หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.เมืองกาฬสินธุ์ >ต.เหนือ > วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ)
TL;DR: วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ) อยู่ที่ถนนอนรรฆนาค ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ มีเสมาหินทรายทั้งแบบแผ่นเรียบและแบบสลักลวดลาย.

กาฬสินธุ์

วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ)

วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดศรีบุญเรือง หรือวัดเหนือ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่บนถนนอนรรฆนาค ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อยู่ถัดจากวัดกลาง พระอารามหลวง และเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจมรดกทางพระพุทธศาสนา ศิลปะทวารวดี และประวัติศาสตร์เมืองกาฬสินธุ์ในพื้นที่เดียวกัน จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือเสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยางจำนวนหนึ่งที่นำมาเก็บรักษาไว้รอบพระอุโบสถ โดยเฉพาะหลักเสมาที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาท ทำเป็นซุ้มเรือนแก้วแบบศิลปะทวารวดีซ้อนกันเป็น 2 ชั้น และบริเวณล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส เป็นหลักฐานศิลปกรรมที่สะท้อนความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในดินแดนอีสานโบราณได้อย่างชัดเจน
 
วัดศรีบุญเรืองเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวกาฬสินธุ์แบบลึกและมีความหมายมากกว่าการแวะถ่ายภาพ เพราะวัดแห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะวัดประจำเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่เก็บรักษาใบเสมาหินทรายที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง เมืองสำคัญทางวัฒนธรรมทวารวดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใบเสมาเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นความต่อเนื่องของความเชื่อ พิธีกรรม และศิลปกรรมจากชุมชนโบราณมาสู่ชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ในปัจจุบัน การเที่ยววัดศรีบุญเรืองจึงเป็นทั้งการไหว้พระ ชมวัดเก่า และเรียนรู้ศิลปะโบราณในเวลาเดียวกัน
 
ประวัติของวัดเหนือหรือวัดศรีบุญเรืองมีความสัมพันธ์กับการสร้างเมืองกาฬสินธุ์ เอกสารกรมศิลปากรระบุว่าวัดนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2336 โดยพระยาชัยสุนทร หรือเจ้าโสมพะมิตร เพื่อเป็นสถานที่จำพรรษาของพระครูหลักคำ บุคคลสำคัญทางพระพุทธศาสนาในช่วงต้นเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อพิจารณาจากปีสร้าง วัดศรีบุญเรืองจึงเป็นวัดที่มีอายุยาวนานกว่า 200 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมืองยุคแรกที่เชื่อมโยงบ้านเมือง ผู้ปกครอง คณะสงฆ์ และประชาชนเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น
 
คำว่า “วัดเหนือ” มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งของวัดในผังเมืองเก่าของกาฬสินธุ์ โดยเมืองกาฬสินธุ์มีวัดสำคัญหลายแห่งที่เรียกตามตำแหน่ง เช่น วัดกลาง วัดเหนือ และวัดใต้ วัดศรีบุญเรืองจึงเป็นวัดที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของพื้นที่เมืองเก่า และอยู่ไม่ไกลจากวัดกลางซึ่งเป็นพระอารามหลวง การตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กันของวัดสำคัญเหล่านี้สะท้อนรูปแบบเมืองไทยในอดีตที่ใช้วัดเป็นแกนของชุมชน ทั้งด้านศาสนา การศึกษา พิธีกรรม และการรวมตัวของผู้คนในวันสำคัญ
 
แม้วัดศรีบุญเรืองจะตั้งอยู่ในเมืองและเดินทางสะดวก แต่บรรยากาศภายในวัดยังคงความสงบแบบวัดเก่าในชุมชนเมือง จุดที่ควรให้เวลามากที่สุดคือบริเวณพระอุโบสถ เพราะรอบพระอุโบสถมีใบเสมาหินทรายจากเมืองฟ้าแดดสงยางปักอยู่เป็นแนว ใบเสมาเหล่านี้เดิมเป็นเครื่องหมายกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ของสิมหรือพระอุโบสถในชุมชนพุทธโบราณ การนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดศรีบุญเรืองทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์ศิลปวัตถุสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ และเปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้ชมงานศิลปะทวารวดีโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงแหล่งโบราณคดีเมืองฟ้าแดดสงยางโดยตรง
 
