หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.เมืองบุรีรัมย์ >ต.ในเมือง > มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ อยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดวันจันทร์ – วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30 – 16.30 น.
มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (Buriram Rajabhat University: BRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่เลขที่ 439 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 มีประวัติเริ่มต้นจากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2514 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรทางการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมาได้รับการเปลี่ยนสถานภาพเป็นสถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ใน พ.ศ. 2538 และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยจัดการศึกษาครอบคลุมศาสตร์ด้านครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาการจัดการ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการเกษตร และพยาบาลศาสตร์ รวมทั้งการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยมีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากร การพัฒนาท้องถิ่น การวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้ ภายในมหาวิทยาลัยยังมีศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาของภูมิภาคที่เปิดให้ประชาชนเข้าศึกษาได้
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีที่ตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองบุรีรัมย์ เยื้องกับอาคารศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์หลังเดิม จึงมีความสะดวกสำหรับนักศึกษาและประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ พื้นที่หลักของมหาวิทยาลัยมีขนาด 297 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา ภายในประกอบด้วยอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ อาคารสำนักงาน หอประชุม สำนักวิทยบริการ หอพักนักศึกษา สนามกีฬา โรงเรียนสาธิต และพื้นที่กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม การตั้งอยู่ในเขตเมืองทำให้มหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การบริการ และการใช้พื้นที่สาธารณะในกิจกรรมต่าง ๆ
จังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ทั้งด้านประวัติศาสตร์อารยธรรมขอม วัฒนธรรมอีสานใต้ ภูมิปัญญาชุมชน และการท่องเที่ยวร่วมสมัย ภูมิประเทศของจังหวัดมีทั้งที่ราบ พื้นที่เกษตรกรรม และภูเขาไฟเก่าที่เป็นภูมิทัศน์สำคัญของท้องถิ่น การพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์จึงเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทของชุมชนที่ต้องการบุคลากรทางการศึกษาและกำลังคนในสาขาต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็มีโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรของจังหวัดเป็นฐานการเรียนรู้และการวิจัย
ก่อนการก่อตั้งวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนครูและความจำเป็นในการขยายการศึกษาสู่ชนบท โรงเรียนในหลายจังหวัดต้องการครูที่มีความรู้และคุณวุฒิเหมาะสม ขณะที่โอกาสในการศึกษาต่อระดับสูงยังมีข้อจำกัดสำหรับประชาชนในส่วนภูมิภาค การจัดตั้งวิทยาลัยครูในจังหวัดบุรีรัมย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบฝึกหัดครูให้มีความครอบคลุมมากขึ้น และช่วยให้ผู้ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้าถึงการศึกษาวิชาชีพครูได้สะดวกกว่าเดิม
การผลักดันให้เกิดวิทยาลัยครูบุรีรัมย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับความต้องการของทั้งหน่วยงานราชการและประชาชนในจังหวัด โดยมีนายสุรวุฒิ บุญญานุสาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ในขณะนั้น และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมผลักดันการจัดตั้งสถานศึกษา ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของการพัฒนาการศึกษาในฐานะภารกิจของท้องถิ่น เนื่องจากการมีวิทยาลัยครูจะช่วยผลิตบุคลากรเข้าสู่โรงเรียนและสร้างความก้าวหน้าด้านการศึกษาของจังหวัดในระยะยาว
พื้นที่ตั้งของวิทยาลัยครูบุรีรัมย์มีประวัติที่น่าสนใจ เนื่องจากเดิมเป็นที่ดินที่กองทัพอากาศใช้เป็นสนามบิน เมื่อเลิกใช้พื้นที่แล้วจึงมีการจัดสรรที่ดินส่วนหนึ่งให้จังหวัดบุรีรัมย์ใช้เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยครู โดยพื้นที่ทางด้านตะวันออกได้รับการจัดสรรเพื่อใช้ประโยชน์ด้านการศึกษา ส่วนพื้นที่บางส่วนทางด้านตะวันตกมอบให้หน่วยงานราชการอื่น การเปลี่ยนพื้นที่จากสนามบินเดิมมาเป็นสถานศึกษาแสดงถึงการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อรองรับความต้องการด้านการพัฒนาคนและบริการสาธารณะ
วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2514 เป็นจุดเริ่มต้นการก่อสร้างวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ โดยได้รับงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2515 จำนวน 9 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรกและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น เช่น ถนน ไฟฟ้า และประปา การก่อสร้างในระยะแรกเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พื้นที่สามารถรองรับการจัดการเรียนการสอนและการบริหารสถานศึกษา ก่อนจะมีการพัฒนาอาคารและหน่วยงานเพิ่มเติมตามลำดับ
บุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ได้แก่ อาจารย์วิชชา อัตศาสตร์ ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ และอธิการคนแรกของวิทยาลัย พร้อมด้วยอาจารย์ ดร.พล คาปังค์ อาจารย์ณรงค์ วิชาเทพ และอาจารย์เจนวิทย์ ผาสุก การทำงานของบุคลากรยุคบุกเบิกมีความสำคัญต่อการวางระบบการศึกษา การบริหารงาน และการจัดเตรียมการเรียนการสอนให้สถาบันสามารถเปิดรับนักศึกษาได้ตามเป้าหมาย
