หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.เมืองกาฬสินธุ์ >ต.กาฬสินธุ์ > วัดใต้โพธิ์ค้ำ
TL;DR: วัดใต้โพธิ์ค้ำ อยู่ที่ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ โบสถ์เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนบนฐานลวดบัว หลังคาจั่วซ้อนกันสามชั้น มีชายคาปีกนกด้านข้าง หัวเสาปูนปั้นพานหัวเสา คันทวยรูปพญาครุฑ.

กาฬสินธุ์

วัดใต้โพธิ์ค้ำ

วัดใต้โพธิ์ค้ำ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดใต้โพธิ์ค้ำ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนพรรณนา ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่ช่วยอธิบายผังเมืองเก่าและพัฒนาการของชุมชนกาฬสินธุ์ในยุคเริ่มตั้งเมืองได้อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2341 ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับวัดกลางและวัดเหนือ หรือวัดศรีบุญเรือง สะท้อนรูปแบบการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นบ้านเหนือ บ้านกลาง และบ้านใต้ โดยแต่ละพื้นที่มีวัดประจำชุมชนของตนเอง วัดใต้จึงเป็นทั้งศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนด้านใต้และเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เมืองที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
 
ความสำคัญของวัดใต้โพธิ์ค้ำไม่ได้อยู่เพียงความเป็นวัดเก่าแก่ในเมืองเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่พระอุโบสถหรือโบสถ์เก่าที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมงดงาม เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนบนฐานลวดบัว หลังคาจั่วซ้อนกันสามชั้น มีชายคาปีกนกด้านข้าง หัวเสาเป็นปูนปั้นพานหัวเสา คันทวยทำเป็นรูปพญาครุฑอย่างประณีต หน้าบันเป็นปูนปั้นรูปเทพนมประกอบลายก้านขด ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ศิลปะแบบพื้นบ้านอีสาน โบสถ์หลังนี้จึงเป็นจุดเด่นสำคัญของวัดและเป็นงานช่างที่ควรค่าแก่การชมอย่างละเอียด
 
เมื่อมองวัดใต้โพธิ์ค้ำร่วมกับวัดกลางและวัดเหนือ จะเห็นภาพเมืองกาฬสินธุ์ในอดีตชัดขึ้น เมืองไทยในสมัยก่อนมักจัดพื้นที่ชุมชนตามตำแหน่งภูมิศาสตร์ วัดทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางศาสนา โรงเรียน พื้นที่ประชุม และสถานที่ประกอบพิธีกรรมของชาวบ้าน วัดกลางอยู่บริเวณศูนย์กลางของชุมชน วัดเหนืออยู่ด้านเหนือ และวัดใต้อยู่ด้านใต้ของกลุ่มบ้านเมือง การเรียกชื่อวัดตามตำแหน่งเช่นนี้ไม่ใช่เพียงคำเรียกง่าย ๆ แต่เป็นร่องรอยของโครงสร้างชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับบ้าน และระบบความคิดของคนเมืองเก่า
 
ชื่อเดิมของวัดน่าจะเรียกเพียงว่า “วัดใต้” เพราะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดกลางและวัดเหนือ ต่อมาจึงมีคำว่า “โพธิ์ค้ำ” เพิ่มเข้ามาจากความเชื่อและสัญลักษณ์สำคัญภายในวัด ตามคติของชาวพุทธ เมื่อมีการตั้งวัดขึ้นมักนิยมปลูกต้นโพธิ์ไว้ในวัด เพราะต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เป็นไม้มงคล และให้ร่มเงาแก่พื้นที่วัด ชาวบ้านจำนวนมากมีความเชื่อเรื่อง “บวชลูก ปลูกโพธิ์ จะได้บุญ” การปลูกโพธิ์จึงเป็นทั้งการทำบุญ การสร้างร่มเงา และการสร้างนิมิตหมายที่ดีให้แก่วัด
 
