หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.เมืองบุรีรัมย์ >ต.สวายจึก > วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก)
TL;DR: วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก) อยู่ที่ตำบลสวายจีก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดชุมชนอีสานใต้ที่มีสิมเก่า พระไม้ชำรุดที่ยังเหลืออยู่ และบรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการไหว้พระและศึกษาศิลปกรรมพื้นถิ่น.

บุรีรัมย์

วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก)

วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก) ตำบลสวายจีก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และศรัทธาของชุมชนสวายจีกอย่างเด่นชัด วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองบุรีรัมย์ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 226 สายบุรีรัมย์-สุรินทร์ ประมาณ 10 กม. จึงเป็นวัดที่สามารถจัดไว้ในเส้นทางไหว้พระและเที่ยววัฒนธรรมใกล้เมืองได้สะดวก จุดเด่นสำคัญของวัดคือสิมเก่า หรืออุโบสถเก่า ที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นภายในวัด เป็นสิมก่ออิฐถือปูนหลังเล็กที่สะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานใต้ และเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติความเป็นมาของชุมชนสวายจีก
 
วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก) ไม่ได้เป็นเพียงวัดสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างวัด หมู่บ้าน และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ตำบลสวายจีก วัดแห่งนี้มีประวัติการตั้งวัดที่เกี่ยวข้องกับการรวมตัวของชาวบ้าน การย้ายจากพื้นที่วัดเดิม และการสร้างวัดใหม่ขึ้นในบริเวณที่มีต้นโพธิ์จำนวนมาก จนกลายเป็นชื่อวัดโพธิ์ทองสวายจีกที่ใช้เรียกกันมาถึงปัจจุบัน
 
ความน่าสนใจของวัดโพธิ์ทองอยู่ที่การเป็นวัดเก่าซึ่งยังคงมีร่องรอยทางศิลปกรรมให้ศึกษา สิมเก่าภายในวัดเป็นอาคารที่มีลักษณะเฉพาะ ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามคติการวางผังศาสนสถานไทย ลักษณะเป็นสิมก่ออิฐถือปูน โครงหลังคาเป็นไม้ หลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น มุงสังกะสี มีประตูทางเข้าด้านหน้าและด้านหลังด้านละ 1 ประตู บานประตูแกะสลักอย่างงดงาม ด้านข้างมีช่องหน้าต่างขนาดเล็กด้านละ 1 ช่อง รายละเอียดเหล่านี้ทำให้สิมหลังนี้เป็นหลักฐานสำคัญของงานช่างพื้นถิ่นที่มีทั้งความเรียบง่ายและความประณีตอยู่ในอาคารเดียวกัน
 
สิมเก่าวัดโพธิ์ทองมีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับอุโบสถหรือวิหารในยุคปัจจุบัน แต่ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ขนาด หากอยู่ที่อายุ รูปแบบ และความเป็นหลักฐานของชุมชน อาคารลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดในอดีตสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทางศาสนาโดยตรง ใช้วัสดุและฝีมือช่างที่หาได้ในท้องถิ่น ผสมผสานกับคติทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อของชุมชน การก่ออิฐถือปูน การใช้โครงหลังคาไม้ การทำหลังคาซ้อน 2 ชั้น และการเจาะช่องหน้าต่างขนาดเล็ก ล้วนเป็นลักษณะที่ช่วยให้ผู้ศึกษาเห็นพัฒนาการของสถาปัตยกรรมวัดในท้องถิ่นอีสานใต้ได้ชัดเจน
 
ภายในสิมมีฐานชุกชีสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป พระพุทธรูปองค์ปัจจุบันเป็นพระพุทธรูปใหม่ที่นำมาประดิษฐานแทนองค์เดิม ส่วนพระพุทธรูปองค์เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อสำริด ปางสมาธิภายใต้ฉัตร ซึ่งเคยเป็นสิ่งสำคัญของสิมหลังนี้ แต่ถูกโจรกรรมไปพร้อมกับพระไม้จำนวนมากเมื่อปี พ.ศ. 2536 เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสูญเสียทางมรดกวัฒนธรรมของวัดและชุมชน ขณะเดียวกันก็ทำให้สิ่งที่ยังเหลืออยู่ภายในสิมมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เพราะเป็นหลักฐานที่ช่วยบอกเล่าความรุ่งเรืองและความศรัทธาของผู้คนในอดีต
 
