หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.สหัสขันธ์ >ต.ภูสิงห์ > พุทธสถานภูสิงห์
TL;DR: พุทธสถานภูสิงห์ อยู่ที่ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร สูง 17.80 เมตร ประดิษฐานบนยอดเขาภูสิงห์ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 346 เมตร.
พุทธสถานภูสิงห์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
พุทธสถานภูสิงห์ กาฬสินธุ์ หรือวัดพุทธาวาสภูสิงห์ เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่รวมความงดงามของพุทธศิลป์ ธรรมชาติ และทิวทัศน์มุมสูงไว้ในสถานที่เดียว ตั้งอยู่บนยอดเขาภูสิงห์ ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ ห่างจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ประมาณ 34 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 227 จุดเด่นที่สุดของสถานที่แห่งนี้คือพระพรหมภูมิปาโล พระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร สูง 17.80 เมตร ประดิษฐานอย่างสง่างามบนยอดเขา ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของป่าเขา และสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา หมู่บ้าน ภูกุ้มข้าว ภูค่าว ภูปอ ภูเป้ง รวมถึงผืนน้ำเขื่อนลำปาวได้อย่างกว้างไกล
พุทธสถานภูสิงห์เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ชมวิว และพักผ่อนใจในบรรยากาศสงบ จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่เพียงความใหญ่โตของพระพุทธรูป แต่ยังอยู่ที่ประสบการณ์การเดินทางขึ้นสู่ยอดภู ผู้มาเยือนสามารถเลือกขึ้นได้ 2 ทาง คือทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นถนนลาดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขา ระยะทางประมาณ 3 กม. เหมาะสำหรับรถยนต์และผู้ที่ต้องการเดินทางสะดวก หรือเลือกทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นบันไดเดินเท้า 417 ขั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบกำลังใจ เดินขึ้นด้วยความศรัทธา และสัมผัสบรรยากาศของบันไดสวรรค์ก่อนถึงลานพระพุทธรูปบนยอดเขา
ภูสิงห์เป็นภูเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 346 เมตร เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขาจะเห็นพื้นที่โดยรอบของอำเภอสหัสขันธ์และจังหวัดกาฬสินธุ์ในมุมที่แตกต่างจากการมองบนพื้นราบ ด้านทิศใต้มองเห็นผืนน้ำเหนือเขื่อนลำปาวและชุมชนเทศบาลตำบลโนนบุรี ด้านทิศตะวันออกมองเห็นภูปอ ภูค่าว ภูเป้ง และภูกุ้มข้าวที่เรียงตัวอยู่ในภูมิทัศน์ธรรมชาติ ส่วนด้านทิศตะวันตกสามารถมองเห็นทิวเขาคันโทในเขตอำเภอท่าคันโทได้ไกลสุดสายตา บางช่วงเวลายังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของกาฬสินธุ์
พระพรหมภูมิปาโลเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะสง่างาม พระพักตร์อิ่มเอิบ พระเนตรสดใส และพระวรกายสมส่วน สีขาวขององค์พระทำให้มองเห็นได้เด่นจากระยะไกล เมื่ออยู่บนยอดเขาและมองขึ้นไปยังองค์พระ ผู้มาเยือนจะรู้สึกถึงความสงบ ความมั่นคง และความเป็นสิริมงคลของสถานที่ พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2511 โดยกลุ่มช่างจากบ้านสีถาน อำเภอกมลาไสย ซึ่งเป็นกลุ่มช่างที่สืบทอดวิชาช่างจากสายสกุลช่างล้านช้างมายาวนาน จึงทำให้องค์พระมีลักษณะทางพุทธศิลป์ที่อ่อนช้อยและมีเอกลักษณ์
การขึ้นบันได 417 ขั้นของพุทธสถานภูสิงห์เป็นประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับผู้มาเยือนจำนวนมาก เพราะการเดินขึ้นทีละขั้นเปรียบเสมือนการค่อย ๆ น้อมใจเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างทางมีบรรยากาศของป่าเขาและความเงียบสงบช่วยให้ผู้เดินได้ใช้เวลาอยู่กับตนเอง บางคนมองว่าเส้นทางบันไดคือการฝึกสมาธิ บางคนมองว่าเป็นการสะสมบุญด้วยแรงกาย ก่อนขึ้นไปกราบสักการะพระพรหมภูมิปาโลบนยอดเขา เส้นทางนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพพร้อมและต้องการสัมผัสภูสิงห์ในมิติของศรัทธาอย่างเต็มที่