เมื่อต้นโพธิ์ในวัดเติบโตขึ้น ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัดใต้ ผู้คนที่มาทำบุญ ต่ออายุ หรืออธิษฐานเรื่องสุขภาพมักนำไม้ง่ามมาค้ำต้นโพธิ์ไว้ ด้วยความเชื่อว่าการค้ำต้นโพธิ์ให้แข็งแรง ไม่หักโค่น เป็นนิมิตของการค้ำชีวิต ค้ำดวงชะตา และค้ำผู้ป่วยให้หายจากโรคภัย มีอายุยืนยาวต่อไป เมื่อเวลาผ่านไป ไม้ค้ำจำนวนมากปรากฏอยู่รอบต้นโพธิ์จนกลายเป็นภาพจำของวัด ชาวบ้านจึงเรียกวัดใต้ว่า วัดใต้มีต้นโพธิ์ไม้ค้ำ และภายหลังเรียกสั้นลงเป็น “วัดใต้โพธิ์ค้ำ” สืบมาจนถึงปัจจุบัน
 
ต้นโพธิ์ที่เป็นที่มาของชื่อวัดยังคงมีความหมายทางจิตใจต่อผู้คนในท้องถิ่น ตั้งอยู่ในบริเวณวัดด้านทิศตะวันตกใกล้อาคารเรียนของโรงเรียนเทศบาล 4 วัดใต้โพธิ์ค้ำ ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีโพธิรุกขเทวดาสิงสถิตอยู่ ความเชื่อนี้ช่วยให้ต้นโพธิ์ไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้ใหญ่ในวัด แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ ศาสนา และความหวังของผู้คน ผู้ที่มาขอพรหรือต่ออายุมักมองต้นโพธิ์เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ยืนยาวและความมั่นคงทางใจ
 
อีกนัยหนึ่ง ชื่อวัดใต้โพธิ์ค้ำยังมีความหมายที่งดงามในเชิงธรรมะ เพราะคำว่า “โพธิ์” สัมพันธ์กับการตรัสรู้ซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา ส่วนคำว่า “ค้ำ” ให้ความหมายถึงการพยุง การประคับประคอง และการช่วยให้สิ่งสำคัญตั้งมั่น เมื่อนำมารวมกัน ชื่อวัดจึงสื่อถึงสถานที่ที่ค้ำจุนโพธิธรรม ค้ำจุนศรัทธาของชุมชน และค้ำจุนชีวิตจิตใจของผู้คนให้มีหลักยึดเหนี่ยวในยามทุกข์และยามต้องการกำลังใจ
 
พระอุโบสถของวัดใต้โพธิ์ค้ำเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ควรพิจารณาอย่างละเอียด ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนบนฐานลวดบัว มีสัดส่วนแบบโบสถ์ไทยที่ได้รับการตีความผ่านรสนิยมช่างพื้นบ้านอีสาน หลังคาจั่วซ้อนกันสามชั้นทำให้อาคารมีความสง่างามและมีจังหวะลดหลั่นทางสายตา ชายคาปีกนกด้านข้างช่วยให้ตัวอาคารดูยาวและร่มเย็นขึ้น ทั้งยังทำหน้าที่กันแดดกันฝนตามภูมิอากาศของภาคอีสาน โบสถ์จึงไม่ได้งามเพราะเครื่องประดับเท่านั้น แต่ยังงามจากการใช้รูปทรงที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
 
ฐานลวดบัวของโบสถ์ช่วยยกอาคารให้เด่นจากพื้นลานวัด ลวดบัวทำหน้าที่แบ่งชั้นฐานให้มีมิติและให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง การก่ออิฐถือปูนเป็นเทคนิคที่แสดงถึงพัฒนาการของงานก่อสร้างวัดในชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ช่วงหลังจากตั้งเมืองมาแล้วระยะหนึ่ง อาคารลักษณะนี้สะท้อนทั้งความสามารถของช่างท้องถิ่น ความตั้งใจของชุมชน และความศรัทธาที่แปรเปลี่ยนเป็นอาคารศาสนสถานถาวรสำหรับใช้ประกอบสังฆกรรมและพิธีกรรมสำคัญของวัด
 
หัวเสาเป็นปูนปั้นพานหัวเสา ซึ่งช่วยเพิ่มความอ่อนช้อยให้กับเสาที่ทำหน้าที่รับองค์ประกอบด้านบนของอาคาร พานเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรองรับของสูง การบูชา และความเคารพ เมื่อนำรูปพานมาสร้างเป็นหัวเสา จึงทำให้เสาไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างรับน้ำหนัก แต่กลายเป็นองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ที่บอกว่าพื้นที่ภายในโบสถ์เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เหนือขึ้นไปจากพื้นที่สามัญของลานวัด
 
