หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.เมืองกาฬสินธุ์ >ต.กาฬสินธุ์ > บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมี
TL;DR: บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมี อยู่ที่ถนนเกษตรสมบูรณ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป เวลา ไม่มีรอบเข้าชมปกติ.
บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมี

วันเปิดทำการ: ไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป
เวลาเปิดทำการ: ไม่มีรอบเข้าชมปกติ
สถานะการเข้าชม: ปิด / ไม่พร้อมให้บริการ
บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมี หรือบ้านศิลปินแห่งชาติ ครูเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตำนานโปงลาง ดนตรีพื้นบ้านอีสาน และการถ่ายทอดภูมิปัญญาดนตรีจากครูสู่ศิษย์ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณถนนเกษตรสมบูรณ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมเป็นบ้านและพื้นที่เรียนรู้ที่ครูเปลื้อง ฉายรัศมี ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2529 สาขาศิลปะการแสดง ด้านดนตรีพื้นบ้านอีสาน ได้สร้างเถียงนา หรือเพิงเรียนดนตรีขึ้นเพื่อใช้เป็นโรงเรียนดนตรีพื้นบ้าน ภายในเคยมีการสาธิตและจัดแสดงการผลิตเครื่องดนตรีอีสาน เช่น พิณ แคน ซอ โปงลาง โปงลางเหล็ก โปงลางไม้ไผ่ พิณเบส และหมากกะโหล่ง รวมถึงเป็นที่พักของนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจจากต่างถิ่นที่เดินทางมาเรียนรู้เรื่องดนตรีพื้นบ้านกับครูผู้เป็นต้นตำนานโปงลางเมืองกาฬสินธุ์
แม้ปัจจุบันบ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมีจะไม่ได้เปิดให้เข้าชมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป แต่ความหมายของสถานที่แห่งนี้ยังคงมีน้ำหนักมากในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมกาฬสินธุ์ เพราะเป็นจุดกำเนิดความทรงจำของโปงลางในฐานะดนตรีพื้นบ้านที่ได้รับการพัฒนา ถ่ายทอด และยกระดับจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ ครูเปลื้องไม่ได้เป็นเพียงนักดนตรีผู้บรรเลงได้ดี แต่เป็นครูดนตรี ช่างทำเครื่องดนตรี นักพัฒนาเสียง และผู้ถ่ายทอดความรู้ที่ทำให้โปงลางก้าวจากเครื่องตีพื้นบ้านในวิถีชุมชนไปสู่เวทีการแสดงระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ บ้านของท่านจึงเป็นมากกว่าสถานที่อยู่อาศัย เพราะเคยเป็นห้องเรียน เป็นโรงช่าง เป็นเวทีทดลองเสียง และเป็นบ้านพักใจของคนรักดนตรีอีสานหลายรุ่น
ครูเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นบุคคลสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์และวงการดนตรีพื้นบ้านอีสาน ท่านได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2529 สาขาศิลปะการแสดง ประเภทดนตรีพื้นบ้านอีสาน-โปงลาง ความสำคัญของครูเปลื้องอยู่ที่ความสามารถหลายด้าน ท่านเป็นทั้งนักดนตรีที่เล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านได้หลายชนิด เป็นครูผู้สอน เป็นผู้ค้นคว้า เป็นผู้ปรับปรุงเครื่องดนตรี และเป็นผู้สร้างระบบการเรียนรู้ให้ลูกศิษย์เข้าใจดนตรีพื้นบ้านจากการลงมือทำจริง โดยเฉพาะโปงลางซึ่งท่านศึกษา ทดลอง ปรับเสียง เพิ่มจำนวนลูกระนาด ปรับวิธีร้อยไม้ ปรับรูปแบบการบรรเลง และนำมารวมวงกับเครื่องดนตรีอื่นจนเกิดเสียงที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน
จุดเริ่มต้นของโปงลางสัมพันธ์กับเครื่องมือพื้นบ้านที่เรียกว่าเกราะลอหรือขอลอ ซึ่งในอดีตเป็นเครื่องเคาะไม้ที่ใช้ตีสื่อสารในชุมชน ใช้เรียกประชุม แจ้งเหตุ หรือไล่นกกาในไร่นา เสียงของเกราะลอมีความกังวานและได้ยินไกล ครูเปลื้องมองเห็นความเป็นไปได้ทางดนตรีจากเครื่องมือธรรมดาชิ้นนี้ จึงทดลองปรับรูปแบบให้สามารถเรียงเสียงเป็นทำนองได้ดีขึ้น จากเดิมที่เป็นเครื่องเคาะเพื่อส่งสัญญาณ กลายเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงเป็นลายเพลง มีจังหวะ มีทำนอง และสามารถร่วมวงกับพิณ แคน ซอ กลอง ฉิ่ง ฉาบ และเครื่องดนตรีพื้นบ้านอื่นได้อย่างลงตัว การพัฒนาเช่นนี้ทำให้โปงลางไม่ใช่เพียงของใช้ในท้องถิ่น แต่กลายเป็นเครื่องดนตรีอีสานที่มีพลังทางศิลปะสูง
บ้านลุงเปลื้องจึงเป็นพื้นที่ที่บันทึกช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของโปงลาง จากเครื่องมือชุมชนสู่เครื่องดนตรีประจำเอกลักษณ์เมืองกาฬสินธุ์ ภายในบ้านและเถียงนาที่ครูเปลื้องใช้สอนดนตรี เคยมีการอธิบายขั้นตอนการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ตั้งแต่การเลือกไม้ การตัดแต่ง การขัด การเจาะ การร้อย การเทียบเสียง และการทดลองตีให้ได้เสียงที่กังวานพอดี กระบวนการเหล่านี้ทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่าเครื่องดนตรีพื้นบ้านไม่ได้เกิดขึ้นจากการซื้อสำเร็จรูป แต่เกิดจากความรู้เรื่องวัสดุ ธรรมชาติ เสียง จังหวะ มือช่าง และความอดทนของผู้ทำดนตรี
เถียงนาหรือเพิงเรียนดนตรีที่ครูเปลื้องสร้างขึ้นมีความหมายอย่างมากในเชิงวัฒนธรรม เพราะเป็นสัญลักษณ์ของห้องเรียนแบบพื้นบ้านที่ไม่ต้องมีอาคารใหญ่ ไม่ต้องมีเวทีหรู และไม่ต้องมีเครื่องมือทันสมัยมากมาย สิ่งสำคัญคือครู ศิษย์ เครื่องดนตรี เสียงเพลง และความตั้งใจในการสืบทอด ครูเปลื้องใช้พื้นที่เรียบง่ายนี้เป็นโรงเรียนดนตรีที่เปิดรับผู้สนใจจากหลายพื้นที่ คนที่เดินทางมาบ้านครูไม่ได้มาเพียงเพื่อดูเครื่องดนตรี แต่เข้ามาอยู่ในบรรยากาศของการฝึก การฟัง การทำ การซ่อม การตี การจำลาย และการเรียนรู้ด้วยชีวิตจริง
ภายในบ้านเคยมีการจัดแสดงการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านหลายชนิด เช่น พิณ แคน ซอ และโปงลาง พิณเป็นเครื่องสายที่ให้เสียงพลิ้วและใช้เดินทำนอง แคนเป็นเครื่องเป่าลิ้นอิสระที่มีบทบาทสำคัญในดนตรีอีสาน ซอช่วยเพิ่มเสียงลากยาวและอารมณ์นุ่มลึก ส่วนโปงลางเป็นเครื่องตีที่ให้เสียงใส กังวาน และมีพลังจังหวะชัดเจน การที่ครูเปลื้องนำเครื่องดนตรีเหล่านี้มาสอนและสาธิตในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ผู้เรียนเห็นภาพของวงดนตรีพื้นบ้านอีสานอย่างเป็นระบบ ไม่ได้เรียนแยกเครื่องดนตรีออกจากบริบทการบรรเลงจริง
โปงลางที่ครูเปลื้องพัฒนาขึ้นมีความโดดเด่นที่เสียงกังวาน สดใส และให้ความรู้สึกของท้องถิ่นอีสานอย่างชัดเจน ตัวลูกโปงลางทำจากไม้ที่ให้เสียงเหมาะสม นำมาเรียงตามระดับเสียงและแขวนในลักษณะที่สะดวกต่อการตี ผู้บรรเลงต้องอาศัยความแม่นยำของมือ ความเข้าใจลายเพลง และจังหวะที่สัมพันธ์กับเครื่องดนตรีอื่น โปงลางจึงเป็นเครื่องดนตรีที่ดูเรียบง่ายแต่ต้องใช้ทักษะสูง เพราะผู้ตีต้องควบคุมทั้งน้ำหนัก เสียง จังหวะ และอารมณ์ของเพลงในเวลาเดียวกัน
ครูเปลื้องยังเป็นผู้สร้างสรรค์เครื่องดนตรีและรูปแบบวงดนตรีพื้นบ้านใหม่ ๆ เช่น หมากกะโหล่ง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่นำกระดิ่งแขวนคอวัวมาร้อยเข้าด้วยกันให้เกิดเสียงประกอบจังหวะ เครื่องดนตรีชนิดนี้สะท้อนความสามารถของครูเปลื้องในการมองสิ่งรอบตัวให้กลายเป็นเสียงดนตรี วัฒนธรรมพื้นบ้านจำนวนมากเกิดจากการใช้ทรัพยากรใกล้ตัว เช่น ไม้ ไม้ไผ่ โลหะ หนังสัตว์ เมล็ดพืช หรือกระดิ่งในวิถีเกษตรกรรม แล้วนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องดนตรีที่เข้ากับจังหวะชีวิตของชุมชน หมากกะโหล่งจึงเป็นตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์ที่ต่อยอดจากชีวิตชนบทสู่ศิลปะการแสดง
