หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.นาคู >ต.ภูแล่นช้าง > วนอุทยานภูแฝก (แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์)
TL;DR: วนอุทยานภูแฝก (แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์) อยู่ที่หมู่ 6 บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง เวลา ติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเข้าพื้นที่.

กาฬสินธุ์

วนอุทยานภูแฝก (แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์)

วนอุทยานภูแฝก (แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์)

วันเปิดทำการ: ติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง
เวลาเปิดทำการ: ติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเข้าพื้นที่
 
วนอุทยานภูแฝก หรือแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝก จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาและธรรมชาติที่สำคัญของภาคอีสาน ตั้งอยู่บริเวณหมู่ 6 บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงจากรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้ออายุประมาณ 140 ล้านปี ที่ปรากฏอยู่บนลานหินในลำห้วยบริเวณเชิงเขาภูแฝก รอยเท้าเหล่านี้เป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาที่ช่วยยืนยันว่า พื้นที่กาฬสินธุ์ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่ไดโนเสาร์ใช้เดินผ่าน หาอาหาร หรือเคลื่อนไหวอยู่บริเวณหาดทรายชุ่มน้ำริมแหล่งน้ำโบราณ วนอุทยานภูแฝกจึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพักผ่อนในป่าเต็งรังเท่านั้น แต่เป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่รวมเรื่องราวของป่า ภูเขา หินทราย ลำห้วย ระบบนิเวศ และโลกดึกดำบรรพ์ไว้ในพื้นที่เดียวกัน
 
เสน่ห์ของวนอุทยานภูแฝกอยู่ที่ความเรียบง่ายของธรรมชาติและความลึกของเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับกับเนินเขาที่ไม่สูงชันมากนัก สภาพป่าเป็นป่าเต็งรังซึ่งเป็นป่าผลัดใบที่พบได้มากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พันธุ์ไม้เด่นในพื้นที่ ได้แก่ มะค่าโมง เต็ง รัง ประดู่ และไม้ท้องถิ่นอื่น ๆ ที่ปรับตัวอยู่กับดินค่อนข้างแห้งและฤดูกาลที่แตกต่างชัดเจน ป่าเต็งรังอาจดูโปร่งในบางช่วงของปี แต่มีคุณค่าทางนิเวศสูง เพราะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าขนาดเล็ก เช่น กระรอก กระแต อีเห็น กระต่ายป่า และนกหลายชนิด พื้นที่ป่าแบบนี้ยังช่วยรักษาหน้าดิน ชะลอน้ำ และเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องการฟื้นตัวของป่าในภูมิประเทศภูพานได้อย่างดี
 
จุดสำคัญที่สุดของวนอุทยานภูแฝกคือแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ ซึ่งมีเรื่องเล่าการค้นพบที่น่าสนใจมาก ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 เด็กหญิงสองคนคือเด็กหญิงกัลยามาศ สิงห์นาครอง และเด็กหญิงพัชรี ไวแสน พร้อมผู้ปกครองได้เดินทางไปพักผ่อนและรับประทานอาหารในวันหยุดบริเวณลานหินลำห้วยเชิงเขาภูแฝก ระหว่างนั้นพบรอยประหลาดบนลานหินกลางลำห้วยซึ่งมีลักษณะคล้ายรอยเท้าขนาดใหญ่ หลังจากมีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ นักธรณีวิทยา ส่วนราชการ และภาคเอกชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เดินทางเข้าสำรวจพื้นที่ จึงยืนยันได้ว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มเทอโรพอด ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มคาร์โนซอร์ เป็นรอยเท้าที่มีอายุเก่าแก่ราว 140 ล้านปี และนับเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ทำให้กาฬสินธุ์ได้รับการกล่าวถึงในฐานะดินแดนแห่งไดโนเสาร์ของประเทศไทย
 