คันทวยของโบสถ์ทำเป็นรูปพญาครุฑ มีรายละเอียดและรูปทรงงดงาม พญาครุฑเป็นสัตว์ในคติไทยและคติพุทธที่สื่อถึงพลัง อำนาจ ความคุ้มครอง และความสูงส่ง การนำพญาครุฑมาใช้เป็นคันทวยจึงมีทั้งหน้าที่ทางโครงสร้างและหน้าที่ทางความหมาย คันทวยรับชายคาและช่วยถ่ายทอดน้ำหนักลงสู่เสา ขณะเดียวกันรูปครุฑก็ทำหน้าที่เหมือนผู้พิทักษ์อาคารศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งเมื่อพิจารณารายละเอียดของปีก ลำตัว และท่าทาง จะเห็นความตั้งใจของช่างในการทำให้โบสถ์มีชีวิตทางศิลปะ
 
หน้าบันของโบสถ์เป็นปูนปั้นรูปเทพนมประกอบลายก้านขด เทพนมเป็นสัญลักษณ์ของการเคารพบูชา เทวดาผู้ประนมมือถวายความนอบน้อมต่อพระพุทธศาสนา เมื่อตั้งอยู่บนหน้าบันซึ่งเป็นจุดเด่นของอาคาร เทพนมจึงช่วยกำหนดบรรยากาศของโบสถ์ให้เป็นพื้นที่แห่งศรัทธา ส่วนลายก้านขดให้ความรู้สึกพลิ้วไหว ต่อเนื่อง และอุดมสมบูรณ์ ลวดลายพรรณพฤกษาเหล่านี้สะท้อนแนวคิดเรื่องชีวิต ความงอกงาม และการแผ่ขยายของบุญกุศล
 
ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ศิลปะแบบพื้นบ้านอีสาน พระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นปางสำคัญที่สื่อถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงชนะมารก่อนการตรัสรู้ พระหัตถ์ขวาแตะพื้นเป็นการอ้างพระแม่ธรณีเป็นพยานต่อบารมีที่สั่งสมมา ความหมายของปางนี้คือชัยชนะของธรรมะเหนือกิเลส ความมั่นคงของจิต และการไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค เมื่อพระประธานปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ในโบสถ์วัดใต้โพธิ์ค้ำ จึงทำให้พื้นที่ภายในเป็นศูนย์รวมของความสงบ ความมั่นคง และกำลังใจของผู้มากราบไหว้
 
ศิลปะแบบพื้นบ้านอีสานของพระประธานมีเสน่ห์ต่างจากงานหลวงหรือพระพุทธรูปแบบราชสำนัก เพราะมีความเรียบง่าย จริงใจ และใกล้ชิดกับชุมชน รูปทรงอาจไม่ได้เน้นความสมบูรณ์แบบตามแบบแผนช่างหลวงทุกประการ แต่มีพลังทางศรัทธาและมีร่องรอยรสนิยมของช่างพื้นถิ่น ผู้ที่มาชมควรมองพระประธานในฐานะงานศิลป์ของชุมชน ไม่ใช่เพียงวัตถุสวยงาม แต่เป็นตัวแทนของความเชื่อ การร่วมแรงร่วมใจ และความผูกพันระหว่างวัดกับคนในพื้นที่
 
วัดใต้โพธิ์ค้ำยังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ประกอบประเพณีของชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ มีงานบุญ งานทำบุญตักบาตร งานปฏิบัติธรรม และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องกับวัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดงานฉลอง 225 ปี วัดใต้โพธิ์ค้ำ ที่มีพิธีพุทธาภิเษกหลวงพ่อโพธิ์ค้ำจำลอง งานประเพณีบุญเดือน 4 และกิจกรรมปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิเจริญจิตภาวนา กิจกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก่าแก่สำหรับชมสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นศูนย์กลางศรัทธาที่มีบทบาทจริงในชีวิตผู้คน
 
การทำบุญต่ออายุและการนำไม้มาค้ำต้นโพธิ์เป็นประเพณีความเชื่อที่ให้ภาพความสัมพันธ์ระหว่างร่างกาย จิตใจ ธรรมชาติ และศาสนาได้อย่างลึกซึ้ง ไม้ง่ามที่ใช้ค้ำต้นโพธิ์ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาให้ชีวิตมั่นคง ร่างกายแข็งแรง และอายุยืน การค้ำต้นโพธิ์จึงเป็นการแสดงออกทางศรัทธาที่จับต้องได้ ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยสามารถนำความกังวล ความหวัง และคำอธิษฐานมาฝากไว้กับต้นโพธิ์และพระศาสนา
 
