หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.ปะคำ >ต.ปะคำ > วัดโพธิ์ย้อย
TL;DR: วัดโพธิ์ย้อย อยู่ที่บ้านปะคำ หมู่ที่ 1 ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา ควรเข้าชมช่วงกลางวัน. จุดเด่นคือ เป็นวัดชุมชนที่เก็บรักษาโบราณวัตถุขอมหลายประเภท และมีฐานอุโบสถไม้ตั้งอยู่บนฐานโบราณสถานศิลาแลง.

บุรีรัมย์

วัดโพธิ์ย้อย

วัดโพธิ์ย้อย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ควรเข้าชมช่วงกลางวัน
 
วัดโพธิ์ย้อย บ้านปะคำ หมู่ที่ 1 ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดชุมชนที่มีความสำคัญมากกว่าความเป็นศาสนสถานทั่วไป เพราะภายในวัดเก็บรักษาโบราณวัตถุศิลปะขอมหลายชิ้นที่พบในบริเวณใกล้เคียง ทั้งทับหลัง ใบเสมา เสาศิลา ชิ้นส่วนเสากรอบประตู และฐานศิวลึงค์ ทำให้วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบุรีรัมย์ ศิลปะขอมในภาคอีสาน และร่องรอยโบราณสถานที่สัมพันธ์กับเส้นทางวัฒนธรรมโบราณในเขตอำเภอปะคำ
 
แม้วัดโพธิ์ย้อยจะไม่ได้ถูกกล่าวถึงในฐานะวัดเก่าแก่ที่โดดเด่นด้านรูปแบบสถาปัตยกรรมการก่อสร้างเหมือนวัดโบราณขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่ความสำคัญของวัดอยู่ที่การเป็นพื้นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุจำนวนมากซึ่งสะท้อนชั้นประวัติศาสตร์ก่อนหน้าการตั้งวัดในรูปแบบปัจจุบัน ภายในวัดมีทับหลัง 5 ชิ้น ใบเสมา 3 แผ่น เสาศิลา 5 หลัก ชิ้นส่วนเสากรอบประตู 1 ชิ้น และฐานศิวลึงค์ 1 ชิ้น โบราณวัตถุเหล่านี้ทำให้วัดโพธิ์ย้อยไม่ใช่เพียงสถานที่ทำบุญของชาวบ้านปะคำ แต่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องศิลปกรรมขอมที่ยังคงปรากฏอยู่ในพื้นที่ชุมชน
 
วัดตั้งอยู่ใกล้สี่แยกอำเภอปะคำในพื้นที่บ้านปะคำ หมู่ที่ 1 ตำบลปะคำ ทำเลของวัดจึงเข้าถึงได้สะดวกสำหรับผู้เดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ อำเภอนางรอง หรือพื้นที่ใกล้เคียง เส้นทางหลักจากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงสาย 208 เส้นบุรีรัมย์ – นางรอง ถึงอำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงสาย 2118 เส้นนางรอง – ปะคำ เมื่อถึงทางแยกอำเภอปะคำให้เลี้ยวซ้าย จะพบวัดโพธิ์ย้อยอยู่ใกล้สี่แยกทางด้านขวามือ ทำให้เหมาะสำหรับจัดเป็นจุดแวะเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ร่วมกับปราสาทบ้านโคกงิ้ว ปราสาทหนองหงส์ และเขื่อนลำนางรอง
 
สิ่งที่ทำให้วัดโพธิ์ย้อยมีความโดดเด่นคือกลุ่มทับหลังศิลปะขอมที่เก็บรักษาไว้ในบริเวณวัด โดยทับหลังที่ตั้งอยู่ทางด้านหน้าพระประธานด้านขวาสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว แวดล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเป็นรูปแบบที่พบได้ในศิลปะขอมหลายยุค และสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคติพราหมณ์-ฮินดูกับศาสนสถานโบราณในพื้นที่อีสานใต้ ทับหลังชิ้นนี้กล่าวกันว่าเคลื่อนย้ายมาจากปราสาทหินบ้านโคกปราสาท หรือที่เรียกว่าปราสาทบ้านโคกงิ้ว ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตรทางทิศเหนือ
 