ความสำเร็จของครูเปลื้องไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลจากการสั่งสมประสบการณ์ การฝึกฝน การทดลอง และการถ่ายทอดมายาวนานหลายสิบปี ท่านสามารถเล่นดนตรีพื้นบ้านอีสานได้หลายชนิด โดยเฉพาะโปงลางที่ท่านทุ่มเทศึกษาและพัฒนาต่อเนื่อง ในฐานะครู ท่านไม่ได้สอนเพียงวิธีตีหรือเล่นเพลง แต่สอนให้ศิษย์เข้าใจรากของดนตรี เข้าใจว่าเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมาจากวิถีชีวิตของผู้คน เข้าใจบทบาทของเพลงในงานบุญ งานประเพณี การแสดง และความบันเทิงของชุมชน การเรียนดนตรีกับครูเปลื้องจึงเป็นการเรียนวัฒนธรรมอีสานไปพร้อมกัน
บ้านลุงเปลื้องเคยเป็นที่พักสำหรับนักเรียนและนักศึกษาจากต่างถิ่นที่เดินทางมาเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้านอีสานกับครูเปลื้องโดยตรง ประเด็นนี้ทำให้บ้านครูมีลักษณะพิเศษกว่าบ้านศิลปินทั่วไป เพราะไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บผลงานหรือจัดแสดงของใช้ส่วนตัว แต่เป็นพื้นที่กินอยู่ ฝึกฝน ซ้อมดนตรี และใช้ชีวิตร่วมกันของครูและศิษย์ การพักอยู่ใกล้ครูทำให้ผู้เรียนซึมซับทั้งเสียงดนตรี ระเบียบวินัย การดูแลเครื่องดนตรี การฟังครูเล่าเรื่อง และการใช้ชีวิตแบบศิลปินพื้นบ้าน การถ่ายทอดเช่นนี้มีความลึกกว่าการเรียนในห้องเรียนปกติ เพราะผู้เรียนได้เห็นวิธีคิดและวิถีชีวิตของครูอย่างใกล้ชิด
ในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมกาฬสินธุ์ ครูเปลื้องถือเป็นเกียรติภูมิของพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ เพราะท่านทำให้โปงลางเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน้ำดำ กาฬสินธุ์ไม่ได้มีเพียงผ้าไหมแพรวา ประเพณีผู้ไทย หรือแหล่งไดโนเสาร์เท่านั้น แต่ยังมีเสียงโปงลางเป็นเสียงแทนตัวตนของเมือง เมื่อกล่าวถึงโปงลาง คนจำนวนมากจึงนึกถึงกาฬสินธุ์ และเมื่อกล่าวถึงกาฬสินธุ์ คนรักดนตรีพื้นบ้านก็มักนึกถึงครูเปลื้อง ฉายรัศมี ความสัมพันธ์นี้ทำให้บ้านครูเป็นจุดหมายเชิงความทรงจำของผู้ที่ต้องการเข้าใจที่มาของดนตรีพื้นบ้านอีสาน
การเปิดบ้านศิลปินแห่งชาติ ครูเปลื้อง ฉายรัศมี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 มีความหมายสำคัญ เพราะเป็นการยกย่องบ้านของศิลปินให้เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดดนตรีพื้นบ้านอีสาน ภายในงานมีการเชิดชูเกียรติครูเปลื้อง นิทรรศการดนตรีอีสาน การสาธิตการทำโปงลาง และการแสดงโปงลางจากเครือข่ายศิลปินและสถาบันการศึกษา การเปิดบ้านครั้งนั้นสะท้อนแนวคิดว่าบ้านของศิลปินแห่งชาติไม่ควรถูกมองเป็นเพียงทรัพย์สินส่วนบุคคล แต่สามารถเป็นพื้นที่สาธารณะทางวัฒนธรรมที่คนรุ่นหลังเข้ามาเรียนรู้ได้
อย่างไรก็ตาม หลังครูเปลื้อง ฉายรัศมีถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2550 บ้านครูได้ปิดลงและไม่ได้ดำเนินงานในฐานะแหล่งท่องเที่ยวหรือบ้านศิลปินแห่งชาติที่เปิดให้บริการทั่วไปต่อเนื่อง สถานะดังกล่าวทำให้การกล่าวถึงบ้านลุงเปลื้องในปัจจุบันควรวางอยู่ในฐานะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเดินเข้าไปชมได้ตลอดเวลา ผู้สนใจควรศึกษาเรื่องราวของครูเปลื้องผ่านข้อมูลวัฒนธรรมจังหวัด งานมหกรรมโปงลาง หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ และสัญลักษณ์โปงลางในเมือง เพื่อเชื่อมโยงความรู้แทนการเดินทางเข้าชมบ้านโดยตรง
