หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.บ้านกรวด >ต.ปราสาท > แหล่งหินตัด
TL;DR: แหล่งหินตัด อยู่ที่บริเวณวัดป่าธรรมศิลาราม หรือวัดป่าลานหินตัด และหมู่บ้านสายตรี 3 – สายตรี 4 ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
แหล่งหินตัด

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
แหล่งหินตัด จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นแหล่งหินทรายโบราณขนาดใหญ่ในอำเภอบ้านกรวด ตั้งอยู่บริเวณวัดป่าธรรมศิลาราม หรือพื้นที่ที่รู้จักกันในชื่อวัดป่าลานหินตัด และหมู่บ้านสายตรี 3 – สายตรี 4 ตำบลปราสาท ใกล้แนวชายแดนไทย – กัมพูชา จุดเด่นคือร่องรอยการตัดหินของช่างขอมโบราณ ทั้งรูตอกเรียงเป็นแนว ร่องสกัดหิน แนวเซาะหิน และแท่งหินทรายที่ถูกตัดขึ้นรูปเป็นสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยอธิบายต้นทางของวัสดุหินทรายที่นำไปสร้างปราสาทสำคัญในอีสานใต้ เช่น ปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ
แหล่งหินตัด จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณวัดป่าธรรมศิลาราม หรือพื้นที่ที่หลายแหล่งเรียกว่า วัดป่าลานหินตัด และบริเวณหมู่บ้านสายตรี 3 กับหมู่บ้านสายตรี 4 ตำบลปราสาท ใกล้แนวชายแดนไทย – กัมพูชา ห่างจากตัวอำเภอบ้านกรวดประมาณ 7 กม. ใช้เส้นทางบ้านกรวด – ตาพระยา ทางหลวงหมายเลข 224 บริเวณกิโลเมตรที่ 146 แล้วแยกจากถนนใหญ่เข้าไปอีกประมาณ 3 กม. เส้นทางเป็นถนนคอนกรีตตลอดสาย จึงเดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถเหมาท้องถิ่น
แหล่งหินตัดบ้านกรวดเป็นหนึ่งในพื้นที่โบราณคดีที่สำคัญที่สุดของบุรีรัมย์ เพราะไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่เป็นหลักฐานต้นทางของงานสถาปัตยกรรมขอมในอีสานใต้ หินทรายที่ปรากฏในพื้นที่นี้มีความสัมพันธ์กับการก่อสร้างปราสาทหินหลายแห่ง โดยเฉพาะปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งเป็นศาสนสถานขอมสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ การมาเยือนแหล่งหินตัดจึงทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพอีกด้านหนึ่งของอารยธรรมขอม คือด้านการจัดหาวัสดุ การตัดหิน การขนย้าย และภูมิปัญญาช่างโบราณก่อนที่ก้อนหินแต่ละก้อนจะกลายเป็นปราสาทอันงดงาม
พื้นที่แหล่งหินตัดครอบคลุมบริเวณเขากลอยและเขากระเจียว มีเนื้อที่กว่า 4,600 ไร่ ลักษณะโดยรวมเป็นเนินเขาหินทรายและลานหินกว้าง มีหินทรายก้อนเล็กก้อนใหญ่เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ บางก้อนยังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกสกัดออกจากผืนหินเดิม บางก้อนปรากฏร่องตัดชัดเจน และบางก้อนถูกยกหรืองัดขึ้นมาเป็นแท่งสี่เหลี่ยมแต่ยังไม่ได้ขนย้ายออกไป พื้นที่แห่งนี้จึงมีลักษณะคล้ายโรงงานหินกลางแจ้งของโลกโบราณ เป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นกระบวนการก่อนการก่อสร้างปราสาทได้เป็นรูปธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน
สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือรอยตอกบนผิวหินที่เรียงกันเป็นแนวยาว รอยเหล่านี้เกิดจากการใช้เครื่องมือสกัดหรือเจาะลงบนเนื้อหินเพื่อกำหนดแนวตัด ก่อนจะแยกหินออกจากผืนหินธรรมชาติ หินบางก้อนมีร่องสกัดลึกเป็นแนวตรง แสดงให้เห็นขั้นตอนการเซาะหินให้แยกตัวออกจากกัน ส่วนบางก้อนถูกตัดและงัดขึ้นมาเป็นแท่งสี่เหลี่ยมแล้ว แต่ยังคงวางอยู่ในพื้นที่เดิม ร่องรอยทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจว่าช่างขอมไม่ได้ตัดหินแบบสุ่ม แต่มีระบบการกำหนดขนาด การวางแนว การเซาะ การแยก และการเตรียมหินอย่างเป็นขั้นตอน
กระบวนการตัดหินของช่างโบราณเริ่มจากการเลือกหน้าหินที่มีคุณภาพและขนาดเหมาะสม จากนั้นปรับหน้าหินให้เรียบพอที่จะกำหนดแนวตัด แล้วเซาะร่องเป็นแนวยาวตามขนาดของก้อนหินที่ต้องการ เมื่อได้แนวร่องแล้วจึงใช้ลิ่มหรือเครื่องมือสกัดเพื่อทำให้หินแยกออกจากกัน หลังจากนั้นจึงสกัดด้านล่างออกเป็นแท่งสี่เหลี่ยม ก่อนเตรียมขนย้ายออกจากแหล่งหิน กระบวนการนี้ต้องใช้ทั้งแรงงาน ความชำนาญ ความเข้าใจเนื้อหิน และการวางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียด เพราะหินแต่ละก้อนมีน้ำหนักมากและต้องนำไปใช้ในตำแหน่งที่แตกต่างกันของปราสาท
หินทรายในพื้นที่บ้านกรวดมีลักษณะเหมาะกับงานก่อสร้างปราสาท เพราะเป็นหินทรายที่มีเนื้อแน่น แข็งแรง และสามารถตัดแต่งเป็นแท่งได้ดี เมื่อนำไปก่อเป็นอาคาร หินแต่ละก้อนต้องวางประกบกันอย่างสนิทโดยแทบไม่ใช้วัสดุประสานแบบอาคารสมัยใหม่ ความเรียบของหน้าหินจึงมีความสำคัญมาก ช่างโบราณต้องขัดหน้าหินให้ได้ระดับและเรียบพอที่จะเรียงซ้อนกันอย่างมั่นคง นี่คือเหตุผลที่การชมแหล่งหินตัดช่วยให้เข้าใจความประณีตของปราสาทหินได้ลึกกว่าการชมตัวปราสาทเพียงอย่างเดียว
รอยรูเล็ก ๆ ที่ปรากฏบนหินบางก้อนมีความสำคัญต่อการอธิบายเทคนิคการยกและเคลื่อนย้ายหิน เพราะอาจใช้เป็นจุดจับ จุดยึด หรือจุดรองรับเครื่องมือช่วยยกในกระบวนการขัดและเคลื่อนย้าย หินขนาดใหญ่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยแรงคนเพียงอย่างเดียวได้ง่าย การมีร่อง มีรู และรูปทรงที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าช่วยให้ช่างสามารถควบคุมก้อนหินได้ดีขึ้น ทั้งในขั้นตอนการแยกจากแหล่งหิน การยกขึ้น การขัดผิว และการขนส่งไปยังพื้นที่ก่อสร้าง
ความเชื่อมโยงระหว่างแหล่งหินตัดบ้านกรวดกับปราสาทพนมรุ้งมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะปราสาทพนมรุ้งสร้างด้วยหินทรายเป็นส่วนใหญ่ และแหล่งหินบ้านกรวดอยู่ในระยะที่สัมพันธ์กับเส้นทางโบราณสู่เขาพนมรุ้ง นักโบราณคดีอธิบายว่าหลังจากตัดแต่งหินแล้ว อาจมีการเคลื่อนย้ายหินลงตามความลาดชันของไหล่เขาไปยังลำน้ำหรือทางน้ำตามฤดูกาล ก่อนใช้แรงงานคน สัตว์ และระบบลำเลียงแบบโบราณพาหินไปยังพื้นที่ก่อสร้าง ปราสาทหินจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากช่างแกะสลักเพียงกลุ่มเดียว แต่เกิดจากเครือข่ายแรงงานจำนวนมาก ตั้งแต่คนตัดหิน คนขัดหิน คนขนหิน ช่างก่อ ช่างสลัก และผู้ควบคุมงาน
เมื่อเปรียบเทียบกับปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ แหล่งหินตัดบ้านกรวดคือพื้นที่ที่ทำให้เห็น “ต้นทาง” ของสถาปัตยกรรมขอม ปราสาทพนมรุ้งและเมืองต่ำคือปลายทางของวัสดุที่ถูกสร้างสรรค์เป็นอาคารศักดิ์สิทธิ์ มีทับหลัง หน้าบัน เสาประดับ และทางเดินหินทรายอันงดงาม ส่วนแหล่งหินตัดคือพื้นที่ที่หินเหล่านั้นเริ่มต้นชีวิตในฐานะวัสดุก่อสร้าง การจัดเส้นทางเที่ยวทั้ง 3 แห่งร่วมกันจึงช่วยให้เข้าใจครบทั้งกระบวนการ ตั้งแต่แหล่งหิน การตัดหิน การขนส่ง ไปจนถึงการประกอบเป็นศาสนสถาน
