หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.พุทไธสง >ต.มะเฟือง > วัดมณีจันทร์
TL;DR: วัดมณีจันทร์ อยู่ที่บ้านมะเฟือง ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นโบสถ์มหาอุตม์ที่มีประตูเข้าทางด้านหน้าเพียงด้านเดียว และมีงานจิตรกรรมประดับกระจกสีรอบอาคารซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของอำเภอพุทไธสง.
วัดมณีจันทร์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดมณีจันทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดสำคัญของบ้านมะเฟือง ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง ที่มีชื่อเสียงจากพระอุโบสถประดับกระจกสีซึ่งงดงามและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนวัดใดในภาคอีสาน วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 และผ่านกาลเวลามายาวนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติชุมชนบ้านมะเฟือง อุโบสถของวัดได้รับผลกระทบจากความเสื่อมตามอายุอาคารและสภาพภูมิประเทศที่มีดินเค็ม ทำให้ผนังปูนถูกเกลือจากดินกัดเซาะจนผุกร่อน เจ้าอาวาสและชาวบ้านจึงช่วยกันบูรณะตามกำลังศรัทธาเรื่อยมา กระทั่งการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2550 ทำให้พระอุโบสถหลังนี้กลับมามีชีวิตใหม่ พร้อมกลายเป็นงานศิลปะชุมชนที่มีคุณค่าทั้งด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น
พระอุโบสถวัดมณีจันทร์เป็นที่รู้จักในฐานะโบสถ์มหาอุตม์ มีลักษณะสำคัญคือมีประตูเข้าทางด้านหน้าเพียงด้านเดียว ตามความเชื่อโบราณ โบสถ์มหาอุตม์เป็นสถานที่ที่มีความขลังและเหมาะแก่การประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา สิ่งที่ทำให้อุโบสถแห่งนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นคือการนำศิลปะตัดกระจกสีมาประดับผนังด้านนอกทั้ง 4 ด้าน เป็นภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ วรรณคดีพุทธศาสนา วิถีชีวิตชุมชน สภาพสังคม ความเชื่อ เหตุการณ์ร่วมสมัย และประวัติศาสตร์สำคัญของชาติไทย งานประดับกระจกสีนี้ทำให้อุโบสถวัดมณีจันทร์เป็นมากกว่าสถานที่ประกอบสังฆกรรม แต่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เล่าเรื่องชุมชนผ่านแสง สี และศรัทธา
การบูรณะครั้งสำคัญในปี พ.ศ. 2550 เกิดขึ้นจากความตั้งใจของนายเสฏฐพันธุ์ เสริญไธสง ที่เข้ามาช่วยบูรณะอุโบสถอย่างจริงจัง งานสำคัญในครั้งนั้นเริ่มจากการเปลี่ยนหลังคามุงกระเบื้อง และกะเทาะผนังปูนที่ผุกร่อนจากผลของดินเค็มออก แล้วฉาบปูนใหม่เพื่อให้โครงสร้างมีความมั่นคงขึ้น จากนั้นจึงต่อยอดด้วยการสร้างงานจิตรกรรมผนังด้านนอกอุโบสถด้วยศิลปะกระจกสีทั้ง 4 ด้าน ทำให้อุโบสถที่เคยชำรุดทรุดโทรมกลายเป็นศาสนสถานที่งดงาม มีเรื่องราว และเป็นความภาคภูมิใจของคนบ้านมะเฟือง
