หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ >อ.เมืองชัยภูมิ >ต.ท่าหินโงม > มอหินขาว
TL;DR: มอหินขาว อยู่ที่บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. (เวลาแนะนำสำหรับเข้าชมพื้นที่อุทยานและจุดชมวิว).
มอหินขาว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น. (เวลาแนะนำสำหรับเข้าชมพื้นที่อุทยานและจุดชมวิว)
มอหินขาว หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สโตนเฮนจ์เมืองไทย” ตั้งอยู่ที่บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและธรณีวิทยาที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิไปทางทิศเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร พื้นที่แห่งนี้เป็นเนินเขาสูงในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูแลนคา มีหินทรายสีขาวขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง โดยเฉพาะกลุ่มเสาหินใหญ่ 5 แท่งที่ตั้งเรียงเด่นจนกลายเป็นภาพจำของมอหินขาว เมื่อยามต้องแสงแดดหรือหลังฝนตกไม่นาน ผิวหินจะสะท้อนสีขาวเด่นชัด มองเห็นได้จากระยะไกล และสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นอย่างมาก
คำว่า “มอหินขาว” สื่อถึงลักษณะภูมิประเทศและสีของหินอย่างตรงไปตรงมา คำว่า “มอ” ในภาษาถิ่นอีสานหมายถึงเนินหรือพื้นที่สูง ส่วน “หินขาว” หมายถึงหินทรายสีขาวที่โผล่พ้นพื้นดินและต้นหญ้าขึ้นมาอย่างโดดเด่น ชื่อสถานที่จึงเกิดจากการสังเกตของคนท้องถิ่นที่เห็นเนินเขาแห่งนี้มีเสาหินและแท่งหินสีขาวแปลกตา มอหินขาวจึงไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นชื่อที่สะท้อนสายตาของชาวบ้านต่อภูมิประเทศที่อยู่ร่วมกับชุมชนมาเป็นเวลานาน
ฉายา “สโตนเฮนจ์เมืองไทย” เกิดจากภาพของเสาหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ 5 แท่งที่ตั้งเรียงรายคล้ายกลุ่มหินขนาดยักษ์ในต่างประเทศ แม้ที่มาทางวัฒนธรรมและกระบวนการเกิดจะต่างกัน แต่ความโดดเด่นของรูปทรงและการตั้งตระหง่านกลางพื้นที่โล่งทำให้มอหินขาวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก เสาหินแต่ละแท่งมีขนาดสูงใหญ่ รูปทรงไม่เหมือนกัน และตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มองเห็นท้องฟ้าโล่งกว้าง จึงเหมาะทั้งสำหรับการชมวิว ถ่ายภาพ เรียนรู้ธรณีวิทยา และสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ใช้เวลาสร้างสรรค์ยาวนานนับร้อยล้านปี
จากการสำรวจด้านธรณีวิทยา มอหินขาวประกอบด้วยหินที่มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทราย ตะกอนทรายแป้ง และดินเหนียวในอดีตกาล เมื่อเวลาผ่านไป ตะกอนเหล่านี้แข็งตัวกลายเป็นชั้นหิน ต่อมาหลังจากผ่านกระบวนการทางธรณีวิทยาหลายช่วง ทั้งการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก แรงบีบอัดด้านข้าง การคดโค้ง การแตกหัก การผุพัง และการกัดเซาะในแนวตั้งและแนวนอน จึงค่อย ๆ ก่อให้เกิดเสาหิน แท่งหิน แท่นหิน และลานหินรูปร่างแปลกตาที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน
ความเก่าแก่ของหินที่มอหินขาวทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่มีความสำคัญมาก เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงก้อนหินขนาดใหญ่ แต่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าหลักฐานของกระบวนการโลกที่ยาวนานกว่าประวัติศาสตร์มนุษย์อย่างเทียบกันไม่ได้ หินแต่ละก้อนเป็นเหมือนสมุดบันทึกทางธรณีวิทยา บอกเล่าการสะสมของตะกอน การยกตัวของแผ่นดิน การแตกร้าวของชั้นหิน และการกัดเซาะที่ทำงานอย่างช้า ๆ ผ่านลม ฝน แดด น้ำ และเวลา
