หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.ชนบท >ต.ชนบท > ศาลาไหมไทย
TL;DR: ศาลาไหมไทย อยู่ที่บริเวณวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น เปิดจันทร์ – อาทิตย์ หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เป็นอาคารจัดแสดง 2 ชั้น ถ่ายทอดเรื่องผ้าไหมมัดหมี่ งานศิลปาชีพ ผลิตภัณฑ์ไหมภาคอีสาน อุปกรณ์ทอผ้า ของเก่าแก่.

ขอนแก่น

ศาลาไหมไทย

ศาลาไหมไทย

วันเปิดทำการ: จันทร์ – อาทิตย์ หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
ศาลาไหมไทย หรือ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี ตั้งอยู่ภายในบริเวณวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านผ้าไหมมัดหมี่ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน และเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทำไมอำเภอชนบทจึงได้รับการยอมรับในฐานะเมืองผ้าไหมมัดหมี่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ศาลาไหมไทยทำหน้าที่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ผ้าไหม ศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ศูนย์สืบสานพระราชปณิธานด้านงานศิลปาชีพ และพื้นที่เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงงานหม่อนไหม การมัดหมี่ การย้อมสี การทอผ้า และอัตลักษณ์ของชาวอีสานไว้ในอาคารเดียว
 
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจผ้าไหมอีสานอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงมองผ้าไหมเป็นของฝากหรือเครื่องแต่งกายราคาแพง แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เกิดจากแรงงาน ความอดทน ทักษะเชิงช่าง ความรู้เรื่องสี เส้นไหม ลวดลาย และวิถีชีวิตของชุมชนทอผ้าในอำเภอชนบท ภายในศาลาไหมไทยมีการจัดแสดงกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่การเตรียมเส้นไหม การมัดหมี่ การย้อมสี ไปจนถึงการทอผ้า รวมถึงจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับไหม ของเก่าแก่ที่ควรอนุรักษ์ และผ้าไหมมัดหมี่โบราณลวดลายต่าง ๆ ที่สะท้อนภูมิปัญญาของช่างทอในท้องถิ่น
 
ศาลาไหมไทยเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์สืบสานพระราชปณิธานงานศิลปาชีพด้านผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมของภาคอีสาน พร้อมทั้งเป็นศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และภูมิปัญญาชาวอีสาน อาคารแห่งนี้จึงไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านการท่องเที่ยว แต่ยังมีความหมายในเชิงประวัติศาสตร์สังคม เศรษฐกิจชุมชน และการยกระดับอาชีพของประชาชนในท้องถิ่น
 
ความโดดเด่นของศาลาไหมไทยอยู่ที่การวางเรื่องราวผ้าไหมมัดหมี่ไว้ในบริบทของชีวิตชาวชนบทอย่างครบวงจร ผ้าไหมมัดหมี่ของอำเภอชนบทไม่ได้เกิดจากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่เริ่มตั้งแต่การรู้จักเส้นไหม การออกแบบลาย การมัดเส้นไหมตามลายที่ต้องการ การย้อมสี การแกะเชือกมัดหมี่ การขึ้นกี่ และการทออย่างประณีตจนเกิดเป็นผืนผ้า แต่ละขั้นตอนต้องใช้ประสบการณ์สูง เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในช่วงมัดลายหรือย้อมสีอาจทำให้ลายบนผืนผ้าคลาดเคลื่อนไปจากแบบเดิมได้
 
อำเภอชนบทมีชื่อเสียงด้านผ้าไหมมัดหมี่มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเรื่องลวดลายที่ประณีต สีสันที่มีเอกลักษณ์ และเทคนิคการทอที่สืบทอดในครอบครัวและชุมชน ลายสำคัญที่มักถูกกล่าวถึง ได้แก่ ลายหมี่กง ลายขันหมากเบ็ง ลายขอพระเทพ หรือลายเชิงเทียน ซึ่งเป็นกลุ่มลายเก่าแก่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อ พิธีกรรม ความงาม และวิถีชีวิต การทอผ้าไหมชนบทยังมีลักษณะเด่นจากเทคนิคการทอแบบ 3 ตะกอ ทำให้เนื้อผ้าแน่น สม่ำเสมอ และมีมิติของสีและลวดลายที่งดงามต่างจากผ้าทั่วไป
 