การปิดของบ้านครูไม่ได้ลดคุณค่าของสถานที่ แต่ยิ่งทำให้เห็นความสำคัญของการสืบทอดองค์ความรู้หลังครูผู้ใหญ่จากไป บ้านลุงเปลื้องเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ามรดกทางวัฒนธรรมไม่สามารถรักษาได้ด้วยสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว หากไม่มีผู้สืบทอด ผู้ดูแล และระบบการถ่ายทอดที่ต่อเนื่อง บ้านที่เคยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีก็อาจเงียบลงได้ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือผลงาน ศิษย์ เครือข่ายโปงลาง เครื่องดนตรี ลายเพลง และความทรงจำของชุมชนที่ยังกล่าวถึงครูเปลื้องในฐานะต้นตำนานโปงลางกาฬสินธุ์
ความสำคัญของบ้านลุงเปลื้องจึงควรถูกอ่านในหลายระดับ ระดับแรกคือระดับบุคคล เป็นบ้านของศิลปินแห่งชาติผู้มีบทบาทสูงต่อดนตรีอีสาน ระดับที่สองคือระดับชุมชน เป็นพื้นที่ที่เคยรวมศิษย์ ครู ช่างทำเครื่องดนตรี และคนรักโปงลางเข้าด้วยกัน ระดับที่สามคือระดับจังหวัด เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์กาฬสินธุ์ในฐานะเมืองโปงลาง และระดับที่สี่คือระดับชาติ เป็นตัวอย่างของบ้านศิลปินแห่งชาติที่สะท้อนแนวคิดการเปิดบ้านเพื่อถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาไทยให้คนรุ่นหลัง
หากพิจารณาในเชิงดนตรี โปงลางของครูเปลื้องเป็นมากกว่าเครื่องดนตรีประเภทตี เพราะโปงลางทำหน้าที่เป็นแกนเสียงที่พาเครื่องดนตรีอื่นมารวมวงได้อย่างมีชีวิต เสียงโปงลางสามารถนำทำนอง สร้างความคึกคัก และให้สีสันที่จำง่าย เมื่ออยู่ร่วมกับแคนที่ให้เสียงลมหายใจของอีสาน พิณที่เดินทำนองอย่างรวดเร็ว ซอที่เติมอารมณ์ยาวนุ่ม และกลองที่คุมจังหวะ วงโปงลางจึงกลายเป็นรูปแบบการแสดงที่มีทั้งเสียง สี ท่ารำ และความสนุกสนาน เหมาะกับงานบุญ งานเทศกาล งานกาชาด งานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และเวทีวัฒนธรรมต่าง ๆ
โปงลางยังสัมพันธ์กับภาพลักษณ์สมัยใหม่ของกาฬสินธุ์อย่างใกล้ชิด เห็นได้จากวงเวียนโปงลางในตัวเมืองกาฬสินธุ์ที่สร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์เมืองกำเนิดโปงลาง และงานมหกรรมโปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ใช้โปงลางเป็นแกนสำคัญของการแสดงและอัตลักษณ์จังหวัด เสียงโปงลางจึงไม่ได้อยู่เฉพาะในบ้านครูหรือเวทีเรียนดนตรี แต่ขยายตัวไปสู่พื้นที่เมือง งานเทศกาล การท่องเที่ยว และการประชาสัมพันธ์จังหวัด กาฬสินธุ์จึงใช้โปงลางเป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่สื่อสารกับคนทั้งประเทศได้ง่ายและชัดเจน
สำหรับผู้สนใจเรียนรู้เรื่องบ้านลุงเปลื้องในปัจจุบัน การเดินทางไปยังพื้นที่บ้านเดิมควรทำด้วยความเข้าใจว่าสถานที่ไม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป การเรียนรู้ที่เหมาะสมจึงอาจเริ่มจากการศึกษาประวัติครูเปลื้อง ชมวงเวียนโปงลาง หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ หรืองานมหกรรมโปงลางในช่วงที่จังหวัดจัดงาน แล้วเชื่อมโยงกลับมาที่บ้านครูในฐานะจุดกำเนิดความทรงจำ หากต้องการข้อมูลเชิงลึกควรติดต่อสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์หรือหน่วยงานด้านวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับบ้านศิลปินแห่งชาติและดนตรีพื้นบ้านอีสาน
