หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.ประโคนชัย >ต.เขาคอก > ปราสาทบ้านบุ
TL;DR: ปราสาทบ้านบุ อยู่ที่ภายในโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ บ้านบุ หมู่ 5 ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา แนะนำเข้าชมช่วงกลางวันและเวลาราชการของพื้นที่โรงเรียน.
ปราสาทบ้านบุ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมช่วงกลางวันและเวลาราชการของพื้นที่โรงเรียน
ปราสาทบ้านบุ หรือกุฏิฤาษีบ้านบุ เป็นโบราณสถานขอมขนาดเล็กในเขตโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2221 บนเส้นทางเดียวกับปราสาทเมืองต่ำและปราสาทหินพนมรุ้ง จุดเด่นคือเป็นอาคารศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สันนิษฐานว่าเป็น “วหนิคฤหะ” หรือที่พักคนเดินทางในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีหลักฐานสำคัญคือชิ้นส่วนทับหลังภาพพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งสะท้อนคติพุทธมหายานและเส้นทางโบราณระหว่างเมืองพระนครหลวงกับเมืองพิมาย
ปราสาทบ้านบุ ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ บ้านบุ หมู่ 5 ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโบราณสถานขอมขนาดเล็กที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก แม้ตัวอาคารจะไม่ใหญ่โตเท่าปราสาทหินพนมรุ้งหรือปราสาทเมืองต่ำ แต่ปราสาทบ้านบุเป็นหลักฐานสำคัญของระบบการเดินทางโบราณในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และช่วยอธิบายว่าพื้นที่รอบเขาพนมรุ้งไม่ได้มีเพียงศาสนสถานบนยอดเขาหรือปราสาทขนาดใหญ่บนที่ราบเท่านั้น แต่ยังมีโครงข่ายจุดพักคนเดินทาง ชุมชนโบราณ เส้นทางค้า เส้นทางแสวงบุญ และระบบคมนาคมที่เชื่อมพื้นที่อีสานใต้เข้ากับโลกวัฒนธรรมขอมอย่างเป็นรูปธรรม
ที่ตั้งของปราสาทบ้านบุอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2221 ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปปราสาทเมืองต่ำ โดยเมื่อผ่านทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำแล้วมุ่งหน้าไปทางอำเภอประโคนชัยประมาณ 1.5 กม. จะพบพื้นที่โรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานแห่งนี้ ตำแหน่งดังกล่าวทำให้ปราสาทบ้านบุเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดเส้นทางท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ร่วมกับปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทหินพนมรุ้ง บารายเมืองต่ำ และแหล่งโบราณคดีรอบบ้านโคกเมือง เพราะทั้งหมดอยู่ในกลุ่มภูมิทัศน์วัฒนธรรมเดียวกันที่สัมพันธ์กับเส้นทางขึ้นเขาพนมรุ้งและเครือข่ายเมืองโบราณในอีสานใต้
ลักษณะของปราสาทบ้านบุแตกต่างจากภาพจำของปราสาทขอมทั่วไปที่มักเป็นกลุ่มปรางค์สูงหรือเทวสถานขนาดใหญ่ เพราะปราสาทบ้านบุเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยศิลาแลงเป็นวัสดุหลัก กรอบประตูและกรอบหน้าต่างบางส่วนทำด้วยหินทราย ตัวอาคารทอดยาวในแนวตะวันออก – ตะวันตก หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศสำคัญในคติสถาปัตยกรรมขอม ทางด้านหน้ามีประตูเข้าออกเชื่อมกับองค์ปรางค์หรือห้องสำคัญของอาคาร ส่วนภายในมีแท่นวางรูปเคารพอยู่ 1 แท่น แสดงว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารพักแรมทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นศาสนสถานขนาดย่อมสำหรับประกอบพิธี สักการะ และรองรับผู้เดินทางที่มีเป้าหมายเกี่ยวข้องกับศาสนา