ในปีการศึกษา 2515 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์เริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา หรือ ป.กศ. ต่อมาในปีการศึกษา 2516 ได้เปิดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง หรือ ป.กศ.ชั้นสูง ทั้งภาคปกติและภาคค่ำ การเปิดการเรียนการสอนหลายช่วงเวลามีความสำคัญต่อผู้เรียนที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและภาระงาน และสะท้อนการปรับตัวของวิทยาลัยเพื่อรองรับความต้องการทางการศึกษาของประชาชน
พ.ศ. 2519 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ได้รับการปรับสถานภาพตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ส่งผลให้มีการพัฒนาโครงสร้างการบริหารและหน่วยงานทางวิชาการ การจัดการเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไปตามหลักสูตรใหม่ของสภาการฝึกหัดครู และมีการจัดระบบการศึกษาเป็น 2 ภาคเรียน การปรับโครงสร้างดังกล่าวช่วยให้สถานศึกษามีความพร้อมในการขยายหลักสูตรและรองรับบทบาทที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
ปีการศึกษา 2521 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์เปิดสอนหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตแบบ 2 ปีหลังเป็นครั้งแรก โดยมีวิชาเอกที่สำคัญ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย พลศึกษา สังคมศึกษา ศิลปศึกษา และวิทยาศาสตร์ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการเปิดโอกาสให้ครูประจำการได้ศึกษาเพิ่มเติมผ่านโครงการอบรมครูประจำการ ซึ่งจัดการเรียนในวันเสาร์และวันอาทิตย์ การพัฒนารูปแบบการศึกษาลักษณะนี้ช่วยให้ครูที่ปฏิบัติงานอยู่แล้วสามารถเพิ่มคุณวุฒิและนำความรู้ใหม่กลับไปใช้ในโรงเรียนได้
ในปีการศึกษา 2524 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์เปิดหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 4 ปีเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากสาขาวิชาภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ทั่วไป พร้อมทั้งพัฒนาหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงในสาขาที่เกี่ยวข้องกับบรรณารักษศาสตร์ พัฒนาชุมชน และสหกรณ์ การขยายหลักสูตรสะท้อนการเปลี่ยนแปลงบทบาทของสถาบันจากการมุ่งผลิตครูเพียงอย่างเดียว ไปสู่การผลิตบุคลากรที่สามารถสนับสนุนงานการศึกษาและการพัฒนาชุมชนได้หลากหลายขึ้น
ช่วง พ.ศ. 2527 เป็นอีกจุดเปลี่ยนของวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ เนื่องจากมีการปรับปรุงกฎหมายวิทยาลัยครูให้สามารถจัดการศึกษานอกเหนือจากศาสตร์ด้านครุศาสตร์ได้มากขึ้น สถาบันจึงเริ่มขยายการศึกษาไปยังกลุ่มวิชาชีพและการพัฒนาท้องถิ่น เช่น การอาหาร การก่อสร้าง การเกษตร การออกแบบ ศิลปกรรม สัตวบาล เศรษฐศาสตร์สหกรณ์ และพัฒนาชุมชน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาคณะวิชาต่าง ๆ ที่ต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ” แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์มาใช้เป็นตราของสถาบัน คำว่า “ราชภัฏ” มีความหมายเกี่ยวข้องกับการเป็นคนของพระราชาและการทำหน้าที่รับใช้แผ่นดิน จึงกลายเป็นอัตลักษณ์ร่วมของสถาบันราชภัฏที่มุ่งพัฒนาการศึกษาและให้บริการแก่ประชาชน
ใน พ.ศ. 2538 พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏมีผลใช้บังคับ ทำให้วิทยาลัยครูบุรีรัมย์เปลี่ยนสถานภาพเป็นสถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ และมีการปรับระบบการบริหารให้เหมาะสมกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีการจัดการศึกษาอย่างหลากหลาย ตำแหน่งผู้บริหารเปลี่ยนเป็นอธิการบดี หน่วยงานทางวิชาการพัฒนาเป็นคณะ และสามารถจัดการศึกษาได้ถึงระดับบัณฑิตศึกษา โดยยังยึดหลักการเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
การขยายการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาเริ่มมีความชัดเจนในปีการศึกษา 2541 เมื่อสถาบันราชภัฏบุรีรัมย์เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาโทด้านการบริหารการศึกษา ต่อมาในปีการศึกษา 2542 ได้พัฒนาการศึกษาด้านสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา และในระยะถัดมามีการขยายสาขาที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและการสอน บริหารธุรกิจ การวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น และรัฐประศาสนศาสตร์ การดำเนินงานดังกล่าวช่วยสร้างโอกาสให้ครู บุคลากรของรัฐ และประชาชนที่สำเร็จปริญญาตรีสามารถศึกษาต่อในระดับสูงภายในภูมิภาคได้
วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 การเปลี่ยนสถานภาพครั้งนี้ทำให้มหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีโครงสร้างการบริหารที่เหมาะสมกับภารกิจของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการทางวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาท้องถิ่น
ภายหลังได้รับสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้มีการพัฒนาคณะและหน่วยงานทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร และคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม รวมทั้งหน่วยงานสนับสนุนการศึกษา เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนา สำนักศิลปะและวัฒนธรรม สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ต่อมามหาวิทยาลัยยังได้พัฒนาการจัดการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพ
มหาวิทยาลัยยังมีการพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนงานด้านการศึกษาและการวิจัยนอกเหนือจากพื้นที่หลักในตัวเมืองบุรีรัมย์ เช่น พื้นที่สาธารณประโยชน์โคกหนองขวางในอำเภอคูเมือง และพื้นที่ราชพัสดุในอำเภอปะคำ ซึ่งได้รับการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เพื่อดำเนินโครงการทางการศึกษาและพัฒนาพื้นที่ การดำเนินงานเหล่านี้สะท้อนการมองพื้นที่การเรียนรู้ให้กว้างกว่าห้องเรียนในเขตเมือง โดยเฉพาะโครงการที่ต้องอาศัยการทดลอง การฝึกปฏิบัติ และความร่วมมือกับชุมชน
เมื่อถึง พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีประวัติครบ 55 ปีนับจากการเริ่มก่อสร้างวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ใน พ.ศ. 2514 และครบ 22 ปีนับจากการได้รับสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมฉลอง 55 ปีแห่งการก่อตั้งสถาบันเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยมีการวิ่งการกุศล การทำบุญ และกิจกรรมคืนสู่เหย้าศิษย์เก่า เพื่อรำลึกถึงเส้นทางการพัฒนาจากวิทยาลัยครูสู่มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่าหลายรุ่น
ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีรองศาสตราจารย์ ดร.ศิราณี จุโฑปะมา ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569 การบริหารมหาวิทยาลัยในช่วงปัจจุบันดำเนินงานภายใต้พันธกิจการผลิตบัณฑิตและพัฒนาท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพหลักสูตร การวิจัย การสร้างความร่วมมือ และการส่งเสริมกิจกรรมของนักศึกษา
ตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีพื้นฐานจากตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 ประกอบด้วยรูปพระที่นั่งอัฐทิศ วงจักร และสัญลักษณ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจและพระราชพิธีบรมราชาภิเษก การใช้ตราพระราชลัญจกรเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันราชภัฏแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นเครื่องหมายที่สร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่า
ตรามหาวิทยาลัยประกอบด้วยสีสำคัญ 5 สี ได้แก่ สีน้ำเงินซึ่งสื่อถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ สีเขียวซึ่งสื่อถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สีทองซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา สีส้มซึ่งสะท้อนความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสีขาวซึ่งหมายถึงความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์ ขณะที่สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีม่วงและสีเหลือง ซึ่งปรากฏในกิจกรรมและสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับประชาคมมหาวิทยาลัย
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์คือดอกราชพฤกษ์หรือดอกคูณ ดอกไม้สีเหลืองที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมไทยและพบได้ในภูมิทัศน์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยใช้ชื่อดอกคูณและราชพฤกษ์เชื่อมโยงกับกิจกรรมการต้อนรับนักศึกษาใหม่ เช่น การเรียกนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษา 2569 ว่า “ดอกคูณช่อที่ 55” การใช้ชื่อดอกไม้ประจำสถาบันจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอัตลักษณ์และความรู้สึกผูกพันระหว่างผู้เรียนกับมหาวิทยาลัย
คติธรรมประจำมหาวิทยาลัยคือ “สุวิชโช ชเน สุโต โหติ” มีความหมายว่า “ผู้มีความรู้ดี ย่อมเป็นเด่นในหมู่ชน” สะท้อนความสำคัญของการแสวงหาความรู้ ความสามารถ และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง คติธรรมดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ผลิตบัณฑิตให้มีทั้งความรู้ทางวิชาการ ทักษะการประกอบอาชีพ และความรับผิดชอบต่อสังคม
พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยคือพระพุทธสัพพัญญูสุคโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ด้านจิตใจและคุณค่าทางศาสนาของประชาคมมหาวิทยาลัย การมีพระพุทธรูปประจำสถาบันสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษากับคุณธรรมทางสังคมไทย ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยยังส่งเสริมการเรียนรู้และเคารพความหลากหลายของนักศึกษาและบุคลากรจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน
พิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกรเป็นประเพณีสำคัญที่มีลักษณะเฉพาะของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยจัดพิธีที่มีนักศึกษาใหม่และบุคลากรร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน พิธีดังกล่าวมีความหมายในการสร้างความตระหนักถึงประวัติศาสตร์ของสถาบันและบทบาทของราชภัฏในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น อีกทั้งช่วยให้นักศึกษาใหม่เกิดความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมมหาวิทยาลัย
กิจกรรมวันราชภัฏตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันสำคัญที่ระลึกถึงการพระราชทานนามราชภัฏแก่สถาบันฝึกหัดครูทั่วประเทศ สำหรับ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์จัดพิธีถวายราชสักการะและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับตราพระราชลัญจกร เพื่อให้บุคลากรและนักศึกษาได้ตระหนักถึงประวัติศาสตร์ของสถาบัน รวมทั้งแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ช่วงวันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์จัดงานราชภัฏบุรีรัมย์มหกรรมวิชาการและวัฒนธรรมนานาชาติ ครั้งที่ 9 หรือ BRICC Festival 2026 โดยมีกิจกรรมทางวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย นิทรรศการ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากเครือข่ายทั้งภายในและต่างประเทศ งานดังกล่าวเชื่อมโยงภารกิจทางวิชาการกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและช่วยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
การแสดงภายในงาน BRICC Festival 2026 มีทั้งดนตรีไทยและนาฏศิลป์จากนักศึกษา ตลอดจนการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติจากเครือข่ายในประเทศจีน ลาว เวียดนาม และเมียนมา รวมถึงสถาบันการศึกษาไทย การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ช่วยให้นักศึกษาได้แสดงความสามารถด้านศิลปะและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ความแตกต่างและความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มหาวิทยาลัยยังจัดกิจกรรมทางกายและกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เช่น ราชภัฏบุรีรัมย์มินิมาราธอน ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยใช้พื้นที่บริเวณ BRU Dome เป็นจุดเริ่มกิจกรรม กิจกรรมดังกล่าวสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักศึกษา บุคลากร ศิษย์เก่า และผู้สนใจทั่วไป พร้อมส่งเสริมการดูแลสุขภาพและการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งกิจกรรมของสังคม
กิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่เป็นอีกส่วนสำคัญของวัฒนธรรมมหาวิทยาลัย ในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยจัดการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2569 เพื่อให้ผู้เรียนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับระบบการศึกษา การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย การปฏิบัติตามระเบียบ และการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ การปฐมนิเทศยังเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาได้พบผู้บริหาร อาจารย์ และเพื่อนร่วมรุ่น ทำให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษาได้อย่างเหมาะสม
ประเพณีบายศรีสู่ขวัญและการทำบุญตักบาตรมีบทบาทในการต้อนรับนักศึกษาและสร้างความเป็นสิริมงคล โดยสะท้อนภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชนอีสาน การทำบายศรีสู่ขวัญมีความหมายเกี่ยวกับการให้กำลังใจ การต้อนรับ และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ส่วนการทำบุญตักบาตรเป็นกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ส่งเสริมการทำความดีและความเอื้อเฟื้อ การนำประเพณีเหล่านี้มาอยู่ในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
พิธีไหว้ครูเป็นประเพณีที่ยังจัดอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยจัดพิธีไหว้ครูสำหรับนักศึกษาภาคปกติเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ณ หอประชุมมาลิณีจุโฑปะมา และกำหนดพิธีไหว้ครูสำหรับนักศึกษาภาค กศ.บป. และบัณฑิตศึกษาในวันที่ 26 กรกฎาคม ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ พิธีไหว้ครูมีความสำคัญต่อการสืบสานธรรมเนียมความเคารพครูอาจารย์ ความกตัญญู และการปลูกฝังคุณธรรมในการศึกษา
สำนักศิลปะและวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานสำคัญในการทำหน้าที่อนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้ โดยเฉพาะศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ หัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนที่มีความเชื่อมโยงกับอารยธรรมขอมและวัฒนธรรมอีสาน อีกทั้งช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์ผ่านการจัดแสดงสิ่งของและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ประวัติของศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้มีพัฒนาการสืบเนื่องจากงานด้านวัฒนธรรมในยุควิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ต่อมามีการพัฒนาเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ใน พ.ศ. 2536 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย
ภายในศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุและองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาค เช่น เครื่องมือหิน ภาชนะดินเผา ผ้าทอพื้นบ้าน และรูปเคารพทางศาสนา สิ่งจัดแสดงเหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจการดำรงชีวิต ความเชื่อ งานหัตถกรรม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในอดีต การศึกษาวัตถุจากหลากหลายยุคสมัยยังช่วยสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนในอีสานใต้กับวัฒนธรรมเขมรและพระพุทธศาสนา
นอกจากนี้ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ยังมีพื้นที่นิทรรศการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ผู้สนใจสามารถศึกษาประเพณี เครื่องแต่งกาย งานฝีมือ และวิถีชีวิตของประชาชนในภูมิภาค การจัดนิทรรศการภายในอาคารมีความสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชาติพันธุ์และพัฒนาการของชุมชนในพื้นที่บุรีรัมย์ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมการศึกษาดูงานและการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมได้
ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้เปิดให้เข้าชมพื้นที่นิทรรศการตามเวลาของหน่วยงาน โดยมีข้อมูลการให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 09.00–16.20 น. และไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้สนใจศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะหรือเข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการควรติดต่อสำนักศิลปะและวัฒนธรรมก่อนเดินทางเพื่อประสานงานด้านสถานที่และกำหนดการจัดกิจกรรม
ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 สำนักศิลปะและวัฒนธรรมได้เข้าร่วมการหารือกับหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อศึกษาแนวทางยกระดับศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้สู่การเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองบุรีรัมย์ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ทางวัฒนธรรมให้สามารถตอบสนองต่อการศึกษา การวิจัย และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้มากขึ้น โดยเชื่อมโยงข้อมูลทางประวัติศาสตร์กับการนำเสนอแก่ผู้เข้าชม
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหน่วยงานสำคัญอีกแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัย โดยมีจุดเริ่มต้นจากหอสมุดวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ที่ก่อตั้งขึ้นพร้อมกับวิทยาลัยครูใน พ.ศ. 2514 ในช่วงแรกหอสมุดตั้งอยู่ภายในอาคารสำนักงานอธิการบดี ก่อนย้ายมาใช้อาคารหอสมุดเฉพาะใน พ.ศ. 2518 และพัฒนาบริการด้านสารสนเทศตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สำนักวิทยบริการจึงมีบทบาททั้งในการสนับสนุนการเรียนการสอน การศึกษาค้นคว้า และการเข้าถึงทรัพยากรความรู้ของนักศึกษาและบุคลากร
อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ หรืออาคาร 15 เป็นอาคารสำคัญด้านการบริหารของมหาวิทยาลัย โดยเป็นที่ตั้งสำนักงานอธิการบดีและหน่วยงานสนับสนุนหลายส่วน ภายในอาคารยังใช้รองรับการติดต่อทางราชการและกิจกรรมทางวิชาการในห้องประชุมต่าง ๆ การจัดระบบบริการภายในอาคารช่วยให้นักศึกษา บุคลากร และผู้มาติดต่อสามารถเข้าถึงหน่วยงานด้านบริหารได้ในพื้นที่ศูนย์กลาง
หอประชุมมาลิณีจุโฑปะมาเป็นสถานที่สำคัญสำหรับพิธีการและกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย โดยใน พ.ศ. 2569 ใช้เป็นสถานที่จัดพิธีไหว้ครู พิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร กิจกรรมสำคัญของนักศึกษา และการฝึกซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร การมีหอประชุมที่รองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมากช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดกิจกรรมร่วมกันของบุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่าได้อย่างเหมาะสม
