หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.นางรอง >ต.หนองกง > ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้
TL;DR: ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้ สถานที่ท่องเที่ยวบุรีรัมย์ วิถีชีวิต, หมู่บ้าน ชุมชน.

บุรีรัมย์

ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้

ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้

วันเปิดทำการ: ทุกวัน โดยควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชมเป็นหมู่คณะ
เวลาเปิดทำการ: กรุณาติดต่อศูนย์บริการท่องเที่ยวหนองตาไก้หรือกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้ล่วงหน้า
 
ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองตาไก้ หมู่ 3 และบ้านหนองตาไก้น้อย หมู่ 4 ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหมที่โดดเด่นด้านภูมิปัญญาการทอผ้าไหมอีสานใต้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้กระบวนการทอผ้าไหมตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอก ย้อม มัดหมี่ ทอผ้า ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าไหม เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ ซิ่นคั่น ผ้าสไบ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ กระเป๋าผ้าไหม และผลิตภัณฑ์ไหมเปลือกนอก บ้านหนองตาไก้จึงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวบุรีรัมย์ในมุมหัตถกรรม วิถีชุมชน และวัฒนธรรมผ้าไหมที่ยังมีชีวิตอยู่จริง
 
ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชนที่สำคัญของอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในตำบลหนองกง โดยมีพื้นที่หลักเกี่ยวข้องกับบ้านหนองตาไก้ หมู่ 3 และบ้านหนองตาไก้น้อย หมู่ 4 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหมของบุรีรัมย์ จุดเด่นของชุมชนแห่งนี้ไม่ได้อยู่เพียงการจำหน่ายผ้าไหมสำเร็จรูปเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นกระบวนการผลิตผ้าไหมแบบใกล้ชิด ตั้งแต่ต้นทางของเส้นไหมไปจนถึงปลายทางของผืนผ้าที่ถูกออกแบบเป็นลวดลายเฉพาะถิ่น
 
บ้านหนองตาไก้เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของอำเภอนางรองที่สืบทอดวัฒนธรรมอีสานใต้มาอย่างต่อเนื่อง ชุมชนแห่งนี้มีความผูกพันกับงานทอผ้าไหมมายาวนาน เพราะการทอผ้าไม่ใช่เพียงอาชีพเสริมของครัวเรือน แต่เป็นทักษะที่ถ่ายทอดกันในครอบครัว ผู้หญิงในชุมชนจำนวนมากเติบโตมากับเสียงกี่ทอผ้า การเตรียมเส้นไหม การมัดลาย และการสังเกตสีสันของผืนผ้าที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากฝีมือของตนเอง การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาซื้อผ้าไหม แต่เป็นการเดินเข้าสู่พื้นที่ที่ผู้คนยังใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
 
ชื่อบ้านหนองตาไก้มีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศและความทรงจำของชุมชน เดิมพื้นที่หมู่บ้านมีหนองน้ำขนาดใหญ่และมีต้นตาไก้ขึ้นอยู่จำนวนมาก จึงกลายเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน ความทรงจำเกี่ยวกับหนองน้ำ ต้นไม้ และการตั้งถิ่นฐานของผู้คนสะท้อนให้เห็นว่าชื่อหมู่บ้านไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกทางปกครอง แต่เป็นร่องรอยของธรรมชาติและประวัติชุมชนที่ยังคงถูกเล่าต่อกันมา เมื่อชุมชนพัฒนาสู่การเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหม ชื่อหนองตาไก้จึงกลายเป็นชื่อที่เชื่อมทั้งภูมิประเทศ ภูมิปัญญา และผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเข้าไว้ด้วยกัน
 