รอยเท้าไดโนเสาร์ที่ภูแฝกมีความสำคัญเพราะเป็นรอยเท้า ไม่ใช่กระดูกซากดึกดำบรรพ์ทั่วไป รอยเท้าเป็นหลักฐานที่ช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยาเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์ดึกดำบรรพ์ได้มากขึ้น เช่น ทิศทางการเดิน ระยะก้าว ขนาดตัวโดยประมาณ และสภาพแวดล้อมที่ไดโนเสาร์เคลื่อนไหวอยู่ในเวลานั้น รอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝกที่กรมทรัพยากรธรณีอธิบายไว้ ปรากฏเป็นรอยทางเดินหลายแนวบนชั้นหินทราย รอยเท้ามีลักษณะ 3 นิ้ว ขนาดเฉลี่ยยาวประมาณ 45 เซนติเมตร กว้างประมาณ 40 เซนติเมตร มีระยะก้าวประมาณ 110 – 120 เซนติเมตร ลักษณะดังกล่าวบ่งชี้ว่าเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อเดินสองขาหลัง มีความสูงถึงสะโพกมากกว่า 2 เมตร และเคลื่อนไหวผ่านบริเวณหาดทรายชุ่มน้ำโบราณอย่างช้า ๆ ก่อนที่รอยเท้าจะถูกตะกอนทับถมและกลายเป็นหลักฐานในชั้นหิน
 
จากข้อมูลในพื้นที่และคำบอกเล่าที่ใช้กันในเอกสารท่องเที่ยว เดิมมีการพบรอยเท้าไดโนเสาร์ประเภทเทอโรพอดจำนวน 7 รอย และปัจจุบันเห็นชัดเจนประมาณ 4 รอย ขณะที่ข้อมูลทางธรณีวิทยาบางแหล่งระบุการสำรวจรอยเท้าหลายแนวและมีจำนวนมากกว่า 7 รอย โดยแบ่งเป็นแนวทางเดินต่างทิศทางกัน ความต่างของตัวเลขนี้เกิดจากการนับเฉพาะรอยที่เห็นชัดเจนในจุดท่องเที่ยวกับการนับตามแนวสำรวจทางวิชาการทั้งหมด สำหรับบทความท่องเที่ยวทั่วไป สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าแหล่งรอยเท้าแห่งนี้เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มีคุณค่าและเปราะบาง รอยเท้าที่ยังเห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติเปิดเผยออกมาหลังจากชั้นหินที่เคยปิดทับถูกกัดเซาะออกไป จึงต้องชมด้วยความระมัดระวัง ไม่เหยียบย่ำ ไม่ขูดเขียน และไม่ทำกิจกรรมที่ทำให้ผิวหินเสียหาย
 
ด้านธรณีวิทยา แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝกมีสภาพเป็นพลาญหินหรือพื้นลานหินในทางน้ำ รอยเท้าฝังอยู่บนผิวหน้าของชั้นหินทรายที่แข็งแรง สัมพันธ์กับหมวดหินพระวิหาร ซึ่งตามลำดับชั้นหินวางตัวอยู่ใต้หมวดหินเสาขัวที่เป็นชั้นหินซึ่งพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมากในประเทศไทย ภาพทางธรณีวิทยาที่สามารถอธิบายได้คือ เมื่อประมาณ 140 ล้านปีก่อน พื้นที่นี้มีลักษณะเป็นหาดทรายหรือพื้นที่ชุ่มน้ำริมแหล่งน้ำ ไดโนเสาร์เดินผ่านบนพื้นทรายชื้น รอยเท้าจึงกดลึกลงไปและคงรูปไว้ ต่อมาตะกอนถูกพัดมาทับรอยเท้าเดิม ชั้นตะกอนแข็งตัวกลายเป็นหิน และเมื่อเวลาผ่านไปอีกยาวนาน ธรรมชาติกัดเซาะชั้นหินด้านบนออกจนเผยให้เห็นรอยเท้าโบราณเหล่านี้อีกครั้ง
 