จากข้อมูลทางวิชาการ ปราสาทบ้านบุจัดอยู่ในกลุ่ม “วหนิคฤหะ” หรือ “บ้านมีไฟ” ซึ่งในบริบทของวัฒนธรรมขอมหมายถึงศาสนสถานประจำที่พักคนเดินทาง บางครั้งเรียกว่า ธรรมศาลา คำว่า “บ้านมีไฟ” ไม่ได้หมายถึงบ้านเรือนธรรมดา แต่เป็นสถานที่พักระหว่างทางที่มีความสำคัญต่อผู้เดินทาง นักแสวงบุญ พ่อค้า ขุนนาง หรือคาราวานที่เคลื่อนที่ระหว่างเมืองสำคัญในจักรวรรดิขอม จารึกปราสาทพระขรรค์ ประเทศกัมพูชา กล่าวถึงการสร้างวหนิคฤหะจำนวน 121 แห่งตามเส้นทางจากเมืองพระนครหลวงหรือศรียโศธรปุระไปยังเมืองสำคัญต่าง ๆ โดยเส้นทางหนึ่งมุ่งสู่เมืองพิมาย และมีวหนิคฤหะจำนวน 17 แห่งตลอดเส้นทางนั้น
ปราสาทบ้านบุจึงมีความสำคัญในฐานะหนึ่งในวหนิคฤหะบนเส้นทางระหว่างเมืองพระนครหลวงกับเมืองพิมาย เส้นทางนี้ไม่ใช่เพียงถนนในความหมายสมัยใหม่ แต่เป็นเครือข่ายการเดินทางที่เชื่อมศูนย์กลางอำนาจ ศาสนา เศรษฐกิจ และชุมชนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ในดินแดนประเทศไทยปัจจุบันมีวหนิคฤหะหลายแห่งที่สัมพันธ์กับเส้นทางนี้ เช่น ปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ ปราสาทบ้านบุ จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทหนองกง ปราสาทหนองปล่อง ปราสาทหนองตาเปล่ง ปราสาทบ้านสำโรง และกลุ่มโบราณสถานในจังหวัดนครราชสีมา ก่อนเชื่อมสู่ปราสาทพิมาย เมืองสำคัญของแคว้นมหิธรปุระ
เมื่อพิจารณาตำแหน่งของปราสาทบ้านบุจะเห็นว่าโบราณสถานแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นจุดพักสำคัญบริเวณเชิงเขาพนมรุ้ง ผู้เดินทางที่มาจากเมืองพระนครหรือพื้นที่ตอนล่างของภูมิภาค เมื่อมาถึงบริเวณบ้านบุย่อมอยู่ใกล้เส้นทางขึ้นสู่ปราสาทหินพนมรุ้ง และไม่ไกลจากชุมชนโบราณบ้านโคกเมืองซึ่งสัมพันธ์กับปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทบ้านบุจึงไม่ได้เป็นจุดพักโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีทั้งภูเขา ปราสาท ชุมชน บาราย และเส้นทางเดินทางอยู่ร่วมกันอย่างมีความหมาย
รูปแบบสถาปัตยกรรมของปราสาทบ้านบุสะท้อนศิลปะขอมแบบบายนในพุทธศตวรรษที่ 18 ซึ่งตรงกับช่วงรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ผู้ทรงส่งเสริมพุทธศาสนามหายานและมีพระราชดำริสร้างโครงสร้างสาธารณะจำนวนมาก ทั้งศาสนสถาน อโรคยศาลา และที่พักคนเดินทาง ปราสาทบ้านบุจึงช่วยยืนยันว่าพื้นที่บุรีรัมย์ในเวลานั้นอยู่ในเครือข่ายวัฒนธรรม ศาสนา และการคมนาคมของอาณาจักรขอมอย่างชัดเจน
ตัวอาคารของปราสาทบ้านบุมีลักษณะเป็นอาคารศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดตามข้อมูลเดิมระบุว่ากว้างประมาณ 5.10 เมตร ยาวประมาณ 11.50 เมตร ส่วนฐานข้อมูลศิลปกรรมระบุขนาดอาคารในภาพรวมประมาณ 6 x 23 เมตร ความแตกต่างนี้สะท้อนการนับขอบเขตอาคารและองค์ประกอบที่ต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือรูปแบบอาคารเป็นแนวยาว หันหน้าไปทางตะวันออก มีพื้นที่ด้านหน้าเชื่อมกับส่วนสำคัญด้านใน และมีกรอบประตูหน้าต่างหินทรายที่แทรกอยู่ในผนังศิลาแลง วัสดุหลักอย่างศิลาแลงให้ความแข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับการก่อสร้างอาคารประเภทที่พักคนเดินทางซึ่งต้องใช้งานในระยะยาว