ใบเสมาที่วัดศรีบุญเรืองมีทั้งแบบแผ่นเรียบและแบบสลักลวดลาย ลักษณะโดยรวมเป็นแผ่นหินทรายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มียอดสอบเข้าหากันคล้ายกลีบบัว รูปทรงเช่นนี้เป็นลักษณะที่พบได้ในงานเสมาทวารวดีของภาคอีสาน ซึ่งมักใช้ปักล้อมรอบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา เสมาทำหน้าที่ทั้งในเชิงพิธีกรรมและเชิงสัญลักษณ์ เพราะเป็นเครื่องหมายบอกเขตแห่งพระธรรม เป็นตัวแบ่งพื้นที่สามัญออกจากพื้นที่ประกอบสังฆกรรม และเป็นพยานทางวัฒนธรรมที่บอกให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาเคยหยั่งรากลึกในพื้นที่นี้มาตั้งแต่อดีตกาล
 
หลักเสมาจำหลักที่ได้รับการกล่าวถึงว่างดงามที่สุดคือหลักที่สลักเป็นภาพเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาท ภายในองค์ประกอบศิลป์ทำเป็นซุ้มเรือนแก้วซ้อนกัน 2 ชั้น ล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส ลวดลายนี้สะท้อนแนวคิดเรื่องจักรวาล พุทธศาสนา ราชสำนัก และความศักดิ์สิทธิ์ในศิลปะทวารวดีอย่างน่าสนใจ ภาพเทวดาเหาะสื่อถึงโลกสวรรค์หรือภาวะเหนือโลกมนุษย์ ปราสาทและซุ้มเรือนแก้วสื่อถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ส่วนภาพบุคคลชั้นกษัตริย์ด้านล่างสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจทางโลกกับศรัทธาทางธรรม
 
ศิลปะทวารวดีในภาคอีสานมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากศิลปะทวารวดีในภาคกลาง เพราะพื้นที่อีสานมีการใช้ใบเสมาขนาดใหญ่และมีลวดลายจำหลักเกี่ยวกับพุทธประวัติ ชาดก เทวดา สถูป ปราสาท และบุคคลสำคัญจำนวนมาก เมืองฟ้าแดดสงยางเป็นหนึ่งในแหล่งที่พบใบเสมาจำหลักมากที่สุดและมีคุณค่าทางโบราณคดีอย่างสูง การที่วัดศรีบุญเรืองมีใบเสมาจากเมืองโบราณแห่งนี้ปักไว้รอบพระอุโบสถ ทำให้วัดกลายเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่พาผู้มาเยือนย้อนกลับไปสู่ยุคสมัยที่เมืองโบราณในลุ่มน้ำปาวและลุ่มน้ำชีมีบทบาทสำคัญในการรับและเผยแผ่พระพุทธศาสนา
 
เมื่อเดินชมใบเสมารอบพระอุโบสถ นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาสังเกตทั้งรูปทรง ตำแหน่งการปัก ลายสลัก และสภาพของหินทราย ใบเสมาบางหลักอาจเหลือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามกาลเวลา แต่ร่องรอยที่ยังปรากฏอยู่ยังบอกเล่าเรื่องราวได้มาก ทั้งร่องรอยช่าง ลักษณะเส้นสาย ภาพบุคคล เครื่องแต่งกาย และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมจำลอง การชมอย่างช้า ๆ จะช่วยให้เข้าใจว่าโบราณวัตถุเหล่านี้ไม่ใช่เพียงก้อนหินเก่า แต่เป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่ถูกแกะสลักด้วยมือมนุษย์และผ่านเวลามานานกว่าหลายชั่วอายุคน
 