สีของผ้าไหมมัดหมี่ชนบทยังมีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะสีธรรมชาติหรือสีดั้งเดิมที่นิยมใช้ เช่น สีม่วง สีแดง สีเขียว และสีเม็ดมะขาม สีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงรสนิยมด้านความงาม แต่เป็นภาพสะท้อนความรู้เรื่องพืช สีย้อม วัสดุธรรมชาติ และความเข้าใจของช่างทอที่มีต่อเส้นไหม การเลือกสีและการวางลายจึงเป็นทั้งงานศิลปะและงานวิทยาการพื้นบ้านที่สั่งสมผ่านประสบการณ์หลายชั่วอายุคน
 
ประวัติของศาลาไหมไทยเริ่มต้นจากแนวคิดเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยนายเจสดา มิลินทางกูล นายอำเภอชนบทในขณะนั้น และนายสมเกียรติ เนาวเพ็ญ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกวิชาชีพขอนแก่น ซึ่งเป็นชื่อเดิมของวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น ทั้งสองฝ่ายมีความตั้งใจที่จะพัฒนากิจการหม่อนไหมและการทอผ้าของชุมชน โดยปรับปรุงโรงเลี้ยงไหมเดิมที่ทรุดโทรมและเลิกใช้งานไปนานแล้วให้กลายเป็นแหล่งสาธิตและฝึกอบรมการทอผ้าไหมมัดหมี่ เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีพื้นที่เรียนรู้และต่อยอดอาชีพ
 
ต่อมาแนวคิดดังกล่าวได้รับการพัฒนาเป็นโครงการศาลาไหมไทย และมีการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2535 อาคารนี้ได้รับพระราชทานนามว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี” และจัดพิธีเปิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด ศาลาไหมไทยจึงเป็นอาคารที่มีความหมายเชื่อมโยงทั้งพระราชปณิธานด้านศิลปาชีพ ความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่น และพลังของชุมชนผู้ทอผ้าในอำเภอชนบท
 
จุดประสงค์สำคัญของการจัดตั้งศาลาไหมไทยคือการยกระดับรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกระบวนการผลิตผ้าไหม และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น จุดประสงค์ทั้ง 3 ประการนี้ยังคงสะท้อนบทบาทของศาลาไหมไทยในปัจจุบัน เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เข้ามาเพียงชมผ้าไหม แต่ได้เรียนรู้ว่าผืนผ้าแต่ละผืนเกี่ยวข้องกับแรงงานของครอบครัว รายได้ของชุมชน การถ่ายทอดทักษะของผู้หญิงในชนบท และการรักษาภูมิปัญญาที่อาจสูญหายได้หากไม่มีพื้นที่รวบรวมและส่งต่อ
 
ภายในอาคารศาลาไหมไทยจัดแสดงเรื่องราวของผ้าไหมมัดหมี่และผลิตภัณฑ์ไหมของภาคอีสานอย่างเป็นลำดับ ผู้ชมจะได้เห็นตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องมือ ขั้นตอนการทำงาน และตัวอย่างผืนผ้าที่สำคัญ การจัดแสดงไม่ได้เน้นเฉพาะความสวยงามของผ้า แต่พยายามทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าก่อนจะได้ผ้าไหมหนึ่งผืนต้องผ่านกระบวนการซับซ้อนเพียงใด ตั้งแต่การเตรียมเส้น การคิดลาย การมัดย้อม การควบคุมสี การทอ และการตรวจคุณภาพผ้า
 
