หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.ลำปลายมาศ >ต.หนองบัวโคก > พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก
TL;DR: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก อยู่ที่บ้านหนองตลาดควาย ตำบลหนองบัวโคก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดจันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี – อาทิตย์ / หยุดวันพุธ เวลา 08.00 – 18.00 น.

บุรีรัมย์

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก

วันเปิดทำการ: จันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี – อาทิตย์ / หยุดวันพุธ
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
 
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก ตั้งอยู่เลขที่ 172 หมู่ที่ 6 ถนนบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ บ้านหนองตลาดควาย ตำบลหนองบัวโคก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านขนาดเล็กที่มีคุณค่ามากในฐานะแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และศิลปหัตถกรรมของชาวอีสานในอดีต ภายในจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องมือล่า ดัก และจับสัตว์ของชาวชนบทอีสาน พร้อมภาพวาดลายเส้นและคำอธิบายการใช้งานที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจหน้าที่ของเครื่องมือแต่ละชิ้นได้ง่าย สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้ที่ต้องการเห็นภาพชีวิตอีสานดั้งเดิมผ่านวัตถุจริงที่เคยใช้ในชีวิตประจำวัน
 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความโดดเด่นตรงที่ไม่ได้เกิดจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ แต่เกิดจากความรักและความตั้งใจส่วนตัวของ อาจารย์ทำนุ วรธงไชย อาจารย์สอนศิลปะพื้นบ้าน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ผู้สนใจวิถีชีวิตชุมชนอีสานอย่างลึกซึ้ง แรงบันดาลใจสำคัญเริ่มจากการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ซึ่งเน้นการศึกษาความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี และภูมิปัญญาของชาวบ้าน อาจารย์ทำนุเลือกทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเครื่องมือดักสัตว์ของชาวชนบทในเขตอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ จากการลงพื้นที่ภาคสนาม ทำให้ได้พบเครื่องมือพื้นบ้านจำนวนมากที่ชาวบ้านประดิษฐ์ขึ้นเองด้วยวัสดุธรรมชาติและความรู้จากประสบการณ์จริง
 
สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกมีคุณค่ามาก คือการรวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ที่สะท้อนโลกของชาวบ้านอีสานในยุคที่ยังพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก เครื่องมือจำนวนมากไม่ได้เป็นเพียงของใช้ธรรมดา แต่เป็นหลักฐานของความเข้าใจสิ่งแวดล้อม ฤดูกาล พฤติกรรมสัตว์ แหล่งน้ำ ป่า ทุ่งนา และระบบอาหารของชุมชน เครื่องมือดักปลา ดักกบ ดักนก ดักหนู หรือเครื่องมือการเกษตรแต่ละชนิดจึงเป็นผลรวมของภูมิปัญญาที่ค่อย ๆ สั่งสมผ่านการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่สิ่งที่ออกแบบจากทฤษฎี แต่เกิดจากการสังเกต ทดลอง ปรับปรุง และถ่ายทอดกันในครอบครัวและชุมชน
 
การจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์มีเสน่ห์ตรงความเป็นพื้นบ้านและความเป็นครูในตัวเอง เครื่องมือหลายชิ้นมีภาพวาดลายเส้นประกอบคำอธิบาย ทำให้ผู้ชมไม่ต้องเดาว่าวัตถุรูปร่างแปลกตาแต่ละชิ้นใช้ทำอะไร ภาพวาดและคำอธิบายช่วยแสดงกลไกการใช้งาน เช่น วิธีวางกับดัก วิธีใช้แรงดีด วิธีใช้เหยื่อล่อ วิธีดักสัตว์น้ำตามกระแสน้ำ หรือวิธีใช้เครื่องมือในเรือนไฟและทุ่งนา จุดนี้เป็นเอกลักษณ์สำคัญของพิพิธภัณฑ์ เพราะผู้ก่อตั้งเป็นทั้งนักสะสม นักสังเกต นักวาดภาพ และครูผู้ต้องการให้วัตถุพื้นบ้านกลายเป็นสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย
 
