หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ >อ.เมืองชัยภูมิ >ต.ในเมือง > ประเพณีตีคลีไฟ วัฒนธรรมภาคอีสาน
TL;DR: ประเพณีตีคลีไฟ วัฒนธรรมภาคอีสาน อยู่ที่วัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เปิดจัดปีละ 1 ครั้ง ช่วงปลายปี / ฤดูหนาว ตามกำหนดการประจำปีของพื้นที่ เวลา กิจกรรมมีตลอดวัน และการแข่งขันตีคลีไฟช่วงเย็นประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป.
ประเพณีตีคลีไฟ วัฒนธรรมภาคอีสาน

วันเปิดทำการ: จัดปีละ 1 ครั้ง ช่วงปลายปี / ฤดูหนาว ตามกำหนดการประจำปีของพื้นที่
เวลาเปิดทำการ: กิจกรรมมีตลอดวัน และการแข่งขันตีคลีไฟช่วงเย็นประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป
ประเพณีตีคลีไฟ จังหวัดชัยภูมิ เป็นประเพณีพื้นบ้านและกีฬาพื้นเมืองที่โดดเด่นของภาคอีสาน จัดขึ้นที่บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ โดยมีศูนย์กลางสำคัญอยู่ที่วัดแจ้งสว่างและพื้นที่ชุมชนบ้านหนองเขื่อง ประเพณีนี้มีเอกลักษณ์จากการนำลูกคลีไม้ที่ติดไฟมาแข่งขันตีเข้าประตู คล้ายกีฬาฮอกกี้ผสมกีฬาฟุตบอล แต่มีความตื่นตาอยู่ที่ลูกไฟที่พุ่งเคลื่อนกลางสนามในยามค่ำคืน จนกลายเป็นภาพจำทางวัฒนธรรมที่หาชมได้ยากและเป็นความภาคภูมิใจของชาวชัยภูมิ
ตีคลีไฟไม่ใช่เพียงการละเล่นเพื่อความสนุก แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เกิดจากภูมิปัญญา วิถีชีวิตเกษตรกรรม ความหนาวเย็นในฤดูปลายปี การรวมกลุ่มของคนหนุ่มหลังเสร็จงานไร่นา และความผูกพันของคนในชุมชนต่อพื้นที่บ้านเกิด ประเพณีนี้ทำให้เห็นความสามารถของชาวบ้านในการเปลี่ยนสิ่งธรรมดาในชีวิตประจำวัน เช่น เหง้าไม้ไผ่ ท่อนไม้แห้ง กองไฟ สนามกลางหมู่บ้าน และเวลาว่างหลังงานเกษตร ให้กลายเป็นกีฬาพื้นบ้านที่มีทั้งความสวยงาม ความท้าทาย ความกล้าหาญ และความสามัคคี
แหล่งกำเนิดของประเพณีตีคลีไฟอยู่ที่บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ เดิมทีการเล่นนี้เกี่ยวข้องกับการละเล่นที่เรียกว่า “คลีโหลน” หรือการตีคลีแบบไม่ใช้ไฟ ชาวบ้านใช้เหง้าไม้ไผ่ที่มีลักษณะงอคล้ายตะขอเป็นไม้ตี แล้วใช้ท่อนไม้ขนาดเล็กเป็นลูกคลี แข่งขันกันตีไปยังเขตหรือประตูของฝ่ายตรงข้าม ในยุคที่ชุมชนยังไม่มีความสะดวกด้านไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคเหมือนปัจจุบัน การเล่นคลีโหลนเป็นกิจกรรมยามเย็นของชายหนุ่มในหมู่บ้านหลังกลับจากทำนา ทำไร่ หรือเลี้ยงสัตว์
เรื่องเล่าการกำเนิดตีคลีไฟมีเสน่ห์ตรงความบังเอิญในวิถีชีวิต ช่วงฤดูหนาวชาวบ้านมักก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่น เมื่อเล่นคลีโหลนกันใกล้กองไฟ ลูกคลีไม้กลิ้งเข้าไปในกองไฟและติดไฟขึ้นมา แทนที่จะหยุดเล่น ชาวบ้านกลับนำลูกคลีที่ติดไฟมาตีต่อ เพราะเห็นแสงไฟเคลื่อนเป็นเส้นสวยงามกลางความมืด และยังช่วยให้มองเห็นลูกคลีในช่วงค่ำได้ชัดขึ้น ความสนุกที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นั้นจึงค่อย ๆ พัฒนาเป็นการเล่น “คลีไฟ” หรือ “ตีคลีไฟ” ซึ่งต่อมากลายเป็นประเพณีของบ้านหนองเขื่อง