พื้นที่ BRU Dome และสนามกีฬากลางเป็นแหล่งกิจกรรมที่มีบทบาทต่อการพัฒนานักศึกษาและการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ใช้รองรับกิจกรรมกลางแจ้ง การออกกำลังกาย และการแข่งขันกีฬา รวมถึงงานที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีหอพักนักศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการใช้ชีวิต ซึ่งช่วยสนับสนุนผู้เรียนที่เดินทางมาจากอำเภอหรือจังหวัดอื่น
ด้านการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มี 7 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีการเกษตร และคณะพยาบาลศาสตร์ โดยมีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นหน่วยงานสำคัญที่สนับสนุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก การจัดหลักสูตรครอบคลุมทั้งศาสตร์ทางวิชาการและวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับความต้องการกำลังคนของภาครัฐ เอกชน และชุมชน
คณะครุศาสตร์เป็นคณะที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับประวัติการก่อตั้งมหาวิทยาลัยจากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ มีหน้าที่ผลิตครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้ ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ และจิตสำนึกด้านจรรยาบรรณวิชาชีพครู สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ได้แก่ การศึกษาปฐมวัย ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ พลศึกษา ดนตรีศึกษา นาฏศิลป์ และเทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์ศึกษา การมีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพครูหลายสาขาช่วยสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนของท้องถิ่น
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทในการศึกษาภาษา วรรณคดี กฎหมาย รัฐประศาสนศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม โดยมีการจัดการศึกษาในสาขาต่าง ๆ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษธุรกิจ การพัฒนาสังคม บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ ศาสตร์เหล่านี้มีความสำคัญต่อการบริหารงานสาธารณะ การสื่อสาร และการพัฒนาความเข้าใจระหว่างบุคคลกับสังคม อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์องค์ความรู้ทางภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
คณะวิทยาศาสตร์จัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยมีสาขาที่ปรากฏในโครงสร้างทางวิชาการ ได้แก่ คณิตศาสตร์ เคมีประยุกต์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชีววิทยา วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ภูมิสารสนเทศ วิทยาศาสตร์การกีฬา สถิติและวิทยาการสารสนเทศ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขศาสตร์ การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ช่วยสร้างทักษะการวิเคราะห์ การทดลอง และการใช้ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทรัพยากร และเทคโนโลยี
คณะวิทยาการจัดการมุ่งพัฒนาบุคลากรด้านธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ การบัญชี การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การสื่อสารมวลชน และอุตสาหกรรมบริการ โดยมีสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ การตลาด การเงินและการลงทุน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ การท่องเที่ยวและการโรงแรม และเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ การเรียนรู้เหล่านี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้บริหารองค์กร พัฒนาธุรกิจ และสร้างโอกาสทางอาชีพในบริบทเศรษฐกิจของจังหวัดบุรีรัมย์
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมีบทบาทในการผลิตบุคลากรด้านเทคโนโลยีและการปฏิบัติงานทางเทคนิค โดยมีการจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม เทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า เทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมการจัดการอุตสาหกรรม และศิลปะและการออกแบบ ความรู้เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในงานก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า กระบวนการผลิต การออกแบบ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท้องถิ่น
คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีความสำคัญต่อจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งมีพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร โดยมีหลักสูตรด้านเกษตรศาสตร์ สัตวศาสตร์ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร อีกทั้งมีการจัดการศึกษาด้านเกษตรศึกษาร่วมกับคณะครุศาสตร์ ความเชี่ยวชาญดังกล่าวสามารถสนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรรม การแปรรูปผลิตผล และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรท้องถิ่น
คณะพยาบาลศาสตร์มีบทบาทในการผลิตบุคลากรทางการพยาบาลเพื่อสนับสนุนระบบสุขภาพของประชาชน โดยเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต มีการจัดการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วย การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค การพัฒนาคณะพยาบาลศาสตร์เป็นการขยายบทบาทของมหาวิทยาลัยให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการกำลังคนด้านสุขภาพได้มากขึ้น
บัณฑิตวิทยาลัยทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยมีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษา นวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ เทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์ศึกษา ดนตรีศึกษา วิจัยและประเมินผลการศึกษา รัฐประศาสนศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และศาสตร์อื่นตามหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยจัดการศึกษา ใน พ.ศ. 2569 มีการจัดสอบคัดเลือกนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกภาคพิเศษ แสดงถึงบทบาทในการพัฒนาบุคลากรระดับสูงของภูมิภาค