พระอุโบสถของวัดศรีบุญเรืองเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด แม้จุดสนใจหลักของนักท่องเที่ยวจำนวนมากจะอยู่ที่ใบเสมา แต่พระอุโบสถก็มีความสำคัญในฐานะสถานที่ประกอบสังฆกรรมและเป็นพื้นที่ที่เชื่อมเสมาทวารวดีเข้ากับวัดที่ยังมีชีวิตในปัจจุบัน เสมาหินทรายโบราณที่ปักรอบพระอุโบสถไม่ได้ถูกจัดแสดงแบบพิพิธภัณฑ์แยกเดี่ยว แต่ยังอยู่ร่วมกับพื้นที่ศาสนกิจจริง ทำให้เกิดความต่อเนื่องระหว่างอดีตกับปัจจุบันอย่างเป็นธรรมชาติ
 
คุณค่าของวัดศรีบุญเรืองจึงอยู่ที่การเป็นวัดเก่าในเมืองที่ทำหน้าที่ 2 ชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือการเป็นวัดสำหรับชุมชน ใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ทำบุญ ไหว้พระ และเป็นพื้นที่สงบของคนในเมือง ชั้นที่ 2 คือการเป็นแหล่งเรียนรู้มรดกทวารวดีและเมืองฟ้าแดดสงยางที่จับต้องได้จริง การได้เห็นใบเสมาปักอยู่ในบริบทของวัดทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเสมาไม่ได้เป็นเพียงโบราณวัตถุสำหรับจัดแสดง แต่มีรากเดิมในระบบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา และยังคงส่งความหมายทางศรัทธามาจนถึงปัจจุบัน
 
เมืองฟ้าแดดสงยางมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์กาฬสินธุ์อย่างมาก เพราะเป็นเมืองโบราณที่แสดงให้เห็นการรับวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาในพื้นที่อีสานตั้งแต่ยุคทวารวดี หลักฐานสำคัญจากเมืองแห่งนี้ ได้แก่ ใบเสมา คูน้ำคันดิน ซากโบราณสถาน พระพิมพ์ และศิลปวัตถุจำนวนมาก ใบเสมาที่กระจายอยู่ตามวัดและพิพิธภัณฑ์ในกาฬสินธุ์ช่วยยืนยันว่าพื้นที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงเมืองเกษตรกรรมหรือเมืองรองในปัจจุบัน แต่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายวัฒนธรรมโบราณที่มีพัฒนาการทางศาสนาและศิลปกรรมสูง
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดศรีบุญเรืองควรถูกมองร่วมกับแหล่งโบราณคดีเมืองฟ้าแดดสงยาง พระธาตุยาคู วัดกลาง พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ และพิพิธภัณฑ์วัดกลางกาฬสินธุ์ เพราะแต่ละแห่งทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องกาฬสินธุ์คนละด้าน เมืองฟ้าแดดสงยางบอกเรื่องรากโบราณ วัดศรีบุญเรืองบอกเรื่องการอนุรักษ์เสมาในบริบทวัดเมือง วัดกลางบอกเรื่องพระพุทธรูปคู่เมืองและพิธีกรรมสำคัญ ส่วนพิพิธภัณฑ์บอกเรื่องวิถีชีวิตและมรดกท้องถิ่น เมื่อนำทั้งหมดมาประกอบกันจะเห็นภาพจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ลึกและหลากหลายกว่าคำว่าเมืองไดโนเสาร์เพียงอย่างเดียว
 
การชมวัดศรีบุญเรืองให้ได้คุณค่ามากที่สุดควรเริ่มจากหน้าวัด แล้วเดินเข้าสู่บริเวณพระอุโบสถอย่างสำรวม จากนั้นค่อยเดินวนรอบพระอุโบสถเพื่อดูแนวเสมาหินทรายทีละหลัก การเดินวนเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจตำแหน่งของเสมาและเห็นความแตกต่างของแต่ละหลักชัดขึ้น ไม่ควรจับ ลูบ เคาะ หรือพิงเสมา เพราะเป็นโบราณวัตถุที่ควรได้รับการรักษาอย่างระมัดระวัง การถ่ายภาพสามารถทำได้ในมุมที่ไม่รบกวนพื้นที่ศาสนกิจและไม่กีดขวางผู้ที่มาทำบุญ
 
วัดศรีบุญเรืองเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม นักเรียน นักศึกษา นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผู้สนใจศิลปะทวารวดี และนักเดินทางที่ต้องการทำความเข้าใจเมืองกาฬสินธุ์ผ่านสถานที่จริง หากเดินทางมากับเด็กหรือครอบครัว สามารถใช้ใบเสมาเป็นสื่อการเรียนรู้ได้อย่างดี เพราะเด็กจะมองเห็นภาพแกะสลักจริงบนหิน ได้เรียนรู้ว่าคนโบราณใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาอย่างไร และเข้าใจว่าศิลปะไม่ได้มีอยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังปรากฏในวัดและชุมชนรอบตัวเรา
 
ในแง่การถ่ายภาพ วัดศรีบุญเรืองมีมุมที่น่าสนใจทั้งซุ้มประตูวัด พระอุโบสถ เสมาหินทราย และบรรยากาศวัดเก่าในเมือง แสงช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะสำหรับถ่ายรายละเอียดหินทราย เพราะแสงเฉียงจะช่วยให้เห็นร่องสลักและมิติของลวดลายชัดขึ้น หากถ่ายภาพเสมาจำหลัก ควรถ่ายทั้งภาพรวมและภาพใกล้เพื่อเก็บรายละเอียด แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือการเข้าใกล้จนเสี่ยงต่อการกระทบโบราณวัตถุ
 
จุดเด่นของวัดศรีบุญเรืองเมื่อเทียบกับวัดกลางคือวัดศรีบุญเรืองเน้นคุณค่าด้านเสมาจำหลักและศิลปะทวารวดี ส่วนวัดกลางเด่นเรื่องหลวงพ่อองค์ดำ พระอุโบสถ จิตรกรรมฝาผนัง และพิพิธภัณฑ์วัดกลาง การเที่ยว 2 วัดนี้ต่อกันจึงช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นมิติของพระพุทธศาสนาในกาฬสินธุ์ทั้ง 2 ช่วงเวลา คือช่วงโบราณจากเมืองฟ้าแดดสงยางและช่วงเมืองกาฬสินธุ์ยุคหลัง การอยู่ใกล้กันมากทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเชื่อมกันได้สะดวกภายในเวลาไม่นาน
 
หากต้องการจัดทริปครึ่งวันในตัวเมืองกาฬสินธุ์ สามารถเริ่มจากวัดศรีบุญเรืองเพื่อชมเสมาทวารวดี ต่อด้วยวัดกลางเพื่อกราบหลวงพ่อองค์ดำและชมพิพิธภัณฑ์ จากนั้นไปอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทรเพื่อระลึกถึงผู้ก่อตั้งเมือง แล้วแวะพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์หรือสวนสาธารณะกุดน้ำกิน เส้นทางนี้ใช้เวลาไม่มาก แต่ได้องค์ความรู้ครบทั้งศาสนา ประวัติเมือง โบราณวัตถุ และวิถีชุมชน เหมาะกับผู้ที่มีเวลาเพียงวันเดียวในเมืองกาฬสินธุ์
 
สำหรับผู้ที่มีเวลามากกว่า 1 วัน ควรจัดวัดศรีบุญเรืองเป็นจุดตั้งต้นก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองฟ้าแดดสงยางและพระธาตุยาคูในอำเภอกมลาไสย เพราะเมื่อได้เห็นใบเสมาที่วัดศรีบุญเรืองแล้ว การไปชมพื้นที่เมืองโบราณจริงจะทำให้เข้าใจบริบทของโบราณวัตถุเหล่านี้มากขึ้น พระธาตุยาคูเป็นโบราณสถานสำคัญในเมืองฟ้าแดดสงยาง และช่วยให้เห็นภาพว่าวัฒนธรรมทวารวดีในกาฬสินธุ์ไม่ได้อยู่กระจัดกระจาย แต่มีแกนกลางทางศาสนาและชุมชนเมืองที่ชัดเจน
 