บรรยากาศภายในแหล่งหินตัดมีความสงบ ร่มรื่น และเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมลานหินตามแนวทางเดิน สังเกตรอยตัด รอยเซาะ และแท่งหินที่กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ พื้นที่บางช่วงมีต้นไม้ปกคลุม ทำให้บรรยากาศไม่ร้อนจัดเท่าลานหินโล่งทั้งหมด แต่ควรเตรียมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะพื้นหินบางส่วนไม่เรียบและมีเศษหินหรือผิวหินต่างระดับ การเดินชมควรใช้ความระมัดระวัง ไม่ปีนป่ายบนก้อนหินขนาดใหญ่ และไม่เคลื่อนย้ายหินทุกชิ้นที่เห็นในพื้นที่
แหล่งหินตัดไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะทางโบราณคดีเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในเชิงธรณีวิทยาและภูมิประเทศ เพราะพื้นที่เขากลอยและเขากระเจียวเป็นเนินเขาหินทรายที่แสดงลักษณะชั้นหินธรรมชาติอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างชั้นหิน พื้นลานหิน ร่องน้ำ และพืชพรรณรอบพื้นที่ได้พร้อมกัน แหล่งหินแห่งนี้จึงเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศิลป์ แหล่งเรียนรู้เทคนิคช่างโบราณ และแหล่งเรียนรู้ภูมิทัศน์หินทรายของอีสานใต้
ในมิติประวัติศาสตร์ แหล่งหินตัดบ้านกรวดช่วยให้เข้าใจว่าการสร้างปราสาทขอมไม่ได้อาศัยเพียงศรัทธาหรืออำนาจทางการเมืองเท่านั้น แต่ต้องมีระบบจัดการทรัพยากรที่ซับซ้อน ผู้สร้างต้องรู้ว่าแหล่งหินอยู่ที่ใด หินชนิดใดเหมาะกับงานใด ต้องใช้แรงงานเท่าใด ต้องขนส่งอย่างไร และจะนำหินแต่ละขนาดไปใช้ในตำแหน่งใดของอาคาร ศาสนสถานขนาดใหญ่จึงเป็นผลรวมของวิศวกรรม การจัดการแรงงาน เศรษฐกิจ ศาสนา และภูมิปัญญาช่างในระดับสูง
สำหรับผู้สนใจศิลปะขอม การชมแหล่งหินตัดจะช่วยให้มองปราสาทหินต่าง ๆ ด้วยสายตาใหม่ เมื่อกลับไปชมทับหลัง เสาประดับ หรือทางเดินหินทรายในปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ นักท่องเที่ยวจะเข้าใจมากขึ้นว่าก้อนหินที่เรียบงามเหล่านั้นเคยเริ่มต้นจากผืนหินธรรมชาติที่บ้านกรวด เคยถูกตอก เซาะ แยก ขัด และขนย้ายผ่านระยะทางไกลกว่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของศาสนสถาน ความเข้าใจนี้ทำให้การชมปราสาทมีมิติทั้งด้านศิลปะและด้านแรงงานมนุษย์มากขึ้น
บริเวณทางเข้าแหล่งหินตัดมีพื้นที่วัดป่าลานหินตัด หรือพื้นที่วัดป่าธรรมศิลารามตามชื่อที่พบในข้อมูลท่องเที่ยวบางชุด วัดและชุมชนรอบพื้นที่มีบทบาทในการดูแลและต้อนรับผู้มาเยือน ทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงมีบรรยากาศสงบแบบวัดป่า ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา เคารพพื้นที่ศาสนา และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะการไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด เพราะพื้นที่อยู่ใกล้แนวชายแดนไทย – กัมพูชาและมีเขตป่าต่อเนื่อง