ผนังด้านทิศใต้ของอาคารมีช่องหน้าต่างหลายช่อง ส่วนด้านทิศเหนือก่อทึบ ลักษณะนี้สอดคล้องกับรูปแบบวหนิคฤหะหลายแห่งที่มีผนังด้านหนึ่งเปิดช่องแสงและช่องลม ขณะที่อีกด้านหนึ่งทึบเพื่อควบคุมพื้นที่ภายใน หลังคาเดิมเป็นลักษณะโค้งเชื่อมส่วนทางเดินกับส่วนมุขหรือห้องด้านหน้า ปัจจุบันส่วนบนของอาคารหักพังไปมาก แต่ยังเห็นโครงสร้างหลักที่ช่วยให้เข้าใจภาพรวมของอาคารได้ชัดเจน เมื่อยืนมองด้านหน้าอาคารจะเห็นจังหวะของประตู ช่องหน้าต่าง ผนังศิลาแลง และตำแหน่งห้องภายในที่บ่งบอกการใช้งานอย่างเป็นระบบ
ภายในปราสาทบ้านบุพบแท่นวางรูปเคารพ 1 แท่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ยืนยันว่าที่พักคนเดินทางแบบขอมไม่ได้แยกขาดจากศาสนา ผู้เดินทางในอดีตอาจหยุดพัก สักการะรูปเคารพ ทำพิธีขอพร หรือประกอบกิจกรรมทางศาสนาขนาดย่อมก่อนเดินทางต่อ จุดพักเช่นนี้จึงมีบทบาททั้งด้านกายภาพและด้านจิตใจ โดยเฉพาะสำหรับนักแสวงบุญที่เดินทางสู่ศาสนสถานใหญ่ เช่น ปราสาทหินพนมรุ้งหรือปราสาทพิมาย
หลักฐานสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของปราสาทบ้านบุคือชิ้นส่วนทับหลังสลักภาพพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว 2 ชั้น ภาพพระพุทธรูปปางสมาธิสะท้อนคติพุทธมหายานในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และช่วยยืนยันอายุการสร้างของโบราณสถานแห่งนี้ การพบภาพพุทธศิลป์ในอาคารที่มีรูปแบบวหนิคฤหะทำให้ปราสาทบ้านบุมีความสำคัญต่อการศึกษาการแพร่กระจายของพุทธมหายานในเขตอีสานใต้ เพราะเป็นหลักฐานที่เชื่อมตัวอาคาร ระบบเส้นทาง และคติศาสนาเข้าด้วยกัน
นอกจากทับหลังแล้ว ยังมีการพบการนำชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมของปราสาทรุ่นเก่ากลับมาใช้ซ้ำเป็นส่วนประกอบของอาคาร โดยเฉพาะกรอบประตูหินทรายที่มีลวดลายดอกไม้สี่กลีบ การนำวัสดุเก่ากลับมาใช้ใหม่เป็นเรื่องที่พบได้ในสถาปัตยกรรมขอมหลายแห่ง และสะท้อนทั้งความต่อเนื่องของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ และการปรับเปลี่ยนความหมายของวัตถุเดิมให้เข้ากับศาสนสถานรุ่นใหม่ ปราสาทบ้านบุจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการอ่านชั้นเวลาในโบราณสถานผ่านวัสดุและชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม
ห่างจากอาคารประมาณ 4 เมตร ยังมีร่องรอยกำแพงศิลาแลงเหลือเป็นแนวเสมอพื้นดิน พอให้ทราบขอบเขตเดิมของโบราณสถาน ร่องรอยกำแพงนี้ช่วยบอกว่าปราสาทบ้านบุไม่ได้มีเพียงตัวอาคารเดี่ยวลอยอยู่ในพื้นที่ แต่เคยมีขอบเขตหรือพื้นที่กำหนดเป็นสัดส่วน การมีกำแพงหรือแนวล้อมรอบทำให้พื้นที่ภายในแตกต่างจากพื้นที่ภายนอก และช่วยสร้างสถานะของโบราณสถานในฐานะพื้นที่พิเศษสำหรับพัก สักการะ และใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา
กรมศิลปากรประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถานปราสาทบ้านบุในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 100 ตอนที่ 36 วันที่ 15 มีนาคม 2526 มีพื้นที่ 10 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา ต่อมามีการขุดแต่งครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2531 มีการขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ. 2552 และมีการบูรณะในช่วง พ.ศ. 2556 – 2560 จนโบราณสถานมีสภาพที่อ่านรูปแบบอาคารได้ชัดเจนขึ้น การขึ้นทะเบียนและบูรณะนี้ทำให้ปราสาทบ้านบุเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญทั้งสำหรับนักเรียนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว นักประวัติศาสตร์ และผู้สนใจอารยธรรมขอม
