หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.เฉลิมพระเกียรติ >ต.เจริญสุข > วัดเขาอังคาร
TL;DR: วัดเขาอังคาร อยู่ที่บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ ตั้งอยู่บนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟดับสนิท พื้นที่วัดมีโบราณวัตถุ ใบเสมา อุโบสถศิลปะประยุกต์ และมุมชมวิวภูมิประเทศรอบเขา.
วัดเขาอังคาร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
วัดเขาอังคาร หรือ วัดเขาพระอังคาร ตั้งอยู่ที่บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ บนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว เป็นวัดสำคัญที่ผสมผสานคุณค่าทางศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และภูมิประเทศเข้าด้วยกันอย่างโดดเด่น ภายในวัดมีอุโบสถสถาปัตยกรรมประยุกต์หลายสมัย ภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธชาดกพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ พระพุทธรูปเรียงรายรอบอุโบสถ พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ และใบเสมาหินบะซอลต์สมัยทวารวดีที่สะท้อนร่องรอยพุทธสถานโบราณบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งบุรีรัมย์
วัดเขาอังคาร เป็นหนึ่งในวัดสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ที่ควรจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ เพราะวัดแห่งนี้ไม่ได้มีความน่าสนใจเฉพาะในฐานะวัดบนภูเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวมความงามทางพุทธศิลป์ โบราณวัตถุสมัยทวารวดี ตำนานพระอังคารธาตุ ภูมิประเทศจากภูเขาไฟโบราณ และบรรยากาศสงบของศาสนสถานไว้ในจุดเดียว วัดตั้งอยู่บนเขาอังคารในพื้นที่บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากปราสาทหินพนมรุ้งประมาณ 20 กิโลเมตร จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการต่อยอดจากการชมปราสาทหินขอมไปสู่การเรียนรู้ร่องรอยพุทธศาสนาและภูมิประเทศเก่าแก่ของอีสานใต้
เขาอังคารเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีลักษณะเป็นภูเขาไฟหินบะซอลต์แบบลาวาโดม ตั้งโดดเด่นอยู่กลางพื้นที่ราบของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ลักษณะภูมิประเทศของเขาลูกนี้มีความพิเศษ เพราะเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟในอดีตกาล เมื่อหินหลอมละลายเย็นตัวลงจึงกลายเป็นเนินเขาและชั้นหินภูเขาไฟที่ยังคงปรากฏร่องรอยให้เห็นในพื้นที่ ปากปล่องภูเขาไฟเดิมเกิดการทรุดถล่มเป็นแนวซ้อนกันหลายชั้น ทำให้บริเวณเขาอังคารมีความสัมพันธ์ทั้งกับธรณีวิทยา การตั้งถิ่นฐานของชุมชน และความเชื่อเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมโบราณ
จุดเด่นที่ทำให้วัดเขาอังคารแตกต่างจากวัดอื่นในบุรีรัมย์ คือการตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีหลักฐานทางโบราณคดีสำคัญ โดยเฉพาะใบเสมาหินบะซอลต์สมัยทวารวดีที่พบในพื้นที่เขาพระอังคาร ใบเสมาเหล่านี้มีภาพสลักรูปบุคคล สถูป ดอกบัว ธรรมจักร และสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาอีกหลายรูปแบบ ภาพสลักบางชิ้นมีลักษณะศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมรโบราณผสมอยู่ ทำให้วัดเขาอังคารไม่ใช่เพียงวัดท่องเที่ยวร่วมสมัย แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของศิลปวัฒนธรรม พุทธศาสนา และความเชื่อในภูมิภาคอีสานใต้ตั้งแต่สมัยโบราณ