สำหรับผู้สูงอายุ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันได สามารถเลือกขึ้นทางถนนลาดยางด้านทิศตะวันตกได้ ถนนเส้นนี้คดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขาและให้บรรยากาศของการเดินทางผ่านธรรมชาติ ก่อนเข้าสู่ลานด้านบนของพุทธสถาน การมีเส้นทางขึ้น 2 รูปแบบทำให้พุทธสถานภูสิงห์รองรับผู้มาเยือนได้หลายกลุ่ม ทั้งสายบุญที่ต้องการเดินขึ้นบันได สายครอบครัวที่ต้องการความสะดวก และนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปชมวิวโดยใช้เวลาไม่มาก
บริเวณยอดเขาภูสิงห์เป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกโปร่งและสงบ ลานด้านหน้าพระพรหมภูมิปาโลเหมาะสำหรับการกราบไหว้ สวดมนต์ ถ่ายภาพ และชมทิวทัศน์โดยรอบ ผู้ที่ขึ้นมาถึงยอดเขาควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อค่อย ๆ เดินชมบรรยากาศรอบองค์พระ จุดชมวิว ลานพัก และพื้นที่ศาสนสถานอื่น ๆ ไม่ควรรีบขึ้นมาเพียงถ่ายภาพแล้วลงทันที เพราะเสน่ห์ของภูสิงห์อยู่ที่ความสงบ ความสูงของภูเขา แสงแดดที่เปลี่ยนไปตามเวลา และลมเย็นที่พัดผ่านลานพระพุทธรูป
พุทธสถานภูสิงห์ยังเป็นศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา ศูนย์เรียนรู้นิเวศวัฒนธรรม และศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชนของอำเภอสหัสขันธ์ ความสำคัญของสถานที่จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะการเป็นจุดชมวิวหรือที่ประดิษฐานพระพุทธรูปใหญ่ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวัด ป่า ภูเขา ชุมชน และประเพณีท้องถิ่น ผู้มาเยือนที่สนใจวัฒนธรรมอีสานจะเห็นว่าพื้นที่นี้เป็นทั้งวัดบนภูเขา พื้นที่พักใจ และแหล่งรวมประเพณีสำคัญของคนในท้องถิ่น
ประเพณีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพุทธสถานภูสิงห์คือประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะในช่วงออกพรรษา ทุกปีจะมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมทำบุญ โดยมีพระภิกษุสงฆ์จำนวนมากเดินลงมาจากภูสิงห์ทางบันไดเพื่อรับบิณฑบาตบริเวณเชิงเขา ภาพขบวนพระสงฆ์ที่เดินลงบันไดยาวจากยอดเขา ท่ามกลางศรัทธาของประชาชน เป็นภาพที่มีพลังและกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของวัดพุทธาวาสภูสิงห์ งานนี้สะท้อนทั้งความศรัทธา ความสามัคคี และการสืบสานประเพณีออกพรรษาของชาวกาฬสินธุ์
ตักบาตรเทโวโรหณะมีความหมายทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากโปรดพุทธมารดา การจัดพิธีบนภูสิงห์จึงสอดคล้องกับภูมิประเทศอย่างงดงาม เพราะพระสงฆ์เดินลงจากภูเขามาสู่เชิงเขา คล้ายภาพจำลองของการเสด็จลงจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์ ผู้ร่วมงานจึงไม่ได้มาทำบุญเพียงอย่างเดียว แต่ได้สัมผัสสัญลักษณ์ทางศาสนาผ่านพื้นที่จริงของภูเขาและบันไดสวรรค์
นอกจากช่วงออกพรรษาแล้ว พุทธสถานภูสิงห์ยังเหมาะสำหรับการมาเยือนตลอดทั้งปี ช่วงเช้าเหมาะกับการชมอากาศสดชื่น แสงอ่อน และทะเลหมอกในบางวัน โดยเฉพาะหลังฝนตกหรือในช่วงที่ความชื้นสูง ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงอาทิตย์อ่อน ๆ และพระอาทิตย์ตกทางด้านทิศตะวันตก นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพควรเผื่อเวลาเดินหามุมกว้างที่เห็นองค์พระ ลานวัด ป่าเขา และผืนน้ำเขื่อนลำปาวในภาพเดียวกัน
