หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.นาโพธิ์ >ต.นาโพธิ์ > วัดท่าเรียบ
TL;DR: วัดท่าเรียบ อยู่ที่บ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา ควรเข้าชมช่วงกลางวัน. จุดเด่นคือ อุโบสถแบบทึบ 3 ห้อง มีระเบียงล้อมรอบ มีมุขหน้า สะท้อนงานช่างพื้นถิ่นอีสานและอิทธิพลฝีมือช่างแกวหรือช่างญวน.
วัดท่าเรียบ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ควรเข้าชมช่วงกลางวัน
วัดท่าเรียบ ตั้งอยู่เลขที่ 2 บ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญทั้งในฐานะศาสนสถานประจำชุมชนและแหล่งมรดกศิลปกรรมพื้นถิ่นของอีสานใต้ วัดแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2426 มีเนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2435 และมีอุโบสถเก่าแก่ซึ่งกรมศิลปากรได้จดทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2520 จุดเด่นของวัดท่าเรียบอยู่ที่อุโบสถโบราณ จิตรกรรมฝาผนัง และเรื่องราวของชุมชนริมทางลงท่าน้ำที่กลายเป็นที่มาของชื่อวัด
วัดท่าเรียบเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะมีประวัติสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังคงเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชาวบ้านหนองหว้าและชุมชนใกล้เคียงมาจนถึงปัจจุบัน แม้พื้นที่นาโพธิ์จะมีชื่อเสียงด้านผ้าไหม วัฒนธรรมชุมชน และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา แต่วัดท่าเรียบมีความพิเศษเฉพาะตัวจากการเป็นวัดที่มีโบราณสถานสำคัญอยู่ภายในพื้นที่วัด อุโบสถเก่าของวัดไม่ใช่เพียงอาคารประกอบสังฆกรรม แต่เป็นหลักฐานของฝีมือช่าง ความเชื่อ ศิลปะพื้นบ้าน และพลังศรัทธาของคนท้องถิ่นที่สืบทอดข้ามช่วงเวลาอย่างชัดเจน
ที่มาของชื่อวัดท่าเรียบสัมพันธ์กับภูมิประเทศและวิถีชีวิตของชุมชนโดยตรง พื้นที่ตั้งวัดและบริเวณโดยรอบเป็นที่ราบติดกับเส้นทางลงไปยังท่าน้ำ ชาวบ้านใช้เส้นทางนี้สัญจรขึ้นลงระหว่างหมู่บ้านกับท่าน้ำเป็นประจำ ในอดีตท่าน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตชนบท เพราะเกี่ยวข้องกับการเดินทาง การใช้น้ำ การค้าขาย การติดต่อระหว่างหมู่บ้าน และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เมื่อพื้นที่บริเวณวัดมีลักษณะเป็นทางเรียบลงสู่ท่าน้ำ ชาวบ้านจึงลงความเห็นตั้งชื่อว่า “วัดท่าเรียบ” ชื่อนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นร่องรอยของภูมิทัศน์ดั้งเดิมและความทรงจำของชุมชนบ้านหนองหว้า
วัดท่าเรียบตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2426 ในช่วงเวลาที่ชุมชนอีสานหลายแห่งเริ่มพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางประจำหมู่บ้านอย่างมั่นคง วัดในชนบทไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะการทำบุญหรือประกอบพิธีทางศาสนาเท่านั้น แต่เป็นทั้งสถานที่ศึกษา สถานที่ประชุม พื้นที่พึ่งพิงทางจิตใจ และพื้นที่หล่อหลอมจริยธรรมของคนในชุมชน การตั้งวัดท่าเรียบจึงสะท้อนการเติบโตของบ้านหนองหว้าและพื้นที่นาโพธิ์ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 25 ซึ่งชุมชนต้องการพื้นที่ทางศาสนาที่เป็นหลักแหล่งและสามารถรองรับกิจกรรมของพุทธศาสนิกชนได้อย่างต่อเนื่อง
วัดได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2435 โดยมีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 12 เมตร และยาว 24 เมตร การได้รับวิสุงคามสีมาเป็นหมุดหมายสำคัญของวัด เพราะเป็นการกำหนดเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญตามพระวินัย เช่น การอุปสมบทและพิธีสงฆ์ที่ต้องกระทำในเขตสีมา วัดที่ได้รับวิสุงคามสีมาจึงมีสถานะสมบูรณ์ในเชิงศาสนพิธีมากขึ้น สำหรับวัดท่าเรียบ เขตวิสุงคามสีมานี้ทำให้อุโบสถของวัดมีบทบาทสำคัญต่อพระสงฆ์และชุมชนมาตั้งแต่อดีต