ใบเสมาที่วัดเขาอังคารมีความสำคัญในฐานะหลักฐานของเขตศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนา การปักใบเสมาในอดีตใช้เพื่อกำหนดเขตประกอบพิธีกรรมหรือเขตสำคัญของพุทธสถาน การพบใบเสมาบนพื้นที่ภูเขาสูงเช่นเขาอังคารจึงเปิดมุมมองที่น่าสนใจมาก เพราะพื้นที่นี้ไม่ได้ปรากฏร่องรอยชุมชนขนาดใหญ่เหมือนแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในที่ราบ แต่กลับพบหลักฐานทางศาสนาที่สะท้อนแนวคิดเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่เดินชมใบเสมารอบอุโบสถจึงไม่ได้ชมเพียงก้อนหินแกะสลักโบราณ แต่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางร่องรอยของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนโบราณให้ความหมายไว้มากกว่า 1,000 ปี
ในมิติทางตำนาน เขาอังคารเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าพระอังคารธาตุหรือเถ้ากระดูกของพระพุทธเจ้า ตำนานท้องถิ่นกล่าวถึงภูเขาลอยซึ่งภายหลังเรียกว่าเขาพระอังคาร และมีเรื่องเล่าการนำพระอังคารธาตุมาประดิษฐานไว้บนภูเขาลูกนี้ แม้ตำนานจะเป็นเรื่องเล่าทางศรัทธา แต่ก็ทำให้วัดเขาอังคารมีความหมายลึกกว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป เพราะผู้คนจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อไหว้พระ ทำบุญ ขอพร และสัมผัสความสงบของสถานที่ที่ผูกโยงกับความเชื่อทางพุทธศาสนาและภูมิประเทศศักดิ์สิทธิ์
สถาปัตยกรรมภายในวัดเขาอังคารเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่จดจำ อุโบสถของวัดมีรูปทรงแปลกตา ประยุกต์จากศิลปะหลายสมัยและหลายอิทธิพล ทั้งกลิ่นอายศิลปะขอม ศิลปะไทย และรูปแบบพุทธศิลป์ที่ปรับให้เข้ากับพื้นที่บนยอดเขา องค์ประกอบของอาคารมีความเข้มขรึมด้วยสีอิฐแดงและลวดลายที่ให้ความรู้สึกคล้ายศาสนสถานโบราณ ขณะเดียวกันก็มีความเป็นวัดไทยร่วมสมัยที่เปิดให้ผู้คนเข้ากราบไหว้และเรียนรู้ได้ง่าย เมื่อมองจากภายนอก อุโบสถให้ความรู้สึกหนักแน่นเหมือนตั้งอยู่คู่ภูเขามายาวนาน และเมื่อเดินเข้าใกล้จะเห็นรายละเอียดของซุ้ม ประตู พระพุทธรูป และเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่ทำให้วัดดูงดงามแปลกตา
ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธชาดกและเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา จุดพิเศษคือภาพบางส่วนมีคำบรรยายภาษาอังกฤษ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น นี่เป็นองค์ประกอบที่มีคุณค่ามากสำหรับวัดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะช่วยเชื่อมโลกของพุทธศิลป์ไทยกับผู้มาเยือนจากต่างประเทศได้โดยตรง ผู้ที่ไม่คุ้นกับพุทธประวัติหรือชาดกยังสามารถอ่านคำบรรยายและเข้าใจเนื้อหาของภาพได้ในระดับหนึ่ง ทำให้การชมจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดไม่ใช่เพียงการมองความสวยงาม แต่เป็นการเรียนรู้หลักธรรม เรื่องเล่า และคติทางพุทธศาสนาไปพร้อมกัน
รอบอุโบสถมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานเรียงรายเป็นแนวต่อเนื่อง ภาพพระพุทธรูปจำนวนมากที่นั่งสงบนิ่งรอบอาคารสีอิฐแดงทำให้บรรยากาศของวัดมีความขลังและงดงาม ผู้มาเยือนมักใช้เวลาค่อย ๆ เดินชมรอบอุโบสถ ไหว้พระ ถ่ายภาพ และสังเกตรายละเอียดของพระพุทธรูปแต่ละองค์ การจัดวางพระพุทธรูปรอบอุโบสถช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนพื้นที่ทั้งหมดถูกโอบล้อมด้วยพลังแห่งพระพุทธคุณ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการเดินจงกรมแบบสงบ ๆ หรือใช้เวลาอยู่กับความนิ่งของสถานที่
