หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.แคนดง >ต.สระบัว > วัดสว่างแคนทะเล
TL;DR: วัดสว่างแคนทะเล อยู่ที่หมู่ 6 ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดชุมชนที่มีพื้นที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับทำบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และเรียนรู้ประวัติชุมชนบ้านแคนทะเล.
วัดสว่างแคนทะเล

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดสว่างแคนทะเล ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2483 โดยชาวบ้านร่วมกับพระอำ สุภทโท เพื่อให้ชุมชนบ้านแคนทะเลมีศูนย์กลางประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ปัจจุบันวัดเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน มีพระธาตุเมืองแคนเป็นโครงการสำคัญ มีพื้นที่ปฏิบัติธรรมและลานกิจกรรมทางศาสนาที่เชื่อมโยงเยาวชน ชาวบ้าน และผู้ศรัทธาในอำเภอแคนดงเข้าด้วยกัน
วัดสว่างแคนทะเล เป็นวัดสำคัญของตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านแคนทะเล ท่ามกลางชุมชนชนบทอีสานที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับพระพุทธศาสนา การเกษตร แหล่งน้ำ และวัฒนธรรมท้องถิ่น วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นพื้นที่รวมใจของคนในชุมชน เป็นศูนย์กลางของการทำบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญกุศล และดำเนินกิจกรรมที่ช่วยหล่อหลอมคุณธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ วัดตั้งอยู่ในตำบลสระบัวซึ่งมีวัดและสำนักสงฆ์หลายแห่ง สะท้อนให้เห็นว่าพระพุทธศาสนายังคงเป็นรากฐานสำคัญของสังคมในท้องถิ่นนี้
ประวัติของวัดสว่างแคนทะเลเริ่มต้นขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2483 โดยฝ่ายฆราวาส คือ นายคำ ยุนรัมย์ พร้อมด้วยทายก ทายิกา และชาวบ้าน ได้ร่วมแรงร่วมใจกับพระอำ สุภทโท สร้างวัดขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านมีสถานที่ประกอบศาสนกิจอย่างเป็นหลักแหล่ง ในช่วงเวลานั้นชุมชนชนบทจำนวนมากยังต้องอาศัยวัดเป็นศูนย์กลางของชีวิต ทั้งในด้านศาสนา การศึกษา การประชุมหมู่บ้าน และการจัดงานประเพณี การตั้งวัดจึงเป็นการสร้างรากฐานทางสังคมและจิตใจให้แก่บ้านแคนทะเล ทำให้ผู้คนมีพื้นที่สำหรับทำบุญในวันพระ ฟังเทศน์ในเทศกาลสำคัญ และใช้เป็นสถานที่รองรับพิธีกรรมในวาระต่าง ๆ ของชีวิต ตั้งแต่การบวช การทำบุญอุทิศส่วนกุศล ไปจนถึงงานบำเพ็ญกุศลของครอบครัว
ชื่อ “วัดสว่างแคนทะเล” มีความหมายที่สัมพันธ์กับชื่อชุมชนบ้านแคนทะเลและภูมิประเทศของพื้นที่ คำว่า “สว่าง” ให้ความรู้สึกถึงแสงธรรม ความเจริญทางใจ และความสงบร่มเย็น ส่วนคำว่า “แคนทะเล” เป็นชื่อที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นของหมู่บ้านในตำบลสระบัว เมื่อนำมารวมกันจึงกลายเป็นชื่อวัดที่สื่อถึงพื้นที่แห่งศรัทธา แสงสว่างทางพระพุทธศาสนา และความเป็นชุมชนอีสานที่มีรากวัฒนธรรมชัดเจน วัดจึงเป็นทั้งชื่อสถานที่และสัญลักษณ์ของความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เดิมวัดมีเนื้อที่ 8 ไร่ 43 ตารางวา ต่อมาทางวัดได้จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 8 ไร่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้างพระธาตุเมืองแคน รวมพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัดเป็น 16 ไร่ 43 ตารางวา การขยายพื้นที่นี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะทำให้วัดมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรองรับพุทธศาสนิกชน กิจกรรมปฏิบัติธรรม งานบุญ งานกฐิน งานผ้าป่า และโครงการพัฒนาศาสนสถานในระยะยาว พระธาตุเมืองแคนจึงเป็นมากกว่าอาคารทางศาสนา แต่เป็นโครงการศรัทธาที่สะท้อนความตั้งใจของพระสงฆ์ ชาวบ้าน และผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการสร้างปูชนียสถานให้เป็นหลักทางใจของชุมชนอำเภอแคนดง
พระธาตุเมืองแคนเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้วัดสว่างแคนทะเลมีบทบาทโดดเด่นขึ้นในฐานะวัดท้องถิ่นที่กำลังพัฒนาสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งศรัทธาของชุมชน พระธาตุในความหมายของพุทธศาสนิกชนอีสานไม่ได้เป็นเพียงเจดีย์หรือสถาปัตยกรรมศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมความเคารพต่อพระรัตนตรัย เป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ และเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้เป็นจุดตั้งต้นของการทำบุญ การสวดมนต์ และการเจริญจิตภาวนา เมื่อพระธาตุเมืองแคนได้รับการก่อสร้างภายในพื้นที่ของวัด วัดสว่างแคนทะเลจึงมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเชิงศาสนา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา
ในด้านอาคารเสนาสนะ วัดสว่างแคนทะเลมีองค์ประกอบที่รองรับทั้งการทำบุญประจำวันและกิจกรรมขนาดใหญ่ของชุมชน ได้แก่ ศาลาการเปรียญ ศาลาเอนกประสงค์ กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล เมรุ โรงครัว ห้องน้ำ ห้องสุขา และอุโบสถซึ่งอยู่ในกระบวนการพัฒนาของวัด อาคารเหล่านี้มีหน้าที่ต่างกันแต่เชื่อมโยงกันในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของพระพุทธศาสนา ศาลาการเปรียญใช้เป็นพื้นที่ฟังธรรม ประชุม และประกอบพิธีกรรม ศาลาเอนกประสงค์รองรับงานบุญและกิจกรรมส่วนรวม กุฏิสงฆ์เป็นที่พำนักของพระภิกษุ ส่วนศาลาบำเพ็ญกุศลและเมรุเป็นพื้นที่สำหรับพิธีกรรมเกี่ยวกับการจากลาอย่างสงบและสมเกียรติ
ลำดับการพัฒนาวัดสะท้อนให้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของชุมชนและศรัทธาของญาติโยม ภายในพื้นที่วัดมีการสร้างและปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างหลายช่วงเวลา ทั้งกุฏิ ศาลา ห้องน้ำ ศาลาการเปรียญ หอฉัน โรงครัว เมรุมาศ ประตูโขง ศาลาพักศพ หอระฆัง กุฏิสงฆ์ โบสถ์ ห้องน้ำขนาดใหญ่ พระธาตุเมืองแคน สระน้ำ และกำแพงวัด การพัฒนาเหล่านี้ทำให้วัดมีความพร้อมต่อการรองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสวดมนต์ภายในชุมชนไปจนถึงงานบุญที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ความต่อเนื่องของการพัฒนายังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชาวบ้านที่ยังแน่นแฟ้นและมีชีวิต
วัดสว่างแคนทะเลเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555 การได้รับวิสุงคามสีมาถือเป็นข้อมูลสำคัญทางสถานะของวัด เพราะเกี่ยวข้องกับเขตประกอบสังฆกรรมและการพัฒนาศาสนสถานให้สมบูรณ์ตามแบบแผนของพระพุทธศาสนา การที่วัดได้รับการยืนยันสถานะและมีข้อมูลในฐานข้อมูลพระสังฆาธิการ ทำให้วัดสว่างแคนทะเลเป็นศาสนสถานที่มีตัวตนชัดเจน ทั้งในระดับชุมชนและระบบการปกครองคณะสงฆ์
รายนามเจ้าอาวาสของวัดสะท้อนประวัติการดูแลวัดที่สืบเนื่องมาหลายยุค เริ่มจากพระอำ สุภทโท ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2483 – 2490 ตามด้วยพระสมบูรณ์ ระหว่าง พ.ศ. 2490 – 2505 พระทองคำ สาสนภิรโต ระหว่าง พ.ศ. 2505 – 2512 พระครูอรุณ ปัญญาภรณ์ ระหว่าง พ.ศ. 2512 – 2537 และพระอธิการสีธาตุ ธมฺมิโก ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา ปัจจุบันวัดเป็นที่พำนักและอยู่ในการดูแลของพระครูโสภณธรรมประสิทธิ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะเจ้าอาวาสและผู้นำทางศาสนาของพื้นที่อำเภอแคนดง