ลักษณะทางกายภาพของมอหินขาวประกอบด้วยกลุ่มหินหลายแบบ ทั้งเสาหิน แท่นหิน ลานหิน และก้อนหินรูปร่างเฉพาะที่กระจายอยู่บนเนินเขา นักท่องเที่ยวมักจินตนาการรูปร่างของหินแตกต่างกันไป บางก้อนดูคล้ายเห็ด บางก้อนคล้ายเรือ บางก้อนคล้ายช้าง บางก้อนคล้ายเต่า และบางก้อนคล้ายเจดีย์ ความสนุกของการเดินชมมอหินขาวจึงอยู่ที่การใช้สายตาและจินตนาการร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการดูป้ายชื่อหินอย่างเดียว แต่เป็นการมองรูปทรงธรรมชาติแล้วตีความตามประสบการณ์ของผู้พบเห็นแต่ละคน
พื้นที่ท่องเที่ยวของมอหินขาวแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าชม ได้แก่ กลุ่มเสาหิน 5 แท่ง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดและเป็นภาพจำของสถานที่ กลุ่มหินโขลงช้างซึ่งมีหินน้อยใหญ่กระจายตัวในรูปทรงที่ชวนให้นึกถึงฝูงช้าง และกลุ่มหินบริเวณผาหัวนาคซึ่งเชื่อมกับจุดชมวิวบนสันเขาของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา แต่ละจุดมีบรรยากาศและลักษณะเด่นต่างกัน ทำให้ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเดินชมได้อย่างหลากหลาย ทั้งชมเสาหิน ถ่ายภาพลานหิน ดูวิวภูเขา และสัมผัสอากาศเย็นบนพื้นที่สูง
กลุ่มเสาหิน 5 แท่งเป็นหัวใจของมอหินขาว เสาหินขนาดมหึมาเหล่านี้ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่โล่งและมีสีขาวเด่นสะดุดตา ภาพของเสาหินที่เรียงตัวอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและท้องฟ้าโล่งทำให้เกิดความรู้สึกยิ่งใหญ่และแปลกตา เมื่อเดินเข้าไปใกล้จะเห็นพื้นผิวหิน ร่องรอยการผุกร่อน เส้นชั้นหิน และมุมแตกหักที่เกิดจากธรรมชาติ เสาหินแต่ละแท่งจึงมีบุคลิกเฉพาะตัว และเมื่อมองจากมุมต่าง ๆ จะให้ภาพที่ไม่เหมือนกัน
ช่วงเวลาที่เสาหิน 5 แท่งงดงามเป็นพิเศษคือช่วงเช้า ช่วงเย็น และช่วงหลังฝนตกไม่นาน แสงแดดอ่อนจะช่วยเน้นผิวหินให้มีมิติ เงาของเสาหินจะทอดลงบนพื้นหญ้า และสีของท้องฟ้าจะช่วยขับให้หินขาวดูเด่นยิ่งขึ้น ส่วนหลังฝนตก ผิวหินที่ถูกน้ำชะล้างจะดูสะอาดและขาวกว่าเวลาปกติ ทำให้ภาพของมอหินขาวมีความสดชื่นและมีชีวิตขึ้นอีกแบบหนึ่ง นักถ่ายภาพจึงมักเลือกช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเก็บภาพแสงและเงาของเสาหินให้สวยที่สุด
กลุ่มหินโขลงช้างเป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหินในบริเวณนี้มีรูปทรงกระจายตัวคล้ายช้างหลายตัวกำลังเคลื่อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แม้จะเป็นการตีความตามจินตนาการ แต่ก็ทำให้การเดินชมสนุกและเข้าถึงง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติผ่านการสังเกตรูปร่างของหิน หินโขลงช้างยังช่วยให้เห็นว่ามอหินขาวไม่ได้มีเพียงเสาหิน 5 แท่งเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ธรณีสัณฐานที่มีความหลากหลายมากกว่านั้น