ความโดดเด่นของตีคลีไฟอยู่ที่การเป็นกีฬาพื้นบ้านที่ใช้ไฟจริง ผู้เล่นต้องใช้ความคล่องตัว ความแม่นยำ ความกล้า และความระมัดระวังพร้อมกัน ลูกคลีที่ทำจากไม้เบา เช่น ไม้นุ่นหรือไม้ทองหลาง จะถูกนำไปเผาให้ติดไฟก่อนเริ่มเล่น จากนั้นผู้เล่นใช้ไม้ตีที่ทำจากเหง้าไม้ไผ่ตีลูกไฟส่งต่อ เลี้ยงลูก และพยายามทำประตูฝ่ายตรงข้าม สนามแข่งขันมักเป็นพื้นที่กว้าง เช่น สนามดิน สนามหญ้า หรือพื้นที่ใกล้วัดและชุมชน โดยมีผู้ชมยืนชมอยู่รอบสนามในระยะปลอดภัย
ในด้านกติกา การตีคลีไฟมีรูปแบบคล้ายกีฬาฮอกกี้และฟุตบอล ผู้เล่นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย จำนวนผู้เล่นอาจปรับตามขนาดสนามและความเหมาะสม เช่น ฝ่ายละ 7 คน หรือ 11 คน ผู้เล่นต้องตีลูกคลีไฟให้เข้าไปในประตูของฝ่ายตรงข้าม หากทำได้ถือว่าได้คะแนน 1 ประตู กติกาสำคัญคือห้ามยกไม้ตีสูงเกินระดับเอวเพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ผู้เล่นทั่วไปไม่สามารถใช้ร่างกายเล่นลูกได้ ยกเว้นผู้รักษาประตูที่มีหน้าที่ป้องกันลูกไม่ให้เข้าประตู กติกาเหล่านี้ทำให้การเล่นมีความเป็นระบบและปลอดภัยมากขึ้น
อุปกรณ์ของตีคลีไฟสะท้อนภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างชัดเจน ไม้ตีทำจากเหง้าไม้ไผ่ที่มีส่วนโค้งตามธรรมชาติ ความยาวประมาณ 1 เมตรหรือปรับตามความถนัดของผู้เล่น ส่วนลูกคลีใช้ท่อนไม้ขนาดประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร เลือกไม้ที่มีน้ำหนักเบาเพื่อให้ตีได้ง่ายและติดไฟได้เหมาะสม การทำไม้คลีและลูกคลีจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะต้องอาศัยความรู้เรื่องเนื้อไม้ น้ำหนัก ความทนไฟ และความปลอดภัยในการเล่นจริง
แม้ตีคลีไฟจะดูตื่นเต้นและมีประกายไฟเป็นจุดเด่น แต่แก่นแท้ของประเพณีนี้ไม่ได้อยู่ที่ความหวาดเสียวเท่านั้น หากอยู่ที่การใช้ภูมิปัญญาเพื่อสร้างความอบอุ่น ความสนุก และความสามัคคีในชุมชน ในอดีตช่วงปลายปีและฤดูหนาวเป็นช่วงที่ชาวบ้านผ่านฤดูกาลทำงานหนักมาแล้ว การรวมตัวกันเล่นกีฬา ก่อไฟ กินอาหาร และพูดคุยกันกลางหมู่บ้านจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนหลังงานเกษตร และเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในหมู่บ้าน
ประเพณีตีคลีไฟยังมีมิติทางความเชื่อในเชิงสัญลักษณ์ ไฟในวัฒนธรรมพื้นบ้านมักสัมพันธ์กับความอบอุ่น แสงสว่าง พลังชีวิต และการปัดเป่าสิ่งหม่นหมอง เมื่อประกายไฟจากลูกคลีเคลื่อนผ่านสนามในยามค่ำ จึงให้ความรู้สึกเหมือนการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่หลังฤดูกาลทำงานหนัก หลายคนมองว่าการร่วมงาน การชมไฟ การร่วมกิจกรรม และการทำบุญในวัดเป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิตและชุมชน
ความเชื่อเรื่องการขจัดสิ่งไม่ดีของตีคลีไฟควรเข้าใจในบริบทของวัฒนธรรมพื้นบ้าน ไม่ใช่การประกอบพิธีไล่สิ่งชั่วร้ายแบบเคร่งครัดเสมอไป แต่เป็นการใช้แสงไฟ ความร้อน และการรวมตัวของชุมชนเป็นสัญลักษณ์ของพลังบวก ความกล้าหาญ และการเริ่มต้นใหม่ เมื่อชาวบ้านมารวมตัวกันในงานเดียวกัน ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน ผู้เล่น ผู้จัดงาน และนักท่องเที่ยว ความรู้สึกเชิงจิตวิญญาณจึงเกิดจากการอยู่ร่วมกันและการสืบทอดประเพณีมากกว่าการแสดงไฟเพียงอย่างเดียว
ในปัจจุบัน ประเพณีตีคลีไฟบ้านหนองเขื่องจัดเป็นงานประจำปีของชุมชนและตำบลกุดตุ้ม โดยมักจัดในช่วงปลายปีหรือฤดูหนาวตามกำหนดการประจำปีของพื้นที่ กิจกรรมภายในงานมีทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น ช่วงกลางวันอาจมีกิจกรรมกีฬาพื้นบ้าน การแข่งขันเรือพาย การปล่อยโคมไฟ การประกวดไม้คลีและลูกคลีไฟ การแสดงวิถีชุมชน และร้านค้าพื้นถิ่น ส่วนช่วงเย็นเป็นไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันตีคลีไฟที่ผู้คนรอชม เพราะแสงไฟจากลูกคลีจะเด่นชัดและงดงามที่สุดในเวลาค่ำ
วัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง มีบทบาทเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของงาน เพราะวัดเป็นสถานที่รวมจิตใจของชุมชนและเป็นพื้นที่ที่ใช้จัดกิจกรรมทางสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ในสังคมอีสาน วัดไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นพื้นที่ประชุม ช่วยกันทำงาน จัดงานบุญ รักษาขนบธรรมเนียม และถ่ายทอดวัฒนธรรมให้คนรุ่นใหม่ การที่ประเพณีตีคลีไฟจัดขึ้นในบริเวณวัดและพื้นที่ชุมชน จึงสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชีวิตทางวัฒนธรรมของบ้านหนองเขื่อง
การจัดงานตีคลีไฟต้องอาศัยความร่วมมือจำนวนมาก ชาวบ้านช่วยกันเตรียมสนาม ทำอุปกรณ์ จัดกองไฟ ควบคุมพื้นที่ผู้ชม จัดร้านค้า เตรียมอาหารพื้นถิ่น และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น ผู้เล่นต้องฝึกซ้อมและเข้าใจกติกา ผู้ดูแลต้องวางมาตรการความปลอดภัย ส่วนเยาวชนในชุมชนได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ประเพณีนี้จึงเป็นเวทีที่ทำให้คนหลายวัยทำงานร่วมกัน และทำให้ความรู้พื้นบ้านไม่ขาดช่วง
อาหารพื้นถิ่นเป็นอีกเสน่ห์ของงานตีคลีไฟ บ้านหนองเขื่องมีบรรยากาศชุมชนริมบึงและมีอาหารท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับทรัพยากรในพื้นที่ เช่น เมนูจากปลาไหล ข้าวจี่ ส้มตำ อาหารอีสานรสจัด ผักตามฤดูกาล และอาหารพื้นบ้านที่ชาวบ้านทำขายในงาน อาหารเหล่านี้ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเที่ยวงาน เพราะผู้มาเยือนไม่ได้ชมเฉพาะการแข่งขัน แต่ได้สัมผัสรสชาติ วิถีการกิน และความเป็นกันเองของชุมชนด้วย
