หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.นางรอง >ต.นางรอง > วัดขุนก้อง
TL;DR: วัดขุนก้อง อยู่ที่บ้านนางรอง ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ของเมืองนางรอง มีอุโบสถสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ก่ออิฐถือปูน กำแพงอุโบสถสูงประมาณ 1.8 เมตร โครงสร้างหลังคาไม้ซ้อนกัน 2 ชั้น.
วัดขุนก้อง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดขุนก้อง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่สำคัญของอำเภอนางรองที่มีประวัติเชื่อมโยงกับสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และเส้นทางการยกทัพไปปราบเขมรในอีสานตอนใต้ วัดตั้งอยู่เลขที่ 224 บ้านนางรอง ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ใกล้เขตเมืองเก่านางรองและใกล้เส้นทางหลักของอำเภอ ทำให้เป็นวัดที่เดินทางสะดวกมากจากตัวเมืองนางรอง โดยเฉพาะจากสำนักงานขนส่งอำเภอนางรองมีระยะทางประมาณ 1 กม. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ชมอุโบสถเก่าแก่ ศึกษาประวัติเมืองนางรอง และสัมผัสวัดชุมชนที่ยังคงมีชีวิตทางศาสนาอยู่ในปัจจุบัน
วัดขุนก้องเป็นวัดที่ควรค่าแก่การแวะชมสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจนางรองให้ลึกกว่าการเป็นเมืองผ่านไปสู่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เพราะวัดแห่งนี้สะท้อนภาพเมืองนางรองในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์เก่า พื้นที่พักทัพ พื้นที่เสบียง และพื้นที่ชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนามาหลายร้อยปี จุดเด่นสำคัญของวัดคืออุโบสถเก่าแก่ก่ออิฐถือปูน โครงสร้างหลังคาไม้ คูเมืองโบราณด้านหน้าอุโบสถที่ปัจจุบันมีลักษณะเป็นสระน้ำภายในวัด บรรยากาศวัดกลางเมืองที่สงบ และเรื่องเล่าของขุนกองหรือขุนก้อง นายทหารผู้ควบคุมกองเสบียงที่มีจิตศรัทธาสร้างวัดไว้เป็นอนุสรณ์ทางศรัทธาและการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ประวัติของวัดขุนก้องเล่าสืบต่อกันว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งกองทัพไทยเคลื่อนทัพไปปราบเขมรในพื้นที่ชายแดนตะวันออกเฉียงใต้ นายทหารผู้ควบคุมเสบียงชื่อขุนกองได้ติดตามกองทัพมาด้วย และเมื่อกองทัพมาตั้งพักอยู่บริเวณเมืองนางรอง ขุนกองจึงปรารภสร้างวัดขึ้นในพื้นที่ใกล้คูเมืองโบราณ เพื่อเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของกำลังพลและผู้คนในพื้นที่ วัดจึงมีชื่อเดิมว่า “วัดขุนกอง” ก่อนที่กาลเวลาจะทำให้ชื่อเรียกเพี้ยนเป็น “วัดขุนก้อง” และกลายเป็นชื่อที่คนในท้องถิ่นใช้เรียกสืบมาจนถึงปัจจุบัน
การสร้างวัดในบริบทของกองทัพและเสบียงทำให้วัดขุนก้องมีมิติทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากกว่าวัดทั่วไป เพราะไม่ได้เป็นเพียงวัดที่เกิดจากชุมชนเกษตรกรรม แต่เป็นวัดที่ผูกกับการเคลื่อนทัพ การพักกำลัง การจัดการเสบียง และความสำคัญของเมืองนางรองในฐานะจุดยุทธศาสตร์ของอีสานตอนใต้ เมื่อพิจารณาตำแหน่งของวัดที่อยู่ทางด้านตะวันออกใกล้คูเมืองโบราณนางรอง จึงยิ่งเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับภูมิศาสตร์เมืองอย่างชัดเจน วัดไม่ได้ตั้งอยู่แบบโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบชุมชนเมืองเก่าที่มีคูน้ำ พื้นที่พักทัพ และเส้นทางสัญจรเชื่อมโยงกัน