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกเริ่มจากการสะสมเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจารย์ทำนุขอบริจาค ขอซื้อ และแลกเปลี่ยนสิ่งของจากชาวบ้านในอำเภอลำปลายมาศและพื้นที่ใกล้เคียง สิ่งของเหล่านี้มีทั้งเครื่องมือหาอาหาร เครื่องใช้ในครัว เครื่องใช้บนเรือน เครื่องมือการเกษตร เครื่องจักสาน เครื่องมือช่าง และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เมื่อจำนวนวัตถุมากพอและสามารถจัดหมวดหมู่ได้ จึงเปิดให้ผู้สนใจเข้าชม ต่อมาได้พัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่มีอาคารจัดแสดงชัดเจน และเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2548
 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่เก็บของเก่า แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยอธิบายว่าในอดีตชาวอีสานดำรงชีวิตอย่างไร หาอาหารอย่างไร เก็บรักษาอาหารอย่างไร ทำไร่ทำนาอย่างไร อยู่บนเรือนอย่างไร ใช้แสงสว่างอย่างไร ประกอบอาหารอย่างไร และใช้วัสดุธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร เครื่องมือทุกชิ้นบอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างละเอียด เช่น การดักปลาในช่วงน้ำหลาก การดักกบในฤดูฝน การใช้ไถและคราดในท้องนา การใช้หม้อดินและหวดนึ่งข้าวเหนียวในครัวอีสาน หรือการใช้ตะเกียงเจ้าพายุในบ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้าสะดวกเหมือนปัจจุบัน
 
โซนจัดแสดงสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเนื้อหาออกเป็นกลุ่มเครื่องมือเครื่องใช้หลายประเภท กลุ่มแรกคือเครื่องใช้ในครัวหรือเรือนไฟ เช่น ครัวอีสาน ขีงไฟ ก้อนเส้า แอ่งดินหม่าข้าว หม้อดิน หม้อนึ่ง หวด และโบม กลุ่มนี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพครัวอีสานดั้งเดิมที่ใช้ฟืน ถ่าน หม้อดิน และเครื่องจักสานเป็นอุปกรณ์หลัก การทำอาหารไม่ได้แยกจากภูมิปัญญาการเลือกวัสดุ เพราะหม้อดินช่วยเก็บความร้อน หวดและหม้อนึ่งเหมาะกับวัฒนธรรมข้าวเหนียว ส่วนขีงไฟและก้อนเส้าเป็นองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่ประกอบอาหารในบ้านชนบท
 
กลุ่มที่ 2 คือเครื่องมือหาอาหาร หรือเครื่องมือล่า ดัก และจับสัตว์น้ำ สัตว์บก และสัตว์ปีก กลุ่มนี้เป็นหัวใจของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก เพราะสัมพันธ์โดยตรงกับงานศึกษาของอาจารย์ทำนุ เครื่องมือที่จัดแสดงมีทั้งโอ ปืนแก๊ป หน้าไม้ ซ่อม พุ ตุ้มปลา ซ่อน สาบ อีจู้ ลัน ร่วง แงบดักกบ กับแก๊ป ด้วงแย้ จั่นดักหนู กับงับ อีทุบ เสือตบกัน ตุ้มนกคุ่ม ซิง เพนียดนกเขา ตังบาน และกับโค่น เครื่องมือเหล่านี้ทำให้เห็นความละเอียดของภูมิปัญญาชาวบ้านในการอ่านพฤติกรรมสัตว์ เช่น รู้ว่าปลาจะว่ายตามน้ำทางใด รู้ว่ากบออกหากินเมื่อฝนตก รู้ว่านกชอบลงจุดใด หรือรู้ว่าหนูและแย้จะเข้าออกโพรงอย่างไร
 
กลุ่มที่ 3 คือเครื่องมือเครื่องใช้บนเรือน เช่น พระไม้ กลัก โป๊ะตะเกียง และกำปั่น สิ่งของกลุ่มนี้ช่วยให้เห็นสภาพชีวิตบนเรือนของชาวอีสานในอดีต ทั้งมิติของความเชื่อ ความเป็นระเบียบในครัวเรือน การเก็บของมีค่า และการใช้แสงสว่างก่อนยุคไฟฟ้าแพร่หลาย พระไม้สะท้อนศรัทธาและความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับพุทธศาสนา กลักและกำปั่นสะท้อนการจัดเก็บสิ่งของ ส่วนโป๊ะตะเกียงและตะเกียงโบราณสะท้อนวิถีชีวิตยามค่ำคืนที่ต้องพึ่งพาแสงไฟจากน้ำมันหรือแหล่งพลังงานพื้นบ้าน
 