ความน่าสนใจของปราสาทบ้านบุอยู่ที่การทำให้ผู้ชมเข้าใจ “โครงสร้างพื้นฐาน” ของโลกโบราณ ขณะที่ปราสาทพนมรุ้งสะท้อนอำนาจ ศรัทธา และความยิ่งใหญ่ของศาสนสถานบนภูเขา ปราสาทบ้านบุสะท้อนระบบสนับสนุนการเดินทางของผู้คนจริงในอดีต ผู้เดินทางต้องมีจุดพัก มีน้ำ มีไฟ มีที่สักการะ มีพื้นที่หลบแดดฝน และมีเส้นทางต่อไปยังเมืองสำคัญ โบราณสถานเล็ก ๆ แห่งนี้จึงเป็นกุญแจที่ทำให้เข้าใจว่าอาณาจักรขอมไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะปราสาทเท่านั้น แต่ยังยิ่งใหญ่เพราะสามารถจัดการเส้นทางและบริการระหว่างเมืองได้อย่างเป็นระบบ
เมื่อเทียบกับปราสาทเมืองต่ำที่มีผังสระน้ำ 4 มุมและปรางค์ 5 องค์ ปราสาทบ้านบุมีความเรียบง่ายกว่าอย่างชัดเจน แต่ความเรียบง่ายนี้คือเสน่ห์สำคัญ เพราะช่วยให้มองเห็นหน้าที่ของอาคารได้ตรงไปตรงมา ผู้มาเยือนสามารถเห็นอาคารศิลาแลงหลังเดียว ช่องหน้าต่าง กรอบประตู แนวผนัง และแท่นภายในโดยไม่ถูกรบกวนจากความซับซ้อนของผังปราสาทขนาดใหญ่ การชมปราสาทบ้านบุจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจวัฒนธรรมขอมในมิติของเส้นทางและชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เฉพาะมิติของพิธีกรรมหลวงเท่านั้น
ปราสาทบ้านบุยังมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ในระดับท้องถิ่น เพราะตั้งอยู่ภายในพื้นที่โรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ นักเรียนในพื้นที่จึงเติบโตขึ้นพร้อมโบราณสถานที่อยู่ใกล้ตัว นี่เป็นตัวอย่างของมรดกวัฒนธรรมที่ไม่แยกจากการศึกษาและชุมชน เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากสถานที่จริง เห็นวัสดุจริง เห็นร่องรอยจริง และเข้าใจว่าบ้านของตนเองเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวระดับภูมิภาค การมีโบราณสถานในโรงเรียนจึงเป็นโอกาสสำคัญในการปลูกฝังความรู้และความภาคภูมิใจในมรดกท้องถิ่น
สำหรับนักท่องเที่ยว การเข้าชมปราสาทบ้านบุควรใช้เวลาอย่างน้อย 20 – 40 นาที เพื่อเดินดูโครงสร้างหลัก สำรวจช่องหน้าต่างด้านทิศใต้ สังเกตกรอบประตูหินทราย แนวกำแพงศิลาแลง และตำแหน่งแท่นวางรูปเคารพภายในอาคาร หากมาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางปราสาทเมืองต่ำและปราสาทหินพนมรุ้ง ควรแวะที่นี่ก่อนหรือหลังเที่ยวปราสาทเมืองต่ำ เพราะอยู่ใกล้กันมากและช่วยเติมภาพของเส้นทางขอมโบราณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมปราสาทบ้านบุคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แสงไม่แรงจนเกินไป เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ในเขตโรงเรียน ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่รบกวนการเรียนการสอน ไม่เดินเข้าอาคารเรียนหรือพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง และควรเข้าชมเฉพาะบริเวณโบราณสถานอย่างระมัดระวัง การเคารพสถานที่เช่นนี้สำคัญมาก เพราะปราสาทบ้านบุเป็นทั้งโบราณสถานและส่วนหนึ่งของพื้นที่การศึกษาในชีวิตจริง
