หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.เมืองขอนแก่น >ต.ในเมือง > วัดศรีจันทร์
TL;DR: วัดศรีจันทร์ อยู่ที่ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เปิดทุกวัน เวลา เปิดบริการทุกวัน แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน 08.00 – 17.00 น.
วัดศรีจันทร์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดบริการทุกวัน แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน 08.00 – 17.00 น.
วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น เป็นวัดสำคัญกลางเมืองขอนแก่นที่รวมคุณค่าทั้งด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ การศึกษา และงานพุทธศิลป์ไว้ในพื้นที่เดียวกัน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่เลขที่ 681 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย และเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่มีบทบาทต่อเมืองขอนแก่นมายาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2368 จุดเด่นที่ผู้มาเยือนจดจำได้ชัดคือพระอุโบสถที่งดงาม แตกต่างจากวัดทั่วไปในตัวเมือง เพราะเกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน ผู้มีจิตศรัทธา และคณะศิษยานุศิษย์ที่ร่วมกันบริจาคกำลังทรัพย์ กำลังกาย และแรงศรัทธาเพื่อสร้างศาสนสถานที่สง่างามไว้เป็นศูนย์รวมใจของชุมชน
วัดศรีจันทร์ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับทำบุญ ไหว้พระ หรือประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวการขยายตัวของชุมชนเมืองขอนแก่นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ภายในวัดมีพระประธานปางมารวิชัยในพระอุโบสถ มีพื้นที่ศาสนกิจ ศาลาการเปรียญ กุฎีสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอกลอง หอระฆัง และพื้นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพระปริยัติธรรม วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ธรรมยุต จึงมีความสำคัญทั้งในระดับชุมชน ระดับจังหวัด และระดับคณะสงฆ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อมองในมุมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดศรีจันทร์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัดเก่ากลางเมืองขอนแก่นแบบไม่เร่งรีบ เพราะตั้งอยู่ในเขตเมือง เดินทางสะดวก ใกล้ถนนสำคัญ แหล่งอาหาร ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถแวะกราบพระในพระอุโบสถ ชมบรรยากาศวัดพระอารามหลวง เรียนรู้ประวัติชื่อวัดศรีจันทร์ และต่อยอดเส้นทางเที่ยวไปยังศาลหลักเมืองขอนแก่น บึงแก่นนคร พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวง ตลาดต้นตาล หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ได้ในวันเดียวกัน
ประวัติของวัดศรีจันทร์เริ่มต้นจากท่านญาคูหลักคำ หรือพิมพ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เดิมท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดศรีนวล ต่อมาได้เห็นพื้นที่บริเวณโคกป่าโจด ใกล้หนองสะแบง ว่าเป็นพื้นที่ร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น มีความสงบ และเหมาะแก่การตั้งสำนักสงฆ์เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน จึงได้รวบรวมศรัทธาประชาชนมาร่วมกันสร้างวัดขึ้น ความร่วมมือนี้สะท้อนลักษณะสำคัญของวัดในชุมชนไทยอีสานที่มักเกิดจากแรงศรัทธาของคนท้องถิ่น ไม่ได้เป็นเพียงโครงการก่อสร้างทางศาสนา แต่เป็นการสร้างพื้นที่ส่วนรวมที่ชาวบ้านรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน