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ผู้มาเยือนวัดเขาอังคารไม่ควรพลาดคือพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่บริเวณลานวัด พระพุทธรูปนอนองค์นี้เป็นจุดสักการะสำคัญและเป็นภาพจำของผู้ที่เดินทางขึ้นมาถึงวัดบนเขาอังคาร รูปแบบขององค์พระมีความสงบและสง่างาม แสดงถึงอิริยาบถแห่งการพักผ่อนอันเปี่ยมด้วยความหมายทางพุทธศาสนา ผู้มาเยือนนิยมกราบไหว้ ขอพร และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยควรรักษามารยาทของศาสนสถาน แต่งกายสุภาพ และใช้เสียงเบาในพื้นที่สักการะ
บริเวณวัดยังมีจุดสักการะและพื้นที่สำคัญอื่น ๆ เช่น รอยพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธรูปปางนาคปรก พระคันธารราษฎร์ อาคารที่จัดเก็บหรือแสดงใบเสมาและวัตถุสำคัญบางส่วน รวมถึงอาคารศาลาและพื้นที่พักผ่อนของผู้มาเยือน แต่ละจุดช่วยเติมความสมบูรณ์ให้วัดเขาอังคารเป็นมากกว่าสถานที่ถ่ายภาพ เพราะวัดมีทั้งมิติของการไหว้พระ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การชมศิลปกรรม และการซึมซับบรรยากาศเงียบสงบบนภูเขาไฟโบราณ
เมื่อมองวัดเขาอังคารในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา จะเห็นว่าที่นี่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มพร้อมกัน ผู้ที่สนใจวัดสวยจะได้ชมอุโบสถสีอิฐแดงและพระพุทธรูปที่มีเอกลักษณ์ ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จะได้ศึกษาใบเสมาสมัยทวารวดีและตำนานพระอังคารธาตุ ผู้ที่สนใจภูมิประเทศจะได้เข้าใจภูเขาไฟดับสนิทที่มีอายุยาวนาน ส่วนผู้ที่ต้องการทำบุญและพักใจจะได้สัมผัสความสงบของวัดบนภูเขา องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดเขาอังคารเป็นสถานที่ที่ไม่ควรรีบเดินผ่าน แต่ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อค่อย ๆ เดินชมและเข้าใจบริบทของพื้นที่
วัดเขาอังคารตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของบุรีรัมย์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจัดทริปวัดเขาอังคารร่วมกับปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำในวันเดียวกัน โดยเริ่มจากปราสาทพนมรุ้งในช่วงเช้า ต่อด้วยวัดเขาอังคาร แล้วเดินทางต่อไปยังปราสาทเมืองต่ำหรือร้านอาหารในย่านพนมรุ้งและนางรอง เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจบุรีรัมย์ในมิติของอารยธรรมโบราณ เพราะจะได้เห็นทั้งศาสนสถานแบบฮินดู-เขมรที่พนมรุ้ง พุทธสถานบนภูเขาไฟที่วัดเขาอังคาร และแหล่งชุมชนโบราณบริเวณปราสาทเมืองต่ำ
การเดินทาง ไปวัดเขาอังคารเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือการเหมารถพร้อมคนขับ เนื่องจากวัดตั้งอยู่บนเขาและไม่ได้อยู่ในตัวเมืองใหญ่ หากเริ่มจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ให้ใช้เส้นทางบุรีรัมย์ – นางรอง – บ้านตะโก – บ้านตาเป็ก ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับการเดินทางไปปราสาทหินพนมรุ้ง เมื่อถึงบ้านตาเป็กให้เลี้ยวขวาตามทางไปอำเภอละหานทรายประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วจะพบทางแยกขวาไปวัดเขาอังคารอีกประมาณ 7 กิโลเมตร เส้นทางช่วงท้ายเป็นทางขึ้นเขา ควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหลังฝน เพราะบางจุดอาจมีความชื้นและทัศนวิสัยจำกัด