พระครูโสภณธรรมประสิทธิ์เป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวัดสว่างแคนทะเล ทั้งในด้านการปกครองคณะสงฆ์ การดูแลศาสนสถาน การส่งเสริมกิจกรรมปฏิบัติธรรม และการพัฒนาภูมิทัศน์ของวัดให้ร่มรื่นเหมาะกับการเจริญภาวนา บทบาทของเจ้าอาวาสในวัดชนบทไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประกอบพิธีกรรม แต่ยังครอบคลุมการประสานชุมชน การดูแลญาติโยม การจัดการอาคารสถานที่ และการทำให้วัดเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจสำหรับคนทุกวัย วัดสว่างแคนทะเลจึงมีลักษณะเป็นวัดชุมชนที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากกว่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่แยกตัวออกจากชีวิตประจำวันของผู้คน
หนึ่งในบทบาทที่โดดเด่นของวัดคือการเป็นสถานที่ดำเนินโครงการลานบุญลานปัญญา ประจำปี 2554 และโครงการปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์ ซึ่งมีนักเรียนและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โครงการเหล่านี้ทำให้วัดทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้คุณธรรมของเยาวชน ช่วยให้เด็กและนักเรียนได้สัมผัสการสวดมนต์ การฟังธรรม การฝึกสมาธิ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีระเบียบ วัดจึงเป็นเสมือนห้องเรียนทางจิตใจที่ช่วยเติมเต็มการเรียนรู้จากโรงเรียนและครอบครัว
วัดสว่างแคนทะเลยังได้รับเลือกเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดบุรีรัมย์ในลำดับของสำนักปฏิบัติธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามระบบคณะสงฆ์ บทบาทนี้ทำให้วัดมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะพื้นที่ฝึกจิตของพุทธศาสนิกชน ผู้ที่เดินทางมาวัดไม่ได้มาทำบุญเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้พื้นที่ของวัดเพื่อสงบใจ ฟังธรรม เจริญสมาธิ และเรียนรู้วิถีปฏิบัติแบบเรียบง่ายที่เหมาะกับชุมชนชนบทอีสาน บรรยากาศร่มรื่นของวัดจึงมีความหมายต่อการปฏิบัติธรรมโดยตรง เพราะช่วยลดความวุ่นวายและเปิดพื้นที่ให้ผู้มาปฏิบัติได้อยู่กับตนเองมากขึ้น
ภูมิทัศน์ของวัดได้รับการปรับปรุงให้มีความร่มรื่น เหมาะสำหรับการพักใจและปฏิบัติธรรม ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงลักษณะของวัดชนบทอีสานที่สงบ ไม่พลุกพล่าน และมีความเป็นกันเอง พื้นที่ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะกระจายตามหน้าที่ มีลานสำหรับงานบุญ พื้นที่ร่มไม้ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระธาตุเมืองแคน การเดินภายในวัดควรใช้จังหวะช้า ๆ เพื่อรับรู้ความสงบของสถานที่ ไม่เร่งรีบเหมือนการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ วัดแห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้ประวัติชุมชน และเชื่อมต่อกับวิถีพุทธของอำเภอแคนดง
บรรยากาศรอบวัดเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของตำบลสระบัวอย่างชัดเจน พื้นที่ตำบลนี้มีความสัมพันธ์กับเกษตรกรรม แหล่งน้ำ วิถีชาวบ้าน และวัฒนธรรมอีสาน อบต.สระบัวระบุว่าพื้นที่มีวัดและสำนักสงฆ์หลายแห่ง มีประเพณีท้องถิ่นอย่างงานศาลปู่ตาประจำปี และใช้ภาษาไทยอีสานในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนวัดสว่างแคนทะเลไม่ได้พบเพียงตัววัด แต่ยังได้เห็นบริบททางวัฒนธรรมของชุมชนที่วัดตั้งอยู่ พระพุทธศาสนา ความเชื่อท้องถิ่น และวิถีเกษตรจึงอยู่ร่วมกันอย่างแนบแน่นในพื้นที่นี้
การมาเยือนวัดสว่างแคนทะเลเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดท้องถิ่น วัดชุมชน และแหล่งศรัทธาที่มีความหมายต่อคนในพื้นที่มากกว่าความใหญ่โตของสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว จุดน่าสนใจของวัดคือประวัติการก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2483 โครงการพระธาตุเมืองแคน พื้นที่ปฏิบัติธรรม โครงการเยาวชน อาคารเสนาสนะที่รองรับงานบุญ และบทบาทของพระครูโสภณธรรมประสิทธิ์ในฐานะเจ้าอาวาส ผู้ที่เดินทางมาไหว้พระจึงควรใช้เวลาอ่านบริบทของวัด เข้าใจความสำคัญของพื้นที่ และมองวัดในฐานะศูนย์รวมชีวิตของชุมชนบ้านแคนทะเล
พระธาตุเมืองแคนมีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ต่ออำเภอแคนดง เพราะคำว่า “แคน” เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์อีสานและท้องถิ่น ชื่อพระธาตุเมืองแคนจึงสื่อถึงปูชนียสถานที่ตั้งอยู่บนฐานของความเป็นชุมชน ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างใหม่ แต่เป็นความพยายามสร้างหลักศรัทธาให้คนรุ่นหลังได้เห็นและสืบทอด เมื่อพระธาตุอยู่ภายในวัดที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2483 ความหมายของสถานที่จึงมีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตในพื้นที่เดียวกัน
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดสว่างแคนทะเลเป็นกรณีศึกษาที่ดีของการก่อตั้งวัดโดยแรงศรัทธาของชุมชน องค์ประกอบสำคัญคือฝ่ายฆราวาส พระสงฆ์ และชาวบ้านที่ร่วมมือกันสร้างสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ความร่วมมือเช่นนี้พบได้ทั่วไปในชุมชนอีสาน แต่แต่ละวัดมีรายละเอียดเฉพาะของตนเอง วัดสว่างแคนทะเลมีจุดเด่นตรงที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีข้อมูลเจ้าอาวาสชัดเจน มีโครงการปฏิบัติธรรม และมีโครงการพระธาตุเมืองแคนเป็นหมุดหมายของการสืบสานศรัทธา
ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดแห่งนี้เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางสั้น ๆ ร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในตำบลสระบัว เช่น กุดทะเลสวน บ้านม่วงทะเล บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บ้านหัวหนองแคน สวนนาย่า Nayagarden และอ่างเก็บน้ำบ้านงิ้ว แต่ละแห่งช่วยเติมภาพของตำบลสระบัวให้ครบถ้วนขึ้น กุดทะเลสวนสะท้อนวิถีชุมชนและธรรมชาติ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เชื่อมโยงความเชื่อท้องถิ่น สวนนาย่าเป็นพื้นที่เรียนรู้แนวโคกหนองนาโมเดล ส่วนอ่างเก็บน้ำบ้านงิ้วเป็นแหล่งน้ำที่มีบทบาทต่อชุมชน เมื่อรวมกับวัดสว่างแคนทะเล เส้นทางนี้จึงเป็นเส้นทางที่เชื่อมศาสนา วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ด้วยกัน
การเดินทาง ไปวัดสว่างแคนทะเลเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก โดยสามารถใช้เส้นทางหลักเข้าสู่อำเภอแคนดง แล้วต่อไปยังตำบลสระบัวและบ้านแคนทะเล เส้นทางในพื้นที่เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญของตำบล เช่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2226 สายสตึก – คูเมือง และถนนท้องถิ่นสายแคนดง – แคนทะเล – บ้านงิ้ว – โนนพยอม – ปะเคียบ ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถวางแผนใช้เส้นทางผ่านอำเภอคูเมืองหรือเส้นทางหลักที่เชื่อมสู่อำเภอแคนดง จากนั้นใช้แผนที่นำทางมายังพิกัดวัดในตำบลสระบัว การเดินทางช่วงกลางวันสะดวกที่สุด เพราะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชุมชน ป้ายหมู่บ้าน และทางแยกท้องถิ่นได้ชัดเจน
ผู้ที่มาทำบุญควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา และหลีกเลี่ยงการรบกวนพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่มีพิธีกรรม งานบุญ หรือกิจกรรมของเยาวชน วัดชนบทจำนวนมากมีพื้นที่เปิดและเป็นมิตรกับผู้มาเยือน แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่ใช้ชีวิตของพระสงฆ์ การเคารพสถานที่จึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้มาเยือนควรจอดรถในจุดที่เหมาะสม ไม่ขวางทางเข้าออกของวัด ไม่เดินเข้าเขตกุฏิโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรสอบถามคนในพื้นที่เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าชมพระธาตุหรือพื้นที่กำลังก่อสร้าง