ทับหลังด้านซ้ายซึ่งอยู่ด้านหน้าพระประธานเช่นกัน สลักเป็นภาพเล่าเรื่องการถวายสตรีให้กับบุคคลผู้มีอำนาจ ซึ่งอาจตีความได้ว่าเป็นกษัตริย์หรือเทพ บุคคลในภาพนั่งเรียงกันภายในซุ้ม มีลายพันธุ์พฤกษาล้อมรอบ และปลายทับหลังทั้ง 2 ข้างเป็นภาพมังกรหันหน้าออกคายลายก้านต่อดอก ลักษณะเช่นนี้สะท้อนฝีมือช่างที่สามารถผสมผสานเรื่องเล่าเชิงสัญลักษณ์กับลวดลายประดับได้อย่างงดงาม การชมทับหลังชิ้นนี้ควรมองทั้งภาพรวมและรายละเอียด เพราะรายละเอียดของบุคคล ลายพรรณพฤกษา และมังกรที่ปลายทับหลังช่วยให้เข้าใจภาษาทางศิลปกรรมของขอมโบราณได้ชัดขึ้น
 
ด้านหลังพระประธานยังมีทับหลังสำคัญอีกหลายชิ้น โดยทับหลังด้านขวาสลักเป็นภาพพระอิศวรทรงโคอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว เหนือหน้ากาลซึ่งใช้มือทั้ง 2 ข้างยึดจับท่อนพวงมาลัยทั้ง 2 ข้าง รายละเอียดของทับหลังมีลายแบ่งที่เสี้ยวเป็นรูปบุคคลนั่งอยู่ในซุ้มเหนือดอกบัวพร้อมก้านประกอบ ภาพพระอิศวรทรงโคสะท้อนคติไศวนิกายซึ่งเกี่ยวข้องกับศิวลึงค์ ฐานศิวลึงค์ และองค์ประกอบของศาสนสถานขอมในพื้นที่ การมีทั้งทับหลังภาพพระอินทร์และพระอิศวรภายในวัดเดียวกันจึงช่วยให้เห็นความหลากหลายของคติความเชื่อที่เคยปรากฏในบริเวณนี้
 
นอกจากนั้นยังมีทับหลังบนกุฏิอีก 1 ชิ้น สลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเหนือหน้ากาล หน้ากาลใช้มือยึดท่อนพวงมาลัย และด้านข้างพระอินทร์เป็นภาพสิงห์ยืน องค์ประกอบของหน้ากาล พวงมาลัย ช้างเอราวัณ และสิงห์ เป็นภาษาศิลปกรรมที่มีความหมายเชิงคติจักรวาลและการคุ้มครองศาสนสถาน ทับหลังเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงงานแกะสลักหินที่สวยงาม แต่เป็นหลักฐานที่สะท้อนระบบความเชื่อและศิลปกรรมของชุมชนโบราณในบริเวณปะคำและพื้นที่ใกล้เคียง
 
จากลักษณะทางศิลปกรรมของทับหลังที่วัดโพธิ์ย้อย สามารถกำหนดอายุโดยประมาณได้ว่าอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบเกลี้ยงและบาปวน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของศิลปะขอมในดินแดนอีสานใต้ ลักษณะของลวดลาย หน้ากาล พวงมาลัย ซุ้มเรือนแก้ว และองค์ประกอบเทพเจ้า ช่วยให้เห็นร่องรอยทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับเครือข่ายวัฒนธรรมขอมในภูมิภาคนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การเข้าใจช่วงอายุของทับหลังจะช่วยให้การชมวัดโพธิ์ย้อยมีความหมายมากกว่าการมองโบราณวัตถุเป็นเพียงก้อนหินแกะสลัก
 
โบราณวัตถุอื่น ๆ ภายในวัดก็มีความสำคัญไม่แพ้ทับหลัง โดยเฉพาะเสาศิลาที่สลักเป็นรูปโยคีภายในซุ้ม ใบเสมาที่ปักกระจายอยู่รอบอุโบสถ และใบเสมาบางแผ่นที่สลักเป็นรูปธรรมจักรอย่างสวยงาม ใบเสมาเป็นองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับเขตศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนา ส่วนเสาศิลารูปโยคีและฐานศิวลึงค์เชื่อมโยงกับคติพราหมณ์-ฮินดู การปรากฏของวัตถุหลายกลุ่มในพื้นที่เดียวกันทำให้วัดโพธิ์ย้อยเป็นพื้นที่ที่สะท้อนการซ้อนทับทางศาสนาและวัฒนธรรมในช่วงเวลาต่าง ๆ
 