พระพุทธรูปไม้ที่ยังเหลืออยู่ภายในสิมมีทั้งขนาดใหญ่ 1 องค์ และขนาดเล็กอีก 2 – 3 องค์ แม้มีสภาพชำรุดมาก แต่ยังคงเป็นสิ่งสำคัญทางวัฒนธรรม เพราะพระไม้เป็นรูปแบบศิลปกรรมที่พบในวัดพื้นบ้านหลายแห่งของภาคอีสาน พระพุทธรูปไม้เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุทางศาสนา แต่เป็นผลงานที่สะท้อนฝีมือช่าง ความศรัทธาของผู้ถวาย และวิธีคิดของชุมชนที่ใช้วัสดุในท้องถิ่นมาสร้างสิ่งแทนพระพุทธเจ้า การคงอยู่ของพระไม้ภายในสิมเก่าจึงช่วยเติมเต็มความหมายของวัดโพธิ์ทองให้ลึกกว่าการเป็นวัดเก่าเพียงแห่งหนึ่ง
 
สิมเก่าและพระไม้ที่เหลืออยู่ทำให้วัดโพธิ์ทองเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศิลปกรรมพื้นถิ่น ประวัติศาสตร์ชุมชน และการอนุรักษ์มรดกวัดไทย วัดลักษณะนี้มักไม่ได้มีความยิ่งใหญ่แบบโบราณสถานขนาดใหญ่ แต่มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากความเงียบ เรียบง่าย และความเป็นของแท้ของชุมชน ผู้ที่เดินทางมาเยือนจึงควรมองวัดโพธิ์ทองในฐานะพื้นที่ความทรงจำของชุมชน ไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายภาพอุโบสถเก่า เพราะทุกส่วนของสิม ตั้งแต่ผนัง ประตู หน้าต่าง ฐานชุกชี ไปจนถึงพระไม้ที่เหลืออยู่ ล้วนมีเรื่องราวของเวลาและผู้คนซ่อนอยู่
 
ประวัติท้องถิ่นของวัดโพธิ์ทองเล่าถึงการริเริ่มสร้างวัดโดยนายศิลา นางแจก และพระเรไร โดยได้รับแรงสนับสนุนจากชาวบ้านสวายจีกใหญ่ เดิมทีพื้นที่ชุมชนมีวัดอยู่บริเวณหนองตาเจน เรียกว่าวัดโคกบ้าน ก่อนจะย้ายมาตั้งวัดใหม่เป็นวัดโพธิ์ทองสวายจีกในปัจจุบัน บริเวณที่ตั้งหมู่บ้านมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่จำนวนมาก ชื่อวัดโพธิ์ทองจึงสัมพันธ์กับภูมิทัศน์ของชุมชนและต้นโพธิ์ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีความหมายลึกซึ้งในพระพุทธศาสนา
 
ชื่อ “โพธิ์ทอง” มีความหมายที่งดงามในเชิงสัญลักษณ์ คำว่าโพธิ์เชื่อมโยงกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ส่วนคำว่าทองสื่อถึงความงดงาม ความรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคล เมื่อนำมาใช้เป็นชื่อวัดในชุมชนที่มีต้นโพธิ์ใหญ่จำนวนมาก จึงทำให้ชื่อวัดโพธิ์ทองมีทั้งความหมายทางธรรมชาติ ความเชื่อ และศรัทธาทางพระพุทธศาสนาในเวลาเดียวกัน
 
