หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.ปะคำ >ต.ปะคำ > ปราสาทวัดโคกงิ้ว
TL;DR: ปราสาทวัดโคกงิ้ว อยู่ที่ภายในวัดโคกงิ้ว บ้านโคกงิ้ว ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน.

บุรีรัมย์

ปราสาทวัดโคกงิ้ว

ปราสาทวัดโคกงิ้ว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน
 
ปราสาทโคกงิ้ว หรือปราสาทวัดโคกงิ้ว เป็นโบราณสถานขอมในตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ภายในวัดโคกงิ้ว บนเส้นทางนางรอง – ปะคำ ทางหลวงหมายเลข 348 ก่อนถึงอำเภอปะคำประมาณ 3 กม. จุดเด่นคือเป็นอโรคยศาลาหรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในพุทธศาสนามหายาน สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยปราสาทประธาน วิหารหรือบรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำประจำศาสนสถาน พร้อมหลักฐานสำคัญอย่างจารึกบนแผ่นสำริด พระไภษัชยคุรุ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และทับหลังภาพคชลักษมีที่สะท้อนชั้นเวลาเก่ากว่าตัวอโรคยศาลา
 
ปราสาทโคกงิ้ว ตั้งอยู่ในตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ด้านหลังวัดโคกงิ้ว เป็นโบราณสถานขอมขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความสำคัญสูงมากในฐานะหลักฐานของอโรคยศาลาหรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โบราณสถานแห่งนี้ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของอารยธรรมขอม นอกเหนือจากปราสาทหินขนาดใหญ่ที่สร้างเพื่อแสดงอำนาจ ศรัทธา และคติจักรวาล เพราะปราสาทโคกงิ้วเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้คน การรักษาโรค การประกอบพิธีกรรม และความเชื่อเรื่องพระโพธิสัตว์ในพุทธศาสนามหายานอย่างชัดเจน
 
ชื่อของสถานที่พบได้หลายรูปแบบ เช่น ปราสาทโคกงิ้ว ปราสาทวัดโคกงิ้ว และปราสาทบ้านโคกปราสาท โดยทั้งหมดใช้เรียกโบราณสถานกลุ่มเดียวกันในพื้นที่วัดโคกงิ้ว บ้านโคกงิ้ว ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ การที่มีชื่อเรียกหลายแบบสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างโบราณสถานกับชุมชนและวัดในปัจจุบัน ชื่อ “โคกงิ้ว” มาจากชื่อบ้านและวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ส่วนชื่อ “โคกปราสาท” สื่อถึงลักษณะพื้นที่โคกหรือเนินที่มีโบราณสถานตั้งอยู่ ชื่อเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าปราสาทไม่ได้เป็นซากโบราณคดีที่แยกขาดจากชุมชน แต่เป็นมรดกที่อยู่ร่วมกับชีวิตท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง
 
ตัวโบราณสถานตั้งอยู่ด้านหลังวัดโคกงิ้ว บนเส้นทางนางรอง – ปะคำ ทางหลวงหมายเลข 348 ก่อนถึงอำเภอปะคำประมาณ 3 กม. ตำแหน่งดังกล่าวทำให้ปราสาทโคกงิ้วเป็นจุดแวะสำคัญสำหรับผู้เดินทางจากอำเภอนางรองเข้าสู่อำเภอปะคำ หรือผู้ที่ต้องการเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ระหว่างปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ วัดเขาพระอังคาร ปราสาทหนองหงส์ และกลุ่มโบราณสถานในอำเภอปะคำกับอำเภอใกล้เคียง
 