โซนที่ควรสังเกตเป็นพิเศษภายในแหล่งหินตัด ได้แก่ ลานหินที่มีรอยตอกเรียงเป็นแนว หินที่ถูกเซาะเป็นร่องยาว หินที่ถูกตัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยม พื้นที่ที่เห็นหน้าหินธรรมชาติเดิม ร่องน้ำหรือทางลาดตามธรรมชาติที่อาจเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายหิน และบริเวณที่มีหินก้อนใหญ่กระจายอยู่เป็นกลุ่ม การเดินชมโดยค่อย ๆ สังเกตแต่ละจุดจะทำให้เห็นลำดับของกระบวนการตัดหินได้ชัดเจนขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัด แสงเฉียงช่วยให้เห็นรอยตอก รอยสกัด และผิวหินชัดเจน เหมาะทั้งกับการถ่ายภาพและการศึกษารายละเอียดของหิน หากมาในช่วงกลางวันควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นหิน พื้นที่บางจุดอาจลื่นเมื่อมีฝนหรือมีตะไคร่ จึงควรหลีกเลี่ยงการเดินบนผิวหินเปียกโดยไม่จำเป็น
การเดินทาง ไปแหล่งหินตัดสามารถเริ่มจากตัวอำเภอบ้านกรวด โดยใช้เส้นทางบ้านกรวด – ตาพระยา ทางหลวงหมายเลข 224 ไปยังบริเวณกิโลเมตรที่ 146 แล้วแยกเข้าทางคอนกรีตอีกประมาณ 3 กม. ถึงพื้นที่วัดและแหล่งหิน หากเดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถใช้เส้นทางบุรีรัมย์ – ประโคนชัย แล้วต่อไปอำเภอบ้านกรวด หรือจัดเส้นทางร่วมกับปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และกลุ่มโบราณสถานในอำเภอบ้านกรวดได้ในวันเดียว แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง
แหล่งหินตัดเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ขอม นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจธรณีวิทยา และผู้ที่ต้องการเห็นเบื้องหลังการสร้างปราสาทหินอีสานใต้ การเข้าชมไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานมาก แต่ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อเดินชมร่องรอยสำคัญและอ่านรายละเอียดจากสภาพพื้นที่จริง หากต้องการถ่ายภาพ ศึกษารอยตัด หรือฟังคำอธิบายจากคนท้องถิ่น ควรเผื่อเวลามากกว่านั้น
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือไม่ขีดเขียนบนผิวหิน ไม่ใช้ของแข็งเคาะหิน ไม่งัดหรือขยับก้อนหินที่อยู่ในพื้นที่ ไม่เก็บเศษหินกลับไปเป็นที่ระลึก และไม่ทิ้งขยะในป่า ทุกก้อนหินและทุกแนวรอยตัดเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่บอกเล่าเทคนิคการทำงานของช่างโบราณ หากชิ้นส่วนถูกเคลื่อนย้ายหรือทำลาย ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ย่อมสูญหายไปด้วย
เมื่อมองในภาพรวมของการท่องเที่ยวบุรีรัมย์ แหล่งหินตัดบ้านกรวดเป็นสถานที่ที่ช่วยเติมเต็มเส้นทางปราสาทหินให้สมบูรณ์มากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักรู้จักปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำในฐานะผลงานสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่ยังไม่เห็นแหล่งกำเนิดของวัสดุที่ใช้สร้างปราสาท การแวะชมแหล่งหินตัดจึงทำให้การเดินทางมีเรื่องราวครบวงจร ตั้งแต่ก้อนหินในธรรมชาติไปจนถึงศาสนสถานขอมที่ประณีตงดงาม
แหล่งหินตัด จังหวัดบุรีรัมย์ จึงไม่ใช่เพียงลานหินกลางป่า แต่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของภูมิปัญญาช่างขอมโบราณ เป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นแรงงาน ความรู้ และระบบจัดการวัสดุที่อยู่เบื้องหลังปราสาทหินอันยิ่งใหญ่ การเดินอยู่ท่ามกลางก้อนหินที่ยังมีรอยตอก รอยเซาะ และรอยงัด คือการได้มองเห็นร่องรอยมือของช่างเมื่อหลายร้อยปีก่อน และเข้าใจว่าอารยธรรมขอมไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะศาสนสถานเท่านั้น แต่ยิ่งใหญ่เพราะสามารถเปลี่ยนผืนหินธรรมชาติให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างน่าทึ่ง