หนึ่งในลวดลายที่ทำให้บ้านหนองตาไก้มีเอกลักษณ์คือผ้าไหมซิ่นตีนแดงและลายดอกตาไก้บาน ผ้าซิ่นตีนแดงเป็นผ้าพื้นเมืองที่มีความสำคัญมากในวัฒนธรรมอีสานใต้ โดยเฉพาะพื้นที่บุรีรัมย์ ลักษณะเด่นคือส่วนตีนซิ่นสีแดงที่ให้ความรู้สึกสง่างาม เป็นมงคล และมีความหมายต่อการแต่งกายในโอกาสสำคัญ ส่วนลายดอกตาไก้บานเป็นการนำชื่อและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาแปลงเป็นลวดลายบนผืนผ้าไหม ทำให้ผืนผ้าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นเรื่องเล่าของหมู่บ้านที่สื่อผ่านสี เส้น และลายมัดหมี่
 
ผ้าไหมบ้านหนองตาไก้มีความน่าสนใจตรงที่ยังคงรักษาเสน่ห์ของงานทอมือไว้ชัดเจน การทอผ้าไหมด้วยมือมีจังหวะเฉพาะตัว ช่างทอต้องใช้ทั้งสายตา ความจำ สมาธิ และความเข้าใจเส้นไหมอย่างลึกซึ้ง แต่ละผืนใช้เวลานานและมีรายละเอียดแตกต่างกัน แม้จะทอลายเดียวกัน สีเดียวกัน หรือใช้เทคนิคใกล้เคียงกัน ผืนผ้าที่ได้ก็ยังมีลักษณะเฉพาะจากฝีมือของผู้ทอ ความไม่เหมือนกันเล็กน้อยนี้คือคุณค่าของงานหัตถกรรม เพราะทำให้ผ้าแต่ละผืนมีชีวิตและมีตัวตน ไม่ใช่สินค้าอุตสาหกรรมที่ผลิตซ้ำเหมือนกันทุกชิ้น
 
กิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ได้เมื่อมาเยือนศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้คือกระบวนการผลิตผ้าไหมแบบครบวงจร เริ่มจากการปลูกหม่อนเพื่อเป็นอาหารของตัวไหม การเลี้ยงไหม การสาวไหมเพื่อให้ได้เส้นไหม การฟอกเส้นไหม การย้อมสี การมัดหมี่เพื่อกำหนดลวดลาย การกรอเส้น การขึ้นกี่ และการทอผ้า กระบวนการเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าผ้าไหมหนึ่งผืนไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย แต่เกิดจากแรงงาน ความอดทน ความละเอียด และภูมิปัญญาที่สะสมมาหลายรุ่น
 
การปลูกหม่อนและเลี้ยงไหมเป็นต้นทางสำคัญของผ้าไหม เพราะคุณภาพของใบหม่อนและการดูแลตัวไหมมีผลต่อคุณภาพของเส้นไหมโดยตรง ชุมชนที่ยังคงความรู้เรื่องหม่อนไหมจึงมีคุณค่ามาก เพราะเป็นการรักษาองค์ความรู้ตั้งแต่ระดับเกษตรกรรมไปจนถึงงานหัตถกรรม ตัวไหมที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสมจะสร้างรังไหมที่สามารถสาวเป็นเส้นไหมได้ดี เส้นไหมที่ได้จะถูกนำเข้าสู่ขั้นตอนฟอก ย้อม และเตรียมเส้นก่อนทอ ซึ่งทุกขั้นตอนต้องอาศัยความชำนาญของคนในชุมชน
 
ขั้นตอนการมัดหมี่เป็นหัวใจของผ้าไหมลายไทยและลายอีสานใต้ เพราะเป็นกระบวนการกำหนดลวดลายก่อนการทอ ช่างมัดหมี่ต้องมีความแม่นยำในการมัดเส้นไหมตามตำแหน่งที่ต้องการให้เกิดลาย เมื่อย้อมสีแล้วแกะเชือกออก เส้นไหมจะมีสีและช่องว่างตามแบบที่เตรียมไว้ จากนั้นจึงนำไปทอจนเกิดเป็นลวดลายบนผืนผ้า การดูช่างมัดหมี่ทำงานช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าความงามของผ้าไหมไม่ได้เกิดจากการวาดลายลงบนผืนผ้าหลังทอ แต่เกิดจากการวางแผนล่วงหน้าบนเส้นไหมทุกเส้นอย่างพิถีพิถัน
 
เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการทอผ้า นักท่องเที่ยวจะได้เห็นจังหวะการทำงานของกี่ทอผ้า เสียงกระทบของฟืม การสอดกระสวย และการควบคุมเส้นยืนเส้นพุ่งให้เกิดลายตามที่ออกแบบไว้ การทอผ้าต้องใช้ความอดทนสูง เพราะผ้าหนึ่งผืนต้องค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละแนว ผู้ทอต้องรักษาจังหวะและแรงมือให้สม่ำเสมอ หากดึงแน่นเกินไปหรือหลวมเกินไป ผืนผ้าอาจเสียรูปหรือไม่เรียบสวย การได้เห็นขั้นตอนนี้ด้วยตาตนเองทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจราคาของผ้าไหมทอมือมากขึ้น เพราะราคานั้นสะท้อนทั้งเวลา ฝีมือ วัสดุ และความรู้ที่อยู่ในผืนผ้า
 
ผลิตภัณฑ์ที่พบได้ในบ้านหนองตาไก้มีหลายรูปแบบ ทั้งผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้นเรียบ ซิ่นคั่น ผ้าสไบ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ กระเป๋าผ้าไหม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ไหมเปลือกนอกซึ่งมีพื้นผิวและสัมผัสแตกต่างจากผ้าไหมทั่วไป ไหมเปลือกนอกมีเอกลักษณ์ด้านเนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ นุ่ม และมีพื้นผิวเฉพาะตัว เมื่อนำมาแปรรูปเป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หรือของใช้ร่วมสมัย จึงตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ชอบงานพื้นบ้านและผู้ที่ต้องการของฝากที่ใช้งานได้จริง
 
การเลือกซื้อผ้าไหมที่ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้มีคุณค่ามากกว่าการซื้อของฝาก เพราะเป็นการสนับสนุนชุมชนโดยตรง รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ช่วยสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ ทำให้ผู้สูงอายุ แม่บ้าน และช่างทอมีรายได้จากความสามารถของตนเอง ขณะเดียวกันยังช่วยให้คนรุ่นใหม่เห็นว่างานผ้าไหมไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเพียงงานของคนรุ่นก่อน แต่สามารถต่อยอดเป็นสินค้า วัฒนธรรม และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าได้
 
บ้านหนองตาไก้และบ้านหนองตาไก้น้อยยังเปิดพื้นที่ให้รองรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน ดูการทอผ้า เข้าใจวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากช่างทอโดยตรง การท่องเที่ยวลักษณะนี้ต่างจากการเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพราะต้องใช้เวลาในการสังเกต พูดคุย และเรียนรู้จากคนในพื้นที่ ผู้มาเยือนจึงควรเดินทางด้วยท่าทีเคารพชุมชน ไม่เร่งรีบ และเปิดใจฟังเรื่องราวจากผู้ทอผ้าที่เป็นเจ้าของภูมิปัญญาโดยตรง
 
เสน่ห์สำคัญอีกอย่างของบ้านหนองตาไก้คือบรรยากาศของหมู่บ้านอีสานใต้ที่ยังคงความเรียบง่าย ผู้มาเยือนจะได้เห็นบ้านเรือน วิถีชุมชน พื้นที่เกษตร งานหัตถกรรม และการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกตัดขาดจากภูมิปัญญาเก่า การทอผ้ายังเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ใกล้กับครัวเรือนและชุมชน ไม่ใช่โรงงานขนาดใหญ่ สิ่งนี้ทำให้นักท่องเที่ยวรับรู้ได้ว่างานผ้าไหมยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริง ไม่ใช่การจัดแสดงที่แยกจากบริบทของชุมชน
 