บริเวณผาหัวนาคและเส้นทางใกล้เคียงเป็นจุดที่เหมาะสำหรับชมวิวกว้างของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ผาหัวนาคเป็นพื้นที่สันเขาที่สามารถมองเห็นแนวภูเขาสลับซ้อน ป่าเขียวขจี และทะเลหมอกในบางฤดูกาล นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางจากมอหินขาวต่อไปยังผาหัวนาคเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก หรือกางเต็นท์พักแรมในพื้นที่ที่อุทยานจัดไว้ บริเวณนี้จึงเป็นจุดที่เชื่อมระหว่างการชมกลุ่มหินกับการชมทิวทัศน์ภูเขาอย่างลงตัว
นอกจากความสวยงามของหินแล้ว มอหินขาวยังเป็นพื้นที่ศึกษาระบบนิเวศของป่าโปร่ง ทุ่งหญ้า พันธุ์พืชท้องถิ่น สัตว์ป่าขนาดเล็ก แมลง และแหล่งต้นน้ำลำธารของภูแลนคา พื้นที่โดยรอบมีความสำคัญต่อชุมชนบ้านวังคำแคนและชุมชนใกล้เคียง เพราะเป็นทั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่ที่คนท้องถิ่นมีส่วนร่วมดูแล เช่น การทำฝายกั้นน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในชุมชน การท่องเที่ยวที่นี่จึงควรมองทั้งความสวยงามของหินและความสำคัญของระบบนิเวศโดยรอบควบคู่กัน
ความโดดเด่นของมอหินขาวอยู่ที่การรวมกันของสามองค์ประกอบสำคัญ คือ ธรณีวิทยา ภูมิทัศน์ และชุมชน ธรณีวิทยาทำให้เกิดหินรูปร่างแปลกตา ภูมิทัศน์บนเนินเขาทำให้หินเหล่านี้ดูยิ่งใหญ่และสวยงาม ส่วนชุมชนบ้านวังคำแคนช่วยให้พื้นที่นี้มีเรื่องเล่า มีการดูแล และมีความหมายต่อผู้คนในท้องถิ่น มอหินขาวจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายภาพ แต่เป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมธรรมชาติที่คนกับป่าอยู่ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง
ในอดีตพื้นที่มอหินขาวไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเหมือนปัจจุบัน แต่เป็นพื้นที่ภูเขา ป่าโปร่ง และแหล่งทำกินของชุมชน เมื่อมีการสำรวจและเผยแพร่ข้อมูลมากขึ้น ภาพของเสาหินสีขาวขนาดใหญ่จึงค่อย ๆ กลายเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวและสื่อท่องเที่ยว จนได้รับการขนานนามว่าเป็นสโตนเฮนจ์เมืองไทย ชุมชนบ้านวังคำแคนจึงเข้ามามีบทบาทในการดูแล ให้ข้อมูล และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศร่วมกับหน่วยงานรัฐและอุทยานแห่งชาติ
การท่องเที่ยวมอหินขาวควรทำอย่างระมัดระวัง เพราะเสาหินและแท่งหินเป็นสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติและใช้เวลาสร้างนานมาก ผู้มาเยือนไม่ควรปีนป่าย ขีดเขียน เคาะหิน ทำลายผิวหิน หรือทิ้งขยะในพื้นที่ แม้หินจะดูแข็งแรง แต่ผิวหินและรอยแตกบางส่วนอาจเปราะบางต่อแรงกระแทกและการรบกวน การเคารพพื้นที่จึงเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวมอหินขาว เพราะนักท่องเที่ยวทุกคนมีส่วนช่วยรักษาสถานที่แห่งนี้ให้คงอยู่ต่อไป
มอหินขาวเหมาะกับการเที่ยวหลายรูปแบบ หากมาแบบครอบครัวสามารถเดินชมเสาหิน 5 แท่งและกลุ่มหินโขลงช้าง ใช้เวลาไม่มากแต่ได้ภาพและความรู้ครบ หากมาแบบกลุ่มเพื่อนสามารถแวะถ่ายภาพ ดูพระอาทิตย์ตก และต่อไปยังผาหัวนาค หากมาแบบนักเรียนหรือกลุ่มศึกษาดูงานสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นห้องเรียนธรรมชาติเรื่องหินทราย การกัดเซาะ ระบบนิเวศป่าโปร่ง และการจัดการแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน ส่วนผู้ที่ชอบกางเต็นท์และดูดาวสามารถวางแผนพักในพื้นที่ที่อุทยานจัดไว้ตามระเบียบของอุทยาน