กลุ่มที่ 4 คือเครื่องใช้การเกษตร เช่น ไถ คราด เคียว ไม้ฟาดข้าว ม้ารองข้าว และกะโซ่ เครื่องมือเหล่านี้ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าการทำนาในอดีตใช้แรงคน แรงสัตว์ และความชำนาญของชาวนาเป็นหลัก ไถและคราดสัมพันธ์กับการเตรียมดิน เคียวสัมพันธ์กับการเก็บเกี่ยว ไม้ฟาดข้าวและม้ารองข้าวสัมพันธ์กับการนวดข้าว ส่วนกะโซ่และเครื่องมือเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ สะท้อนขั้นตอนหลังการเก็บเกี่ยว ก่อนที่เครื่องจักรกลสมัยใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการผลิตทางการเกษตร
 
กลุ่มที่ 5 คือเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เช่น ข้องชนิดต่าง ๆ รางข้าวหมู ม้าซอยยา เครื่องมือช่างไม้ กระบุง กระจาด ตะกร้า เชี่ยนหมาก กระต่ายขูดมะพร้าว ฉวัก กระบวย และภาชนะดินเผา เครื่องมือกลุ่มนี้มีความน่าสนใจเพราะเป็นสิ่งของที่ดูธรรมดา แต่สะท้อนความสมบูรณ์ของชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ข้องบอกความสัมพันธ์กับการจับปลาและเก็บอาหาร รางข้าวหมูบอกเรื่องการเลี้ยงสัตว์ ม้าซอยยาบอกวัฒนธรรมการใช้ยาเส้นหรือหมากพลู เครื่องมือช่างบอกความสามารถในการซ่อมแซมและสร้างของใช้เอง ส่วนเครื่องจักสานและเครื่องปั้นดินเผาสะท้อนทักษะงานหัตถกรรมของชุมชน
 
ความพิเศษของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกยังอยู่ที่การเป็นแหล่งผลิตงานดินเผาและงานหัตถกรรมพื้นบ้านในบริเวณเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่แวะมาชมพิพิธภัณฑ์จะพบเครื่องปั้นดินเผาหลากหลายรูปแบบอยู่บริเวณด้านหน้าและภายในพื้นที่ เช่น หม้อดิน โอ่งดิน กระถาง และของตกแต่งที่ทำจากดินเผา สิ่งเหล่านี้ช่วยต่อยอดจากการชมเครื่องมือเก่าไปสู่การเห็นงานช่างที่ยังมีชีวิต การใช้ดินเป็นวัสดุหลักเชื่อมโยงกับวิถีอีสานทั้งในครัว ในบ้าน และในงานศิลปหัตถกรรม
 
พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 226 สายบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ ทำให้เดินทางสะดวกและสังเกตได้ง่ายเมื่อขับรถผ่านเส้นทางนี้ จากอำเภอลำปลายมาศมุ่งหน้าไปทางอำเภอเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 10 กม. พิพิธภัณฑ์จะอยู่ด้านขวามือ มีร้านและพื้นที่ดินดิบอยู่ด้านหน้าริมถนน พร้อมเครื่องปั้นดินเผาวางเรียงรายเป็นจุดสังเกต หากเดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปทางลำปลายมาศ พิพิธภัณฑ์จะอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือในช่วงตำบลหนองบัวโคก จึงเหมาะกับการแวะเที่ยวระหว่างทาง ไม่ว่าจะเดินทางจากเมืองบุรีรัมย์ไปลำปลายมาศ หรือจากลำปลายมาศกลับเข้าสู่เมืองบุรีรัมย์
 
