หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.เมืองขอนแก่น >ต.พระลับ > วัดป่าแสงอรุณ (สิมอีสาน)
TL;DR: วัดป่าแสงอรุณ (สิมอีสาน) อยู่ที่บ้านเลิงเปือย ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 หรือถนนศรีจันทร์ เส้นทางไปจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 6 กม.

ขอนแก่น

วัดป่าแสงอรุณ (สิมอีสาน)

วัดป่าแสงอรุณ (สิมอีสาน)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดป่าแสงอรุณ จังหวัดขอนแก่น หรือที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้จักจากชื่อ สิมอีสาน วัดป่าแสงอรุณ ตั้งอยู่ที่บ้านเลิงเปือย ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เป็นวัดสำคัญที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองขอนแก่นและเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่ควรค่าแก่การมาเยือนอย่างยิ่ง จุดเด่นของวัดคือพระอุโบสถหรือ “สิมอีสาน” ที่ตั้งอยู่กลางวัด ท่ามกลางพื้นที่ร่มรื่นของต้นไม้และบรรยากาศสงบแบบวัดป่า สิมหลังนี้มีความงดงามโดดเด่นจากการผสมผสานสถาปัตยกรรมอีสานตอนบนกับองค์ประกอบสถาปัตยกรรมส่วนกลางอย่างประณีต ภายในประดิษฐานพระประธานสำคัญและมีภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น ทำให้วัดป่าแสงอรุณเป็นทั้งสถานที่ทำบุญ ไหว้พระ ปฏิบัติธรรม และแหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกัน
 
วัดป่าแสงอรุณสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2473 โดยพระอาจารย์เทสก์ เทศรังสี หรือหลวงปู่เทสก์ วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย และพระอาจารย์ปิ่น ปัญญาพโล ในช่วงเริ่มแรกวัดยังไม่ได้ใช้ชื่อวัดป่าแสงอรุณ แต่เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “วัดป่าพระคือ” เพราะชาวบ้านพระคือให้ความอุปถัมภ์วัดมาก่อน ต่อมาชุมชนบ้านเลิงเปือยเข้ามาให้การอุปถัมภ์บำรุงวัดและมีการตั้งชื่อใหม่ว่า “วัดป่าแสงอรุณ” ชื่อนี้ให้ความรู้สึกสงบ งดงาม และมีความหมายสัมพันธ์กับบรรยากาศของวัดป่าที่เริ่มต้นวันใหม่ด้วยแสงแรกแห่งความสว่าง วัดจึงมีภาพจำเป็นพื้นที่แห่งธรรมะ ความร่มเย็น และการเริ่มต้นทางจิตใจที่บริสุทธิ์
 
วัดป่าแสงอรุณตั้งอยู่ในเขตตำบลพระลับ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งในเชิงชุมชนและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองขอนแก่น เดิมวัดเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2528 ต่อมาได้รับการยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง ทำให้วัดมีสถานะสำคัญยิ่งขึ้นในฐานะศาสนสถานที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านศรัทธา ประวัติความเป็นมา และบทบาทต่อพระพุทธศาสนาในจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันวัดป่าแสงอรุณยังคงเป็นสถานที่ที่ชาวขอนแก่นและนักท่องเที่ยวเดินทางมาทำบุญ ไหว้พระ ชมสิมอีสาน ศึกษาวิถีชีวิตชนบทอีสาน และพักใจในบรรยากาศสงบ
 
คำว่า “สิม” เป็นคำในภาษาอีสาน หมายถึงพระอุโบสถหรืออาคารศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ สิมอีสานมักมีขนาดไม่ใหญ่เท่าพระอุโบสถในวัดหลวงภาคกลาง แต่มีเอกลักษณ์ด้านรูปทรง หลังคา ลวดลาย ความสัมพันธ์กับสภาพภูมิอากาศ และความเรียบง่ายที่สอดคล้องกับชีวิตชุมชน วัดป่าแสงอรุณนำแนวคิดเรื่องสิมอีสานมาพัฒนาเป็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ที่ยังรักษาจิตวิญญาณของอีสานไว้ โดยเน้นรูปแบบ ทรวดทรง ความมั่นคง และความสามารถในการคุ้มแดดคุ้มฝน ควบคู่กับความวิจิตรงดงามทางศิลปกรรม สิมหลังนี้จึงไม่ใช่เพียงอาคารสำหรับประกอบพิธีกรรม แต่เป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์และต่อยอดสถาปัตยกรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
 