ฤดูกาลที่เหมาะสำหรับการเที่ยวมอหินขาวขึ้นอยู่กับความต้องการของนักเดินทาง ฤดูฝนให้ภาพของหินสีขาวตัดกับหญ้าเขียวและป่าที่ชุ่มชื้น โดยเฉพาะหลังฝนตกไม่นาน ส่วนฤดูหนาวให้บรรยากาศเย็นสบาย มีโอกาสเห็นหมอกบางบริเวณจุดชมวิว และเหมาะกับการกางเต็นท์หรือชมดาว ฤดูร้อนท้องฟ้าโปร่งและถ่ายภาพหินได้ชัด แต่ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์กันแดด เพราะพื้นที่บางส่วนเป็นลานโล่งและแดดค่อนข้างแรง
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการอากาศเย็น แสงนุ่ม และภาพหินที่มีเงาสวย ส่วนช่วงเย็นเหมาะสำหรับชมแสงสุดท้ายและถ่ายภาพเสาหินกับท้องฟ้า หากต้องการหลีกเลี่ยงแดดจัดควรหลีกเลี่ยงการเดินชมกลางวันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในฤดูร้อน นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เดินบนลานหินและพื้นดินได้ดี เพราะบางช่วงมีพื้นไม่เรียบ และหลังฝนตกอาจมีความลื่นในบางจุด
การเดินชมมอหินขาวควรเริ่มจากกลุ่มเสาหิน 5 แท่ง เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของสถานที่ จากนั้นจึงเดินต่อไปยังกลุ่มหินโขลงช้างและกลุ่มหินอื่น ๆ ตามเส้นทางที่จัดไว้ หากมีเวลาเพิ่มควรเดินทางต่อไปยังผาหัวนาคเพื่อชมวิวภูแลนคาให้ครบมิติ การจัดลำดับเช่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งจุดเด่นด้านธรณีวิทยา รูปทรงหิน และทิวทัศน์กว้างของอุทยานในเส้นทางเดียวกัน
มอหินขาวยังเป็นพื้นที่ที่มีเสน่ห์สำหรับการถ่ายภาพ เนื่องจากเสาหินขาวมีรูปทรงแข็งแรงและตัดกับท้องฟ้าได้ชัด ภาพที่นิยมคือการถ่ายเสาหิน 5 แท่งในมุมกว้าง การถ่ายคนยืนเทียบขนาดหินเพื่อให้เห็นความใหญ่ การถ่ายช่วงแสงเช้าหรือเย็น การถ่ายหลังฝนตก และการถ่ายกลุ่มหินรูปร่างแปลกตาตามจินตนาการ นักถ่ายภาพควรระวังไม่เหยียบย่ำพื้นที่เปราะบาง ไม่ปีนหินเพื่อหามุมสูง และไม่ทำกิจกรรมที่กระทบต่อผู้มาเยือนคนอื่น
ผู้ที่สนใจธรณีวิทยาสามารถสังเกตพื้นผิวของเสาหินและลานหินได้หลายอย่าง เช่น สีของหินทราย ร่องรอยชั้นหิน รูปแบบการแตก รอยผุกร่อน รอยกัดเซาะ และความแตกต่างระหว่างหินแต่ละกลุ่ม รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าเสาหินไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นผลของกระบวนการธรรมชาติที่ทำงานร่วมกันเป็นเวลายาวนาน การสังเกตเช่นนี้ทำให้การเที่ยวมอหินขาวมีความหมายมากกว่าการถ่ายภาพเช็กอิน
ในมิติของชุมชน บ้านวังคำแคนมีความสัมพันธ์กับมอหินขาวอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่ท่องเที่ยวและเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเข้าสู่มอหินขาว ชุมชนมีบทบาทในการต้อนรับ ให้ข้อมูล และเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับพื้นที่ การท่องเที่ยวมอหินขาวจึงควรสนับสนุนชุมชนอย่างเหมาะสม เช่น ใช้บริการร้านค้าในพื้นที่ ซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากชุมชน ทิ้งขยะให้ถูกที่ และเคารพวิถีชีวิตของคนบ้านวังคำแคน
บริเวณรอบมอหินขาวมีพื้นที่กางเต็นท์และจุดพักบางส่วนในเขตอุทยาน โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังผาหัวนาค นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างควรปฏิบัติตามระเบียบของอุทยานอย่างเคร่งครัด ติดต่ออุทยานล่วงหน้า เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่บนภูเขาอาจมีลมแรง ฝนตก หมอกจัด หรืออุณหภูมิลดลงในบางช่วง การพักแรมในพื้นที่ธรรมชาติต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเสมอ
มอหินขาวสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชัยภูมิได้หลายแห่ง เช่น ผาหัวนาค กลุ่มหินโขลงช้าง ป่าสนดงสน น้ำตกตาดโตน พระธาตุชัยภูมิ เขื่อนลำปะทาว และตัวเมืองชัยภูมิ ผู้เดินทางสามารถจัดทริปแบบครึ่งวันจากตัวเมืองชัยภูมิ หรือจัดทริปหนึ่งวันเต็มร่วมกับน้ำตกตาดโตนและพระธาตุชัยภูมิ หากต้องการพักแรมสามารถเลือกกางเต็นท์ในพื้นที่อุทยานหรือพักที่โฮมสเตย์ รีสอร์ท และที่พักใกล้เส้นทางมอหินขาว
น้ำตกตาดโตนเป็นจุดที่นิยมจัดคู่กับมอหินขาว เพราะอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติของอำเภอเมืองชัยภูมิ ผู้เดินทางสามารถเที่ยวมอหินขาวในช่วงเช้า ต่อด้วยน้ำตกตาดโตนในช่วงบ่าย หรือกลับกันตามสภาพอากาศ น้ำตกตาดโตนมีลานหินกว้างและสายน้ำที่เหมาะกับการพักผ่อน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว การเชื่อมสองสถานที่นี้ทำให้ทริปมีทั้งภูมิทัศน์หินสีขาวบนเขาและสายน้ำในพื้นที่ป่าต่ำกว่า
พระธาตุชัยภูมิเป็นอีกสถานที่ที่เหมาะสำหรับเชื่อมเส้นทางกับมอหินขาว เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงบนเส้นทางภูแลนคา เป็นศาสนสถานที่มีบรรยากาศสงบและมุมชมวิวสวย ผู้ที่ต้องการทริปที่มีทั้งธรรมชาติและศรัทธาสามารถจัดเส้นทางมอหินขาว ผาหัวนาค และพระธาตุชัยภูมิภายในวันเดียวได้ การเที่ยวแบบนี้ช่วยให้เห็นชัยภูมิในหลายมิติ ทั้งธรณีวิทยา ป่าเขา วัด และชุมชน
ร้านอาหารใกล้มอหินขาวมีทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่มบริเวณผาหัวนาค ร้านอาหารริมทาง ร้านคาเฟ่ และร้านอาหารในเส้นทางท่าหินโงม เก่าย่าดี และเขื่อนลำปะทาว เช่น อาหารและเครื่องดื่มผาหัวนาค สวนอาหารริมน้ำ Pine Camp แคมป์สน ชัยภูมิ อาหารสวนคณพร บ้านภัทร ขนมไทยชัยภูมิ Warm House Bakery และต่อบุญคอฟฟี่ ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่มและของจำเป็นติดรถไว้ด้วย เพราะร้านค้าในพื้นที่อุทยานอาจมีจำนวนจำกัดและเปิดตามช่วงเวลาของผู้ประกอบการ
ที่พักใกล้มอหินขาวมีทั้งลานกางเต็นท์ในเขตอุทยาน โฮมสเตย์ใกล้ชุมชน รีสอร์ทบนเส้นทางแก้งคร้อ-เก่าย่าดี และโรงแรมในตัวเมืองชัยภูมิ เช่น บ้านไร่ภูไพลิน โฮมสเตย์ยายหนั่น ออนเดอะร็อคชัยภูมิ เดอะพีค รีสอร์ท ชัยภูมิ และโรงแรมในตัวเมืองชัยภูมิ ผู้ที่ต้องการชมดาวหรือชมหมอกควรพักใกล้พื้นที่อุทยาน ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านอาหารและบริการสามารถพักในตัวเมืองชัยภูมิแล้วขับรถขึ้นมอหินขาวในช่วงเช้าได้
การเดินทาง ไปมอหินขาวจากตัวเมืองชัยภูมิ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 ตามเส้นทางชัยภูมิ-น้ำตกตาดโตน ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร จากนั้นแยกซ้ายเข้าเส้นทางตาดโตน-ท่าหินโงม เป็นถนนลาดยางขึ้นเขาประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่เส้นทางแจ้งเจริญ-โสกเชือกประมาณ 6.5 กิโลเมตร ผ่านบ้านวังคำแคน ก่อนแยกเข้าทางพื้นที่เกษตรและเส้นทางเข้าสู่กลุ่มหินอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร ผู้เดินทางควรตรวจสอบสภาพถนนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน และสามารถใช้พิกัด 16.3583997, 102.1488931 เป็นจุดอ้างอิงในระบบนำทาง