ผลงานศิลปะประดับกระจกสีของวัดมณีจันทร์ออกแบบและรังสรรค์โดย ผศ.อัศวินีย์ หวานจริง อาจารย์ประจำภาควิชาจิตรกรรมไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ อ.อุดม หวานจริง ทั้งสองท่านนำความรู้ด้านจิตรกรรมไทย ความเข้าใจเรื่องรูปทรงพื้นบ้าน และความละเอียดของงานตัดกระจกมาสร้างสรรค์เป็นภาพขนาดใหญ่รอบอุโบสถ งานนี้ต้องใช้ทั้งความชำนาญทางศิลปะ ความอดทน และความเข้าใจเรื่องสัดส่วน เพราะกระจกแต่ละชิ้นต้องถูกตัดให้พอดีกับรูปคน สัตว์ สิ่งของ สถาปัตยกรรม และฉากเล่าเรื่องที่มีรายละเอียดสูง
แม้งานประดับกระจกสีของวัดมณีจันทร์ได้รับแรงบันดาลใจจากวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว แต่ผลงานที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้จำลองลวดลายแบบเดิมมาทั้งหมด หากแต่ปรับให้เข้ากับวิถีชีวิต ความเชื่อ และบริบทของชาวพุทไธสง ภาพบนผนังอุโบสถจึงมีทั้งเรื่องราวทางพุทธศาสนา เหตุการณ์ระดับชาติ และภาพวิถีชีวิตร่วมสมัย เช่น รถมอเตอร์ไซค์ โทรศัพท์มือถือ และกิจกรรมในชุมชน สิ่งเหล่านี้ทำให้งานศิลปะวัดมณีจันทร์เป็นงานร่วมสมัยที่ยังคงรากทางพุทธศิลป์ไว้อย่างแนบแน่น
ด้านหน้าของอุโบสถเป็นเรื่องราวจากวรรณคดีทางพระพุทธศาสนาที่ชาวอีสานศรัทธาอย่างมาก คือเรื่องพระมาลัยโปรด 3 โลก เรื่องพระมาลัยเป็นวรรณคดีพุทธที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปยังนรก สวรรค์ และโลกมนุษย์ เพื่อเตือนใจผู้คนให้เห็นผลของกรรม ความไม่เที่ยงของชีวิต และคุณค่าของการทำความดี เมื่อนำเรื่องพระมาลัยมาสร้างเป็นภาพกระจกสีด้านหน้าอุโบสถ จึงทำหน้าที่เหมือนบทนำทางธรรมะก่อนผู้มาเยือนจะเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด
ภาพพระมาลัยโปรด 3 โลกที่ด้านหน้าอุโบสถมีพลังมาก เพราะเป็นเรื่องที่ชาวอีสานคุ้นเคยผ่านการฟังเทศน์และวรรณกรรมพื้นบ้าน ผู้ชมสามารถอ่านภาพได้ทั้งในเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ภาพนรกเตือนให้ระลึกถึงผลของอกุศลกรรม ภาพสวรรค์สื่อถึงผลแห่งบุญ ภาพโลกมนุษย์สะท้อนการใช้ชีวิตและการเลือกทางเดินของตนเอง งานกระจกสีจึงไม่ใช่เพียงสิ่งประดับอาคาร แต่เป็นเครื่องมือสอนธรรมะผ่านภาพที่เข้าถึงคนทั่วไปได้ง่าย
ผนังด้านข้างทั้ง 2 ด้านของอุโบสถเล่าเรื่องเหตุการณ์สำคัญ วัฒนธรรม สภาพสังคม ค่านิยม และความเชื่อของชาวอำเภอพุทไธสงในยุคปัจจุบัน ภาพเหล่านี้มีคุณค่ามากเพราะบันทึกชีวิตจริงของชุมชนในช่วงเวลาหนึ่งไว้ในงานศิลปะ วัดมณีจันทร์จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่เก็บความทรงจำของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ งานประเพณี การเดินทาง การใช้เทคโนโลยี การแต่งกาย หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่สะท้อนยุคสมัย ภาพเหล่านี้ทำให้ผู้ชมเห็นว่าพระพุทธศาสนาไม่ได้แยกขาดจากชีวิตประจำวัน แต่ดำรงอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม
ผนังด้านหลังอุโบสถเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สุดของวัดมณีจันทร์ เพราะเป็นภาพประวัติศาสตร์การเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ภาพนี้สะท้อนความจงรักภักดีและความทรงจำร่วมของคนไทยในเหตุการณ์สำคัญของชาติ การนำเหตุการณ์ระดับชาติที่คนไทยจำนวนมากจดจำได้มาบันทึกไว้บนผนังอุโบสถ ทำให้งานศิลปะของวัดมณีจันทร์มีมิติทางประวัติศาสตร์ร่วมสมัยอย่างเด่นชัด
