หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.เฉลิมพระเกียรติ >ต.เจริญสุข > เขาพระอังคาร
TL;DR: เขาพระอังคาร อยู่ที่บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดบนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีอุโบสถรูปทรงแปลกตา สถาปัตยกรรมผสมผสานหลายสมัย และมีหลักฐานโบราณคดีสำคัญคือใบเสมาทวารวดี.
เขาพระอังคาร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
วัดเขาพระอังคาร หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า วัดเขาอังคาร เป็นวัดสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ บนยอดเขาพระอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล วัดแห่งนี้โดดเด่นด้วยพระอุโบสถสีอิฐแดงที่ผสมผสานศิลปะหลายยุคหลายสมัย ใบเสมาหินบะซอลต์สมัยทวารวดี ภาพจิตรกรรมฝาผนังพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ พระนอนองค์ใหญ่ พระพุทธรูปเรียงรายรอบอุโบสถ และบรรยากาศภูเขาไฟเก่าที่มองเห็นภูมิประเทศอีสานใต้ได้กว้างไกล จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการไหว้พระ ชมสถาปัตยกรรม เรียนรู้โบราณคดี ดูร่องรอยภูเขาไฟ และจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งได้อย่างลงตัว
วัดเขาพระอังคารเป็นหนึ่งในวัดที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดของบุรีรัมย์ เพราะไม่ได้มีความสำคัญเพียงในฐานะวัดบนภูเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ซ้อนทับกันของธรรมชาติ ศาสนา โบราณคดี ธรณีวิทยา และความเชื่อท้องถิ่น ตัววัดตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านเจริญสุขประมาณ 3 กม. บนเขาพระอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟเก่าของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เมื่อขึ้นมาถึงพื้นที่วัด นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ทันทีถึงบรรยากาศที่แตกต่างจากวัดทั่วไป ทั้งจากสีสันของอาคารที่เด่นชัดบนยอดเขา รูปทรงอุโบสถที่ดูคล้ายศิลปะขอมผสมพุทธศิลป์ไทย พม่า ลาว และอินเดีย ตลอดจนภาพพระพุทธรูปจำนวนมากที่เรียงรายอยู่โดยรอบอย่างมีจังหวะ
เขาพระอังคารเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีลักษณะทางธรณีสัณฐานเป็นภูเขาไฟหินบะซอลต์แบบลาวาโดม ตั้งเด่นอยู่กลางพื้นที่ราบของบุรีรัมย์ตอนใต้ ภูเขาลูกนี้ดับสนิทมาแล้วมากกว่า 700,000 ปี มีรูปร่างกลมรี วางตัวในแนวเหนือ–ใต้ และมีร่องรอยช่องทางไหลของลาวาอยู่หลายจุดตามไหล่เขา ปากปล่องภูเขาไฟเกิดการทรุดถล่มเป็นแนวซ้อนกันหลายชั้น ทำให้พื้นที่บนเขามีลักษณะไม่เหมือนภูเขาธรรมดา การตั้งวัดอยู่บนพื้นที่ปากปล่องภูเขาไฟเก่าจึงทำให้วัดเขาพระอังคารมีมิติทางธรรมชาติที่โดดเด่นและเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยอธิบายภาพรวมของบุรีรัมย์ในฐานะเมืองภูเขาไฟได้ชัดเจน
ก่อนจะมีสิ่งก่อสร้างของวัดในปัจจุบัน พื้นที่เขาพระอังคารเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ หลักฐานสำคัญคือใบเสมาหินบะซอลต์สมัยทวารวดีจำนวน 15 ชิ้น ซึ่งพบในบริเวณเขาพระอังคารและถูกนำมาปักหรือเก็บรักษาไว้รอบพระอุโบสถและภายในอาคารบางส่วน ใบเสมาเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นหลักฐานที่บอกว่าพื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มาก่อนการสร้างอาคารวัดสมัยใหม่ ตัวใบเสมาสลักจากหินบะซอลต์เนื้อละเอียด มีภาพบุคคล ดอกบัว ธรรมจักร สถูปหม้อน้ำ และลวดลายที่สะท้อนศิลปกรรมทวารวดีผสมอิทธิพลเขมรโบราณ
ใบเสมาเขาพระอังคารมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้เป็นเพียงหินหลักเขตธรรมดา แต่มีภาพสลักที่แสดงแนวคิดทางศาสนาและสัญลักษณ์เชิงพุทธศิลป์อย่างลึกซึ้ง บางใบสลักภาพบุคคลยืนถือดอกบัว ประทับอยู่ใต้ฉัตร ขนาบด้วยเครื่องสูง บางใบมีภาพบุคคลลักษณะยักษ์ และบางชิ้นสลักบุคคลหลายกรถือสิ่งของในมือ ลวดลายเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าเขาพระอังคารเคยเป็นพื้นที่ที่มีความหมายทางศาสนาและพิธีกรรมในอดีต ไม่ใช่เพียงภูเขาที่ชุมชนภายหลังขึ้นมาสร้างวัดเท่านั้น
ในทางประวัติศาสตร์ศิลป์ ใบเสมาของเขาพระอังคารถูกกำหนดอายุอยู่ในช่วงวัฒนธรรมทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12–16 หรือประมาณกว่าพันปีมาแล้ว การพบใบเสมาบนภูเขาสูงทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นแหล่งใบเสมาที่มีลักษณะเฉพาะในจังหวัดบุรีรัมย์ และแตกต่างจากแหล่งใบเสมาทวารวดีจำนวนมากที่พบในพื้นที่ราบ การตั้งใบเสมาบนภูเขาอาจสะท้อนแนวคิดเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นคติที่พบได้ในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ภูเขาเกี่ยวข้องกับศาสนา พิธีกรรม และการเชื่อมโยงระหว่างโลกมนุษย์กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
วัดเขาพระอังคารยังมีความเกี่ยวโยงกับเรื่องเล่าเรื่องพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้า ในตำนานท้องถิ่นมีการกล่าวถึงการนำพระอังคารธาตุมาประดิษฐานไว้บนเขาลูกนี้ ความเชื่อนี้ทำให้ชื่อเขาพระอังคารมีความหมายทางศรัทธามากกว่าชื่อภูมิประเทศทั่วไป แม้การศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีจะให้ความสำคัญกับหลักฐานใบเสมาและลักษณะภูเขาไฟเป็นหลัก แต่เรื่องเล่าเกี่ยวกับพระอังคารธาตุก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและความศรัทธาที่ทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความเคารพสถานที่แห่งนี้
อาคารที่โดดเด่นที่สุดของวัดคือพระอุโบสถสีอิฐแดง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นใหม่โดยนำศิลปะหลายรูปแบบมาประยุกต์เข้าด้วยกัน ตัวอาคารมีลักษณะคล้ายปราสาทหรือมณฑปที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะขอมและพุทธศิลป์หลายยุค ยอดอาคาร ซุ้มประตู ลวดลายปูนปั้น รูปทรงหลังคา และองค์ประกอบประดับรอบอาคารทำให้พระอุโบสถดูแปลกตาอย่างมากเมื่อเทียบกับวัดไทยทั่วไป สีอิฐแดงของอาคารยังกลมกลืนกับภูมิประเทศภูเขาไฟและหินบะซอลต์ในพื้นที่ ทำให้ภาพรวมของวัดดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
รอบพระอุโบสถมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมาก หลายแหล่งกล่าวถึงจำนวน 108 องค์ ซึ่งทำให้พื้นที่รอบอาคารมีจังหวะทางสายตาที่งดงาม เมื่อเดินชมรอบอุโบสถจะเห็นพระพุทธรูปเรียงต่อเนื่องไปตามแนวระเบียงและมุมอาคาร เกิดเป็นภาพที่สงบ มีพลัง และเหมาะแก่การถ่ายภาพอย่างยิ่ง พระพุทธรูปเหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มความงดงามให้กับสถาปัตยกรรม แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศศรัทธาและทำให้พื้นที่รอบอุโบสถมีความสมบูรณ์มากขึ้น
ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติและพุทธชาดก จุดน่าสนใจคือมีคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้วัดแห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจเนื้อหาทางพุทธศาสนา ไม่ใช่เพียงชมภาพวาดอย่างเดียว ภาพจิตรกรรมในอุโบสถช่วยให้ผู้มาเยือนรับรู้เรื่องราวพระพุทธเจ้า เหตุการณ์สำคัญ และคติธรรมที่แฝงอยู่ในพุทธศิลป์ การมีคำอธิบายภาษาอังกฤษยังช่วยเพิ่มคุณค่าของวัดในฐานะแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมที่เปิดรับผู้มาเยือนจากหลายภาษา
นอกจากพระอุโบสถแล้ว ภายในบริเวณวัดยังมีศาลา วิหาร อาคารประกอบ และจุดสักการะหลายแห่ง เช่น พระนอนองค์ใหญ่ พระคันธารราษฎร์ รอยพระพุทธบาทจำลอง และพื้นที่ประดิษฐานใบเสมาหินเก่า องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้การเดินชมวัดมีความหลากหลาย ผู้มาเยือนไม่ได้หยุดอยู่ที่การถ่ายภาพอุโบสถเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเดินชมร่องรอยโบราณสถาน สักการะพระพุทธรูป ศึกษาใบเสมา และชมบรรยากาศบนยอดเขาได้ครบในพื้นที่เดียว
พระนอนองค์ใหญ่เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวมักเห็นเด่นชัดเมื่อเข้าสู่พื้นที่วัด องค์พระนอนช่วยเพิ่มความหลากหลายทางพุทธศิลป์ให้กับวัดเขาพระอังคาร และเป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะแก่การสักการะก่อนเดินต่อไปยังอุโบสถหลัก บรรยากาศบริเวณพระนอนให้ความรู้สึกสงบและเปิดโล่ง นักท่องเที่ยวมักใช้จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินชมวัด เพราะตั้งอยู่ในเส้นทางที่เชื่อมเข้าสู่พื้นที่อาคารสำคัญของวัด
เสน่ห์ของวัดเขาพระอังคารคือความสวยงามที่ไม่เหมือนวัดใดในบุรีรัมย์ อาคารของวัดมีความใหญ่โต งดงาม และแปลกตา แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีบรรยากาศค่อนข้างสงบ เพราะตั้งอยู่บนเขาห่างจากชุมชนหลักพอสมควร ลมบนยอดเขาช่วยให้พื้นที่ไม่อึดอัด แม้ในวันที่แดดแรง ภูมิทัศน์โดยรอบเปิดให้เห็นพื้นที่ราบของอำเภอเฉลิมพระเกียรติและทิวทัศน์ธรรมชาติของบุรีรัมย์ตอนใต้ เมื่อมองจากบางมุมจะรู้สึกได้ว่าวัดตั้งอยู่บนพื้นที่ที่แยกตัวจากความวุ่นวายของเมือง ทำให้เหมาะกับทั้งการเที่ยวชมและการพักใจ
ในเชิงศาสนา วัดเขาพระอังคารเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย มีพระครูพนมธรรมาภินันท์เป็นเจ้าอาวาส วัดยังคงเป็นศาสนสถานที่มีพระภิกษุจำพรรษาและมีกิจกรรมทางศาสนาตามวิถีวัดไทย ผู้มาเยือนจึงควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดังในเขตอุโบสถหรือบริเวณที่มีผู้ปฏิบัติธรรม และควรเคารพพื้นที่เก็บรักษาใบเสมาโบราณซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัด
สำหรับผู้ที่สนใจโบราณคดี ควรใช้เวลาสังเกตใบเสมาหินอย่างละเอียด เพราะใบเสมาเหล่านี้เป็นหัวใจของการทำความเข้าใจวัดเขาพระอังคารในมิติที่ลึกกว่าการเป็นวัดสวย ภาพสลักบนใบเสมาแต่ละชิ้นมีรายละเอียดที่สะท้อนความเชื่อและฝีมือช่างในอดีต บางชิ้นมีลายธรรมจักรซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพุทธศาสนา บางชิ้นมีรูปดอกบัวและสถูปซึ่งเกี่ยวข้องกับความบริสุทธิ์ การตรัสรู้ และการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การได้เห็นใบเสมาเหล่านี้ในพื้นที่จริงช่วยให้เข้าใจว่าบุรีรัมย์มีประวัติศาสตร์ทางศาสนาที่ยาวนานมาก่อนยุคปราสาทหินหลายแห่งที่คนทั่วไปคุ้นเคย