การอนุรักษ์รอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝกมีความสำคัญสูง เพราะรอยเท้าเหล่านี้เป็นทรัพยากรธรณีที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ หากผิวหินถูกทำลาย รอยเท้าจะสูญเสียรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์และคุณค่าทางการเรียนรู้ไปทันที ปัญหาหนึ่งที่แหล่งรอยเท้าลักษณะนี้ต้องเผชิญคือแรงน้ำในฤดูฝน เพราะน้ำที่ไหลผ่านลานหินสามารถพัดพาก้อนหิน กรวด และตะกอนมาครูดผิวรอยเท้า ทำให้รอยลบเลือนลงได้ กรมทรัพยากรธรณีเคยระบุความสำคัญของการชะลอแรงน้ำเพื่อช่วยรักษารอยเท้าและจัดการแหล่งน้ำในฤดูแล้ง การเดินทางของนักท่องเที่ยวจึงต้องเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ ไม่ใช่เพิ่มภาระให้พื้นที่
 
วนอุทยานภูแฝกตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับเทือกเขาภูพาน พื้นที่โดยรอบเป็นเนินเขาไม่สูงมาก ทำให้การเดินทางเข้าไปยังตัวพื้นที่ไม่ยากเกินไปสำหรับรถยนต์ส่วนตัว แต่ด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นป่าและลานหิน นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวให้เหมาะสม รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าเดินป่าที่พื้นยึดเกาะดี เพราะบริเวณลำห้วยและลานหินอาจลื่น โดยเฉพาะในช่วงหลังฝนตก ควรพกน้ำดื่ม หมวก ยากันยุง และถุงสำหรับเก็บขยะกลับออกมา พื้นที่ป่าลักษณะนี้ไม่เหมาะกับการใช้เสียงดัง การทิ้งเศษอาหาร หรือการนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปโดยไม่ควบคุม เพราะอาจกระทบต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศโดยรอบ
 
ผู้มาเยือนควรเข้าใจว่าวนอุทยานภูแฝกมีทั้งสถานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและพื้นที่อนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรณีและทรัพยากรป่าไม้ ข้อมูลบางช่วงระบุว่าพื้นที่มีการปิดการท่องเที่ยวตามประกาศหรืออยู่ระหว่างการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา ดังนั้น ผู้เดินทางควรติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลหรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะหากต้องการเข้าไปชมรอยเท้าไดโนเสาร์ เดินเส้นทางธรรมชาติ หรือจัดกิจกรรมเป็นหมู่คณะ การตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนเดินทางจะช่วยให้ไม่เสียเวลาและช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าไปในพื้นที่ที่ยังไม่พร้อมรับนักท่องเที่ยว
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การชมรอยเท้าไดโนเสาร์ควรใช้จังหวะช้า ๆ เริ่มจากการทำความเข้าใจภูมิประเทศโดยรอบก่อนมองหาตัวรอยเท้า ลานหินและลำห้วยอาจดูเหมือนพื้นที่ธรรมดา แต่แท้จริงแล้วเป็นพื้นที่ที่เก็บบันทึกเรื่องราวของโลกเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน หากมีป้ายอธิบายหรือเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ควรอ่านและฟังข้อมูลให้ละเอียด เพราะจะช่วยให้มองเห็นความสำคัญของรอยเท้าแต่ละรอยมากกว่าการดูเพียงรูปทรงบนหิน การชมรอยเท้าอย่างเข้าใจทำให้แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้มีความหมายมากกว่าการเป็นจุดถ่ายภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมปัจจุบันเข้ากับโลกโบราณอย่างเป็นรูปธรรม
 