ในด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น บ้านหนองตาไก้เป็นชุมชนที่มีรากวัฒนธรรมอีสานใต้ชัดเจน การย้ายถิ่นฐาน การตั้งบ้านเรือน การสร้างอาชีพ และการรักษาขนบธรรมเนียมล้วนมีส่วนทำให้ผ้าไหมกลายเป็นอัตลักษณ์ของหมู่บ้าน เมื่อชุมชนได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหม จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มป้ายสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นการยกระดับทุนวัฒนธรรมเดิมให้กลายเป็นประสบการณ์เรียนรู้ที่ผู้มาเยือนเข้าถึงได้มากขึ้น
 
พื้นที่ตำบลหนองกงยังมีหมู่บ้านหลายแห่งที่สะท้อนความหลากหลายของชุมชนท้องถิ่น บ้านหนองตาไก้ หมู่ 3 และบ้านหนองตาไก้น้อย หมู่ 4 เป็นแกนสำคัญของการท่องเที่ยวไหม ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงยังมีชุมชนอื่น ๆ ที่มีวิถีเกษตร งานหัตถกรรม วัด และแหล่งโบราณคดี เช่น ปราสาทหนองกง หรือปราสาทโคกปราสาท ซึ่งเป็นโบราณสถานในตำบลหนองกงที่ช่วยเติมมิติทางประวัติศาสตร์ให้เส้นทางท่องเที่ยวบริเวณนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น
 
ปราสาทหนองกงเป็นตัวอย่างของแหล่งโบราณคดีที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านท่องเที่ยวไหม มีการสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับเส้นทางโบราณและศาสนสถานในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมรโบราณ การจัดเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมบ้านหนองตาไก้กับปราสาทหนองกงจึงทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นทั้งมรดกจับต้องได้อย่างโบราณสถาน และมรดกจับต้องไม่ได้อย่างภูมิปัญญาการทอผ้าไหมในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
 
นอกจากงานผ้าไหมแล้ว บ้านหนองตาไก้ยังมีภาพของพรรณไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ กล้วยไม้ และผลไม้ตามฤดูกาลที่ช่วยทำให้การมาเยือนมีความหลากหลายมากขึ้น ผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศชุมชนเกษตรสามารถใช้เวลาเดินชม ซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หรือพูดคุยกับชาวบ้านเกี่ยวกับวิถีชีวิตและพืชพรรณในพื้นที่ การท่องเที่ยวลักษณะนี้ทำให้บ้านหนองตาไก้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์ทอผ้า แต่เป็นหมู่บ้านที่มีทั้งงานฝีมือ วิถีเกษตร และบรรยากาศชนบทอีสานใต้ร่วมกัน
 
การเดินทาง ไปศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้เส้นทางสายนางรอง – บุรีรัมย์ ทางหลวงหมายเลข 218 หากเดินทางจากอำเภอนางรอง สามารถแยกจากทางหลวงหมายเลข 24 บริเวณสามแยกถนนหัก แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 218 ไปทางบุรีรัมย์ประมาณ 10 กิโลเมตร เส้นทางนี้ทำให้บ้านหนองตาไก้อยู่ห่างจากตัวอำเภอนางรองประมาณ 14 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 41 กิโลเมตร เหมาะกับการจัดทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอนางรองและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
 
ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 218 มุ่งสู่อำเภอนางรอง แล้วเข้าสู่ตำบลหนองกงและบ้านหนองตาไก้ได้ เส้นทางโดยรวมไม่ซับซ้อน แต่ควรตั้งปลายทางในแผนที่เป็นบ้านหนองตาไก้ ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ หรือกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้ หากเดินทางเป็นหมู่คณะ ควรติดต่อกลุ่มหรือศูนย์บริการท่องเที่ยวล่วงหน้า เพื่อให้ชุมชนเตรียมการต้อนรับ จัดลำดับกิจกรรม และอธิบายกระบวนการทอผ้าได้ครบถ้วน
 