บริเวณที่ตั้งวัดโพธิ์ย้อยยังมีข้อสันนิษฐานสำคัญว่าอาจเคยเป็นอาคารที่เรียกว่าอโรคยศาลมาก่อน อโรคยศาลเป็นสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งสร้างขึ้นตามคติพุทธมหายานและพบร่องรอยในหลายพื้นที่ของอีสานใต้ ฐานอุโบสถไม้ภายในวัดตั้งอยู่บนฐานโบราณสถานเก่าที่ก่อด้วยศิลาแลง จึงมีการสันนิษฐานว่าอาจเป็นฐานปรางค์หรือส่วนหนึ่งของอาคารโบราณสถานเดิม ร่องรอยนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะทำให้วัดโพธิ์ย้อยอาจเชื่อมโยงกับระบบโบราณสถานขอมในพื้นที่ปะคำได้ลึกกว่าที่เห็นจากตัววัดปัจจุบัน
 
ทางด้านหลังอุโบสถมีร่องรอยของสระน้ำโบราณรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่พบได้ในบริบทของศาสนสถานและชุมชนโบราณหลายแห่ง สระน้ำโบราณไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านการใช้น้ำ แต่ยังสัมพันธ์กับระบบผังของศาสนสถาน พิธีกรรม และการจัดการพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อพิจารณาร่วมกับฐานศิลาแลง ใบเสมา เสาศิลา ทับหลัง และฐานศิวลึงค์ วัดโพธิ์ย้อยจึงเป็นพื้นที่ที่ควรได้รับการอ่านอย่างเป็นระบบในฐานะจุดบรรจบของวัดปัจจุบันกับโบราณสถานเดิม
 
อีกหลักฐานหนึ่งที่ทำให้วัดโพธิ์ย้อยน่าสนใจคือศิลาจารึกที่เรียกว่าจารึกด่านปะคำ ซึ่งเป็นจารึกประจำอโรคยศาล เอกสารของนักสำรวจชาวฝรั่งเศสกล่าวถึงจารึกนี้ว่าได้ไปจากวัดแห่งนี้ แต่เรียกชื่อว่าวัดปะคำ ประเด็นนี้ช่วยยืนยันว่าพื้นที่วัดโพธิ์ย้อยหรือวัดปะคำในเอกสารเก่าเคยเป็นที่รับรู้ในกลุ่มนักสำรวจโบราณคดีต่างชาติ และมีความเกี่ยวข้องกับหลักฐานจารึกที่สัมพันธ์กับอโรคยศาล การกล่าวถึงจารึกด่านปะคำจึงเพิ่มน้ำหนักให้วัดโพธิ์ย้อยเป็นหนึ่งในจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์
 
เมื่อพิจารณาภาพรวม วัดโพธิ์ย้อยเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์แบบพื้นที่จริง เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเฉพาะอาคารวัดปัจจุบัน แต่ยังได้พบหลักฐานหลายประเภทที่บอกเล่าอดีตของชุมชน ทั้งศิลปะขอม ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พุทธศาสนา ใบเสมา ฐานศิลาแลง สระน้ำโบราณ และเรื่องราวของอโรคยศาล ภาพทั้งหมดนี้ทำให้วัดมีความลึกทางประวัติศาสตร์สูง แม้ตัววัดจะไม่ได้เป็นวัดขนาดใหญ่หรือมีสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่หวือหวา
 
ในเชิงการท่องเที่ยว วัดโพธิ์ย้อยเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบเส้นทางประวัติศาสตร์อีสานใต้ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางในจังหวัดบุรีรัมย์และต้องการชมร่องรอยขอมมากกว่าหนึ่งรูปแบบ หากปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำเป็นตัวแทนของโบราณสถานขนาดใหญ่ที่มีการจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวชัดเจน วัดโพธิ์ย้อยคือพื้นที่ระดับชุมชนที่แสดงให้เห็นว่าโบราณวัตถุจำนวนมากยังคงอยู่กับวัดและหมู่บ้าน เป็นการท่องเที่ยวที่ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโบราณสถานกับชีวิตผู้คนในท้องถิ่น
 
