หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.ประโคนชัย >ต.จรเข้มาก > กุฎิฤาษีบ้านโคกเมือง
TL;DR: กุฎิฤาษีบ้านโคกเมือง อยู่ที่หมู่ 6 บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
กุฎิฤาษีบ้านโคกเมือง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง หรือกุฏิฤาษีเมืองต่ำ เป็นโบราณสถานขอมประเภทอโรคยาศาลาในบ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ใกล้ปราสาทเมืองต่ำประมาณ 1 กม. จุดเด่นคือปรางค์ศิลาแลง บรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก สระน้ำประจำโบราณสถาน และชิ้นส่วนประดับสถาปัตยกรรม เช่น ทับหลัง นาค มกรคายนาค และกลีบบัว ซึ่งช่วยสะท้อนพัฒนาการของศาสนสถานจากคติขอมช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 สู่การใช้งานแบบอโรคยาศาลาในพุทธศาสนามหายานช่วงพุทธศตวรรษที่ 18
กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง เป็นโบราณสถานขอมขนาดกะทัดรัดแต่มีความสำคัญมากในเขตบ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ปราสาทเมืองต่ำ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กุฏิฤาษีเมืองต่ำ เพื่อแยกให้ชัดจากกุฏิฤาษีหนองบัวรายหรือกุฏิฤาษีบ้านหนองบัวลายที่อยู่ใกล้เชิงเขาพนมรุ้ง กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่ช่วยอธิบายภูมิทัศน์วัฒนธรรมรอบปราสาทเมืองต่ำและปราสาทหินพนมรุ้งได้อย่างลึกซึ้ง เพราะไม่ได้เป็นเพียงปราสาทหินขนาดเล็ก แต่เป็นหลักฐานของระบบศาสนสถาน การรักษาโรค แหล่งน้ำ ชุมชน และเส้นทางโบราณในอีสานใต้
ตำแหน่งของกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตั้งอยู่ในเขตบ้านโคกเมืองซึ่งเป็นชุมชนโบราณใกล้ปราสาทเมืองต่ำ บารายเมืองต่ำ และกลุ่มโบราณสถานรอบเชิงเขาพนมรุ้ง พื้นที่นี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แบบจุดเดียว แต่เป็นเครือข่ายสถานที่ที่สัมพันธ์กันทั้งด้านศาสนา ภูมิประเทศ แหล่งน้ำ และวิถีชุมชน ปราสาทเมืองต่ำทำหน้าที่เป็นศาสนสถานขอมขนาดใหญ่บนที่ราบ บารายเมืองต่ำทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของชุมชนโบราณ ส่วนกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองทำหน้าที่เติมเต็มภาพของสถานพยาบาลหรืออโรคยาศาลาในเครือข่ายเดียวกัน
กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองประกอบด้วยปรางค์ศิลาแลง ซึ่งบางส่วนมีหินทรายประกอบ โดยเฉพาะกรอบประตู เสาประดับ และชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่ต้องการความแข็งแรง ประตูด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออกและทำเป็นมุขยื่นออกมา ส่วนประตูอีก 3 ด้านเป็นประตูหลอกตามคติสถาปัตยกรรมขอม การหันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีความหมายทางศาสนา เพราะเป็นทิศแห่งแสงแรก การเริ่มต้น และการเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ส่วนประตูหลอกช่วยสร้างความสมดุลให้รูปทรงปรางค์ และทำให้เรือนธาตุดูสมบูรณ์ครบทั้ง 4 ด้าน
ปรางค์ประธานก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย ฐานปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดประมาณ 7 x 7 เมตร ด้านทิศตะวันออกมีมุขยื่นออกมาเป็นประตูเข้าออก ขนาดประมาณ 2.20 x 3.20 เมตร ลักษณะย่อมุมไม้สิบสองช่วยให้มวลอาคารมีจังหวะ ไม่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมทึบจนเกินไป และเป็นรูปแบบที่พบในศาสนสถานขอมหลายแห่ง การใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักทำให้อาคารมีความหนักแน่น ขณะที่การใช้หินทรายในส่วนกรอบประตูและองค์ประกอบประดับช่วยรองรับงานแกะสลักและรายละเอียดทางศิลปกรรม