บรรยากาศของพิพิธภัณฑ์มีความเป็นกันเองและไม่เป็นทางการจนเกินไป ต่างจากพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่มีระบบจัดแสดงแบบสมัยใหม่ ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านของคนรักของพื้นบ้านที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาเรียนรู้ ภายในมีอาคารจัดแสดงแบบชั้นเดียว เครื่องมือบางส่วนอยู่ในอาคาร บางส่วนจัดแสดงด้านนอก และมีพื้นที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ เครื่องปั้นดินเผา และงานตกแต่งพื้นบ้าน ผู้ชมจึงได้สัมผัสบรรยากาศแบบพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีชีวิตมากกว่าห้องนิทรรศการที่แยกตัวจากชุมชน
 
ในแง่การเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพานักเรียนและเยาวชนมาศึกษานอกห้องเรียน เพราะเครื่องมือหลายอย่างเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นหรือไม่รู้จักชื่อแล้ว เช่น แงบดักกบ อีจู้ดักปลาไหล ตุ้มนกคุ่ม ด้วงแย้ จั่นดักหนู หรือกับโค่น เครื่องมือเหล่านี้มีทั้งชื่อเฉพาะ รูปทรงเฉพาะ และกลไกเฉพาะ การได้เห็นของจริงพร้อมภาพวาดและคำอธิบายทำให้เด็กเข้าใจง่ายกว่าการอ่านคำอธิบายในหนังสือเพียงอย่างเดียว
 
นอกจากเรื่องเครื่องมือจับสัตว์แล้ว พิพิธภัณฑ์ยังช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมอาหารของชาวอีสานได้ดี เพราะเครื่องมือหาอาหารสะท้อนว่าอาหารในอดีตไม่ได้มาจากตลาดหรือร้านสะดวกซื้อ แต่ได้จากทุ่งนา หนองน้ำ ลำห้วย ป่า และพื้นที่รอบหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องรู้ฤดูกาล รู้แหล่งอาหาร รู้วิธีจับสัตว์โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม และรู้วิธีแปรรูปหรือประกอบอาหารด้วยเครื่องครัวพื้นบ้าน การชมพิพิธภัณฑ์จึงเป็นการอ่านวัฒนธรรมอาหารผ่านเครื่องมือ ไม่ใช่ผ่านจานอาหารสำเร็จรูปเท่านั้น
 
เครื่องมือดักจับสัตว์ในพิพิธภัณฑ์ยังทำให้เห็นจริยธรรมและข้อจำกัดของวิถีชีวิตในอดีต เครื่องมือหลายชนิดออกแบบมาเพื่อจับสัตว์เฉพาะชนิด เฉพาะฤดูกาล และเฉพาะปริมาณที่จำเป็นต่อการบริโภคในครัวเรือน แม้ปัจจุบันการใช้เครื่องมือบางชนิดอาจไม่เหมาะกับบริบทด้านการอนุรักษ์หรือกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า แต่ในฐานะวัตถุพิพิธภัณฑ์ เครื่องมือเหล่านี้มีคุณค่าต่อการเรียนรู้ว่าชุมชนเคยพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร และสังคมเปลี่ยนจากระบบพึ่งพาธรรมชาติไปสู่ระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่อย่างไร
 
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกจึงช่วยบันทึกความเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างชัดเจน เมื่อเครื่องมือจำนวนมากหมดหน้าที่ใช้สอยในชีวิตจริงแล้ว การนำมาเก็บรักษาและจัดแสดงทำให้สิ่งของเหล่านี้เปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือทำมาหากินเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรม จากของใช้ในครัวเรือนเป็นสื่อการเรียนรู้ จากภูมิปัญญาที่เคยส่งต่อในครอบครัวเป็นความรู้สาธารณะที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ การเปลี่ยนสถานะของวัตถุเช่นนี้คือหัวใจของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน
 
ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ในระยะหลังคือครอบครัววรธงไชย โดยมีนางรำพึง วรธงไชย และนายธงธวัช วรธงไชย ภรรยาและบุตรชายของอาจารย์ทำนุ เป็นผู้รับผิดชอบดูแลและบริหารต่อหลังจากอาจารย์ทำนุถึงแก่กรรม บทบาทของครอบครัวมีความสำคัญมาก เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนและจัดการโดยส่วนบุคคล การดำรงอยู่ของพิพิธภัณฑ์จึงขึ้นอยู่กับความตั้งใจของครอบครัว ผู้ที่มาเยือนควรให้ความเคารพสถานที่ รักษามารยาท ไม่จับต้องของจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต และหากต้องการความรู้เชิงลึกควรติดต่อสอบถามล่วงหน้า
 