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนควรใช้เวลาชมโบราณวัตถุอย่างระมัดระวัง เริ่มจากการสังเกตทับหลังแต่ละชิ้นว่ามีภาพสลักต่างกันอย่างไร จากนั้นจึงพิจารณาใบเสมา เสาศิลา และฐานศิวลึงค์ในบริบทเดียวกัน การชมโบราณวัตถุเหล่านี้ไม่ควรสัมผัส ปีนป่าย หรือเคลื่อนย้าย เพราะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุหลายร้อยปีและเป็นทรัพยากรวัฒนธรรมของชุมชน การถ่ายภาพควรทำจากระยะที่เหมาะสมและไม่รบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่เข้ามาประกอบศาสนกิจ
 
วัดโพธิ์ย้อยยังมีความสัมพันธ์กับอุโบสถไม้เก่าที่ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง ซึ่งทำให้พื้นที่วัดมีความน่าสนใจในเชิงสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและโบราณคดีไปพร้อมกัน อุโบสถไม้ในลักษณะนี้ช่วยให้เห็นการปรับใช้พื้นที่โบราณสถานในบริบทของวัดชุมชนรุ่นหลัง อาคารทางศาสนาในปัจจุบันจึงไม่ได้แยกขาดจากอดีต แต่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีเรื่องราวเดิมสะสมอยู่ การบูรณะอุโบสถเก่าโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสะท้อนความพยายามในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของวัดให้คงอยู่ต่อไป
 
ผู้ดูแลวัดในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในการรักษาทั้งศาสนสถานและโบราณวัตถุ เนื่องจากวัดโพธิ์ย้อยเป็นวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษาและมีกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน ขณะเดียวกันยังต้องดูแลโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเจ้าอาวาสคือพระครูโพธิ์ธรรมานุกูล การมีวัดที่ยังดำเนินกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาควบคู่กับการรักษาหลักฐานโบราณทำให้วัดโพธิ์ย้อยมีสถานะเป็นทั้งวัดมีชีวิตและแหล่งมรดกวัฒนธรรมในพื้นที่เดียวกัน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนเที่ยว วัดโพธิ์ย้อยสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการสำรวจอำเภอปะคำได้อย่างดี เพราะอยู่ใกล้แยกสำคัญและไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น ปราสาทบ้านโคกงิ้ว ซึ่งสัมพันธ์กับทับหลังที่กล่าวกันว่าเคลื่อนย้ายมาจากบริเวณนั้น อนุสาวรีย์เราสู้ ปราสาทหนองหงส์ เขื่อนลำนางรอง และวัดเขาอังคาร หากจัดเส้นทางแบบครึ่งวันสามารถชมวัดโพธิ์ย้อยและปราสาทบ้านโคกงิ้วได้ ส่วนเส้นทางแบบเต็มวันสามารถต่อไปยังเขื่อนลำนางรองหรือแหล่งท่องเที่ยวฝั่งโนนดินแดงและเฉลิมพระเกียรติได้
 
บรรยากาศของวัดเหมาะกับการเที่ยวแบบสงบและตั้งใจเรียนรู้มากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาอ่านรายละเอียดของโบราณวัตถุ ชมลวดลายบนทับหลัง และสังเกตตำแหน่งของใบเสมารอบอุโบสถ หากเดินทางกับครอบครัวหรือเยาวชน วัดแห่งนี้สามารถใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปะขอม และความสำคัญของการอนุรักษ์โบราณวัตถุได้อย่างดี เพราะทุกสิ่งที่พบในวัดเชื่อมโยงกับเรื่องจริงในพื้นที่ ไม่ใช่เพียงข้อมูลในตำรา
 
การเดินทาง ไปวัดโพธิ์ย้อยสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงสาย 208 มุ่งหน้าอำเภอนางรอง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงสาย 2118 เส้นนางรอง – ปะคำ เมื่อถึงทางแยกอำเภอปะคำให้เลี้ยวซ้าย วัดตั้งอยู่ใกล้สี่แยกทางด้านขวามือ ผู้ที่เดินทางจากนางรองสามารถใช้เส้นทาง 2118 เข้าสู่ปะคำได้โดยตรง ส่วนผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อกับปราสาทบ้านโคกงิ้วสามารถเดินทางต่อไปทางทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร
 
การเข้าชมวัดควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังในเขตศาสนสถาน และควรให้ความเคารพต่อพื้นที่ที่มีโบราณวัตถุจำนวนมาก หากอุโบสถเก่าหรือส่วนใดของวัดอยู่ในช่วงซ่อมแซมหรือจำกัดพื้นที่ ควรปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของทางวัดหรือเจ้าหน้าที่ การท่องเที่ยวในวัดที่มีโบราณวัตถุเช่นนี้ควรเน้นการชมอย่างรับผิดชอบ เพราะความเสียหายเพียงเล็กน้อยอาจกระทบต่อหลักฐานประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้
 