ภายในพื้นที่เดียวกันมีบรรณาลัยหรืออาคารรูปสี่เหลี่ยมทำด้วยศิลาแลงและหินทราย ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ภายในกำแพงแก้ว อาคารนี้มีขนาดประมาณ 4 x 7.50 เมตร มีประตูสองชั้นและไม่มีหน้าต่าง ลักษณะของบรรณาลัยในศาสนสถานขอมมักเกี่ยวข้องกับการเก็บคัมภีร์ สิ่งของศักดิ์สิทธิ์ หรือกิจกรรมประกอบพิธีกรรม การมีบรรณาลัยในกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองจึงทำให้เห็นว่าโบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงปรางค์เดี่ยว แต่เป็นผังศาสนสถานที่มีองค์ประกอบครบและมีลำดับการใช้งานอย่างชัดเจน
ปรางค์ประธานและบรรณาลัยตั้งอยู่ภายในวงล้อมของกำแพงแก้วศิลาแลง กำแพงแก้วมีขนาดประมาณ 26.70 x 35.40 เมตร และมีซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ซุ้มประตูก่อด้วยศิลาแลงและใช้กรอบประตูหินทราย แบ่งเป็น 3 คูหา คูหาด้านซ้ายและด้านขวามีช่องหน้าต่างทั้งด้านนอกและด้านใน ส่วนคูหากลางมีมุขหน้าและมุขหลัง ลักษณะนี้ทำให้ซุ้มประตูไม่ได้เป็นเพียงทางผ่าน แต่เป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่สร้างความสง่างามให้แนวแกนตะวันออกและกำหนดลำดับการเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นระบบ
ส่วนประดับของกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะพบชิ้นส่วนทับหลัง รูปนาค รูปมกรคายนาค กลีบบัว และลวดลายประกอบอื่น ๆ ชิ้นส่วนเหล่านี้มีลักษณะบางส่วนที่ดูไม่ต่อเนื่องกับตัวปรางค์และกำแพง จึงทำให้เกิดข้ออธิบายสำคัญว่าอาจมีการนำชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมเดิมมาประกอบกับอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ หรือพื้นที่นี้อาจเคยมีศาสนสถานรุ่นก่อนตั้งอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 จึงมีการปรับแปลงหรือสร้างซ้อนเพื่อใช้เป็นอโรคยาศาลาในคติพุทธศาสนามหายาน
ความเป็นอโรคยาศาลาของกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองทำให้โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในมิติที่แตกต่างจากปราสาทเมืองต่ำ อโรคยาศาลาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ไม่ใช่โรงพยาบาลแบบสมัยใหม่ แต่เป็นสถานที่ที่รวมการรักษาโรค ศาสนา น้ำ พิธีกรรม และการดูแลผู้คนเข้าด้วยกัน ภายในอโรคยาศาลามักมีปรางค์ประธาน บรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำประจำโบราณสถาน องค์ประกอบเหล่านี้ปรากฏที่กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองอย่างครบถ้วน จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของอโรคยาศาลาในพื้นที่บุรีรัมย์
ในคติพุทธศาสนามหายาน อโรคยาศาลามักสัมพันธ์กับพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา หรือพระพุทธเจ้าแห่งการแพทย์และการเยียวยา การรักษาโรคในโลกโบราณไม่ได้แยกออกจากความเชื่อทางศาสนาอย่างชัดเจนเหมือนในปัจจุบัน ผู้เจ็บป่วยอาจเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อพักฟื้น ใช้น้ำจากสระน้ำ ทำพิธีสักการะ ขอพร และรับการดูแลตามความรู้ในยุคนั้น กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองจึงเป็นหลักฐานของความคิดเรื่องการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจในระบบศาสนสถานขอม
สระน้ำประจำโบราณสถานตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกุฏิฤาษี และด้านทิศตะวันออกตรงแนวแกนกลางยังมีบารายหรือสระน้ำขนาดใหญ่ ประมาณ 500 x 800 เมตร ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ทะเลเมืองต่ำ แหล่งน้ำทั้งสองระดับนี้มีความหมายมากต่อการอ่านโบราณสถาน เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญทั้งด้านการใช้สอย พิธีกรรม และภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ การมีสระน้ำใกล้อโรคยาศาลาสอดคล้องกับหน้าที่ด้านการรักษา การชำระล้าง และการอุปโภคบริโภคของชุมชนโบราณ