วัดโพธิ์ทองสวายจีกมีความเก่าแก่และมีประวัติที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการของหมู่บ้านสวายจีก เอกสารท้องถิ่นกล่าวถึงการก่อตั้งวัดในช่วงเวลายาวนานตั้งแต่อดีต และการได้รับพระราชวิสุงคามสีมาในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 25 ความต่อเนื่องของการใช้พื้นที่วัดทำให้วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชนมาอย่างยาวนาน งานบุญ งานประเพณี และการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวบ้านสวายจีกจึงมีวัดโพธิ์ทองเป็นพื้นที่สำคัญในการรวมตัวของผู้คน
 
ความร่มรื่นของวัดโพธิ์ทองเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยให้วัดมีบรรยากาศน่าเยี่ยมชม ภายในวัดมีต้นไม้ให้ร่มเงา มีพื้นที่สงบ และมีสระน้ำในบริเวณวัด บรรยากาศเช่นนี้สอดคล้องกับภาพของวัดชุมชนที่ไม่ได้เน้นความโอ่อ่าหรูหรา แต่ให้ความรู้สึกสงบ เป็นมิตร และผูกพันกับธรรมชาติรอบตัว ผู้ที่เดินทางมาวัดจึงสามารถใช้เวลาไหว้พระ เดินชมสิมเก่า และพักใจจากความเร่งรีบของเมืองได้อย่างเหมาะสม
 
ในปัจจุบัน วัดโพธิ์ทองยังเป็นวัดที่มีบทบาทจริงในชุมชนสวายจีก ไม่ใช่เพียงสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ถูกทิ้งไว้ให้ชม อาคารศาสนสถานภายในวัดยังคงรองรับกิจกรรมของพระสงฆ์และชาวบ้าน มีพื้นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม ทำบุญ ฟังธรรม และจัดงานตามประเพณี ความเป็นวัดที่ยังมีชีวิตทำให้ผู้มาเยือนสามารถเห็นทั้งร่องรอยอดีตผ่านสิมเก่า และบทบาทปัจจุบันผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ดำเนินอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
 
เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองในปัจจุบันคือพระอธิการสมชาย ขนฺติธโร ซึ่งได้รับตราตั้งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง สวายจีก และมีพิธีฉลองตราตั้งที่วัดเมื่อปี พ.ศ. 2567 การมีเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์ดูแลวัดอย่างต่อเนื่องช่วยให้วัดยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชน ทั้งในด้านการบำรุงพระพุทธศาสนา การดูแลศาสนสถาน การจัดกิจกรรมบุญ และการรักษาสิมเก่าซึ่งเป็นมรดกสำคัญของวัด
 
งานบุญที่เกี่ยวข้องกับวัดโพธิ์ทองมีลักษณะตามวิถีวัดชุมชนอีสาน เช่น วันพระ การทำบุญประจำปี การทอดกฐิน การถวายสังฆทาน การทำบุญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และกิจกรรมที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันจัดขึ้น งานเหล่านี้ช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนให้แน่นแฟ้น วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่ของพระสงฆ์ แต่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้พบปะ ทำบุญ สืบทอดประเพณี และปลูกฝังคุณธรรมแก่คนรุ่นใหม่
 
การมาเยือนวัดโพธิ์ทองจึงควรให้ความสำคัญกับมิติของศรัทธาและการอนุรักษ์ควบคู่กัน ผู้ที่เดินทางมาชมสิมเก่าควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และหลีกเลี่ยงการสัมผัสส่วนที่ชำรุดของอาคารหรือพระพุทธรูปไม้โดยไม่จำเป็น เพราะศาสนวัตถุเก่าและสถาปัตยกรรมเก่ามีความเปราะบาง การถ่ายภาพควรทำด้วยความเคารพ ไม่ปีนป่าย ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของ และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่เข้ามาประกอบศาสนกิจ
 