หากมองในบริบทการท่องเที่ยวของบุรีรัมย์ วัดเขาพระอังคารเป็นจุดหมายที่ช่วยเติมเต็มเส้นทางปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำได้อย่างดี เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางโดยเที่ยวพนมรุ้งในช่วงเช้า แวะวัดเขาพระอังคารในช่วงสายหรือบ่าย แล้วไปต่อยังปราสาทเมืองต่ำ หรือสลับเส้นทางตามแสงและเวลาได้ตามความเหมาะสม จุดเด่นคือทั้ง 3 แห่งมีความเกี่ยวข้องกับภูเขา ศาสนา และศิลปกรรมโบราณ แต่มีบุคลิกต่างกันชัดเจน พนมรุ้งยิ่งใหญ่แบบเทวสถานขอม เมืองต่ำละเอียดงามแบบปราสาทหินในพื้นที่ราบ ส่วนเขาพระอังคารเป็นวัดบนภูเขาไฟที่มีพุทธศิลป์ร่วมสมัยทับซ้อนกับใบเสมาโบราณ
ตำแหน่งที่ตั้งของวัดบนเขายังทำให้การเดินทางมีบรรยากาศเฉพาะตัว เส้นทางช่วงท้ายก่อนถึงวัดเป็นถนนเข้าสู่พื้นที่บ้านเจริญสุขและทางขึ้นเขา นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภูมิประเทศชนบทของบุรีรัมย์ ป่าโปร่ง พื้นที่เกษตร และเนินเขาไฟเก่าที่ตั้งโดดเด่นในพื้นที่ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถกำหนดเวลาแวะพนมรุ้ง เมืองต่ำ ร้านอาหาร และที่พักใกล้เคียงได้อย่างอิสระ
การเดินทาง ไปวัดเขาพระอังคารจากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถใช้ถนนหมายเลข 24 เส้นทางบุรีรัมย์–นางรอง–บ้านตะโก ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับไปปราสาทหินพนมรุ้ง เมื่อถึงสามแยกบ้านตะโก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ให้เลี้ยวขวาตรงไปอีกประมาณ 6 กม. ถึงสี่แยกบ้านตาเป็กหรือสี่แยกไปปราสาทหินพนมรุ้ง จากนั้นเลี้ยวขวาตามทางไปบ้านเจริญสุข ระยะทางประมาณ 13 กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางไปวัดเขาพระอังคารอีกประมาณ 7 กม. เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวและรถเช่า ผู้ที่ไม่คุ้นเส้นทางควรเปิดแผนที่นำทางควบคู่กับป้ายบอกทางในพื้นที่
อีกเส้นทางหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้คือการเดินทางจากอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งลงมายังบ้านตาเป็ก แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางไปละหานทรายประมาณ 13 กม. จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางไปวัดอีกประมาณ 7 กม. เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เที่ยวพนมรุ้งก่อน แล้วต้องการแวะวัดเขาพระอังคารต่อในวันเดียวกัน ระยะจากพนมรุ้งถึงวัดประมาณ 20 กม. จึงสามารถจัดร่วมกันได้สะดวก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีเวลาท่องเที่ยวในอำเภอเฉลิมพระเกียรติและประโคนชัยแบบ 1 วันเต็ม
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยววัดเขาพระอังคารคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงไม่แรงจนเกินไป อากาศบนเขาเดินสบายกว่า และถ่ายภาพอาคารสีอิฐแดงได้สวย ช่วงกลางวันสามารถเที่ยวได้เช่นกัน แต่ควรเตรียมหมวก ร่ม และน้ำดื่ม เพราะบางส่วนของพื้นที่เป็นลานเปิดโล่ง หากต้องการชมภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ ควรเผื่อเวลาเดินชมอย่างสงบ ไม่เร่งรีบ และควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือการสัมผัสผนังภาพวาดโดยตรง
ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เพราะวัดมีมุมถ่ายภาพหลายจุด ตั้งแต่ทางเข้า พระนอน พระอุโบสถสีอิฐแดง พระพุทธรูปเรียงราย ใบเสมาเก่า มุมมองอาคารจากด้านหน้าและด้านข้าง ไปจนถึงวิวจากยอดเขา หากต้องการศึกษาข้อมูลโบราณคดีและชมรายละเอียดในอุโบสถอย่างจริงจัง ควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง เพื่อให้มีเวลาสังเกตใบเสมา จิตรกรรมฝาผนัง และองค์ประกอบทางศาสนาครบถ้วน
การแต่งกายควรสุภาพตามมารยาทการเข้าวัด เสื้อควรปิดไหล่ กางเกงหรือกระโปรงควรมีความยาวเหมาะสม และควรหลีกเลี่ยงชุดที่รัดรูปหรือเปิดเผยมากเกินไป เมื่อเข้าอุโบสถควรถอดรองเท้า วางของให้เรียบร้อย และรักษาความสงบ หากเดินชมใบเสมาโบราณควรดูจากระยะที่เหมาะสม ไม่ปีน ไม่จับ ไม่เคลื่อนย้าย และไม่วางสิ่งของบนโบราณวัตถุ เพราะใบเสมาเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมสูงมาก
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดเขาพระอังคารเป็นหนึ่งในวัดที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจ เพราะมีภาพจิตรกรรมพร้อมภาษาอังกฤษ ช่วยให้ผู้ที่ไม่รู้ภาษาไทยสามารถเข้าใจเรื่องพุทธประวัติและพุทธชาดกได้มากขึ้น อีกทั้งสถาปัตยกรรมของวัดมีรูปลักษณ์แปลกตาแตกต่างจากวัดไทยภาคกลาง ทำให้เป็นจุดที่ช่วยอธิบายความหลากหลายของพุทธศิลป์ไทยในบริบทอีสานใต้ได้ดี หากเดินทางร่วมกับพนมรุ้งและเมืองต่ำ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเห็นทั้งฮินดูสถานแบบขอม พุทธสถานร่วมสมัย และร่องรอยทวารวดีในเส้นทางเดียว
วัดเขาพระอังคารยังเหมาะกับผู้ที่สนใจการเชื่อมโยงเรื่องภูเขาไฟกับวัฒนธรรม เพราะบุรีรัมย์มีภูเขาไฟดับแล้วหลายลูก เช่น เขากระโดง เขาพนมรุ้ง และเขาพระอังคาร แต่ละแห่งถูกใช้ประโยชน์ทางวัฒนธรรมและศาสนาแตกต่างกัน เขาพนมรุ้งเป็นที่ตั้งเทวสถานขอม เขากระโดงเป็นแหล่งพระพุทธรูปคู่เมืองและปากปล่องภูเขาไฟ ส่วนเขาพระอังคารเป็นวัดบนภูเขาไฟที่มีใบเสมาทวารวดีและพุทธศิลป์ร่วมสมัย การเที่ยวครบทั้ง 3 แห่งช่วยให้เห็นภาพบุรีรัมย์ในฐานะจังหวัดที่ธรรมชาติและวัฒนธรรมหล่อหลอมกันอย่างเด่นชัด
ในแง่ประสบการณ์การเดินชม วัดเขาพระอังคารควรเที่ยวแบบค่อย ๆ เดิน ไม่ควรรีบถ่ายรูปแล้วกลับทันที เพราะจุดที่มีคุณค่ามากของวัดอยู่ที่รายละเอียด เช่น ลวดลายใบเสมา ภาพพุทธชาดก สีของอาคารที่เปลี่ยนไปตามแสง เงาของพระพุทธรูปที่เรียงรายรอบอุโบสถ และบรรยากาศบนยอดเขาในแต่ละช่วงเวลา หากมาในช่วงเช้า วัดจะให้ความรู้สึกสงบและเย็นสบาย หากมาในช่วงบ่าย แสงจะขับสีอาคารให้เข้มขึ้นและเหมาะกับการถ่ายภาพด้านหน้าอุโบสถ
สิ่งที่ทำให้วัดเขาพระอังคารมีคุณค่ามากเป็นพิเศษคือการเป็นสถานที่ที่เล่าเรื่องบุรีรัมย์ได้หลายชั้นในพื้นที่เดียว ชั้นแรกคือภูเขาไฟโบราณที่เป็นฐานธรรมชาติของวัด ชั้นที่ 2 คือใบเสมาทวารวดีที่บอกถึงความเก่าแก่ของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ชั้นที่ 3 คืออิทธิพลเขมรโบราณที่แทรกอยู่ในภาพสลักและรูปแบบศิลปกรรม ชั้นที่ 4 คือการสร้างวัดสมัยใหม่โดยประยุกต์ศิลปะหลายแบบเข้าด้วยกัน และชั้นสุดท้ายคือบทบาทของวัดในปัจจุบันในฐานะศาสนสถาน แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวบุรีรัมย์แบบเน้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม วัดเขาพระอังคารควรอยู่ในแผนเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และชุมชนบ้านเจริญสุข เพราะเส้นทางนี้จะช่วยให้เข้าใจความต่อเนื่องของพื้นที่ตั้งแต่ภูเขาไฟ โบราณสถาน ศาสนา ชุมชน และงานหัตถกรรมท้องถิ่น บ้านเจริญสุขยังเป็นชุมชนที่เชื่อมโยงกับภูเขาไฟและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้การเที่ยววัดไม่ใช่การแวะชมสถานที่โดด ๆ แต่สามารถต่อยอดไปสู่การเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนรอบเขาอังคารได้ด้วย
วัดเขาพระอังคารจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวบุรีรัมย์ที่ควรให้เวลาและความตั้งใจมากกว่าการแวะถ่ายภาพสั้น ๆ เพราะที่นี่มีทั้งความงามของวัดใหญ่บนเขา ความแปลกตาของพระอุโบสถ ความลึกของใบเสมาหินโบราณ ความสงบของศาสนสถาน และภูมิประเทศภูเขาไฟที่หาได้ไม่ง่ายในแหล่งท่องเที่ยววัดทั่วไป หากต้องการสัมผัสบุรีรัมย์ในมุมที่รวมศรัทธา ศิลปะ และธรณีวิทยาไว้ด้วยกัน วัดเขาพระอังคารคือจุดหมายที่ตอบโจทย์อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดเขาพระอังคาร |
| ที่ตั้ง | บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | GRMM+PQH ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ 31170 |
| พิกัด | ประมาณ 14.5332, 102.8344 |
| ไฮไลต์ | พระอุโบสถสีอิฐแดงประยุกต์หลายศิลปะ ใบเสมาหินบะซอลต์สมัยทวารวดี ภาพจิตรกรรมฝาผนังพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ พระนอน พระพุทธรูปเรียงราย และวิวภูเขาไฟโบราณ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พื้นที่เขาพระอังคารเป็นภูเขาไฟบะซอลต์แบบลาวาโดมที่ดับสนิทแล้วมากกว่า 700,000 ปี และพบใบเสมาหินบะซอลต์สมัยวัฒนธรรมทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12–16 |
| ที่มาของชื่อ | เกี่ยวข้องกับตำนานพระอังคารธาตุและชื่อเขาพระอังคาร ซึ่งเป็นภูเขาไฟโบราณที่ชุมชนให้ความเคารพในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดบนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีอุโบสถรูปทรงแปลกตา สถาปัตยกรรมผสมผสานหลายสมัย และมีหลักฐานโบราณคดีสำคัญคือใบเสมาทวารวดี |
| การเดินทาง | ใช้ถนนหมายเลข 24 เส้นทางบุรีรัมย์–นางรอง–บ้านตะโก เมื่อถึงสามแยกบ้านตะโกเลี้ยวขวาไปบ้านตาเป็ก แล้วไปทางบ้านเจริญสุขประมาณ 13 กม. จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางวัดอีกประมาณ 7 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นวัดราษฎร์ ศาสนสถาน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และธรณีวิทยาของจังหวัดบุรีรัมย์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ พื้นที่ไหว้พระ พระอุโบสถ ศาลา จุดชมวิว และพื้นที่เดินชมรอบวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถสีอิฐแดง, พระนอนองค์ใหญ่, พระพุทธรูปเรียงรายรอบอุโบสถ, ใบเสมาหินบะซอลต์, อาคารพ่อปู่วิริยะเมฆ, วิหารพระคันธารราษฎร์, รอยพระพุทธบาทจำลอง, จุดชมวิวบนเขาพระอังคาร, พื้นที่จอดรถ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูพนมธรรมาภินันท์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 093-529-5671 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | วัดเขาอังคาร เจริญสุข เฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์ Angkarn Temple |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ประมาณ 20 กม. โทร. 044-666-251 2. ปราสาทเมืองต่ำ ประมาณ 28 กม. โทร. 044-666-251, 044-666-252 3. บ้านเจริญสุข ประมาณ 3 กม. 4. เสาหินบะซอลต์บุรีรัมย์ ประมาณ 24 กม. 5. วัดป่าเขาน้อย ประมาณ 48 กม. 6. วนอุทยานเขากระโดง ประมาณ 55 กม. โทร. 044-637-349 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Phu Lava Café ประมาณ 5 กม. 2. บ้านนาถาวร ประมาณ 13 กม. โทร. 099-364-7469 3. Café de Phanomrung ประมาณ 16 กม. โทร. 096-563-9935 4. ไก่ย่างสวนแสงสว่างใกล้ปราสาทหินพนมรุ้ง ประมาณ 18 กม. โทร. 087-421-6170 5. AERY Coffee&Space Buriram ประมาณ 25 กม. โทร. 096-361-9666 6. Goody n’ Bakey ประมาณ 32 กม. โทร. 094-297-8999 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Smart Resort ประมาณ 8 กม. 2. Don Ngam Resort ประมาณ 10 กม. 3. Sohground Boutique Resort ประมาณ 30 กม. โทร. 080-488-3183 4. Hotel de l’amour Buriram ประมาณ 32 กม. โทร. 044-651-555, 098-102-7809 5. Eireann Boutique Hotel ประมาณ 34 กม. โทร. 087-493-9919, 044-666-199 6. Phanomrungpuri Boutique Hotel and Resort ประมาณ 45 กม. โทร. 044-632-222, 086-336-6618 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเขาพระอังคารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเขาพระอังคารตั้งอยู่ที่บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ บนยอดเขาพระอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทแล้ว
ถาม: วัดเขาพระอังคารเปิดกี่โมง?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะแก่การเดินชมวัดและถ่ายภาพมากที่สุด
ถาม: วัดเขาพระอังคารเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปไหว้พระ ชมอุโบสถ ใบเสมา จิตรกรรมฝาผนัง และจุดชมวิวภายในวัดได้
ถาม: วัดเขาพระอังคารมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือพระอุโบสถสีอิฐแดงที่ผสมผสานหลายศิลปะ ใบเสมาหินบะซอลต์สมัยทวารวดี ภาพจิตรกรรมฝาผนังพร้อมภาษาอังกฤษ พระนอน พระพุทธรูปเรียงราย และวิวจากยอดภูเขาไฟโบราณ
ถาม: ใบเสมาวัดเขาพระอังคารสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ใบเสมาเป็นหลักฐานทางโบราณคดีสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12–16 สลักจากหินบะซอลต์ และสะท้อนว่าเขาพระอังคารเคยเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนามาแต่โบราณ
ถาม: วัดเขาพระอังคารอยู่ไกลจากปราสาทพนมรุ้งมากไหม?
ตอบ: วัดอยู่ห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งประมาณ 20 กม. สามารถจัดเที่ยวร่วมกันได้ในวันเดียว โดยใช้เส้นทางบ้านตาเป็ก–บ้านเจริญสุข
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดเขาพระอังคาร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เสื้อปิดไหล่ กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ และไม่สัมผัสใบเสมาโบราณหรือจิตรกรรมฝาผนัง
ถาม: เที่ยววัดเขาพระอังคารควรใช้เวลานานเท่าไร?
ตอบ: หากแวะไหว้พระและถ่ายภาพใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการชมใบเสมา จิตรกรรมฝาผนัง และรายละเอียดสถาปัตยกรรม ควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ดอย และภูเขา
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