เมื่อมองกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองร่วมกับปราสาทเมืองต่ำ จะเห็นความสัมพันธ์ที่เด่นชัดมาก ปราสาทเมืองต่ำเป็นศาสนสถานฮินดูขนาดใหญ่ที่มีผังงดงาม สระน้ำ 4 มุม และงานแกะสลักหินทรายที่ประณีต ส่วนกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองเป็นโบราณสถานขนาดเล็กกว่า แต่สะท้อนหน้าที่ด้านการรักษาและการดูแลผู้คน ทั้งสองแห่งอยู่ใกล้กันมากและตั้งอยู่ในบริบทของชุมชนโบราณบ้านโคกเมือง จึงไม่ควรแยกชมแบบโดดเดี่ยว หากเดินทางมาถึงปราสาทเมืองต่ำแล้ว การแวะกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองจะช่วยเติมเรื่องราวของพื้นที่ให้ครบถ้วนขึ้นอย่างมาก
กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478 และกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 99 ตอนที่ 155 วันที่ 21 ตุลาคม 2525 มีพื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา การขึ้นทะเบียนนี้ทำให้โบราณสถานแห่งนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการคุ้มครองในระดับชาติ ผู้เข้าชมจึงควรปฏิบัติต่อพื้นที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ปีนป่าย ไม่เคลื่อนย้ายหิน ไม่ขีดเขียน และไม่ทำกิจกรรมที่อาจกระทบต่อโครงสร้างศิลาแลงหรือชิ้นส่วนหินทรายที่ยังหลงเหลืออยู่
ความน่าสนใจอีกประการของกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองคือการเป็นพื้นที่ที่เชื่อมอดีตกับชุมชนปัจจุบัน บ้านโคกเมืองเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่มีความเข้มแข็งและมีเรื่องเล่ารอบปราสาทเมืองต่ำ บารายเมืองต่ำ งานหัตถกรรม ผ้าไหม ผ้ามัดย้อมหมักโคลนบาราย และอาหารพื้นถิ่นอย่างผัดกุ้งจ่อม การเข้าชมกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองจึงสามารถต่อยอดเป็นการท่องเที่ยวเชิงชุมชนได้ ไม่ใช่เพียงการดูโบราณสถานเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมเส้นทางจากโบราณสถานไปสู่กิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองเหมาะกับการใช้เวลาเดินชมประมาณ 30 – 45 นาที เริ่มจากซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก แล้วเดินเข้าสู่กำแพงแก้วเพื่อสังเกตปรางค์ประธาน บรรณาลัย แนวกำแพง ชิ้นส่วนประดับ และสระน้ำประจำโบราณสถาน หากสนใจประวัติศาสตร์ศิลป์ควรใช้เวลามากขึ้นเพื่อพิจารณารายละเอียดของหินทราย ศิลาแลง ทับหลัง มกรคายนาค และกลีบบัว เพราะชิ้นส่วนเหล่านี้ช่วยอธิบายชั้นเวลาของโบราณสถานได้ดี
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เนื่องจากแสงไม่แรงจนเกินไปและเหมาะกับการถ่ายภาพผิวศิลาแลง รวมถึงการเดินเชื่อมไปยังปราสาทเมืองต่ำและบารายเมืองต่ำ หากมาในช่วงกลางวันควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบาย พื้นที่โบราณสถานบางส่วนเป็นลานกลางแจ้งและมีพื้นผิวไม่เรียบ จึงควรเดินอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณฐานอาคารและชิ้นส่วนศิลาแลงที่กระจายอยู่ในพื้นที่
การเดินทาง ไปกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่น จากปราสาทเมืองต่ำให้เดินทางลงมาทางทิศใต้ประมาณ 1 กม. ก็จะถึงกุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง หากเริ่มต้นจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ให้มุ่งหน้าสู่อำเภอประโคนชัย แล้วต่อเข้าสู่ตำบลจระเข้มากและบ้านโคกเมือง เส้นทางนี้สามารถจัดร่วมกับปราสาทเมืองต่ำ บารายเมืองต่ำ ปราสาทบ้านบุ ปราสาทหินพนมรุ้ง และวัดเขาอังคารได้ในวันเดียว โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเส้นทางปราสาทขอมและชุมชนโบราณอีสานใต้