ชื่อ “วัดศรีจันทร์” มีเรื่องเล่าที่งดงามและเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมดั้งเดิมของพื้นที่ กล่าวกันว่าในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์ส่องลงมากระทบต้นไม้ ใบไม้ และพื้นที่โคกป่าโจดจนเกิดประกายงดงามราวกับมีรัศมีแห่งพระจันทร์แผ่ลงมา ท่านญาคูหลักคำเห็นเป็นนิมิตหมายอันเป็นสิริมงคล จึงตั้งชื่อวัดว่า วัดศรีจันทร์ เพื่อสื่อถึงความสว่าง ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นศักดิ์ศรีของบ้านเมือง อีกประการหนึ่ง ชื่อวัดยังตั้งให้มีความสัมพันธ์กับวัดศรีนวล ซึ่งเป็นวัดเดิมของท่าน ชาวบ้านจึงเรียกวัดศรีจันทร์ว่า “วัดนอก” เพราะตั้งอยู่นอกคุ้มบ้านเดิม และเรียกวัดศรีนวลว่า “วัดใน” เพราะตั้งอยู่ในคุ้มบ้านเดิมของชุมชน
ความสำคัญของวัดศรีจันทร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของเมืองขอนแก่น จากวัดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ร่มรื่นนอกคุ้มบ้าน กลายเป็นวัดสำคัญในเขตเมืองที่รายล้อมด้วยชุมชน แหล่งค้าขาย ถนนสายหลัก และสถานที่ราชการ วัดแห่งนี้ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 สะท้อนสถานะของวัดที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาและสังคมท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีประวัติด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรม แผนกบาลี และการศึกษาทางพระพุทธศาสนาในระดับต่าง ๆ ทำให้วัดศรีจันทร์เป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของพระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่
พระอุโบสถของวัดศรีจันทร์เป็นจุดสำคัญที่ควรให้เวลาในการชมอย่างละเอียด เพราะเป็นอาคารศาสนสถานที่สะท้อนแรงศรัทธาของชาวบ้านและผู้ร่วมสร้างอย่างชัดเจน งานก่อสร้างและรายละเอียดตกแต่งมีความประณีตสง่างาม หลังคาทรงไทยซ้อนชั้น สีสันที่ตัดกับผนังอาคารอย่างงดงาม และองค์ประกอบประดับที่ให้ความรู้สึกเรียบร้อยแต่มีพลังทางศรัทธา ความงามของพระอุโบสถไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่สัดส่วน ความสมดุล ความสะอาดตา และบรรยากาศสงบที่ทำให้ผู้เข้ามาในพื้นที่รู้สึกถึงความเคารพโดยธรรมชาติ
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ซึ่งเป็นปูชนียวัตถุสำคัญคู่วัด พระพุทธรูปปางมารวิชัยสื่อถึงพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าทรงชนะมารก่อนตรัสรู้ เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางจิตใจ ความเพียร และชัยชนะเหนือกิเลส ผู้มาเยือนนิยมกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ตั้งจิตอธิษฐาน และใช้เวลาอยู่เงียบ ๆ ภายในอุโบสถเพื่อสงบใจ บรรยากาศภายในวัดจึงเหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและผู้ที่ต้องการหาพื้นที่สงบกลางเมือง
บริเวณวัดศรีจันทร์มีผังพื้นที่ที่สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชนอย่างชัดเจน พระอุโบสถเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมสำคัญ ศาลาการเปรียญใช้สำหรับกิจกรรมทางศาสนา การฟังธรรม และงานชุมชน กุฎีสงฆ์เป็นที่จำพรรษาของพระภิกษุ ศาลาบำเพ็ญกุศลรองรับพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนตั้งแต่งานบุญ งานอุทิศส่วนกุศล ไปจนถึงกิจกรรมทางศาสนาในวาระต่าง ๆ ส่วนหอกลอง หอระฆัง และธรรมจักรเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศวัดให้คงเอกลักษณ์ของศาสนสถานไทย
ในด้านการปกครองคณะสงฆ์ วัดศรีจันทร์มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะเป็นที่ตั้งของสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ธรรมยุต และมีบทบาทเกี่ยวข้องกับงานคณะสงฆ์ในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เจ้าอาวาสปัจจุบันคือ พระธรรมวชิรสารสุธี หรือ สันติ์ ชุตินฺธโร ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา การบริหารวัดจึงเชื่อมโยงทั้งงานศาสนกิจ การศึกษา การเผยแผ่ธรรม และการดูแลวัดพระอารามหลวงให้เป็นพื้นที่สงบ เรียบร้อย และเหมาะสมต่อการเข้ามาใช้ประโยชน์ของพุทธศาสนิกชน