ในภาพรวม ปราสาทโคกงิ้วเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ก่อสร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก องค์ประกอบหลักประกอบด้วยปราสาทประธาน วิหารหรือบรรณาลัย กำแพงแก้ว ซุ้มประตูหรือโคปุระ และสระน้ำประจำศาสนสถาน รูปแบบผังดังกล่าวเป็นลักษณะสำคัญของอโรคยศาลาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งพบกระจายในหลายพื้นที่ของประเทศไทยและกัมพูชา องค์ประกอบเหล่านี้ไม่ได้จัดวางอย่างสุ่ม แต่มีหน้าที่สัมพันธ์กันทั้งด้านศาสนา การรักษาโรค และการใช้สอยจริงของผู้คนในอดีต
 
ปราสาทประธานเป็นหัวใจของผังอโรคยศาลา ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศแห่งแสงแรก การเริ่มต้น และการเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในคติสถาปัตยกรรมขอม ปราสาทประธานก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีผังพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดประมาณ 5 x 5 เมตร มีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก ส่วนด้านอื่นทำเป็นประตูหลอก การวางประตูจริงและประตูหลอกเช่นนี้ทำให้ปราสาทมีแกนพิธีกรรมชัดเจน ขณะเดียวกันยังรักษาความสมดุลของรูปทรงทั้ง 4 ด้านตามระบบความคิดของช่างขอม
 
ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักของปราสาทโคกงิ้ว เพราะมีความแข็งแรง หาได้ในภูมิภาค และเหมาะกับการก่อผนังหรือฐานอาคาร ส่วนหินทรายใช้ในตำแหน่งที่ต้องการความประณีตและความแข็งแรงเฉพาะจุด เช่น กรอบประตู เสาประดับ ทับหลัง และชิ้นส่วนสลัก การใช้วัสดุ 2 ประเภทนี้ร่วมกันสะท้อนภูมิปัญญาช่างขอมที่เข้าใจคุณสมบัติของหินแต่ละชนิดอย่างดี ศิลาแลงให้มวลอาคารที่มั่นคง ส่วนหินทรายรองรับงานแกะสลักที่ต้องใช้รายละเอียดและความงดงามทางศิลปกรรม
 
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธานมีอาคารที่เรียกกันว่าวิหารหรือบรรณาลัย บรรณาลัยเป็นองค์ประกอบที่พบในศาสนสถานขอมหลายแห่ง โดยทั่วไปมักตีความว่าเกี่ยวข้องกับการเก็บคัมภีร์ เครื่องใช้ประกอบพิธี หรือสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ ในบริบทของอโรคยศาลา บรรณาลัยอาจมีบทบาทเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม การสวดมนต์ การจัดเก็บวัตถุศักดิ์สิทธิ์ หรือการใช้งานประกอบการรักษาในเชิงศาสนา การมีบรรณาลัยจึงทำให้ปราสาทโคกงิ้วมีผังที่สมบูรณ์มากกว่าการเป็นปรางค์เดี่ยว
 
ปราสาทประธานและบรรณาลัยถูกล้อมด้วยกำแพงแก้ว กำแพงแก้วทำหน้าที่กำหนดขอบเขตของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แยกพื้นที่ภายในอโรคยศาลาออกจากพื้นที่ภายนอก ผู้เข้าชมในอดีตต้องผ่านซุ้มประตูทางทิศตะวันออกก่อนเข้าสู่เขตศาสนสถาน ลำดับเช่นนี้มีความหมายมาก เพราะเป็นการเคลื่อนจากโลกภายนอกเข้าสู่พื้นที่เยียวยาและสักการะ ภายในกำแพงแก้วจึงไม่ใช่เพียงลานอาคาร แต่เป็นพื้นที่ที่ผ่านการกำหนดสถานะทางศาสนาและพิธีกรรมอย่างชัดเจน
 
ซุ้มประตูหรือโคปุระตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก เป็นประตูทางเข้าหลักเพียงด้านเดียวของผังอโรคยศาลา การมีโคปุระด้านทิศตะวันออกทำให้แกนของอาคารชัดเจน ตั้งแต่ทางเข้า ผ่านลานภายใน ไปยังปราสาทประธาน สถาปัตยกรรมแบบนี้ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของผู้เข้ามาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย ผู้เดินทาง พระภิกษุ นักบวช ผู้ประกอบพิธี หรือชุมชนที่เข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาสนสถาน
 