| ชื่อสถานที่ | แหล่งหินตัด จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ชื่อเรียกอื่น | แหล่งตัดหินบ้านกรวด, แหล่งหินตัดบ้านกรวด, ลานหินตัดบ้านกรวด |
| ที่ตั้ง | บริเวณวัดป่าธรรมศิลาราม หรือวัดป่าลานหินตัด และหมู่บ้านสายตรี 3 – สายตรี 4 ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | หมู่บ้านสายตรี 3 และสายตรี 4 ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ 31180 |
| ไฮไลต์ | แหล่งหินทรายโบราณขนาดใหญ่ที่มีร่องรอยการตัดหินของช่างขอม เช่น รูตอกเรียงเป็นแนวยาว ร่องสกัดหิน แนวเซาะหิน และแท่งหินทรายสี่เหลี่ยมที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สันนิษฐานว่าใช้งานในราวพุทธศตวรรษที่ 15 – 18 ในช่วงวัฒนธรรมขอมโบราณ เพื่อผลิตแท่งหินทรายสำหรับก่อสร้างปราสาทในเขตอีสานใต้ |
| พื้นที่ | กว่า 4,600 ไร่ บริเวณเขากลอยและเขากระเจียว ใกล้แนวชายแดนไทย – กัมพูชา |
| ความสำคัญ | เป็นแหล่งวัตถุดิบหินทรายที่ช่วยอธิบายต้นทางของวัสดุก่อสร้างปราสาทหินสำคัญ เช่น ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทขอมหลายแห่งในอีสานใต้ |
| ลักษณะเด่น | เป็นเนินเขาหินทรายและลานหินกว้าง มีหินทรายก้อนเล็กก้อนใหญ่กระจายอยู่ตามธรรมชาติ หลายจุดยังเห็นร่องรอยการเซาะ สกัด ตัด แบ่ง และงัดหินเป็นแท่งสี่เหลี่ยม |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ลานหินทรายธรรมชาติ 2. แนวรอยตอกหินเรียงเป็นแถวยาว 3. แนวร่องสกัดและร่องเซาะหิน 4. ก้อนหินทรายที่ถูกตัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยม 5. พื้นที่เขากลอย 6. พื้นที่เขากระเจียว 7. เส้นทางเดินชมธรรมชาติและร่องรอยโบราณคดี 8. พื้นที่วัดป่าธรรมศิลารามหรือวัดป่าลานหินตัด |
| หลักฐานสำคัญ | รูตอกบนเนื้อหิน ร่องสกัดหิน แนวเซาะหิน แท่งหินทรายที่ถูกงัดขึ้นมา หินที่ยังไม่ถูกขนย้าย และร่องรอยกระบวนการเตรียมหินก่อนนำไปสร้างปราสาท |
| การเดินทาง | อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ้านกรวดประมาณ 7 กม. ใช้เส้นทางบ้านกรวด – ตาพระยา ทางหลวงหมายเลข 224 บริเวณกิโลเมตรที่ 146 แล้วแยกจากถนนใหญ่เข้าไปอีกประมาณ 3 กม. เป็นทางคอนกรีตตลอดสาย |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และโบราณคดีของอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถบริเวณวัด ทางเดินชมลานหิน พื้นที่ร่มรื่น จุดพักระหว่างทาง และร้านค้าชุมชนในเส้นทางใกล้เคียง |
| ผู้ดูแล | พื้นที่วัดป่าลานหินตัดและชุมชนบ้านสายตรี ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอบ้านกรวด โดยมีกรมศิลปากรดูแลด้านข้อมูลและมรดกโบราณคดี |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วัดป่าลานหินตัด โทร. 085-668-3710 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา โทร. 044-471-518 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดป่าลานหินตัด ประมาณ 0 กม. 2. ปราสาททอง หรือปราสาทตาเจีย อำเภอบ้านกรวด ประมาณ 9 กม. 3. แหล่งเตาเผาโบราณบ้านกรวด ประมาณ 12 กม. 