สิมเก่าวัดโพธิ์ทองเป็นตัวอย่างที่ดีของมรดกวัฒนธรรมที่ควรได้รับการมองเห็นมากขึ้นในระดับท่องเที่ยวชุมชน จังหวัดบุรีรัมย์มักถูกจดจำจากปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ สนามกีฬา และสนามแข่งรถ แต่ในพื้นที่รอบเมืองยังมีวัดเก่าและศิลปกรรมพื้นถิ่นที่น่าสนใจจำนวนมาก วัดโพธิ์ทองสวายจีกจึงช่วยเปิดมุมมองอีกด้านหนึ่งของบุรีรัมย์ คือบุรีรัมย์ในฐานะพื้นที่ของชุมชนเก่า ศรัทธาท้องถิ่น และงานช่างพื้นบ้านที่ยังมีร่องรอยให้ศึกษา
 
เมื่อเปรียบเทียบกับโบราณสถานขอมขนาดใหญ่ สิมเก่าวัดโพธิ์ทองอาจดูเรียบง่ายกว่า แต่ความเรียบง่ายนี้เองคือเสน่ห์ของวัด เพราะสิมหลังนี้สะท้อนชีวิตของชาวบ้าน ไม่ใช่ศิลปกรรมราชสำนักหรือโบราณสถานขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยแรงงานจำนวนมาก รายละเอียดของประตูแกะสลัก ช่องหน้าต่างเล็ก หลังคาซ้อน และฐานชุกชีภายใน ล้วนแสดงให้เห็นความตั้งใจของชุมชนในการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น
 
ผู้ที่สนใจการถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรมสามารถใช้วัดโพธิ์ทองเป็นจุดเรียนรู้การถ่ายภาพวัดเก่าอย่างเหมาะสม สิมที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเหมาะกับการชมแสงในช่วงเช้า ภาพของผนังเก่า ประตูไม้แกะสลัก และบรรยากาศร่มรื่นของวัดสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดี แต่ควรถ่ายภาพโดยไม่รบกวนพื้นที่สักการะ ไม่ใช้แฟลชในจุดที่อาจกระทบวัตถุเก่า และไม่จัดฉากใด ๆ ที่ทำให้ความหมายของศาสนสถานลดลง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเส้นทางสั้น ๆ จากตัวเมืองบุรีรัมย์ วัดโพธิ์ทองเป็นจุดหมายที่เหมาะมาก เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นานจากตัวเมือง ไปตามทางหลวงหมายเลข 226 สายบุรีรัมย์-สุรินทร์ เส้นทางค่อนข้างตรงและเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถจักรยานยนต์ ผู้เดินทางสามารถใช้เวลาเยี่ยมชมวัดประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อไปยังตัวเมืองบุรีรัมย์ หรือเชื่อมเส้นทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นได้สะดวก
 
การเดินทาง จากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปวัดโพธิ์ทอง (สวายจีก) ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 สายบุรีรัมย์-สุรินทร์ มุ่งหน้าไปทางตำบลสวายจีก ระยะทางประมาณ 10 กม. วัดตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 บ้านสวายจีก ถนนบุรีรัมย์-สวายจีก ตำบลสวายจีก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ผู้ที่ใช้แผนที่นำทางสามารถค้นหาชื่อ “วัดโพธิ์ทอง สวายจีก” หรือใช้พิกัด 14.907331, 103.143652 เพื่อความแม่นยำ เส้นทางเป็นถนนสายหลักเชื่อมเมืองบุรีรัมย์กับจังหวัดสุรินทร์ ควรขับด้วยความระมัดระวังในช่วงที่ผ่านชุมชนและทางแยกเข้าสู่หมู่บ้าน
 
หากเดินทางจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์หรือสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่นไปยังวัดได้สะดวก เพราะระยะทางไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวควรจัดการเดินทางแบบเหมารถหรือใช้บริการรถรับจ้างที่สามารถรอรับกลับได้ เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในตำบลสวายจีกซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตใจกลางเมือง การมีรถรอรับจะช่วยให้เดินทางต่อไปยังจุดอื่นได้ง่ายขึ้น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการไปวัดโพธิ์ทองคือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการชมสิมเก่า หากต้องการไหว้พระและเดินชมบรรยากาศวัดอย่างสงบ ควรหลีกเลี่ยงช่วงที่มีงานบุญขนาดใหญ่หรือพิธีกรรมที่มีผู้คนจำนวนมาก เว้นแต่ตั้งใจไปร่วมงานบุญกับชุมชนโดยตรง การไปในวันปกติจะทำให้มีเวลาสังเกตรายละเอียดของอาคารเก่าได้มากกว่า
 