ในเชิงการถ่ายภาพ ปราสาทบ้านบุเหมาะกับภาพมุมกว้างที่เห็นอาคารศิลาแลงทั้งหลัง ภาพช่องหน้าต่าง ภาพกรอบประตู และภาพเนื้อวัสดุศิลาแลงที่มีสีเข้มและหยาบตามธรรมชาติ ความงามของที่นี่ไม่ใช่ความอลังการ แต่เป็นความสงบ ความดิบของหิน และความหมายทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในอาคารขนาดเล็ก หากถ่ายภาพร่วมกับเงาไม้หรือแสงเฉียงในช่วงเช้า จะช่วยขับพื้นผิวศิลาแลงให้เห็นน้ำหนักและมิติของอาคารชัดเจนขึ้น
ปราสาทบ้านบุควรถูกมองร่วมกับปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ เพราะทั้ง 3 แห่งช่วยอธิบายคนละมิติของพื้นที่จระเข้มากและเขาพนมรุ้ง ปราสาทพนมรุ้งแสดงมิติศาสนสถานบนภูเขา ปราสาทเมืองต่ำแสดงมิติศาสนสถานบนที่ราบและชุมชนขนาดใหญ่ ส่วนปราสาทบ้านบุแสดงมิติเส้นทางและที่พักคนเดินทาง เมื่อจัดเส้นทางเที่ยวครบทั้ง 3 แห่ง นักท่องเที่ยวจะเข้าใจว่ามรดกขอมในบุรีรัมย์ไม่ใช่จุดเดี่ยว แต่เป็นเครือข่ายสถานที่ที่สัมพันธ์กันทั้งด้านศรัทธา ภูมิประเทศ และการเดินทาง
การเดินทางมายังปราสาทบ้านบุทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่น จากตัวเมืองบุรีรัมย์ให้มุ่งหน้าสู่อำเภอประโคนชัยและตำบลจระเข้มาก ใช้เส้นทางเดียวกับปราสาทเมืองต่ำ เมื่อถึงทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำให้ขับต่อไปทางอำเภอประโคนชัยประมาณ 1.5 กม. จะพบโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ริมทางหลวงหมายเลข 2221 หากเริ่มต้นจากปราสาทเมืองต่ำ ระยะทางถึงปราสาทบ้านบุสั้นมาก จึงสามารถแวะชมได้ง่ายก่อนเดินทางต่อไปปราสาทหินพนมรุ้งหรือกลับเข้าสู่อำเภอประโคนชัย
ผู้ที่เดินทางจากปราสาทหินพนมรุ้งสามารถลงจากเขามาทางเส้นปราสาทเมืองต่ำ แล้วแวะปราสาทบ้านบุเป็นจุดถัดไป หรือจะเริ่มจากปราสาทบ้านบุก่อนแล้วต่อไปปราสาทเมืองต่ำและพนมรุ้งก็ได้ เส้นทางทั้งหมดเป็นถนนลาดยางและเหมาะกับการเที่ยวแบบขับรถด้วยตนเองมากที่สุด หากไม่มีรถส่วนตัว แนะนำให้เช่ารถจากตัวเมืองบุรีรัมย์ อำเภอนางรอง หรืออำเภอประโคนชัย เพราะระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงโบราณสถานย่อยเหล่านี้ยังไม่สะดวกเท่ารถส่วนตัว
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือห้ามปีนป่ายบนโบราณสถาน ห้ามเคลื่อนย้ายก้อนศิลาแลงหรือชิ้นส่วนหิน ห้ามขีดเขียนบนผนังอาคาร และควรรักษาความสะอาดของพื้นที่ เนื่องจากทุกส่วนของปราสาทเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่มีคุณค่าและไม่สามารถสร้างทดแทนได้ นอกจากนี้ควรระลึกเสมอว่าสถานที่ตั้งอยู่ในโรงเรียน จึงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ และการเคารพพื้นที่ของนักเรียนและครูในชุมชน
ปราสาทบ้านบุจึงเป็นโบราณสถานขนาดเล็กที่มีความหมายใหญ่ในแผนที่ประวัติศาสตร์บุรีรัมย์ ที่นี่ช่วยเติมช่องว่างระหว่างปราสาทใหญ่กับชีวิตการเดินทางในอดีต ทำให้เห็นว่ามรดกขอมไม่ได้ประกอบด้วยเทวสถานอันยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาคารพักคนเดินทาง จุดหยุดพัก ชุมชน และระบบเส้นทางที่ทำให้ผู้คนเคลื่อนที่ระหว่างศูนย์กลางต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง การได้แวะชมปราสาทบ้านบุระหว่างเที่ยวปราสาทเมืองต่ำและปราสาทหินพนมรุ้งจึงเป็นการเปิดมุมมองใหม่ต่อบุรีรัมย์ในฐานะดินแดนปราสาทหินที่มีชั้นประวัติศาสตร์ลึกและละเอียดกว่าที่เห็นในภาพถ่ายทั่วไป
| ชื่อสถานที่ | ปราสาทบ้านบุ |
| ชื่อเรียกอื่น | กุฏิฤาษีบ้านบุ |
