หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.คำม่วง >ต.โพน > กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน
TL;DR: กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน อยู่ที่ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น. จุดเด่นคือ ผ้าไหมทอมือที่ใช้เทคนิคเก็บลายและจกไหมหลายสี ลวดลายแบ่งเป็นลายหลักและลายแถบ สีดั้งเดิมนิยมพื้นแดงครั่ง ปัจจุบันมีสีครีม ชมพูอ่อน ม่วง.

กาฬสินธุ์

กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน

กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 17.00 น.
 
กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแหล่งหัตถศิลป์ผ้าไหมแพรวาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ตำบลโพน อำเภอคำม่วง ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 227 บ้านโพนเป็นชุมชนชาวผู้ไทยหรือภูไทที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหมแพรวา ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งไหมไทย” เพราะมีลวดลายละเอียด สีสันงดงาม และกรรมวิธีการทอที่ต้องอาศัยภูมิปัญญาชั้นสูงจากการเก็บลาย การจก และการจัดองค์ประกอบลายบนผืนไหมอย่างประณีต ผ้าแพรวาบ้านโพนจึงไม่ใช่เพียงผ้าทอสำหรับใช้งานหรือจำหน่ายเป็นของฝาก แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวผู้ไทยกาฬสินธุ์ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ การแต่งกาย ประเพณี ความเชื่อ และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงสนับสนุนและส่งเสริมจนผ้าแพรวาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
บ้านโพนเป็นหมู่บ้านที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชาวผู้ไทยอย่างเด่นชัด ชาวผู้ไทยมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมเกี่ยวข้องกับแถบสิบสองจุไท ก่อนเคลื่อนย้ายผ่านดินแดนลาวและเข้ามาตั้งถิ่นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยเฉพาะพื้นที่กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร กลุ่มชนนี้ยังคงรักษาภาษา การแต่งกาย พิธีกรรม ความเชื่อ และงานทอผ้าไว้ได้อย่างเข้มแข็ง ในบรรดามรดกทางวัฒนธรรมเหล่านั้น ผ้าแพรวาคือสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของบ้านโพน เพราะผืนผ้าขนาดเดิมใช้เป็นผ้าพาดบ่า ห่มเฉียงบ่า หรือผ้าเบี่ยงในโอกาสสำคัญ เช่น งานบุญ งานประเพณี และพิธีกรรมของชุมชน ผ้าแพรวาจึงเป็นทั้งเครื่องแต่งกาย เครื่องหมายของความงาม และสัญลักษณ์แห่งฐานะทางวัฒนธรรมของหญิงชาวผู้ไทย
 
คำว่า “แพรวา” มีความหมายลึกซึ้งในตัวเอง คำว่า “แพร” หมายถึงผ้าทอหรือผืนผ้าที่งดงาม ส่วนคำว่า “วา” หมายถึงความยาวประมาณ 1 วา หรือช่วงแขนที่กางออก ผ้าแพรวาในความหมายดั้งเดิมจึงเป็นผ้าผืนไม่ใหญ่มาก ใช้สำหรับพาดบ่า คลุมไหล่ หรือห่มเป็นสไบเฉียง ผืนผ้าแม้มีขนาดจำกัด แต่ลวดลายและสีสันกลับเต็มไปด้วยรายละเอียดจำนวนมาก จึงต้องใช้ทักษะ ความอดทน และความแม่นยำสูงมากในการทอ ผ้าแพรวาแต่ละผืนจึงเปรียบเสมือนพื้นที่บันทึกภูมิปัญญาของครอบครัว เพราะลวดลายจำนวนมากถูกเก็บรักษาไว้ใน “ผ้าแซ่ว” หรือผ้าตัวอย่างลาย ซึ่งเป็นเหมือนสมุดบันทึกลายดั้งเดิมของช่างทอในแต่ละครัวเรือน
 