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนไปวัดโพธิ์ทองคือเสื้อผ้าสุภาพ น้ำดื่มส่วนตัว และเงินสดสำหรับทำบุญตามกำลังศรัทธา ผู้ที่สนใจดูสิมเก่าควรเตรียมเวลาให้เพียงพอและเดินชมอย่างช้า ๆ เพราะรายละเอียดหลายจุดของอาคารเก่าไม่ได้เห็นชัดจากการมองผ่านเพียงครั้งเดียว เช่น รอยก่ออิฐ ลักษณะประตู ช่องหน้าต่าง การยกฐานอาคาร และองค์ประกอบภายในสิม การเดินชมด้วยความตั้งใจจะช่วยให้เข้าใจคุณค่าของวัดได้มากขึ้น
 
มารยาทในการเข้าชมวัดเก่าเป็นสิ่งสำคัญ ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีป้ายห้ามหรือพื้นที่ที่พระสงฆ์ใช้เป็นเขตส่วนตัว ไม่ส่งเสียงดัง ไม่จับต้องพระพุทธรูปไม้หรือวัตถุเก่า ไม่วางสิ่งของบนฐานชุกชี และไม่ใช้พื้นที่สิมเป็นฉากถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสม เพราะสิมเป็นอาคารศักดิ์สิทธิ์ที่เคยใช้ประกอบสังฆกรรมและยังมีคุณค่าทางศาสนาอยู่เสมอ
 
บริเวณใกล้วัดโพธิ์ทองสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองบุรีรัมย์ได้หลายแห่ง หลังจากชมสิมเก่า นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางกลับตัวเมืองเพื่อแวะศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ตลาดไนท์บาร์ซ่า บุรีรัมย์ หรือร้านอาหารในเมือง หากมีเวลามากขึ้นสามารถไปต่อที่วนอุทยานเขากระโดง วัดพระพุทธบาทเขากระโดง ช้างอารีนา บุรีรัมย์คาสเซิล และช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตได้ภายในวันเดียวกัน
 
ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์เป็นจุดที่เหมาะกับการจัดร่วมในเส้นทางไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใกล้เมือง หลังจากชมสิมเก่าที่วัดโพธิ์ทอง ผู้เดินทางสามารถกลับเข้าเมืองเพื่อสักการะศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมความเชื่อของชาวบุรีรัมย์ในระดับเมือง เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งศรัทธาระดับชุมชนและศรัทธาระดับเมืองในทริปเดียว
 
พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 เป็นอีกจุดสำคัญของตัวเมืองบุรีรัมย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองร่วมกับการเที่ยววัดเก่า การเดินทางจากวัดโพธิ์ทองกลับมาจุดนี้ใช้เวลาไม่นาน ผู้มาเยือนจึงสามารถจัดเส้นทางเป็นวัดโพธิ์ทอง ศาลหลักเมือง และพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ได้อย่างลงตัวในช่วงครึ่งวัน
 
วนอุทยานเขากระโดงและวัดพระพุทธบาทเขากระโดงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มธรรมชาติและภูมิประเทศภูเขาไฟเข้าไปในเส้นทาง บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ด้านภูเขาไฟดับและโบราณสถานหินทราย การจัดเส้นทางจากวัดโพธิ์ทองไปเขากระโดงจึงช่วยให้ทริปมีทั้งศิลปกรรมวัดเก่า ธรรมชาติ และจุดชมวิวในวันเดียวกัน
 