| ที่ตั้ง | ภายในโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ บ้านบุ หมู่ 5 ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | โรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ หมู่ 5 ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ 31140 |
| พิกัด | 14.533918, 102.979771 |
| ไฮไลต์ | โบราณสถานขอมขนาดเล็กที่เป็นวหนิคฤหะ หรือที่พักคนเดินทางในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ตั้งอยู่บนเส้นทางโบราณระหว่างเมืองพระนครหลวงกับเมืองพิมาย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ศิลปะขอมแบบบายน พุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สัมพันธ์กับคติพุทธมหายานและระบบที่พักคนเดินทางหรือบ้านมีไฟ |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามบ้านบุ ซึ่งเป็นชุมชนในตำบลจระเข้มาก และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ที่โบราณสถานตั้งอยู่ภายในพื้นที่ |
| ลักษณะเด่น | อาคารศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก กรอบประตูและหน้าต่างทำด้วยหินทราย ผนังด้านทิศใต้มีช่องหน้าต่าง ส่วนด้านทิศเหนือก่อทึบ ภายในมีแท่นวางรูปเคารพ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. อาคารศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2. ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก 3. กรอบประตูและกรอบหน้าต่างหินทราย 4. ช่องหน้าต่างด้านทิศใต้ 5. ห้องภายในและแท่นวางรูปเคารพ 6. ร่องรอยแนวกำแพงศิลาแลงห่างจากอาคารประมาณ 4 เมตร 7. พื้นที่โรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์โดยรอบโบราณสถาน |
| หลักฐานสำคัญ | ชิ้นส่วนทับหลังสลักภาพพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว 2 ชั้น แท่นวางรูปเคารพ กรอบประตูหินทรายลวดลายดอกไม้สี่กลีบ และร่องรอยกำแพงศิลาแลง |
| การขึ้นทะเบียน | กรมศิลปากรประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 100 ตอนที่ 36 วันที่ 15 มีนาคม 2526 พื้นที่ 10 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา |
| การเดินทาง | ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปปราสาทเมืองต่ำ อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2221 ห่างจากทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำไปทางอำเภอประโคนชัยประมาณ 1.5 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานในเขตโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้และจุดแวะชมในเส้นทางปราสาทเมืองต่ำ – ปราสาทหินพนมรุ้ง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | แนะนำเข้าชมช่วงกลางวันและเวลาราชการของพื้นที่โรงเรียน |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถบริเวณโรงเรียน ทางเดินชมโบราณสถาน พื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง และร้านค้าในชุมชนใกล้เคียง |