วัดขุนก้องสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2150 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2260 ก่อนจะได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2536 ความสำคัญของวิสุงคามสีมาอยู่ที่การเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบสังฆกรรม โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทและกิจสำคัญของสงฆ์ในอุโบสถ การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจึงสะท้อนว่าวัดขุนก้องมีบทบาททางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นวัดที่ได้รับการสืบทอดสถานะทางศาสนามาหลายยุคสมัย
อุโบสถวัดขุนก้องเป็นหัวใจสำคัญของการมาเยือนวัดแห่งนี้ อุโบสถมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นก่ออิฐถือปูน มีกำแพงอุโบสถสูงประมาณ 1.8 เมตร ขอบกำแพงไม่ชนกับโครงสร้างหลังคา ทำให้เกิดช่องว่างทั้ง 4 ด้าน มีทางเข้าด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก โครงสร้างหลังคาเป็นไม้ซ้อนกัน 2 ชั้น ลักษณะดังกล่าวทำให้อุโบสถมีรูปแบบที่แตกต่างจากอุโบสถสมัยใหม่ทั่วไป ผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมวัดไทยพื้นถิ่นควรเดินชมอย่างละเอียด เพราะรายละเอียดของกำแพง ช่องว่างระหว่างโครงสร้าง ทางเข้าทั้ง 2 ด้าน และหลังคาไม้ ล้วนสะท้อนวิธีคิดในการก่อสร้างอาคารศาสนสถานในท้องถิ่นอีสานใต้
อุโบสถเก่าของวัดขุนก้องมีคุณค่าในฐานะหลักฐานทางศิลปกรรมและประวัติศาสตร์เมืองนางรอง ความเรียบง่ายของอาคารไม่ได้ลดทอนคุณค่าของสถานที่ กลับทำให้เห็นความงามแบบสงบที่เกิดจากการใช้งานจริงของชุมชนยาวนานหลายชั่วอายุคน ผนัง กำแพง ทางเข้าของอุโบสถ และบรรยากาศโดยรอบทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงความเป็นวัดเก่าแก่กลางเมืองที่ยังคงรักษาหน้าที่ทางศาสนาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง หากเดินชมในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงธรรมชาติจะช่วยให้เห็นมิติของอิฐ ปูน และไม้ชัดเจนขึ้น ทำให้อุโบสถหลังนี้เป็นจุดที่เหมาะทั้งสำหรับการไหว้พระ ศึกษา และถ่ายภาพอย่างสำรวม
ด้านตะวันออกของอุโบสถเดิมเคยมีคูเมืองโบราณ ปัจจุบันกลายสภาพเป็นสระน้ำภายในวัด พื้นที่นี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจบทบาทของวัดขุนก้องในอดีตมากขึ้น เพราะคูเมืองไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เมืองโบราณและพื้นที่ยุทธศาสตร์ของนางรอง เรื่องเล่าท้องถิ่นยังเชื่อมโยงบริเวณนี้กับกองบัญชาการฝ่ายเสบียงของกองทัพในช่วงศึกสงคราม การที่คูเมืองเดิมยังหลงเหลือเป็นสระน้ำในวัดจึงทำให้ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นร่องรอยทางภูมิทัศน์ที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
สระน้ำภายในวัดยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยสร้างบรรยากาศร่มเย็นให้วัดขุนก้อง และเป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของวัดในปัจจุบัน วัดมีจุดให้อาหารปลา โดยปัจจัยจากกิจกรรมดังกล่าวนำไปใช้หมุนเวียนดูแลอาหารปลาในครั้งต่อ ๆ ไป สิ่งนี้สะท้อนลักษณะของวัดชุมชนที่มีกิจกรรมเรียบง่ายแต่มีความหมายต่อการรวมผู้คน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุสามารถเข้ามาทำบุญเล็ก ๆ น้อย ๆ ร่วมกันได้ การให้อาหารปลาในวัดยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนใช้เวลาอย่างผ่อนคลายหลังจากไหว้พระและชมอุโบสถเก่า
