หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.ท่าคันโท >ต.นาตาล > วนอุทยานภูพระ
TL;DR: วนอุทยานภูพระ อยู่ที่ตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น. จุดเด่นคือ ภูเขาหินทรายใกล้ชุมชน มีป่าเต็งรัง พรรณไม้หนาแน่น ลำธาร สัตว์ป่า หน้าผา ถ้ำ และจุดชมวิวหลายแห่ง.
วนอุทยานภูพระ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 18.00 น.
วนอุทยานภูพระ กาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ในตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศาสนสถานบนภูเขาที่มีความโดดเด่นมากแห่งหนึ่งของภาคอีสาน วนอุทยานแห่งนี้เดิมเป็นพื้นที่ป่าภูพระในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงมูล มีลักษณะเป็นภูเขาตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ชุมชน รายล้อมด้วยป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง พรรณไม้ตามฤดูกาล ลำธาร แนวหินทราย ถ้ำ หน้าผา และจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์อำเภอท่าคันโทได้กว้างไกล พื้นที่ด้านหลังเขาเป็นที่ราบซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปหินเก่าแก่และพระพุทธอนันตชินคีรีที่ชาวบ้านให้ความเคารพสักการะ ทำให้วนอุทยานภูพระมีเอกลักษณ์ทั้งด้านธรรมชาติ ธรณีสัณฐาน ศรัทธา และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกัน
หากต้องสรุปภาพรวมของวนอุทยานภูพระอย่างชัดเจน สถานที่แห่งนี้คือจุดหมายที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวกาฬสินธุ์แบบได้ทั้งธรรมชาติและความสงบ จุดเด่นไม่ใช่เพียงการมีป่าไม้หรือภูเขาเท่านั้น แต่เป็นการรวมกันของหน้าผาหิน ถ้ำหินทราย เส้นทางศึกษาธรรมชาติ จุดชมวิว พระพุทธรูป และประเพณีท้องถิ่นที่ยังผูกพันกับชุมชนรอบภูเขา ผู้มาเยือนสามารถขับรถขึ้นไปชมจุดต่าง ๆ ได้เป็นช่วง ๆ เดินชมป่าเต็งรัง ฟังเสียงธรรมชาติ ถ่ายภาพแนวหินทราย ชมวิวจากผาเสวย กราบพระที่ถ้ำพระ และสักการะพระพุทธอนันตชินคีรีบนจุดสูงของพื้นที่ได้ภายในทริปเดียว
ภูพระเป็นพื้นที่ที่สะท้อนลักษณะธรรมชาติของอีสานตอนกลางได้อย่างชัดเจน ป่าเต็งรังหรือป่าแดงในพื้นที่มีลักษณะโปร่ง มีไม้ผลัดใบจำนวนมาก และมีการเปลี่ยนแปลงสีสันตามฤดูกาล ฤดูฝนป่าจะเขียวสดชื่น มีหญ้าและพืชพื้นล่างขึ้นหนาแน่น บรรยากาศเย็นชื้นและเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ ส่วนฤดูแล้งป่าจะเปลี่ยนเป็นโทนสีน้ำตาล แดง และทองอ่อนจากใบไม้ที่ร่วงหล่น ทำให้เห็นโครงสร้างของต้นไม้ ลานหิน และหน้าผาได้ชัดเจน ความงามของวนอุทยานภูพระจึงไม่ใช่ความเขียวเพียงฤดูกาลเดียว แต่เป็นความงามที่เปลี่ยนไปตามจังหวะของธรรมชาติ
ผาเสวยเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของวนอุทยานภูพระ ลักษณะเป็นลานหินผากว้าง มีความลึกของหน้าผาประมาณ 150–200 เมตร เป็นจุดชมวิวที่เปิดมุมมองสู่ทิวทัศน์ด้านล่างได้อย่างงดงาม เมื่อยืนอยู่บริเวณลานหินจะมองเห็นภูมิประเทศของอำเภอท่าคันโท ป่าไม้ และพื้นที่ชุมชนที่ทอดตัวอยู่ไกลออกไป ความกว้างของลานหินทำให้ผาเสวยเหมาะสำหรับการพักสายตา ถ่ายภาพ และชมบรรยากาศป่าเต็งรังจากมุมสูง โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงไม่แรงจนเกินไป