ด้านนอกกำแพงแก้วทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำประจำศาสนสถาน น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของอโรคยศาลา เพราะมีความหมายทั้งด้านการใช้สอยและด้านพิธีกรรม ในชีวิตจริง น้ำจำเป็นต่อผู้ป่วย ผู้ดูแล และผู้เดินทาง ส่วนในทางคติศาสนา น้ำสัมพันธ์กับการชำระล้าง ความบริสุทธิ์ การรักษา และความอุดมสมบูรณ์ การมีสระน้ำประจำอโรคยศาลาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องภูมิทัศน์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเยียวยาทางกายและทางจิตใจในโลกโบราณ
 
ปราสาทโคกงิ้วได้รับการตีความว่าเป็นอโรคยศาลาหรือโรงพยาบาลในจำนวน 102 แห่งที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นกษัตริย์ขอมผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเครือข่ายศาสนสถาน พยาบาลสถาน และที่พักคนเดินทางทั่วราชอาณาจักร แนวคิดนี้สะท้อนบทบาทของกษัตริย์ในฐานะผู้ดูแลทุกข์สุขของประชาชนผ่านศาสนาและสาธารณูปการ อโรคยศาลาจึงเป็นทั้งสถานพยาบาล ศาสนสถาน และสัญลักษณ์ของพระราชอำนาจที่แสดงผ่านการเยียวยา
 
คติสำคัญของอโรคยศาลาเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามหายาน โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องพระไภษัชยคุรุ หรือพระพุทธเจ้าแห่งการแพทย์และการรักษา ในโลกโบราณ การรักษาโรคไม่ได้แยกออกจากศาสนาอย่างชัดเจน ผู้ป่วยอาจได้รับการดูแลทั้งด้านกายและใจ ผ่านสมุนไพร การพักฟื้น น้ำ พิธีกรรม การสวด การสมนต์ และการสักการะพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยา ปราสาทโคกงิ้วจึงเป็นหลักฐานของระบบความคิดที่มองสุขภาพอย่างองค์รวม
 
หลักฐานสำคัญที่พบจากปราสาทโคกงิ้วคือประติมากรรมหินทรายรูปทิพยบุคคล 2 องค์ ได้แก่ พระไภษัชยคุรุและพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระไภษัชยคุรุสัมพันธ์กับการรักษาโรค ส่วนพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสัมพันธ์กับความกรุณาและการช่วยเหลือสรรพสัตว์ การพบประติมากรรมทั้ง 2 องค์สอดคล้องกับสถานะของปราสาทโคกงิ้วในฐานะอโรคยศาลา และช่วยยืนยันว่าศาสนสถานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารสถาปัตยกรรม แต่เป็นพื้นที่ประกอบความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับการเยียวยาในพุทธศาสนามหายาน
 
อีกหลักฐานที่มีความสำคัญมากคือแผ่นสำริดรูปวงโค้ง ขนาด 13.5 x 21.7 ซม. จารึกด้วยอักษรขอม กล่าวถึงการถวายไทยธรรมโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แก่อาโรคยศาลา ณ วิเรนทรปุระ เมื่อมหาศักราช 1115 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 1736 จารึกนี้ทำให้ปราสาทโคกงิ้วมีความสำคัญสูงในด้านประวัติศาสตร์ เพราะไม่ได้มีเพียงรูปแบบสถาปัตยกรรมที่บอกหน้าที่เท่านั้น แต่ยังมีหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เชื่อมโยงสถานที่กับพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และระบบอโรคยศาลาโดยตรง
 