โซนที่น่าสนใจส่วนแรกคือพื้นที่เรียนรู้กระบวนการผลิตผ้าไหม ตั้งแต่การมัดย้อมจนถึงการทอ โซนนี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าคำว่า “มัดหมี่” ไม่ได้หมายถึงลวดลายบนผืนผ้าเท่านั้น แต่หมายถึงกระบวนการสร้างลวดลายบนเส้นไหมก่อนนำไปทอ ช่างจะต้องวางแผนลายล่วงหน้า มัดเส้นไหมตามตำแหน่งที่ต้องการให้สีติดหรือไม่ติด จากนั้นจึงนำไปย้อม เมื่อแกะเชือกมัดออกแล้วจึงนำเส้นไหมไปขึ้นกี่และทอจนเกิดลายบนผืนผ้าอย่างแม่นยำ
 
โซนจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับไหมช่วยให้เห็นว่างานทอผ้าเป็นงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือหลายชนิด ตั้งแต่เครื่องมือเตรียมเส้นไหม อุปกรณ์มัดหมี่ อุปกรณ์ย้อมสี กี่ทอผ้า กระสวย ฟืม และเครื่องมือพื้นบ้านอื่น ๆ วัตถุเหล่านี้บางชิ้นอาจดูเรียบง่าย แต่ในสายตาของช่างทอคือส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดผืนผ้าคุณภาพดี การได้เห็นเครื่องมือจริงทำให้ผู้ชมเข้าใจงานผ้าไหมมากกว่าการเห็นเฉพาะผืนผ้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
 
โซนผ้าไหมมัดหมี่โบราณเป็นส่วนที่สะท้อนความทรงจำของชุมชนได้ชัดเจน ผ้าแต่ละผืนมีลวดลาย สี และจังหวะการทอที่ต่างกัน บางลายเกี่ยวข้องกับความเชื่อ บางลายใช้ในพิธีสำคัญ บางลายสะท้อนรสนิยมของชุมชนในแต่ละยุค และบางลายแสดงความสามารถเฉพาะตัวของช่างทอ ผ้าไหมมัดหมี่โบราณจึงเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าประวัติของผู้คนผ่านเส้นไหมและสีสัน
 
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของศาลาไหมไทยคือการจัดแสดงผ้าไหมมัดหมี่ที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นผ้าไหมมัดหมี่ที่แพงที่สุดในโลก ฝีมือชาวอำเภอชนบท ผืนผ้านี้เคยชนะการประกวดผ้าไหมของเอเชีย และได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความสำคัญของผ้าผืนนี้ไม่ได้อยู่ที่มูลค่าราคาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยืนยันคุณภาพ ความประณีต และศักยภาพของช่างทอผ้าไหมอำเภอชนบทในระดับนานาชาติ
 
เมื่อพิจารณาในเชิงวัฒนธรรม ผ้าไหมมัดหมี่ที่จัดแสดงในศาลาไหมไทยช่วยให้เห็นว่าอาชีพทอผ้าไม่ใช่งานฝีมือที่แยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่น ผู้หญิงจำนวนมากในชุมชนทอผ้าเรียนรู้ทักษะจากแม่ ยาย หรือญาติผู้ใหญ่ จากนั้นค่อย ๆ พัฒนาฝีมือจนสามารถสร้างลายของตนเอง ผลิตผ้าเพื่อจำหน่าย และช่วยสร้างรายได้ให้ครอบครัว การทอผ้าจึงเป็นทั้งศิลปะ อาชีพ และระบบความรู้ที่ส่งต่อในชุมชน
 
ศาลาไหมไทยยังทำหน้าที่เป็นศูนย์อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสาน เพราะผ้าไหมมัดหมี่เกี่ยวข้องกับการแต่งกายในพิธีสำคัญ งานบุญ งานมงคล การต้อนรับแขก และการแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผืนผ้าไหมไม่ได้เป็นเพียงสินค้าหัตถกรรม แต่เป็นเครื่องหมายของความเคารพ ความงาม ความภูมิใจ และสถานะทางสังคมในบางบริบท การเรียนรู้เรื่องผ้าไหมจึงช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมอีสานในมิติที่ลึกกว่าการชมลวดลายสวยงามเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจงานหัตถกรรม ศาลาไหมไทยเป็นพื้นที่เรียนรู้ภาคสนามที่มีคุณค่า เพราะสามารถเห็นภาพรวมของกระบวนการผลิตผ้าไหมครบวงจร ตั้งแต่องค์ความรู้พื้นบ้านจนถึงการจัดแสดงเชิงพิพิธภัณฑ์ ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงบทเรียนเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจชุมชน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ศาลาไหมไทยเป็นจุดแวะที่ช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับการเดินทางในจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นไปทางอำเภอบ้านไผ่หรืออำเภอชนบท เส้นทางนี้ทำให้เห็นภาพของขอนแก่นที่แตกต่างจากย่านเมืองใหญ่ เพราะอำเภอชนบทมีบรรยากาศของเมืองผ้าไหม ชุมชนทอผ้า ร้านผ้าไหม และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ยังรักษาความสงบและความเรียบง่ายไว้ได้ดี
 