รูปแบบการเที่ยวที่เหมาะสำหรับบ้านหนองตาไก้คือการใช้เวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการเพียงเลือกซื้อผ้าไหม อาจใช้เวลาไม่นาน แต่หากต้องการชมกระบวนการตั้งแต่ต้นทาง ควรเผื่อเวลาให้มากพอสำหรับการดูการสาวไหม มัดหมี่ ทอผ้า และสนทนากับช่างทอ การเที่ยวแบบช้า ๆ จะทำให้เข้าใจคุณค่าของผ้าไหมได้ลึกกว่า และทำให้การเลือกซื้อผืนผ้ามีความหมายมากขึ้น เพราะผู้ซื้อจะรู้ว่าผืนผ้านั้นผ่านมือใคร ผ่านขั้นตอนใด และสื่อถึงชุมชนอย่างไร
 
บ้านหนองตาไก้เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มครอบครัวสามารถพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้ที่มาของผ้าไหมและเห็นการทำงานของช่างทอจริง กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนด้านเศรษฐกิจชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงานหัตถกรรม กลุ่มนักออกแบบหรือผู้สนใจสิ่งทอสามารถมาศึกษาลวดลาย สี และเทคนิคการทอ ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อของฝากคุณภาพสามารถเลือกผ้าไหมจากช่างทอโดยตรง ซึ่งมีคุณค่าทั้งในแง่ความงามและเรื่องราว
 
เมื่อมาเยือนชุมชนทอผ้า ควรให้ความสำคัญกับมารยาทในการเข้าชมบ้านและพื้นที่ทำงานของชาวบ้าน ผู้มาเยือนควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือขั้นตอนการผลิต ไม่จับเส้นไหม ผืนผ้า หรืออุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้เสียงสุภาพ ไม่ต่อรองราคาจนเกินความเหมาะสม และเข้าใจว่างานทอมือมีต้นทุนทั้งด้านเวลาและแรงงาน การเคารพช่างทอและผลงานของชุมชนคือส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ
 
หากต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยวในหนึ่งวัน สามารถเริ่มจากบ้านหนองตาไก้ในช่วงเช้า เพื่อเรียนรู้ผ้าไหมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ จากนั้นแวะปราสาทหนองกงเพื่อชมโบราณสถานในตำบลเดียวกัน แล้วเดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอนางรองเพื่อรับประทานอาหารหรือพักผ่อน ก่อนต่อไปยังวัดเขาอังคาร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือปราสาทเมืองต่ำตามเวลาที่มี เส้นทางนี้ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นบุรีรัมย์ครบทั้งงานหัตถกรรม โบราณสถาน และภูมิทัศน์วัฒนธรรมอีสานใต้
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะเป็นเวลาที่เหมาะกับการดูงานหัตถกรรมและเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่นในอำเภอนางรอง หากเป็นช่วงหน้าร้อนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม ส่วนช่วงฤดูฝนควรตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง เนื่องจากบางพื้นที่ของหมู่บ้านและถนนชุมชนอาจมีน้ำขังหรือเปียกลื่น หากต้องการชมกิจกรรมครบ ควรติดต่อชุมชนก่อน เพราะบางขั้นตอน เช่น การสาวไหม ย้อมไหม หรือมัดหมี่ อาจไม่ได้เกิดขึ้นตลอดทั้งวันทุกวัน
 
โดยสรุป ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจชุมชน งานหัตถกรรม และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ที่นี่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าผ้าไหมบุรีรัมย์ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าสวยงาม แต่เป็นผลลัพธ์ของวิถีชีวิต ความอดทน ภูมิปัญญา และความร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่บ้าน บ้านหนองตาไก้และบ้านหนองตาไก้น้อยจึงเป็นจุดหมายที่ควรแวะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบุรีรัมย์ในมุมลึกขึ้น มุมที่เต็มไปด้วยเสียงกี่ทอผ้า สีสันของเส้นไหม และเรื่องเล่าของชุมชนที่ยังคงทออดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างงดงาม
 