ในมุมของวัฒนธรรมท้องถิ่น ต้นโพธิ์ไม้ค้ำของวัดใต้โพธิ์ค้ำเป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายว่าคนอีสานมองวัดเป็นพื้นที่ดูแลชีวิตตั้งแต่เกิด เจ็บ ป่วย แก่ ไปจนถึงความตายอย่างไร วัดไม่ใช่สถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเฉพาะวันสำคัญเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาหาเมื่อมีความทุกข์ ต้องการกำลังใจ หรือต้องการทำบุญเสริมสิริมงคล ความเชื่อเรื่องโพธิ์ค้ำจึงเป็นภูมิปัญญาทางใจที่ทำให้คนรู้สึกว่าชีวิตยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยประคองอยู่
 
หากเดินชมรอบโบสถ์ ควรสังเกตองค์ประกอบหลายส่วนพร้อมกัน เริ่มจากฐานลวดบัวที่ยกตัวอาคารให้สูงขึ้น ต่อด้วยบันไดและทางเข้าสู่โบสถ์ ชายคาปีกนกที่วิ่งด้านข้าง คันทวยรูปพญาครุฑ หน้าบันเทพนมและลายก้านขด แล้วจึงค่อยเข้าสู่ภายในเพื่อกราบพระประธาน การชมเช่นนี้จะทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมกับความหมายทางศาสนา อาคารทั้งหลังถูกออกแบบให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เคลื่อนจากพื้นที่สามัญเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นลำดับ
 
วัดใต้โพธิ์ค้ำเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติเมือง วัดเก่า สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และคติความเชื่อเกี่ยวกับต้นโพธิ์ หากเที่ยวร่วมกับวัดกลางและวัดเหนือ จะได้เห็นภาพวัดสำคัญสามแห่งที่สัมพันธ์กับชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ในอดีต วัดกลางโดดเด่นด้านพระอารามหลวงและหลวงพ่อองค์ดำ วัดเหนือโดดเด่นด้านเสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยาง ส่วนวัดใต้โพธิ์ค้ำโดดเด่นด้านโบสถ์เก่า ความเชื่อเรื่องต้นโพธิ์ไม้ค้ำ และตำแหน่งของวัดในผังชุมชนโบราณ การเที่ยวทั้งสามวัดจึงช่วยให้เข้าใจเมืองกาฬสินธุ์ได้ครบมิติมากขึ้น
 
พื้นที่ของวัดตั้งอยู่ใจกลางเมืองและอยู่ใกล้โรงเรียนเทศบาล 4 วัดใต้โพธิ์ค้ำ ทำให้วัดมีความสัมพันธ์กับการศึกษาและชุมชนเมืองอย่างใกล้ชิด ภาพของวัด โรงเรียน และชุมชนที่อยู่ร่วมกันเป็นลักษณะที่พบได้ในเมืองไทยหลายแห่ง เพราะวัดมักเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาชุมชน ก่อนที่โรงเรียนสมัยใหม่จะเกิดขึ้น วัดใต้โพธิ์ค้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางสังคมที่หล่อหลอมคนเมืองกาฬสินธุ์หลายรุ่น
 
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ โบสถ์วัดใต้โพธิ์ค้ำมีมุมที่น่าสนใจทั้งด้านหน้า ด้านข้าง หลังคาจั่วซ้อนสามชั้น รายละเอียดหน้าบัน คันทวยรูปครุฑ และพื้นที่ร่มเงาของต้นไม้ ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพ เพราะแสงไม่แข็งเกินไปและช่วยให้เห็นมิติของปูนปั้นชัดขึ้น หากต้องการถ่ายภาพภายในโบสถ์ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัด ใช้ความสำรวม ไม่รบกวนผู้ที่มาทำบุญ และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพตามมารยาทการเข้าวัด เสื้อควรมีแขน กางเกงหรือกระโปรงควรสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด และใช้เสียงเบาเมื่อต้องเดินชมภายในวัด หากต้องการสักการะพระประธานหรือทำบุญต่ออายุ ควรทำด้วยความเคารพและหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจกระทบต่อต้นโพธิ์หรือสิ่งปลูกสร้างเก่า การท่องเที่ยววัดเก่าควรเป็นการเที่ยวที่ช่วยรักษา ไม่ใช่การเที่ยวที่เพิ่มภาระให้สถานที่
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงเช้า เพราะบรรยากาศสงบ อากาศยังไม่ร้อนมาก และเหมาะกับการไหว้พระก่อนเริ่มเส้นทางเที่ยวในตัวเมืองกาฬสินธุ์ อีกช่วงที่เหมาะคือบ่ายแก่ เพราะแสงเย็นช่วยให้โบสถ์และรายละเอียดปูนปั้นดูมีมิติมากขึ้น หากวางแผนเที่ยวหลายแห่งในวันเดียว สามารถเริ่มจากวัดใต้โพธิ์ค้ำ ต่อด้วยวัดกลาง วัดศรีบุญเรือง พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ สวนสาธารณะกุดน้ำกิน และตลาดโรงสีได้อย่างสะดวก
 