ชื่อ “วิเรนทรปุระ” ที่ปรากฏในจารึกเป็นประเด็นสำคัญ เพราะทำให้เห็นว่าพื้นที่นี้เคยมีสถานะหรือความหมายในเครือข่ายเมืองและศาสนสถานของขอมโบราณ ไม่ใช่เพียงหมู่บ้านเล็กในปัจจุบัน การมีจารึกบนแผ่นสำริดในบริบทของอโรคยศาลาช่วยเพิ่มน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ให้ปราสาทโคกงิ้วอย่างมาก และทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการศึกษาเรื่องอโรคยศาลา ระบบราชสำนักขอม และพุทธศาสนามหายานในอีสานใต้
 
นอกจากหลักฐานในคติพุทธมหายานแล้ว การขุดแต่งยังพบชิ้นส่วนทับหลังสลักภาพคชลักษมี ศิลปะขอมแบบคลัง – บาปวนตอนต้น อายุประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ภาพคชลักษมีเป็นภาพพระลักษมีประทับนั่งบนฐานดอกบัว มีช้างอยู่สองข้างยกงวงเหนือพระเศียร ใต้ฐานมีเกียรติมุขหรือหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย ลักษณะทางศิลปกรรมของทับหลังนี้เก่ากว่าตัวอโรคยศาลาสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงสะท้อนความเป็นไปได้ว่ามีการนำชิ้นส่วนจากศาสนสถานรุ่นก่อนมาใช้ประดับ หรือพื้นที่นี้เคยสัมพันธ์กับศาสนสถานเก่าก่อนการสร้างอโรคยศาลา
 
การพบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่มีอายุต่างกันทำให้ปราสาทโคกงิ้วมีชั้นประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก โบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวเพียงช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้มองย้อนถึงชั้นเวลาเก่ากว่านั้นในพื้นที่ปะคำ ชิ้นส่วนทับหลัง ศิลปะคลัง – บาปวนตอนต้น อาจเป็นหลักฐานของการเคลื่อนย้ายวัสดุ การนำของเดิมมาใช้ใหม่ หรือความต่อเนื่องของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเวลาหลายร้อยปี
 
ปี 2554 สำนักศิลปากรในพื้นที่ได้ดำเนินโครงการขุดแต่งโบราณสถานปราสาทโคกงิ้ว ต่อมาในช่วงปี 2563 – 2564 มีการดำเนินงานบูรณะปราสาทประธาน บรรณาลัยหรือวิหาร และกำแพงแก้วด้วยวิธีอนัสติโลซิส ซึ่งเป็นวิธีบูรณะโดยใช้ชิ้นส่วนเดิมกลับมาตั้งประกอบในตำแหน่งที่เหมาะสมเท่าที่หลักฐานเอื้อ การบูรณะดังกล่าวทำให้ผู้มาเยือนในปัจจุบันสามารถอ่านผังและองค์ประกอบของอโรคยศาลาได้ชัดเจนขึ้น โดยยังคงเคารพหลักฐานทางโบราณคดีเดิมของสถานที่
 
การชมปราสาทโคกงิ้วควรเริ่มจากการมองภาพรวมของผังโบราณสถานก่อน สังเกตว่าตัวโบราณสถานหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีแนวกำแพงแก้วล้อมรอบ มีซุ้มประตูทางเข้า มีปราสาทประธานอยู่ในแนวหลัก และมีบรรณาลัยอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นจึงเดินดูรายละเอียดของวัสดุศิลาแลง หินทราย กรอบประตู ร่องรอยการบูรณะ และตำแหน่งสระน้ำด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ การชมตามลำดับนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าอาคารแต่ละส่วนมีหน้าที่เฉพาะ ไม่ใช่เพียงซากหินที่ตั้งอยู่รวมกัน
 