งานวิจัยและนวัตกรรมเป็นภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยเน้นการใช้ความรู้จากคณะและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ การศึกษาเรื่องเกษตรกรรม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การจัดการธุรกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่การสร้างความร่วมมือกับชุมชนทำให้การวิจัยมีโอกาสนำไปทดลองและปรับใช้ในสภาพแวดล้อมจริง
การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ด้านการเกษตรเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับทรัพยากรธรรมชาติในภูมิภาค การศึกษาเรื่องพืช สัตว์ และการแปรรูปอาหารสามารถช่วยสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดต้นทุนการผลิต และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นและนักศึกษาที่ต้องการนำความรู้ไปสร้างอาชีพ
มหาวิทยาลัยมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของจังหวัดบุรีรัมย์ผ่านการจัดกิจกรรมวิชาการ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชน การเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอีสานใต้ รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ สามารถสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่มีความเข้าใจเอกลักษณ์ของจังหวัดและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพในพื้นที่ได้
การพัฒนาการศึกษาของมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2569 ยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับสถานประกอบการ ตัวอย่างเช่น การฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา ซึ่งเริ่มต้นการฝึกงานในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2569 การฝึกประสบการณ์ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้การปฏิบัติงานจริง การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ ก่อนสำเร็จการศึกษาและเข้าสู่ตลาดแรงงาน
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ยังมีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เพราะศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้เป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถศึกษาประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้โดยตรง ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมพื้นบ้าน โบราณวัตถุ งานผ้า และประเพณีของชุมชนอีสานใต้สามารถใช้เวลาศึกษานิทรรศการภายในมหาวิทยาลัย ก่อนเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเมืองบุรีรัมย์
ในพื้นที่ตัวเมืองบุรีรัมย์มีสถานที่สำคัญที่สะท้อนเอกลักษณ์ของจังหวัด เช่น ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ วัดกลางพระอารามหลวง และพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ส่วนบริเวณรอบเมืองยังมีวนอุทยานเขากระโดง สนามช้างอารีนา และสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ศาสนา และกีฬา การเดินทางมามหาวิทยาลัยจึงสามารถเชื่อมโยงกับการศึกษาภูมิทัศน์และพัฒนาการร่วมสมัยของจังหวัดบุรีรัมย์ได้
ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้เป็นหมู่คณะควรติดต่อสำนักศิลปะและวัฒนธรรมล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีต้องการศึกษาดูงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ส่วนการเข้าอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่วิชาการเฉพาะต้องปฏิบัติตามระเบียบของมหาวิทยาลัย การวางแผนการเข้าชมและการติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบจะช่วยให้ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง
การเดินทาง ไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง รถไฟ และเครื่องบิน โดยมหาวิทยาลัยตั้งอยู่เลขที่ 439 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ใกล้ศูนย์กลางเมืองบุรีรัมย์ ผู้เดินทางจากต่างจังหวัดสามารถใช้ทางหลวงสายหลักเข้าสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์ จากนั้นใช้ถนนจิระเป็นเส้นทางเข้าสู่มหาวิทยาลัย โดยค้นหาชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ในระบบนำทางเพื่อระบุตำแหน่งทางเข้า
ผู้เดินทางโดยรถไฟสามารถใช้บริการรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือมาลงที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถรับจ้างท้องถิ่นหรือรถยนต์ไปยังถนนจิระ ส่วนผู้เดินทางด้วยรถโดยสารระหว่างจังหวัดสามารถลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบุรีรัมย์ แล้วเดินทางต่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้ สำหรับผู้เดินทางโดยเครื่องบิน สามารถใช้ท่าอากาศยานบุรีรัมย์เป็นจุดหมายแล้วต่อรถยนต์เข้าสู่ตัวเมือง การเลือกวิธีเดินทางควรพิจารณาเวลาของกิจกรรม สถานที่นัดหมาย และจำนวนสัมภาระประกอบกัน
ภายในมหาวิทยาลัยมีอาคารหลายหลังซึ่งใช้รองรับหน่วยงานต่างกัน ผู้เดินทางมาติดต่อสำนักงานอธิการบดีควรมุ่งหน้าไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ อาคาร 15 ส่วนการติดต่อเรื่องสมัครเรียนและงานทะเบียนเกี่ยวข้องกับสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ผู้มาติดต่อควรตรวจสอบชื่อหน่วยงานและอาคารให้ชัดเจน โดยเฉพาะวันสอบ วันรับสมัคร และกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
ในด้านบริการผู้มาเยือน มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ใกล้ย่านร้านอาหาร โรงแรม และที่พักในเขตเมืองบุรีรัมย์ จึงเอื้อต่อผู้ปกครอง นักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้เข้าร่วมการประชุมที่ต้องพักค้างคืน ผู้เดินทางสามารถเลือกที่พักตามความเหมาะสมของงบประมาณและจุดหมายปลายทาง โดยพื้นที่ถนนจิระและย่านตัวเมืองมีทั้งโรงแรมขนาดเล็ก ที่พักราคาประหยัด และร้านอาหารไทย อาหารอีสาน และอาหารนานาชาติให้เลือกใช้บริการ