การเดินทาง ไปวัดใต้โพธิ์ค้ำทำได้สะดวกมาก เพราะวัดอยู่ในเขตเมืองกาฬสินธุ์ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ตั้งจุดหมายในแผนที่เป็นวัดใต้โพธิ์ค้ำ กาฬสินธุ์ หรือ Wat Tai Pho Kham Kalasin ได้โดยตรง หากเริ่มจากวัดกลางหรือวัดศรีบุญเรืองสามารถเดินทางต่อกันได้ในระยะใกล้ ใช้เวลาไม่นาน เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางเดินทางสั้น ๆ ภายในเมือง
 
หากมาจากต่างจังหวัด เช่น ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด หรือสกลนคร สามารถเข้าสู่ตัวเมืองกาฬสินธุ์แล้วเดินทางต่อมายังวัดได้ง่าย เพราะวัดอยู่ใกล้ย่านที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมือง ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมายังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วใช้รถรับจ้างในเมืองต่อมายังวัดได้ การพักในตัวเมืองกาฬสินธุ์จะทำให้เที่ยววัดใต้โพธิ์ค้ำ วัดกลาง วัดเหนือ และตลาดโรงสีได้สะดวกที่สุด
 
ในเชิงประวัติศาสตร์ วัดใต้โพธิ์ค้ำเป็นหลักฐานของเมืองกาฬสินธุ์ที่ยังอ่านได้จากภูมิทัศน์จริง ชื่อวัด ตำแหน่งที่ตั้ง โบสถ์เก่า ต้นโพธิ์ และความเชื่อเรื่องไม้ค้ำโพธิ์ ล้วนเป็นชิ้นส่วนที่ประกอบกันเป็นเรื่องเล่าของชุมชน การมาเที่ยววัดแห่งนี้จึงไม่ควรมองเพียงว่าเป็นการมาไหว้พระหนึ่งวัด แต่ควรมองว่าเป็นการอ่านเมืองผ่านวัด อ่านศรัทธาผ่านต้นโพธิ์ และอ่านชีวิตชาวบ้านผ่านพิธีกรรมที่สืบต่อมาหลายชั่วอายุคน
 
ความงดงามของวัดใต้โพธิ์ค้ำอยู่ที่ความเรียบง่ายและความลึกของความหมาย โบสถ์เก่าอาจไม่ได้ใหญ่โตเท่าวัดสำคัญระดับจังหวัดบางแห่ง แต่มีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมและจิตวิญญาณชุมชนอย่างชัดเจน ต้นโพธิ์ไม้ค้ำอาจดูเป็นภาพธรรมดาสำหรับผู้ที่ไม่รู้เรื่องราว แต่เมื่อเข้าใจความเชื่อเรื่องต่ออายุและการค้ำชีวิต ภาพไม้ง่ามรอบต้นโพธิ์จะกลายเป็นบันทึกความหวังของผู้คนจำนวนมากที่เคยมาฝากใจไว้กับวัดแห่งนี้
 