ข้อควรระวังสำคัญคือ ไม่ควรลงไปสัมผัสรอยเท้าโดยตรง ไม่เหยียบลงบนรอยเท้า ไม่เทน้ำ ไม่โรยแป้ง ไม่ใช้วัสดุใด ๆ เพื่อทำให้รอยเด่นขึ้น และไม่ขีดเขียนบนผิวหิน พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่สร้างความเสียหายต่อรอยเท้าในระยะยาวได้ รอยเท้าไดโนเสาร์ไม่เหมือนของตกแต่งที่ซ่อมแซมกลับมาเหมือนเดิมได้ง่าย หากผิวหินแตก หลุด หรือสึก รายละเอียดที่นักวิชาการใช้ศึกษาอาจสูญหายไปตลอดกาล การถ่ายภาพควรใช้มุมที่ไม่ต้องเหยียบพื้นที่หวงห้าม และควรให้เด็ก ๆ อยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ตลอดเวลาระหว่างเข้าชม
 
วนอุทยานภูแฝกยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าเต็งรัง ป่าเต็งรังมีลักษณะผลัดใบในฤดูแล้ง ทำให้บางช่วงดูโปร่งและแห้ง แต่ในเชิงนิเวศกลับเต็มไปด้วยการปรับตัวของพืชและสัตว์ ไม้เต็ง ไม้รัง และไม้ประดู่มีความทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง เปลือกไม้หนาและระบบรากช่วยให้ยืนต้นอยู่ได้ในดินที่มีความชื้นจำกัด สัตว์ป่าขนาดเล็กอย่างกระรอก กระแต อีเห็น และกระต่ายป่าใช้พื้นที่ป่าเป็นแหล่งหาอาหาร หลบภัย และสืบพันธุ์ การเดินชมธรรมชาติในวนอุทยานจึงควรมองทั้งต้นไม้ สัตว์ป่า ดิน หิน และลำห้วยเป็นองค์ประกอบเดียวกัน ไม่ใช่แยกส่วนเฉพาะรอยเท้าไดโนเสาร์เท่านั้น
 
ฤดูกาลมีผลต่อประสบการณ์การเที่ยวภูแฝกอย่างมาก ช่วงฤดูฝนและหลังฝน พื้นที่ป่าจะเขียวขึ้น ลำห้วยมีน้ำ และบรรยากาศสดชื่น แต่ลานหินอาจลื่นและการมองเห็นรอยเท้าอาจขึ้นอยู่กับระดับน้ำหรือความเปียกของพื้นที่ ช่วงต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่เหมาะกับการเดินทางเพราะอากาศเย็นกว่า ท้องฟ้าเปิด และเดินในป่าได้สบายขึ้น ส่วนฤดูแล้งเหมาะกับการเห็นโครงสร้างลานหินและรอยทางน้ำ แต่ต้องระวังเรื่องไฟป่า ฝุ่น และความร้อน การเลือกช่วงเวลาเดินทางควรคำนึงถึงความปลอดภัยและสถานะการเปิดพื้นที่เป็นอันดับแรก
 
เส้นทางการเดินทางตามข้อมูลท่องเที่ยวเดิมเริ่มจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ไปยังอำเภอสมเด็จ เมื่อถึงอำเภอสมเด็จให้เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางไปอำเภอกุฉินารายณ์ตามทางหลวงหมายเลข 2042 ประมาณ 20 กิโลเมตร จนถึงอำเภอห้วยผึ้ง จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปอำเภอนาคูตามทางหลวงหมายเลข 2101 อีกประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วนอุทยานภูแฝกประมาณ 4.7 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะนักท่องเที่ยวสามารถกำหนดจังหวะหยุดพักและเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้สะดวกกว่าการใช้ขนส่งสาธารณะ
 
เมื่อวางแผนจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าการดูระยะทางบนแผนที่เพียงอย่างเดียว เพราะช่วงสุดท้ายที่เข้าสู่วนอุทยานเป็นเส้นทางท้องถิ่นและอาจต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหลังฝน หากเดินทางเป็นครอบครัวควรเตรียมอาหารว่างและน้ำดื่มไว้ล่วงหน้า แต่ต้องจัดการขยะให้ครบถ้วน หากเดินทางเป็นคณะนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มทัศนศึกษา ควรประสานหน่วยงานผู้ดูแลล่วงหน้า แจ้งจำนวนคน วัตถุประสงค์การเดินทาง และขอคำแนะนำเรื่องจุดรวมพล ความปลอดภัย และข้อจำกัดของพื้นที่
 