สิมอีสานวัดป่าแสงอรุณตั้งอยู่กลางวัด มีขนาดกว้างประมาณ 15 เมตร ยาวประมาณ 35 เมตร มีเสารองรับจำนวน 52 ต้น หน้าต่าง 14 บาน และประตู 3 บาน หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ดปลาแบบโบราณ มีหอระฆัง 4 หอตั้งอยู่โดยรอบและมีกำแพงแก้วล้อมเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ ลักษณะโดยรวมสะท้อนการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอีสานตอนบนกับรูปแบบภาคกลางอย่างลงตัว หลังคาซ้อนชั้นที่ดูสง่างาม เส้นสายของหน้าบัน ซุ้มประตู หน้าต่าง และองค์ประกอบประดับสีทองทำให้สิมดูโดดเด่นเมื่อมองจากระยะไกล ขณะเดียวกันความร่มรื่นของวัดป่ารอบอาคารช่วยลดความแข็งของสถาปัตยกรรมและทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูสงบ เย็น และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
 
หัวใจสำคัญภายในสิมคือพระประธาน “พระพุทธรังสิโยภาสสุขพิพัฒน์” เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมารหรือปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 69 นิ้ว สูงกว่า 2 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในสิมอย่างสง่างาม พระประธานองค์นี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาสักการะ เมื่อเข้าไปภายในสิม ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างจากภายนอกอย่างชัดเจน เพราะสถาปัตยกรรมภายนอกที่งดงามถูกเชื่อมเข้ากับพื้นที่สงบภายใน ซึ่งใช้สำหรับกราบไหว้พระ สงบใจ และพิจารณาธรรม
 
ความโดดเด่นอีกประการของสิมอีสานวัดป่าแสงอรุณคือภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ภายในสิมตกแต่งด้วยลวดลายมัดหมี่หลายรูปแบบ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับอัตลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสานตอนกลาง ผ้าไหมมัดหมี่เป็นภูมิปัญญาที่มีชื่อเสียงของขอนแก่น โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอชนบทและชุมชนทอผ้าไหมหลายแห่ง การนำลวดลายมัดหมี่มาใช้ในจิตรกรรมฝาผนังของสิมจึงเป็นการยกระดับลายผืนผ้าสู่ภาษาทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม ทำให้สิมหลังนี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นสื่อที่บอกเล่าอัตลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่นได้อย่างชัดเจน
 
ลายมัดหมี่บนผนังสิมมีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรม เพราะผ้าไหมมัดหมี่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกายหรือของฝาก แต่เป็นผลผลิตจากภูมิปัญญา เส้นไหม สี ลวดลาย และชีวิตของชุมชนทอผ้า การนำลายผ้าไหมเข้าสู่อาคารศักดิ์สิทธิ์ทำให้ศิลปะพื้นบ้านกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทางธรรม ภาพเขียนจึงทำหน้าที่เชื่อมโลกของงานหัตถกรรมกับโลกของศาสนา สื่อให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดจากแรงงานและความคิดสร้างสรรค์ของชาวบ้านสามารถมีคุณค่าสูงในระดับศิลปกรรมวัดได้เช่นกัน
 
นอกจากลายผ้าไหมมัดหมี่แล้ว ภายในสิมยังมีรูปแบบเทวดาประทับในซุ้มต่าง ๆ และบานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะภาพมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นหนึ่งในชาดกสำคัญที่คนไทยและคนอีสานคุ้นเคยมายาวนาน เรื่องเวสสันดรสื่อถึงทานบารมี การให้ การเสียสละ และความยิ่งใหญ่ของจิตใจที่พร้อมละสิ่งสำคัญเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น การมีเรื่องราวเช่นนี้อยู่ในสิมทำให้ผู้มาเยือนไม่ได้มองเพียงความงามของงานแกะสลัก แต่ยังได้รับสาระทางธรรมที่ฝังอยู่ในภาพและลวดลายด้วย
 
