หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.นางรอง >ต.ถนนหัก > วัดโพธาราม
TL;DR: วัดโพธาราม อยู่ที่หมู่ 5 บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากที่ว่าการอำเภอนางรองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 3 กม. เข้าสู่ตำบลถนนหักและบ้านผักหวาน เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว.

บุรีรัมย์

วัดโพธาราม

วัดโพธาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดโพธาราม หมู่ 5 บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่สำคัญของอำเภอนางรองที่มีประวัติสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนบ้านผักหวาน ซึ่งในอดีตเป็นหมู่บ้านชนบทขนาดเล็กกลางทุ่งนา อยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอนางรอง ห่างจากที่ว่าการอำเภอนางรองประมาณ 3 กม. สภาพแวดล้อมเดิมเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีท้องนา โคก หนอง และหมู่บ้านกระจายอยู่โดยรอบ ทำให้วัดโพธารามไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์กลางของภูมิทัศน์ชุมชนเกษตรกรรมที่เติบโตมาพร้อมกับวิถีชีวิตของชาวบ้านผักหวานและชุมชนใกล้เคียง
 
ลักษณะพิเศษของบ้านผักหวานและพื้นที่รอบวัดโพธารามคือการมีหมู่บ้านตั้งอยู่ทั้ง 4 ทิศ และเมื่อเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก พื้นที่โดยรอบจะมีน้ำเอ่อท่วมทุ่งจนมองเห็นชุมชนคล้ายเกาะลอยกลางน้ำ ภาพดังกล่าวเป็นลักษณะเฉพาะที่ทำให้ผู้คนในท้องถิ่นเปรียบเทียบสภาพบ้านผักหวานกับหมู่บ้านในภาคกลางแถบอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ความทรงจำเรื่องน้ำหลากและหมู่บ้านกลางทุ่งนี้ช่วยให้เข้าใจได้ว่าวัดโพธารามเป็นวัดที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศอย่างแนบแน่น เพราะวัดตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่น้ำ ทุ่งนา และชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนมาแต่เดิม
 
วัดโพธารามเป็นวัดใหญ่และวัดเก่าอีกแห่งหนึ่งในเขตอำเภอนางรอง มีหลักฐานทางทะเบียนคณะสงฆ์ระบุว่าสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2247 อยู่ในช่วงที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2526 ความเก่าแก่ของวัดทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของการตั้งถิ่นฐานและการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในพื้นที่นางรอง วัดจึงมีคุณค่าทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และสังคมท้องถิ่น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจนางรองในฐานะเมืองเก่าที่มีรากทางวัฒนธรรมร่วมกับพื้นที่โคราชและอีสานใต้
 
เมื่อกล่าวถึงประวัติเมืองนางรอง ชาวบ้านผักหวานและชุมชนโดยรอบมีภาษาพูดที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยโคราช ซึ่งเป็นร่องรอยทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างนางรองกับเมืองโคราชในอดีต ในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมื่อกล่าวถึงเมืองโคราช มักพบชื่อเมืองนางรองอยู่ร่วมด้วย จึงทำให้เห็นว่านางรองเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีพัฒนาการควบคู่กับเมืองสำคัญในภาคอีสานตอนล่าง วัดโพธารามจึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะในระดับหมู่บ้าน แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงให้เห็นภาพใหญ่ของภาษา ผู้คน เส้นทางชุมชน และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างนางรองกับพื้นที่โดยรอบ
 
บ้านผักหวานในอดีตเป็นชุมชนกลางทุ่งที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ผู้คนผูกพันกับทุ่งนา ฤดูกาล น้ำฝน และงานบุญประจำปี วัดโพธารามจึงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนอย่างแท้จริง ชาวบ้านใช้วัดเป็นที่ทำบุญ ฟังธรรม จัดงานประเพณี บวชเรียน ประกอบพิธีกรรมในช่วงชีวิต และพบปะกันในวาระสำคัญ วัดจึงเป็นทั้งพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่สังคม และพื้นที่เก็บความทรงจำของครอบครัวในชุมชน ความสำคัญเช่นนี้ทำให้วัดโพธารามมีคุณค่ามากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นวัดที่เกิดจากชีวิตจริงของผู้คนในพื้นที่
 