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากอำเภอนางรอง สามารถใช้เส้นทางไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง แล้วต่อไปยังวัดเขาอังคารได้สะดวก การใช้แผนที่นำทางช่วยให้เข้าถึงจุดหมายได้ง่ายขึ้น โดยควรตั้งปลายทางเป็นวัดเขาอังคาร หรือวัดเขาพระอังคาร ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เส้นทางนี้เหมาะกับการเดินทางช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะจะมีเวลาเพียงพอในการชมวัดและต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียงโดยไม่เร่งรีบ
ช่วงเวลาที่เหมาะในการไปวัดเขาอังคารคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ ช่วงเช้าอากาศยังไม่ร้อนมาก เหมาะกับการไหว้พระ เดินชมอุโบสถ และถ่ายภาพ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงธรรมชาติจะช่วยขับสีอิฐแดงของอาคารและพระพุทธรูปให้ดูสวยงามขึ้น หากเดินทางในฤดูฝนควรตรวจสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพราะพื้นที่วัดอยู่บนเขาและอาจมีฝนตกเฉพาะพื้นที่ ส่วนฤดูหนาวเป็นช่วงที่เดินสบายและเหมาะกับการจัดทริปร่วมกับพนมรุ้งมากที่สุด
มารยาทในการเข้าชมวัดเขาอังคารมีความสำคัญเช่นเดียวกับวัดอื่นในประเทศไทย ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ ไม่ปีนหรือสัมผัสโบราณวัตถุ ไม่ยืนหันเท้าไปทางพระประธาน ไม่ใช้เสียงดัง และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรม การชมใบเสมาและโบราณวัตถุควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อชุมชนและประเทศ
ในเชิงการเรียนรู้ วัดเขาอังคารเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของความเชื่อในอีสานใต้ ตั้งแต่ยุคภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ยุคพุทธสถานทวารวดี ยุคอิทธิพลศิลปะเขมร ไปจนถึงวัดไทยร่วมสมัยที่เปิดรับนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธา ภูเขาไฟที่ดับแล้วกลายเป็นฐานของพุทธสถาน ใบเสมาโบราณกลายเป็นหลักฐานของพื้นที่พิธีกรรม ส่วนอุโบสถและอาคารปัจจุบันทำหน้าที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ความน่าสนใจของวัดจึงอยู่ที่การซ้อนทับของเวลาหลายชั้นในพื้นที่เดียว
วัดเขาอังคารยังมีคุณค่าต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ในฐานะจุดเชื่อมระหว่างประวัติศาสตร์กับการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา จังหวัดบุรีรัมย์มีชื่อเสียงจากปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ สนามช้างอารีนา และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหลายแห่ง แต่วัดเขาอังคารมีบุคลิกเฉพาะตัว เพราะเป็นสถานที่ที่สงบกว่าและให้ประสบการณ์เชิงลึกกว่าแหล่งท่องเที่ยวหลักบางแห่ง ผู้มาเยือนจะได้เห็นบุรีรัมย์ในมิติของวัดภูเขา โบราณวัตถุ พุทธศิลป์ และวิถีศรัทธาของชุมชนท้องถิ่น
หากต้องการถ่ายภาพ วัดเขาอังคารมีหลายมุมที่น่าสนใจ เช่น ด้านหน้าอุโบสถสีอิฐแดง แนวพระพุทธรูปรอบอุโบสถ พระพุทธไสยาสน์ ใบเสมาโบราณ และมุมมองจากพื้นที่สูงของวัด อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรให้ความเคารพสถานที่เสมอ โดยเฉพาะภายในอุโบสถและบริเวณที่มีผู้กราบไหว้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชรบกวนผู้อื่น และไม่จัดท่าถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมกับพระพุทธรูปหรือโบราณวัตถุ