ชื่อสถานที่ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้ / หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมบ้านหนองตาไก้
ที่ตั้งบ้านหนองตาไก้ หมู่ 3 และบ้านหนองตาไก้น้อย หมู่ 4 ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
ที่อยู่ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ 31110
ไฮไลต์หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมของบุรีรัมย์ เรียนรู้การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอก ย้อม มัดหมี่ ทอผ้า และเลือกซื้อผ้าไหมมัดหมี่ ซิ่นคั่น ผ้าสไบ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ กระเป๋าผ้าไหม และผลิตภัณฑ์ไหมเปลือกนอก
ประวัติ / สมัย / ยุคเป็นชุมชนเก่าแก่ของตำบลหนองกงที่สืบทอดวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอีสานใต้ ต่อมาพัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหมของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยใช้ภูมิปัญญาทอผ้าไหมเป็นแกนหลักของการท่องเที่ยวชุมชน
ที่มาของชื่อเดิมพื้นที่มีหนองน้ำขนาดใหญ่และมีต้นตาไก้ขึ้นอยู่จำนวนมาก จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านหนองตาไก้ และต่อยอดเป็นอัตลักษณ์ของผ้าไหมลายดอกตาไก้บาน
ลักษณะเด่นเป็นแหล่งเรียนรู้ผ้าไหมแบบชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถชมกระบวนการทอผ้าไหมแบบใกล้ชิด เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากช่างทอ และสัมผัสวิถีชีวิตของบ้านหนองตาไก้กับบ้านหนองตาไก้น้อย
ผลิตภัณฑ์สำคัญผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้นเรียบ ซิ่นคั่น ผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าสไบ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ กระเป๋าผ้าไหม ผลิตภัณฑ์ไหมเปลือกนอก และผ้าไหมลายดอกตาไก้บาน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนศูนย์ทอผ้าไหมและกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้
2. โซนสาธิตการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และสาวไหม
3. โซนฟอก ย้อม และมัดหมี่
4. โซนกี่ทอผ้าและการทอผ้าไหม
5. โซนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
6. โซนบ้านหนองตาไก้น้อยและกิจกรรมชุมชน
7. โซนโฮมสเตย์ วิถีชีวิต และพื้นที่เรียนรู้ชุมชน
ผู้ดูแล / ผู้ประสานงานกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้, ศูนย์บริการท่องเที่ยวหนองตาไก้ อบต.หนองกง และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง
เบอร์ติดต่อกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้ โทร. 085-028-8396
ศูนย์บริการท่องเที่ยวหนองตาไก้ อบต.หนองกง โทร. 044-605-024
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง โทร. 044-666-945
กิจกรรมสำคัญศึกษาดูงานผ้าไหม ชมการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม มัดหมี่ ทอผ้า เลือกซื้อผ้าไหม ทดลองเรียนรู้ภูมิปัญญาชุมชน และพักโฮมสเตย์ในรูปแบบท่องเที่ยวชุมชนเมื่อนัดหมายล่วงหน้า
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหมและแหล่งเรียนรู้งานหัตถกรรมผ้าไหมของอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
วันเปิดทำการทุกวัน โดยควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชมเป็นหมู่คณะ
เวลาเปิดทำการควรติดต่อล่วงหน้ากับศูนย์บริการท่องเที่ยวหนองตาไก้หรือกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้ เพื่อจัดรอบชมกิจกรรมและสาธิตงานผ้าไหม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สาธิตทอผ้า พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม พื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ลานจอดรถชุมชน โฮมสเตย์ตามการประสานงาน และพื้นที่เรียนรู้วิถีชุมชน
การเดินทางใช้เส้นทางสายนางรอง – บุรีรัมย์ ทางหลวงหมายเลข 218 จากทางหลวงหมายเลข 24 บริเวณสามแยกถนนหัก อำเภอนางรอง ใช้ทางหลวงหมายเลข 218 ไปทางบุรีรัมย์ประมาณ 10 กม. บ้านหนองตาไก้อยู่ห่างจากตัวอำเภอนางรองประมาณ 14 กม. และห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 41 กม.
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ปราสาทหนองกง / ปราสาทโคกปราสาท ประมาณ 6 กม.
2. ตัวเมืองนางรองและย่านตลาดนางรอง ประมาณ 14 กม.
3. วัดขุนก้อง อำเภอนางรอง ประมาณ 15 กม.
4. วัดเขาอังคาร ประมาณ 38 กม.
5. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ประมาณ 40 กม.
6. ปราสาทเมืองต่ำ ประมาณ 48 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. มัน ดี นะ ถนนหัก นางรอง ประมาณ 8 กม. โทร. 094-970-4559
2. ร้านอาหารตรี คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ นางรอง ประมาณ 14 กม. โทร. 044-631-168
3. จิ้งนำขาหมู นางรอง ประมาณ 14 กม. โทร. 044-631-473, 081-790-4808
4. ลักษณา ขาหมู สาขา 2 นางรอง ประมาณ 15 กม. โทร. 044-631-319
5. นัดที่นี่ Nat Tee Nee Slow Bar Coffee ประมาณ 16 กม. โทร. 095-283-7146
ที่พักใกล้เคียง1. S.S. Hotel Nangrong ประมาณ 14 กม. โทร. 044-631-288, 090-271-5887
2. Nangrong Hotel ประมาณ 14 กม. โทร. 044-631-014, 085-879-5945
3. Akelada Hotel Nang Rong ประมาณ 14 กม. โทร. 084-825-9214, 044-622-199
4. Socool Grand Hotel Nang Rong ประมาณ 15 กม. โทร. 044-632-333, 080-488-1888
5. Phanomrungpuri Hotel Nang Rong ประมาณ 16 กม. โทร. 044-632-222, 086-336-6618
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้อยู่ที่บ้านหนองตาไก้ หมู่ 3 และบ้านหนองตาไก้น้อย หมู่ 4 ตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
 