แม้พิพิธภัณฑ์จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีวัตถุจัดแสดงจำนวนมากและมีรายละเอียดเฉพาะตัว ผู้ชมควรใช้เวลาเดินดูอย่างช้า ๆ ไม่ควรมองเพียงผิวเผิน เพราะเครื่องมือแต่ละชิ้นมีเหตุผลของรูปทรงอยู่เสมอ เช่น เครื่องมือดักปลาต้องคำนึงถึงทิศทางน้ำ เครื่องมือดักนกต้องคำนึงถึงน้ำหนักและแรงดีด เครื่องมือดักหนูต้องสัมพันธ์กับทางเดินของสัตว์ เครื่องครัวต้องสัมพันธ์กับการนึ่ง ต้ม ปิ้ง หรือย่าง ส่วนเครื่องมือเกษตรต้องสัมพันธ์กับดิน น้ำ และฤดูกาล การสังเกตรายละเอียดเช่นนี้จะช่วยให้การชมพิพิธภัณฑ์ลึกขึ้นมาก
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจถ่ายภาพ พิพิธภัณฑ์มีมุมที่น่าสนใจหลายจุด ทั้งซุ้มป้ายพิพิธภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผาด้านหน้า อาคารจัดแสดง เครื่องมือแขวนผนัง ตู้จัดแสดง เครื่องจักสาน และมุมดินดิบคาเฟ่ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน อย่างไรก็ตาม ควรถ่ายภาพด้วยความสุภาพ ไม่รบกวนผู้ดูแล และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายวัตถุเพื่อจัดองค์ประกอบภาพ เพราะวัตถุหลาย และหลีกเลี่ยงการเคชิ้นเป็นของสะสมดั้งเดิมและมีคุณค่าในฐานะหลักฐานวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกสามารถจัดรวมในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของบุรีรัมย์ได้อย่างน่าสนใจ หากเริ่มต้นจากตัวเมืองบุรีรัมย์ นักท่องเที่ยวสามารถแวะพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทางต่อไปอำเภอลำปลายมาศ หรือจัดเป็นทริปครึ่งวันร่วมกับสถานที่ในเส้นทางบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ เช่น เตี๋ยวโรงเตี๊ยม บ้านหนองตาไก้หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมบุรีรัมย์ วัดจินดาราม หรือร้านกาแฟในตัวอำเภอลำปลายมาศ หากมีเวลามากขึ้น สามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวในเมืองบุรีรัมย์ เช่น ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง หรือสนามช้างอารีนา
 
จุดเด่นสำคัญของพิพิธภัณฑ์เมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป คือการเปิดมุมมองของบุรีรัมย์อีกด้านหนึ่ง หลายคนรู้จักบุรีรัมย์จากปราสาทหินพนมรุ้ง สนามฟุตบอล สนามแข่งรถ หรืออาหารอีสาน แต่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกแสดงให้เห็นบุรีรัมย์ในฐานะพื้นที่ของภูมิปัญญาชาวบ้าน เครื่องมือพื้นบ้าน งานช่าง เครื่องปั้นดินเผา และการดำรงชีวิตของผู้คนธรรมดา สิ่งเหล่านี้ช่วยเติมเต็มความเข้าใจจังหวัดบุรีรัมย์ให้กว้างขึ้น ไม่จำกัดอยู่เฉพาะโบราณสถานขอมและการท่องเที่ยวสมัยใหม่
 
ในเชิงวัฒนธรรม เครื่องมือพื้นบ้านที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มีคุณค่าเทียบได้กับเอกสารประวัติศาสตร์ประเภทหนึ่ง เพราะแม้จะไม่มีตัวอักษรบศาสตร์ประเภทหนึ่ง เพราะแม้จะันทึกเหตุการณ์ แต่รูปทรง วัสดุ รอยใช้ และชื่อเรียกของเครื่องมือสามารถบอกข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับชีวิตผู้คนได้ เครื่องมือดักสัตว์บอกความรู้เรื่องธรรมชาติ เครื่องครัวบอกวัฒนธรรมอาหาร เครื่องมือการเกษตรบอกระบบการผลิต เครื่องใช้บนเรือนบอกความเชื่อและความเป็นอยู่ ส่วนเครื่องจักสานและดินเผาบอกทักษะงานช่างที่สืบทอดในชุมชน
 
การมาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบช้า ๆ และใส่ใจรายละเอียด มากกว่าการเที่ยวแบบรีบเก็บจุดถ่ายรูป ผู้ชมจะได้ใช้สายตาอ่านเครื่องมือ ใช้ความคิดเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต และใช้จินตนาการย้อนกลับไปยังวันที่เครื่องมือเหล่านี้ยังถูกใช้งานจริงในครัว ในทุ่งนา ในหนองน้ำ และในป่าใกล้หมู่บ้าน ประสบการณ์เช่นนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กมีพลังมาก เพราะช่วยให้ของธรรมดากลายเป็นเรื่องเล่าของสังคมทั้งระบบ
 
สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมไทย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมอีสานได้อย่างเป็นรูปธรรม นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจเคยเห็นอาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ข้าวเหนียว ลาบ หรือไก่ย่าง แต่การเห็นเครื่องมือหาอาหาร เครื่องครัว และภาชนะพื้นบ้านจะช่วยให้เข้าใจที่มาของวัฒนธรรมอาหารได้ลึกขึ้น ว่าก่อนอาหารจะมาถึงจาน มีระบบความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ เครื่องมือ การปรุง และการแบ่งปันในชุมชนรองรับอยู่เสมอ
 
ผู้ที่เดินทางมาเป็นครอบครัวสามารถใช้พิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่สนทนาระหว่างรุ่น ผู้สูงอายุอาจจำเครื่องมือบางอย่างได้และเล่าให้เด็กฟังว่าเคยใช้หรือเคยเห็นอย่างไร ส่วนเด็กอาจตั้งคำถามว่าทำไมเครื่องมือเหล่านี้จึงมีรูปร่างแปลก ทำไมต้องใช้ไม้ไผ่ หวาย ดิน หรือโลหะบางชนิด เหตุใดเครื่องมือบางอย่างจึงต้องใช้แรงดีดหรือแรงถ่วง การสนทนาเช่นนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็นพื้นที่ถ่ายทอดความทรงจำ ไม่ใช่เพียงสถานที่จัดวางสิ่งของ
 
หากต้องการชมให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรเริ่มจากการดูภาพรวมของอาคารจัดแสดงก่อน จากนั้นค่อยแยกดูตามหมวดเครื่องใช้ในครัว เครื่องมือหาอาหาร เครื่องใช้บนเรือน เครื่องมือการเกษตร และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เมื่อเห็นภาพรวมแล้วจึงกลับไปดูเครื่องมือที่สนใจเป็นพิเศษ เช่น แงบดักกบ อีจู้ดักปลาไหล ตุ้มนกคุ่ม หรือเครื่องมือดินเผา การชมแบบเป็นระบบจะช่วยให้เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างวัตถุแต่ละกลุ่มได้ดีกว่าการเดินดูแบบผ่าน ๆ
 
ด้านการวางแผนเที่ยว ควรตรวจสอบวันเปิดและเวลาเปิดก่อนเดินทาง เนื่องจากพิพิธภัณฑ์หยุดวันพุธ และเปิดในวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดีถึงอาทิตย์ เวลา 08.00 – 18.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม แต่การติดต่อสอบถามล่วงหน้าจะช่วยให้การเดินทางราบรื่นขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกหรือเดินทางเป็นคณะ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถใช้ถนนสาย 226 บุรีรัมย์ – ลำปลายมาศได้โดยตรง ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะสามารถใช้รถโดยสารหรือรถท้องถิ่นในเส้นทางบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ แล้วลงบริเวณตำบลหนองบัวโคกตามจุดที่ใกล้พิพิธภัณฑ์
 