ผู้ที่มาไหว้พระควรเริ่มจากการกราบสักการะพระพรหมภูมิปาโลด้วยความสงบ จากนั้นอาจเดินชมพื้นที่รอบลานพระและจุดชมวิว เมื่อยืนบนยอดเขาและมองลงไปยังทุ่งนา หมู่บ้าน และเขื่อนลำปาว จะเห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนอีสานได้อย่างชัดเจน ภูมิทัศน์นี้ทำให้พุทธสถานภูสิงห์เป็นมากกว่าวัดบนเขา เพราะเป็นจุดที่ทำให้ผู้มาเยือนได้มองเห็นบ้านเมืองจากมุมสูงและเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับพื้นที่รอบด้าน
สำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ พุทธสถานภูสิงห์มีเสน่ห์จากความร่มรื่นของต้นไม้และแนวเขา ภายในพื้นที่มีจุดพักผ่อนตามธรรมชาติและลานที่เปิดรับลม ผู้มาเยือนจะรู้สึกถึงความสงบที่ต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง เสียงลม เสียงนก และความเงียบของพื้นที่ภูเขาช่วยให้การเดินทางมาที่นี่เป็นการพักใจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการหนีความวุ่นวายและใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติและศรัทธา
ในเชิงสถาปัตยกรรม พระพรหมภูมิปาโลเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ภูสิงห์มีภาพจำชัดเจน พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขา เมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นองค์พระเด่นขึ้นเหนือแนวไม้และเส้นขอบฟ้า ความขาวขององค์พระสื่อถึงความบริสุทธิ์และความสงบ ส่วนขนาดใหญ่ขององค์พระทำให้พื้นที่ยอดเขากลายเป็นแลนด์มาร์กทางศาสนาที่มองเห็นได้ง่ายจากหลายจุดในอำเภอสหัสขันธ์ ลักษณะนี้ช่วยให้ภูสิงห์เป็นทั้งศูนย์ศรัทธาและสัญลักษณ์ของพื้นที่
ภูสิงห์ยังเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพาเด็กและเยาวชนมาเรียนรู้เรื่องศาสนา ธรรมชาติ และความอดทน หากเลือกเดินขึ้นบันได เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การใช้ความพยายามและการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หากเลือกขึ้นทางรถ เด็ก ๆ ก็ยังได้เห็นพระพุทธรูปใหญ่ จุดชมวิว และภูมิทัศน์กาฬสินธุ์ในมุมกว้าง ผู้ปกครองสามารถอธิบายให้เด็กเข้าใจเรื่องประเพณีตักบาตรเทโว การไหว้พระ การแต่งกายสุภาพ และการรักษาความสงบภายในวัดได้จากสถานที่จริง
มารยาทในการเข้าชมพุทธสถานภูสิงห์ควรยึดหลักเดียวกับการเข้าวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป คือแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่ายในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขีดเขียนบนสิ่งปลูกสร้าง และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เคารพสถานที่ หากเดินขึ้นบันไดควรเดินชิดด้านหนึ่งเมื่อมีผู้เดินสวนทาง และควรพักเป็นระยะตามสภาพร่างกาย ไม่ควรฝืนเดินเร็วเกินไป โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนขึ้นภูสิงห์คือรองเท้าที่เดินสบาย น้ำดื่ม หมวกหรือร่มสำหรับแดด และเสื้อผ้าที่เหมาะกับการเข้าวัด หากต้องการเดินขึ้นบันไดควรเริ่มในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อลดความร้อน หากเดินทางช่วงฤดูฝนควรระวังพื้นลื่นและตรวจสภาพอากาศก่อนขึ้นเขา ส่วนผู้ขับรถขึ้นทางลาดยางควรใช้ความระมัดระวัง เพราะเส้นทางมีความคดเคี้ยวตามไหล่เขาและควรใช้ความเร็วต่ำ
การเดินทาง จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 มุ่งหน้าไปอำเภอสหัสขันธ์และตำบลภูสิงห์ ระยะทางประมาณ 34 กม. เมื่อถึงพื้นที่ภูสิงห์สามารถเลือกขึ้นยอดเขาได้ 2 ทาง คือทางถนนลาดยางด้านทิศตะวันตกสำหรับรถยนต์ และทางบันไดด้านทิศตะวันออกจำนวน 417 ขั้น ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถต่อเส้นทางไปยังพิพิธภัณฑ์สิรินธร วัดพุทธนิมิตภูค่าว สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นของอำเภอสหัสขันธ์ได้ในวันเดียวกัน