ในเชิงประวัติศาสตร์การแพทย์ ปราสาทโคกงิ้วเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างการรักษาและศาสนา อโรคยศาลาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการด้านการรักษาและประกอบพิธีทางศาสนาไปพร้อมกัน พื้นที่นี้จึงแตกต่างจากโรงพยาบาลสมัยใหม่ที่เน้นการแพทย์เชิงวิทยาศาสตร์เป็นหลัก แต่สะท้อนโลกทัศน์โบราณที่เชื่อว่าความเจ็บป่วยเกี่ยวข้องกับร่างกาย จิตใจ ศรัทธา และความสมดุลของชีวิต
 
เมื่อเทียบกับปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทโคกงิ้วมีขนาดเล็กกว่าและมีบรรยากาศเรียบสงบกว่า แต่ความสำคัญของสถานที่ไม่ได้ลดลงตามขนาด เพราะปราสาทโคกงิ้วช่วยเติมภาพของอารยธรรมขอมในมิติที่ปราสาทใหญ่ไม่สามารถเล่าได้ครบถ้วน ปราสาทใหญ่สะท้อนพิธีกรรมหลวง ความยิ่งใหญ่ของศาสนสถาน และงานศิลปกรรมชั้นสูง ส่วนอโรคยศาลาอย่างปราสาทโคกงิ้วสะท้อนการดูแลประชาชน การรักษาโรค และการกระจายโครงสร้างศาสนสถานไปยังชุมชนต่าง ๆ
 
พื้นที่อำเภอปะคำยังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่เชื่อมระหว่างอำเภอนางรอง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอละหานทราย และอำเภอโนนดินแดง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาปราสาทโคกงิ้วสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังวัดโพธิ์ย้อย ปราสาทหนองตาสี วัดเขาพระอังคาร ปราสาทหนองหงส์ ปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำได้ การจัดเส้นทางเช่นนี้ทำให้เห็นเครือข่ายโบราณสถาน วัด ชุมชน และภูมิประเทศทางตอนใต้ของบุรีรัมย์ได้หลากหลายกว่าการเที่ยวจุดเดียว
 
สำหรับผู้ที่สนใจศิลปะขอม จุดที่ไม่ควรมองข้ามคือความสัมพันธ์ระหว่างศิลปกรรมหลายยุคในปราสาทโคกงิ้ว ทับหลังคชลักษมีสะท้อนชั้นเวลาแบบคลัง – บาปวนตอนต้น ขณะที่ผังอโรคยศาลาและประติมากรรมพุทธมหายานสะท้อนสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 การซ้อนกันของหลักฐานเหล่านี้ทำให้โบราณสถานมีความลึกทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และช่วยให้เข้าใจว่าโบราณสถานขอมหลายแห่งไม่ได้เกิดขึ้นแบบจบในยุคเดียว แต่มีการใช้ซ้ำ เปลี่ยนแปลง และปรับความหมายของพื้นที่ตามกาลเวลา
 
ด้านการถ่ายภาพ ปราสาทโคกงิ้วเหมาะกับภาพมุมกว้างที่เห็นแนวกำแพงแก้วและปราสาทประธานร่วมกัน ภาพกรอบประตูหินทราย ภาพเนื้อศิลาแลงหลังการบูรณะ และภาพสระน้ำในบริบทของอโรคยศาลา ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เป็นช่วงที่แสงอ่อนและช่วยขับผิวศิลาแลงให้มีมิติมากขึ้น ผู้เข้าชมควรถ่ายภาพโดยไม่ปีนป่ายบนโบราณสถาน ไม่สัมผัสชิ้นส่วนที่เปราะบาง และไม่เคลื่อนย้ายก้อนหินหรือเศษวัสดุในพื้นที่
 
การเดินทาง ไปปราสาทโคกงิ้วทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถเหมาท้องถิ่น หากเริ่มจากอำเภอนางรอง ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 348 เส้นนางรอง – ปะคำ มุ่งหน้าไปอำเภอปะคำ ก่อนถึงตัวอำเภอปะคำประมาณ 3 กม. จะพบพื้นที่วัดโคกงิ้วซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาท หากเดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ สามารถมุ่งหน้าอำเภอนางรองแล้วต่อไปทางปะคำ ใช้เวลาตามสภาพการจราจรและเส้นทางประมาณ 1 – 1.5 ชั่วโมง
 