บริเวณที่ตั้งของศาลาไหมไทยอยู่ฝั่งตรงข้ามหนองกองแก้ว หนองน้ำสำคัญของอำเภอชนบท ทำให้พื้นที่โดยรอบมีบรรยากาศโปร่งและเหมาะกับการแวะพักระหว่างเดินทาง หากวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวัน นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากศาลาไหมไทยเพื่อเรียนรู้เรื่องผ้าไหม จากนั้นต่อไปยังย่านร้านผ้าไหมในอำเภอชนบท แวะชมสินค้าชุมชนหรือผ้าไหมมัดหมี่ และปิดท้ายด้วยอาหารท้องถิ่น เช่น หม่ำ อาหารอีสาน หรือก๋วยเตี๋ยวในตัวอำเภอ
 
จุดแข็งของการเที่ยวศาลาไหมไทยคือการได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพิพิธภัณฑ์กับชุมชนจริง เมื่อออกจากอาคารจัดแสดง นักท่องเที่ยวยังสามารถเชื่อมโยงไปยังชุมชนผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหัวฝาย หรือย่านผ้าไหมในอำเภอชนบทได้ ทำให้การเที่ยวไม่หยุดอยู่ที่การอ่านป้ายหรือชมวัตถุ แต่ต่อยอดไปสู่การพบเห็นผลิตภัณฑ์จริง ร้านค้าจริง และช่างทอหรือผู้ประกอบการในพื้นที่จริง
 
ผู้ที่ชื่นชอบงานผ้าและแฟชั่นไทยจะได้รับประโยชน์มากจากการชมศาลาไหมไทย เพราะสถานที่แห่งนี้ช่วยอธิบายที่มาของคุณค่าผ้าไหมมัดหมี่ได้ชัดเจน ผ้าไหมคุณภาพสูงไม่ได้มีราคาจากวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเวลาที่ใช้ในการออกแบบลาย ความแม่นยำของการมัดหมี่ ความละเอียดของการทอ ความสม่ำเสมอของเนื้อผ้า และชื่อเสียงของแหล่งผลิต การเห็นกระบวนการเหล่านี้ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าทำไมผ้าไหมแท้บางผืนจึงมีราคาสูงและควรค่าแก่การสะสม
 
สำหรับช่างฝีมือหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศาลาไหมไทยเป็นแหล่งแรงบันดาลใจที่ช่วยให้เห็นแนวทางการต่อยอดภูมิปัญญาเดิมสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ลวดลายโบราณ สีดั้งเดิม และเทคนิคการทอแบบเดิมสามารถพัฒนาเป็นเสื้อผ้า ของใช้ ของตกแต่ง หรือสินค้าดีไซน์ใหม่ได้ โดยยังคงเคารพต่อรากเหง้าของชุมชน การรักษาสมดุลระหว่างความดั้งเดิมกับความร่วมสมัยเป็นหัวใจสำคัญของการทำให้ผ้าไหมมัดหมี่มีชีวิตต่อไปในตลาดปัจจุบัน
 