ในเชิงการศึกษา วนอุทยานภูแฝกเหมาะกับการจัดกิจกรรมภาคสนามหลายรูปแบบ เช่น การเรียนรู้ไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ การศึกษาโครงสร้างหินทราย การสังเกตการกัดเซาะของลำห้วย การเรียนรู้ป่าเต็งรัง การสำรวจพืชพรรณพื้นถิ่น และการปลูกจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยา กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เด็กและเยาวชนเห็นว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องเรียนหรือพิพิธภัณฑ์ แต่ปรากฏอยู่กลางลานหินในป่าจริง ๆ การได้เห็นรอยเท้าไดโนเสาร์ในสถานที่จริงช่วยสร้างความตื่นเต้นและความเข้าใจที่ยั่งยืนกว่าการอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับชาวต่างชาติ วนอุทยานภูแฝกเป็นจุดหมายที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อการท่องเที่ยวไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้มีเพียงทะเล วัด หรืออาหาร แต่ยังมีแหล่งธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มีทั้งรอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝก แหล่งไดโนเสาร์ภูน้อย และพิพิธภัณฑ์สิรินธรในอำเภอสหัสขันธ์ การจัดเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งเหล่านี้จะทำให้ผู้เดินทางเห็นภาพกาฬสินธุ์ในฐานะจังหวัดที่มีมรดกธรรมชาติระดับโลกล้านปีควบคู่กับวัฒนธรรมอีสานร่วมสมัย
 
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ควรพิจารณาร่วมเส้นทาง ได้แก่ วัดพระธาตุหมื่นหิน หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ในอำเภอนาคู ซึ่งเป็นจุดหมายทางศรัทธาที่มีผู้เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง จุดชมวิวผาเสวยในอำเภอสมเด็จที่มีภูมิทัศน์บนเทือกเขาภูพาน น้ำตกแก้งกะอามซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียง วัดพุทธาวาสภูสิงห์ในอำเภอสหัสขันธ์ และพิพิธภัณฑ์สิรินธรซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย หากมีเวลาเต็มวันหรือ 2 วัน 1 คืน สามารถจัดเส้นทางให้ครอบคลุมทั้งภูแฝกและพิพิธภัณฑ์สิรินธรเพื่อสร้างภาพรวมเรื่องไดโนเสาร์กาฬสินธุ์ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
 
พื้นที่อำเภอนาคูและห้วยผึ้งมีร้านอาหารและคาเฟ่ท้องถิ่นที่ใช้เป็นจุดพักระหว่างทางได้ เช่น ร้านอาหารในตัวอำเภอนาคู ร้านกาแฟริมทาง และร้านอาหารในอำเภอห้วยผึ้งหรือกุฉินารายณ์ นักท่องเที่ยวควรเลือกร้านตามเส้นทางเดินทางจริงและเวลาเปิดของร้านในวันที่ไป เพราะร้านในพื้นที่ชนบทบางแห่งอาจมีเวลาทำการไม่แน่นอนหรือเปิดเฉพาะบางช่วง การวางแผนเรื่องอาหารล่วงหน้าจึงช่วยให้ทริปสะดวกขึ้น โดยเฉพาะหากเดินทางกับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มใหญ่
 