การขับรถขึ้นมอหินขาวควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากบางช่วงเป็นทางขึ้นเขา ทางแคบ หรือมีพื้นผิวถนนที่เปลี่ยนตามฤดูกาล หากเดินทางช่วงฝนตกควรระวังดินลื่น หลุมบ่อ และทัศนวิสัยลดลง รถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางได้ในช่วงสภาพถนนปกติ แต่ควรขับช้า ใช้เกียร์ต่ำในทางชัน และไม่เร่งความเร็วบนทางโค้ง ผู้ขับรถจักรยานยนต์ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันและตรวจสอบเบรกก่อนขึ้นเขา
ค่าเข้าชมมอหินขาวคิดตามอัตราค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติภูแลนคา โดยคนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ส่วนค่ายานพาหนะ ค่ากางเต็นท์ หรือบริการอื่น ๆ ให้เป็นไปตามระเบียบของอุทยานในช่วงเวลานั้น นักท่องเที่ยวควรเตรียมเงินสดติดตัวไว้บ้าง เพราะบางจุดในพื้นที่ภูเขาอาจมีสัญญาณโทรศัพท์หรือระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ไม่สม่ำเสมอ
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อเที่ยวมอหินขาว ได้แก่ รองเท้าที่เดินสะดวก หมวก ร่ม เสื้อกันฝนในฤดูฝน น้ำดื่ม กล้องถ่ายภาพ ถุงขยะส่วนตัว และไฟฉายหากวางแผนพักแรม ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพกลางคืนหรือชมดาวควรตรวจสอบปฏิทินจันทร์ สภาพอากาศ และกฎระเบียบของอุทยานก่อนเดินทางเสมอ การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การเที่ยวมอหินขาวปลอดภัยและรบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด
โดยภาพรวม มอหินขาวเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่อธิบายความมหัศจรรย์ของชัยภูมิได้ชัดเจน เพราะรวมความงามของเสาหินสีขาวอายุร้อยล้านปี ทุ่งหญ้า ป่าโปร่ง จุดชมวิว ระบบนิเวศ ชุมชนบ้านวังคำแคน และเส้นทางท่องเที่ยวภูแลนคาไว้ในพื้นที่เดียวกัน สถานที่นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นธรรมชาติในรูปแบบที่แตกต่างจากน้ำตกหรือภูเขาทั่วไป และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจธรณีวิทยา การถ่ายภาพ การกางเต็นท์ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
สำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักชัยภูมิในมุมที่ลึกและแปลกตา มอหินขาวคือจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นสถานที่ที่ธรรมชาติใช้เวลาสร้างขึ้นอย่างยาวนาน และมนุษย์เพียงเข้ามาเรียนรู้ ชื่นชม และดูแลให้คงอยู่ การยืนอยู่หน้ากลุ่มเสาหิน 5 แท่ง การมองเห็นแสงแดดตกกระทบหินสีขาว การเดินผ่านกลุ่มหินโขลงช้าง และการชมวิวบนผาหัวนาค ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจว่าชัยภูมิมีทั้งความงดงาม ความเก่าแก่ และความหมายทางธรรมชาติที่ทรงพลังอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | มอหินขาว / สโตนเฮนจ์เมืองไทย |
| ที่ตั้ง | บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| ที่อยู่ | มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา บ้านวังคำแคน ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ 36000 |
| พิกัด | 16.3583997, 102.1488931 |
| ไฮไลต์ | กลุ่มเสาหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ 5 แท่ง กลุ่มหินโขลงช้าง ลานหินรูปร่างแปลกตา จุดชมวิวผาหัวนาค ท้องฟ้ากว้าง ป่าโปร่ง และภูมิทัศน์ธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| ประวัติ / อายุทางธรณีวิทยา | กลุ่มหินมีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว ก่อนถูกยกตัว คดโค้ง แตกหัก ผุพัง และกัดเซาะจนเกิดเป็นเสาหินและแท่งหินในปัจจุบัน |