ชื่อวัดขุนก้องมีความสำคัญในเชิงภาษาและความทรงจำท้องถิ่น เพราะมีรากจากชื่อ “ขุนกอง” นายทหารผู้ควบคุมเสบียง แต่เมื่อเวลาผ่านไปคำเรียกได้เปลี่ยนเป็น “ขุนก้อง” ตามสำเนียงและการใช้ของผู้คน ชื่อที่เพี้ยนจากเดิมเช่นนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไทย เพราะชื่อสถานที่ไม่ได้อยู่ในเอกสารเท่านั้น แต่อยู่ในปากคำ การเรียกขาน และความทรงจำของชาวบ้าน วัดขุนก้องจึงเป็นตัวอย่างของสถานที่ที่ชื่อเรียกสะท้อนทั้งบุคคลในอดีต บทบาททางทหาร และการสืบทอดความทรงจำของชุมชนเมืองนางรอง
วัดขุนก้องยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ เพราะเชื่อมโยงกับยุคกรุงศรีอยุธยาและบทบาทของนางรองในฐานะเมืองที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการรบและการปกครองพื้นที่อีสานตอนใต้ หากผู้มาเยือนวัดขุนก้องแล้วต่อไปชมอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ หรือวัดเก่าอื่น ๆ ในอำเภอนางรอง จะเห็นภาพต่อเนื่องของบุรีรัมย์หลายยุคสมัย ตั้งแต่อารยธรรมขอมโบราณ เมืองโบราณนางรอง ยุคอยุธยา ไปจนถึงชุมชนพุทธในปัจจุบัน วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์แบบเชื่อมโยง ไม่ใช่เพียงการชมสถานที่แยกเป็นจุด ๆ
ภายในวัดขุนก้องไม่ได้มีเพียงอุโบสถเก่า แต่ยังมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางศาสนาและการอบรมธรรมะ วัดเป็นที่นิยมของชาวบ้านที่มาทำบุญ และมีโรงเรียนในพื้นที่นำนักเรียนมาอบรมธรรมะ เช่น โรงเรียนนางรอง โรงเรียนนางรองพิทยาคม วิทยาลัยเทคนิคนางรอง และสถานศึกษาอื่น ๆ กิจกรรมอบรมบางรูปแบบเป็นการมาเช้าเย็นกลับ บางครั้งจัดแบบพักแรม 3 วัน 2 คืน เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เวลาฝึกจิตใจ เรียนรู้ธรรมะ และอยู่ในบรรยากาศวัดอย่างใกล้ชิด บทบาทนี้ทำให้วัดขุนก้องเป็นมากกว่าสถานที่ประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นพื้นที่การเรียนรู้ด้านคุณธรรมของคนรุ่นใหม่ในอำเภอนางรอง
ทางเดินจงกรมด้านหลังวัดเป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนบทบาทด้านการปฏิบัติธรรมของวัดขุนก้อง พื้นที่ด้านหลังมีบรรยากาศสงบและเป็นป่า เหมาะสำหรับผู้ที่มาอบรมธรรมะหรือผู้ที่ต้องการใช้เวลาเงียบ ๆ เพื่อฝึกสติ การมีทางเดินจงกรมโดยเฉพาะแสดงให้เห็นว่าวัดให้ความสำคัญกับการปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการประกอบพิธีกรรมหรือการชมศาสนสถาน ผู้มาเยือนที่ต้องการไหว้พระและพักใจสามารถใช้บรรยากาศของวัดเป็นพื้นที่ผ่อนคลายความคิด สำรวมใจ และเชื่อมโยงกับธรรมะในรูปแบบเรียบง่าย
เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันของวัดขุนก้องคือพระครูประสิทธิ์ธรรมวัฒน์ หรือพระประกอบ จกฺกวโร นามสกุลเกิดกาหลง ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494 ที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ อุปสมบทเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 มีพระครูสุนทรธรรมวิฑูร วัดชนะตาราม อำเภอชำนิ เป็นพระอุปัชฌาย์ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอนางรอง รูปที่ 1 และเจ้าอาวาสวัดขุนก้อง บทบาทของท่านทำให้วัดยังคงเป็นศูนย์กลางทางศาสนา การอบรมธรรมะ และการดูแลกิจกรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
การมีเจ้าอาวาสที่ดำรงตำแหน่งในคณะสงฆ์ระดับอำเภอช่วยเพิ่มความสำคัญของวัดขุนก้องในเชิงการปกครองคณะสงฆ์และการประสานกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในพื้นที่ วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงวัดเก่าแก่ที่มีอุโบสถโบราณ แต่ยังเป็นวัดที่มีบทบาทร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอนางรอง มีการจัดกิจกรรมธรรมสัญจร การอบรมประชาชน และกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้วัดขุนก้องเป็นวัดที่มีชีวิตทั้งในมิติอดีตและปัจจุบัน