การเดินทาง จากตัวเมืองบุรีรัมย์ ใช้ถนนสาย 226 มุ่งหน้าไปอำเภอลำปลายมาศ เมื่อเข้าสู่ช่วงตำบลหนองบัวโคกจะพบพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ริมถนนบริเวณบ้านหนองตลาดควาย จุดสังเกตคือพื้นที่ดินดิบและเครื่องปั้นดินเผาด้านหน้าริมทาง หากเริ่มจากอำเภอลำปลายมาศ ให้ใช้ถนนสายเดียวกันมุ่งหน้าเข้าเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 10 กม. พิพิธภัณฑ์จะอยู่ด้านขวามือ เหมาะกับการแวะเที่ยวระหว่างทาง ใช้เวลาเข้าชมประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นหากต้องการศึกษารายละเอียดของเครื่องมือแต่ละหมวดอย่างจริงจัง
 
เมื่อมองโดยรวม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องชีวิตของผู้คนผ่านเครื่องมือจริง เครื่องมือดักสัตว์ เครื่องครัว เครื่องมือการเกษตร เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา และภาพวาดประกอบคำอธิบาย ล้วนช่วยรักษาความรู้พื้นบ้านที่กำลังค่อย ๆ ห่างไกลจากชีวิตคนรุ่นใหม่ การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการชมของเก่า แต่เป็นการทำความเข้าใจรากฐานของชีวิตอีสานและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาชาวบ้านที่ควรได้รับการสืบทอดต่อไป
 
ชื่อสถานที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก
ชื่อภาษาอังกฤษNong Bua Khok Folk Museum
ที่ตั้งบ้านหนองตลาดควาย ตำบลหนองบัวโคก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
ที่อยู่เลขที่ 172 หมู่ที่ 6 ถนนบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ บ้านหนองตลาดควาย ตำบลหนองบัวโคก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ 31130
ไฮไลต์พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ชาวอีสานในอดีต โดยเฉพาะเครื่องมือล่า ดัก และจับสัตว์ พร้อมภาพวาดลายเส้นและคำอธิบายการใช้งาน
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มจากการสะสมเครื่องมือพื้นบ้านตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 พัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2548 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชาวอีสาน
ผู้ก่อตั้งอาจารย์ทำนุ วรธงไชย อาจารย์สอนศิลปะพื้นบ้าน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
ผู้ดูแลครอบครัววรธงไชย โดยมีข้อมูลติดต่อคุณธงธวัช วรธงไชย
ลักษณะเด่นจัดแสดงวัตถุพื้นบ้านจริง มีภาพวาดลายเส้นประกอบคำอธิบาย เครื่องมือจำนวนมากสัมพันธ์กับการหาอาหาร การเกษตร ครัวเรือน และงานช่างของชาวอีสาน
หลักฐาน / วัตถุจัดแสดงสำคัญปืนผา หน้าไม้ ปืนแก๊ป หนังสติ๊ก เครื่องมือดักสัตว์ ตุ้มปลา ซ่อน สาบ อีจู้ ลัน แงบดักกบ ด้วงแย้ จั่นดักหนู ตุ้มนกคุ่ม เครื่องครัวอีสาน หม้อดิน หวด ไถ คราด เคียว ตะเกียงเจ้าพายุ เชี่ยนหมาก และเตารีดโบราณ
ที่มาของชื่อตั้งชื่อตามพื้นที่ตำบลหนองบัวโคก ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์และเป็นชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมเครื่องมือพื้นบ้านของอำเภอลำปลายมาศ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนเครื่องใช้ในครัวหรือเรือนไฟ
โซนเครื่องมือหาอาหาร ล่า ดัก และจับสัตว์
โซนเครื่องมือเครื่องใช้บนเรือน
โซนเครื่องใช้การเกษตร
โซนเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดและเครื่องจักสาน
พื้นที่จัดแสดงงานดินเผาและร้านดินดิบคาเฟ่
การเดินทางใช้ถนนสาย 226 บุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ จากอำเภอลำปลายมาศมุ่งหน้าเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 10 กม. พิพิธภัณฑ์อยู่ด้านขวามือ หากเดินทางจากเมืองบุรีรัมย์มุ่งหน้าอำเภอลำปลายมาศ พิพิธภัณฑ์อยู่ริมถนนช่วงตำบลหนองบัวโคก
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการ
วันเปิดทำการเปิดดำ:1px solid #ccc; padding:8px;">จันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี – อาทิตย์ / หยุดวันพุธ
เวลาเปิดทำการ08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกมีที่จอดรถ อาคารจัดแสดง พื้นที่จำหน่ายงานดินเผา และพื้นที่คาเฟ่ภายในบริเวณเดียวกัน
เบอร์ติดต่อหลัก085-774-8773 คุณธงธวัช วรธงไชย
อีเมลdindib_@hotmail.com
หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวโคก โทร. 0-4411-0621
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หนองตาไก้ หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมบุรีรัมย์ ประมาณ 7 กม.
2. วัดจินดาราม อำเภอลำปลายมาศ ประมาณ 10 กม.
3. สวนผลิตเห็ดเกษตรอินทรีย์ อำเภอลำปลายมาศ ประมาณ 11 กม.
4. ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ จังหวัดบุรีรัมย์ ประมาณ 19 กม.
5. วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ประมาณ 25 กม.
6. สนามช้างอารีนา ประมาณ 25 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Dindib Cafe ดินดิบคาเฟ่ ประมาณ 0 กม. โทร. 085-774-8773
2. เตี๋ยวโรงเตี๊ยมบุรีรัมย์ ประมาณ 7 กม. โทร. 085-980-8060
3. ณ คาเฟ่ ลำปลายมาศ ประมาณ 10 กม. โทร. 097-273-2223
4. ครัวบ้านแม่ เส้นบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ ประมาณ 12 กม.
5. ไก่ย่างสีดา สาขา 2 เมืองบุรีรัมย์ ประมาณ 21 กม. โทร. 087-249-9662
6. Suki Desu Bakery บุรีรัมย์ ประมาณ 19 กม. โทร. 090-995-6765
ที่พักใกล้เคียง1. ธนภัทร เพลส ลำปลายมาศ ประมาณ 10 กม. โทร. 095-194-7955
2. Buriram B-Stay ประมาณ 18 กม. โทร. 063-131-3888, 087-910-2122
3. B2 Buriram Boutique & Budget Hotel ประมาณ 20 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897
4. Best Western Royal Buriram Hotel ประมาณ 21 กม. โทร. 044-666-600
5. Cresco Hotel Buriram ประมาณ 25 กม. โทร. 044-634-901
6. Modena by Fraser Buriram ประมาณ 25 กม. โทร. 044-118-188
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่เลขที่ 172 หมู่ที่ 6 ถนนบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ บ้านหนองตลาดควาย ตำบลหนองบัวโคก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ 31130 อยู่ริมถนนสาย 226 เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกจัดแสดงอะไร?
ตอบ: จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านของชาวอีสานในอดีต เช่น เครื่องมือดักสัตว์ เครื่องมือจับปลา เครื่องครัวอีสาน เครื่องมือการเกษตร เครื่องใช้บนเรือน เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา และของใช้เบ็ดเตล็ด พร้อมภาพวาดลายเส้นและคำอธิบายการใช้งาน
 