บริเวณผนังด้านนอกหลังสิมอีสานประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง และเบื้องล่างประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 องค์ประกอบนี้ช่วยเพิ่มความหมายเชิงประวัติศาสตร์และศรัทธาให้กับพื้นที่ด้านหลังสิม เพราะผู้เข้าชมสามารถเดินชมรอบอาคารและพบจุดสักการะที่เชื่อมโยงทั้งพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์ไทย การวางองค์ประกอบไว้ด้านนอกยังช่วยให้การเดินชมรอบสิมมีจังหวะต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะมุมด้านหน้าอาคาร
 
พระประธานประจำวัดอีกองค์หนึ่งคือ “หลวงปู่ขาว” เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมารหรือปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน ขนาดหน้าตักกว้าง 11 นิ้ว สูงกว่า 1 ฟุต เป็นพระคู่บารมีของวัดและเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชน พระพุทธรูปองค์นี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับการสืบทอดพระพุทธศาสนาในสายวัดป่า ขณะที่พระประธานในสิมสะท้อนความยิ่งใหญ่ของอาคารศักดิ์สิทธิ์ หลวงปู่ขาวกลับให้ความรู้สึกใกล้ชิด เป็นพระคู่บารมีที่อยู่กับวัดและศรัทธาของชุมชนมายาวนาน
 
วัดป่าแสงอรุณยังมีศาลาหลวงพ่อองค์ดำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาองค์ดำจำลองมาจากมหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย ภายในพื้นที่นี้มีพระประจำวันเกิดครบทุกวัน และมีรูปเหมือนพระบูรพาจารย์สำคัญ ได้แก่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงปู่เทสก์ เทศรังสี พื้นที่นี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระตามวันเกิด สักการะครูบาอาจารย์สายวัดป่า และรำลึกถึงพระมหาเถระผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในภาคอีสาน
 
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือศาลาไม้แก่นขาม ซึ่งสร้างขึ้นโดยใช้ไม้แก่นขามเป็นวัสดุหลักตั้งแต่เสาถึงหลังคาชั้นบน รวมถึงฐานตั้งพระพุทธรูปและพระพุทธรูปปางรำพึง ความพิเศษของศาลานี้อยู่ที่การใช้วัสดุท้องถิ่นและความตั้งใจในการรักษาความงามของงานไม้พื้นบ้าน ไม้แก่นขามมีความแข็งแรงและมีคุณค่าทางวัสดุ การนำมาใช้สร้างศาลาทำให้พื้นที่นี้เป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และตัวอย่างงานช่างที่สะท้อนภูมิปัญญาเรื่องวัสดุธรรมชาติของคนท้องถิ่น
 
ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชีวิตชาวชนบทอีสาน เป็นพื้นที่จัดแสดงหุ่นปั้นและฉากจำลองวิถีชีวิตผู้คนอีสานในอดีต โดยเน้นเรื่องอาชีพเกษตรกรรม การหาอยู่หากิน ความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษ และวัฒนธรรมชนบท การจัดแสดงกลางแจ้งลักษณะนี้ช่วยทำให้วัดป่าแสงอรุณไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องชีวิตชาวอีสานที่จับต้องได้ เด็กและเยาวชนสามารถเห็นภาพวิถีเดิมของครอบครัวอีสาน เช่น การทำนา การใช้เครื่องมือพื้นบ้าน การดำรงชีวิตเรียบง่าย และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ
 
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของวัดมีคุณค่าในเชิงการศึกษา เพราะวิถีชีวิตชนบทจำนวนมากเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เครื่องมือ เครื่องใช้ และรูปแบบการทำมาหากินบางอย่างอาจไม่ปรากฏให้เห็นในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่แล้ว การมีพื้นที่จำลองและหุ่นปั้นช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความเหนื่อยยาก ความอดทน และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษได้ง่ายขึ้น เมื่อจับคู่กับสิมอีสานที่ใช้ลายผ้าไหมมัดหมี่เป็นภาษาศิลปกรรม วัดป่าแสงอรุณจึงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมอีสานครบทั้งศิลปะ ศาสนา สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิต
 