ผ้าแพรวาบ้านโพนมีเอกลักษณ์สำคัญจากการแบ่งลายออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามข้อมูลที่ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวใช้เล่าต่อกัน ได้แก่ “ลายหลัก” และ “ลายแถบ” ลายหลักเป็นลายขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่สำคัญของผืนผ้า มักมีโครงสร้างเป็นรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เส้นซ้อน เส้นไขว้ ลายพรรณไม้ ลายสัตว์ในคติความเชื่อ และลายที่สื่อถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนลายแถบทำหน้าที่เชื่อม จัดกรอบ หรือสร้างจังหวะระหว่างลายหลัก ทำให้ผืนผ้ามีความสมดุล ไม่แน่นเกินไป และยังช่วยเพิ่มมิติของสีสัน เมื่อลายหลักและลายแถบทำงานร่วมกัน ผ้าแพรวาจึงมีความงามแบบเต็มผืน ละเอียดในระยะใกล้ และโดดเด่นเมื่อมองในภาพรวม
 
สีของผ้าแพรวาในอดีตมักมีพื้นสีแดงเข้มหรือแดงครั่ง ซึ่งสอดคล้องกับรสนิยมและวัตถุดิบย้อมสีตามธรรมชาติของชุมชน ลายจกบนผืนผ้าใช้เส้นไหมสีเหลือง น้ำเงิน ขาว เขียว และสีอื่น ๆ แทรกอยู่ในจังหวะต่าง ๆ จนเกิดความสว่างและความมีชีวิตชีวา อย่างไรก็ตาม ผ้าแพรวาบ้านโพนในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่สีแดงเพียงอย่างเดียว ช่างทอและกลุ่มอาชีพได้พัฒนาสีให้หลากหลายขึ้นตามความต้องการของตลาด เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว และสีร่วมสมัยอื่น ๆ การขยายโทนสีนี้ช่วยให้ผ้าแพรวาเข้าถึงผู้ใช้หลายกลุ่มมากขึ้น ทั้งผู้ที่ต้องการผ้าไทยสำหรับงานพิธี ผู้ที่ต้องการตัดชุดร่วมสมัย และผู้ที่สะสมผ้าไหมในฐานะงานศิลปะ
 
ความพิเศษของผ้าแพรวาอยู่ที่กรรมวิธีการทอซึ่งซับซ้อนกว่าผ้าพื้นทั่วไป ผ้าแพรวาเป็นงานทอมือที่อาศัยทั้งการเก็บลาย การจก และการวางเส้นไหมหลากสีให้กลมกลืนกับพื้นผ้า ช่างทอต้องอ่านลายจากความทรงจำ ผ้าแซ่ว หรือแบบลายที่สืบทอดกันมา แล้วค่อย ๆ เก็บรายละเอียดทีละแถวอย่างแม่นยำ การผิดจังหวะเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้ลายเสียสมดุลได้ ช่างจึงต้องมีสมาธิสูงและมีประสบการณ์พอที่จะควบคุมแรงมือ ความตึงของเส้นไหม และตำแหน่งสีในแต่ละจุด งานทอผ้าแพรวาจึงเป็นศิลปหัตถกรรมที่ต้องใช้ทั้งความชำนาญทางเทคนิคและรสนิยมทางศิลปะในเวลาเดียวกัน
 
เมื่อเดินทางไปยังกลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสผ้าแพรวาในพื้นที่ที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่เพียงในตู้จัดแสดงหรือหน้าร้านจำหน่ายสินค้า บ้านโพนมีทั้งศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ซึ่งช่วยกันทำหน้าที่อนุรักษ์ จัดแสดง ถ่ายทอด และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าแพรวาในรูปแบบที่ผู้มาเยือนเข้าถึงได้ง่าย พื้นที่เหล่านี้ช่วยให้การท่องเที่ยวบ้านโพนมีทั้งมิติของการเรียนรู้และการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนโดยตรง
 
ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2520 เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในอำเภอคำม่วง และทอดพระเนตรเห็นชาวผู้ไทยบ้านโพนแต่งกายตามประเพณีโดยใช้ผ้าไหมแพรวาห่มเฉียงบ่า ความงดงามของผืนผ้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้ทรงสนพระราชหฤทัย และมีพระราชดำริให้อนุรักษ์การทอผ้าแพรวาไว้ไม่ให้สูญหาย ต่อมาใน พ.ศ. 2521 ได้ทรงรับโครงการส่งเสริมการทำผ้าไหมแพรวาบ้านโพนไว้ในความดูแลของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ โดยเริ่มจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจำนวน 70 คน การสนับสนุนครั้งนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้งานทอผ้าแพรวาฟื้นตัวจากภูมิปัญญาที่ใช้ในวงจำกัดไปสู่ศิลปหัตถกรรมระดับประเทศ
 
พระราชดำริสำคัญอีกประการหนึ่งคือการปรับขนาดและรูปแบบของผ้าแพรวาให้ใช้งานได้กว้างขึ้น เดิมผ้าแพรวาเป็นผ้าขนาดประมาณ 1 วา ใช้สำหรับพาดบ่าหรือห่มสไบเฉียง แต่เมื่อมีการส่งเสริมให้ขยายหน้าผ้าและพัฒนาขนาดให้เหมาะกับการตัดเย็บเสื้อผ้า ผ้าแพรวาจึงเริ่มเข้าสู่ตลาดร่วมสมัยมากขึ้น สามารถนำไปทำชุดสตรี ชุดบุรุษ ผ้าคลุมไหล่ ของตกแต่ง และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยยังรักษาลายดั้งเดิมและเทคนิคการทอแบบผู้ไทยไว้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผ้าแพรวายังคงอยู่รอดได้ในสังคมใหม่ โดยไม่ถูกลดทอนคุณค่าทางวัฒนธรรม
 
ใน พ.ศ. 2538 การดำเนินงานได้ขยายเป็นกลุ่มอาชีพสตรีทอผ้าไหมบ้านโพน และใน พ.ศ. 2551 ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด การจัดการในรูปแบบสหกรณ์ทำให้สมาชิกมีระบบรวบรวมผลิตภัณฑ์ จัดหาวัสดุ จำหน่ายสินค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ ปัจจุบันศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนมีสมาชิกจำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอคำม่วง อำเภอสมเด็จ อำเภอสามชัย และอำเภอสหัสขันธ์ การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่าผ้าแพรวาไม่ได้เป็นเพียงงานฝีมือของหมู่บ้านเดียว แต่กลายเป็นเครือข่ายอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่กาฬสินธุ์
 
สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญเมื่อชมผ้าแพรวาคือการมองผ้าในฐานะงานศิลปะ ไม่ใช่เพียงสินค้า ผ้าแพรวาหนึ่งผืนผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมเส้นไหม การฟอก การย้อม การขึ้นกี่ การวางแบบลาย การเก็บลาย และการทอจนเต็มผืน การใช้สีหลายสีในพื้นที่เล็ก ๆ ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องคู่สี ความกลมกลืน และจังหวะของลวดลาย ช่างที่มีประสบการณ์สามารถทำให้ผ้าแพรวามีลวดลายแน่นแต่ไม่สับสน สีสดแต่ไม่แข็ง และรายละเอียดมากแต่ยังคงความสง่างาม เมื่อมองใกล้จะเห็นความละเอียดของเส้นไหมและจุดลาย เมื่อมองไกลจะเห็นพลังขององค์ประกอบทั้งผืน
 
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพนเป็นอีกพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจบริบทของผ้าแพรวาอย่างรอบด้าน ภายในพื้นที่มีการนำเสนอวิถีชีวิตชาวผู้ไทย บ้านเรือน วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงเรื่องราวของผ้าไหมแพรวาในฐานะ “ของดี” ของกาฬสินธุ์ อาคารและพื้นที่จัดแสดงมีแนวคิดเชื่อมโยงสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นกับการใช้สอยร่วมสมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเรียนรู้ภาพรวมก่อนเดินชมผลิตภัณฑ์จริงหรือพูดคุยกับช่างทอในชุมชน
 