สำหรับชาวต่างชาติ ศาลาไหมไทยเป็นสถานที่ที่ช่วยเปิดมุมมองต่อวัฒนธรรมไทยในอีกด้านหนึ่ง เพราะผู้มาเยือนจะได้เห็นว่างานไหมไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะราชสำนักหรือสินค้าในร้านหรู แต่มีรากลึกในชุมชนชนบทของภาคอีสาน การเรียนรู้เรื่องมัดหมี่ช่วยให้เข้าใจแนวคิดของการย้อมเส้นก่อนทอ ซึ่งแตกต่างจากการพิมพ์ลายบนผืนผ้าสำเร็จรูป ลวดลายจึงเกิดขึ้นจากการคำนวณล่วงหน้าและฝีมือของช่างทอตั้งแต่ก่อนผ้าเริ่มเป็นผืน
 
การเข้าชมศาลาไหมไทยควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการอ่านรายละเอียดและชมตัวอย่างผ้าอย่างเต็มที่ ผู้ที่สนใจผ้าไหมเป็นพิเศษอาจใช้เวลานานกว่านั้น เพราะรายละเอียดของลายผ้า สี และอุปกรณ์ทอมีเรื่องให้สังเกตมาก การเดินชมอย่างช้า ๆ จะทำให้เห็นความแตกต่างของลายมัดหมี่แต่ละแบบ และเข้าใจว่างานทอผ้าคือการทำงานร่วมกันระหว่างสายตา มือ ประสบการณ์ และความอดทน
 
มารยาทในการเข้าชมศาลาไหมไทยไม่ซับซ้อน แต่ควรให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพผ้าและอุปกรณ์จัดแสดง ผู้เข้าชมควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผ้าไหมหรือวัตถุจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ดึงหรือจับเส้นไหม ไม่ใช้แฟลชในบริเวณที่อาจกระทบต่อวัสดุ และไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้เข้าชมคนอื่น หากมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลให้คำแนะนำ ควรฟังคำอธิบาย เพราะรายละเอียดหลายอย่างเกี่ยวกับลายผ้าและกรรมวิธีการผลิตต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง
 
การเดินทาง จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 2 สายขอนแก่น – นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 44 กม. ถึงสี่แยกบ้านไผ่แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 229 มุ่งหน้าอำเภอชนบทอีกประมาณ 11 กม. ศาลาไหมไทยตั้งอยู่ทางซ้ายมือ ภายในบริเวณวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น ฝั่งตรงข้ามหนองกองแก้ว การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะจุดท่องเที่ยว ร้านผ้าไหม ร้านอาหาร และที่พักในอำเภอชนบทหรืออำเภอบ้านไผ่ได้ตามแผนการเดินทาง
 
หากเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นไปยังอำเภอบ้านไผ่หรืออำเภอชนบท แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างเข้าสู่บริเวณวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น การเดินทางแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลาและต้องการสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นมากขึ้น แต่ควรวางแผนเวลาขากลับให้ชัดเจน เพราะรถโดยสารในอำเภออาจมีรอบไม่ถี่เท่าการเดินทางในตัวเมืองขอนแก่น
 
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้มีเวลาครึ่งวันคือ เริ่มจากศาลาไหมไทยในช่วงเช้า ใช้เวลาเดินชมกระบวนการผลิตผ้าไหม อุปกรณ์ทอผ้า และตัวอย่างผ้าไหมมัดหมี่ จากนั้นแวะย่านผ้าไหมในอำเภอชนบทหรือชุมชนผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหัวฝาย เพื่อดูผลิตภัณฑ์ชุมชน ต่อด้วยมื้อกลางวันที่ร้านอาหารท้องถิ่นในอำเภอชนบท และปิดท้ายด้วยการพักผ่อนริมหนองกองแก้วหรือเดินทางต่อไปอำเภอบ้านไผ่
 
หากมีเวลา 1 วันเต็ม สามารถจัดเส้นทางจากตัวเมืองขอนแก่นมายังอำเภอชนบท เพื่อเรียนรู้เรื่องผ้าไหมมัดหมี่ที่ศาลาไหมไทย แล้วต่อไปยังบ้านหัวฝายหรือย่านถนนสายไหม จากนั้นเดินทางกลับผ่านอำเภอบ้านไผ่เพื่อแวะร้านอาหาร ที่พัก หรือจุดพักรถ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจงานหัตถกรรมไทย การท่องเที่ยวชุมชน และเรื่องราววัฒนธรรมอีสานที่เชื่อมโยงกับชีวิตผู้คนจริง
 