| ผู้ดูแล | กรมศิลปากร โดยอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ร่วมกับพื้นที่โรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร. 044-666-251, 044-666-252 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง กรมศิลปากร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ปราสาทเมืองต่ำ ประมาณ 2 กม. 2. บารายเมืองต่ำ ประมาณ 3 กม. 3. กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง ประมาณ 3 กม. 4. ปราสาทหินพนมรุ้ง ประมาณ 13 กม. 5. วัดเขาอังคาร ประมาณ 24 กม. 6. เขื่อนลำนางรอง ประมาณ 37 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. NATEE Cafe’ Buriram ประมาณ 12 กม. โทร. 098-197-8004 2. หลังวัง ประโคนชัย ประมาณ 15 กม. โทร. 084-605-4324, 099-170-9199 3. ห้องอาหารโซบลัสต้า เอเรนบูทีค โฮเทล ประมาณ 16 กม. โทร. 087-493-9919, 044-666-199 4. Le Loft Bar & Restaurant ประมาณ 25 กม. โทร. 094-310-9913 5. Steve & Lek Restaurant ประมาณ 25 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Hotel de l’amour Buriram ประมาณ 15 กม. โทร. 098-102-7809, 044-651-555 2. Eireann Boutique Hotel ประมาณ 16 กม. โทร. 087-493-9919, 044-666-199 3. Sohground Boutique Resort ประมาณ 17 กม. โทร. 080-488-3183 4. Phanomrungpuri Hotel ประมาณ 28 กม. โทร. 044-632-222, 086-336-6618 5. Alvarez Hotel Buriram ประมาณ 57 กม. โทร. 044-611-555 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทบ้านบุอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทบ้านบุตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ บ้านบุ หมู่ 5 ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ริมทางหลวงหมายเลข 2221 ใกล้เส้นทางไปปราสาทเมืองต่ำ
ถาม: ปราสาทบ้านบุมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ปราสาทบ้านบุเป็นวหนิคฤหะ หรือที่พักคนเดินทางในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อยู่บนเส้นทางโบราณระหว่างเมืองพระนครหลวงกับเมืองพิมาย และสัมพันธ์กับเส้นทางแสวงบุญสู่ปราสาทหินพนมรุ้ง
ถาม: ปราสาทบ้านบุสร้างขึ้นในสมัยใด?
ตอบ: ปราสาทบ้านบุเป็นศิลปะขอมแบบบายน พุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และเกี่ยวข้องกับคติพุทธมหายาน
ถาม: จุดเด่นของปราสาทบ้านบุคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออาคารศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กรอบประตูหน้าต่างหินทราย ช่องหน้าต่างด้านทิศใต้ แท่นวางรูปเคารพ และหลักฐานทับหลังภาพพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว
ถาม: ปราสาทบ้านบุเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมได้โดยควรเข้าชมอย่างสุภาพ เพราะโบราณสถานตั้งอยู่ภายในพื้นที่โรงเรียน
ถาม: ควรเที่ยวปราสาทบ้านบุร่วมกับที่เที่ยวใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับปราสาทเมืองต่ำ บารายเมืองต่ำ กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง ปราสาทหินพนมรุ้ง และวัดเขาอังคาร เพราะอยู่ในเส้นทางประวัติศาสตร์ขอมกลุ่มเดียวกัน
ถาม: เดินทางไปปราสาทบ้านบุอย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปปราสาทเมืองต่ำ จากทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำให้ขับต่อไปทางอำเภอประโคนชัยประมาณ 1.5 กม. จะพบโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ริมทางหลวงหมายเลข 2221
ถาม: เข้าชมปราสาทบ้านบุต้องระวังอะไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่รบกวนพื้นที่โรงเรียน ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่เคลื่อนย้ายหิน และรักษาความสะอาดตลอดการเข้าชม
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