บ้านลุงเปลื้องยังเป็นกรณีศึกษาสำคัญด้านการอนุรักษ์บ้านศิลปินแห่งชาติ เพราะแสดงให้เห็นว่าบ้านศิลปินมีคุณค่ามากในช่วงที่ครูยังมีชีวิตและถ่ายทอดได้ด้วยตนเอง แต่หลังจากครูจากไป การสืบทอดต้องอาศัยคนรุ่นต่อมา ครอบครัว ศิษย์ หน่วยงานวัฒนธรรม และชุมชนร่วมกันวางระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูล การจัดทำทะเบียนเครื่องดนตรี การบันทึกเสียง การถ่ายทำวิธีผลิต การรวบรวมลายเพลง การจัดนิทรรศการ หรือการนำองค์ความรู้ไปใช้ในสถาบันการศึกษา หากไม่มีการสานต่อ บ้านศิลปินอาจเหลือเพียงชื่อในประวัติศาสตร์ แต่หากมีการสืบต่ออย่างจริงจัง บ้านศิลปินสามารถกลายเป็นต้นทางการเรียนรู้ที่มีชีวิตต่อไปได้
ในมิติการศึกษา เรื่องราวของบ้านลุงเปลื้องเหมาะสำหรับใช้เป็นบทเรียนเรื่องมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพราะมีองค์ประกอบครบทั้งบุคคลสำคัญ เครื่องดนตรี กระบวนการผลิต การสอนแบบครูช่าง ศิษย์ผู้สืบทอด บ้านในฐานะพื้นที่เรียนรู้ และจังหวัดในฐานะผู้รับมรดกทางวัฒนธรรม นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ว่าดนตรีพื้นบ้านไม่ได้เป็นเพียงการแสดงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นระบบความรู้ที่รวมวิทยาศาสตร์เสียง งานช่างไม้ ศิลปะการแสดง ภาษา ท่ารำ ประเพณี และประวัติศาสตร์ชุมชนไว้ด้วยกัน บ้านครูเปลื้องจึงเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เกิดขึ้นจากชีวิตจริง
ในมิติการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้ที่สนใจเส้นทางโปงลางกาฬสินธุ์สามารถจัดเส้นทางในตัวเมืองโดยเริ่มจากพื้นที่บ้านครูเปลื้องเดิมในถนนเกษตรสมบูรณ์ ต่อด้วยวงเวียนโปงลาง หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร วัดกลาง พระอารามหลวง และพื้นที่จัดงานมหกรรมโปงลางในช่วงเทศกาล เส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการของโปงลางจากบ้านครูสู่เมือง จากห้องเรียนพื้นบ้านสู่สัญลักษณ์สาธารณะ และจากเสียงดนตรีของชุมชนสู่ภาพจำของจังหวัดทั้งจังหวัด
ผู้เดินทางควรทราบว่าบ้านลุงเปลื้องไม่ได้เหมาะกับการเข้าไปเยี่ยมชมแบบไม่ได้ประสานล่วงหน้า เพราะสถานะปัจจุบันไม่พร้อมให้บริการ การวางแผนที่เหมาะสมคือใช้ข้อมูลบ้านครูเป็นแกนเรื่อง แล้วเลือกชมสถานที่ที่ยังเปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้ในตัวเมืองกาฬสินธุ์ เช่น หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ วงเวียนโปงลาง วัดกลาง พระอารามหลวง และสถานที่สำคัญอื่นในเมือง หากเดินทางในช่วงงานมหกรรมโปงลาง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นผลสืบเนื่องของงานครูเปลื้องอย่างชัดเจนผ่านการประกวด การบรรเลง การฟ้อน และการแสดงของคณะโปงลางรุ่นใหม่
ในด้านความทรงจำของชาวกาฬสินธุ์ ครูเปลื้องเป็นบุคคลที่ทำให้คนในจังหวัดภาคภูมิใจ เพราะท่านเป็นชาวกาฬสินธุ์ที่นำภูมิปัญญาพื้นบ้านไปสู่การยอมรับระดับชาติ การได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงเพียงชั่วคราว แต่เกิดจากผลงานต่อเนื่อง การอุทิศตน การฝึกศิษย์ และการพัฒนาดนตรีพื้นบ้านจนเกิดคุณูปการกว้างขวาง เมื่อจังหวัดกาฬสินธุ์ยกโปงลางเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมือง ชื่อครูเปลื้องจึงเป็นชื่อที่ควรได้รับการกล่าวถึงควบคู่กันเสมอ
บ้านลุงเปลื้องยังสะท้อนความเรียบง่ายของศิลปินพื้นบ้านอีสาน ครูผู้ยิ่งใหญ่ในเชิงผลงานไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเวทีหรูหรา แต่เริ่มจากบ้าน เถียงนา ไร่ นา เครื่องมือชาวบ้าน และเสียงไม้ที่คุ้นหูในชุมชน ความเรียบง่ายนี้คือรากของพลังดนตรีพื้นบ้าน เพราะดนตรีไม่ได้ถูกแยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่เกิดจากเสียงที่ผู้คนได้ยินจริงในไร่นา ในหมู่บ้าน ในงานบุญ และในพิธีชุมชน ครูเปลื้องนำเสียงเหล่านั้นมาจัดระเบียบ ปรับจูน และยกระดับให้กลายเป็นงานศิลปะที่ผู้คนจำนวนมากรับรู้ได้