ศาลาไหมไทยจึงเป็นมากกว่าสถานที่จัดแสดงผ้าไหม เพราะเป็นพื้นที่ที่บันทึกความทรงจำของชุมชนชนบท ถ่ายทอดพระราชปณิธานด้านศิลปาชีพ รักษาภูมิปัญญาผ้าไหมมัดหมี่ และทำให้ผู้มาเยือนเห็นคุณค่าของผืนผ้าในฐานะผลลัพธ์ของเวลา ฝีมือ และวัฒนธรรม หากต้องการเข้าใจขอนแก่นในมิติของผ้าไหม อาชีพท้องถิ่น และงานหัตถศิลป์อีสาน ศาลาไหมไทยคือสถานที่ที่ควรมาเยือนอย่างยิ่ง
 
ชื่อสถานที่ศาลาไหมไทย หรือ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี
ชื่อภาษาอังกฤษSala Mai Thai / Thai Silk Pavilion
ที่ตั้งบริเวณวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น
ที่อยู่172 หมู่ 3 ถนนแจ้งสนิท อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น 40180
พิกัด16.09109343018212, 102.60963563748169
ไฮไลต์ศูนย์เรียนรู้ผ้าไหมมัดหมี่อำเภอชนบท จัดแสดงกระบวนการผลิตไหม เครื่องมือทอผ้า ผ้าไหมมัดหมี่โบราณ และผ้าไหมมัดหมี่ที่ได้รับการยกย่องว่ามีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มจากแนวคิดในปี พ.ศ. 2530 จัดสร้างเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในปี พ.ศ. 2535 และเปิดอาคารเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2536
ที่มาของชื่อได้รับพระราชทานนามว่า อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535
ลักษณะเด่นเป็นอาคารจัดแสดง 2 ชั้น ถ่ายทอดเรื่องผ้าไหมมัดหมี่ งานศิลปาชีพ ผลิตภัณฑ์ไหมภาคอีสาน อุปกรณ์ทอผ้า ของเก่าแก่ และลวดลายผ้าไหมชนบทตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
หลักฐานสำคัญผ้าไหมมัดหมี่โบราณ ลายหมี่กง ลายขันหมากเบ็ง ลายขอพระเทพหรือลายเชิงเทียน อุปกรณ์ผลิตไหม เครื่องมือทอผ้า และผ้าไหมมัดหมี่ฝีมือชาวอำเภอชนบทที่เคยชนะการประกวดผ้าไหมของเอเชีย
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนประวัติศาลาไหมไทยและโครงการเฉลิมพระเกียรติ
2. โซนผ้าไหมมัดหมี่อำเภอชนบทและลวดลายโบราณ
3. โซนกระบวนการผลิตผ้าไหม ตั้งแต่มัดย้อมจนถึงการทอ
4. โซนอุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับไหมและเครื่องมือทอผ้า
5. โซนผ้าไหมมัดหมี่ที่ชนะการประกวดและผ้าไหมมัดหมี่มูลค่าสูง
6. โซนศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสาน
การเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 2 สายขอนแก่น – นครราชสีมา ประมาณ 44 กม. ถึงสี่แยกบ้านไผ่เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 229 ไปอีกประมาณ 11 กม. ศาลาไหมไทยอยู่ทางซ้ายมือ ฝั่งตรงข้ามหนองกองแก้ว
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการ
วันเปิดทำการจันทร์ – อาทิตย์ หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ แหล่งเรียนรู้ผ้าไหม พื้นที่สาธิต องค์ความรู้ด้านการทอผ้า มัคคุเทศก์ท้องถิ่น และป้ายชี้ทาง
ผู้ดูแลวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น และศาลาไหมไทย วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น
นักจัดการการเรียนรู้คุณกฤติมา อนัดคะทัด ผู้จัดการศาลาไหมไทยและประธานวิสาหกิจชุมชนศาลาไหมไทย
เบอร์ติดต่อหลัก043-286-160, 084-470-5835, 043-286-218
อีเมลadmin@kknic.ac.th, salamaithai@gmail.com
เว็บไซต์ / เพจทางการเว็บไซต์วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น: kknic.ac.th
เว็บไซต์ศาลาไหมไทย: gyb315.wordpress.com
Facebook: ศาลาไหมไทย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หนองกองแก้ว ประมาณ 0.2 กม.
2. ย่านถนนสายไหม อำเภอชนบท ประมาณ 2 กม.
3. วัดศรีบุญเรือง อำเภอชนบท ประมาณ 2 กม.
4. วิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหัวฝาย ประมาณ 9 กม.
5. อำเภอบ้านไผ่ ประมาณ 13 กม.
6. พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวง ประมาณ 60 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. นมนัว Milk Mellow Cafe' ชนบท ประมาณ 2 กม. โทร. 063-732-0412, 088-021-1488
2. ไผ่เขียว บะหมี่เป็ดย่าง อำเภอชนบท ประมาณ 2 กม.
3. ก๋วยเตี๋ยวชนบท ติดแอร์ ประมาณ 2 กม.
4. หม่ำแม่บัวเงินเจ้พา ชนบท ประมาณ 3 กม. โทร. 081-592-2005
5. ชนบท แคมป์ ประมาณ 3 กม. โทร. 093-794-9469, 095-225-7736
6. ริมชีรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 081-909-1049
ที่พักใกล้เคียง1. รุ่งเรืองรีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 061-969-1682
2. ริมชีรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 081-909-1049, 085-758-1620
3. ก้านกล้วยรีสอร์ท ชนบท ประมาณ 10 กม. โทร. 096-640-9720, 098-827-8974
4. อยู่สบาย เพลส ประมาณ 8 กม.
5. โรงแรมอินภาวา บ้านไผ่ ประมาณ 13 กม. โทร. 043-272-333
6. Jasper Hotel Ban Phai ประมาณ 14 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลาไหมไทยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลาไหมไทยตั้งอยู่ภายในบริเวณวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น อยู่ใกล้หนองกองแก้วและสามารถเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นผ่านทางหลวงหมายเลข 2 และทางหลวงหมายเลข 229 ได้สะดวก
 