สำหรับผู้ที่สนใจบุรีรัมย์ในมุมเมืองกีฬา ช้างอารีนา บุรีรัมย์คาสเซิล และช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สามารถจัดต่อจากวัดโพธิ์ทองได้เช่นกัน การเริ่มต้นวันด้วยการชมสิมเก่าและไหว้พระ แล้วปิดท้ายด้วยพื้นที่กีฬาและแหล่งท่องเที่ยวสมัยใหม่ จะทำให้เห็นบุรีรัมย์หลายมิติ ทั้งวัดเก่า ชุมชน ศรัทธา ประวัติศาสตร์เมือง ธรรมชาติ และภาพลักษณ์ร่วมสมัยของจังหวัด
 
ด้านอาหาร วัดโพธิ์ทองอยู่ใกล้พื้นที่สวายจีกและไม่ไกลจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแวะร้านอาหารได้หลายรูปแบบ หากต้องการร้านใกล้เส้นทางตำบลสวายจีก วัวแดงคาเฟ่ สวายจีกและเดอะแฝดพิซซ่า สวายจีกเป็นตัวเลือกที่อยู่ในพื้นที่ตำบลเดียวกัน ส่วนผู้ที่ต้องการอาหารหลากหลายหรือร้านนั่งสบายในเมืองสามารถกลับเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์เพื่อรับประทานอาหารที่ Klim Kitchen, London Steak Buriram, บ้านชายน้ำ บุรีรัมย์ หรือ Miles Cafe’ Buriram ได้สะดวก
 
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวควรเลือกพักในตัวเมืองบุรีรัมย์เป็นหลัก เพราะเดินทางไปวัดโพธิ์ทองได้สะดวกและมีตัวเลือกที่พักหลายระดับ โรงแรมในเมืองเหมาะกับทั้งผู้เดินทางคนเดียว ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้บุรีรัมย์เป็นฐานสำหรับเที่ยวต่อไปยังพนมรุ้ง เมืองต่ำ เขากระโดง หรือโซนช้างอารีนา หากเดินทางในช่วงมีการแข่งขันฟุตบอล งานเทศกาล หรือวันหยุดยาว ควรจองที่พักล่วงหน้าเพื่อให้ได้ทำเลและราคาที่เหมาะสม
 
วัดโพธิ์ทองเป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้สูงอายุสามารถมาไหว้พระและทำบุญได้ง่ายเพราะอยู่ไม่ไกลจากเมือง ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสามารถมาศึกษาสิมเก่าและเรื่องราวการตั้งวัด ผู้สนใจศิลปกรรมพื้นถิ่นสามารถพิจารณางานสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูนและบานประตูแกะสลัก ส่วนครอบครัวสามารถพาเด็กมาเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์วัดเก่าและคุณค่าของศาสนวัตถุที่เหลืออยู่
 
สำหรับผู้เขียนบทความ นักวิชาการ หรือผู้สนใจวัฒนธรรม วัดโพธิ์ทองมีองค์ประกอบที่น่าสนใจหลายด้าน ทั้งประวัติการย้ายวัดจากบริเวณหนองตาเจน ชื่อวัดที่สัมพันธ์กับต้นโพธิ์ในชุมชน สิมเก่าอายุมากกว่า 200 ปี รูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น พระไม้ที่ยังเหลืออยู่ เหตุการณ์โจรกรรมพระพุทธรูปสำริดและพระไม้ในปี พ.ศ. 2536 และบทบาทปัจจุบันของวัดในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนสวายจีก องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดโพธิ์ทองเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีสำหรับการศึกษาเรื่องวัดชุมชนอีสานใต้
 
ความสำคัญของวัดโพธิ์ทองยังสะท้อนให้เห็นว่ามรดกวัฒนธรรมไม่ได้มีอยู่เฉพาะในโบราณสถานขนาดใหญ่หรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเท่านั้น วัดชุมชนเล็ก ๆ ก็มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไม่แพ้กัน หากผู้มาเยือนมองด้วยความตั้งใจ สิมเก่าหลังหนึ่งสามารถเล่าเรื่องชุมชน ความเชื่อ งานช่าง การเปลี่ยนแปลงของเวลา และความพยายามในการรักษาศรัทธาของผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง
 