จากจุดเริ่มต้นใน พ.ศ. 2514 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้พัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลายทางวิชาการและเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคมในหลายมิติ การเปลี่ยนสถานภาพจากวิทยาลัยครูไปสู่สถาบันราชภัฏและมหาวิทยาลัย เป็นกระบวนการที่สะท้อนพัฒนาการของการอุดมศึกษาไทยและความสำคัญของการกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่ภูมิภาค
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์จึงเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์การศึกษา การผลิตบุคลากร และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้ ในปีที่ครบรอบ 55 ปีแห่งการก่อตั้งสถาบัน มหาวิทยาลัยยังคงดำเนินภารกิจการศึกษา การวิจัย และการบริการสังคมควบคู่กับการสืบสานมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยยึดความรู้และความรับผิดชอบต่อประชาชนเป็นพื้นฐานของการพัฒนาคนและชุมชนอย่างยั่งยืน
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Buriram Rajabhat University |
| อักษรย่อ | มรภ.บร. / BRU |
| ประเภท | มหาวิทยาลัยของรัฐ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ |
| ที่ตั้ง | ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | 439 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 |
| พิกัดมหาวิทยาลัย | ประมาณ 14.9913632, 103.1022496 |
| พื้นที่มหาวิทยาลัยหลัก | 297 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา |
| วันเริ่มก่อสร้างสถาบัน | 6 ตุลาคม พ.ศ. 2514 |
| วันที่ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย | 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 |
| อายุสถาบันใน พ.ศ. 2569 | 55 ปีนับจากเริ่มก่อสร้างวิทยาลัยครู และ 22 ปีนับจากยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย |
| ชื่อเดิม | 1. วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ 2. สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ 3. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ |
| บุคคลสำคัญในประวัติการก่อตั้ง | นายสุรวุฒิ บุญญานุสาสน์, อาจารย์วิชชา อัตศาสตร์, อาจารย์ ดร.พล คาปังค์, อาจารย์ณรงค์ วิชาเทพ และอาจารย์เจนวิทย์ ผาสุก |
| อธิการบดี ณ เดือนตุลาคม 2569 | รองศาสตราจารย์ ดร.ศิราณี จุโฑปะมา |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีม่วง–เหลือง |
| ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ดอกราชพฤกษ์ หรือดอกคูณ |
| คติธรรม | สุวิชโช ชเน สุโต โหติ : ผู้มีความรู้ดี ย่อมเป็นเด่นในหมู่ชน |
| พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย | พระพุทธสัพพัญญูสุคโต |
| คณะและหน่วยงานการศึกษาหลัก | 1. คณะครุศาสตร์ 2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3. คณะวิทยาศาสตร์ 4. คณะวิทยาการจัดการ 5. คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 6. คณะเทคโนโลยีการเกษตร 7. คณะพยาบาลศาสตร์ 8. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ความโดดเด่น | การผลิตครู การพัฒนาท้องถิ่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เกษตรกรรม วิทยาการจัดการ พยาบาลศาสตร์ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมอีสานใต้ |
| สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย | 1. ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ 2. สำนักศิลปะและวัฒนธรรม 3. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ 4. อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ (อาคาร 15) 5. หอประชุมมาลิณีจุโฑปะมา 6. หอประชุมวิชชาอัตศาสตร์ 7. BRU Dome 8. สนามกีฬากลางและหอพักนักศึกษา |
| ประเพณีและกิจกรรม | 1. วันราชภัฏ 14 กุมภาพันธ์ 2. พิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร 3. พิธีไหว้ครู 4. พิธีบายศรีสู่ขวัญนักศึกษาใหม่ 5. งานราชภัฏบุรีรัมย์มหกรรมวิชาการและวัฒนธรรมนานาชาติ 6. กิจกรรมคืนสู่เหย้าศิษย์เก่า 7. ราชภัฏบุรีรัมย์มินิมาราธอน |
| วันเปิดทำการ | วันจันทร์ – วันอาทิตย์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| เวลาเข้าชมนิทรรศการศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ | วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 16.20 น. |
| ค่าเข้าชมศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ | ฟรี |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด หอประชุม หอพักนักศึกษา สนามกีฬา ศูนย์วัฒนธรรมและอาคารบริการนักศึกษา |
| การเดินทาง | ใช้ถนนจิระเข้าสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร รถไฟผ่านสถานีบุรีรัมย์ หรือเครื่องบินผ่านท่าอากาศยานบุรีรัมย์แล้วต่อรถรับจ้าง |
| สถานที่ท่องเที่ยวในเขตเมืองและรอบเมือง | 1. ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ 2. วัดกลางพระอารามหลวง 3. พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 4. วนอุทยานเขากระโดง 5. สนามช้างอารีนา |
| ร้านอาหารในเขตเมืองบุรีรัมย์ | 1. อีสานประตูน้ำชัย โทร. 084-825-2558 2. London Steak Buriram โทร. 044-115-213 3. ริมน้ำหมูกระทะ โทร. 083-858-8646 4. Miles Cafe' Buriram โทร. 063-803-9365 5. สยามแจ่วเนื้อ โทร. 087-770-5687 |
| ที่พักในเขตเมืองบุรีรัมย์ | 1. Snow House Buriram โทร. 090-258-3030 2. The Circle Hotel โทร. 044-602-222 3. B2 Buriram Boutique and Budget Hotel โทร. 044-110-866 4. Prajan Residence โทร. 064-954-3805 5. HOP INN Buriram โทร. 02-080-2222 |
| โทรศัพท์มหาวิทยาลัย | 044-611221 |
| โทรสาร | 044-612858 |
| อีเมล | saraban@bru.ac.th |
| เว็บไซต์ทางการ | https://www.bru.ac.th/ |
| ระบบงานทะเบียน | https://oapr.bru.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการจัดการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการใน พ.ศ. 2569 |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ปีการศึกษา 2569 การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยครอบคลุมหลักสูตรระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา โดยรายการต่อไปนี้แสดงสาขาวิชาที่มีหลักฐานการจัดการศึกษาหรือเผยแพร่ในเว็บไซต์หน่วยงานวิชาการร่วมสมัย การแสดงชื่อสาขาวิชาไม่ได้หมายความว่าทุกสาขาเปิดรับนักศึกษาใหม่ในทุกรอบสมัคร และต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างหลักสูตร วิชาเอก และกลุ่มวิชาตามประกาศของคณะที่รับผิดชอบ