บ้านโพนยังเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้แบบช้า ๆ ผู้มาเยือนไม่ควรรีบชมแล้วกลับทันที เพราะเสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่การสังเกตรายละเอียด การถามไถ่ที่มาของลาย การเลือกดูผืนผ้าหลายโทนสี และการทำความเข้าใจว่าทำไมผ้าแพรวาจึงได้รับการยกย่องสูงในวงการผ้าไทย ถ้ามีโอกาสได้ชมการสาธิตทอผ้า จะเห็นว่ากี่ทอผ้าไม่ใช่เครื่องมือธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่ช่างใช้ทั้งมือ สายตา ความจำ และความรู้สึกในการสร้างผืนผ้า การเคลื่อนไหวของมือแต่ละครั้งมีผลต่อรูปแบบลายทั้งหมด จึงเป็นงานที่ต้องฝึกฝนเป็นเวลานานและต้องมีใจรักอย่างแท้จริง
 
ผลิตภัณฑ์ผ้าแพรวาที่นักท่องเที่ยวพบในบ้านโพนมีหลายระดับ ตั้งแต่ผ้าผืนสำหรับสะสม ผ้าคลุมไหล่ ผ้าตัดชุด ผ้าพันคอ กระเป๋า ของตกแต่ง และสินค้าแปรรูปร่วมสมัย ผู้ที่ต้องการซื้อผ้าแพรวาควรพิจารณาทั้งความละเอียดของลาย ความแน่นของเนื้อผ้า ความสม่ำเสมอของเส้นไหม ความสะอาดของขอบผ้า และความเหมาะสมของสีต่อการใช้งาน หากซื้อเพื่อตัดชุดควรสอบถามขนาดผ้า ความยาว และคำแนะนำในการดูแลรักษา หากซื้อเพื่อสะสมควรเลือกผืนที่มีลายสมบูรณ์ สีสวย และมีเรื่องราวชัดเจน เพราะผ้าแพรวาแต่ละผืนมีเสน่ห์ต่างกันตามฝีมือและแนวคิดของช่างทอ
 
การดูแลผ้าไหมแพรวาควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นผ้าไหมทอมือที่มีรายละเอียดมาก ควรหลีกเลี่ยงการซักแรง การบิดผ้า หรือการตากแดดจัดเป็นเวลานาน ควรซักแยกด้วยวิธีอ่อนโยน ใช้น้ำยาที่เหมาะกับผ้าไหม และตากในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท หากเป็นผืนผ้าสำหรับสะสมควรเก็บในที่แห้ง สะอาด และหลีกเลี่ยงความชื้น การดูแลที่ถูกต้องจะช่วยรักษาความเงางามของเส้นไหม สี และลวดลายให้คงอยู่ได้นาน
 
นอกจากคุณค่าด้านความงาม ผ้าแพรวายังมีคุณค่าด้านเศรษฐกิจชุมชนอย่างชัดเจน การซื้อผ้าแพรวาจากแหล่งผลิตในบ้านโพนทำให้รายได้กลับสู่ช่างทอและสมาชิกสหกรณ์โดยตรง ช่วยให้ครอบครัวในชุมชนมีรายได้จากงานฝีมือ ช่วยให้เยาวชนเห็นว่าภูมิปัญญาดั้งเดิมสามารถสร้างอาชีพได้ และช่วยให้การทอผ้าไม่ถูกจำกัดอยู่ในพิธีกรรมหรือความทรงจำเท่านั้น แต่ยังเป็นงานที่มีชีวิตในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจึงมีบทบาทสำคัญในการรักษางานหัตถกรรมนี้ผ่านการเลือกซื้ออย่างเข้าใจและเคารพคุณค่าของช่างทอ
 