กิจกรรมอย่างการแข่งขันเรือพายหรือกีฬาพื้นบ้านทำให้งานตีคลีไฟไม่ใช่งานช่วงค่ำเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเทศกาลของชุมชนที่มีชีวิตตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน การแข่งขันเรือพายสะท้อนความสัมพันธ์ของหมู่บ้านกับแหล่งน้ำ ส่วนกีฬาพื้นบ้านและกิจกรรมประกวดต่าง ๆ ทำให้เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มแม่บ้านมีส่วนร่วมในงานได้กว้างขึ้น ภาพรวมของงานจึงเป็นทั้งกีฬา ประเพณี อาหาร ดนตรี และความสัมพันธ์ของผู้คน
แสง สี เสียง และการเล่าเรื่องตำนานตีคลีไฟเป็นส่วนที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจที่มาของประเพณีได้ง่ายขึ้น ในบางปีมีการจัดแสดงแสง สี เสียง เพื่อบอกเล่าประวัติของบ้านหนองเขื่อง ตำนานการเล่นคลีโหลน การเกิดคลีไฟ และการสืบทอดมาถึงปัจจุบัน การนำรูปแบบการแสดงร่วมสมัยมาใช้ไม่ได้ทำให้ประเพณีเสียความเป็นพื้นบ้าน หากช่วยทำให้เรื่องเล่าเก่าแก่เข้าถึงผู้ชมยุคใหม่และนักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่ได้มากขึ้น
ประเพณีตีคลีไฟมีคุณค่าในฐานะกีฬาและการแสดงความกล้าหาญของผู้เล่น ผู้ที่ลงสนามต้องควบคุมทั้งร่างกาย จังหวะการตี ทิศทางลูกไฟ และความปลอดภัยของตนเองกับเพื่อนร่วมทีม การตีลูกไฟพลาดอาจทำให้ลูกออกนอกทิศทางหรือเกิดอันตรายได้ ดังนั้นความชำนาญจึงสำคัญมาก ผู้เล่นที่ดีต้องไม่เพียงตีแรง แต่ต้องตีเป็น คุมทิศทางได้ รู้จังหวะส่งลูก และรู้ขอบเขตความปลอดภัยของสนาม
ในด้านการอนุรักษ์ ตีคลีไฟเป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมที่ต้องรักษาทั้งรูปแบบและความปลอดภัยไปพร้อมกัน หากรักษาเพียงความตื่นเต้นโดยไม่ควบคุมความเสี่ยง ประเพณีอาจไม่สามารถสืบทอดได้ยาวนาน แต่หากทำให้ปลอดภัยจนสูญเสียจิตวิญญาณของการเล่น ก็อาจไม่เหลือเสน่ห์ดั้งเดิม ความสำเร็จของบ้านหนองเขื่องจึงอยู่ที่การปรับกติกา พื้นที่ และการจัดงานให้เหมาะกับยุคปัจจุบัน โดยยังรักษาแก่นของการใช้ลูกคลีไฟ ไม้ไผ่ สนามชุมชน และการมีส่วนร่วมของชาวบ้านไว้ได้
สำหรับนักท่องเที่ยว การชมตีคลีไฟควรยืนในพื้นที่ที่ผู้จัดงานกำหนด ไม่เข้าใกล้สนามเกินไป ไม่ข้ามแนวกั้น ไม่เดินตัดสนามระหว่างการแข่งขัน และไม่ใช้แฟลชหรืออุปกรณ์ที่รบกวนผู้เล่นขณะกำลังตีลูกไฟ ควรสวมเสื้อผ้าที่คล่องตัว รองเท้าเดินสบาย และระวังเด็กเล็ก เพราะสนามมีผู้ชมจำนวนมากในช่วงไฮไลต์ การปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ช่วยให้ชมงานได้สนุกและปลอดภัย