การเดินทาง ไปบริเวณบ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมีเดิมสามารถเริ่มจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าไปยังถนนเกษตรสมบูรณ์ในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านใจกลางเมือง จุดสำคัญใกล้เคียงที่ใช้เชื่อมเส้นทางได้คือหอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ วัดกลาง พระอารามหลวง วงเวียนโปงลาง และถนนสายหลักในเมือง ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้แอปแผนที่ค้นหาชื่อถนนเกษตรสมบูรณ์หรือพื้นที่บ้านศิลปินแห่งชาติครูเปลื้อง ฉายรัศมี ผู้เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นเข้าสู่ย่านตัวเมือง
แม้สถานที่เดิมจะไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป แต่การเรียนรู้เรื่องครูเปลื้องยังสามารถทำได้ผ่านการเดินทางเชิงวัฒนธรรมในเมืองกาฬสินธุ์ นักท่องเที่ยวสามารถชมวงเวียนโปงลางซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดนตรีชนิดนี้ แวะหอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมจังหวัด เดินทางต่อไปยังศูนย์ราชการหรือพื้นที่จัดงานมหกรรมโปงลางในช่วงเทศกาล และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหรือผ้าไหมแพรวาในตัวเมือง เส้นทางเหล่านี้ช่วยให้การเดินทางตามรอยครูเปลื้องไม่หยุดอยู่ที่บ้านเดิมเพียงแห่งเดียว แต่ขยายไปสู่ภาพรวมของเมืองกาฬสินธุ์ทั้งเมือง
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่สนใจดนตรีพื้นบ้าน การมาเมืองกาฬสินธุ์ควรเผื่อเวลาเรียนรู้บริบทของโปงลางอย่างน้อยครึ่งวัน หากมาในช่วงที่มีงานมหกรรมโปงลางจะยิ่งเห็นภาพชัด เพราะการแสดงโปงลางในปัจจุบันมีทั้งการบรรเลง การฟ้อน การแต่งกาย การประกวด และการนำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ที่สนใจเชิงลึกควรต่อยอดด้วยการศึกษาข้อมูลของครูเปลื้อง เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน และบทบาทของวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ที่มีส่วนสำคัญในการผลิตศิลปินและผู้สืบทอดงานดนตรีพื้นบ้านรุ่นใหม่
บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมีจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางความทรงจำสูง แม้ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมแบบปกติแล้วก็ตาม ชื่อบ้านแห่งนี้ยังควรถูกบันทึกไว้ในฐานะบ้านของครูผู้พัฒนาโปงลาง แหล่งเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้านอีสาน และจุดเริ่มต้นของการถ่ายทอดเสียงโปงลางจากชุมชนกาฬสินธุ์สู่ผู้คนกว้างไกล การกล่าวถึงบ้านลุงเปลื้องคือการกล่าวถึงครูผู้เห็นคุณค่าของเสียงไม้ เสียงแคน เสียงพิณ และเสียงชีวิตชนบท แล้วนำเสียงเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นมรดกดนตรีที่ยังสะท้อนตัวตนของกาฬสินธุ์มาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมี / บ้านศิลปินแห่งชาติ ครูเปลื้อง ฉายรัศมี |
| ที่ตั้ง | ถนนเกษตรสมบูรณ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ |
| ที่อยู่ | 229/4 ถนนเกษตรสมบูรณ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 |
| พิกัดอ้างอิง | ย่านถนนเกษตรสมบูรณ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ใกล้เขตตัวเมืองกาฬสินธุ์ |