เมื่อเข้าเขตวัดโคกงิ้ว ควรจอดรถในพื้นที่ที่ไม่รบกวนกิจกรรมของวัดและชุมชน จากนั้นเดินไปยังบริเวณโบราณสถานด้านหลังวัด การตั้งอยู่ในเขตวัดทำให้ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา และให้ความเคารพต่อพื้นที่ศาสนสถานปัจจุบันควบคู่กับการเคารพโบราณสถานขอมในอดีต การเที่ยวโบราณสถานในวัดเช่นนี้ควรคำนึงถึงทั้งมิติประวัติศาสตร์และมิติชุมชนร่วมสมัย
 
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือไม่ปีนป่ายกำแพงแก้ว ปราสาทประธาน หรือก้อนศิลาแลง ไม่ขีดเขียนบนหิน ไม่เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนโบราณสถาน ไม่ทิ้งขยะ และไม่ใช้พื้นที่โบราณสถานเป็นที่นั่งพักหรือวางของ ทุกก้อนหินและทุกชิ้นส่วนเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่ช่วยบอกเล่ารูปแบบการก่อสร้างและประวัติของสถานที่ หากมีการเคลื่อนย้ายหรือทำลาย ข้อมูลทางประวัติศาสตร์อาจสูญหายอย่างถาวร
 
การเข้าชมปราสาทโคกงิ้วควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 – 45 นาที หากต้องการอ่านป้ายข้อมูล เดินดูผัง และทำความเข้าใจอโรคยศาลาอย่างละเอียดอาจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์ควรให้เวลากับรายละเอียดของทับหลัง ประติมากรรมที่เกี่ยวข้อง จารึกสำริด และผังอาคาร เพราะสถานที่แห่งนี้มีหลักฐานหลายชั้นมากกว่าที่เห็นจากขนาดของโบราณสถาน
 
ปราสาทโคกงิ้วจึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การแวะชมสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจบุรีรัมย์ในมิติของพุทธศาสนามหายานและอโรคยศาลา ที่นี่ไม่ใช่เพียงปราสาทขอมขนาดเล็กหลังวัด แต่เป็นหลักฐานของแนวคิดเรื่องการเยียวยาในอารยธรรมขอม เป็นจุดเชื่อมระหว่างศาสนา การแพทย์ ชุมชน และพระราชอำนาจของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 การมาเยือนสถานที่แห่งนี้จะทำให้ภาพของปราสาทขอมในบุรีรัมย์ครบถ้วนขึ้น เพราะได้เห็นทั้งความยิ่งใหญ่ของปราสาทหลักและความละเอียดอ่อนของศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลผู้คนในอดีต
 
หากมองในภาพรวมของเส้นทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ปราสาทโคกงิ้วเป็นจุดที่ช่วยขยายความเข้าใจจากกลุ่มพนมรุ้ง – เมืองต่ำไปยังพื้นที่อำเภอปะคำและโนนดินแดง นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมเรื่องราวของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผ่านอโรคยศาลา ธรรมศาลา และโบราณสถานขอมหลายประเภทในบุรีรัมย์ได้อย่างเป็นระบบ ปราสาทโคกงิ้วจึงเหมาะทั้งสำหรับนักเดินทางทั่วไป นักเรียน นักศึกษา นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และผู้ที่สนใจอารยธรรมขอมในระดับลึก
 