หากต้องการถ่ายภาพตีคลีไฟ ช่วงเวลาที่เหมาะคือหลังพระอาทิตย์ตกและเริ่มการแข่งขัน เพราะแสงลูกไฟจะตัดกับความมืดได้ชัด ภาพที่น่าสนใจคือจังหวะลูกไฟพุ่งจากไม้ตี เส้นประกายไฟกลางสนาม ผู้เล่นถือไม้ไผ่รอจังหวะ และบรรยากาศผู้ชมรอบสนาม แต่ควรถ่ายจากพื้นที่ปลอดภัยและไม่รบกวนการแข่งขัน การถ่ายภาพประเพณีเช่นนี้ควรคำนึงถึงความเคารพต่อชุมชนมากกว่าการไล่หามุมเสี่ยงอันตราย
ประเพณีตีคลีไฟยังเหมาะสำหรับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน เพราะช่วยให้เข้าใจว่ากีฬาพื้นบ้านสามารถเกิดจากภูมิปัญญาและชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องมาจากสนามมาตรฐานหรืออุปกรณ์ราคาแพงเท่านั้น เหง้าไม้ไผ่และท่อนไม้ธรรมดาสามารถกลายเป็นกีฬาได้เมื่อคนในชุมชนมีจินตนาการและกติกา เด็กที่ได้เห็นงานนี้จึงไม่ได้เรียนเพียงเรื่องการละเล่น แต่เรียนเรื่องการสร้างวัฒนธรรมจากทรัพยากรใกล้ตัว
ในมิติของการท่องเที่ยว ประเพณีตีคลีไฟช่วยเปิดพื้นที่ให้ตำบลกุดตุ้มและบ้านหนองเขื่องเป็นที่รู้จักมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่มาเมืองชัยภูมิส่วนใหญ่คุ้นเคยกับอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล อุทยานแห่งชาติตาดโตน มอหินขาว หรือทุ่งดอกกระเจียว แต่ตีคลีไฟทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งของชัยภูมิ คือมุมของกีฬาพื้นบ้าน อาหารชุมชน วัดท้องถิ่น และชีวิตหลังฤดูกาลเกษตร งานนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสชัยภูมิในแบบลึกและแตกต่างจากเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไป
การเดินทางมายังงานตีคลีไฟสามารถเริ่มจากตัวเมืองชัยภูมิ แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลกุดตุ้มและบ้านหนองเขื่อง เส้นทางอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่พักในตัวเมืองสามารถเดินทางไปชมงานช่วงเย็นแล้วกลับมาพักในเมืองได้สะดวก หากเดินทางในวันจัดงานควรเผื่อเวลา เพราะบริเวณวัดแจ้งสว่างและบ้านหนองเขื่องอาจมีการจัดการจราจรและที่จอดรถชั่วคราวตามความเหมาะสม
การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิให้ใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลกุดตุ้ม มุ่งหน้าไปยังวัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 12 – 15 กิโลเมตร แล้วแต่จุดเริ่มต้น ผู้ที่ไม่คุ้นเส้นทางควรตั้งปลายทางเป็นวัดแจ้งสว่างบ้านหนองเขื่อง หรือสอบถามเทศบาลตำบลกุดตุ้มและคนในพื้นที่ก่อนเดินทาง การมาในช่วงเย็นควรออกจากตัวเมืองเร็วกว่าปกติเพื่อหาที่จอดรถและเดินเข้าสู่พื้นที่ชมงานอย่างสะดวก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงสามารถจัดรวมกับงานตีคลีไฟได้หลายแห่ง หากเดินทางช่วงกลางวันก่อนชมงานช่วงค่ำ สามารถแวะอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ในตัวเมืองชัยภูมิ ตำหนักเขียว ปรางค์กู่ หรือศาลเจ้าพ่อพญาแลหนองปลาเฒ่า แล้วจึงเดินทางต่อไปยังบ้านหนองเขื่องในช่วงเย็น เส้นทางนี้ช่วยให้เข้าใจชัยภูมิทั้งด้านประวัติเมือง โบราณสถาน ความศรัทธา และประเพณีพื้นบ้านในวันเดียว
ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรเลือกที่พักในตัวเมืองชัยภูมิหรือที่พักในเขตกุดตุ้มที่เดินทางสะดวก เพราะหลังจบการแข่งขันช่วงค่ำจะสามารถเดินทางกลับได้ง่าย โรงแรมในตัวเมืองมีตัวเลือกมากกว่า เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นในวันถัดไป ส่วนที่พักในเขตกุดตุ้มเหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้พื้นที่งานและลดเวลาเดินทางหลังชมการแข่งขัน
ประเพณีตีคลีไฟสะท้อนความสามัคคีของชุมชนบ้านหนองเขื่องอย่างชัดเจน ทุกองค์ประกอบของงานต้องมีคนหลายกลุ่มช่วยกัน ตั้งแต่ผู้เฒ่าที่ถ่ายทอดเรื่องเล่า ผู้เล่นที่สืบทอดกติกา ช่างทำไม้คลี กลุ่มแม่บ้านที่ทำอาหาร เยาวชนที่ช่วยงาน หน่วยงานท้องถิ่นที่ประสานการจัดงาน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมชมอย่างเคารพ งานจึงกลายเป็นพื้นที่ร่วมของคนหลายวัย ไม่ใช่การแสดงที่ชาวบ้านทำให้คนนอกดูเพียงฝ่ายเดียว
คุณค่าของตีคลีไฟยังอยู่ที่การทำให้ความทรงจำของชุมชนมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เรื่องเล่าการก่อกองไฟแก้หนาว การเล่นคลีโหลนริมแหล่งน้ำ การใช้เหง้าไม้ไผ่เป็นไม้ตี และการตีลูกไม้ติดไฟกลางคืน ล้วนเป็นภาพสะท้อนชีวิตชนบทที่อาจไม่คุ้นเคยกับคนรุ่นใหม่แล้ว การจัดงานประจำปีทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่หายไป แต่ถูกเล่าใหม่ผ่านการแข่งขัน การแสดง อาหาร และการรวมตัวของชุมชน
ในภาพรวม ประเพณีตีคลีไฟ จังหวัดชัยภูมิ คือประเพณีที่มีความสำคัญทั้งในด้านวัฒนธรรม กีฬา ภูมิปัญญา ความสามัคคี และการท่องเที่ยวชุมชน เป็นการละเล่นที่เริ่มจากวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้าน แล้วพัฒนาเป็นงานประจำปีที่มีเอกลักษณ์สูง ผู้มาเยือนจะได้เห็นแสงไฟกลางสนาม ได้ฟังเรื่องเล่าของบ้านหนองเขื่อง ได้ชิมอาหารพื้นถิ่น ได้ชมกิจกรรมชุมชน และได้เข้าใจว่ามรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตไม่ได้อยู่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่อยู่ในสนามดิน ไม้ไผ่ ลูกไฟ เสียงเชียร์ และความร่วมมือของผู้คนที่ยังรักษาประเพณีนี้ไว้ด้วยหัวใจ
| ชื่อประเพณี | ประเพณีตีคลีไฟ จังหวัดชัยภูมิ |
| ที่ตั้ง | วัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ |
| ที่อยู่ | วัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ 36000 |