หากเดินทางจากจังหวัดอื่น สามารถเข้ากาฬสินธุ์ได้ทางรถยนต์หรือรถโดยสาร โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่มีสนามบินและไม่มีสถานีรถไฟโดยตรง นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเครื่องบินหรือรถไฟมักใช้จังหวัดใกล้เคียง เช่น ขอนแก่น ร้อยเอ็ด หรือมหาสารคาม แล้วต่อรถเข้าสู่กาฬสินธุ์ จากนั้นจึงเดินทางต่อมายังอำเภอสหัสขันธ์ การใช้รถเช่าหรือรถพร้อมคนขับเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายแห่งในเส้นทางภูสิงห์และลำปาว
พุทธสถานภูสิงห์สามารถจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวสหัสขันธ์ได้อย่างลงตัว หากมีเวลาครึ่งวัน สามารถเริ่มจากการขึ้นภูสิงห์เพื่อสักการะพระพรหมภูมิปาโลและชมวิว จากนั้นเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์สิรินธรเพื่อเรียนรู้เรื่องไดโนเสาร์กาฬสินธุ์ หากมีเวลา 1 วัน สามารถเพิ่มวัดพุทธนิมิตภูค่าว สะพานเทพสุดา และเขื่อนลำปาวเข้าไปในเส้นทางได้ ทำให้ทริปเดียวครอบคลุมทั้งศรัทธา ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์โลกดึกดำบรรพ์ และวิวผืนน้ำขนาดใหญ่
พิพิธภัณฑ์สิรินธรเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์สำคัญของประเทศ การเที่ยวพิพิธภัณฑ์สิรินธรร่วมกับพุทธสถานภูสิงห์ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส 2 มิติของกาฬสินธุ์อย่างชัดเจน คือมิติธรรมชาติวิทยาและมิติศรัทธา วัดพุทธนิมิตภูค่าวก็เป็นอีกจุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธไสยาสน์และบรรยากาศศาสนสถานบนภูเขา ส่วนสะพานเทพสุดาและเขื่อนลำปาวช่วยเติมภาพท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของอำเภอสหัสขันธ์ให้สมบูรณ์ขึ้น
สำหรับผู้ที่ชอบมุมถ่ายภาพ พุทธสถานภูสิงห์มีหลายมุมที่ควรเก็บไว้ เช่น มุมด้านหน้าองค์พระพรหมภูมิปาโล มุมบันไดสวรรค์จากเชิงเขา มุมลานชมวิวที่เห็นเขื่อนลำปาว มุมพระอาทิตย์ตกด้านทิศตะวันตก และมุมเส้นทางถนนขึ้นเขาที่เห็นป่าเขาโดยรอบ ภาพที่ถ่ายได้จากภูสิงห์มีเอกลักษณ์ตรงที่รวมองค์พระสีขาวขนาดใหญ่เข้ากับทิวทัศน์ธรรมชาติของกาฬสินธุ์ได้อย่างเด่นชัด
ช่วงเทศกาลออกพรรษาเป็นช่วงที่พุทธสถานภูสิงห์มีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เพราะประเพณีตักบาตรเทโวทำให้พื้นที่เชิงเขาและบันไดสวรรค์เต็มไปด้วยผู้คน ศรัทธา และกิจกรรมบุญ ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมงานควรเตรียมตัวล่วงหน้าเรื่องเวลาเดินทาง ที่จอดรถ และเครื่องตักบาตร ส่วนผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบควรเลือกมาในวันธรรมดาหรือช่วงนอกเทศกาล เพื่อใช้เวลาไหว้พระและชมวิวได้อย่างเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่มีที่จอดรถ ห้องน้ำ และร้านค้าสวัสดิการตามบริบทของศาสนสถานและจุดท่องเที่ยวบนภูเขา ผู้มาเยือนควรเตรียมสิ่งจำเป็นส่วนตัวให้พร้อม โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งใจเดินขึ้นบันได ไม่ควรพกของหนักเกินไป และควรดูแลผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด หากเดินทางเป็นหมู่คณะควรกำหนดจุดนัดพบให้ชัดเจน เพราะบริเวณยอดเขามีพื้นที่เดินชมหลายจุด
พุทธสถานภูสิงห์ยังเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจอำเภอสหัสขันธ์ในภาพรวม เพราะอำเภอนี้มีทั้งภูเขา ผืนน้ำ แหล่งไดโนเสาร์ วัดสำคัญ และชุมชนท่องเที่ยว พุทธสถานภูสิงห์ทำหน้าที่เหมือนจุดชมภาพรวมจากมุมสูง เมื่อยืนบนยอดเขาและมองออกไป ผู้มาเยือนจะเห็นว่ากาฬสินธุ์ไม่ได้มีเพียงท้องทุ่งและชุมชนชนบท แต่มีภูมิประเทศหลากหลาย มีแหล่งเรียนรู้ระดับประเทศ และมีศรัทธาที่ฝังแน่นอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน
สำหรับชาวต่างชาติ พุทธสถานภูสิงห์สามารถอธิบายได้ว่าเป็น hilltop Buddhist sanctuary หรือ Buddhist hilltop temple ที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาวและจุดชมวิวกว้างไกล การขึ้นบันได 417 ขั้นเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไทย ส่วนทิวทัศน์จากยอดเขาช่วยให้เห็นภูมิประเทศของอีสานตอนกลางในมุมที่สวยงามและเข้าใจง่าย สถานที่นี้จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจทั้งศาสนา วัฒนธรรม และธรรมชาติ
เมื่อมองโดยรวม พุทธสถานภูสิงห์ กาฬสินธุ์ เป็นสถานที่ที่มีครบทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความสง่างามทางพุทธศิลป์ ประสบการณ์การเดินขึ้นเขา จุดชมวิว และประเพณีท้องถิ่น พระพรหมภูมิปาโลทำให้ยอดภูสิงห์กลายเป็นแลนด์มาร์กทางศรัทธา ขณะที่วิวเขื่อนลำปาว ทุ่งนา หมู่บ้าน และภูเขารอบด้านทำให้ที่นี่เป็นจุดพักผ่อนที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ การมาเยือนพุทธสถานภูสิงห์จึงไม่ใช่เพียงการมาไหว้พระองค์ใหญ่ แต่เป็นการเดินทางเพื่อสัมผัสหัวใจของกาฬสินธุ์ผ่านศรัทธา ภูเขา และสายลมบนยอดภู
| ชื่อสถานที่ | พุทธสถานภูสิงห์ หรือวัดพุทธาวาสภูสิงห์ |
| ที่ตั้ง | ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ |
| ที่อยู่ | 33 หมู่ 7 ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46140 |
| ไฮไลต์ | พระพรหมภูมิปาโล พระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวองค์ใหญ่บนยอดเขาภูสิงห์ จุดชมวิวเขื่อนลำปาว ทุ่งนา หมู่บ้าน ภูกุ้มข้าว ภูค่าว ภูปอ ภูเป้ง และทิวเขาคันโท |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พระพรหมภูมิปาโลสร้างเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2511 โดยช่างจากบ้านสีถาน อำเภอกมลาไสย ซึ่งสืบทอดแนววิชาช่างล้านช้าง |
| ลักษณะเด่น | พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร สูง 17.80 เมตร ประดิษฐานบนยอดเขาภูสิงห์ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 346 เมตร |
| ประเพณี / พิธีกรรม | ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะช่วงออกพรรษา โดยพระสงฆ์เดินลงจากภูสิงห์ทางบันไดเพื่อรับบิณฑบาตบริเวณเชิงเขา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ลานพระพรหมภูมิปาโล บันไดสวรรค์ 417 ขั้น ถนนลาดยางขึ้นเขาด้านทิศตะวันตก จุดชมวิวเขื่อนลำปาว ลานพักผ่อน พื้นที่ศาสนสถาน และพื้นที่ชมพระอาทิตย์ตก |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 มุ่งหน้าอำเภอสหัสขันธ์ ระยะทางประมาณ 34 กม. สามารถขึ้นยอดเขาได้ 2 ทาง คือถนนลาดยางด้านทิศตะวันตก ระยะทางประมาณ 3 กม. และบันไดเดินเท้าด้านทิศตะวันออก 417 ขั้น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ากราบสักการะ ชมวิว และพักผ่อน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและธรรมชาติสำคัญของอำเภอสหัสขันธ์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ พื้นที่พักผ่อน จุดชมวิว และทางขึ้นทั้งแบบรถยนต์และบันไดเดินเท้า |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลวัด | พระครูสิริพัฒนนิเทศก์, ดร. เจ้าอาวาสวัดพุทธาวาสภูสิงห์ และเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วัดพุทธาวาสภูสิงห์ โทร. 082-858-7333 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑ์สิรินธร ประมาณ 7 กม. 2. วัดพุทธนิมิตภูค่าว ประมาณ 