| ลักษณะภูมิประเทศ | เนินเขาสูงในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูแลนคา มีทุ่งหญ้า ป่าโปร่ง ลานหิน เสาหิน แท่นหิน และก้อนหินขนาดใหญ่กระจายอยู่บนพื้นที่สูง |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “มอ” หมายถึงเนินหรือพื้นที่สูง ส่วน “หินขาว” มาจากหินทรายสีขาวที่โผล่พ้นพื้นหญ้าและมองเห็นเด่นชัด โดยเฉพาะเมื่อถูกแสงแดดหรือหลังฝนตก |
| จุดเด่นทางธรณีวิทยา | เสาหินและแท่งหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ รูปทรงเกิดจากกระบวนการธรรมชาติระยะยาว ทั้งการสะสมของชั้นตะกอน การเคลื่อนไหวของเปลือกโลก การแตกหัก และการกัดเซาะ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนเสาหิน 5 แท่ง โซนกลุ่มหินโขลงช้าง โซนลานหินและแท่นหิน โซนผาหัวนาค โซนจุดชมวิว โซนดงสนและลานกางเต็นท์ โซนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และโซนบ้านวังคำแคน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถบางจุด ห้องน้ำในจุดบริการของอุทยาน ร้านค้าและอาหารเครื่องดื่มบางช่วง พื้นที่กางเต็นท์ตามจุดที่อุทยานจัดไว้ จุดชมวิว และหน่วยบริการข้อมูลของอุทยาน |
| กิจกรรม / ประสบการณ์สำคัญ | ชมเสาหิน 5 แท่ง ถ่ายภาพกลุ่มหิน เดินชมลานหิน ศึกษาธรณีวิทยา ชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก ชมวิวผาหัวนาค กางเต็นท์ ดูดาว และเรียนรู้ระบบนิเวศภูแลนคา |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานหลัก | อุทยานแห่งชาติภูแลนคา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับชุมชนบ้านวังคำแคนและหน่วยงานท้องถิ่นตำบลท่าหินโงม |
| เบอร์ติดต่อ | อุทยานแห่งชาติภูแลนคา โทร. 044-810-903, 093-093-9193 / ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 044-811-376 |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน ตามประกาศและระเบียบของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. (เวลาแนะนำสำหรับเข้าชมพื้นที่อุทยานและจุดชมวิว) |
| ค่าเข้าชม | ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติภูแลนคา: คนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท; ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท; ค่ายานพาหนะและบริการพักแรมเป็นไปตามระเบียบของอุทยาน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 เส้นทางชัยภูมิ-น้ำตกตาดโตนประมาณ 18 กม. แยกซ้ายเข้าเส้นทางตาดโตน-ท่าหินโงมประมาณ 12 กม. ต่อเส้นทางแจ้งเจริญ-โสกเชือกประมาณ 6.5 กม. ผ่านบ้านวังคำแคน แล้วแยกเข้าทางมอหินขาวอีกประมาณ 3.5 กม. หรือใช้พิกัด 16.3583997, 102.1488931 |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและธรณีวิทยาสำคัญภายในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามประกาศของอุทยาน |
| ข้อควรปฏิบัติ | ไม่ปีนป่ายเสาหิน ไม่ขีดเขียน ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บหินหรือพืชออกจากพื้นที่ ใช้เส้นทางที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยาน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. กลุ่มเสาหิน 5 แท่ง มอหินขาว ประมาณ 0.1 กม. 2. กลุ่มหินโขลงช้าง ประมาณ 1 กม. 3. ผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ประมาณ 2 กม. โทร. 093-093-9193 4. ดงสนและลานกางเต็นท์ภูแลนคา ประมาณ 3 กม. 5. บ้านวังคำแคน ตำบลท่าหินโงม ประมาณ 6 กม. 6. น้ำตกตาดโตน อุทยานแห่งชาติตาดโตน ประมาณ 28 กม. โทร. 044-104-002 7. พระธาตุชัยภูมิ ประมาณ 12 กม. 8. เขื่อนลำปะทาว ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. อาหารและเครื่องดื่ม ผาหัวนาค ประมาณ 2 กม. 2. สวนอาหารริมน้ำ เขื่อนลำปะทาว ประมาณ 8 กม. 3. Pine Camp แคมป์สน ชัยภูมิ ประมาณ 9 กม. 4. อาหารสวนคณพร ประมาณ 11 กม. 5. Warm House Bakery ประมาณ 11 กม. 6. ต่อบุญคอฟฟี่ ประมาณ 12 กม. 7. บ้านภัทร ขนมไทยชัยภูมิ ประมาณ 16 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ประมาณ 2-3 กม. โทร. 093-093-9193 2. บ้านไร่ภูไพลิน รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 081-790-1692 3. โฮมสเตย์ยายหนั่น ที่พักใกล้มอหินขาว ประมาณ 15 กม. โทร. 095-904-7205 4. ออนเดอะร็อคชัยภูมิ ประมาณ 11 กม. โทร. 081-300-3399 5. เดอะพีค รีสอร์ท ชัยภูมิ ประมาณ 36 กม. โทร. 082-615-5587 6. ที่พักในตัวเมืองชัยภูมิ ประมาณ 30-40 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มอหินขาวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: มอหินขาวตั้งอยู่ที่บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 40 กม.
ถาม: ทำไมมอหินขาวจึงเรียกว่าสโตนเฮนจ์เมืองไทย?
ตอบ: เพราะมีกลุ่มเสาหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ 5 แท่งตั้งเรียงโดดเด่นกลางพื้นที่โล่ง คล้ายภาพจำของกลุ่มหินขนาดใหญ่ในต่างประเทศ จึงได้รับฉายาว่าสโตนเฮนจ์เมืองไทย
ถาม: หินที่มอหินขาวมีอายุกี่ปี?
ตอบ: หินที่มอหินขาวมีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว ก่อนผ่านกระบวนการยกตัว แตกหัก ผุพัง และกัดเซาะจนเกิดเป็นเสาหินและแท่งหินในปัจจุบัน
ถาม: มอหินขาวมีจุดท่องเที่ยวหลักอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กลุ่มเสาหิน 5 แท่ง กลุ่มหินโขลงช้าง ลานหินรูปร่างแปลกตา ดงสน ลานกางเต็นท์ และผาหัวนาคซึ่งเป็นจุดชมวิวสำคัญของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา
ถาม: มอหินขาวเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เวลาแนะนำสำหรับเข้าชมคือ 06.00 – 18.00 น. โดยควรตรวจสอบประกาศของอุทยานแห่งชาติภูแลนคาก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีการปิดปรับปรุงบางพื้นที่
ถาม: มอหินขาวมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติภูแลนคา คนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ส่วนค่ายานพาหนะและบริการพักแรมเป็นไปตามระเบียบของอุทยาน
ถาม: เดินทางไปมอหินขาวอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 ไปทางน้ำตกตาดโตน จากนั้นเลี้ยวเข้าเส้นทางตาดโตน-ท่าหินโงม ผ่านบ้านวังคำแคน แล้วเข้าสู่มอหินขาว หรือใช้พิกัด 16.3583997, 102.1488931
ถาม: มีที่พักใกล้มอหินขาวหรือไม่?
ตอบ: มีทั้งลานกางเต็นท์ของอุทยาน ที่พักชุมชน โฮมสเตย์ และรีสอร์ทใกล้เส้นทาง เช่น บ้านไร่ภูไพลิน โฮมสเตย์ยายหนั่น ออนเดอะร็อคชัยภูมิ และที่พักในตัวเมืองชัยภูมิ
มือถือ : 0879601853, 0819760486
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