เมื่อมองในภาพรวม วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก) คือวัดเก่าใกล้เมืองบุรีรัมย์ที่ควรค่าแก่การแวะเยี่ยมชม โดยเฉพาะผู้ที่สนใจวัดพื้นถิ่นอีสาน สิมเก่า พระไม้ ประวัติชุมชน และการเที่ยววัฒนธรรมแบบไม่เร่งรีบ วัดแห่งนี้อาจไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีคุณค่าจริงจากร่องรอยอดีตที่ยังคงอยู่และบทบาทปัจจุบันที่ยังดำเนินต่อไปในชุมชน
 
การมาเยือนวัดโพธิ์ทองจึงเป็นการเดินทางที่ได้ทั้งการไหว้พระ การชมสถาปัตยกรรมเก่า การเรียนรู้ประวัติชุมชน และการทำความเข้าใจความเปราะบางของมรดกวัฒนธรรมที่ควรช่วยกันดูแล ผู้ที่เดินทางมาด้วยความเคารพจะพบว่าวัดแห่งนี้มีความงามเฉพาะตัวอยู่ในความเรียบง่าย และมีเรื่องราวที่ทำให้การเที่ยวบุรีรัมย์มีมิติทางวัฒนธรรมลึกขึ้นกว่าการชมแลนด์มาร์กยอดนิยมเพียงอย่างเดียว
 
ชื่อสถานที่วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก)
ที่ตั้งตำบลสวายจีก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
ที่อยู่เลขที่ 1/1 ถนนบุรีรัมย์-สวายจีก หมู่ 2 ตำบลสวายจีก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
พิกัด14.907331, 103.143652
ประเภทวัดวัดราษฎร์
ไฮไลต์สิมเก่าอายุมากกว่า 200 ปี ภายในวัดโพธิ์ทองสวายจีก เป็นสิมก่ออิฐถือปูน โครงหลังคาไม้ หลังคาซ้อน 2 ชั้น และมีบานประตูแกะสลักงดงาม
ประวัติ / สมัย / ยุควัดเก่าแก่ของชุมชนสวายจีก มีประวัติสัมพันธ์กับวัดเดิมบริเวณหนองตาเจนหรือวัดโคกบ้าน ก่อนย้ายมาตั้งเป็นวัดโพธิ์ทองสวายจีกในพื้นที่ปัจจุบัน และมีข้อมูลท้องถิ่นระบุการก่อตั้งในช่วงอดีตยาวนานของหมู่บ้านสวายจีก
ที่มาของชื่อชื่อวัดสัมพันธ์กับบริเวณหมู่บ้านที่มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่จำนวนมาก จึงเรียกว่าวัดโพธิ์ทองสวายจีก
ลักษณะเด่นเป็นวัดชุมชนอีสานใต้ที่มีสิมเก่า พระไม้ชำรุดที่ยังเหลืออยู่ และบรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการไหว้พระและศึกษาศิลปกรรมพื้นถิ่น
สิ่งสำคัญภายในสิมฐานชุกชี พระพุทธรูปใหม่ พระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ขนาดใหญ่ 1 องค์ และขนาดเล็ก 2 – 3 องค์ ส่วนพระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิภายใต้ฉัตรองค์เดิมถูกโจรกรรมไปเมื่อปี พ.ศ. 2536
การเดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 สายบุรีรัมย์-สุรินทร์ มุ่งหน้าไปตำบลสวายจีก ระยะทางประมาณ 10 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดชุมชนสำหรับประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ทำบุญ ไหว้พระ และเยี่ยมชมสิมเก่าภายในวัด
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ประกอบศาสนกิจ พื้นที่จอดรถภายในวัด พื้นที่ร่มเงา และสระน้ำภายในบริเวณวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญสิมเก่า, อุโบสถใหม่, พื้นที่ไหว้พระ, ศาลาประกอบพิธีกรรม, พื้นที่สงฆ์, พื้นที่ร่มรื่นและสระน้ำภายในวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระอธิการสมชาย ขนฺติธโร
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ ประมาณ 10 กม.
2. พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ประมาณ 11 กม.
3. ตลาดไนท์บาร์ซ่า บุรีรัมย์ ประมาณ 11 กม.
4. วนอุทยานเขากระโดง ประมาณ 17 กม.
5. วัดพระพุทธบาทเขากระโดง ประมาณ 17 กม.
6. ช้างอารีนา ประมาณ 18 กม.
7. บุรีรัมย์คาสเซิล ประมาณ 18 กม.
8. ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประมาณ 19 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. เดอะแฝดพิซซ่า สวายจีก ประมาณ 2 กม. โทร. 098-097-7687
2. วัวแดงคาเฟ่ สวายจีก ประมาณ 4 กม. โทร. 093-523-4423
3. Klim Kitchen ประมาณ 11 กม. โทร. 044-601-989
4. London Steak Buriram ประมาณ 12 กม. โทร. 044-115-213
5. บ้านชายน้ำ บุรีรัมย์ ประมาณ 13 กม. โทร. 044-620-713
6. Miles Cafe’ Buriram ประมาณ 14 กม. โทร. 063-803-9365
ที่พักใกล้เคียง1. Buritel Hotel ประมาณ 11 กม. โทร. 044-612-688
2. HOP INN Buriram ประมาณ 12 กม. โทร. 02-080-2222
3. The Sita Princess Buriram Hotel ประมาณ 13 กม. โทร. 080-797-3300
4. Fortune Hotel Buriram ประมาณ 15 กม. โทร. 095-207-9250
5. Cresco Hotel Buriram ประมาณ 16 กม. โทร. 044-634-901
6. Modena By Fraser Buriram ประมาณ 16 กม. โทร. 044-118-188
7. Amari Buriram United ประมาณ 16 กม. โทร. 044-111-444
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธิ์ทองตั้งอยู่เลขที่ 1/1 ถนนบุรีรัมย์-สวายจีก หมู่ 2 ตำบลสวายจีก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 10 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 226 สายบุรีรัมย์-สุรินทร์
 