ด้านการบริหารและการปกครอง วัดท่าเรียบมีพระอธิการศุภริด ฐานงฺกโร เป็นเจ้าอาวาสตามข้อมูลที่ระบุไว้ในประวัติวัด โดยมีพระสงฆ์จำพรรษา 7 รูป วัดจึงยังคงเป็นวัดที่มีชีวิต มีพระสงฆ์ดูแลศาสนสถานและรองรับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของประชาชนในพื้นที่ ชื่อของพระอธิการศุภริด ฐานงฺกโรยังปรากฏในข้อมูลคณะสงฆ์ในฐานะพระสังฆาธิการที่เกี่ยวข้องกับเขตตำบลนาโพธิ์ ทำให้วัดท่าเรียบมีบทบาทเชื่อมโยงทั้งระดับชุมชนและระดับคณะสงฆ์ในพื้นที่
อุโบสถเก่าของวัดท่าเรียบเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของวัด และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ควรได้รับความสนใจจากผู้ที่รักการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อุโบสถมีประวัติการก่อสร้างในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 25 โดยเอกสารเกี่ยวกับอุโบสถวัดท่าเรียบระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2432 ภายใต้แรงศรัทธาของชุมชนและการนำของหลวงพ่อจุล ลักษณะอาคารเป็นอุโบสถเก่าที่สะท้อนงานช่างพื้นถิ่นอีสานและฝีมือช่างที่ได้รับอิทธิพลจากช่างแกวหรือช่างญวน ซึ่งมีความถนัดด้านงานก่อสร้าง งานปูน และงานตกแต่งอาคารศาสนสถาน
ลักษณะสำคัญของอุโบสถวัดท่าเรียบคือเป็นอุโบสถแบบทึบ 3 ห้อง มีระเบียงล้อมรอบและมีมุขหน้า ตัวอาคารมีสัดส่วนกะทัดรัด ไม่ใหญ่โตแบบอุโบสถร่วมสมัย แต่มีความงามในแบบอาคารพื้นบ้านที่เน้นการใช้งานทางศาสนาและความเหมาะสมกับบริบทของชุมชน ผังอาคารและองค์ประกอบโดยรวมแสดงให้เห็นแนวคิดการสร้างสิมหรืออุโบสถพื้นถิ่นอีสานที่มีความเรียบง่าย แข็งแรง และสงบ ขณะเดียวกันก็แฝงรายละเอียดทางศิลปกรรมซึ่งทำให้อาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อุโบสถเก่าวัดท่าเรียบมีความโดดเด่นอย่างมากด้านจิตรกรรมฝาผนัง ทั้งภายในและภายนอกอาคาร จิตรกรรมเหล่านี้เป็นมรดกศิลป์ที่สะท้อนทั้งคติทางพระพุทธศาสนา จินตนาการของช่างพื้นบ้าน และโลกทัศน์ของชุมชนในอดีต ภาพเขียนบนผนังอุโบสถพื้นถิ่นอีสานมักไม่ได้งามในแบบจิตรกรรมหลวงที่เน้นความประณีตสมบูรณ์ตามระเบียบแบบแผน แต่มีเสน่ห์จากความมีชีวิต ความซื่อตรงของเส้น สี และการเล่าเรื่องที่ใกล้ชิดกับผู้คน ภาพเหล่านี้ทำให้ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของชุมชนในอดีตผ่านสายตาของช่างพื้นบ้าน
การที่กรมศิลปากรได้จดทะเบียนอุโบสถเก่าของวัดท่าเรียบเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2520 แสดงให้เห็นว่าอาคารหลังนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน การขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไม่ได้หมายความว่าอาคารหยุดทำหน้าที่ในชีวิตชุมชน แต่เป็นการรับรองคุณค่าที่ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อุโบสถจึงเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัดและมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดบุรีรัมย์ในเวลาเดียวกัน
ในปี พ.ศ. 2568 กรมศิลปากรได้ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์จิตรกรรมภายในและภายนอกอุโบสถวัดท่าเรียบ โดยมีกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ทางวัดและชุมชนเกี่ยวกับคุณค่าของจิตรกรรมฝาผนัง วิธีการดูแลรักษาศิลปกรรม และแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดความชำรุดของโบราณสถาน กิจกรรมนี้สะท้อนว่าจิตรกรรมและตัวอาคารยังคงมีความสำคัญในระดับที่หน่วยงานอนุรักษ์เข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง และชุมชนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้วิธีรักษามรดกของตนเอง
การอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดท่าเรียบมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจิตรกรรมบนอาคารเก่ามีความเปราะบางต่อความชื้น ความร้อน ฝุ่นละออง การแตกร้าวของผนัง และการซ่อมแซมที่ไม่เหมาะสม หากไม่มีการดูแลอย่างถูกวิธี ภาพเขียนที่สะสมคุณค่ามานานกว่าร้อยปีอาจเสียหายได้โดยไม่สามารถฟื้นคืนสภาพเดิม การมีโครงการอนุรักษ์และการให้ความรู้แก่ชุมชนจึงช่วยให้วัดท่าเรียบยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมสำหรับคนรุ่นต่อไป
เมื่อพิจารณาในเชิงสถาปัตยกรรม อุโบสถวัดท่าเรียบสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างงานช่างพื้นถิ่นกับการรับอิทธิพลจากช่างภายนอกได้ดี ช่างแกวหรือช่างญวนที่ปรากฏในคำบอกเล่าและข้อมูลทางสถาปัตยกรรมมักมีความชำนาญในงานก่ออิฐถือปูน การทำช่องเปิด การปั้นปูน และการจัดองค์ประกอบอาคาร วัดในภาคอีสานหลายแห่งจึงมีอาคารที่ดูเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดเฉพาะตัว แตกต่างจากอุโบสถภาคกลางหรืออาคารพระราชนิยมอย่างเห็นได้ชัด วัดท่าเรียบจึงเป็นกรณีศึกษาที่ดีของการผสมผสานงานช่างพื้นบ้านกับฝีมือช่างต่างถิ่น
พื้นที่ของวัดจำนวน 17 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา ทำให้วัดมีบริเวณเพียงพอสำหรับศาสนสถาน ลานวัด กุฏิ พื้นที่ประกอบกิจกรรม และพื้นที่รองรับงานบุญของชุมชน วัดในพื้นที่ชนบทอีสานมักมีบทบาทรองรับงานบุญประจำปี งานบวช งานศพ งานทำบุญอุทิศส่วนกุศล วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และกิจกรรมชุมชน การมีพื้นที่กว้างจึงทำให้วัดท่าเรียบสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของบ้านหนองหว้าได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากอุโบสถเก่าแล้ว ภายในวัดยังมีพื้นที่สำคัญที่เชื่อมโยงกับการใช้งานจริงของชุมชน เช่น เขตอุโบสถ ลานวัด กุฏิสงฆ์ ศาลาหรือพื้นที่ประกอบศาสนกิจ และพื้นที่ที่ใช้ต้อนรับพุทธศาสนิกชนในช่วงงานบุญ พื้นที่เหล่านี้ทำให้วัดเป็นสถานที่ที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงแหล่งโบราณสถานสำหรับชมสถาปัตยกรรมเท่านั้น ผู้มาเยือนจึงควรรับรู้ทั้งคุณค่าของอาคารเก่าและบทบาทของวัดที่ยังคงเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนในปัจจุบัน
ในมิติการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดท่าเรียบเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่า จิตรกรรมฝาผนัง งานช่างพื้นบ้าน และประวัติศาสตร์ชุมชนอีสาน วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ แต่เป็นวัดชุมชนที่มีคุณค่าลึกซึ้ง ผู้ที่มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ สังเกตรูปทรงของอุโบสถ ผนัง ระเบียง มุขหน้า และร่องรอยของจิตรกรรมที่ได้รับการอนุรักษ์ การชมแบบตั้งใจจะทำให้เข้าใจว่าความงามของวัดท่าเรียบอยู่ที่รายละเอียดและเรื่องราว ไม่ใช่เพียงภาพรวมภายนอก
สำหรับผู้ที่สนใจศิลปะพื้นถิ่น จิตรกรรมฝาผนังของอุโบสถวัดท่าเรียบเป็นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะจิตรกรรมฝาผนังในวัดชุมชนมักสะท้อนคติธรรมและวิถีชีวิตในแบบที่สัมพันธ์กับคนท้องถิ่น ภาพเขียนอาจมีการเล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก วิถีชุมชน หรือคติความเชื่อที่คนในยุคนั้นเข้าใจร่วมกัน การอนุรักษ์ภาพเหล่านี้จึงเท่ากับการอนุรักษ์ภาษา ภาพ ความคิด และความทรงจำของคนรุ่นก่อนที่ถ่ายทอดผ่านผนังวัด