โดยสรุป วัดใต้โพธิ์ค้ำเป็นวัดเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การมาเยือนสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักกาฬสินธุ์ในมิติของประวัติเมือง ศาสนา สถาปัตยกรรมพื้นบ้าน และความเชื่อท้องถิ่น วัดนี้ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2341 ในยุคตั้งเมืองใหม่ เป็นวัดประจำพื้นที่บ้านใต้ตามผังชุมชนโบราณ มีโบสถ์ทรงไทยก่ออิฐถือปูนงดงาม ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยองค์ใหญ่ และมีต้นโพธิ์ไม้ค้ำที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัด หากต้องการเที่ยววัดในตัวเมืองกาฬสินธุ์ให้ครบความหมาย วัดใต้โพธิ์ค้ำควรถูกจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับวัดกลางและวัดเหนือเสมอ
 
ชื่อสถานที่วัดใต้โพธิ์ค้ำ จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่ตั้งตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่อยู่เลขที่ 2 ถนนพรรณนา ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
พิกัด16.43277, 103.50160
ไฮไลต์วัดเก่าแก่คู่เมืองกาฬสินธุ์ โบสถ์ทรงไทยก่ออิฐถือปูน หลังคาจั่วซ้อนสามชั้น คันทวยรูปพญาครุฑ หน้าบันเทพนมลายก้านขด พระประธานปางมารวิชัย และตำนานต้นโพธิ์ไม้ค้ำ
ประวัติ / สมัย / ยุคตั้งเมื่อ พ.ศ. 2341 ในช่วงเริ่มตั้งเมืองกาฬสินธุ์ เป็นวัดประจำพื้นที่บ้านใต้ตามผังชุมชนโบราณที่มีบ้านเหนือ บ้านกลาง และบ้านใต้
ที่มาของชื่อเดิมน่าจะเรียกว่า “วัดใต้” เพราะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดกลางและวัดเหนือ ต่อมาเรียกวัดใต้โพธิ์ค้ำจากต้นโพธิ์ในวัดที่ชาวบ้านนำไม้ง่ามมาค้ำเพื่อทำบุญต่ออายุและขอความเป็นสิริมงคล
ลักษณะเด่นโบสถ์เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนบนฐานลวดบัว หลังคาจั่วซ้อนกันสามชั้น มีชายคาปีกนกด้านข้าง หัวเสาปูนปั้นพานหัวเสา คันทวยรูปพญาครุฑ และหน้าบันปูนปั้นรูปเทพนมประกอบลายก้านขด
สิ่งสำคัญภายในวัดโบสถ์เก่า, พระประธานปางมารวิชัยองค์ใหญ่ศิลปะพื้นบ้านอีสาน, ต้นโพธิ์ไม้ค้ำ, พื้นที่ทำบุญต่ออายุ, ลานวัด และพื้นที่ศาสนกิจของชุมชนเมืองกาฬสินธุ์
ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องการทำบุญต่ออายุและการนำไม้ง่ามมาค้ำต้นโพธิ์, งานบุญเดือน 4, พิธีพุทธาภิเษกหลวงพ่อโพธิ์ค้ำจำลอง, การทำบุญตักบาตร และกิจกรรมปฏิบัติธรรมของชุมชน
การเดินทางอยู่ในเขตเมืองกาฬสินธุ์ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่นได้สะดวก สามารถตั้งจุดหมายเป็นวัดใต้โพธิ์ค้ำ กาฬสินธุ์ หรือ Wat Tai Pho Kham Kalasin
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและเป็นวัดราษฎร์ที่ยังมีกิจกรรมศาสนกิจในเขตเมืองกาฬสินธุ์
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกลานวัด พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ชมโบสถ์เก่า พื้นที่ต้นโพธิ์ไม้ค้ำ และพื้นที่จอดรถภายในหรือบริเวณใกล้วัดตามสภาพการใช้งานจริง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโบสถ์เก่า, พื้นที่พระประธาน, หน้าบันและคันทวยรูปครุฑ, ลานวัด, พื้นที่ต้นโพธิ์ไม้ค้ำ, เขตโรงเรียนเทศบาล 4 วัดใต้โพธิ์ค้ำใกล้วัด และพื้นที่ศาสนกิจของชุมชน
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูปริยัติพุทธิคุณ, ดร. เจ้าอาวาสวัดใต้โพธิ์ค้ำ และรองเจ้าคณะอำเภอเมืองกาฬสินธุ์
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดกลาง พระอารามหลวง กาฬสินธุ์ ประมาณ 0.8 กม.
2. วัดศรีบุญเรือง หรือวัดเหนือ ประมาณ 1 กม.
3. อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ประมาณ 1 กม.
4. พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ ประมาณ 1 กม.
5. สวนสาธารณะกุดน้ำกิน ประมาณ 1 กม.
6. ตลาดโรงสี กาฬสินธุ์ ประมาณ 3 กม.
7. พุทธสถานภูปอ ประมาณ 28 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. NICE TIME CAFE KALASIN ประมาณ 0.4 กม. โทร. 088-562-4518
2. Cafe De’ Supak ประมาณ 0.8 กม. โทร. 043-811-051, 088-552-6796
3. ร้านอาหารขวัญเอย ประมาณ 1 กม. โทร. 089-863-6332
4. ตำยั่วเย กาฬสินธุ์ ประมาณ 2 กม. โทร. 063-968-3937
5. บ้านตาลฟ้า กาฬสินธุ์ ประมาณ 2 กม. โทร. 086-717-0774
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมสุภัค ประมาณ 0.8 กม. โทร. 043-811-595
2. โรงแรมเอ.พี. การ์เดน ประมาณ 1 กม. โทร. 086-354-6193
3. โรงแรมไพบูลย์เพลส ประมาณ 1 กม. โทร. 043-811-661
4. โรงแรมริมปาว ประมาณ 2 กม. โทร. 043-813-631
5. TK Residence Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 095-338-0515
6. นับทอง เรสซิเดนซ์ ประมาณ 3 กม. โทร. 095-520-7290
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดใต้โพธิ์ค้ำ จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดใต้โพธิ์ค้ำตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนพรรณนา ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในเขตเมืองและเดินทางสะดวกจากวัดกลาง วัดศรีบุญเรือง และสถานที่สำคัญของตัวเมือง
 