ด้านหลังวัดยังมีบริเวณที่เรียกว่า วังปลาบึกยักษ์ มีสระน้ำเป็นที่อยู่อาศัยของปลาบึกขนาดใหญ่และปลาชนิดต่าง ๆ ผู้มาเยือนสามารถชมปลาและร่วมทำบุญให้อาหารปลาได้ พื้นที่นี้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับวัด และทำให้การมาเยือนไม่จำกัดเฉพาะการไหว้พระหรือชมสถาปัตยกรรม แต่ยังเหมาะสำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและเมตตาต่อสัตว์ บริเวณด้านหน้าวัดยังมีน้ำตกจำลอง สวนหย่อม สนามหญ้า และต้นไม้นานาพันธุ์ ช่วยให้วัดมีบรรยากาศร่มรื่นและน่าพักผ่อน
 
สิ่งที่ทำให้วัดป่าแสงอรุณต่างจากวัดท่องเที่ยวหลายแห่งคือความเป็นวัดป่าที่อยู่ใกล้เมือง แม้จะเดินทางจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่นหรือเขตเมืองเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่เมื่อเข้าสู่บริเวณวัดจะสัมผัสได้ถึงความสงบ ความร่มเย็น และจังหวะชีวิตที่ช้าลง พื้นที่วัดกว้าง มีต้นไม้ ลานวัด สวน พื้นที่ปฏิบัติธรรม และอาคารศาสนสถานหลายส่วน ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมาทำบุญ นั่งสงบจิตใจ เดินชมศิลปะ หรือพาครอบครัวมาพักผ่อนในวันหยุด
 
สำหรับผู้สนใจสถาปัตยกรรม สิมอีสานวัดป่าแสงอรุณเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมาก เพราะแสดงให้เห็นการปรับรูปแบบสิมท้องถิ่นให้มีขนาดใหญ่และสง่างามโดยยังรักษาแรงบันดาลใจจากรูปทรงพื้นถิ่นไว้ได้ สถาปัตยกรรมอีสานมักให้ความสำคัญกับการคุ้มแดดคุ้มฝนและการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสมกับภูมิอากาศ วัดป่าแสงอรุณนำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็นอาคารที่มีชายคา ซุ้ม เสา และหลังคาหลายชั้นที่ดูมั่นคง งานตกแต่งไม่ได้เน้นเพียงความหรูหรา แต่ช่วยขับให้รูปทรงของสิมมีพลังทางสายตาและความศักดิ์สิทธิ์
 
สำหรับผู้สนใจศิลปะพื้นบ้าน ลายผ้าไหมมัดหมี่ภายในสิมคือจุดที่ควรใช้เวลาชมอย่างละเอียด เพราะเป็นตัวอย่างของการนำลวดลายสิ่งทอเข้าสู่งานจิตรกรรมวัด ลายมัดหมี่มีจังหวะซ้ำ มีการวางสี มีความละเอียดของเส้น และมีความหมายในฐานะภูมิปัญญาหญิงชาวอีสาน เมื่อปรากฏบนผนังสิม ลายเหล่านี้เปลี่ยนจากผืนผ้าที่สวมใส่ได้มาเป็นพื้นผิวศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ทั้งความงามและความรู้เรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่เคยชมผ้าไหมขอนแก่นหรือผ้าไหมชนบทมาก่อนจะเข้าใจความหมายของสิมนี้ได้ลึกขึ้น
 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดป่าแสงอรุณเหมาะกับการเรียนรู้ภาคสนาม เพราะสามารถเชื่อมโยงหลายหัวข้อเข้าด้วยกัน ได้แก่ พระพุทธศาสนาสายวัดป่า สถาปัตยกรรมสิมอีสาน งานจิตรกรรมลายมัดหมี่ งานไม้พื้นบ้าน พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง วิถีเกษตรกรรม และการท่องเที่ยวชุมชนในตำบลพระลับ การเดินชมอย่างเป็นลำดับจะช่วยให้เห็นว่าวัดหนึ่งแห่งสามารถสะท้อนสังคมได้หลายมิติ ทั้งความเชื่อ ความงาม การศึกษา ธรรมชาติ และชีวิตชุมชน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป วัดป่าแสงอรุณเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางเที่ยวในตัวเมืองขอนแก่นและรอบเมือง เพราะเดินทางสะดวกจากตัวเมือง ใช้เวลาเที่ยวไม่มาก และสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่อื่น เช่น บึงทุ่งสร้าง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ศาลหลักเมืองขอนแก่น วัดทุ่งเศรษฐี วัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร ตลาดต้นตาล หรือย่านร้านอาหารในเมืองได้ง่าย หากมีเวลาเพียงครึ่งวันก็สามารถแวะไหว้พระ ชมสิมอีสาน เดินชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และรับประทานอาหารใกล้เคียงได้ครบ
 