ความน่าสนใจของผาเสวยไม่ได้อยู่เพียงความสูงของหน้าผา แต่ยังอยู่ที่พื้นผิวหินทรายและภูมิประเทศโดยรอบ ลานหินกว้างให้ความรู้สึกเหมือนระเบียงธรรมชาติที่ยื่นออกไปสู่ทิวทัศน์กว้าง ผู้มาเยือนสามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา ป่า และชุมชนได้จากจุดเดียว หากมาในฤดูฝน ป่าด้านล่างจะเขียวแน่นและมีความสดชื่นมาก หากมาในฤดูแล้งจะเห็นเส้นสายของภูเขาและต้นไม้ผลัดใบได้ชัดขึ้น ผาเสวยจึงเป็นจุดที่เหมาะทั้งสำหรับนักถ่ายภาพธรรมชาติ นักเดินทางที่ชอบวิวมุมสูง และผู้ที่ต้องการนั่งนิ่ง ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศของภูพระ
ถ้ำเสียมสับเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวภายในวนอุทยานที่มีลักษณะทางธรณีสัณฐานน่าสนใจ ชื่อของถ้ำมาจากลักษณะของหินผาที่ดูคล้ายร่องเสียมขุดลงไปในเนื้อหิน เมื่อยืนบริเวณหน้าปากถ้ำจะเห็นผาหินสูงและแนวหินทรายที่มีชั้นหินสะสมตัวอย่างชัดเจน บางช่วงมีลักษณะเป็นเพิงหินและแนวผาซ้อนกัน ทำให้พื้นที่นี้มีเสน่ห์สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติวิทยาและธรณีวิทยาแบบพื้นฐาน เพราะสามารถเห็นรูปร่างของหินที่เกิดจากการกัดเซาะ การแยกตัว และการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวหินตามกาลเวลาได้ด้วยตาเปล่า
บริเวณถ้ำเสียมสับให้บรรยากาศที่ต่างจากผาเสวยอย่างชัดเจน หากผาเสวยคือจุดชมวิวเปิดโล่ง ถ้ำเสียมสับคือพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับชั้นหินและเงาของป่า บริเวณหน้าผาและเพิงหินมักมีความร่มรื่นจากต้นไม้โดยรอบ ในฤดูฝนพืชเล็ก ๆ มอส เฟิร์น หรือพืชที่ชอบความชื้นจะทำให้พื้นที่ดูมีชีวิตชีวา การเดินชมบริเวณนี้จึงควรเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ปีนป่ายหน้าผา ไม่เคาะหรือสกัดหิน และไม่เก็บชิ้นส่วนธรรมชาติออกจากพื้นที่ เพื่อให้สภาพธรรมชาติยังคงอยู่สำหรับผู้มาเยือนรุ่นต่อไป
ถ้ำพระรอดเป็นถ้ำที่เกิดจากการแยกตัวของหินผา ภายในมีทางเดินกว้างประมาณ 2 เมตร และมีระยะทางประมาณ 30 เมตร ในอดีตบริเวณถ้ำลักษณะนี้เคยเหมาะสำหรับการพักสงบและปฏิบัติธรรม เพราะมีความร่มเย็น มิดชิด และอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สภาพของถ้ำที่เกิดจากหินแยกตัวช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าภูพระไม่ใช่เพียงภูเขาธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่มีหินผาและโพรงถ้ำหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ยาวนานและค่อย ๆ สร้างภูมิประเทศที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ผาหินแยกเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีลักษณะชัดเจนจากแนวหน้าผาที่แยกตัวเป็นทางยาวประมาณ 20 เมตร และมีความลึกประมาณ 6 เมตร ส่วนหินที่แยกตัวออกมามีลักษณะเอนเอียง ทำให้เกิดช่อง มุมมอง และรูปทรงที่แปลกตา พื้นที่นี้เป็นอีกจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ได้ดี และยังเป็นตัวอย่างของการเคลื่อนตัวหรือแยกตัวของมวลหินที่ผู้มาเยือนสามารถสังเกตได้จริง การเดินชมผาหินแยกควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่หินและช่องแยกอาจมีระดับต่างกัน หากเดินกับเด็กหรือผู้สูงอายุควรดูแลอย่างใกล้ชิด
ถ้ำพระเป็นจุดศรัทธาสำคัญของวนอุทยานภูพระ ภายในถ้ำมีความลึกประมาณ 30 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 15 เมตร และมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ชาวบ้านในท้องถิ่นให้ความเคารพสักการะเป็นอย่างยิ่ง บรรยากาศของถ้ำพระมีความสงบและเหมาะกับการไหว้พระอย่างสำรวม จุดนี้ทำให้การเดินทางมาวนอุทยานภูพระไม่ใช่เพียงการเดินป่าหรือชมวิว แต่เป็นการเดินทางที่มีมิติทางจิตใจ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาไหว้พระ ทำจิตใจให้สงบ และรับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ ถ้ำ ภูเขา และศรัทธาของชุมชน
พระพุทธอนันตชินคีรีเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณจุดสูงของวนอุทยานภูพระ ชาวบ้านและผู้มาเยือนนิยมขึ้นไปกราบไหว้สักการะ โดยพื้นที่นี้มีความเกี่ยวข้องกับประเพณีท้องถิ่นในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีงานสรงน้ำภูพระและแห่ผ้าอังสะเพื่อถวายเป็นสิริมงคลแด่องค์พระเป็นประจำทุกปี ประเพณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภูพระไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แต่ยังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในความรู้สึกของชุมชนท้องถิ่น เป็นจุดรวมใจของผู้คนที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ศาสนา และวิถีชุมชนไว้ด้วยกัน
การมีพระพุทธรูปและถ้ำศรัทธาอยู่ภายในวนอุทยานทำให้ภูพระมีความแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไม่ควรมองพื้นที่นี้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ แต่ควรเข้าใจว่าบางจุดมีความหมายทางจิตใจต่อชาวบ้าน การแต่งกายสุภาพ การไม่ส่งเสียงดัง การไม่ปีนป่ายบริเวณพระพุทธรูป และการไม่แตะต้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็นเป็นมารยาทพื้นฐานที่ควรปฏิบัติ การเคารพสถานที่ช่วยให้การท่องเที่ยวธรรมชาติและศาสนสถานอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม
ในด้านการเรียนรู้ธรรมชาติ วนอุทยานภูพระเหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจระบบนิเวศป่าเต็งรัง เพราะสามารถเรียนรู้ได้จากพื้นที่จริง ทั้งชนิดของป่า ลักษณะต้นไม้ การผลัดใบ พื้นหินทราย ถ้ำ หน้าผา ลำธาร สัตว์ป่า และการปรับตัวของพืชในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างแห้งแล้งในบางฤดูกาล เด็กและเยาวชนสามารถเข้าใจธรรมชาติได้ง่ายขึ้นเมื่อได้เห็นว่าป่าไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่แต่ละพื้นที่มีลักษณะเฉพาะขึ้นอยู่กับดิน หิน น้ำ ความสูง และฤดูกาล
ภูพระยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าใกล้ชุมชนได้อย่างชัดเจน แม้จะเป็นภูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชน แต่ป่าบนภูพระยังทำหน้าที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า เป็นพื้นที่ดูดซับน้ำ เป็นแหล่งพรรณไม้ และเป็นพื้นที่พักผ่อนของประชาชน หากพื้นที่ป่าถูกใช้ผิดวิธี เช่น การเผาป่า การล่าสัตว์ การทิ้งขยะ หรือการรบกวนระบบนิเวศ ย่อมส่งผลต่อทั้งธรรมชาติและชุมชนที่อยู่รอบภูเขา การมาเที่ยวจึงควรควบคู่กับความรับผิดชอบในการรักษาพื้นที่
เส้นทางภายในวนอุทยานบางช่วงเป็นทางดินและทางขึ้นเนิน ผู้ใช้รถยนต์ควรขับอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในฤดูฝนที่อาจมีน้ำขังหรือพื้นลื่น รถทั่วไปสามารถเข้าถึงบางจุดได้ แต่ควรประเมินสภาพเส้นทางในวันเดินทางจริง หากฝนตกหนักควรหลีกเลี่ยงการขับเข้าไปในจุดที่เสี่ยงหรือทางชัน ผู้ที่ต้องการเที่ยวให้ครบหลายจุดควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพื่อไม่ต้องเร่งรีบและมีเวลาหยุดพักตามจุดชมวิว ถ้ำ และพื้นที่ไหว้พระอย่างเหมาะสม