สำหรับครอบครัวหรือกลุ่มนักเรียน วัดเขาอังคารเหมาะกับการเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาได้หลายวิชา ทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ ศาสนา ภาษาอังกฤษ และภูมิศาสตร์ เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้คำศัพท์จากคำบรรยายภาษาอังกฤษในภาพจิตรกรรม เรียนรู้ความหมายของใบเสมา เข้าใจการเกิดภูเขาไฟ และเห็นตัวอย่างการอนุรักษ์โบราณวัตถุในพื้นที่จริง การมาเยือนวัดจึงให้ทั้งประสบการณ์ทางจิตใจและความรู้เชิงวัฒนธรรม
ผู้ที่วางแผนเที่ยววัดเขาอังคารควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มกันแดด โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน เพราะพื้นที่บางส่วนอยู่กลางแจ้งและอากาศบนเขาอาจร้อนในฤดูแล้ง รองเท้าที่ใส่ควรเดินสะดวกและถอดง่าย เนื่องจากต้องถอดรองเท้าเมื่อเข้าอาคารศาสนา หากเดินทางร่วมกับผู้สูงอายุ ควรเผื่อเวลาให้มากขึ้นและเลือกจอดรถในจุดที่เดินต่อได้สะดวก
โดยสรุป วัดเขาอังคารเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าครบทั้งความงาม ความศรัทธา และความรู้ ภายในพื้นที่เดียวกันผู้มาเยือนจะได้สัมผัสวัดบนภูเขาไฟโบราณ ชมอุโบสถสถาปัตยกรรมแปลกตา กราบพระพุทธไสยาสน์ เรียนรู้ใบเสมาทวารวดี และเข้าใจความสำคัญของเขาอังคารในฐานะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของบุรีรัมย์ หากเดินทางไปปราสาทหินพนมรุ้งแล้วมีเวลาเพิ่ม วัดเขาอังคารคือจุดหมายที่ควรแวะอย่างยิ่ง เพราะช่วยเติมภาพการท่องเที่ยวบุรีรัมย์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม และภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของอีสานใต้
| ชื่อสถานที่ | วัดเขาอังคาร หรือ วัดเขาพระอังคาร |
| ที่ตั้ง | บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ 31170 |
| พิกัด | 14.43490, 102.28303 |
| ไฮไลต์ | วัดบนภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีอุโบสถสีอิฐแดงสถาปัตยกรรมประยุกต์หลายสมัย ใบเสมาทวารวดี พระพุทธรูปเรียงรายรอบอุโบสถ พระพุทธไสยาสน์ และจิตรกรรมฝาผนังพุทธชาดกพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พื้นที่เขาอังคารมีหลักฐานพุทธสถานโบราณจากใบเสมาสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 และมีการพัฒนาวัดในปัจจุบันบนพื้นที่ภูเขาไฟโบราณ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเขาพระอังคารสัมพันธ์กับตำนานพระอังคารธาตุหรือเถ้ากระดูกของพระพุทธเจ้า และความเชื่อเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่อีสานใต้ |
| ลักษณะเด่น | ตั้งอยู่บนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟดับสนิท พื้นที่วัดมีโบราณวัตถุ ใบเสมา อุโบสถศิลปะประยุกต์ และมุมชมวิวภูมิประเทศรอบเขา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. เขตอุโบสถสถาปัตยกรรมประยุกต์ 2. เขตใบเสมาทวารวดีรอบอุโบสถ 3. เขตพระพุทธรูปปางมารวิชัยรอบอุโบสถ 4. เขตพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ 5. เขตจิตรกรรมฝาผนังพุทธชาดกภายในอุโบสถ 6. เขตจุดสักการะรอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปสำคัญ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูพนมธรรมาภินันท์ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดบุรีรัมย์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ พื้นที่ไหว้พระ ศาลา พื้นที่พักผ่อน ห้องน้ำ และจุดเดินชมรอบวัด |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 093-529-5671 |