บ้านโพนยังมีมิติของประเพณีและการแต่งกายที่น่าสนใจ ชาวผู้ไทยมีรูปแบบการแต่งกายที่เด่นชัด เช่น เสื้อสีดำตกแต่งแถบแดง การนุ่งซิ่นไหม และการห่มผ้าแพรวาหรือผ้าเบี่ยงในโอกาสสำคัญ ผ้าแพรวาจึงไม่ใช่ผ้าโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชุดวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยเสื้อผ้า เครื่องประดับ ท่าฟ้อน ดนตรี และพิธีกรรม เมื่อเห็นผ้าแพรวาในบริบทของการแต่งกายผู้ไทย จะเข้าใจได้ชัดว่าลวดลายบนผืนผ้ามีบทบาทในการสร้างศักดิ์ศรี ความงาม และความเป็นชุมชนอย่างไร
 
ศูนย์และกลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนเหมาะสำหรับผู้เดินทางหลายกลุ่ม นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถมาเลือกซื้อของฝากและชมงานทอผ้า นักเรียนและนักศึกษาสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาและชาติพันธุ์ นักออกแบบสามารถศึกษาแรงบันดาลใจจากลายผ้า สี และโครงสร้างลาย นักสะสมผ้าไทยสามารถมองหาผืนผ้าที่มีเอกลักษณ์ ส่วนชาวต่างชาติจะได้เรียนรู้ว่าผ้าไหมไทยไม่ได้มีเพียงผ้ายกหรือผ้ามัดหมี่ทั่วไป แต่ยังมีผ้าแพรวาซึ่งเป็นงานละเอียดเฉพาะกลุ่มผู้ไทย และมีสถานะสำคัญในประวัติศาสตร์ผ้าไทยร่วมสมัย
 
สำหรับการวางแผนท่องเที่ยว บ้านโพนสามารถจัดเป็นจุดหมายหลักในเส้นทางวัฒนธรรมกาฬสินธุ์ตอนเหนือได้อย่างดี จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 227 ไปทางอำเภอคำม่วง ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถนำเที่ยว เพราะสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียงได้หลายแห่ง เช่น ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวา วัดป่ารังสีปาลิวัน วนอุทยานภูผาวัว แหล่งไดโนเสาร์ภูน้อย และพื้นที่ท่องเที่ยวในอำเภอคำม่วงหรืออำเภอใกล้เคียง หากมีเวลาเต็มวัน สามารถเริ่มจากชมผ้าแพรวาในช่วงเช้า รับประทานอาหารในตัวอำเภอคำม่วง แล้วต่อเส้นทางไปยังแหล่งธรรมชาติหรือแหล่งโบราณคดีในช่วงบ่าย
 
ระยะทางจากบ้านโพนไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงหลายแห่งไม่ไกลเกินไป ทำให้สามารถจัดทริปแบบครึ่งวันหรือเต็มวันได้ วัดป่ารังสีปาลิวันในพื้นที่บ้านโพนเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับศรัทธาและบรรยากาศสงบของชุมชน ส่วนศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาอยู่ใกล้กับสำนักงานเทศบาลบ้านโพน เหมาะสำหรับเรียนรู้วัฒนธรรมผู้ไทยแบบเป็นระบบ วนอุทยานภูผาวัวให้บรรยากาศธรรมชาติและภูมิประเทศแบบภูพาน ขณะที่แหล่งไดโนเสาร์ภูน้อยและพิพิธภัณฑ์สิรินธรสามารถเชื่อมกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ธรรมชาติของกาฬสินธุ์ได้ หากต้องการขยายเส้นทางให้หลากหลายยิ่งขึ้น
 
ผู้มาเยือนควรเตรียมเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงสำหรับการเดินชมกลุ่มทอผ้าและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ หากต้องการเรียนรู้อย่างละเอียดควรเผื่อเวลามากกว่านั้น เพราะการพูดคุยกับผู้ขายหรือช่างทอจะทำให้เข้าใจผ้าแพรวาลึกขึ้นมากกว่าการดูผ้าเพียงอย่างเดียว ควรเตรียมเงินสดไว้ด้วย เพราะการซื้อสินค้าจากชุมชนหรือกลุ่มทอผ้าอาจสะดวกที่สุดเมื่อมีเงินสดติดตัว แม้บางร้านหรือบางศูนย์อาจรองรับการโอนเงิน การเตรียมตัวเช่นนี้ช่วยให้การเดินทางราบรื่นและสามารถสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้โดยตรง
 