สิ่งที่ทำให้วัดศรีจันทร์น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดและชาวต่างชาติ คือความเป็นวัดที่อยู่ในเมืองแต่ยังคงร่องรอยของชุมชนเก่าไว้ในชื่อ เรื่องเล่า และรูปแบบการใช้พื้นที่ ถนนศรีจันทร์เป็นถนนสำคัญของเมืองขอนแก่น การที่วัดตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับเมืองอย่างชัดเจน วัดไม่ได้แยกตัวจากชีวิตประจำวันของผู้คน แต่ตั้งอยู่ท่ามกลางการเดินทาง การค้าขาย และกิจกรรมของชุมชน เป็นภาพสะท้อนว่าพระพุทธศาสนายังคงดำรงอยู่ในชีวิตเมืองร่วมสมัยอย่างไร
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น วัดศรีจันทร์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำความเข้าใจการขยายตัวของชุมชนจากคุ้มบ้านเดิมไปสู่พื้นที่เมืองใหม่ การเรียกวัดว่า วัดนอก และวัดศรีนวลว่า วัดใน บอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่อยู่อาศัยกับศาสนสถานอย่างเป็นรูปธรรม คำเรียกเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงชื่อเล่นของวัด แต่เป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนการมองพื้นที่ของชาวบ้านในอดีตและการรับรู้ของชุมชนต่อวัดในฐานะศูนย์กลางทางจิตใจ
เมื่อเดินชมวัด ควรเริ่มจากพื้นที่พระอุโบสถ เพื่อกราบพระประธานและสังเกตรายละเอียดสถาปัตยกรรม จากนั้นจึงชมบริเวณโดยรอบ เช่น ศาลาการเปรียญ หอกลอง หอระฆัง และพื้นที่ศาสนกิจอื่น ๆ การเดินชมอย่างช้า ๆ จะทำให้เห็นว่าวัดศรีจันทร์เป็นวัดที่มีบรรยากาศเรียบง่ายแต่มีความหมายลึกซึ้ง รายละเอียดของอาคารแต่ละส่วนสะท้อนช่วงเวลาการพัฒนาและการใช้งานที่ต่างกัน ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานชุมชน
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เพราะวัดศรีจันทร์เป็นพระอารามหลวงและยังเป็นพื้นที่ศาสนกิจที่มีพระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชนเข้ามาใช้งานจริง เสื้อผ้าควรปกปิดไหล่และเข่า หลีกเลี่ยงเสียงดังภายในเขตพระอุโบสถ และควรงดถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสม หากมีพิธีกรรมหรือกิจกรรมของวัด ควรให้ความเคารพพื้นที่และหลีกทางให้ผู้ที่มาประกอบศาสนกิจ การปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีคุณค่าและไม่รบกวนวิถีของวัด
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด แสงธรรมชาติช่วยให้พระอุโบสถดูงดงามและถ่ายภาพได้ดี ช่วงเช้าจะได้บรรยากาศสงบ เหมาะกับการไหว้พระและเดินชมอย่างไม่เร่งรีบ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับผู้ที่ต้องการต่อเส้นทางไปยังบึงแก่นนครหรือศาลหลักเมืองขอนแก่นในช่วงเย็น หากต้องการติดต่อวัดหรือสอบถามงานพิธี ควรติดต่อในช่วงเวลาราชการหรือช่วงกลางวันที่มีเจ้าหน้าที่และพระภิกษุอยู่ในพื้นที่
วัดศรีจันทร์ไม่มีลักษณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความเป็นวัดเก่าแก่กลางเมือง ความสำคัญเชิงคณะสงฆ์ และเรื่องราวของศรัทธาชุมชน ผู้ที่มาเที่ยวควรมองวัดแห่งนี้ในฐานะสถานที่เรียนรู้และสถานที่พักใจ มากกว่าจุดถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว หากให้เวลากับประวัติชื่อวัด สังเกตพระอุโบสถ และเข้าใจบทบาทของวัดต่อเมืองขอนแก่น จะพบว่าวัดศรีจันทร์มีคุณค่ามากกว่าที่เห็นในเวลาเพียงไม่กี่นาที