ชื่อสถานที่ปราสาทโคกงิ้ว
ชื่อเรียกอื่นปราสาทวัดโคกงิ้ว, ปราสาทบ้านโคกปราสาท, ปราสาทบ้านโคกงิ้ว
ที่ตั้งภายในวัดโคกงิ้ว บ้านโคกงิ้ว ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์
ที่อยู่วัดโคกงิ้ว บ้านโคกงิ้ว ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ 31220
พิกัด14.463536, 102.727704
ไฮไลต์อโรคยศาลาหรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในพุทธศาสนามหายาน สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีปราสาทประธาน บรรณาลัย กำแพงแก้ว โคปุระ สระน้ำ และหลักฐานจารึกสำริดที่กล่าวถึงอาโรคยศาลา ณ วิเรนทรปุระ
ประวัติ / สมัย / ยุคพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม สัมพันธ์กับอโรคยศาลา 102 แห่งในพุทธศาสนามหายาน
ที่มาของชื่อเรียกตามบ้านโคกงิ้วและวัดโคกงิ้วซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถาน ส่วนชื่อปราสาทบ้านโคกปราสาทสะท้อนลักษณะพื้นที่โคกที่มีปราสาทตั้งอยู่
ลักษณะเด่นก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปราสาทประธานมีผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณ 5 x 5 เมตร มีประตูจริงด้านทิศตะวันออกและประตูหลอก 3 ด้าน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ปราสาทประธานศิลาแลงและหินทราย
2. ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกของปราสาทประธาน
3. ประตูหลอก 3 ด้าน
4. วิหารหรือบรรณาลัยด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้
5. กำแพงแก้วรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
6. โคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก
7. สระน้ำประจำศาสนสถานด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
8. พื้นที่วัดโคกงิ้วโดยรอบโบราณสถาน
หลักฐานสำคัญจารึกบนแผ่นสำริดรูปวงโค้ง พระไภษัชยคุรุ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์วัชรปาณีทรงครุฑ ทับหลังคชลักษมีศิลปะคลัง – บาปวนตอนต้น เสาประดับกรอบประตู เครื่องมือเครื่องใช้ และภาชนะดินเผา
การบูรณะ / การขุดแต่งมีการขุดแต่งโบราณสถานในปี 2554 และมีการบูรณะปราสาทประธาน บรรณาลัยหรือวิหาร และกำแพงแก้วด้วยวิธีอนัสติโลซิสในช่วงปี 2563 – 2564
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 348 เส้นนางรอง – ปะคำ ก่อนถึงอำเภอปะคำประมาณ 3 กม. โบราณสถานตั้งอยู่ภายในวัดโคกงิ้ว เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถเหมาท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเป็นโบราณสถานขอมภายในวัดโคกงิ้ว เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอโรคยศาลา พุทธศาสนามหายาน และมรดกขอมในอำเภอปะคำ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการแนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถภายในวัด ทางเดินชมโบราณสถาน พื้นที่ศาสนสถานของวัด พื้นที่ร่มไม้ และร้านค้าในชุมชนหรืออำเภอปะคำ
ผู้ดูแลกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ร่วมกับวัดโคกงิ้วและชุมชนบ้านโคกงิ้ว
เจ้าอาวาสวัดโคกงิ้วพระครูวิบูลย์ ญาณสถิตย์
เบอร์ติดต่อหลักสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา โทร. 044-471-518
หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 044-611-221 ต่อ 7601
หมายเลขติดต่อที่แสดงในข้อมูลแผนที่ของสถานที่ โทร. 099-253-4221
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดโพธิ์ย้อย ประมาณ 3 กม.
2. ปราสาทหนองตาสี ประมาณ 4 กม.
3. วัดเขาพระอังคาร ประมาณ 14 กม.
4. ปราสาทหนองหงส์ อำเภอโนนดินแดง ประมาณ 18 กม.
5. ถ้ำเป็ดทอง ประมาณ 18 กม.
6. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ประมาณ 24 กม. โทร. 044-666-251
7. ปราสาทเมืองต่ำ ประมาณ 28 กม. โทร. 044-666-251
8. กุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง ประมาณ 27 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Jum’s Restaurant, New Menu, BBQ, Drinks ประมาณ 9 กม. โทร. 093-067-6434
2. ครัวบ้านเรา ประมาณ 10 กม. โทร. 098-441-4240
3. ร้านริมรั้ว Rim Rua Restaurant ประมาณ 12 กม. โทร. 093-457-2053
4. The Cottage LahanSai ประมาณ 16 กม. โทร. 065-746-7193
5. คน-ละ-ยำละหานทราย Restaurant ประมาณ 15 กม. โทร. 061-267-1998
6. ร้านเพลินลิ้น คาเฟ่อาหารอีสาน ประมาณ 15 กม. โทร. 063-662-4455
7. ครัวพิรัมย์ Pirum Restaurant and Coffee ประมาณ 17 กม. โทร. 092-541-7889
ที่พักใกล้เคียง1. Pakham Gardens Resort ประมาณ 6 กม. โทร. 092-714-4899
2. Nichapa Resort ประมาณ 14 กม. โทร. 093-462-5624
3. Cozy Shiroi Resort ประมาณ 19 กม. โทร. 044-110-001
4. The Park Nangrong Resort ประมาณ 19 กม. โทร. 044-633-778
5. S.S. Hotel Nangrong ประมาณ 20 กม. โทร. 044-631-288
6. Socool Grand Hotel ประมาณ 20 กม. โทร. 044-632-333
7. Sorriso House Resort ประมาณ 22 กม. โทร. 080-989-9956
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทโคกงิ้วอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทโคกงิ้วตั้งอยู่ภายในวัดโคกงิ้ว บ้านโคกงิ้ว ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่บนเส้นทางนางรอง – ปะคำ ทางหลวงหมายเลข 348 ก่อนถึงอำเภอปะคำประมาณ 3 กม.
 