| ไฮไลต์ | การแข่งขันตีลูกคลีไม้ที่ติดไฟเข้าประตู คล้ายกีฬาฮอกกี้และฟุตบอลกลางสนามยามค่ำคืน เป็นกีฬาพื้นบ้านฤดูหนาวที่มีเอกลักษณ์ของบ้านหนองเขื่อง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สืบทอดจากการเล่นคลีโหลนของชาวบ้านหนองเขื่อง และเริ่มเป็นที่จดจำในฐานะตีคลีไฟจากวิถีชีวิตการก่อกองไฟแก้หนาวและการเล่นหลังเสร็จงานเกษตร |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “ตีคลีไฟ” มาจากการตีลูกคลีไม้ที่ติดไฟ โดยพัฒนาจากการเล่นคลีโหลนหรือการตีคลีแบบไม่ใช้ไฟ |
| ลักษณะเด่น | ใช้เหง้าไม้ไผ่เป็นไม้ตี ใช้ลูกไม้เบา เช่น ไม้นุ่นหรือไม้ทองหลางเป็นลูกคลี เผาให้ติดไฟก่อนตีแข่งขันเป็นทีม |
| ความสำคัญ | เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของบ้านหนองเขื่อง สะท้อนภูมิปัญญา วิถีเกษตรกรรม ความสามัคคี และการสืบทอดกีฬาพื้นบ้านของชาวชัยภูมิ |
| ช่วงเวลาจัดงาน | จัดปีละ 1 ครั้ง ช่วงปลายปี / ฤดูหนาว ตามกำหนดการประจำปีของพื้นที่ |
| เวลาเข้าร่วมงาน | กิจกรรมมีตลอดวัน และการแข่งขันตีคลีไฟช่วงเย็นประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองชัยภูมิเดินทางไปยังตำบลกุดตุ้ม มุ่งหน้าไปวัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ระยะทางประมาณ 12 – 15 กม. เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | ยังคงจัดเป็นประเพณีประจำปีของบ้านหนองเขื่องและตำบลกุดตุ้ม โดยมีการปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะกับยุคปัจจุบันและความปลอดภัยของผู้เล่นกับผู้ชม |
| ค่าเข้า | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วัดและชุมชน สนามจัดการแข่งขัน จุดชมงานชั่วคราว ร้านค้าอาหารพื้นถิ่น พื้นที่จอดรถตามการจัดการของชุมชน และจุดประสานงานของหน่วยงานท้องถิ่น |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. วัดแจ้งสว่าง 2. สนามแข่งขันตีคลีไฟ 3. จุดก่อไฟและเตรียมลูกคลี 4. พื้นที่ชมการแข่งขัน 5. โซนร้านอาหารพื้นถิ่น 6. โซนกิจกรรมกีฬาพื้นบ้าน 7. พื้นที่นิทรรศการและประกวดไม้คลี / ลูกคลีไฟ 8. พื้นที่ชุมชนบ้านหนองเขื่องรอบงาน |
| ผู้ดูแล / ผู้จัดงาน | ชุมชนบ้านหนองเขื่อง เทศบาลตำบลกุดตุ้ม หน่วยงานท้องถิ่น และคณะกรรมการจัดงานประเพณีตีคลีไฟ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลตำบลกุดตุ้ม โทร. 0-4410-0184, 0-4410-0186, 0-4410-0185 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์เทศบาลตำบลกุดตุ้ม และช่องทางประชาสัมพันธ์ของจังหวัดชัยภูมิ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บึงหนองเขื่อง ประมาณ 1 กม. 2. วัดแจ้งสว่าง อยู่ภายในพื้นที่งาน 3. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ประมาณ 13 กม. 4. ตำหนักเขียว ประมาณ 13 กม. 5. ปรางค์กู่ ชัยภูมิ ประมาณ 14 กม. 6. ศาลเจ้าพ่อพญาแลหนองปลาเฒ่า ประมาณ 16 กม. 7. อุทยานแห่งชาติตาดโตน ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวสวนเงินรีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 082-112-2841 2. Jungle Cafe สาขาบ้านลาดใหญ่ ชัยภูมิ ประมาณ 9 กม. โทร. 080-412-7778 3. ด้วง อาหารไทย ประมาณ 13 กม. โทร. 044-811-840, 083-721-1101 4. SAYA Cafe & Restaurant ประมาณ 15 กม. โทร. 090-564-5799 5. Lakeside Coffee & Cuisine ประมาณ 16 กม. โทร. 084-589-1616 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมสวนเงิน รีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 0-4483-3547, 081-725-5947 2. Siam River Resort ประมาณ 13 กม. โทร. 044-811-999 3. โรงแรมเลิศนิมิตร ประมาณ 14 กม. โทร. 044-811-522, 080-165-9494 4. HOP INN Chaiyaphum ประมาณ 16 กม. โทร. 02-080-2222 5. โรงแรมภูสวยปาร์ควิว ประมาณ 19 กม. โทร. 044-854-111 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีตีคลีไฟจัดที่ไหน?
ตอบ: ประเพณีตีคลีไฟจัดที่วัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดและพื้นที่สืบทอดประเพณีนี้
ถาม: ประเพณีตีคลีไฟจัดช่วงไหน?
ตอบ: จัดปีละ 1 ครั้งในช่วงปลายปีหรือฤดูหนาวตามกำหนดการประจำปีของพื้นที่ โดยกิจกรรมหลักช่วงเย็นคือการแข่งขันตีคลีไฟประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป
ถาม: ตีคลีไฟคืออะไร?
ตอบ: ตีคลีไฟเป็นกีฬาพื้นบ้านของบ้านหนองเขื่องที่ใช้เหง้าไม้ไผ่ตีลูกคลีไม้ที่ติดไฟเข้าไปในประตูฝ่ายตรงข้าม ลักษณะการเล่นคล้ายกีฬาฮอกกี้และฟุตบอล
ถาม: ประเพณีตีคลีไฟมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นมรดกวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิตเกษตรกรรม ความสามัคคี และความสามารถของชุมชนในการสืบทอดกีฬาพื้นบ้านให้ยังมีชีวิตในปัจจุบัน
ถาม: ผู้ชมควรระวังอะไรเมื่อไปดูตีคลีไฟ?
ตอบ: ควรยืนในพื้นที่ที่ผู้จัดงานกำหนด ไม่เข้าใกล้สนาม ไม่ข้ามแนวกั้น ไม่รบกวนผู้เล่น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย
ถาม: ภายในงานตีคลีไฟมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมกีฬาพื้นบ้าน การแข่งขันเรือพาย การประกวดไม้คลีและลูกคลีไฟ การแสดงแสง สี เสียง ร้านอาหารพื้นถิ่น และการแข่งขันตีคลีไฟช่วงเย็น
ถาม: ไปเที่ยวตีคลีไฟควรพักที่ไหน?
ตอบ: สามารถพักในเขตกุดตุ้มหรือตัวเมืองชัยภูมิ โดยตัวเมืองมีตัวเลือกที่พักมากกว่าและเดินทางต่อไปยังวัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่องได้สะดวก
ถาม: เที่ยวงานตีคลีไฟร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล ตำหนักเขียว ปรางค์กู่ ศาลเจ้าพ่อพญาแลหนองปลาเฒ่า และอุทยานแห่งชาติตาดโตนได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