กิจกรรมที่เหมาะกับวนอุทยานภูพระ ได้แก่ การชมวิวที่ผาเสวย การเดินชมป่าเต็งรัง การศึกษาลักษณะหินทราย การชมถ้ำเสียมสับ ถ้ำพระรอด ผาหินแยก และถ้ำพระ การไหว้พระพุทธอนันตชินคีรี การถ่ายภาพธรรมชาติ การดูนกและสังเกตสัตว์ขนาดเล็กตามเส้นทาง และการใช้พื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชน กิจกรรมเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความเร่งรีบ แต่ต้องใช้ความตั้งใจและความเคารพต่อพื้นที่ธรรมชาติ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวคือช่วงเช้าถึงบ่ายแก่ ๆ เพราะมีแสงเพียงพอสำหรับการเดินชมถ้ำ หน้าผา และเส้นทางธรรมชาติ ช่วงเช้าอากาศจะเย็นกว่า เหมาะกับการเดินชมป่าและถ่ายภาพ ส่วนช่วงบ่ายแสงจะชัดและเหมาะกับจุดชมวิว แต่ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่หน้าผาหรือเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยใกล้เวลามืด หากมาในฤดูฝนควรเตรียมรองเท้าที่กันลื่นได้ดี และหากมาในฤดูแล้งควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม
สำหรับนักถ่ายภาพ วนอุทยานภูพระมีมุมถ่ายภาพหลากหลาย ตั้งแต่ผาเสวยที่มองเห็นทิวทัศน์กว้าง ถ้ำเสียมสับที่มีชั้นหินทราย ถ้ำพระที่มีบรรยากาศศรัทธา ผาหินแยกที่ให้รูปทรงหินแปลกตา ไปจนถึงพระพุทธอนันตชินคีรีบนจุดสูงของพื้นที่ ภาพที่ดีของภูพระไม่ควรเน้นเพียงความสวยงามของวิว แต่ควรเล่าเรื่องความเป็นป่าเต็งรัง ภูเขา ศาสนสถาน และความผูกพันของชุมชนกับภูพระไปพร้อมกัน
ผู้ที่ต้องการพาเด็กหรือผู้สูงอายุมาเที่ยวควรวางแผนเส้นทางให้เหมาะสม เลือกจุดที่เข้าถึงง่ายก่อน เช่น จุดที่ทำการ จุดชมวิวที่รถเข้าได้ และบริเวณพระพุทธรูป หากต้องเดินไปตามถ้ำหรือหน้าผา ควรประเมินสภาพร่างกายและเวลา ไม่ควรฝืนเดินในช่วงอากาศร้อนหรือหลังฝนตกหนัก การเตรียมน้ำดื่ม ผ้าเช็ดหน้า ยาประจำตัว และรองเท้าที่เหมาะกับทางป่าจะช่วยให้การเดินทางปลอดภัยขึ้น
การเดินทาง ไปวนอุทยานภูพระสามารถเริ่มจากอำเภอท่าคันโท ใช้ทางหลวงหมายเลข 2299 บริเวณกิโลเมตรที่ 16 เข้าสู่พื้นที่วนอุทยาน นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางโดยรถประจำทางสายอุดรธานี–กาฬสินธุ์ แล้วลงที่บริเวณวัดสว่างถ้ำเกิ้ง ซึ่งอยู่ใกล้หน้าวนอุทยาน จากนั้นต่อเข้าพื้นที่ด้วยพาหนะท้องถิ่นหรือรถส่วนตัว การใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะจุดท่องเที่ยวภายในหลายจุดและเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในอำเภอท่าคันโทได้ง่าย
หากเริ่มจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ สามารถวางเส้นทางไปยังอำเภอท่าคันโท แล้วเข้าสู่ตำบลนาตาลตามเส้นทางหลัก เมื่อถึงพื้นที่ใกล้วัดสว่างถ้ำเกิ้งให้สังเกตป้ายวนอุทยานภูพระหรือใช้แผนที่นำทางร่วมกัน เส้นทางเหมาะกับการจัดทริปแบบเช้าไปเย็นกลับ และสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่ใกล้เคียง เช่น ศาลหลักเมืองท่าคันโท หาดคันโท สะพานเทพสุดา หรือพิพิธภัณฑ์สิรินธรในเส้นทางเดียวกันได้
การจัดทริปที่เหมาะสมคือเริ่มต้นช่วงเช้าที่วนอุทยานภูพระ เดินชมผาเสวย ถ้ำเสียมสับ ผาหินแยก ถ้ำพระ และสักการะพระพุทธอนันตชินคีรี จากนั้นลงมารับประทานอาหารในตัวอำเภอท่าคันโทหรือพื้นที่ใกล้เคียง ช่วงบ่ายสามารถแวะหาดคันโทหรือเดินทางต่อไปยังสะพานเทพสุดาและแหลมโนนวิเศษเพื่อชมวิวเขื่อนลำปาว เส้นทางนี้ทำให้การเที่ยวกาฬสินธุ์มีทั้งป่า ภูเขา ถ้ำ ศาสนสถาน วิวเขื่อน และอาหารท้องถิ่นครบในวันเดียว