วัดโพธิ์ย้อยจึงเป็นสถานที่ที่ควรได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะวัดสำคัญของอำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะเป็นจุดรวมของโบราณวัตถุศิลปะขอม หลักฐานที่อาจสัมพันธ์กับอโรคยศาล ร่องรอยสระน้ำโบราณ ฐานศิลาแลง และจารึกด่านปะคำที่ปรากฏในเอกสารสำรวจเก่า ความสำคัญของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โต แต่คือความหนาแน่นของหลักฐานทางวัฒนธรรมที่อยู่ในพื้นที่วัดชุมชนแห่งเดียว
 
สำหรับนักเดินทางที่ต้องการเข้าใจบุรีรัมย์ในมุมลึก วัดโพธิ์ย้อยคือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยเปิดภาพของบุรีรัมย์นอกเหนือจากปราสาทหินขนาดใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่นี่คือวัดชุมชนซึ่งเก็บรักษาร่องรอยของอดีตไว้ในรูปแบบที่เรียบง่าย ใกล้ชิด และมีชีวิต การเดินทางมาที่วัดจึงเป็นทั้งการไหว้พระ ชมโบราณวัตถุ เรียนรู้ศิลปะขอม และทำความเข้าใจว่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจำนวนมากยังคงอยู่ท่ามกลางชุมชนปัจจุบันอย่างเงียบงาม
 
ชื่อสถานที่วัดโพธิ์ย้อย
ที่ตั้งบ้านปะคำ หมู่ที่ 1 ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์
ที่อยู่บ้านปะคำ หมู่ที่ 1 ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ 31220
ประเภทสถานที่วัดราษฎร์และแหล่งเก็บรักษาโบราณวัตถุศิลปะขอมในอำเภอปะคำ
ไฮไลต์ทับหลังศิลปะขอม 5 ชิ้น ใบเสมา 3 แผ่น เสาศิลา 5 หลัก ชิ้นส่วนเสากรอบประตู ฐานศิวลึงค์ ฐานศิลาแลง อุโบสถไม้เก่า และร่องรอยที่อาจสัมพันธ์กับอโรคยศาล
ประวัติ / สมัย / ยุคโบราณวัตถุสำคัญภายในวัดมีลักษณะศิลปกรรมราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบเกลี้ยงและบาปวน
ที่มาของชื่อชื่อวัดสัมพันธ์กับชุมชนบ้านปะคำ และในเอกสารสำรวจเก่ามีการกล่าวถึงพื้นที่นี้ในชื่อวัดปะคำ
ลักษณะเด่นเป็นวัดชุมชนที่เก็บรักษาโบราณวัตถุขอมหลายประเภท และมีฐานอุโบสถไม้ตั้งอยู่บนฐานโบราณสถานศิลาแลง
หลักฐานสำคัญทับหลังภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ทับหลังภาพพระอิศวรทรงโค ทับหลังภาพเล่าเรื่องการถวายสตรี ใบเสมารูปธรรมจักร เสาศิลารูปโยคี ฐานศิวลึงค์ สระน้ำโบราณ และจารึกด่านปะคำที่เกี่ยวข้องกับอโรคยศาล
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญอุโบสถไม้เก่า
บริเวณหน้าพระประธานที่เก็บทับหลัง
พื้นที่เก็บรักษาใบเสมาและเสาศิลา
ฐานโบราณสถานศิลาแลง
ร่องรอยสระน้ำโบราณด้านหลังอุโบสถ
พื้นที่กุฏิที่มีทับหลังอีก 1 ชิ้น
สิ่งอำนวยความสะดวกลานวัด พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และพื้นที่จอดรถภายในหรือบริเวณใกล้วัดตามความเหมาะสม
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูโพธิ์ธรรมานุกูล
การเดินทางจากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงสาย 208 เส้นบุรีรัมย์ – นางรอง ถึงอำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 2118 เส้นนางรอง – ปะคำ เมื่อถึงทางแยกอำเภอปะคำให้เลี้ยวซ้าย วัดตั้งอยู่ใกล้สี่แยกทางด้านขวามือ
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์ของชุมชน และเป็นแหล่งเก็บรักษาโบราณวัตถุสำคัญของอำเภอปะคำ ควรเข้าชมโบราณวัตถุด้วยความระมัดระวัง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการควรเข้าชมช่วงกลางวัน
เว็บไซต์ / เพจทางการเพจ Facebook: วัดโพธิ์ย้อย ปะคำ บุรีรัมย์
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ปราสาทบ้านโคกงิ้ว ประมาณ 3 กม.
2. อนุสาวรีย์เราสู้ ประมาณ 16 กม.
3. ปราสาทหนองหงส์ ประมาณ 16 กม.
4. เขื่อนลำนางรอง ประมาณ 16 กม.
5. วัดเขาอังคาร ประมาณ 16 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Le Loft Bar & Restaurant ประมาณ 2 กม. โทร. 097-1610594, 094-3109913
2. Wonder Cup Cafe ประมาณ 1 กม.
3. ร้านอาหารกันเอง ประมาณ 1 กม.
4. Nok Cafe ประมาณ 12 กม. โทร. 064-4528297
5. สวนอาหารปะกา By ราตรีรีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 064-1588222
6. ครัวลุงเตอร์ ประมาณ 8 กม. โทร. 084-9323302
ที่พักใกล้เคียง1. อารมณ์ดี รีสอร์ท บุรีรัมย์ ประมาณ 1 กม.
2. แอทโฮมปะคำ ประมาณ 1 กม. โทร. 092-9635369, 093-3964664
3. สวัสดีราตรีสวัสดิ์รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 089-5854858, 080-1641700, 098-5924490
4. สบายดี รีสอร์ท ปะคำ ประมาณ 3 กม. โทร. 096-8692259
5. ปะคำ การ์เด้น รีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 093-3804814, 090-9763889
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธิ์ย้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธิ์ย้อยตั้งอยู่ที่บ้านปะคำ หมู่ที่ 1 ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ใกล้สี่แยกอำเภอปะคำทางด้านขวามือเมื่อเดินทางเข้ามาตามเส้นทางนางรอง – ปะคำ
 