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบลงลึก สามารถเริ่มต้นจากกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองเพื่อเข้าใจอโรคยาศาลา จากนั้นต่อไปยังปราสาทเมืองต่ำเพื่อชมศาสนสถานขอมขนาดใหญ่ แล้วไปบารายเมืองต่ำเพื่อเห็นระบบน้ำของชุมชนโบราณ ก่อนเชื่อมต่อไปปราสาทบ้านบุซึ่งเป็นวหนิคฤหะหรือที่พักคนเดินทาง และปราสาทหินพนมรุ้งซึ่งเป็นศาสนสถานบนภูเขา เส้นทางนี้ทำให้เห็นว่าชุมชนโบราณบ้านโคกเมืองไม่ได้มีเพียงปราสาทแห่งเดียว แต่เป็นระบบวัฒนธรรมที่มีทั้งศาสนา การรักษา การเดินทาง น้ำ และชุมชนอยู่ร่วมกัน
กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองจึงเป็นโบราณสถานที่ไม่ควรมองข้ามในเส้นทางท่องเที่ยวบุรีรัมย์ แม้ขนาดจะเล็กกว่าปราสาทสำคัญหลายแห่ง แต่คุณค่าทางประวัติศาสตร์กลับชัดเจนมาก เพราะช่วยเปิดให้เห็นอีกด้านหนึ่งของอารยธรรมขอม คือด้านการดูแลผู้คน การใช้ศาสนสถานเป็นพื้นที่เยียวยา และการจัดวางระบบโบราณสถานร่วมกับแหล่งน้ำและชุมชน การได้แวะชมที่นี่ก่อนหรือหลังปราสาทเมืองต่ำจะทำให้การเดินทางในบ้านโคกเมืองมีความหมายมากขึ้น และทำให้เข้าใจบุรีรัมย์ในฐานะดินแดนแห่งปราสาทหินได้ลึกกว่าการชมเฉพาะจุดท่องเที่ยวหลัก
| ชื่อสถานที่ | กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง |
| ชื่อเรียกอื่น | กุฏิฤาษีโคกเมือง, กุฏิฤาษีเมืองต่ำ |
| ที่ตั้ง | หมู่ 6 บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ 31140 |
| ไฮไลต์ | โบราณสถานขอมประเภทอโรคยาศาลาใกล้ปราสาทเมืองต่ำ มีปรางค์ศิลาแลง บรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตู สระน้ำประจำโบราณสถาน และชิ้นส่วนประดับรูปนาค มกรคายนาค และกลีบบัว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | มีชิ้นส่วนศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 และมีผังอโรคยาศาลาในพุทธศาสนามหายานซึ่งนิยมในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 |
| ที่มาของชื่อ | เรียกตามบ้านโคกเมืองซึ่งเป็นที่ตั้ง และมีชื่อเรียกกุฏิฤาษีเมืองต่ำเพราะตั้งอยู่ใกล้ปราสาทเมืองต่ำ |
| ลักษณะเด่น | ปรางค์ประธานก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดประมาณ 7 x 7 เมตร ด้านทิศตะวันออกมีมุขยื่นเป็นประตูเข้าออก และอีก 3 ด้านเป็นประตูหลอก |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ปรางค์ประธานศิลาแลงและหินทราย 2. มุขยื่นและประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก 3. ประตูหลอก 3 ด้านของปรางค์ประธาน 4. บรรณาลัยด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ 5. กำแพงแก้วศิลาแลง 6. ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกแบบ 3 คูหา 7. สระน้ำประจำโบราณสถานด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 8. บารายเมืองต่ำหรือทะเลเมืองต่ำทางด้านทิศตะวันออก |
| หลักฐานสำคัญ | ปรางค์ศิลาแลง บรรณาลัย ทับหลัง ชิ้นส่วนรูปนาค มกรคายนาค กลีบบัว กรอบประตูหินทราย กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำประจำอโรคยาศาลา |
| การขึ้นทะเบียน | ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478 และกำหนดขอบเขตโบราณสถานวันที่ 21 ตุลาคม 2525 พื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา |
| การเดินทาง | อยู่ห่างจากปราสาทเมืองต่ำลงมาทางทิศใต้ประมาณ 1 กม. เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่นจากอำเภอประโคนชัย นางรอง หรือเมืองบุรีรัมย์ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานสำคัญในกลุ่มชุมชนบ้านโคกเมือง ใกล้ปราสาทเมืองต่ำและบารายเมืองต่ำ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถในชุมชน ทางเดินชมโบราณสถาน พื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง เส้นทางจักรยานชุมชน ร้านค้าท้องถิ่น และกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านโคกเมือง |