สิ่งสำคัญในการซื้อผ้าแพรวาคือการเคารพเวลาและฝีมือของช่างทอ ผ้าทอมือแต่ละผืนใช้เวลานาน มีต้นทุนทั้งวัสดุ แรงงาน และความรู้ การต่อรองราคาควรทำอย่างสุภาพและพอดี เพราะราคาของผ้าแพรวาสะท้อนความละเอียดของลาย จำนวนสี ความยากของเทคนิค และชื่อเสียงของช่าง ผู้ที่เข้าใจคุณค่านี้จะเห็นว่าการซื้อผ้าแพรวาไม่ใช่การซื้อสินค้าเพียงชิ้นเดียว แต่เป็นการร่วมรักษามรดกทางวัฒนธรรมของบ้านโพนให้ดำรงอยู่ต่อไป
 
กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนจึงเป็นจุดหมายที่มีความครบถ้วนทั้งด้านการท่องเที่ยว การเรียนรู้ และการอนุรักษ์ภูมิปัญญา ผู้มาเยือนได้เห็นความงามของผ้าไหม ได้เรียนรู้เรื่องราวของชาวผู้ไทย ได้เข้าใจพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมศิลปาชีพ และได้สัมผัสพลังของชุมชนที่ทำให้งานหัตถกรรมพื้นบ้านก้าวสู่ระดับประเทศและนานาชาติ หากต้องการรู้จักกาฬสินธุ์ในมิติที่ลึกกว่าแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป บ้านโพนคือหนึ่งในสถานที่ที่ควรไปเยือน เพราะที่นี่คือบ้านของผ้าแพรวา งานศิลป์บนผืนไหมที่ทอจากความทรงจำ ความศรัทธา และมือของช่างผู้ไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
 
การเดินทาง จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 มุ่งหน้าไปทางอำเภอคำม่วง ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่ตำบลโพนและบ้านโพน จุดหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ผ้าแพรวา ได้แก่ สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน หากเดินทางจากตัวอำเภอคำม่วงควรใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถท้องถิ่น เพราะการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ทอผ้า สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักจะสะดวกกว่าการพึ่งพาขนส่งประจำทาง นักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อผ้าแพรวาหรือชมการสาธิตควรเดินทางช่วงกลางวัน และควรติดต่อสอบถามก่อนเดินทางหากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ
 