จุดที่ทำให้วัดสว่างแคนทะเลแตกต่างจากวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่คือความจริงใจของวัดชุมชน ผู้มาเยือนไม่ได้พบเพียงอาคารศาสนา แต่ได้เห็นร่องรอยความร่วมมือของคนหลายรุ่น ตั้งแต่ผู้ร่วมก่อตั้งวัดใน พ.ศ. 2483 ไปจนถึงผู้มีศรัทธาในการสร้างพระธาตุเมืองแคนในยุคปัจจุบัน ความต่อเนื่องนี้ทำให้วัดเป็นพื้นที่ที่มีชีวิต มีอดีตที่จับต้องได้ มีปัจจุบันที่ยังดำเนินกิจกรรม และมีอนาคตที่ผูกกับการพัฒนาพื้นที่ศาสนาและการปฏิบัติธรรมของชุมชน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่น วัดสว่างแคนทะเลช่วยเปิดมุมมองต่อบุรีรัมย์อีกด้านหนึ่ง จังหวัดบุรีรัมย์มักถูกจดจำจากปราสาทหิน สนามกีฬา และกิจกรรมท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่ในระดับอำเภอและตำบล ยังมีวัดท้องถิ่นที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนได้ลึกและละเอียดกว่า วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสบุรีรัมย์แบบช้า ๆ เข้าใจผู้คน เข้าใจศรัทธา และเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับหมู่บ้านในอีสานอย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อมองในภาพรวม วัดสว่างแคนทะเลเป็นวัดที่มีคุณค่าใน 3 ด้านพร้อมกัน คือ คุณค่าทางศาสนาในฐานะสถานที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน คุณค่าทางสังคมในฐานะพื้นที่รวมคนและจัดกิจกรรมเยาวชน และคุณค่าทางวัฒนธรรมในฐานะวัดที่สะท้อนตัวตนของบ้านแคนทะเล ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง หากเดินทางไปอย่างตั้งใจ วัดแห่งนี้จะไม่ใช่เพียงจุดแวะไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เข้าใจวิถีอีสาน ความศรัทธาของชุมชน และความหมายของวัดในชนบทไทยได้อย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | วัดสว่างแคนทะเล |
| ที่ตั้ง | หมู่ 6 ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ 31150 |
| พิกัด | 15.37703, 103.114 |
| ไฮไลต์ | วัดราษฎร์เก่าแก่ของบ้านแคนทะเล ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2483 มีโครงการก่อสร้างพระธาตุเมืองแคน และเป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนในอำเภอแคนดง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2483 โดยนายคำ ยุนรัมย์ พร้อมทายก ทายิกา และชาวบ้าน ร่วมกับพระอำ สุภทโท เพื่อให้ชุมชนมีสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับบ้านแคนทะเลและสื่อถึงพื้นที่แห่งแสงสว่างทางพระพุทธศาสนาของชุมชน |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดชุมชนที่มีพื้นที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับทำบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และเรียนรู้ประวัติชุมชนบ้านแคนทะเล |
| พื้นที่และสิ่งก่อสร้างสำคัญ | พื้นที่รวม 16 ไร่ 43 ตารางวา ประกอบด้วยศาลาการเปรียญ ศาลาเอนกประสงค์ กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล เมรุ โรงครัว ห้องน้ำ ห้องสุขา อุโบสถ และพื้นที่ก่อสร้างพระธาตุเมืองแคน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. เขตพระธาตุเมืองแคน 2. เขตศาลาการเปรียญและศาลาเอนกประสงค์ 3. เขตที่พำนักสงฆ์และกุฏิเจ้าอาวาส 4. เขตศาลาบำเพ็ญกุศลและเมรุ 5. เขตโรงครัว ห้องน้ำ และพื้นที่บริการชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูโสภณธรรมประสิทธิ์ |
| ลำดับเจ้าอาวาสสำคัญ | 1. พระอำ สุภทโท พ.ศ. 2483 – 2490 2. พระสมบูรณ์ พ.ศ. 2490 – 2505 3. พระทองคำ สาสนภิรโต พ.ศ. 2505 – 2512 4. พระครูอรุณ ปัญญาภรณ์ พ.ศ. 2512 – 2537 5. พระอธิการสีธาตุ ธมฺมิโก พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา |
| กิจกรรมสำคัญ | โครงการลานบุญลานปัญญา โครงการปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์ งานบุญประจำวัด งานกฐิน งานผ้าป่า และกิจกรรมปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดชุมชนและสถานที่ปฏิบัติธรรม มีการพัฒนาภูมิทัศน์และพื้นที่พระธาตุเมืองแคนอย่างต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศาลาเอนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงครัว ห้องน้ำ ห้องสุขา ลานกิจกรรม และพื้นที่จอดรถภายในวัด |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-879-3280 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: พระธาตุเมืองแคน วัดสว่างแคนทะเล บุรีรัมย์ |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่อำเภอแคนดง แล้วต่อไปยังตำบลสระบัว บ้านแคนทะเล ใช้เส้นทางหลักเชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 2226 สายสตึก – คูเมือง และถนนท้องถิ่นสายแคนดง – แคนทะเล – บ้านงิ้ว – โนนพยอม – ปะเคียบ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. กุดทะเลสวน บ้านม่วงทะเล ประมาณ 4 กม. 2. บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ้านหัวหนองแคน ประมาณ 6 กม. 3. สวนนาย่า Nayagarden ศาสตร์พระราชา โคกหนองนาโมเดล ประมาณ 7 กม. 4. อ่างเก็บน้ำบ้านงิ้ว ประมาณ 5 กม. 5. วัดโพธิ์ทองบ้านซาด ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ส.น.แคนดง สถานีความอร่อย ประมาณ 8 กม. โทร. 091-455-3541 2. PunThai Coffee แคนดง ประมาณ 8 กม. โทร. 093-132-0841 3. ข้าวมันไก่กินนี่ แคนดง ประมาณ 8 กม. โทร. 095-604-6999 4. คลองคึกฤทธิ์ Cafe’ & Bistro ประมาณ 9 กม. โทร. 086-103-2045 5. ป๊ะกินเตี๋ยว ประมาณ 9 กม. โทร. 081-510-9257 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. กิ่งแก้วรีสอร์ท อำเภอแคนดง ประมาณ 8 กม. โทร. 087-876-1888 2. รวีกานต์ รีสอร์ท อำเภอแคนดง ประมาณ 10 กม. โทร. 064-195-1628 3. ปุยฝ้ายรีสอร์ท อำเภอแคนดง ประมาณ 9 กม. โทร. 093-319-0676 4. เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท อำเภอคูเมือง ประมาณ 32 กม. โทร. 087-798-1039 5. ระพีพัฒน์ เรซิเดนเชียล แอนด์ รีสอร์ท อำเภอคูเมือง ประมาณ 28 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสว่างแคนทะเลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสว่างแคนทะเลตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ 31150
ถาม: วัดสว่างแคนทะเลก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: วัดก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2483 โดยนายคำ ยุนรัมย์ พร้อมด้วยทายก ทายิกา และชาวบ้าน ร่วมกับพระอำ สุภทโท เพื่อให้ชุมชนมีสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา
ถาม: จุดเด่นของวัดสว่างแคนทะเลคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือความเป็นวัดชุมชนเก่าแก่ของบ้านแคนทะเล มีพระธาตุเมืองแคนเป็นโครงการศรัทธาสำคัญ มีพื้นที่ปฏิบัติธรรม และมีบทบาทด้านกิจกรรมเยาวชนกับชุมชน
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสว่างแคนทะเลคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสและผู้ดูแลวัดคือพระครูโสภณธรรมประสิทธิ์
ถาม: วัดสว่างแคนทะเลเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ภายในวัดมีพื้นที่สำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีศาลาการเปรียญ ศาลาเอนกประสงค์ กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล เมรุ โรงครัว ห้องน้ำ ห้องสุขา อุโบสถ และพื้นที่พระธาตุเมืองแคน
ถาม: เดินทางไปวัดสว่างแคนทะเลอย่างไร?
ตอบ: เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้เส้นทางเข้าสู่อำเภอแคนดง แล้วต่อไปยังตำบลสระบัว บ้านแคนทะเล สามารถใช้พิกัด 15.37703, 103.114 ในแผนที่นำทางได้
ถาม: เที่ยววัดสว่างแคนทะเลแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่กุดทะเลสวน บ้านม่วงทะเล บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บ้านหัวหนองแคน สวนนาย่า Nayagarden และอ่างเก็บน้ำบ้านงิ้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลสระบัวและใกล้เคียง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