ในเชิงวัฒนธรรม วัดขุนก้องสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัด เมือง และชุมชนได้อย่างชัดเจน เมืองนางรองไม่ได้เป็นเพียงอำเภอหนึ่งของบุรีรัมย์ แต่เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีคูเมืองโบราณ มีวัดเก่า และมีเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับการเดินทัพ การตั้งถิ่นฐาน และการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา วัดขุนก้องเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นชั้นประวัติศาสตร์เหล่านี้โดยไม่ต้องเดินทางไกลออกจากตัวเมือง เพราะวัดตั้งอยู่ใกล้ชุมชน ใกล้ถนนสายหลัก และใกล้สถานที่สำคัญอื่น ๆ ในเมืองนางรอง
การเที่ยววัดขุนก้องจึงเหมาะกับผู้ที่ชอบวัดเก่า ประวัติศาสตร์อยุธยา สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และการเดินชมเมืองแบบมีเรื่องเล่า ผู้ที่มีเวลาน้อยสามารถแวะไหว้พระและชมอุโบสถได้ภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์อย่างจริงจังควรเผื่อเวลามากขึ้นเพื่อเดินชมอุโบสถ สระน้ำที่สัมพันธ์กับคูเมืองเดิม จุดให้อาหารปลา ทางเดินจงกรม และบริเวณวัดโดยรอบ การใช้เวลาในวัดอย่างไม่เร่งรีบจะช่วยให้เห็นว่าคุณค่าของวัดขุนก้องไม่ได้อยู่เฉพาะภาพสวย แต่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของภูมิทัศน์และความทรงจำของผู้คน
สำหรับการจัดเส้นทางท่องเที่ยว วัดขุนก้องสามารถเที่ยวร่วมกับวัดร่องมันเทศ วัดกลางนางรอง วัดหัวสะพาน วัดป่าเรไร วัดใหม่เรไรทอง และตลาดในตัวเมืองนางรองได้อย่างสะดวก เพราะสถานที่เหล่านี้อยู่ในเขตเมืองหรือรอบเมืองนางรองไม่ไกลกัน เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำทริปไหว้พระเมืองนางรองแบบครึ่งวัน หรือใช้เป็นกิจกรรมช่วงเช้าก่อนเดินทางต่อไปยังอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งในช่วงบ่าย การแวะวัดขุนก้องก่อนจะช่วยให้ผู้เดินทางเข้าใจนางรองในมิติเมืองเก่าและศูนย์กลางชุมชนมากขึ้น
วัดขุนก้องยังเหมาะกับครอบครัว เพราะเดินทางง่าย อยู่ใกล้สำนักงานขนส่งอำเภอนางรองและย่านเมือง มีพื้นที่ให้ไหว้พระ เดินชม และทำกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น ให้อาหารปลา ผู้สูงอายุสามารถมาไหว้พระในบรรยากาศสงบ ส่วนเด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เรื่องวัดเก่า คูเมืองโบราณ อุโบสถ และบทบาทของเสบียงในกองทัพสมัยอยุธยาได้อย่างเป็นรูปธรรม หากมาเป็นหมู่คณะควรติดต่อวัดล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการใช้พื้นที่อบรมธรรมะหรือจัดกิจกรรมทางศาสนา
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดขุนก้องคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจนเกินไปและเหมาะกับการเดินชมอุโบสถเก่า ช่วงเช้าให้บรรยากาศสงบ เหมาะกับการไหว้พระและถ่ายภาพแสงอ่อน ส่วนช่วงเย็นแสงแดดลดลงและทำให้พื้นที่รอบสระน้ำดูผ่อนคลายมากขึ้น หากมาในวันพระหรือช่วงงานบุญ อาจได้เห็นบรรยากาศชาวบ้านเข้าวัด ทำบุญ และกิจกรรมของชุมชน ซึ่งช่วยให้การเยี่ยมชมมีชีวิตและเข้าใจบทบาทของวัดในปัจจุบันได้มากขึ้น