4. ปราสาทถมอ หรือปราสาททะมอ ประมาณ 18 กม. 5. ปราสาทหนองหงส์ อำเภอโนนดินแดง ประมาณ 35 กม. 6. ปราสาทเมืองต่ำ ประมาณ 36 กม. 7. ปราสาทหินพนมรุ้ง ประมาณ 40 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. RINTR Plus Cafe Bar Restaurant บ้านกรวด ประมาณ 8 กม. โทร. 081-966-1766, 061-363-9874 2. Coco Cool Cafe’ บ้านกรวด ประมาณ 8 กม. โทร. 064-778-7799 3. PunThai Coffee ถนน 2445 บ้านกรวด ประมาณ 9 กม. โทร. 098-282-1651 4. First Da & Ped บ้านกรวด ประมาณ 10 กม. โทร. 098-597-1641 5. SMiNi Cafe บ้านกรวด ประมาณ 9 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เรือนไม้รีสอร์ท ตำบลปราสาท ประมาณ 6 กม. โทร. 083-374-2046 2. วนศินรีสอร์ท บ้านกรวด ประมาณ 8 กม. โทร. 044-679-295 3. บ้านกรวด การ์เด้นท์รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 044-679-263, 086-250-4186 4. กิ่งกรวดรีสอร์ท บ้านกรวด ประมาณ 9 กม. โทร. 089-846-1177 5. พร้อมสุขรีสอร์ท ตำบลปราสาท ประมาณ 9 กม. โทร. 081-955-5025 6. สุติรักตร์รีสอร์ท ตำบลปราสาท ประมาณ 10 กม. โทร. 084-958-8740 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แหล่งหินตัด จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: แหล่งหินตัดตั้งอยู่บริเวณวัดป่าธรรมศิลารามหรือวัดป่าลานหินตัด และหมู่บ้านสายตรี 3 – สายตรี 4 ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ใกล้แนวชายแดนไทย – กัมพูชา
ถาม: แหล่งหินตัดบ้านกรวดมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นแหล่งหินทรายโบราณที่ใช้ผลิตแท่งหินสำหรับก่อสร้างปราสาทขอมในอีสานใต้ ช่วยอธิบายต้นทางของวัสดุที่นำไปสร้างปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทหินสำคัญหลายแห่ง
ถาม: จุดเด่นของแหล่งหินตัดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือร่องรอยการตัดหินของช่างขอม เช่น รูตอกเรียงเป็นแนว ร่องสกัดหิน แนวเซาะหิน และแท่งหินทรายสี่เหลี่ยมที่ยังคงเห็นได้ในพื้นที่จริง
ถาม: แหล่งหินตัดเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เดินทางไปแหล่งหินตัดอย่างไร?
ตอบ: จากตัวอำเภอบ้านกรวดใช้เส้นทางบ้านกรวด – ตาพระยา ทางหลวงหมายเลข 224 บริเวณกิโลเมตรที่ 146 แล้วแยกจากถนนใหญ่เข้าไปอีกประมาณ 3 กม. เป็นทางคอนกรีตตลอดสาย
ถาม: ควรเที่ยวแหล่งหินตัดร่วมกับที่เที่ยวใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับปราสาททอง แหล่งเตาเผาโบราณบ้านกรวด ปราสาทถมอ ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทหินพนมรุ้ง เพื่อเข้าใจเส้นทางวัสดุและอารยธรรมขอมในบุรีรัมย์อย่างครบถ้วน
ถาม: แหล่งหินตัดเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ ผู้สนใจปราสาทขอม นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจธรณีวิทยา และผู้ที่ต้องการเห็นเบื้องหลังการสร้างปราสาทหินของอีสานใต้
ถาม: เข้าชมแหล่งหินตัดควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรเดินตามเส้นทาง ไม่ปีนป่ายก้อนหิน ไม่เคลื่อนย้ายหิน ไม่ขีดเขียนบนผิวหิน ไม่เก็บเศษหินกลับไป และควรแต่งกายสุภาพเพราะพื้นที่อยู่ในเขตวัดและชุมชน
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