ถาม: บ้านหนองตาไก้มีจุดเด่นเรื่องอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหมของบุรีรัมย์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้กระบวนการผ้าไหม ตั้งแต่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอก ย้อม มัดหมี่ ทอผ้า ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
 
ถาม: ผ้าไหมบ้านหนองตาไก้มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง?
ตอบ: มีผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้นเรียบ ซิ่นคั่น ผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าสไบ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ กระเป๋าผ้าไหม ผลิตภัณฑ์ไหมเปลือกนอก และผ้าไหมลายดอกตาไก้บาน
 
ถาม: ต้องติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ควรติดต่อล่วงหน้า โดยเฉพาะการเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือการต้องการชมกิจกรรมสาธิตหลายขั้นตอน เพื่อให้กลุ่มทอผ้าไหมและศูนย์บริการท่องเที่ยวชุมชนเตรียมการต้อนรับได้เหมาะสม
 
ถาม: เดินทางไปบ้านหนองตาไก้อย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางสายนางรอง – บุรีรัมย์ ทางหลวงหมายเลข 218 จากทางหลวงหมายเลข 24 บริเวณสามแยกถนนหัก อำเภอนางรอง ขับไปทางบุรีรัมย์ประมาณ 10 กม. บ้านหนองตาไก้อยู่ห่างจากตัวอำเภอนางรองประมาณ 14 กม.
 
ถาม: บ้านหนองตาไก้เหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา กลุ่มศึกษาดูงาน นักออกแบบ ผู้สนใจผ้าไทย และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้วิถีชุมชนกับภูมิปัญญาผ้าไหมอีสานใต้
 
ถาม: เที่ยวศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ปราสาทหนองกง ตัวเมืองนางรอง วัดขุนก้อง วัดเขาอังคาร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำได้
 
ถาม: มีที่พักใกล้ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้หรือไม่?
ตอบ: มีที่พักในตัวอำเภอนางรองหลายแห่ง เช่น S.S. Hotel Nangrong, Nangrong Hotel, Akelada Hotel, Socool Grand Hotel และ Phanomrungpuri Hotel ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหนองตาไก้ประมาณ 14 – 16 กม.

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชนประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ศูนย์ทอผ้าไหมบ้านหนองตาไก้

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)