ด้านที่พัก พื้นที่ใกล้ภูแฝกไม่ได้มีโรงแรมขนาดใหญ่หนาแน่นเหมือนตัวเมืองกาฬสินธุ์ ทางเลือกที่เหมาะคือที่พักในอำเภอนาคู อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอคำม่วง หรือขยายไปยังอำเภอสหัสขันธ์และตัวเมืองกาฬสินธุ์ ขึ้นอยู่กับแผนเดินทาง หากตั้งใจเที่ยวแหล่งไดโนเสาร์หลายจุด การพักใกล้สหัสขันธ์จะช่วยเชื่อมกับพิพิธภัณฑ์สิรินธรได้สะดวก แต่หากต้องการเข้าใกล้ภูแฝกและสถานที่ในนาคู ควรเลือกที่พักหรือโฮมสเตย์ในพื้นที่ใกล้เคียงและติดต่อสอบถามโดยตรงก่อนเดินทาง
 
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเดินทางคือรองเท้าหุ้มส้นที่เดินลานหินได้ดี น้ำดื่ม หมวกหรือร่ม ยากันยุง กล้องถ่ายภาพ ถุงใส่ขยะส่วนตัว และโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตเต็ม หากไปช่วงฤดูฝนควรเตรียมเสื้อกันฝนและระวังพื้นลื่น หากไปฤดูแล้งควรระวังความร้อนและไฟป่า หากต้องเดินลงไปยังพื้นที่รอยเท้า ควรเดินตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่หรือป้ายกำหนดเท่านั้น ไม่ควรเดินลัดเส้นทางหรือเข้าไปในลำห้วยขณะน้ำไหลแรง ความปลอดภัยของผู้เดินทางและการรักษารอยเท้าไดโนเสาร์ต้องเป็นเรื่องเดียวกัน
 
สำหรับการถ่ายภาพ ควรถ่ายในมุมที่ไม่รบกวนพื้นที่รอยเท้าและไม่ต้องสัมผัสผิวหินโดยตรง แสงช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายอ่อนจะช่วยให้เห็นมิติของลานหินชัดขึ้น หากมีน้ำขังในบางรอยควรถ่ายภาพตามสภาพจริง ไม่ควรตักน้ำออกหรือเติมน้ำเข้าไปเพื่อให้ภาพดูชัด เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ตะกอนเคลื่อนตัวหรือผิวหินได้รับผลกระทบ การถ่ายภาพเชิงอนุรักษ์คือการบันทึกสิ่งที่พบโดยไม่เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเดิม
 
วนอุทยานภูแฝกมีความหมายต่อจังหวัดกาฬสินธุ์ในหลายระดับ ระดับแรกคือเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่เพิ่มน้ำหนักให้ภาพลักษณ์กาฬสินธุ์ในฐานะดินแดนแห่งไดโนเสาร์ ระดับที่สองคือเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าเต็งรังและภูมิประเทศเทือกเขาภูพาน ระดับที่สามคือเป็นพื้นที่ที่ชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ และนักท่องเที่ยวต้องร่วมกันดูแล หากพื้นที่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ภูแฝกสามารถเป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาที่รักษาความสมดุลระหว่างการเข้าถึงของประชาชนกับการอนุรักษ์หลักฐานทางธรรมชาติที่เปราะบาง
 
ในอนาคต หากมีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม วนอุทยานภูแฝกจะมีศักยภาพสูงในการเป็นจุดเรียนรู้สำหรับครอบครัว โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักธรณีวิทยา นักธรรมชาติวิทยา และนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งที่ควรรักษาไว้คือความเป็นธรรมชาติของพื้นที่ ความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ และความปลอดภัยของผู้เข้าชม การพัฒนาที่ดีควรทำให้คนเข้าใจรอยเท้าไดโนเสาร์มากขึ้น โดยไม่ทำให้พื้นที่กลายเป็นสถานที่แออัดหรือเสี่ยงต่อการเสื่อมโทรม
 