ความงดงามของภาพกระจกสีวัดมณีจันทร์เปลี่ยนไปตามแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา เมื่อแสงแดดอ่อน ภาพจะดูนุ่มนวลและมีความสงบ เมื่อแสงแรง กระจกสีจะสะท้อนประกายสดใส ทำให้ภาพมีชีวิตและมีมิติแตกต่างกัน ผู้มาเยือนที่เดินชมรอบอุโบสถในช่วงเช้ากับช่วงบ่ายจะได้รับความรู้สึกไม่เหมือนกัน นี่คือเสน่ห์ของศิลปะกระจกสีที่ไม่หยุดนิ่ง เพราะแสง อากาศ เวลา และมุมมองของผู้ชมล้วนมีส่วนทำให้งานศิลปะเปลี่ยนความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา
การใช้กระจกสีเป็นวัสดุหลักทำให้งานศิลปะของวัดมณีจันทร์มีความพิเศษ กระจกมีคุณสมบัติสะท้อนแสง ทำให้ภาพเกิดประกายและมีความสว่างในตัวเอง ต่างจากจิตรกรรมฝาผนังแบบสีฝุ่นหรือสีอะคริลิกทั่วไป งานตัดกระจกต้องอาศัยการวางแผนสีและรูปทรงอย่างแม่นยำ เพราะเมื่อตัดกระจกแล้วไม่สามารถแก้ไขง่ายเหมือนการวาดภาพด้วยพู่กัน ศิลปินจึงต้องคิดล่วงหน้าทั้งองค์ประกอบ สี แสง เงา และการมองเห็นจากระยะไกล
อุโบสถของวัดมณีจันทร์จึงเป็นทั้งสถาปัตยกรรม ศาสนสถาน และงานศิลป์ขนาดใหญ่ที่คนในชุมชนใช้ร่วมกันได้ ผู้สูงอายุอาจมองเห็นภาพเหล่านี้ในฐานะเรื่องเล่าและความทรงจำของหมู่บ้าน เยาวชนอาจมองเห็นเป็นบทเรียนประวัติท้องถิ่น นักท่องเที่ยวอาจมองเห็นความงามเชิงศิลปะ ส่วนผู้ปฏิบัติธรรมอาจเห็นคติธรรมที่เตือนใจเรื่องบุญ กรรม ความกตัญญู และความไม่ประมาท วัดมณีจันทร์จึงเปิดพื้นที่ให้คนหลากหลายกลุ่มตีความและเรียนรู้ได้พร้อมกัน
คุณค่าของวัดมณีจันทร์ยังอยู่ที่การบันทึกวัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอพุทไธสงไว้บนผนังอุโบสถ ชุมชนพุทไธสงมีวิถีชีวิตแบบอีสานที่สัมพันธ์กับการทำนา งานบุญ การรวมญาติ ภาษา วัฒนธรรม และความเชื่อพื้นบ้าน เมื่อเรื่องราวเหล่านี้ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านกระจกสี จึงทำให้วัดกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เยาวชนสามารถเห็นรากเหง้าของตนเองผ่านภาพ ไม่ใช่เพียงการอ่านจากตำรา การมองเห็นภาพมอเตอร์ไซค์ โทรศัพท์มือถือ หรือชีวิตชาวบ้านในงานศิลป์ยังทำให้เด็กและคนรุ่นใหม่รู้สึกว่าประวัติท้องถิ่นไม่ได้อยู่ไกลตัว
วัดมณีจันทร์จึงเป็นตัวอย่างของวัดที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมืออนุรักษ์ความทรงจำชุมชนได้อย่างมีพลัง งานประดับกระจกสีไม่ได้เล่าเฉพาะเรื่องศักดิ์สิทธิ์หรือเรื่องในอดีตไกลโพ้น แต่เล่าเรื่องคนในพื้นที่ เรื่องเหตุการณ์ร่วมสมัย และเรื่องวัฒนธรรมที่ยังดำรงอยู่ การที่ชาวบ้านได้เห็นชีวิตของตนเองอยู่บนผนังโบสถ์ทำให้วัดกลายเป็นพื้นที่ของทุกคน เป็นสถานที่ที่ศาสนา ศิลปะ และชีวิตจริงพบกันอย่างกลมกลืน
วัดมณีจันทร์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเที่ยววัดสวยในบุรีรัมย์ ศิลปะกระจกสี จิตรกรรมพุทธศิลป์ วัฒนธรรมอีสาน และงานศิลปะร่วมสมัยที่เกิดจากชุมชน ผู้มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมรอบอุโบสถอย่างช้า ๆ ไม่ควรดูเพียงด้านหน้าแล้วเดินผ่าน เพราะเรื่องราวทั้ง 4 ด้านมีความหมายต่อเนื่องกัน ด้านหน้าเล่าเรื่องพระมาลัย ด้านข้างเล่าเรื่องชุมชนและวัฒนธรรม ส่วนด้านหลังเล่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ระดับชาติ การชมครบทุกด้านจึงทำให้เข้าใจแนวคิดของงานทั้งหมดได้ลึกที่สุด