การเดินทางมาวัดท่าเรียบยังสามารถเชื่อมกับเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอนาโพธิ์และพื้นที่ใกล้เคียงได้ดี นาโพธิ์มีชื่อเสียงด้านหัตถกรรมผ้าไหม โดยเฉพาะศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์และชุมชนทอผ้าไหม ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจผ้าไหมอีสาน นอกจากนี้ยังมีวัดหงษ์ในอำเภอพุทไธสง ปรางค์กู่สวนแตงในอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ และวัดป่าหนองบัวรองในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้สามารถจัดเส้นทางเที่ยวแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวันได้อย่างหลากหลาย
วัดหงษ์เป็นหนึ่งในสถานที่ศรัทธาสำคัญใกล้อำเภอนาโพธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าใหญ่ซึ่งชาวบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงเคารพนับถือ ส่วนปรางค์กู่สวนแตงเป็นโบราณสถานศิลปะขอมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม การเดินทางจากวัดท่าเรียบไปยังสถานที่เหล่านี้ช่วยให้ผู้เดินทางได้เห็นมิติของบุรีรัมย์ทั้งด้านพระพุทธศาสนา ศิลปะพื้นถิ่น งานจิตรกรรม ผ้าไหม และโบราณสถานขอมในทริปเดียว
วัดท่าเรียบยังเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของอำเภอนาโพธิ์ในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมที่มีความสงบและมีเสน่ห์ของชุมชนท้องถิ่น ผู้เดินทางที่ต้องการสัมผัสบุรีรัมย์นอกเหนือจากสนามกีฬา ปราสาทหินพนมรุ้ง หรือแหล่งท่องเที่ยวหลัก จะพบว่าวัดท่าเรียบให้ประสบการณ์ที่แตกต่าง เป็นประสบการณ์ของการเข้าไปสัมผัสชุมชนเล็ก ๆ ชมวัดเก่าแก่ที่ยังใช้งานจริง และเรียนรู้ว่ามรดกศิลปกรรมจำนวนมากของอีสานไม่ได้อยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังอยู่ในวัดของชาวบ้าน
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดัง และปฏิบัติต่ออุโบสถเก่าในฐานะโบราณสถานที่มีคุณค่า ไม่ควรสัมผัส ขูดขีด พิงผนัง หรือใช้อุปกรณ์ที่อาจทำให้จิตรกรรมฝาผนังเสียหาย หากพื้นที่ใดอยู่ระหว่างการอนุรักษ์หรือมีข้อจำกัดในการเข้าชม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทางวัดหรือเจ้าหน้าที่ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในสถานที่เช่นนี้ควรตั้งอยู่บนความเคารพต่อวัด ชุมชน และมรดกที่สืบทอดมาจากอดีต
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงกลางวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แสงธรรมชาติช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของอาคารและบรรยากาศวัดได้ชัดเจน ช่วงเช้าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำบุญหรือไหว้พระ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการเดินชมพื้นที่วัดและอุโบสถเก่าอย่างไม่เร่งรีบ หากเดินทางในฤดูฝนควรเตรียมร่มและรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่วัดชนบท เพราะบางส่วนของลานวัดอาจมีความชื้นหรือดินอ่อนตามสภาพอากาศ
การเดินทาง ไปวัดท่าเรียบสามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือขนส่งท้องถิ่น จากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถมุ่งหน้าไปยังอำเภอพุทไธสงหรืออำเภอนาโพธิ์ แล้วเดินทางต่อเข้าสู่บ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์ ระยะทางจากตัวอำเภอนาโพธิ์มายังวัดประมาณ 5 กิโลเมตร ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถนั่งรถโดยสารจากตัวเมืองบุรีรัมย์มายังอำเภอพุทไธสง แล้วต่อรถไปอำเภอนาโพธิ์และวัดท่าเรียบได้ การตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น เพราะวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีป้ายบอกทางต่อเนื่องตลอดเส้นทาง
ผู้ที่วางแผนเที่ยวอำเภอนาโพธิ์สามารถเริ่มจากวัดท่าเรียบในช่วงเช้า ชมอุโบสถเก่าและจิตรกรรมฝาผนัง จากนั้นเดินทางต่อไปยังศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์เพื่อเรียนรู้เรื่องผ้าไหม แล้วต่อเส้นทางไปวัดหงษ์หรือปรางค์กู่สวนแตงตามเวลาที่มี หากต้องการพักค้างคืนสามารถเลือกที่พักในอำเภอนาโพธิ์หรือพื้นที่ใกล้เคียง เช่น พุทไธสง บ้านใหม่ไชยพจน์ หรืออำเภอใกล้เคียงตามแผนเดินทาง