| การเดินทาง | จากบุรีรัมย์ใช้เส้นทางบุรีรัมย์ – นางรอง – บ้านตะโก – บ้านตาเป็ก ซึ่งเป็นทางเดียวกับไปปราสาทหินพนมรุ้ง เมื่อถึงบ้านตาเป็กให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอละหานทรายประมาณ 13 กม. แล้วแยกขวาไปวัดเขาอังคารอีกประมาณ 7 กม. |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ประมาณ 20 กม. 2. ปราสาทเมืองต่ำ ประมาณ 28 กม. 3. ชุมชนโบราณบ้านโคกเมือง ประมาณ 29 กม. 4. กุฏิฤาษีหนองบัวราย ประมาณ 24 กม. 5. เขื่อนลำนางรอง ประมาณ 38 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวอนงค์ พนมรุ้ง ประมาณ 20 กม. โทร. 08-9945-8089, 08-9847-6539 2. ส้มตำครัววาริน พนมรุ้ง ประมาณ 20 กม. 3. ไก่ย่างสวนแสงสว่าง ใกล้ปราสาทหินพนมรุ้ง ประมาณ 29 กม. โทร. 087-421-6170 4. จิ้งนำขาหมูนางรอง ประมาณ 39 กม. โทร. 044-631-473, 081-790-4808 5. ลักษณา ขาหมู สาขา 2 นางรอง ประมาณ 39 กม. โทร. 044-631-319 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Phanomrung Hostel & Linn Chan Cafe ประมาณ 21 กม. โทร. 061-539-4965 2. Phanomrungpuri Hotel Nang Rong ประมาณ 40 กม. โทร. 044-632-222, 086-336-6618 3. Socool Grand Hotel Nang Rong ประมาณ 39 กม. โทร. 044-632-333, 080-488-1888 4. Nang Rong Hotel ประมาณ 40 กม. โทร. 044-631-014 5. Hotel de l’amour Buriram ประมาณ 42 กม. โทร. 044-651-555, 098-102-7809 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเขาอังคารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเขาอังคารตั้งอยู่ที่บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ บนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว
ถาม: วัดเขาอังคารมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออุโบสถสถาปัตยกรรมประยุกต์หลายสมัย ใบเสมาทวารวดี พระพุทธรูปเรียงรายรอบอุโบสถ พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ และภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธชาดกพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ
ถาม: วัดเขาอังคารเกี่ยวข้องกับภูเขาไฟอย่างไร?
ตอบ: วัดตั้งอยู่บนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟหินบะซอลต์ที่ดับสนิทแล้ว มีภูมิประเทศเป็นลาวาโดมและมีร่องรอยปล่องภูเขาไฟโบราณในพื้นที่
ถาม: ใบเสมาที่วัดเขาอังคารสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ใบเสมาหินบะซอลต์ที่พบในพื้นที่เป็นหลักฐานสำคัญของพุทธสถานโบราณสมัยทวารวดี มีภาพสลักรูปบุคคล สถูป ดอกบัว และธรรมจักร
ถาม: วัดเขาอังคารเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: วัดเขาอังคารเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามศรัทธาได้
ถาม: เจ้าอาวาสวัดเขาอังคารคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดเขาอังคารคือพระครูพนมธรรมาภินันท์
ถาม: ควรเที่ยววัดเขาอังคารร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรจัดทริปร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ ชุมชนโบราณบ้านโคกเมือง กุฏิฤาษีหนองบัวราย และเขื่อนลำนางรอง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