ชื่อสถานที่กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน / หมู่บ้านทอผ้าไหมแพรวา บ้านโพน
ที่ตั้งตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่อยู่สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด 173 หมู่ 5 บ้านโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46180
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน 176 หมู่ 2 ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์
ไฮไลต์แหล่งทอผ้าไหมแพรวาของชาวผู้ไทยบ้านโพน ผ้าไหมลวดลายละเอียดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งไหมไทย
ประวัติ / สมัย / ยุคได้รับการส่งเสริมจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลังเสด็จเยี่ยมราษฎรอำเภอคำม่วงใน พ.ศ. 2520 และทรงรับโครงการส่งเสริมการทำผ้าไหมแพรวาบ้านโพนไว้ในความดูแลของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพใน พ.ศ. 2521 ต่อมาจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ใน พ.ศ. 2551
ที่มาของชื่อ“แพร” หมายถึงผ้าทอหรือผืนผ้าลวดลายงดงาม ส่วน “วา” หมายถึงความยาวประมาณ 1 วา เดิมใช้เป็นผ้าพาดบ่าหรือผ้าเบี่ยงของหญิงชาวผู้ไทยในงานบุญและพิธีสำคัญ
ลักษณะเด่นผ้าไหมทอมือที่ใช้เทคนิคเก็บลายและจกไหมหลายสี ลวดลายแบ่งเป็นลายหลักและลายแถบ สีดั้งเดิมนิยมพื้นแดงครั่ง ปัจจุบันมีสีครีม ชมพูอ่อน ม่วง น้ำเงิน เขียว และสีร่วมสมัยอื่น ๆ
การเดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 ไปทางอำเภอคำม่วง ระยะทางประมาณ 70 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถนำเที่ยว
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งจำหน่าย และแหล่งอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไหมแพรวาของชาวผู้ไทยบ้านโพน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จำหน่ายผ้าไหมแพรวา จุดเรียนรู้วัฒนธรรมผู้ไทย พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์และข้อมูลชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด
2. จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวา
3. พื้นที่สาธิตและเรียนรู้งานทอผ้าไหม
4. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน
5. พื้นที่จัดแสดงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาชาวผู้ไทย
ผู้ดูแลสหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลโพน
เบอร์ติดต่อหลัก091-747-3959, 043-856204, 043-856157
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน 1 กม.
2. วัดป่ารังสีปาลิวัน บ้านโพน 2 กม.
3. วนอุทยานภูผาวัว 12 กม.
4. แหล่งไดโนเสาร์ภูน้อย 18 กม.
5. วัดดานนกเขียน 17 กม.
6. พิพิธภัณฑ์สิรินธรและแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว 42 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Coffee BAR คำม่วง 10 กม. โทร. 065-296-9851
2. มั่งมีหมูกระทะ สาขาคำม่วง 10 กม. โทร. 098-356-9299
3. PunThai Coffee คำม่วง 10 กม.
4. อ่ำล่ำ คาเฟ่ 10 กม.
5. Jungle Cafe สาขาคำม่วง กาฬสินธุ์ ทุ่งคลอง 11 กม.
6. นาภูคาเฟ่ Naphu Cafe by Phetchjinda Organic Farm 18 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. คุ้มหมอก รีสอร์ท 2 กม.
2. ลีลาวดี รีสอร์ท อ.คำม่วง 10 กม. โทร. 088-330-0595
3. สบายดี รีสอร์ท คำม่วง 10 กม. โทร. 063-354-3886
4. เฮือนฮิมภูรีสอร์ท 24 กม.
5. ริมทุ่งสหัสขันธ์รีสอร์ท 35 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนอยู่ที่ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยพื้นที่สำคัญประกอบด้วยสหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน
 
ถาม: ผ้าแพรวาบ้านโพนมีความพิเศษอย่างไร?
ตอบ: ผ้าแพรวาบ้านโพนเป็นผ้าไหมทอมือของชาวผู้ไทย ใช้เทคนิคเก็บลายและจกไหมหลายสี ลวดลายละเอียด แบ่งเป็นลายหลักและลายแถบ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งไหมไทย
 
ถาม: ผ้าแพรวามีเฉพาะสีแดงหรือไม่?
ตอบ: ผ้าแพรวาดั้งเดิมนิยมพื้นสีแดงครั่ง แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาโทนสีหลากหลาย เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว และสีร่วมสมัยอื่น ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปบ้านโพนอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 ไปทางอำเภอคำม่วง ระยะทางประมาณ 70 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถนำเที่ยว
 
ถาม: กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น. หากเดินทางเป็นหมู่คณะหรือต้องการชมการสาธิต ควรติดต่อสอบถามก่อนเดินทาง
 
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมพื้นที่เรียนรู้และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวาจากชุมชนได้
 
ถาม: ควรซื้ออะไรเป็นของฝากจากบ้านโพน?
ตอบ: ของฝากที่เหมาะคือผ้าไหมแพรวาผืน ผ้าคลุมไหล่ ผ้าตัดชุด ผ้าพันคอ กระเป๋า และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าแพรวา ควรเลือกจากความละเอียดของลาย สี เนื้อผ้า และวัตถุประสงค์การใช้งาน
 
ถาม: สามารถเที่ยวบ้านโพนร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน วัดป่ารังสีปาลิวัน วนอุทยานภูผาวัว แหล่งไดโนเสาร์ภูน้อย วัดดานนกเขียน และพิพิธภัณฑ์สิรินธรได้

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)