8 กม. 3. สะพานเทพสุดา ประมาณ 9 กม. 4. เขื่อนลำปาว ประมาณ 12 กม. 5. แหลมโนนวิเศษ ประมาณ 13 กม. 6. วัดสักกะวัน ประมาณ 14 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารขุนเดช ประมาณ 2 กม. โทร. 085-158-1887 2. เฮือนพาข้าว ประมาณ 6 กม. โทร. 097-305-0888 3. ร้านแพวรันพร สะพานเทพสุดา ประมาณ 9 กม. โทร. 082-110-7977, 081-369-0522, 081-054-2724 4. ร้านกาแฟโบราณเปิ่นและข้าวมันไก่ห้าดาว ประมาณ 5 กม. โทร. 087-294-2537 5. ร้านไดโนฯ โจ๊กกะจั๊บ ประมาณ 6 กม. โทร. 043-871-043 6. ร้านจันทร์สุดาโภชนาการ ประมาณ 6 กม. โทร. 043-815-172 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สู่ขวัญ บูทิคโฮม รีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 094-540-2607 2. บ้านสวนความฮักรีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 082-117-9083 3. Miss Love Poolvilla สหัสขันธ์ กาฬสินธุ์ ประมาณ 2 กม. โทร. 086-041-6065 4. ไอยรารีสอร์ท กาฬสินธุ์ ประมาณ 6 กม. โทร. 098-661-4929 5. เฮือนสหัสขันธ์ รีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 095-196-2629, 096-365-4778 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พุทธสถานภูสิงห์ กาฬสินธุ์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: พุทธสถานภูสิงห์ หรือวัดพุทธาวาสภูสิงห์ ตั้งอยู่ที่ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ห่างจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ประมาณ 34 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 227
ถาม: พุทธสถานภูสิงห์มีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นคือพระพรหมภูมิปาโล พระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร สูง 17.80 เมตร ประดิษฐานบนยอดเขาภูสิงห์ พร้อมจุดชมวิวเขื่อนลำปาวและภูเขารอบอำเภอสหัสขันธ์
ถาม: ขึ้นพุทธสถานภูสิงห์ได้กี่ทาง?
ตอบ: ขึ้นได้ 2 ทาง คือถนนลาดยางด้านทิศตะวันตกสำหรับรถยนต์ ระยะทางประมาณ 3 กม. และทางบันไดเดินเท้าด้านทิศตะวันออกจำนวน 417 ขั้น
ถาม: พุทธสถานภูสิงห์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ากราบสักการะ ชมวิว และพักผ่อนได้ทุกวันตามช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม
ถาม: ช่วงเวลาไหนเหมาะสำหรับเที่ยวพุทธสถานภูสิงห์?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินขึ้นบันไดและชมอากาศสดชื่น ส่วนช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเหมาะกับการชมแสงอ่อนและพระอาทิตย์ตก หากต้องการร่วมงานบุญควรมาในช่วงออกพรรษาซึ่งมีประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ
ถาม: พุทธสถานภูสิงห์เกี่ยวข้องกับประเพณีใด?
ตอบ: เกี่ยวข้องกับประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะในช่วงออกพรรษา โดยพระสงฆ์เดินลงจากยอดภูสิงห์ทางบันไดเพื่อรับบิณฑบาตบริเวณเชิงเขา เป็นงานบุญสำคัญของอำเภอสหัสขันธ์
ถาม: ใกล้พุทธสถานภูสิงห์มีที่เที่ยวอะไรบ้าง?
ตอบ: สถานที่ใกล้เคียง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สิรินธร วัดพุทธนิมิตภูค่าว สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว แหลมโนนวิเศษ และวัดสักกะวัน
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปพุทธสถานภูสิงห์?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เตรียมรองเท้าที่เดินสบาย น้ำดื่ม หมวกหรือร่ม และเลือกเส้นทางขึ้นให้เหมาะกับสภาพร่างกาย หากเดินขึ้นบันไดควรเริ่มช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อลดความร้อน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