ความสำคัญของวัดท่าเรียบจึงอยู่ที่การรวมคุณค่า 3 ชั้นไว้ในสถานที่เดียว ชั้นแรกคือคุณค่าทางศาสนาในฐานะวัดมหานิกายที่ได้รับวิสุงคามสีมาและยังมีพระสงฆ์จำพรรษา ชั้นที่สองคือคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในฐานะวัดที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2426 และมีอุโบสถโบราณขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ชั้นที่สามคือคุณค่าทางศิลปกรรมจากอุโบสถและจิตรกรรมฝาผนังที่ได้รับการอนุรักษ์โดยกรมศิลปากร ทั้งสามชั้นนี้ทำให้วัดท่าเรียบเป็นวัดที่ควรได้รับการรู้จักมากขึ้นในฐานะแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของบุรีรัมย์
เมื่อเดินทางมาถึงวัดท่าเรียบ ผู้มาเยือนจะได้เห็นภาพของวัดชุมชนที่ยังดำรงบทบาททางศาสนาอยู่จริง ขณะเดียวกันก็มีมรดกศิลป์เก่าแก่ให้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง เสน่ห์ของวัดไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่โอ่อ่า แต่อยู่ที่ความเก่า ความสงบ ความเป็นท้องถิ่น และความต่อเนื่องระหว่างอดีตกับปัจจุบัน อุโบสถเก่าที่สร้างจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน จิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าโลกทัศน์ของคนรุ่นก่อน และชื่อวัดที่มาจากเส้นทางลงท่าน้ำ ล้วนทำให้วัดท่าเรียบเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของอำเภอนาโพธิ์ที่ควรค่าแก่การแวะชมอย่างตั้งใจ
| ชื่อสถานที่ | วัดท่าเรียบ |
| ที่ตั้ง | บ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 2 บ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31230 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และแหล่งโบราณสถานอุโบสถเก่าในอำเภอนาโพธิ์ |
| พื้นที่วัด | 17 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา |
| ไฮไลต์ | อุโบสถเก่าแก่ที่กรมศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณสถาน จิตรกรรมฝาผนังภายในและภายนอกอุโบสถ และประวัติชื่อวัดที่สัมพันธ์กับทางลงท่าน้ำของชุมชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. 2426 ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2435 อุโบสถเก่าสร้างในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 25 และกรมศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2520 |
| ที่มาของชื่อ | พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบติดทางลงท่าน้ำที่ชาวบ้านใช้สัญจรระหว่างหมู่บ้านกับท่าน้ำ จึงตั้งชื่อว่า “วัดท่าเรียบ” |
| ลักษณะเด่น | อุโบสถแบบทึบ 3 ห้อง มีระเบียงล้อมรอบ มีมุขหน้า สะท้อนงานช่างพื้นถิ่นอีสานและอิทธิพลฝีมือช่างแกวหรือช่างญวน |
| หลักฐานสำคัญ | อุโบสถเก่าขึ้นทะเบียนโบราณสถาน จิตรกรรมฝาผนังภายในและภายนอกอุโบสถ เขตวิสุงคามสีมา และข้อมูลประวัติวัดที่สัมพันธ์กับชุมชนบ้านหนองหว้า |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2435 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถเก่าและเขตโบราณสถาน พื้นที่จิตรกรรมฝาผนังภายในและภายนอกอุโบสถ ลานวัด ศาลาหรือพื้นที่ประกอบศาสนกิจ กุฏิสงฆ์ พื้นที่ชุมชนบ้านหนองหว้าโดยรอบวัด |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่ประกอบศาสนกิจ พื้นที่จอดรถภายในหรือใกล้วัด และพื้นที่รองรับงานบุญของชุมชนตามความเหมาะสม |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการศุภริด ฐานงฺกโร |