การชมอุโบสถควรเริ่มจากการไหว้พระและตั้งจิตให้สงบ จากนั้นเดินเวียนชมภายนอกโดยเริ่มจากด้านหน้า แล้วค่อย ๆ เคลื่อนไปตามผนังด้านข้างและด้านหลัง ผู้ชมควรสังเกตรายละเอียดของตัวละคร สีของกระจก ลวดลายเส้น การจัดวางภาพ และเรื่องราวที่แทรกอยู่ในฉากต่าง ๆ ยิ่งใช้เวลามากเท่าใด ก็ยิ่งเห็นความละเอียดของงานมากขึ้นเท่านั้น เพราะภาพกระจกสีบางส่วนมีรายละเอียดเล็กมากจนต้องมองใกล้ ๆ จึงจะเห็นความประณีตของการตัดและเรียงกระจก
สำหรับผู้สนใจศิลปะไทย วัดมณีจันทร์เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นงานที่เชื่อมโยงศิลปะพื้นบ้านอีสานเข้ากับความรู้ด้านจิตรกรรมไทยจากศิลปินที่มีพื้นฐานทางวิชาการ ศิลปะไม่ได้ถูกทำให้ห่างไกลชุมชน แต่ถูกนำกลับมารับใช้วัดและชาวบ้านโดยตรง ผลงานนี้แสดงให้เห็นว่าศิลปะร่วมสมัยในวัดไทยสามารถเป็นทั้งพุทธบูชา งานอนุรักษ์วัฒนธรรม และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในเวลาเดียวกัน
วัดมณีจันทร์ยังเหมาะสำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียน นักเรียน นักศึกษา ครู และผู้สนใจสามารถใช้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ศึกษาเรื่องพุทธประวัติ วรรณคดีพระมาลัย เทคนิคงานกระจกสี ประวัติศาสตร์รัชกาลที่ 9 และวัฒนธรรมพุทไธสงได้ในที่เดียว การเรียนรู้จากสถานที่จริงทำให้เข้าใจได้ง่ายกว่าการอ่านข้อมูลเพียงอย่างเดียว เพราะผู้เรียนได้เห็นขนาดจริง สีจริง แสงจริง และบรรยากาศของวัดที่สัมพันธ์กับงานศิลปะโดยตรง
ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยว วัดมณีจันทร์ไม่ใช่วัดที่ควรมาแบบเร่งรีบ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อชมรายละเอียดรอบอุโบสถ ถ่ายภาพอย่างสำรวม และเรียนรู้เรื่องราวที่ปรากฏบนผนัง หากมาในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ แสงธรรมชาติจะช่วยให้กระจกสีมีความนุ่มนวลและถ่ายภาพได้งดงามมากขึ้น ส่วนช่วงกลางวันแสงแรงจะทำให้กระจกสะท้อนสีสดและเห็นความคมของชิ้นกระจกได้ชัดเจน
ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตนด้วยความเคารพ เพราะวัดมณีจันทร์ยังเป็นศาสนสถานที่ชาวบ้านใช้ทำบุญและประกอบศาสนกิจตามปกติ ควรแต่งกายสุภาพ ปกปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าเมื่อเข้าสู่พื้นที่สักการะ รักษาความสงบ และไม่สัมผัสผนังกระจกสีโดยไม่จำเป็น เนื่องจากงานกระจกมีรายละเอียดละเอียดอ่อนและเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของชุมชน การถ่ายภาพควรทำโดยไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ
การเดินทาง ไปวัดมณีจันทร์ทำได้สะดวกจากตลาดพุทไธสง โดยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกถึงสี่แยกไฟแดง แล้วตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเข้าสู่พื้นที่บ้านมะเฟืองซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถใช้เส้นทางหลักเข้าสู่อำเภอพุทไธสง จากนั้นตามเส้นทางเข้าสู่ตำบลมะเฟือง วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอ จึงเหมาะสำหรับการแวะเที่ยวแบบครึ่งวันหรือจัดร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอพุทไธสง
หากจัดเส้นทางท่องเที่ยวในพุทไธสง สามารถเริ่มจากวัดมณีจันทร์เพื่อชมอุโบสถประดับกระจกสี แล้วต่อไปยังพระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ บึงสระบัว วัดป่าหนองบัวรอง และอุทยานน้ำเลิงบ่อในพื้นที่ใกล้เคียง หากมีเวลาเพิ่มสามารถเดินทางต่อไปยังอำเภอข้างเคียง เช่น คูเมืองหรือบ้านใหม่ไชยพจน์ เพื่อเชื่อมกับเส้นทางวัดเก่า แหล่งเรียนรู้ และชุมชนอีสานตอนเหนือของบุรีรัมย์
บริเวณอำเภอพุทไธสงมีร้านอาหารและคาเฟ่หลายแห่งให้แวะหลังจากเที่ยววัด เช่น ร้านอาหารไทย ร้านอีสาน ร้านคาเฟ่ และร้านกาแฟในตัวอำเภอ ส่วนที่พักมีรีสอร์ตและที่พักขนาดเล็กในพื้นที่พุทไธสงและตำบลใกล้เคียง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการค้างคืนเพื่อเที่ยววัดมณีจันทร์ วัดหงษ์ บึงสระบัว และแหล่งท่องเที่ยวรอบพุทไธสงโดยไม่ต้องเร่งเดินทางกลับตัวเมืองบุรีรัมย์
สำหรับชาวต่างชาติ วัดมณีจันทร์เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจพุทธศิลป์ไทยในมิติที่แตกต่างจากวัดใหญ่ในเมืองหรือปราสาทหินโบราณ ที่นี่แสดงให้เห็นว่าชุมชนเล็ก ๆ สามารถสร้างงานศิลปะระดับโดดเด่นได้จากศรัทธา ความร่วมมือ และการออกแบบที่เข้าใจท้องถิ่น ภาพกระจกสีรอบอุโบสถทำให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาในประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่กับรูปแบบโบราณเท่านั้น แต่ยังสามารถเล่าเรื่องชีวิตร่วมสมัยและความทรงจำของชุมชนได้อย่างมีชีวิต
โดยสรุป วัดมณีจันทร์เป็นวัดสำคัญของอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีคุณค่าครบทั้งด้านศรัทธา ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น จุดเด่นคืออุโบสถมหาอุตม์ประดับกระจกสีทั้ง 4 ด้าน ซึ่งเล่าเรื่องพระมาลัยโปรด 3 โลก พุทธประวัติ วิถีชีวิตชุมชน เหตุการณ์ท้องถิ่น และภาพประวัติศาสตร์ในวโรกาสครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของรัชกาลที่ 9 ผู้ที่สนใจวัดสวยบุรีรัมย์ งานกระจกสี พุทธศิลป์อีสาน และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน ควรแวะมาชมวัดมณีจันทร์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดมณีจันทร์ |
| ที่ตั้ง | บ้านมะเฟือง ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | บ้านมะเฟือง หมู่ที่ 1 ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ 31120 |
| ไฮไลต์ | อุโบสถมหาอุตม์ประดับกระจกสีทั้ง 4 ด้าน เล่าเรื่องพระมาลัยโปรด 3 โลก พุทธประวัติ วิถีชีวิตชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ส่วนอุโบสถพื้นถิ่นหลังสำคัญสร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2482 – 2484 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2550 จากความชำรุดของอาคารและผลกระทบจากดินเค็ม |