ถาม: วัดโพธิ์ทองมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดโพธิ์ทองเป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนสวายจีก มีสิมเก่าอายุมากกว่า 200 ปี เป็นหลักฐานสำคัญของศิลปกรรมพื้นถิ่นอีสานใต้และประวัติศาสตร์ชุมชน
 
ถาม: สิมเก่าวัดโพธิ์ทองมีลักษณะเด่นอย่างไร?
ตอบ: สิมเก่าเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก โครงหลังคาไม้ หลังคาซ้อน 2 ชั้น มุงสังกะสี มีประตูด้านหน้าและด้านหลังด้านละ 1 ประตู บานประตูแกะสลักงดงาม และมีช่องหน้าต่างเล็กด้านละ 1 ช่อง
 
ถาม: ภายในสิมเก่าวัดโพธิ์ทองมีสิ่งสำคัญอะไร?
ตอบ: ภายในสิมมีฐานชุกชี พระพุทธรูปใหม่ และพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ที่ยังเหลืออยู่ ส่วนพระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิภายใต้ฉัตรองค์เดิมถูกโจรกรรมไปพร้อมกับพระไม้จำนวนมากเมื่อปี พ.ศ. 2536
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง สวายจีก คือพระอธิการสมชาย ขนฺติธโร
 
ถาม: วัดโพธิ์ทองเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญ ไหว้พระ และเยี่ยมชมสิมเก่าทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ไปวัดโพธิ์ทองต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามกำลังศรัทธาและควรช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยภายในวัด
 
ถาม: สามารถเที่ยววัดโพธิ์ทองร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ตลาดไนท์บาร์ซ่า บุรีรัมย์ วนอุทยานเขากระโดง วัดพระพุทธบาทเขากระโดง ช้างอารีนา บุรีรัมย์คาสเซิล และช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดโพธิ์ทอง (สวายจีก)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)