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเที่ยววนอุทยานภูพระคือควรลงชื่อหรือแจ้งเจ้าหน้าที่หากมีจุดให้ลงทะเบียน ไม่ทิ้งขยะ ไม่จุดไฟในพื้นที่ป่า ไม่เก็บพืชหรือหินออกจากพื้นที่ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ออกนอกเส้นทางที่เหมาะสม โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาและถ้ำควรเดินด้วยความระวัง หากพบฝนตกหรือสภาพเส้นทางไม่เหมาะสมควรหยุดรอหรือเปลี่ยนแผนการเดินทาง ความปลอดภัยและการรักษาพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเที่ยวแหล่งธรรมชาติ
ในภาพรวม วนอุทยานภูพระเป็นแหล่งท่องเที่ยวกาฬสินธุ์ที่มีความครบถ้วนทั้งธรรมชาติ วิวเขา ถ้ำ หน้าผา ป่าเต็งรัง พระพุทธรูป และประเพณีท้องถิ่น ความงามของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ความอลังการแบบสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่อยู่ที่ความจริงของภูเขาใกล้ชุมชนที่ยังมีป่า มีหิน มีถ้ำ มีศรัทธา และมีเรื่องราวให้เรียนรู้ หากมาเยือนด้วยความเคารพธรรมชาติและใช้เวลาอย่างตั้งใจ วนอุทยานภูพระจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เห็นกาฬสินธุ์ในมุมลึก นุ่มนวล และมีคุณค่ากว่าการแวะเที่ยวแบบผ่าน ๆ
| ชื่อสถานที่ | วนอุทยานภูพระ |
| ที่ตั้ง | ตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ |
| ที่อยู่ | บ้านหนองแซง / พื้นที่วนอุทยานภูพระ ตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ 46190 |
| พิกัด | 16.880875, 103.247637 |
| ไฮไลต์ | ป่าเต็งรังบนภูเขาใกล้ชุมชน ผาเสวย ถ้ำเสียมสับ ถ้ำพระรอด ผาหินแยก ถ้ำพระ พระพุทธอนันตชินคีรี และประเพณีสรงน้ำภูพระ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมเป็นป่าภูพระในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงมูล กรมป่าไม้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2526 ปัจจุบันเป็นพื้นที่อนุรักษ์และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติภายใต้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาหินทรายใกล้ชุมชน มีป่าเต็งรัง พรรณไม้หนาแน่น ลำธาร สัตว์ป่า หน้าผา ถ้ำ และจุดชมวิวหลายแห่ง |
| สิ่งสำคัญภายในพื้นที่ | ผาเสวย ถ้ำเสียมสับ ถ้ำพระรอด ผาหินแยก ถ้ำพระ พระพุทธอนันตชินคีรี เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรัง |
| ประเพณี / พิธีสำคัญ | งานสรงน้ำภูพระและแห่ผ้าอังสะเพื่อถวายเป็นสิริมงคลแด่พระพุทธอนันตชินคีรี จัดขึ้นเป็นประจำหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ |
| การเดินทาง | จากอำเภอท่าคันโท ใช้ทางหลวงหมายเลข 2299 บริเวณกิโลเมตรที่ 16 หรือเดินทางด้วยรถประจำทางสายอุดรธานี–กาฬสินธุ์ ลงที่วัดสว่างถ้ำเกิ้งซึ่งอยู่บริเวณหน้าวนอุทยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวนอุทยาน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ป่าเต็งรัง และพื้นที่ศรัทธาของชุมชนตำบลนาตาล |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่ทำการวนอุทยาน จุดจอดรถ เส้นทางเข้าชมธรรมชาติ จุดชมวิว พื้นที่ไหว้พระ และห้องน้ำบางจุด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ที่ทำการวนอุทยานและด่านตรวจ เส้นทางป่าเต็งรัง โซนผาเสวย โซนถ้ำเสียมสับ โซนถ้ำพระรอด โซนผาหินแยก โซนถ้ำพระ โซนพระพุทธอนันตชินคีรี จุดชมวิวและลานหิน เส้นทางเชื่อมต่อวัดสว่างถ้ำเกิ้ง |