| ผู้ดูแล | กรมศิลปากร โดยอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ร่วมกับชุมชนบ้านโคกเมืองในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร. 044-666-251 ประสานงานท่องเที่ยวชุมชนและโฮมสเตย์บ้านโคกเมือง โทร. 088-193-8840 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ปราสาทเมืองต่ำ ประมาณ 1 กม. 2. บารายเมืองต่ำ หรือทะเลเมืองต่ำ ประมาณ 1 กม. 3. ปราสาทบ้านบุ ประมาณ 3 กม. 4. ปราสาทเขาปลายบัด ประมาณ 3 กม. 5. ปราสาทหินพนมรุ้ง ประมาณ 8 กม. 6. กุฏิฤาษีบ้านหนองบัวลาย ประมาณ 8 กม. 7. วัดเขาอังคาร ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. NATEE Cafe’ Buriram ประมาณ 12 กม. โทร. 098-197-8004 2. หลังวัง ประโคนชัย ประมาณ 16 กม. โทร. 084-605-4324 3. ห้องอาหารโซบลัสต้า เอเรนบูทีค โฮเทล ประมาณ 17 กม. โทร. 087-493-9919, 044-666-199 4. Le Loft Bar & Restaurant ประมาณ 26 กม. โทร. 094-310-9913 5. Steve & Lek Restaurant ประมาณ 26 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โฮมสเตย์ชุมชนบ้านโคกเมือง ประมาณ 1 กม. โทร. 088-193-8840 2. Hotel de l’amour Buriram ประมาณ 16 กม. โทร. 098-102-7809, 044-651-555 3. Eireann Boutique Hotel ประมาณ 17 กม. โทร. 087-493-9919, 044-666-199 4. Sohground Boutique Resort ประมาณ 18 กม. โทร. 080-488-3183 5. Phanomrungpuri Hotel ประมาณ 28 กม. โทร. 044-632-222, 086-336-6618 6. Alvarez Hotel Buriram ประมาณ 58 กม. โทร. 044-611-555 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองอยู่ที่ไหน?
ตอบ: กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากปราสาทเมืองต่ำลงมาทางทิศใต้ประมาณ 1 กม.
ถาม: กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองกับกุฏิฤาษีเมืองต่ำคือที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: เป็นสถานที่เดียวกัน ชื่อกุฏิฤาษีเมืองต่ำใช้เรียกเพื่อให้เข้าใจง่ายว่าตั้งอยู่ใกล้ปราสาทเมืองต่ำ และเพื่อแยกจากกุฏิฤาษีหนองบัวรายที่อยู่ใกล้เชิงเขาพนมรุ้ง
ถาม: กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นโบราณสถานขอมประเภทอโรคยาศาลา สะท้อนระบบการรักษาโรค พุทธศาสนามหายาน แหล่งน้ำ และเครือข่ายศาสนสถานรอบปราสาทเมืองต่ำในสมัยโบราณ
ถาม: จุดเด่นของกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือปรางค์ศิลาแลง บรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก สระน้ำประจำโบราณสถาน และชิ้นส่วนประดับ เช่น ทับหลัง นาค มกรคายนาค และกลีบบัว
ถาม: กุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองสร้างขึ้นในสมัยใด?
ตอบ: โบราณสถานมีชิ้นส่วนศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 และมีผังอโรคยาศาลาที่นิยมในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ถาม: ควรเที่ยวกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองร่วมกับที่เที่ยวใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับปราสาทเมืองต่ำ บารายเมืองต่ำ ปราสาทบ้านบุ ปราสาทเขาปลายบัด ปราสาทหินพนมรุ้ง กุฏิฤาษีบ้านหนองบัวลาย และวัดเขาอังคาร
ถาม: เดินทางไปกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองอย่างไร?
ตอบ: จากปราสาทเมืองต่ำให้เดินทางลงมาทางทิศใต้ประมาณ 1 กม. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่นจากอำเภอประโคนชัย นางรอง หรือเมืองบุรีรัมย์
ถาม: เข้าชมกุฏิฤาษีบ้านโคกเมืองควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่เคลื่อนย้ายก้อนหินหรือชิ้นส่วนศิลาแลง ไม่ขีดเขียนบนโบราณสถาน และรักษาความสะอาดของพื้นที่ชุมชนโดยรอบ
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