| พระสงฆ์จำพรรษา | 7 รูป |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปยังอำเภอพุทไธสงหรืออำเภอนาโพธิ์ แล้วต่อไปบ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์ ระยะทางจากตัวอำเภอนาโพธิ์ถึงวัดประมาณ 5 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ของชุมชน และเป็นที่ตั้งของอุโบสถโบราณซึ่งมีโครงการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังโดยกรมศิลปากร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ควรเข้าชมช่วงกลางวัน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 086-4750618 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์ ประมาณ 5 กม. 2. วัดป่าหนองบัวรอง ประมาณ 8 กม. 3. วัดหงษ์ อำเภอพุทไธสง ประมาณ 14 กม. 4. ปรางค์กู่สวนแตง ประมาณ 17 กม. 5. หมู่บ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์ ประมาณ 5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. U_na Cafe' ยูนา คาเฟ่ ประมาณ 5 กม. โทร. 082-6393647 2. Sixteen Cafe ประมาณ 5 กม. 3. บู้ย คาเฟ่ ประมาณ 5 กม. 4. ไดโนชาบู นาโพธิ์ ประมาณ 5 กม. 5. ร้านบ้านสวนพี่น้อง อ.นาโพธิ์ ประมาณ 6 กม. 6. ครัวคุณพลอย ประมาณ 5 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โฮมสเตย์ผ้าตุ้มทอง บ้านนาโพธิ์ ประมาณ 5 กม. โทร. 044-686044, 084-9604291 2. รีสอร์ทหญิงลีลั้ลลา / รีสอร์ทหญิงลีสวนน้ำ ประมาณ 8 กม. โทร. 094-9877772, 083-3366044 3. โรงแรมธัญรัศม์รีสอร์ท ประมาณ 18 กม. 4. แสนสวาท รีสอร์ท 2 ประมาณ 40 กม. โทร. 090-9654999 5. เพลาเพลินบูติครีสอร์ทแอนด์แคมป์ ประมาณ 40 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดท่าเรียบอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดท่าเรียบตั้งอยู่เลขที่ 2 บ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากตัวอำเภอนาโพธิ์ประมาณ 5 กม.
ถาม: วัดท่าเรียบมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดท่าเรียบเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2426 ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2435 และมีอุโบสถเก่าที่กรมศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2520
ถาม: อุโบสถวัดท่าเรียบมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: อุโบสถเก่าวัดท่าเรียบเป็นอุโบสถแบบทึบ 3 ห้อง มีระเบียงล้อมรอบ มีมุขหน้า และมีจิตรกรรมฝาผนังภายในและภายนอกที่ได้รับการอนุรักษ์โดยกรมศิลปากร
ถาม: ชื่อวัดท่าเรียบมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากลักษณะพื้นที่ที่เป็นที่ราบติดทางลงท่าน้ำซึ่งชาวบ้านใช้สัญจรระหว่างหมู่บ้านกับท่าน้ำ จึงเรียกพื้นที่นี้ว่าวัดท่าเรียบ
ถาม: เจ้าอาวาสวัดท่าเรียบคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสที่ระบุในข้อมูลวัดคือพระอธิการศุภริด ฐานงฺกโร
ถาม: วัดท่าเรียบเหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ ชมอุโบสถเก่า ศึกษาจิตรกรรมฝาผนัง เรียนรู้งานช่างพื้นถิ่นอีสาน และจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับแหล่งทอผ้าไหมนาโพธิ์
ถาม: มีสถานที่เที่ยวใกล้วัดท่าเรียบหรือไม่?
ตอบ: มีสถานที่ใกล้เคียง เช่น ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์ หมู่บ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์ วัดหงษ์ วัดป่าหนองบัวรอง และปรางค์กู่สวนแตง
ถาม: เดินทางไปวัดท่าเรียบอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถเดินทางไปยังอำเภอพุทไธสงหรือนาโพธิ์ แล้วต่อไปยังบ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์ หากเดินทางโดยรถโดยสารสามารถมาที่อำเภอพุทไธสงแล้วต่อรถเข้าสู่อำเภอนาโพธิ์ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