ถาม: ศาลาไหมไทยเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และหยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์
 
ถาม: ศาลาไหมไทยเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจงานผ้าไหมมัดหมี่ที่ต้องการเรียนรู้กระบวนการผลิตไหมของอำเภอชนบท
 
ถาม: ภายในศาลาไหมไทยมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีนิทรรศการผ้าไหมมัดหมี่ กระบวนการผลิตตั้งแต่มัดย้อมจนถึงการทอ อุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับไหม ผ้าไหมมัดหมี่โบราณ ลายผ้าอำเภอชนบท และผ้าไหมมัดหมี่ที่เคยชนะการประกวดผ้าไหมของเอเชีย
 
ถาม: ศาลาไหมไทยเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถอย่างไร?
ตอบ: ศาลาไหมไทยเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 เพื่อสืบสานพระราชปณิธานงานศิลปาชีพด้านผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมของภาคอีสาน
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวศาลาไหมไทยนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการอ่านรายละเอียด ชมผ้าไหมมัดหมี่โบราณ และเรียนรู้กระบวนการผลิตผ้าไหมอย่างครบถ้วน
 
ถาม: ไปศาลาไหมไทยแล้วเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่หนองกองแก้ว ย่านถนนสายไหม อำเภอชนบท วัดศรีบุญเรือง วิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหัวฝาย และอำเภอบ้านไผ่
 
ถาม: ศาลาไหมไทยเหมาะกับชาวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายงานผ้าไหมมัดหมี่ของอีสานอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่แนวคิด ลวดลาย เทคนิคการย้อมและทอ ไปจนถึงบทบาทของผ้าไหมในวัฒนธรรมไทย

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

พิพิธภัณฑ์กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(7)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(27)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(4)
น้ำตก น้ำตก(8)
ถ้ำ ถ้ำ(9)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(10)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
สวนน้ำ สวนน้ำ(3)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)