การแต่งกายควรสุภาพตามธรรมเนียมการเข้าวัด เสื้อผ้าควรปกปิดเหมาะสมกับสถานที่ทางศาสนา ควรสำรวมกิริยาเมื่อเข้าใกล้อุโบสถ พระประธาน หรือพื้นที่ประกอบพิธีกรรม การถ่ายภาพควรทำด้วยความเคารพ ไม่รบกวนพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรม หรือผู้ที่กำลังทำบุญ ไม่ควรปีนป่ายกำแพงอุโบสถ ไม่สัมผัสโครงสร้างเก่าอย่างรุนแรง และควรเดินชมอย่างระมัดระวัง เพราะอุโบสถและพื้นที่บางส่วนเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ควรรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
การเดินทาง ไปวัดขุนก้องสะดวกมากจากตัวเมืองนางรอง โดยจากสำนักงานขนส่งอำเภอนางรองถึงวัดขุนก้องมีระยะทางประมาณ 1 กม. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง หรือเดินทางต่อจากจุดพักในตัวเมืองได้ไม่ยาก วัดตั้งอยู่ใกล้ถนนสายหลักและย่านชุมชน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามากหรือผู้ที่ต้องการแวะไหว้พระก่อนเดินทางต่อ หากเดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ให้ใช้เส้นทางหลักมายังอำเภอนางรอง แล้วเข้าสู่เขตตัวเมืองนางรองเพื่อไปยังวัด
นักท่องเที่ยวที่พักในอำเภอนางรองสามารถวางแผนเริ่มต้นวันด้วยการไหว้พระที่วัดขุนก้อง จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดร่องมันเทศ วัดกลางนางรอง หรือตลาดเช้านางรอง แล้วรับประทานอาหารในตัวเมืองก่อนออกเดินทางต่อไปยังพนมรุ้ง เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไม่รีบและต้องการเห็นทั้งวัดเก่า ชุมชนเมือง และร้านอาหารท้องถิ่นในวันเดียวกัน เมืองนางรองมีร้านอาหารและที่พักหลายระดับ จึงสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนก่อนหรือหลังเที่ยววัด
ในมุมของผู้สนใจประวัติศาสตร์ วัดขุนก้องเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการศึกษาชั้นประวัติศาสตร์ของนางรอง เพราะสามารถเชื่อมโยงได้ทั้งเรื่องคูเมืองโบราณ กองทัพอยุธยา เส้นทางปราบเขมร อุโบสถพื้นถิ่น และการเปลี่ยนชื่อจากวัดขุนกองเป็นวัดขุนก้อง เมื่อเดินทางไปวัดอื่นในเมืองนางรองต่อ เช่น วัดกลางนางรอง วัดหัวสะพาน หรือวัดป่าเรไร จะเห็นว่าวัดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานแยกกัน แต่เป็นเครือข่ายความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของเมืองที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและยุคอยุธยาอย่างชัดเจน
สำหรับชาวต่างชาติ วัดขุนก้องเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดชุมชนไทยที่มีทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการใช้งานจริงในปัจจุบัน ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ได้ว่าวัดไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นสถานที่สวดมนต์ แต่ยังเป็นศูนย์อบรมเยาวชน พื้นที่ปฏิบัติธรรม จุดรวมใจของชุมชน และแหล่งบันทึกความทรงจำของเมือง การเยี่ยมชมพร้อมคนท้องถิ่นหรือไกด์ที่สามารถอธิบายเรื่องขุนกอง คูเมือง และกองเสบียงจะช่วยให้เข้าใจความหมายของวัดได้ลึกขึ้น
วัดขุนก้องมีเสน่ห์จากความจริงแท้ของสถานที่ ไม่ใช่ความอลังการแบบพุทธสถานขนาดใหญ่ แต่เป็นความงามของวัดเก่าที่อยู่กลางเมือง มีอุโบสถโบราณ มีสระน้ำที่สัมพันธ์กับคูเมือง มีเรื่องเล่าของนายทหารผู้ควบคุมเสบียง และมีบทบาทปัจจุบันด้านการทำบุญ การอบรมธรรมะ และการปฏิบัติธรรม ความเรียบง่ายเช่นนี้ทำให้วัดเหมาะกับผู้ที่ชอบเที่ยวแบบช้า ๆ อ่านประวัติสถานที่ เดินชมรายละเอียด และให้ความสำคัญกับคุณค่าทางวัฒนธรรมมากกว่าการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