สำหรับช่างภาพ วัดป่าแสงอรุณมีมุมถ่ายภาพหลายจุด ทั้งด้านหน้าสิมที่เห็นหลังคาซ้อนชั้นและยอดประดับสีทอง มุมหอระฆัง 4 หอ กำแพงแก้วโดยรอบ บริเวณพระพุทธรูปปางรำพึงด้านหลังสิม ภาพลวดลายภายในอาคาร พื้นที่สวนหย่อม และบรรยากาศวัดป่าร่มรื่น ช่วงเช้าแสงจะนุ่มและให้บรรยากาศสงบ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่รับแสงด้านข้าง อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรทำด้วยความเคารพ ไม่ใช้แฟลชรบกวนภายในสิม ไม่ปีนป่ายองค์ประกอบศาสนสถาน และไม่กีดขวางผู้ที่มาทำบุญ
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดป่าแสงอรุณเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายความแตกต่างของวัดอีสานกับวัดในภาคกลางได้อย่างดี เพราะที่นี่มีทั้งคำว่า “สิม” ซึ่งเป็นคำท้องถิ่น มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอีสานตอนบน มีลายผ้าไหมมัดหมี่ของจังหวัดขอนแก่น มีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งชีวิตชนบท และมีบรรยากาศแบบวัดป่าที่เน้นความสงบ เรียบง่าย และการปฏิบัติธรรม ผู้มาเยือนจากต่างประเทศจะได้เห็นว่า Thai Buddhist architecture ไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่เปลี่ยนไปตามภูมิภาค ภูมิอากาศ วัสดุ ศรัทธา และวิถีชีวิตของผู้คน
 
การเข้าชมวัดควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นศาสนสถานและเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ควรหลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุด กางเกงหรือกระโปรงสั้นเกินไป ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ที่วัดกำหนด รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสภาพเขียนหรืองานตกแต่งโดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสงฆ์หรือเจ้าหน้าที่วัด หากมาเป็นหมู่คณะควรติดต่อวัดล่วงหน้าเพื่อให้การเข้าชมเป็นระเบียบและไม่กระทบต่อกิจกรรมทางศาสนา
 
กิจกรรมทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับวัดป่าแสงอรุณมีทั้งการทำบุญไหว้พระในวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การปฏิบัติธรรม การฟังธรรม และกิจกรรมของชุมชนตำบลพระลับ วัดยังมีพื้นที่ที่เอื้อต่อการสงบใจและเรียนรู้ธรรมะ ผู้ที่ต้องการมาไหว้พระควรมาช่วงเช้าหรือช่วงสาย เพราะอากาศไม่ร้อนมากและสามารถเดินชมบริเวณวัดได้สบาย ส่วนผู้ที่ต้องการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมอาจเลือกช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อให้แสงเหมาะกับรายละเอียดของสิม
 
การเดินทาง จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 หรือถนนศรีจันทร์ เส้นทางไปจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 6 กม. จากนั้นกลับรถบริเวณจุดที่กำหนดแล้วตรงกลับเข้าฝั่งเมืองขอนแก่นอีกประมาณ 1 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนโยธาธิการประมาณ 300 เมตร จะพบวัดป่าแสงอรุณอยู่ทางขวามือ อีกเส้นทางหนึ่งสามารถเดินทางจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่นหรือเขตเมืองไปยังตำบลพระลับตามเส้นทางขอนแก่น – กาฬสินธุ์ได้สะดวก วัดอยู่ไม่ไกลจากเมือง จึงเหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า แท็กซี่ หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน
 