ในด้านความเชื่อ ใบเสมามีความหมายลึกซึ้งมากกว่าความเป็นของเก่า เพราะเสมาคือเครื่องหมายเขตพระอุโบสถและเขตสังฆกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระวินัย การอุปสมบท และพิธีกรรมของพระสงฆ์ เสมาจึงเป็นสัญลักษณ์ของความถูกต้องทางศาสนาและความเป็นระเบียบของชุมชนพุทธ เมื่อใบเสมาจากเมืองฟ้าแดดสงยางถูกนำมาเก็บรักษาไว้รอบพระอุโบสถวัดศรีบุญเรือง ความหมายเดิมของเสมาก็ยังคงเชื่อมโยงกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างแนบแน่น
 
วัดศรีบุญเรืองยังสะท้อนแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์มรดกโดยชุมชน เพราะโบราณวัตถุจำนวนมากในประเทศไทยอยู่รอดมาถึงปัจจุบันได้ด้วยการดูแลของวัดและคนท้องถิ่น ก่อนที่ระบบพิพิธภัณฑ์และการจัดการโบราณสถานสมัยใหม่จะเข้ามามีบทบาท วัดเป็นพื้นที่ที่ชุมชนไว้วางใจในการเก็บรักษาวัตถุศักดิ์สิทธิ์และวัตถุโบราณ การเห็นเสมาปักอยู่รอบพระอุโบสถจึงเป็นหลักฐานของการดูแลต่อเนื่องระหว่างคน วัด และมรดกวัฒนธรรม
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เพราะวัดศรีบุญเรืองยังเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนกิจจริง ควรสวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงที่สุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ที่กำหนด พูดคุยด้วยเสียงเบา และหลีกเลี่ยงการปีน นั่ง หรือวางของบนฐานเสมา การปฏิบัติเหล่านี้ไม่เพียงแสดงความเคารพต่อวัด แต่ยังช่วยรักษาโบราณวัตถุให้คงอยู่สำหรับผู้มาเยือนรุ่นต่อไป
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยววัดศรีบุญเรืองคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการชมรายละเอียดของใบเสมา หากมาในช่วงกลางวันควรเตรียมหมวก ร่ม หรือน้ำดื่ม โดยเฉพาะในฤดูร้อนของภาคอีสาน นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจศึกษาหรือถ่ายภาพควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการเที่ยวร่วมกับวัดกลางและสถานที่ใกล้เคียงควรวางเวลาไว้ประมาณครึ่งวัน
 
การเดินทาง มายังวัดศรีบุญเรืองทำได้สะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่ในเขตเมืองกาฬสินธุ์ บนถนนอนรรฆนาค ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งจุดหมายในแผนที่เป็นวัดศรีบุญเรือง วัดเหนือ กาฬสินธุ์ หรือ Anunkhanak Road Kalasin ได้โดยตรง หากเริ่มจากวัดกลางสามารถเดินทางต่อมายังวัดศรีบุญเรืองได้ในระยะใกล้มาก ส่วนผู้ที่เดินทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาฬสินธุ์สามารถใช้รถรับจ้างท้องถิ่นหรือรถยนต์ส่วนตัวเข้ามายังวัดได้ในเวลาไม่นาน
 
ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เช่น ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด หรือสกลนคร สามารถใช้เส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองกาฬสินธุ์ แล้วจัดวัดศรีบุญเรืองร่วมกับวัดกลาง อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร และตลาดโรงสีในวันเดียวกันได้ การเลือกพักในตัวเมืองกาฬสินธุ์จะช่วยให้เที่ยววัดและพิพิธภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น เพราะที่พัก ร้านอาหาร และจุดท่องเที่ยวหลักหลายแห่งอยู่ในระยะไม่ไกลจากกัน
 
วัดศรีบุญเรืองเป็นสถานที่ที่ควรใช้สายตาอย่างละเอียดและใช้ใจอย่างสงบ เพราะคุณค่าของวัดไม่ได้ปรากฏในรูปแบบสิ่งก่อสร้างใหญ่โต แต่ซ่อนอยู่ในร่องรอยหินทราย เส้นแกะสลัก ภาพเทวดา ปราสาท ซุ้มเรือนแก้ว และความสัมพันธ์ระหว่างเมืองโบราณกับวัดปัจจุบัน ผู้มาเยือนที่เดินชมอย่างตั้งใจจะพบว่าวัดเล็กกลางเมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่อธิบายรากวัฒนธรรมของกาฬสินธุ์ได้ดีที่สุด
 