โดยสรุป วัดขุนก้องเป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีประวัติสร้างราว พ.ศ. 2150 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เกี่ยวข้องกับขุนกองหรือขุนก้อง นายทหารผู้ควบคุมเสบียงในกองทัพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จุดเด่นของวัดคืออุโบสถก่ออิฐถือปูนโครงสร้างไม้ คูเมืองโบราณที่ปัจจุบันเป็นสระน้ำภายในวัด จุดให้อาหารปลา ทางเดินจงกรม และบทบาทด้านการอบรมธรรมะของเยาวชน การเดินทางจากสำนักงานขนส่งอำเภอนางรองประมาณ 1 กม. ทำให้วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการไหว้พระ เที่ยววัดเก่า ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองนางรอง และจัดร่วมกับเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมในบุรีรัมย์ตอนใต้ได้อย่างลงตัว
| ชื่อสถานที่ | วัดขุนก้อง |
| ที่ตั้ง | บ้านนางรอง ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 224 บ้านนางรอง ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ไฮไลต์ | อุโบสถเก่าแก่ก่ออิฐถือปูน โครงสร้างหลังคาไม้ คูเมืองโบราณด้านหน้าอุโบสถ จุดให้อาหารปลา ทางเดินจงกรม และประวัติที่เชื่อมโยงกับกองเสบียงในสมัยอยุธยา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างราว พ.ศ. 2150 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยขุนกอง นายทหารผู้ควบคุมเสบียงของกองทัพที่เดินทางไปปราบเขมร วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2260 และครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2536 |
| ที่มาของชื่อ | เดิมเรียกวัดขุนกอง ตามชื่อขุนกอง นายทหารผู้ควบคุมเสบียง ต่อมาชื่อเรียกเพี้ยนเป็นวัดขุนก้องและใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ของเมืองนางรอง มีอุโบสถสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ก่ออิฐถือปูน กำแพงอุโบสถสูงประมาณ 1.8 เมตร โครงสร้างหลังคาไม้ซ้อนกัน 2 ชั้น และตั้งอยู่ใกล้คูเมืองโบราณนางรอง |
| การเดินทาง | จากสำนักงานขนส่งอำเภอนางรองถึงวัดขุนก้อง ระยะทางประมาณ 1 กม. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นในตัวเมืองนางรอง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดและแหล่งประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของจังหวัดบุรีรัมย์ มีการทำบุญ อบรมธรรมะ และกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ อุโบสถเก่า จุดให้อาหารปลา สระน้ำในวัด ทางเดินจงกรม พื้นที่อบรมธรรมะ ศาลา และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. อุโบสถเก่า 2. พื้นที่พระประธานและจุดไหว้พระ 3. สระน้ำภายในวัดที่สัมพันธ์กับคูเมืองโบราณ 4. จุดให้อาหารปลา 5. ทางเดินจงกรมด้านหลังวัด 6. พื้นที่อบรมธรรมะ 7. ศาลาและพื้นที่ทำบุญ 8. พื้นที่กิจกรรมของวัดและชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูประสิทธิ์ธรรมวัฒน์ (ประกอบ จกฺกวโร นามสกุลเกิดกาหลง) รองเจ้าคณะอำเภอนางรอง รูปที่ 1 และเจ้าอาวาสวัดขุนก้อง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 089-8642324 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | หน้าข้อมูลวัดขุนก้องในเว็บไซต์คณะสงฆ์นางรอง และเพจวัดขุนก้อง นางรอง จ.บุรีรัมย์ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดร่องมันเทศ ประมาณ 1 กม. 2. วัดกลางนางรอง ประมาณ 1 กม. 3. ตลาดสดเช้านางรอง ประมาณ 1 กม. 4. สวนสุขภาพเทศบาลนางรอง ประมาณ 2 กม. 5. ถนนคนเดินนางรอง ประมาณ 2 กม. 6. วัดหัวสะพาน ประมาณ 2 กม. 7. วัดป่าเรไร ประมาณ 3 กม. 8. วัดใหม่เรไรทอง ประมาณ 5 กม. 9. วัดภูม่านฟ้า ประมาณ 12 กม. 10. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ประมาณ 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. จิ้งนำขาหมู ประมาณ 1 กม. โทร. 044-631473, 081-7904808 2. คินิกุข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น สาขานางรอง ประมาณ 2 กม. โทร. 099-0055456 3. CHANN Terrace ประมาณ 2 กม. โทร. 065-5619353 4. ร้านอาหารตรี คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ ประมาณ 2 กม. โทร. 044-631168 5. ลักษณา ขาหมู สาขา 2 ประมาณ 2 กม. โทร. 044-631319 6. SOFIT Cafe' โซฟิต คาเฟ่ นางรอง ประมาณ 3 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Room@Nangrong ประมาณ 1 กม. โทร. 044-633366 2. ลักษณา บูติค โฮเต็ล ประมาณ 1 กม. 3. Socool Grand Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 044-632333, 080-4881888 4. Bumnsaya Place ประมาณ 3 กม. โทร. 044-666939, 085-4956929 5. โรงแรมพนมรุ้งปุรี บูติกโฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 044-632222, 086-3366618 6. Akelada Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 084-8259214, 044-622199 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดขุนก้องอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดขุนก้องตั้งอยู่เลขที่ 224 บ้านนางรอง ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ใกล้ตัวเมืองนางรองและห่างจากสำนักงานขนส่งอำเภอนางรองประมาณ 1 กม.
ถาม: วัดขุนก้องมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดขุนก้องเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองนางรอง สร้างราว พ.ศ. 2150 มีประวัติเชื่อมโยงกับกองทัพสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและขุนกอง นายทหารผู้ควบคุมเสบียง
ถาม: จุดเด่นของวัดขุนก้องคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออุโบสถเก่าแก่ก่ออิฐถือปูน โครงสร้างหลังคาไม้ สระน้ำที่สัมพันธ์กับคูเมืองโบราณ จุดให้อาหารปลา และทางเดินจงกรมด้านหลังวัด
ถาม: เจ้าอาวาสวัดขุนก้องคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดขุนก้องคือพระครูประสิทธิ์ธรรมวัฒน์ หรือพระประกอบ จกฺกวโร นามสกุลเกิดกาหลง ซึ่งดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอนางรอง รูปที่ 1 ด้วย
ถาม: วัดขุนก้องเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดขุนก้องเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะกับการไปไหว้พระและเดินชมอุโบสถในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ
ถาม: จากสำนักงานขนส่งอำเภอนางรองไปวัดขุนก้องไกลแค่ไหน?
ตอบ: จากสำนักงานขนส่งอำเภอนางรองถึงวัดขุนก้องมีระยะทางประมาณ 1 กม. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นได้สะดวก
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดขุนก้องนานเท่าไร?
ตอบ: หากมาไหว้พระและชมอุโบสถควรใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่หากต้องการศึกษาประวัติ ชมสระน้ำ จุดให้อาหารปลา และทางเดินจงกรม ควรเผื่อเวลามากขึ้น
ถาม: เที่ยววัดขุนก้องแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดร่องมันเทศ วัดกลางนางรอง ตลาดสดเช้านางรอง สวนสุขภาพเทศบาลนางรอง ถนนคนเดินนางรอง วัดภูม่านฟ้า และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