| ไฮไลต์ | บ้านและพื้นที่เรียนรู้ของครูเปลื้อง ฉายรัศมี ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2529 สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้านอีสาน-โปงลาง ผู้พัฒนาโปงลางให้กลายเป็นเครื่องดนตรีเอกลักษณ์ของกาฬสินธุ์และภาคอีสาน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | บ้านศิลปินแห่งชาติ ครูเปลื้อง ฉายรัศมี เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 เพื่อถ่ายทอดดนตรีพื้นบ้านอีสานและเชิดชูเกียรติครูเปลื้องในฐานะต้นตำนานโปงลางกาฬสินธุ์ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อบ้านลุงเปลื้องมาจากชื่อของครูเปลื้อง ฉายรัศมี ศิลปินแห่งชาติและครูดนตรีพื้นบ้านอีสานผู้เป็นที่เคารพของชาวกาฬสินธุ์ |
| ลักษณะเด่น | เคยเป็นบ้าน โรงเรียนดนตรีพื้นบ้าน เถียงนาเรียนดนตรี โรงสาธิตทำเครื่องดนตรี และที่พักของศิษย์จากต่างถิ่นที่มาเรียนรู้พิณ แคน ซอ โปงลาง และดนตรีพื้นบ้านอีสาน |
| ความสำคัญทางวัฒนธรรม | เป็นจุดความทรงจำสำคัญของโปงลางกาฬสินธุ์ สะท้อนการถ่ายทอดภูมิปัญญาดนตรีจากครูสู่ศิษย์ การพัฒนาเครื่องดนตรีพื้นบ้าน และบทบาทของกาฬสินธุ์ในฐานะเมืองแห่งโปงลาง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกาฬสินธุ์มุ่งหน้าไปยังถนนเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ใกล้ย่านตัวเมือง วงเวียนโปงลาง หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ และวัดกลาง พระอารามหลวง |
| สถานะปัจจุบัน | ปิด / ไม่พร้อมให้บริการในฐานะแหล่งเข้าชมทั่วไป |
| วันเปิดทำการ | ไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป |
| เวลาเปิดทำการ | ไม่มีรอบเข้าชมปกติ |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีการจัดเก็บค่าเข้าชม เนื่องจากไม่ได้เปิดให้เข้าชมทั่วไป |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | เดิมเคยมีพื้นที่สาธิตการทำเครื่องดนตรี พื้นที่เรียนดนตรีพื้นบ้าน เถียงนาเรียนดนตรี และพื้นที่พักของผู้มาเรียนรู้จากต่างถิ่น |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่บ้านครูเปลื้อง ฉายรัศมี เถียงนา / เพิงเรียนดนตรีพื้นบ้าน พื้นที่สาธิตการผลิตโปงลาง พื้นที่จัดแสดงพิณ แคน ซอ โปงลาง และเครื่องดนตรีพื้นบ้าน พื้นที่เรียนรู้หมากกะโหล่งและเครื่องดนตรีสร้างสรรค์ พื้นที่พักของศิษย์และผู้มาเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้านอีสาน |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | บ้านศิลปินแห่งชาติอยู่ในข้อมูลของหน่วยงานวัฒนธรรม โดยมีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นหน่วยงานประสานข้อมูลด้านวัฒนธรรมในพื้นที่ และกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลบ้านศิลปินแห่งชาติ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ โทร. 043-815-806 สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ โทร./โทรสาร 0-4381-1620 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วงเวียนโปงลาง ประมาณ 1 กม. 2. หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ ประมาณ 1 กม. โทร. 0-4384-0163 3. วัดกลาง พระอารามหลวง ประมาณ 1 กม. โทร. 098-654-5789 4. อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ประมาณ 1 กม. 5. สวนสาธารณะกุดน้ำกิน ประมาณ 3 กม. 6. โบราณสถานเมืองฟ้าแดดสงยาง และพระธาตุยาคู ประมาณ 19 กม. โทร. 0-4385-4164, 0-4385-4404 7. พิพิธภัณฑ์สิรินธร อำเภอสหัสขันธ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 0-4387-1014, 0-4387-1393-4, 0-4387-1612-6 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Cafe