การเดินทาง ไปวัดศรีจันทร์ทำได้สะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่บนถนนศรีจันทร์ในเขตตัวเมืองขอนแก่น หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถปักหมุดไปที่วัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง เลขที่ 681 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น ได้โดยตรง เส้นทางเชื่อมต่อกับถนนรอบเมือง ถนนกลางเมือง และย่านธุรกิจของขอนแก่น ผู้ที่เดินทางจากสถานีรถไฟขอนแก่นหรือสถานีขนส่งสามารถใช้รถรับจ้าง รถแท็กซี่ หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก ส่วนผู้ที่พักในเขตเมืองสามารถจัดเส้นทางเที่ยวแบบครึ่งวันร่วมกับศาลหลักเมือง ขอนแก่น เซ็นทรัลขอนแก่น บึงแก่นนคร และตลาดต้นตาลได้ง่าย
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีเวลาครึ่งวันคือเริ่มจากวัดศรีจันทร์ในช่วงเช้า เพื่อกราบพระและชมพระอุโบสถ จากนั้นไปศาลหลักเมืองขอนแก่นหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ต่อด้วยอาหารกลางวันในย่านเมือง แล้วช่วงบ่ายไปบึงแก่นนครและวัดหนองแวงเพื่อชมพระมหาธาตุแก่นนคร หากมีเวลาช่วงเย็นสามารถต่อไปตลาดต้นตาลหรือถนนคนเดินขอนแก่นในวันที่มีการจัดกิจกรรม เส้นทางนี้เหมาะกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการเห็นภาพเมืองขอนแก่นผ่านวัด ศาลหลักเมือง แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่พักผ่อนของคนท้องถิ่น
ในแง่ศิลปกรรม วัดศรีจันทร์มีเสน่ห์ที่ความงดงามแบบวัดเมืองอีสานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้แสดงตัวผ่านความอลังการแบบสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่แสดงผ่านความประณีตของพระอุโบสถ ความเป็นระเบียบของพื้นที่ และการวางองค์ประกอบทางศาสนาอย่างเรียบง่าย ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาสังเกตความแตกต่างของงานช่างไทยในเขตอีสาน เช่น รูปแบบหลังคา หน้าบัน ช่อฟ้า ใบระกา สีของอาคาร และจังหวะของพื้นที่รอบพระอุโบสถ ซึ่งช่วยให้เข้าใจว่างานวัดท้องถิ่นมีเอกลักษณ์ในแบบของตนเอง
วัดศรีจันทร์ยังสะท้อนพลังของคำว่า “ร่วมมือร่วมใจ” อย่างชัดเจน เพราะการสร้างวัดและการพัฒนาศาสนสถานไม่ได้เกิดขึ้นจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากความศรัทธาของชาวบ้านที่เห็นคุณค่าของการมีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน โบสถ์ที่งดงามจึงไม่ใช่เพียงอาคารศาสนา แต่เป็นหลักฐานของความสามัคคีในชุมชน การบริจาค การช่วยกันดูแล และการสืบทอดพระพุทธศาสนาจากรุ่นสู่รุ่น ความหมายนี้ทำให้การมาเยือนวัดศรีจันทร์มีมิติทางใจมากกว่าการชมสถาปัตยกรรม
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา วัดศรีจันทร์เป็นพื้นที่ที่พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ามาทำบุญ ฟังธรรม เวียนเทียน หรือร่วมกิจกรรมตามแบบวัดไทยได้ บรรยากาศในวันสำคัญจะสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมใจของคนเมือง ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวควรรักษาความสงบและปฏิบัติตัวให้เหมาะสม เพราะช่วงดังกล่าวมีผู้มาประกอบศาสนกิจจำนวนมาก
สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมไทย วัดศรีจันทร์เป็นสถานที่ที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน และเมืองได้ดี คำว่า “วัด” ในสังคมไทยไม่ได้หมายถึงอาคารสำหรับประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่หมายถึงพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ทำบุญ พื้นที่พบปะของชุมชน และพื้นที่ที่เชื่อมโยงความทรงจำของผู้คน วัดศรีจันทร์จึงเหมาะกับการนำเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในฐานะวัดเก่าแก่กลางเมืองขอนแก่นที่มีชีวิต ไม่ใช่โบราณสถานที่แยกออกจากผู้คน
