื่อนไหว และขนาดของไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มนี้มากขึ้น หลุมนี้ยังมีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์การเสด็จเยือนและการส่งเสริมการศึกษาซากดึกดำบรรพ์ เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจทั้งจากนักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และสาธารณชนในช่วงการพัฒนางานไดโนเสาร์ภูเวียง
หลุมขุดค้นที่ 3 หรือบริเวณห้วยประตูตีหมา เป็นหลุมที่มีบทบาทสำคัญทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพราะเป็นจุดที่พบฟอสซิลไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ฝังอยู่ในชั้นหินทราย และเป็นพื้นที่ที่มีการกลับมาขุดค้นอีกครั้งในรอบหลายสิบปี การกลับมาศึกษาหลุมนี้ทำให้นักวิชาการพบว่าข้อมูลเดิมบางส่วนยังต้องตีความใหม่ ฟอสซิลบางชิ้นที่เคยเข้าใจกันว่าเป็นของไดโนเสาร์กลุ่มหนึ่ง อาจนำไปสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับความหลากหลายของไดโนเสาร์กินพืชในภูเวียง หลุมที่ 3 จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าฟอสซิลไม่ได้บอกคำตอบทั้งหมดในทันที แต่ต้องอาศัยเวลาศึกษา เปรียบเทียบ และตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
หลุมขุดค้นที่ 9 หรือบริเวณหินลาดยาว เป็นแหล่งสำคัญของการค้นพบ Siamotyrannus isanensis หรือไทรันสยาม ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 130 ล้านปีก่อน การพบกระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง และส่วนหางที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ทำให้นักวิชาการสามารถศึกษาความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของไดโนเสาร์กลุ่มไทรันโนซอร์ได้อย่างน่าสนใจ ไทรันสยามมีความสำคัญเพราะเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ช่วยสนับสนุนความคิดว่าไทรันโนซอร์อาจมีต้นกำเนิดและเริ่มวิวัฒนาการในเอเชียก่อนแพร่กระจายไปยังภูมิภาคอื่นในเวลาต่อมา
นอกจากไดโนเสาร์ 3 ชนิดที่เป็นที่รู้จักมาก ได้แก่ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ สยามโมซอรัส สุธีธรณี และไทรันสยาม อิสานเอนซิส พื้นที่ภูเวียงยังเกี่ยวข้องกับฟอสซิลไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์อื่น ๆ อีกหลายกลุ่ม เช่น ไดโนเสาร์ขนาดเล็กคล้ายคอมพ์ซอกนาธัส ไดโนเสาร์รูปร่างคล้ายนกกระจอกเทศในกลุ่มออร์นิโธมิโมซอร์ ฟันจระเข้ กระดองเต่า ปลาโบราณ และร่องรอยเท้าไดโนเสาร์ หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้ภาพของภูเวียงในอดีตมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะระบบนิเวศโบราณไม่ได้มีเพียงไดโนเสาร์ตัวใหญ่ แต่ประกอบด้วยสัตว์หลากหลายชนิดที่อยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ภูเวียงแตกต่างจากการชมโครงกระดูกในพิพิธภัณฑ์ คือผู้มาเยือนจะได้เห็นพื้นที่ต้นทางของฟอสซิล ได้เข้าใจว่ากระดูกไดโนเสาร์ไม่ได้ถูกพบในสภาพสมบูรณ์ตั้งเด่นอยู่บนพื้น แต่ถูกฝังอยู่ในชั้นหิน ต้องอาศัยการสำรวจ การสังเกตสีและผิวของหิน การเปิดหน้าหลุม การทำแผนที่กระดูก การถ่ายภาพ การป้องกันความเสียหาย การหุ้มฟอสซิล และการนำชิ้นส่วนไปทำความสะอาดในห้องปฏิบัติการ ขั้นตอนเหล่านี้ทำให้การค้นพบไดโนเสาร์เป็นงานวิทยาศาสตร์ที่ละเอียดและใช้เวลานานมากกว่าการขุดพบแล้วตั้งชื่อได้ทันที
การเดินชมหลุมขุดค้นจึงควรเริ่มจากความเข้าใจว่าฟอสซิลทุกชิ้นมีความหมาย แม้จะเป็นเพียงกระดูกชิ้นเล็ก ฟันหนึ่งซี่ หรือเศษกระดูกที่ยังไม่ทราบชนิด เพราะชิ้นส่วนเหล่านี้อาจเป็นหลักฐานเชื่อมต่อไปสู่คำตอบใหม่เกี่ยวกับชนิดของไดโนเสาร์ พฤติกรรมการกิน การอยู่รวมกันเป็นฝูง การตาย การถูกพัดพาโดยน้ำ หรือการถูกฝังกลบในสภาพแวดล้อมโบราณ การได้เดินบนเส้นทางที่เชื่อมหลุมขุดค้นแต่ละจุดจึงเปรียบเหมือนการเดินผ่านห้องเรียนกลางแจ้งที่เล่าเรื่องโลกเมื่อ 130 ล้านปีก่อนอย่างมีชีวิต
ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ในกลุ่มซอโรพอด มีคอยาว หางยาว เดินสี่ขา และมีขนาดใหญ่เมื่อโตเต็มวัย การพบกระดูกของไดโนเสาร์วัยเยาว์ร่วมกับกระดูกของตัวเต็มวัยช่วยให้สันนิษฐานได้ว่าไดโนเสาร์กลุ่มนี้อาจอยู่รวมกันเป็นฝูง หรืออย่างน้อยพื้นที่ภูเวียงเคยเป็นสภาพแวดล้อมที่รองรับประชากรไดโนเสาร์กินพืชหลายช่วงวัยได้ ไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่เหล่านี้น่าจะอาศัยพื้นที่ที่มีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์และมีแหล่งน้ำเพียงพอ ภาพของภูเวียงในอดีตจึงน่าจะเป็นพื้นที่ที่มีลำน้ำ ที่ราบน้ำท่วมถึง และพืชพรรณหลากหลาย มากกว่าภูเขาแห้งแล้งอย่างที่เห็นในบางฤดูกาลปัจจุบัน
สยามโมซอรัส สุธีธรณี เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีลักษณะเด่นจากฟันทรงกรวยคล้ายจระเข้ การตีความว่ามีปากคล้ายสัตว์เลื้อยคลานกินปลาและอาศัยใกล้แหล่งน้ำทำให้ไดโนเสาร์ชนิดนี้ช่วยเติมภาพระบบนิเวศภูเวียงให้สมบูรณ์ขึ้น เพราะในพื้นที่เดียวกันมีทั้งไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ สัตว์น้ำ จระเข้ ปลาโบราณ และผู้ล่าที่น่าจะปรับตัวเข้ากับการหาอาหารริมแหล่งน้ำ การพบสยามโมซอรัสจึงทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าไดโนเสาร์ไม่ใช่สัตว์แบบเดียวกันทั้งหมด แต่มีความหลากหลายทั้งรูปร่าง อาหาร ที่อยู่อาศัย และบทบาทในระบบนิเวศ
ไทรันสยาม อิสานเอนซิส เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่ช่วยทำให้ภูเวียงมีความสำคัญในระดับโลกมากขึ้น เพราะเป็นหลักฐานของไดโนเสาร์เทอโรพอดกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสายวิวัฒนาการของไทรันโนซอร์ในช่วงต้นยุคครีเทเชียส แม้จะไม่ใช่ Tyrannosaurus rex แบบที่คนทั่วไปคุ้นเคยจากภาพยนตร์ แต่ไทรันสยามมีคุณค่ามากในเชิงวิทยาศาสตร์ เพราะมีอายุเก่าแก่กว่าและช่วยอธิบายพัฒนาการระยะแรกของกลุ่มไทรันโนซอร์ได้ดี การพบในพื้นที่ภูเวียงจึงทำให้จังหวัดขอนแก่นไม่ได้มีความหมายเฉพาะระดับท้องถิ่น แต่มีบทบาทในฐานะแหล่งข้อมูลสำคัญของประวัติศาสตร์ชีวิตบนโลก
เส้นทางเดินชมหลุมขุดค้นในอุทยานแห่งชาติภูเวียงควรเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีระยะทางรวมหลายกิโลเมตรและมีช่วงขึ้นลงเนิน นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินป่าเบา ๆ เตรียมน้ำดื่ม หมวก ยากันยุง และควรเริ่มเดินในช่วงเช้าหรือช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด หากเดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรประเมินเวลาและกำลังเดินให้เหมาะสม หลุมขุดค้นบางแห่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าอีกบางแห่ง การสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนเดินทางจึงช่วยให้วางแผนได้ดีขึ้น
อุทยานแห่งชาติภูเวียงไม่ได้มีเพียงหลุมขุดค้นไดโนเสาร์เท่านั้น แต่ยังมีจุดท่องเที่ยวธรรมชาติที่น่าสนใจ เช่น ผาชมตะวัน ลานกางเต็นท์ตาดฟ้า ถ้ำสุริยันจันทรา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผากาลเวลา และพื้นที่ป่าที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เสน่ห์ของการเที่ยวภูเวียงคือการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์กับธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องโลกดึกดำบรรพ์จากหลุมขุดค้น แล้วเดินทางต่อไปชมทิวทัศน์ปัจจุบันของอุทยาน ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศจากอดีตถึงปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรม
ก่อนหรือหลังการเดินชมหลุมขุดค้น ควรแวะศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ซึ่งตั้งอยู่ก่อนถึงอุทยานประมาณ 3 กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการค้นพบไดโนเสาร์ในภูเวียงและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเรื่องกำเนิดโลก ธรณีวิทยา วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต และฟอสซิลสำคัญของจังหวัดขอนแก่น ภายในแบ่งเป็นหลายโซน เช่น โซนกำเนิดจักรวาลและวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต โซนไดโนเสาร์ในเทือกเขาภูเวียง โซนห้องปฏิบัติการซากดึกดำบรรพ์ โซนสวนไดโนเสาร์ และโซนหินแร่กับห้องเทิดพระเกียรติ การชมพิพิธภัณฑ์ก่อนขึ้นอุทยานจะช่วยให้เข้าใจหลุมขุดค้นจริงได้ง่ายขึ้นมาก
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์เชื่อมโยงความรู้จากภาคสนามสู่สาธารณะ เพราะฟอสซิลจำนวนมากไม่สามารถปล่อยให้สัมผัสหรือจัดแสดงกลางแจ้งได้ทั้งหมด การจัดแสดงแบบจำลอง ซากดึกดำบรรพ์ ตัวอย่างหิน แผนที่ธรณีวิทยา ภาพหลุมขุดค้น และห้องปฏิบัติการจึงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจขั้นตอนการวิจัยมากขึ้น เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ว่าฟอสซิลเกิดขึ้นอย่างไร นักวิทยาศาสตร์อ่านชั้นหินอย่างไร และการตั้งชื่อไดโนเสาร์แต่ละชนิดต้องอาศัยหลักฐานอะไรบ้าง
การกลับมาขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียงอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่นี้กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมไทยอีกครั้ง เพราะหลังจากการศึกษาครั้งสำคัญในอดีต นักบรรพชีวินวิทยายังพบว่าฟอสซิลบางส่วนยังมีคำถามที่รอคำตอบ หลุมขุดค้นบางจุดยังอาจมีหลักฐานใหม่ และการใช้เทคนิควิจัยสมัยใหม่ เช่น การทำแผนที่สามมิติ การวิเคราะห์ชั้นหินละเอียดขึ้น และการเปรียบเทียบกับฟอสซิลจากแหล่งอื่น อาจทำให้ข้อมูลเก่าถูกตีความใหม่ได้ ภูเวียงจึงไม่ใช่เพียงอดีตที่ค้นพบแล้วจบ แต่เป็นห้องทดลองธรรมชาติที่ยังมีชีวิตทางวิชาการต่อไป
การท่องเที่ยวหลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ควรทำด้วยความระมัดระวังและเคารพกฎอุทยาน ไม่ควรแตะต้อง เคาะ ขูด หรือพยายามหยิบเศษหินและวัตถุใด ๆ ออกจากพื้นที่ เพราะชิ้นส่วนเล็ก ๆ อาจเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ไม่ควรออกนอกเส้นทาง ไม่ควรปีนป่ายอาคารคลุมหลุมขุดค้นหรือแนวหิน ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า และควรนำขยะกลับออกจากพื้นที่ทุกครั้ง หลุมขุดค้นเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และแหล่งวิจัย จึงต้องอาศัยความร่วมมือของผู้มาเยือนในการรักษาให้คงอยู่
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว หลุมขุดค้นภูเวียงเป็นจุดหมายที่ดีมาก เพราะช่วยให้เด็กเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงจากหนังสือหรือหน้าจอ เด็กจะได้เห็นว่าฟอสซิลอยู่ในหินอย่างไร ทำไมกระดูกจึงกลายเป็นหิน ทำไมต้องมีอาคารคลุมหลุมขุดค้น ทำไมต้องใช้เวลาหลายปีในการศึกษาฟอสซิลหนึ่งชิ้น และทำไมไดโนเสาร์ที่ค้นพบในไทยจึงมีชื่อเฉพาะ การเรียนรู้นอกห้องเรียนแบบนี้ช่วยสร้างความสนใจด้านธรณีวิทยา ชีววิทยา ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ และการอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมกัน
การเดินทาง จากตัวเมืองขอนแก่นไปหลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ในอุทยานแห่งชาติภูเวียง สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าไปทางอำเภอชุมแพ เมื่อเลยอำเภอหนองเรือเล็กน้อยให้แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2038 ไปทางอำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่า จากนั้นขับต่อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง ระยะทางจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 87 กิโลเมตร หากเริ่มจากอำเภอชุมแพให้ใช้เส้นทางมุ่งหน้ากลับไปทางขอนแก่นแล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2038 เช่นเดียวกัน เมื่อผ่านอำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่าแล้วให้ขับตรงไปตามเส้นทางสู่อุทยาน ไม่แยกไปทางศรีบุญเรือง
ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงก่อนเข้าพื้นที่อุทยาน จากนั้นจึงขึ้นไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและจุดเริ่มต้นเส้นทางหลุมขุดค้นได้ตามเวลาที่เหมาะสม หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางไปยังอำเภอภูเวียงหรืออำเภอเวียงเก่าแล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่น แต่ควรตกลงเวลาไป-กลับล่วงหน้า เนื่องจากพื้นที่อุทยานอยู่ห่างจากชุมชนและรถสาธารณะอาจไม่ได้ผ่านตลอดเวลา
การวางแผนเที่ยวแบบหนึ่งวันสามารถเริ่มจากตัวเมืองขอนแก่นในช่วงเช้า แวะพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเพื่อทำความเข้าใจภาพรวม จากนั้นเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูเวียง ชมศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและเลือกเดินเส้นทางหลุมขุดค้นตามกำลัง หากมีเวลามากขึ้นสามารถแวะผาชมตะวันหรือจุดชมวิวในอุทยาน ก่อนกลับลงมาพักหรือรับประทานอาหารในอำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่า ส่วนผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางครบหลายหลุมอย่างละเอียดควรพักค้างคืนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ต้องเร่งเดินและมีเวลาเรียนรู้แต่ละจุดมากขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวคือฤดูหนาวและช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะอากาศเดินสบายและป่าในอุทยานยังมีความเขียวสด ช่วงฤดูร้อนสามารถเที่ยวได้เช่นกันแต่ควรเริ่มเดินช่วงเช้าและเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ ส่วนฤดูฝนควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง เนื่องจากบางช่วงอาจลื่นหรือมีฝนตกในพื้นที่ภูเขา การเดินชมหลุมขุดค้นควรใช้เวลาอย่างน้อย 2–4 ชั่วโมง หากต้องการชมพิพิธภัณฑ์ร่วมด้วยควรเผื่อเวลาอีก 1–2 ชั่วโมง
ผู้ดูแลหลักของพื้นที่หลุมขุดค้นคืออุทยานแห่งชาติภูเวียง สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนองค์ความรู้ด้านฟอสซิลและพิพิธภัณฑ์เกี่ยวข้องกับกรมทรัพยากรธรณีและศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานอนุรักษ์ธรรมชาติ หน่วยงานธรณีวิทยา นักวิชาการ และชุมชนท้องถิ่นทำให้ภูเวียงเป็นทั้งอุทยานแห่งชาติ แหล่งวิจัย และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบได้ง่ายในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ภูเวียงจึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนรักไดโนเสาร์ แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงอดีตของโลกกับปัจจุบันของขอนแก่นอย่างทรงพลัง ซากกระดูกที่ฝังอยู่ในชั้นหินเมื่อ 130 ล้านปีก่อนทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิต โลก ภูเขา แม่น้ำ และทวีปต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเดินบนเส้นทางหลุมขุดค้นจึงเป็นการเดินย้อนเวลาไปสู่ยุคที่มนุษย์ยังไม่ปรากฏ และเป็นการกลับมามองธรรมชาติปัจจุบันด้วยความเคารพมากขึ้น เพราะทุกชั้นหิน ทุกซากฟอสซิล และทุกภูมิประเทศล้วนเป็นหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงอันยาวนานของโลก
โดยสรุป หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ในอุทยานแห่งชาติภูเวียง คือจุดหมายที่ควรค่าแก่การเดินทางสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ธรรมชาติของประเทศไทย เป็นแหล่งพบซากกระดูกไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย มีหลุมขุดค้นทั้งหมด 9 หลุม และมีหลุมสำคัญที่เปิดให้เข้าชม ได้แก่ หลุม 1, 2, 3 และ 9 พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งค้นพบไดโนเสาร์สำคัญระดับโลก เช่น ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ สยามโมซอรัส สุธีธรณี และไทรันสยาม อิสานเอนซิส อายุราว 130 ล้านปี เมื่อเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง นักท่องเที่ยวจะได้เข้าใจทั้งการค้นพบ การขุดค้น การวิจัย และความสำคัญของภูเวียงในฐานะดินแดนไดโนเสาร์ของประเทศไทยอย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ อุทยานแห่งชาติภูเวียง |