| ลักษณะเด่น | เป็นโบสถ์มหาอุตม์ที่มีประตูเข้าทางด้านหน้าเพียงด้านเดียว และมีงานจิตรกรรมประดับกระจกสีรอบอาคารซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของอำเภอพุทไธสง |
| ผู้บูรณะครั้งสำคัญ | นายเสฏฐพันธุ์ เสริญไธสง บูรณะอุโบสถครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2550 โดยเปลี่ยนหลังคามุงกระเบื้อง กะเทาะผนังปูนที่ผุกร่อนจากเกลือในดิน และฉาบปูนใหม่ |
| ศิลปินผู้ออกแบบและสร้างสรรค์ | ผศ.อัศวินีย์ หวานจริง อาจารย์ประจำภาควิชาจิตรกรรมไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ อ.อุดม หวานจริง |
| แรงบันดาลใจทางศิลปะ | ได้รับแรงบันดาลใจจากงานกระจกสีของวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง แต่สร้างเอกลักษณ์ใหม่ด้วยการบันทึกวิถีชีวิต เทคโนโลยี และเหตุการณ์ท้องถิ่นของพุทไธสง |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | อุโบสถมหาอุตม์ ภาพประดับกระจกสีทั้ง 4 ด้าน พื้นที่สักการะพระประธาน ลานวัด และพื้นที่เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น |
| เรื่องราวบนผนังอุโบสถ | ด้านหน้าเป็นเรื่องพระมาลัยโปรด 3 โลก ด้านข้างทั้ง 2 ด้านเล่าเหตุการณ์สำคัญ วิถีชีวิต วัฒนธรรม สภาพสังคม ค่านิยม และความเชื่อของชาวพุทไธสง ส่วนด้านหลังเป็นภาพประวัติศาสตร์การเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวโรกาสครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของรัชกาลที่ 9 |
| คุณค่าทางศิลปะ | เป็นงานศิลปะตัดกระจกสีที่ผสมผสานพุทธศิลป์ วรรณคดีพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ชาติ และวิถีชีวิตร่วมสมัยของชุมชนอีสานไว้บนอาคารศาสนสถานเดียวกัน |
| จำนวนพระจำพรรษา | 1 รูป |
| การเดินทาง | จากตลาดพุทไธสงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ถึงสี่แยกไฟแดงแล้วตรงไปประมาณ 1 กม. วัดตั้งอยู่บริเวณบ้านมะเฟือง ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมชุมชนของอำเภอพุทไธสง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ อุโบสถ ลานวัด พื้นที่เดินชมงานกระจกสี และพื้นที่สำหรับศึกษาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนอุโบสถมหาอุตม์ โซนภาพพระมาลัยโปรด 3 โลกด้านหน้าอุโบสถ โซนภาพวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นด้านข้างอุโบสถ โซนภาพประวัติศาสตร์ด้านหลังอุโบสถ โซนสักการะพระประธาน โซนลานวัดและพื้นที่ถ่ายภาพอย่างสำรวม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ / วัดหงษ์ บุรีรัมย์ ประมาณ 3 กม. 2. บึงสระบัว พุทไธสง ประมาณ 3 กม. 3. วัดป่าหนองบัวรอง ประมาณ 13 กม. 4. อุทยานน้ำเลิงบ่อ ตำบลหายโศก ประมาณ 14 กม. 5. คลองพังชู อำเภอนาโพธิ์ ประมาณ 15 กม. 6. ดิกชันนารี่ปาร์ค ประมาณ 25 กม. 7. เพลาเพลิน อำเภอคูเมือง ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Bobby Bang Cafe พุทไธสง ประมาณ 3 