ถาม: ปราสาทโคกงิ้วมีชื่อเรียกอื่นหรือไม่?
ตอบ: มีชื่อเรียกอื่นว่า ปราสาทวัดโคกงิ้ว ปราสาทบ้านโคกปราสาท และปราสาทบ้านโคกงิ้ว โดยทั้งหมดหมายถึงโบราณสถานขอมแห่งเดียวกันในพื้นที่วัดโคกงิ้ว
 
ถาม: ปราสาทโคกงิ้วมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ปราสาทโคกงิ้วเป็นอโรคยศาลาหรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในพุทธศาสนามหายาน สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และมีหลักฐานจารึกสำริดที่กล่าวถึงอาโรคยศาลา ณ วิเรนทรปุระ
 
ถาม: จุดเด่นของปราสาทโคกงิ้วคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือผังอโรคยศาลาที่ประกอบด้วยปราสาทประธาน บรรณาลัย กำแพงแก้ว โคปุระ และสระน้ำ รวมถึงหลักฐานสำคัญอย่างพระไภษัชยคุรุ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จารึกสำริด และทับหลังคชลักษมี
 
ถาม: ปราสาทโคกงิ้วสร้างขึ้นในสมัยใด?
ตอบ: ปราสาทโคกงิ้วสัมพันธ์กับพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสร้างอโรคยศาลาในพุทธศาสนามหายานอย่างแพร่หลาย
 
ถาม: ปราสาทโคกงิ้วเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมได้โดยควรแต่งกายสุภาพและให้ความเคารพต่อพื้นที่วัดและโบราณสถาน
 
ถาม: ควรเที่ยวปราสาทโคกงิ้วร่วมกับที่เที่ยวใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับวัดโพธิ์ย้อย ปราสาทหนองตาสี วัดเขาพระอังคาร ปราสาทหนองหงส์ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และกุฏิฤาษีบ้านโคกเมือง
 
ถาม: เข้าชมปราสาทโคกงิ้วควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่ขีดเขียนบนหิน ไม่เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนศิลาแลงหรือหินทราย ไม่ทิ้งขยะ และควรรักษาความสงบเพราะโบราณสถานตั้งอยู่ภายในวัด

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)