หากเดินทางด้วยรถสาธารณะ สามารถตั้งต้นจากตัวเมืองขอนแก่นแล้วต่อรถรับจ้างหรือบริการเรียกรถไปยังวัดได้ เพราะระยะทางจากเขตเมืองไม่ไกลมาก นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวควรวางแผนขากลับไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะหากเดินทางช่วงเย็นหรือวันธรรมดาที่การเรียกรถในบางจุดอาจใช้เวลามากขึ้น สำหรับครอบครัวหรือกลุ่มนักเรียน การใช้รถตู้หรือรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียงได้หลายแห่งในวันเดียว
 
เส้นทางเที่ยวแบบครึ่งวันที่เหมาะสมคือเริ่มจากวัดป่าแสงอรุณในช่วงเช้า สักการะพระประธาน ชมสิมอีสานและภาพเขียนลายผ้าไหมมัดหมี่ เดินชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชีวิตชาวชนบทอีสาน จากนั้นแวะคาเฟ่หรือร้านอาหารใกล้เคียงในตำบลพระลับ แล้วต่อไปยังบึงทุ่งสร้างหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น หากมีเวลาในช่วงเย็นสามารถเดินทางต่อไปยังวัดหนองแวงหรือบึงแก่นนครเพื่อชมพระมหาธาตุแก่นนครและบรรยากาศเมืองขอนแก่นอีกมุมหนึ่ง
 
หากมีเวลา 1 วันเต็ม สามารถจัดเส้นทางวัดป่าแสงอรุณร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวรอบเมืองขอนแก่นได้อย่างคุ้มค่า เริ่มจากไหว้พระและชมสิมอีสานที่วัดป่าแสงอรุณ จากนั้นไปวัดทุ่งเศรษฐีเพื่อชมมหาเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ ต่อด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นหรือศาลหลักเมืองขอนแก่น แล้วปิดท้ายด้วยตลาดต้นตาลหรือร้านอาหารในตัวเมือง เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นขอนแก่นในมิติของศาสนา ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ อาหาร และชีวิตเมืองในวันเดียว
 
วัดป่าแสงอรุณจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่ามากกว่าวัดสวยสำหรับถ่ายภาพ เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมศรัทธา สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ลายผ้าไหมมัดหมี่ วิถีชีวิตชนบทอีสาน และบรรยากาศวัดป่าไว้ด้วยกัน สิมอีสานกลางวัดเป็นหลักฐานว่าความงามของอีสานสามารถพัฒนาเป็นสถาปัตยกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่สง่างามได้โดยไม่ทิ้งรากเหง้าท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการทำความรู้จักขอนแก่นในมุมที่ลึกกว่าศูนย์การค้า ถนนสายหลัก หรือสถานที่ยอดนิยมทั่วไป ควรมาเยือนวัดป่าแสงอรุณอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
 