กม. โทร. 091-870-0587 2. Growth Cafe’ Bistro & Bar ประมาณ 3 กม. โทร. 096-168-7699 3. Bypass Pub & Restaurant พุทไธสง ประมาณ 4 กม. โทร. 081-877-8347 4. โฮมแลง อาหารอีสาน จิ้มจุ่ม พุทไธสง ประมาณ 4 กม. โทร. 099-413-5396 5. ครัวใบเฟิร์น พุทไธสง ประมาณ 3 กม. โทร. 062-170-8994 6. ร้านใบเฟิร์น / ใบเฟิร์น ฟู๊ด แอน มาร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 044-655-434 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. รชตะ รีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 081-049-2045 2. ภูฟ้า รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 091-659-2466, 091-662-2646, 092-879-2694 3. ปรานต์กมลรีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 080-760-8833 4. สวนปาล์มรีสอร์ท ประมาณ 11 กม. โทร. 081-113-9806 5. โพธิ์ฟ้ารุ่งรีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 089-424-0367 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดมณีจันทร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดมณีจันทร์ตั้งอยู่ที่บ้านมะเฟือง ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ไม่ไกลจากตลาดพุทไธสง
ถาม: วัดมณีจันทร์มีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออุโบสถมหาอุตม์ประดับกระจกสีทั้ง 4 ด้าน เล่าเรื่องพระมาลัย พุทธประวัติ วิถีชีวิตชุมชน และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ
ถาม: วัดมณีจันทร์สร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดมณีจันทร์สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ส่วนอุโบสถพื้นถิ่นหลังสำคัญสร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2482 – 2484 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2550
ถาม: ใครเป็นผู้ออกแบบงานกระจกสีวัดมณีจันทร์?
ตอบ: งานกระจกสีออกแบบและสร้างสรรค์โดย ผศ.อัศวินีย์ หวานจริง และ อ.อุดม หวานจริง
ถาม: ผนังทั้ง 4 ด้านของอุโบสถวัดมณีจันทร์เล่าเรื่องอะไร?
ตอบ: ด้านหน้าเล่าเรื่องพระมาลัยโปรด 3 โลก ด้านข้างเล่าเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเหตุการณ์ท้องถิ่นของพุทไธสง ส่วนด้านหลังเป็นภาพประวัติศาสตร์การเสด็จออก ณ สีหบัญชรในวโรกาสครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของรัชกาลที่ 9
ถาม: วัดมณีจันทร์เหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจวัดสวยบุรีรัมย์ พุทธศิลป์อีสาน งานกระจกสี วัฒนธรรมท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ชุมชน และการถ่ายภาพวัดแบบสำรวม
ถาม: ไปวัดมณีจันทร์ควรเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ บึงสระบัว วัดป่าหนองบัวรอง อุทยานน้ำเลิงบ่อ คลองพังชู ดิกชันนารี่ปาร์ค และเพลาเพลิน
ถาม: ไปวัดมณีจันทร์ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่สัมผัสผนังกระจกสี ถ่ายภาพอย่างสำรวม และเคารพพื้นที่วัดในฐานะศาสนสถานของชุมชน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