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคก?
ตอบ: ผู้ก่อตั้งคืออาจารย์ทำนุ วรธงไชย อาจารย์สอนศิลปะพื้นบ้าน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ซึ่งเริ่มสะสมเครื่องมือพื้นบ้านจากความสนใจในวิถีชีวิตและภูมิปัญญาชาวอีสาน
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดีถึงอาทิตย์ เวลา 08.00 – 18.00 น. และหยุดวันพุธ
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมได้โดยไม่มีค่าเข้าชม
 
ถาม: เดินทางไปพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนสาย 226 บุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ หากเดินทางจากอำเภอลำปลายมาศให้มุ่งหน้าเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 10 กม. พิพิธภัณฑ์อยู่ด้านขวามือ มีร้านดินดิบและเครื่องปั้นดินเผาด้านหน้าเป็นจุดสังเกต
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครู นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้สนใจภูมิปัญญาอีสาน งานหัตถกรรม เครื่องมือพื้นบ้าน และผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตชนบทอีสานผ่านวัตถุจริง
 
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองบัวโคกแล้วควรแวะที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถแวะหนองตาไก้ หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมบุรีรัมย์ วัดจินดาราม ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง หรือสนามช้างอารีนา ตามเวลาที่มีและเส้นทางการเดินทาง

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

พิพิธภัณฑ์กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)