ชื่อสถานที่วัดป่าแสงอรุณ / สิมอีสาน วัดป่าแสงอรุณ
ชื่อภาษาอังกฤษWat Pa Saeng Arun / Sim Isan at Wat Pa Saeng Arun
ที่ตั้งบ้านเลิงเปือย ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
ที่อยู่วัดป่าแสงอรุณ เลขที่ 448 หมู่ 9 ถนนโยธาธิการ บ้านเลิงเปือย ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
พิกัด16.425674, 102.885842
ไฮไลต์สิมอีสานกลางวัด ภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ พระพุทธรังสิโยภาสสุขพิพัฒน์ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชีวิตชาวชนบทอีสาน ศาลาหลวงพ่อองค์ดำ ศาลาไม้แก่นขาม และบรรยากาศวัดป่าร่มรื่นใกล้เมืองขอนแก่น
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2473 โดยพระอาจารย์เทสก์ เทศรังสี และพระอาจารย์ปิ่น ปัญญาพโล เดิมเรียกว่า วัดป่าพระคือ ต่อมาชุมชนบ้านเลิงเปือยให้การอุปถัมภ์และตั้งชื่อวัดใหม่ว่า วัดป่าแสงอรุณ
สถานะวัดพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย
พื้นที่วัดประมาณ 39 ไร่
ที่มาของชื่อชื่อวัดป่าแสงอรุณสะท้อนภาพวัดป่าที่สงบ ร่มเย็น และเปรียบเสมือนแสงแรกแห่งธรรมะ ส่วนชื่อสิมอีสานมาจากคำว่า สิม ซึ่งเป็นภาษาอีสานหมายถึงพระอุโบสถ
ลักษณะเด่นของสิมอีสานสถาปัตยกรรมแบบอีสานตอนบนผสมผสานสถาปัตยกรรมส่วนกลาง กว้างประมาณ 15 เมตร ยาวประมาณ 35 เมตร มีเสา 52 ต้น หน้าต่าง 14 บาน ประตู 3 บาน หลังคามุงกระเบื้องเกล็ดปลาแบบโบราณ มีหอระฆัง 4 หอ และมีกำแพงแก้วล้อมรอบ
พระประธาน / ปูชนียวัตถุพระพุทธรังสิโยภาสสุขพิพัฒน์ พระพุทธรูปปางสะดุ้งมารหรือปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 69 นิ้ว สูงกว่า 2 เมตร และหลวงปู่ขาว พระพุทธรูปคู่บารมีของวัด
ศิลปกรรมสำคัญภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ เทวดาในซุ้มต่าง ๆ บานประตูหน้าต่างแกะสลักเรื่องมหาเวสสันดรชาดก และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอีสานที่เน้นรูปทรง ความมั่นคง และการคุ้มแดดคุ้มฝน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. สิมอีสานหรือพระอุโบสถกลางวัด
2. ภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ภายในสิม
3. พระพุทธรังสิโยภาสสุขพิพัฒน์ พระประธานในสิม
4. พระพุทธรูปปางรำพึงและพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ด้านหลังสิม
5. ศาลาหลวงพ่อองค์ดำและพระประจำวันเกิด
6. ศาลาไม้แก่นขาม
7. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชีวิตชาวชนบทอีสาน
8. วังปลาบึกยักษ์ สระน้ำ สวนหย่อม และน้ำตกจำลอง
9. ศาลาผู้ปฏิบัติธรรม ศาลาอเนกประสงค์ โรงครัว และพื้นที่กิจกรรมทางศาสนา
กิจกรรม / ประเพณีที่เกี่ยวข้องทำบุญไหว้พระในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ปฏิบัติธรรม ฟังธรรม สักการะพระประธาน ชมสิมอีสาน และเรียนรู้วิถีชีวิตชนบทอีสานผ่านพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด รักษาความสงบ ไม่สัมผัสภาพเขียนหรืองานตกแต่งภายในสิม ไม่ปีนป่ายองค์ประกอบศาสนสถาน และปฏิบัติตามคำแนะนำของวัด
การเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 หรือถนนศรีจันทร์ เส้นทางไปจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 6 กม. จากนั้นกลับรถและตรงกลับเข้าฝั่งเมืองประมาณ 1 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนโยธาธิการประมาณ 300 เมตร วัดตั้งอยู่ทางขวามือ
สถานะปัจจุบันเปิดให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าทำบุญ ไหว้พระ ชมสิมอีสาน และเรียนรู้พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งตามเวลาทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ ลานวัด พื้นที่ทำบุญ ศาลาปฏิบัติธรรม โรงครัว สวนหย่อม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และพื้นที่พักผ่อนภายในวัด
ผู้ดูแลวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย
เจ้าอาวาสพระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ ป.ธ.9)
เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง043-221-132, 043-270-191
เว็บไซต์ / เพจทางการFacebook: วัดป่าแสงอรุณ ขอนแก่น
Facebook: พระพรหมวชิรดิลก วัดป่าแสงอรุณ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. บึงทุ่งสร้าง ประมาณ 4 กม.
2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ประมาณ 5 กม.
3. ศาลหลักเมืองขอนแก่น ประมาณ 6 กม.
4. วัดทุ่งเศรษฐี ประมาณ 7 กม.
5. ตลาดต้นตาล ประมาณ 9 กม.
6. วัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร ประมาณ 9 กม.
7. บึงแก่นนคร ประมาณ 10 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Garden Seen Cafe&Restaurant ประมาณ 0.5 กม. โทร. 091-740-1997
2. ดูฟาร์มคาเฟ่ ประมาณ 2 กม. โทร. 061-938-2277
3. ก๋วยเตี๋ยวเรือหลังวัง ขอนแก่น ประมาณ 2 กม. โทร. 090-321-7397, 080-965-2479
4. ร้านไร่คืนดิน Rai Kuen Din ประมาณ 3 กม. โทร. 088-813-5166
5. สีก้อยฟ้าว หนองใหญ่ ประมาณ 5 กม. โทร. 086-859-7147
6. มะส่างว่า สาขา 1 ประมาณ 5 กม. โทร. 085-519-4196, 080-526-4088
ที่พักใกล้เคียง1. Baan Suan Thanwalai Khon Kaen ประมาณ 2 กม. โทร. 084-262-8915
2. Green Hotel & Resort Khon Kaen ประมาณ 4 กม. โทร. 043-247-222, 088-551-5179
3. Avani Khon Kaen Hotel & Convention Centre ประมาณ 5 กม. โทร. 043-209-888
4. Romantic Khonkaen Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 061-929-8484
5. Le Cassia Hotel Khon Kaen ประมาณ 6 กม. โทร. 043-333-666, 043-242-222
6. Piman Garden Boutique Hotel ประมาณ 6 กม. โทร. 089-276-7111
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าแสงอรุณ จังหวัดขอนแก่น อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าแสงอรุณตั้งอยู่ที่บ้านเลิงเปือย ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองขอนแก่นและเดินทางสะดวกตามเส้นทางขอนแก่น – กาฬสินธุ์
 