หากเดินทางมาเป็นครอบครัว ควรใช้เวลาพูดคุยกับเด็ก ๆ เรื่องประวัติวัด การตั้งชื่อจากแสงจันทร์ และการสร้างโบสถ์จากแรงศรัทธาของชุมชน เพราะเรื่องเหล่านี้ช่วยให้การเที่ยววัดไม่น่าเบื่อ เด็กจะได้เห็นว่าวัดเป็นพื้นที่ของประวัติศาสตร์ ศิลปะ และความร่วมมือ ไม่ใช่เพียงสถานที่เงียบ ๆ สำหรับผู้ใหญ่ ส่วนผู้สูงอายุจะเหมาะกับการมาทำบุญและพักผ่อนใจในพื้นที่ที่เดินทางสะดวก ไม่ต้องออกไปไกลจากตัวเมือง
การจัดทริปวัดศรีจันทร์ควรใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากต้องการเพียงกราบพระและชมพระอุโบสถ แต่หากต้องการอ่านประวัติ เดินดูพื้นที่วัด และถ่ายภาพอย่างสุภาพ ควรเผื่อเวลา 1 ชั่วโมงขึ้นไป จุดเด่นของวัดอยู่ที่การเข้าถึงง่ายและสามารถเชื่อมกับสถานที่อื่นได้หลายแบบ จึงเหมาะกับการเป็นจุดเริ่มต้นของทริปเมืองขอนแก่น หรือเป็นจุดแวะพักใจระหว่างการเดินทางในตัวเมือง
โดยสรุป วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น เป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศรัทธา สถาปัตยกรรม และบทบาททางคณะสงฆ์ จุดเด่นของวัดคือพระอุโบสถงดงามที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน พระประธานปางมารวิชัย เรื่องเล่าที่มาของชื่อวัดจากแสงจันทร์ และสถานะพระอารามหลวงชั้นตรีกลางเมืองขอนแก่น ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นทั้งความสงบของศาสนสถานและความเคลื่อนไหวของเมืองในเวลาเดียวกัน จึงเป็นวัดที่ควรบรรจุไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวขอนแก่นสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเมืองนี้ให้ลึกกว่าการแวะสถานที่ยอดนิยมเพียงไม่กี่แห่ง
| ชื่อสถานที่ | วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น |
| ที่ตั้ง | ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น |
| ที่อยู่ | เลขที่ 681 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000 |
| ประเภทสถานที่ | พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย |
| ไฮไลต์ | พระอุโบสถงดงาม พระประธานปางมารวิชัย ประวัติวัดเก่าแก่กลางเมืองขอนแก่น และเรื่องเล่าที่มาของชื่อวัดจากแสงจันทร์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2368 โดยท่านญาคูหลักคำ หรือพิมพ์ ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 และได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2545 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดศรีจันทร์เกี่ยวข้องกับนิมิตหมายของแสงจันทร์ที่ส่องกระทบป่าไม้บริเวณโคกป่าโจด และตั้งให้สอดคล้องกับวัดศรีนวลซึ่งเป็นวัดเดิมของเจ้าอาวาสรูปแรก |
| ลักษณะเด่น | วัดเก่าแก่ในตัวเมือง มีพระอุโบสถที่สร้างอย่างประณีตจากแรงศรัทธาของชุมชน เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการศึกษาพระปริยัติธรรม |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระประธานในพระอุโบสถ และพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์ |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวกจากตัวเมืองขอนแก่น สถานีรถไฟขอนแก่น และย่านที่พักกลางเมือง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดบริการ เป็นวัดสำคัญกลางเมืองขอนแก่นและเป็นที่ตั้งสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ธรรมยุต |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เปิดบริการทุกวัน แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาบำเพ็ญกุศล กุฎีสงฆ์ พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และพื้นที่สำนักงานคณะสงฆ์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฎีสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอกลองและหอระฆัง พื้นที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ธรรมยุต พื้นที่การศึกษาพระปริยัติธรรม |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระธรรมวชิรสารสุธี (สันติ์ ชุตินฺธโร) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วัดศรีจันทร์ 043-237-756 สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ธรรมยุต 086-868-5428 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: วัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง ขอนแก่น |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลหลักเมืองขอนแก่น ประมาณ 1 กม. 2. เซ็นทรัล ขอนแก่น ประมาณ 2 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ประมาณ 3 กม. 4. บึงแก่นนคร ประมาณ 3 กม. 5. วัดหนองแวง พระอารามหลวง และพระมหาธาตุแก่นนคร ประมาณ 4 กม. 6. ตลาดต้นตาล ประมาณ 4 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ศรัทธา คาเฟ่ วัดศรีจันทร์ ขอนแก่น ประมาณ 0 กม. 2. ศรีจันทร์นมสด ขอนแก่น ประมาณ 1 กม. โทร. 092-592-4694 3. ร้านกระเทียมอาหารตามสั่ง ซ.ศรีจันทร์ 29 ประมาณ 2 กม. โทร. 089-622-7106 4. ภัตตาคารบัวหลวง ประมาณ 3 กม. โทร. 086-451-4117 5. ครัวสุพรรณิการ์ by คุณยายสมศรี ประมาณ 5 กม. โทร. 063-424-1665 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. B2 Khon Kaen Boutique & Budget Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 1328 2. Kosa Hotel Khon Kaen ประมาณ 1 กม. โทร. 043-320-320 3. Charoen Thani Khon Kaen Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-220-400 4. OMG Hotel Khon Kaen ประมาณ 2 กม. โทร. 043-239-060 5. Avani Khon Kaen Hotel & Convention Centre ประมาณ 2 กม. โทร. 043-209-888 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีจันทร์ตั้งอยู่เลขที่ 681 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000 อยู่ในเขตตัวเมืองและเดินทางสะดวกจากสถานีรถไฟ ย่านที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวในเมือง
ถาม: วัดศรีจันทร์มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดศรีจันทร์เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ พ.ศ. 2368 และเป็นที่ตั้งสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ธรรมยุต
ถาม: ไฮไลต์ของวัดศรีจันทร์คืออะไร?
ตอบ: ไฮไลต์สำคัญคือพระอุโบสถที่งดงาม พระประธานปางมารวิชัย เรื่องเล่าที่มาของชื่อวัดจากแสงจันทร์ และประวัติการสร้างวัดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านในชุมชน
ถาม: เจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสปัจจุบันคือ พระธรรมวชิรสารสุธี (สันติ์ ชุตินฺธโร)
ถาม: ไปวัดศรีจันทร์ควรแต่งกายอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ปกปิดไหล่และเข่า งดใช้เสียงดังในเขตพระอุโบสถ และปฏิบัติตนด้วยความเคารพเพราะเป็นพระอารามหลวงและยังมีการประกอบศาสนกิจจริง
ถาม: วัดศรีจันทร์เหมาะเที่ยวร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: เหมาะเที่ยวร่วมกับศาลหลักเมืองขอนแก่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น บึงแก่นนคร วัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร เซ็นทรัลขอนแก่น และตลาดต้นตาล
ถาม: ใช้เวลาเที่ยววัดศรีจันทร์นานเท่าไร?
ตอบ: หากกราบพระและชมพระอุโบสถใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการอ่านประวัติ เดินชมพื้นที่ และถ่ายภาพอย่างสุภาพ ควรเผื่อเวลา 1 ชั่วโมงขึ้นไป
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