ถาม: วัดใต้โพธิ์ค้ำสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดใต้โพธิ์ค้ำตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2341 ในช่วงเริ่มตั้งเมืองกาฬสินธุ์ใหม่ ๆ และเป็นวัดประจำพื้นที่บ้านใต้ตามผังชุมชนโบราณที่แบ่งเป็นบ้านเหนือ บ้านกลาง และบ้านใต้
 
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าวัดใต้โพธิ์ค้ำ?
ตอบ: เดิมน่าจะเรียกว่าวัดใต้เพราะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดกลางและวัดเหนือ ต่อมาชาวบ้านนิยมนำไม้ง่ามมาค้ำต้นโพธิ์ในวัดเพื่อทำบุญต่ออายุ จึงเกิดชื่อเรียกว่า วัดใต้โพธิ์ค้ำ
 
ถาม: จุดเด่นของโบสถ์วัดใต้โพธิ์ค้ำคืออะไร?
ตอบ: โบสถ์เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนบนฐานลวดบัว หลังคาจั่วซ้อนกันสามชั้น มีชายคาปีกนกด้านข้าง คันทวยรูปพญาครุฑ หน้าบันเทพนมลายก้านขด และประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยองค์ใหญ่ศิลปะพื้นบ้านอีสาน
 
ถาม: ต้นโพธิ์ไม้ค้ำมีความหมายอย่างไร?
ตอบ: ต้นโพธิ์ไม้ค้ำเป็นสัญลักษณ์ของการทำบุญต่ออายุและการค้ำชีวิต ชาวบ้านเชื่อว่าการนำไม้ง่ามมาค้ำต้นโพธิ์เป็นนิมิตให้ผู้ป่วยมีกำลัง ฟื้นจากโรคภัย และมีอายุยืนยาว
 
ถาม: วัดใต้โพธิ์ค้ำควรเที่ยวร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับวัดกลาง พระอารามหลวง วัดศรีบุญเรืองหรือวัดเหนือ อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ สวนสาธารณะกุดน้ำกิน และตลาดโรงสี
 
ถาม: ใช้เวลาเที่ยววัดใต้โพธิ์ค้ำประมาณเท่าไร?
ตอบ: หากไหว้พระและชมโบสถ์เก่าโดยรอบควรใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที แต่หากต้องการชมรายละเอียดสถาปัตยกรรม ต้นโพธิ์ไม้ค้ำ และถ่ายภาพอย่างไม่เร่งรีบควรเผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
 
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อไปวัดใต้โพธิ์ค้ำ?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด ไม่สัมผัสหรือขีดเขียนอาคารเก่า ไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจกระทบต่อต้นโพธิ์หรือโบราณสถาน และควรเคารพผู้ที่มาทำบุญในวัด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)