ถาม: วัดป่าแสงอรุณเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดป่าแสงอรุณเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับทำบุญ ไหว้พระ ชมสิมอีสาน และเดินชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งภายในวัด
 
ถาม: วัดป่าแสงอรุณเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าทำบุญ สักการะพระประธาน ชมสิมอีสาน และเรียนรู้วิถีชีวิตชนบทอีสานได้ตามเวลาที่วัดเปิดให้บริการ
 
ถาม: จุดเด่นของสิมอีสานวัดป่าแสงอรุณคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมอีสานตอนบนผสมผสานสถาปัตยกรรมส่วนกลาง หลังคากระเบื้องเกล็ดปลา หอระฆัง 4 หอ เสา 52 ต้น และภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น
 
ถาม: ภายในสิมอีสานประดิษฐานพระประธานองค์ใด?
ตอบ: ภายในสิมประดิษฐานพระพุทธรังสิโยภาสสุขพิพัฒน์ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมารหรือปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 69 นิ้ว สูงกว่า 2 เมตร
 
ถาม: ภายในวัดป่าแสงอรุณมีอะไรน่าสนใจนอกจากสิมอีสาน?
ตอบ: มีศาลาหลวงพ่อองค์ดำ ศาลาไม้แก่นขาม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชีวิตชาวชนบทอีสาน วังปลาบึกยักษ์ สวนหย่อม น้ำตกจำลอง และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดป่าแสงอรุณนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อไหว้พระ ชมสิมอีสาน ดูภาพเขียนลายผ้าไหมมัดหมี่ เดินชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และพักผ่อนในบรรยากาศวัดป่าอย่างไม่เร่งรีบ
 
ถาม: เที่ยววัดป่าแสงอรุณแล้วไปไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่บึงทุ่งสร้าง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ศาลหลักเมืองขอนแก่น วัดทุ่งเศรษฐี วัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร ตลาดต้นตาล และบึงแก่นนคร

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(7)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(27)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(4)
น้ำตก น้ำตก(8)
ถ้ำ ถ้ำ(9)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(10)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
สวนน้ำ สวนน้ำ(3)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)