De' Supak ประมาณ 1 กม. โทร. 088-552-6796, 081-263-1999 2. Singfarm Coffee Roaster ประมาณ 2 กม. โทร. 089-944-1854 3. ร้านอาหารข้าวต้มนิดหน่อย ประมาณ 2 กม. โทร. 084-351-4556 4. พราว Proud Authentic Thai Food ประมาณ 4 กม. โทร. 093-664-6999, 087-822-2274 5. ตำยั่วเย ประมาณ 4 กม. โทร. 063-968-3937 6. เฮือนกาฬสินธุ์ – สวนดอนธรรม ประมาณ 12 กม. โทร. 082-801-8885 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมสุภัค ประมาณ 1 กม. โทร. 043-811-595 2. TK Residence Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 095-338-0515 3. โรงแรมริมปาว ประมาณ 2 กม. โทร. 043-813-631 4. โรงแรมชาร์ลอง บูทรีค ประมาณ 3 กม. โทร. 043-811-789 5. โรงแรม Q Biz กาฬสินธุ์ ประมาณ 5 กม. โทร. 088-744-4169 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมีตั้งอยู่ที่ 229/4 ถนนเกษตรสมบูรณ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
ถาม: บ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมีเปิดให้เข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ปัจจุบันบ้านลุงเปลื้อง ฉายรัศมีไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป และมีสถานะไม่พร้อมให้บริการในฐานะแหล่งท่องเที่ยวหรือบ้านศิลปินแห่งชาติที่เปิดเป็นประจำ
ถาม: ครูเปลื้อง ฉายรัศมีคือใคร?
ตอบ: ครูเปลื้อง ฉายรัศมีเป็นศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2529 สาขาศิลปะการแสดง ด้านดนตรีพื้นบ้านอีสาน-โปงลาง เป็นครูดนตรีพื้นบ้านและผู้พัฒนาโปงลางให้กลายเป็นเครื่องดนตรีเอกลักษณ์ของกาฬสินธุ์และภาคอีสาน
ถาม: บ้านลุงเปลื้องเคยมีอะไรจัดแสดงบ้าง?
ตอบ: เดิมบ้านแห่งนี้เคยมีการสาธิตและจัดแสดงการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น พิณ แคน ซอ โปงลาง โปงลางเหล็ก โปงลางไม้ไผ่ พิณเบส และหมากกะโหล่ง รวมถึงเป็นพื้นที่เรียนดนตรีพื้นบ้านของศิษย์จากหลายพื้นที่
ถาม: โปงลางเกี่ยวข้องกับครูเปลื้องอย่างไร?
ตอบ: ครูเปลื้องเป็นผู้ศึกษาค้นคว้า ปรับปรุง และพัฒนาโปงลางจากเครื่องเคาะพื้นบ้านที่เรียกว่าเกราะลอหรือขอลอ ให้กลายเป็นเครื่องดนตรีที่บรรเลงเป็นลายเพลงและใช้ในการแสดงพื้นบ้านอีสานอย่างแพร่หลาย
ถาม: ถ้าบ้านลุงเปลื้องปิดแล้ว ควรไปเรียนรู้เรื่องโปงลางที่ไหน?
ตอบ: สามารถเรียนรู้บริบทของโปงลางได้จากวงเวียนโปงลาง หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ งานมหกรรมโปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ รวมถึงกิจกรรมด้านดนตรีพื้นบ้านของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวัฒนธรรมในจังหวัด
ถาม: บ้านลุงเปลื้องเหมาะกับการทัศนศึกษาหรือไม่?
ตอบ: เหมาะในฐานะหัวข้อเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและดนตรีพื้นบ้านอีสาน แต่เนื่องจากสถานที่ไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป การทัศนศึกษาควรใช้ข้อมูลบ้านครูควบคู่กับสถานที่วัฒนธรรมอื่นในตัวเมืองกาฬสินธุ์ที่ยังเปิดให้เข้าถึงได้
ถาม: เที่ยวตามรอยครูเปลื้องแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: ควรไปวงเวียนโปงลาง หอศิลป์เมืองกาฬสินธุ์ วัดกลาง พระอารามหลวง อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร โบราณสถานเมืองฟ้าแดดสงยาง พระธาตุยาคู และพิพิธภัณฑ์สิรินธร เพื่อเข้าใจภาพรวมวัฒนธรรมกาฬสินธุ์ให้ครบขึ้น
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●อาร์ตแกลเลอรี่
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