โดยสรุป วนอุทยานภูแฝกเป็นสถานที่ที่ควรเดินทางไปด้วยความสนใจใคร่รู้และความเคารพต่อธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงเพื่อถ่ายภาพรอยเท้าไดโนเสาร์แล้วกลับออกมาอย่างรวดเร็ว ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอ่านภูมิประเทศ สังเกตป่าเต็งรัง ฟังเรื่องราวการค้นพบใน พ.ศ. 2539 และมองรอยเท้าบนลานหินในฐานะหลักฐานที่พาเราย้อนกลับไปสู่โลกเมื่อ 140 ล้านปีก่อน หากเดินทางอย่างถูกเวลา ติดต่อหน่วยงานก่อนเข้า และปฏิบัติตามกฎการอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด ภูแฝกจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ท่องเที่ยวกาฬสินธุ์ที่ให้ทั้งความรู้ ความตื่นเต้น และความเข้าใจลึกซึ้งต่อธรรมชาติของภาคอีสาน
 
การเดินทาง จากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ไปยังอำเภอสมเด็จ เมื่อถึงอำเภอสมเด็จให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2042 มุ่งหน้าไปทางอำเภอกุฉินารายณ์ประมาณ 20 กิโลเมตร จนถึงอำเภอห้วยผึ้ง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2101 ไปทางอำเภอนาคูประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วนอุทยานภูแฝกประมาณ 4.7 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า ผู้เดินทางควรตรวจสอบสถานะการเปิดพื้นที่กับหน่วยงานผู้ดูแลก่อนออกเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะหากต้องการชมรอยเท้าไดโนเสาร์ เดินเส้นทางธรรมชาติ หรือเดินทางเป็นหมู่คณะ
 
ชื่อสถานที่วนอุทยานภูแฝก (แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์)
ที่ตั้งหมู่ 6 บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่อยู่วนอุทยานภูแฝก บ้านน้ำคำ หมู่ 6 ตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ 46160
ไฮไลต์แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มเทอโรพอด/คาร์โนซอร์ อายุประมาณ 140 ล้านปี บนลานหินในลำห้วยเชิงเขาภูแฝก
ประวัติ / สมัย / ยุคพบรอยเท้าประหลาดในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 โดยเด็กหญิงกัลยามาศ สิงห์นาครอง และเด็กหญิงพัชรี ไวแสน พร้อมผู้ปกครอง ก่อนนักธรณีวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้ออายุประมาณ 140 ล้านปี
ลักษณะเด่นรอยเท้ามีลักษณะ 3 นิ้ว อยู่บนชั้นหินทรายบริเวณทางน้ำของลำห้วย สะท้อนร่องรอยการเดินของไดโนเสาร์กินเนื้อสองขาในสภาพแวดล้อมหาดทรายชุ่มน้ำโบราณ
ภูมิประเทศและระบบนิเวศภูเขาสลับเนินเขาไม่สูงมาก สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง มีไม้เด่น เช่น มะค่าโมง เต็ง รัง ประดู่ และสัตว์ป่าขนาดเล็ก เช่น กระรอก กระแต อีเห็น และกระต่ายป่า
การเดินทางจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ไปอำเภอสมเด็จ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2042 ไปทางอำเภอกุฉินารายณ์ประมาณ 20 กม. ถึงอำเภอห้วยผึ้ง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2101 ไปอำเภอนาคูประมาณ 10 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วนอุทยานภูแฝกประมาณ 4.7 กม.
สถานะปัจจุบันเป็นพื้นที่ธรรมชาติและแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ควรติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง เนื่องจากมีข้อมูลประกาศปิด/พัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวในบางช่วงเวลา
วันเปิดทำการติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง
เวลาเปิดทำการติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเข้าพื้นที่
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ป่า เส้นทางเข้าสู่แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ ลานหินธรรมชาติ จุดเรียนรู้ธรณีวิทยา และพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำคำใกล้เคียง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ทางเข้าและพื้นที่วนอุทยานภูแฝก
2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรัง
3. ลานหินลำห้วยบริเวณแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์
4. จุดชมรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อ
5. พื้นที่เรียนรู้ธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์
6. พื้นที่ชุมชนบ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง
ผู้ดูแลวนอุทยานภูแฝก ภายใต้หน่วยงานด้านป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อมูลธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณี และข้อมูลท้องถิ่นจากเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง
เบอร์ติดต่อหลักเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง โทร. 0-4384-0648, ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 043-227714, สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 1362
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดพระธาตุหมื่นหิน หลวงปู่ศิลา สิริจันโท 16 กม.
2. จุดชมวิวผาเสวย กาฬสินธุ์ 28 กม.
3. น้ำตกแก้งกะอาม อำเภอสมเด็จ 33 กม.
4. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน 40 กม.
5. วัดพุทธาวาสภูสิงห์ 55 กม.
6. พิพิธภัณฑ์สิรินธรและแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว 60 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ชิวบาร์@นาคู 16 กม. โทร. 084-652-5033
2. Jungle Cafe สาขานาคู กาฬสินธุ์ 17 กม. โทร. 098-632-6965
3. อนุชาเนื้อย่างเกาหลี 17 กม. โทร. 085-756-8034
4. ร้านบัวรินทร์ 18 กม.
5. ร้านอาหารในตัวอำเภอนาคู 16 กม.
6. Coffee BAR คำม่วง 40 กม. โทร. 065-296-9851
ที่พักใกล้เคียง1. ที่พักและโฮมสเตย์ในอำเภอนาคู 16 กม.
2. นภารัตน์รีสอร์ท อำเภอห้วยผึ้ง 22 กม. โทร. 088-516-5778
3. ลีลาวดี รีสอร์ท อำเภอคำม่วง 42 กม. โทร. 088-330-0595
4. สบายดี รีสอร์ท คำม่วง 43 กม. โทร. 063-354-3886
5. ภูอ้อม รีสอร์ท อำเภอเขาวง 45 กม. โทร. 094-826-9356
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วนอุทยานภูแฝกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วนอุทยานภูแฝกตั้งอยู่หมู่ 6 บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแหล่งธรรมชาติและแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์
 