ถาม: วัดโพธิ์ย้อยมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดแห่งนี้มีความสำคัญเพราะเก็บรักษาโบราณวัตถุศิลปะขอมหลายชิ้น เช่น ทับหลัง ใบเสมา เสาศิลา ฐานศิวลึงค์ และหลักฐานที่อาจสัมพันธ์กับอโรคยศาล
 
ถาม: ทับหลังที่วัดโพธิ์ย้อยมีภาพอะไรบ้าง?
ตอบ: มีทับหลังภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภาพพระอิศวรทรงโค ภาพเล่าเรื่องการถวายสตรีให้บุคคลผู้มีอำนาจ และลวดลายหน้ากาล พวงมาลัย มังกร สิงห์ และลายพันธุ์พฤกษา
 
ถาม: โบราณวัตถุที่วัดโพธิ์ย้อยมีอายุประมาณเท่าใด?
ตอบ: ทับหลังสำคัญภายในวัดกำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบเกลี้ยงและบาปวน
 
ถาม: วัดโพธิ์ย้อยเกี่ยวข้องกับอโรคยศาลหรือไม่?
ตอบ: บริเวณวัดมีฐานศิลาแลง สระน้ำโบราณ และหลักฐานที่เชื่อมโยงกับจารึกด่านปะคำ ซึ่งทำให้พื้นที่นี้ถูกมองว่าอาจสัมพันธ์กับอโรคยศาลในอดีต
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ย้อยคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสที่ระบุในข้อมูลล่าสุดคือพระครูโพธิ์ธรรมานุกูล
 
ถาม: เดินทางไปวัดโพธิ์ย้อยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงสาย 208 ไปอำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 2118 เส้นนางรอง – ปะคำ เมื่อถึงทางแยกอำเภอปะคำให้เลี้ยวซ้าย จะพบวัดใกล้สี่แยกทางด้านขวามือ
 
ถาม: เที่ยววัดโพธิ์ย้อยควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถแวะปราสาทบ้านโคกงิ้ว อนุสาวรีย์เราสู้ ปราสาทหนองหงส์ เขื่อนลำนางรอง และวัดเขาอังคาร เพื่อจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในอำเภอปะคำและพื้นที่ใกล้เคียง

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดโพธิ์ย้อย

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)