ในภาพรวม วัดศรีบุญเรืองหรือวัดเหนือคือวัดเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และศาสนาอย่างสูงของจังหวัดกาฬสินธุ์ เสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยางที่ปักรอบพระอุโบสถทำให้วัดแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะทวารวดีที่เข้าถึงง่ายในตัวเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเที่ยววัด ชมโบราณวัตถุ ศึกษาประวัติเมือง และวางเส้นทางต่อไปยังวัดกลาง เมืองฟ้าแดดสงยาง และพระธาตุยาคู หากต้องการรู้จักกาฬสินธุ์ผ่านรากทางศรัทธาและมรดกโบราณ วัดศรีบุญเรืองคือหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรข้าม
 
ชื่อสถานที่วัดศรีบุญเรือง หรือวัดเหนือ จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่ตั้งถนนอนรรฆนาค ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่อยู่ถนนอนรรฆนาค ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
พิกัด16.437497, 103.501938
ไฮไลต์เสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยางที่ปักไว้รอบพระอุโบสถ โดยเฉพาะหลักเสมารูปเทวดาเหาะเหนือปราสาทในซุ้มเรือนแก้ว ศิลปะแบบทวารวดี
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2336 โดยพระยาชัยสุนทร หรือเจ้าโสมพะมิตร เพื่อเป็นสถานที่จำพรรษาของพระครูหลักคำ และมีใบเสมาหินทรายจากเมืองฟ้าแดดสงยางซึ่งเป็นศิลปะทวารวดีเก็บรักษาไว้รอบพระอุโบสถ
ที่มาของชื่อชื่อวัดเหนือสัมพันธ์กับตำแหน่งของวัดในผังเมืองเก่ากาฬสินธุ์ ส่วนชื่อวัดศรีบุญเรืองเป็นชื่อทางวัดที่ใช้เรียกควบคู่กันในปัจจุบัน
ลักษณะเด่นเป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ มีเสมาหินทรายทั้งแบบแผ่นเรียบและแบบสลักลวดลาย ลักษณะใบเสมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยอดสอบคล้ายกลีบบัว
สิ่งสำคัญภายในวัดพระอุโบสถ, เสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสงยาง, เสมารูปเทวดาเหาะเหนือปราสาท, เสมาหินทรายรอบพระอุโบสถ และพื้นที่ศาสนกิจของวัด
ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกิจกรรมทำบุญและศาสนพิธีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รวมถึงการใช้พระอุโบสถเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีกรรมของชุมชน
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในตัวเมืองได้สะดวก วัดอยู่บนถนนอนรรฆนาค ใกล้วัดกลาง พระอารามหลวง สามารถตั้งจุดหมายเป็นวัดศรีบุญเรือง วัดเหนือ กาฬสินธุ์ หรือ Anunkhanak Road Kalasin ในแผนที่นำทาง
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชม เป็นวัดเก่าแก่และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพระอุโบสถ พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด พื้นที่ชมใบเสมา และพื้นที่จอดรถภายในหรือบริเวณใกล้วัดตามสภาพพื้นที่ใช้งานจริง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระอุโบสถ, แนวใบเสมารอบพระอุโบสถ, พื้นที่เสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสงยาง, ลานวัด, พื้นที่ศาสนกิจ และพื้นที่ชุมชนวัดเหนือ
เบอร์ติดต่อหลัก043-227-714
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดกลาง พระอารามหลวง ประมาณ 0.3 กม.
2. อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ประมาณ 1 กม.
3. พิพิธภัณฑ์วัดกลางกาฬสินธุ์ ประมาณ 1 กม.
4. พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ ประมาณ 1 กม.
5. สวนสาธารณะกุดน้ำกิน ประมาณ 1 กม.
6. ตลาดโรงสี กาฬสินธุ์ ประมาณ 3 กม.
7. เมืองฟ้าแดดสงยาง และพระธาตุยาคู ประมาณ 22 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารขวัญเอย ประมาณ 1 กม. โทร. 089-863-6332, 043-813-457
2. NICE TIME CAFE KALASIN ประมาณ 1 กม. โทร. 088-562-4518
3. ตำยั่วเย เมืองกาฬสินธุ์ ประมาณ 2 กม. โทร. 063-968-3937
4. Singfarm Coffee Roaster ประมาณ 2 กม. โทร. 089-944-1854
5. Khong kwan House สเต็ก ข้าวซอย น้ำเงี้ยว ประมาณ 2 กม. โทร. 064-462-6263, 095-532-3978
6. บ้านตาลฟ้า กาฬสินธุ์ ประมาณ 3 กม. โทร. 086-717-0774
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมสุภัค ประมาณ 1 กม. โทร. 043-811-595
2. โรงแรมไพบูลย์เพลส ประมาณ 1 กม. โทร. 081-117-8896, 043-811-661
3. โรงแรมเอ.พี. การ์เดน ประมาณ 2 กม. โทร. 086-354-6193
4. นับทอง เรสซิเดนซ์ ประมาณ 2 กม. โทร. 095-520-7290
5. TK Residence Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 095-338-0515
6. โรงแรมริมปาว ประมาณ 3 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีบุญเรือง หรือวัดเหนือ กาฬสินธุ์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีบุญเรืองตั้งอยู่บนถนนอนรรฆนาค ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ใกล้วัดกลาง พระอารามหลวง และเดินทางสะดวกในเขตเทศบาลเมือง
 
ถาม: วัดศรีบุญเรืองมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดศรีบุญเรืองเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2336 และมีเสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยางเก็บรักษาไว้รอบพระอุโบสถ จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะทวารวดีที่สำคัญในตัวเมืองกาฬสินธุ์
 
ถาม: จุดเด่นของใบเสมาที่วัดศรีบุญเรืองคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือหลักเสมาจำหลักรูปเทวดาเหาะเหนือปราสาท ทำเป็นซุ้มเรือนแก้วแบบศิลปะทวารวดีซ้อนกัน 2 ชั้น และมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรสด้านล่าง
 
ถาม: วัดศรีบุญเรืองเกี่ยวข้องกับเมืองฟ้าแดดสงยางอย่างไร?
ตอบ: วัดศรีบุญเรืองเก็บรักษาใบเสมาหินทรายจากเมืองฟ้าแดดสงยาง ซึ่งเป็นเมืองโบราณสำคัญของกาฬสินธุ์และเป็นแหล่งศิลปกรรมทวารวดีที่มีชื่อเสียง
 
ถาม: ควรเที่ยววัดศรีบุญเรืองร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับวัดกลาง พระอารามหลวง อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ สวนสาธารณะกุดน้ำกิน และหากมีเวลาควรต่อไปยังเมืองฟ้าแดดสงยางและพระธาตุยาคู
 
ถาม: การเดินทางไปวัดศรีบุญเรืองสะดวกหรือไม่?
ตอบ: เดินทางสะดวกมาก เพราะวัดอยู่ในตัวเมืองกาฬสินธุ์ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในเมือง และตั้งจุดหมายในแผนที่เป็นวัดศรีบุญเรือง วัดเหนือ กาฬสินธุ์ได้โดยตรง
 
ถาม: ใช้เวลาเที่ยววัดศรีบุญเรืองประมาณเท่าไร?
ตอบ: หากชมพระอุโบสถและใบเสมารอบวัดควรใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากเที่ยวร่วมกับวัดกลางและสถานที่ใกล้เคียงควรวางเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวัน
 
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อชมใบเสมาโบราณ?
ตอบ: ควรชมด้วยความระมัดระวัง ไม่จับ ไม่พิง ไม่ปีน และไม่วางสิ่งของบนเสมา เพราะเป็นโบราณวัตถุสำคัญที่ควรช่วยกันรักษาให้คงอยู่ต่อไป

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)