ถาม: รอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝกมีอายุประมาณกี่ปี?
ตอบ: รอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝกมีอายุประมาณ 140 ล้านปี เป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มเทอโรพอดหรือคาร์โนซอร์
 
ถาม: ใครเป็นผู้ค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝก?
ตอบ: รอยเท้าถูกพบเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 โดยเด็กหญิงกัลยามาศ สิงห์นาครอง และเด็กหญิงพัชรี ไวแสน พร้อมผู้ปกครอง ก่อนมีการสำรวจและยืนยันโดยนักธรณีวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
ถาม: วนอุทยานภูแฝกเปิดให้เข้าชมได้ตามปกติหรือไม่?
ตอบ: ควรติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทางทุกครั้ง เนื่องจากมีข้อมูลประกาศปิดหรือพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวในบางช่วงเวลา และสถานะการเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความพร้อมของพื้นที่
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปวนอุทยานภูแฝกอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ไปอำเภอสมเด็จ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 2042 ไปทางอำเภอกุฉินารายณ์ประมาณ 20 กม. ถึงอำเภอห้วยผึ้ง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2101 ไปอำเภอนาคูประมาณ 10 กม. ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วนอุทยานภูแฝกประมาณ 4.7 กม.
 
ถาม: วนอุทยานภูแฝกเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจไดโนเสาร์ ผู้สนใจธรณีวิทยา นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าเต็งรังของกาฬสินธุ์
 
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปชมรอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝก?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น เตรียมน้ำดื่ม หมวก ยากันยุง ถุงเก็บขยะ และติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง รวมทั้งห้ามเหยียบ สัมผัส หรือขีดเขียนบนรอยเท้าไดโนเสาร์
 
ถาม: สามารถเที่ยววนอุทยานภูแฝกร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดทริปร่วมกับวัดพระธาตุหมื่นหิน จุดชมวิวผาเสวย น้ำตกแก้งกะอาม ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน วัดพุทธาวาสภูสิงห์ และพิพิธภัณฑ์สิรินธรได้

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)