| คณะ / หน่วยงาน | หลักสูตรและสาขาวิชา |
| คณะครุศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี — กลุ่มหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 1. การศึกษาปฐมวัย 2. ภาษาไทย 3. ภาษาอังกฤษ 4. คณิตศาสตร์ 5. สังคมศึกษา 6. วิทยาศาสตร์ทั่วไป 7. พลศึกษา 8. ดนตรีศึกษา 9. นาฏศิลป์ 10. ศิลปศึกษา 11. เทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์ศึกษา 12. ฟิสิกส์ |
| คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. ภาษาไทย 2. ภาษาอังกฤษ 3. ภาษาอังกฤษธุรกิจ 4. การพัฒนาสังคม 5. บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ 6. นิติศาสตร์ 7. รัฐประศาสนศาสตร์ 8. ดนตรีสากล 9. คอมพิวเตอร์ศิลปะและการออกแบบ 10. ภูมิสารสนเทศ |
| คณะวิทยาศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี — กลุ่มวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ 1. คณิตศาสตร์ 2. เคมีประยุกต์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3. ชีววิทยา 4. วิทยาการคอมพิวเตอร์ 5. เทคโนโลยีสารสนเทศ 6. ภูมิสารสนเทศ 7. วิทยาศาสตร์การกีฬา 8. สถิติและวิทยาการสารสนเทศ 9. วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 10. สาธารณสุขศาสตร์ |
| คณะวิทยาการจัดการ | ระดับปริญญาตรี — กลุ่มบริหารธุรกิจ การบัญชี การสื่อสาร และเศรษฐศาสตร์ 1. การจัดการ 2. การตลาด 3. การบริหารทรัพยากรมนุษย์ 4. การเงินและการลงทุน 5. การบัญชี 6. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ 7. การสื่อสารมวลชน 8. การท่องเที่ยวและการโรงแรม 9. เศรษฐศาสตร์การจัดการธุรกิจ 10. เศรษฐศาสตร์ธุรกิจการค้าสมัยใหม่ |
| คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม | ระดับปริญญาตรี 1. ศิลปะและการออกแบบ 2. เทคโนโลยีสถาปัตยกรรม 3. เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า 4. เทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา 5. เทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 6. วิศวกรรมการจัดการอุตสาหกรรม |
| คณะเทคโนโลยีการเกษตร | ระดับปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์ 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ — กลุ่มวิชานวัตกรรมการผลิตพืช 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ — กลุ่มวิชาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร 5. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศึกษา — หลักสูตรร่วมกับคณะครุศาสตร์ |
| คณะพยาบาลศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตรวิชาชีพระดับประกาศนียบัตร 1. ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล |
| บัณฑิตวิทยาลัย — ปริญญาโท | หลักสูตรที่ปรากฏในข้อมูลบัณฑิตวิทยาลัย 1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 2. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา 3. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์ศึกษา 4. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา 5. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ 6. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 7. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 8. เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ดิจิทัล |
| บัณฑิตวิทยาลัย — ปริญญาเอก | หลักสูตรที่มีการดำเนินงานในปีการศึกษา 2569 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 2. ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา 3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 439 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 ใกล้ศูนย์กลางเมืองบุรีรัมย์และศาลากลางจังหวัดหลังเดิม
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: มหาวิทยาลัยระบุวันเปิดทำการวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยกำหนดการให้บริการของบางหน่วยงานอาจแตกต่างกัน
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: เริ่มก่อสร้างเป็นวิทยาลัยครูบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2514 และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มี 7 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีการเกษตร และคณะพยาบาลศาสตร์ รวมทั้งบัณฑิตวิทยาลัย
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีจุดเด่นทางการศึกษาด้านใด?
ตอบ: มีรากฐานด้านการผลิตครูและความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาท้องถิ่น โดยจัดการศึกษาเพิ่มเติมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การเกษตร วิทยาการจัดการ พยาบาลศาสตร์ และมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมนิทรรศการของศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ได้ โดยพื้นที่นิทรรศการระบุเวลาให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 09.00 – 16.20 น. และไม่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม สำหรับการศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะควรติดต่อสำนักศิลปะและวัฒนธรรมล่วงหน้า
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีประเพณีสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมวันราชภัฏ พิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร พิธีไหว้ครู กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญนักศึกษาใหม่ งานมหกรรมวิชาการและวัฒนธรรมนานาชาติ และกิจกรรมศิษย์เก่าตามโอกาสสำคัญของมหาวิทยาลัย
ถาม: จะเดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้อย่างไร?
ตอบ: เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์แล้วใช้ถนนจิระเป็นเส้นทางเข้ามหาวิทยาลัย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร รถไฟผ่านสถานีบุรีรัมย์ หรือเครื่องบินผ่านท่าอากาศยานบุรีรัมย์แล้วต่อรถรับจ้าง
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