| ที่ตั้ง | อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น |
| ที่อยู่ | อุทยานแห่งชาติภูเวียง ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น 40150 |
| พิกัดอ้างอิงอุทยาน | ประมาณ 16.67833, 102.35361 |
| ไฮไลต์ | แหล่งพบซากกระดูกไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย มีหลุมขุดค้นทั้งหมด 9 หลุม และมีหลุมสำคัญที่เปิดให้เข้าชม ได้แก่ หลุม 1, 2, 3 และ 9 |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ในชั้นหินยุคครีเทเชียสตอนต้น อายุราว 130 ล้านปี โดยพบซากกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของไทยที่ภูเวียงเมื่อปี 2519 |
| ลักษณะเด่น | เส้นทางหลุมขุดค้นอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มีอาคารคลุมหลุมขุดค้น ป้ายอธิบาย เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และภูมิประเทศแบบแอ่งภูเขาหินตะกอน |
| หลักฐานสำคัญ | ซากกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอด ฟันไดโนเสาร์กินปลา ฟอสซิลไดโนเสาร์กินเนื้อ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง กระดูกหาง ฟันจระเข้ กระดองเต่า ฟันและเกล็ดปลาโบราณ |
| ไดโนเสาร์สำคัญที่พบ | 1. ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ (Phuwiangosaurus sirindhornae) 2. สยามโมซอรัส สุธีธรณี (Siamosaurus suteethorni) 3. ไทรันสยาม อิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis) 4. ไดโนเสาร์ขนาดเล็กคล้ายคอมพ์ซอกนาธัส 5. ไดโนเสาร์รูปร่างคล้ายนกกระจอกเทศในกลุ่มออร์นิโธมิโมซอร์ |
| หลุมขุดค้นที่เปิดให้ชม | หลุมขุดค้นที่ 1 ประตูตีหมา หลุมขุดค้นที่ 2 ถ้ำเจีย หลุมขุดค้นที่ 3 ห้วยประตูตีหมา หลุมขุดค้นที่ 9 หินลาดยาว |
| เส้นทางเดินชม | เส้นทางเชื่อมหลุมขุดค้นที่เปิดเข้าชมมีระยะทางรวมประมาณ 6 กม. ควรเตรียมรองเท้าเดินป่า น้ำดื่ม หมวก และเริ่มเดินในช่วงอากาศไม่ร้อนจัด |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าไปอำเภอชุมแพ แล้วแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2038 ไปทางอำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่า ก่อนต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูเวียง ระยะทางประมาณ 87 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์และเส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชมอุทยาน | ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อาคารคลุมหลุมขุดค้น ป้ายข้อมูล เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ จุดจอดรถ ร้านค้าสวัสดิการ บ้านพักอุทยาน ลานกางเต็นท์ และพื้นที่พักผ่อนภายในอุทยาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียง 2. หลุมขุดค้นที่ 1 ประตูตีหมา 3. หลุมขุดค้นที่ 2 ถ้ำเจีย 4. หลุมขุดค้นที่ 3 ห้วยประตูตีหมา 5. หลุมขุดค้นที่ 9 หินลาดยาว 6. ผากาลเวลา 7. ผาชมตะวัน 8. ลานกางเต็นท์ตาดฟ้า 9. ถ้ำสุริยันจันทรา 10. ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงก่อนถึงอุทยานประมาณ 3 กม. |