| ผู้ดูแล | วนอุทยานภูพระ สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) โดยมีเทศบาลตำบลนาตาลเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่ร่วมดูแลพื้นที่ศาสนสถานและกิจกรรมชุมชน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วนอุทยานภูพระ โทร. 087-866-0788 เทศบาลตำบลนาตาล โทร. 043-840925, 043-840929 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | natal.go.th thai.tourismthailand.org |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสว่างถ้ำเกิ้ง ประมาณ 0.5 กม. 2. ศาลหลักเมืองท่าคันโท ประมาณ 6 กม. 3. หาดคันโท ประมาณ 7 กม. 4. วัดสร้างแก้ว ประมาณ 12 กม. 5. วัดถ้ำน้ำทิพย์ ประมาณ 14 กม. 6. สะพานเทพสุดา ประมาณ 28 กม. 7. พิพิธภัณฑ์สิรินธร ประมาณ 36 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวแม่พรเจ้าเก่า ประมาณ 6 กม. โทร. 089-710-4245 2. ร้านเติมทรัพย์ ประมาณ 6 กม. โทร. 081-260-7053 3. ก๋วยเตี๋ยวเรือม้าบิน & คอฟฟี่เฮ้าส์ ประมาณ 7 กม. โทร. 061-224-1599 4. PunThai Coffee สาขาท่าคันโท ประมาณ 7 กม. โทร. 061-414-3459 5. Cafe Amazon ปตท.ท่าคันโท ประมาณ 7 กม. โทร. 095-323-5441 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมกิตติชัยเฮ้าส์ ตำบลนาตาล ประมาณ 4 กม. โทร. 087-772-5257 2. กนกพร การ์เด้น วิว รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 080-107-9299 3. เดอะบอสเพลส ท่าคันโท ประมาณ 6 กม. โทร. 061-224-1599 4. ภูโนรีสอร์ท ท่าคันโท ประมาณ 13 กม. โทร. 081-061-9855 5. Eidi Homestay หนองกุงศรี ประมาณ 30 กม. โทร. 087-223-1883 6. โรงแรมดวงดี หนองกุงศรี ประมาณ 32 กม. โทร. 093-479-9468 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วนอุทยานภูพระอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วนอุทยานภูพระตั้งอยู่ที่ตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงมูล และเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน
ถาม: วนอุทยานภูพระมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือผาเสวย ถ้ำเสียมสับ ถ้ำพระรอด ผาหินแยก ถ้ำพระ พระพุทธอนันตชินคีรี ป่าเต็งรัง ลำธาร และทิวทัศน์มุมสูงของอำเภอท่าคันโท
ถาม: วนอุทยานภูพระเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น. ควรเดินทางในช่วงเช้าถึงบ่ายเพื่อมีเวลาเที่ยวครบและปลอดภัยก่อนมืด
ถาม: วนอุทยานภูพระเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมธรรมชาติ จุดชมวิว ถ้ำ และกราบไหว้พระภายในพื้นที่ได้
ถาม: ผาเสวยมีความพิเศษอย่างไร?
ตอบ: ผาเสวยเป็นลานหินผากว้าง มีหน้าผาลึกประมาณ 150–200 เมตร เป็นจุดชมวิวสำคัญของวนอุทยานภูพระ มองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติและพื้นที่ด้านล่างได้กว้างไกล
ถาม: ถ้ำพระมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ถ้ำพระเป็นถ้ำที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายใน ชาวบ้านให้ความเคารพสักการะ และในช่วงสงกรานต์มีประเพณีเดินขึ้นภูพระเพื่อสรงน้ำพระเป็นประจำทุกปี
ถาม: เดินทางไปวนอุทยานภูพระได้อย่างไร?
ตอบ: จากอำเภอท่าคันโทใช้ทางหลวงหมายเลข 2299 บริเวณกิโลเมตรที่ 16 หรือเดินทางด้วยรถประจำทางสายอุดรธานี–กาฬสินธุ์ แล้วลงที่วัดสว่างถ้ำเกิ้งซึ่งอยู่บริเวณหน้าวนอุทยาน
ถาม: ไปเที่ยววนอุทยานภูพระควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เดินสะดวก หมวก ร่ม ยากันยุง โทรศัพท์หรือกล้องถ่ายภาพ และควรแต่งกายสุภาพหากต้องการกราบไหว้พระภายในพื้นที่
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