| ผู้ดูแล | อุทยานแห่งชาติภูเวียง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับหน่วยงานด้านซากดึกดำบรรพ์และธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้อง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียง โทร. 043-438-333 อุทยานแห่งชาติภูเวียง โทร. 085-852-1771 ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง โทร. 043-438-204, 043-438-206 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ประมาณ 3 กม. 2. ผาชมตะวัน อุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 4 กม. 3. ลานกางเต็นท์ตาดฟ้า อุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 6 กม. 4. ถ้ำสุริยันจันทรา อุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 8 กม. 5. วัดถ้ำผาเกิ้ง อำเภอเวียงเก่า ประมาณ 18 กม. 6. อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ประมาณ 70 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เคียงนาคาเฟ่ ประมาณ 4 กม. โทร. 089-621-6294 2. ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแม่บุญล้วน & กาแฟสด ภูเวียง ประมาณ 11 กม. โทร. 083-668-8716 3. Jungle Cafe สาขาภูเวียง ขอนแก่น ประมาณ 12 กม. โทร. 062-897-4141 4. เจ้นงค์ตำมั่ว ภูเวียง ประมาณ 13 กม. โทร. 061-117-4421 5. มาเด้อ ภูเวียง ประมาณ 14 กม. โทร. 092-659-8598 6. ไก่ย่างน้องตาล ประมาณ 31 กม. โทร. 087-864-0222 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ชวนชม รีสอร์ท ภูเวียง ประมาณ 3 กม. โทร. 080-450-2502, 085-609-1325 2. พิชญะวิลล์ รีสอร์ท ประมาณ 12 กม. โทร. 080-831-7399 3. โรงแรมพฤกษา การ์เดน ภูเวียง ประมาณ 15 กม. โทร. 043-291-639 4. Phuwiang Grand Hotel ประมาณ 16 กม. โทร. 093-989-7180, 091-130-7022 5. The Pool Resort Hotel Phuwiang ประมาณ 17 กม. โทร. 062-269-4949 6. Little Box Hotel ประมาณ 45 กม. โทร. 043-306-815 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ ขอนแก่น อยู่ที่ไหน?
ตอบ: หลุมขุดค้นซากฟอสซิลไดโนเสาร์ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งพบซากกระดูกไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย
ถาม: หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียงมีทั้งหมดกี่หลุม?
ตอบ: ภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียงมีหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ทั้งหมด 9 หลุม โดยหลุมที่เปิดให้เข้าชมอย่างชัดเจน ได้แก่ หลุม 1, 2, 3 และ 9
ถาม: ที่ภูเวียงพบไดโนเสาร์ชนิดใดบ้าง?
ตอบ: ไดโนเสาร์สำคัญที่พบ ได้แก่ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ ไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่, สยามโมซอรัส สุธีธรณี ไดโนเสาร์กินปลาปากคล้ายจระเข้ และไทรันสยาม อิสานเอนซิส ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่
ถาม: ฟอสซิลไดโนเสาร์ภูเวียงมีอายุเท่าไร?
ตอบ: ฟอสซิลไดโนเสาร์สำคัญในพื้นที่ภูเวียงมีอายุราว 130 ล้านปี อยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น และพบในชั้นหินสำคัญของกลุ่มหินโคราช
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหลุมขุดค้นไดโนเสาร์หรือไม่?
ตอบ: ผู้เข้าชมต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง โดยชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียงนานเท่าไร?
ตอบ: หากเดินชมหลุมขุดค้นอย่างจริงจังควรเผื่อเวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมง และหากแวะพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงด้วยควรเผื่อเวลาเพิ่มอีก 1–2 ชั่วโมง
ถาม: ควรแวะพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงก่อนหรือหลังเข้าหลุมขุดค้น?
ตอบ: ควรแวะพิพิธภัณฑ์ก่อนเพื่อทำความเข้าใจชนิดไดโนเสาร์ ชั้นหิน และประวัติการค้นพบ จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังหลุมขุดค้นภายในอุทยานเพื่อเห็นพื้นที่จริง
ถาม: มีข้อควรปฏิบัติอะไรเมื่อเข้าชมหลุมขุดค้นไดโนเสาร์?
ตอบ: ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่สัมผัสหรือเคลื่อนย้ายหินและวัตถุใด ๆ ไม่ปีนป่ายอาคารหรือแนวหิน ไม่ทิ้งขยะ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