ประวัติการปกครองวัดในระยะแรกไม่ปรากฏหลักฐานครบถ้วน เจ้าอาวาสองค์แรกที่ปกครองวัดโพธารามไม่พบประวัติชัดเจนในเอกสารเก่า และมีคำบอกเล่าสืบต่อกันมาว่าเอกสารหรือบันทึกบางส่วนของวัดอาจสูญหายไปจากเหตุไฟไหม้กุฏิเมื่อปี พ.ศ. 2489 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประวัติบางช่วงของวัดขาดช่วงในด้านเอกสาร แต่ไม่ได้ทำให้ความทรงจำของชุมชนขาดหาย เพราะผู้เฒ่าผู้แก่ยังคงเล่าเรื่องวัด เจ้าอาวาส และบทบาทของวัดสืบต่อกันมา การมีทั้งหลักฐานทางทะเบียนและคำบอกเล่าชุมชนจึงทำให้วัดโพธารามเป็นสถานที่ที่มีประวัติหลายชั้นซ้อนกัน
 
ในลำดับเจ้าอาวาสที่ปรากฏชื่อในประวัติของวัด มีทั้งพระแม่ พระดา พระกลิ่น พระก้อน ยโสธโร พระปลั่ง ศิริปุณโณ พระมหาสุ่ม ชนาสโก พระถนอม โชติวโร พระทองพูน จนฺทโชโต และพระไสว ซึ่งสะท้อนให้เห็นการสืบทอดการปกครองวัดมายาวนานหลายยุคสมัย ชื่อเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงรายชื่อพระสงฆ์ในเอกสาร แต่เป็นร่องรอยของบุคคลที่เคยดูแลวัด บำรุงศาสนสถาน สอนศีลธรรม และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน วัดโพธารามจึงมีประวัติที่ต่อเนื่องผ่านบทบาทของพระสงฆ์และญาติโยมในแต่ละยุค
 
หนึ่งในพระเถระสำคัญของวัดโพธารามคือหลวงพ่อก้อน ยโสธโร ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2451 และมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารปกครองวัดในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 หลวงพ่อก้อนได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอนางรอง และในปี พ.ศ. 2473 ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูโสภนธรรมคุตต์ ท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2494 ด้วยโรคอาพาธ รวมอายุได้ 64 ปี บทบาทของหลวงพ่อก้อนแสดงให้เห็นว่าวัดโพธารามไม่ได้เป็นเพียงวัดหมู่บ้าน แต่เคยมีความสำคัญถึงระดับการปกครองคณะสงฆ์ในอำเภอนางรอง
 
หลวงพ่อก้อนมีความสำคัญต่อความทรงจำของชุมชน เพราะท่านเป็นพระสงฆ์ที่ดูแลวัดในช่วงเวลาที่บ้านเมืองและสังคมไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน วัดในยุคนั้นทำหน้าที่ทั้งด้านศาสนา การศึกษา และการพัฒนาคุณธรรมของคนในชุมชน พระสงฆ์จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยพยุงศรัทธาและความเป็นระเบียบของสังคมท้องถิ่น การที่หลวงพ่อก้อนได้รับตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอนางรองและสมณศักดิ์เป็นพระครูโสภนธรรมคุตต์ ทำให้วัดโพธารามมีความสำคัญต่อโครงสร้างคณะสงฆ์และชุมชนรอบวัดอย่างเด่นชัด
 
เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันของวัดโพธารามคือพระครูโพธิธรรมรังสี หรือพระไสว ทิฏฺฐธมฺโม นามสกุลสว่างแจ้ง ท่านเกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2506 ที่บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ และอุปสมบทเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 โดยมีพระครูปรีชากิจจานุโยค วัดหัวสะพาน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลถนนหักและเจ้าอาวาสวัดโพธาราม ทำให้วัดยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการปกครองคณะสงฆ์ในพื้นที่ตำบลถนนหัก
 
การที่เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันเป็นชาวบ้านผักหวานโดยกำเนิดทำให้การดูแลวัดมีความผูกพันกับชุมชนอย่างลึกซึ้ง ท่านไม่ใช่เพียงพระผู้ปกครองวัดในทางตำแหน่ง แต่ยังเป็นพระสงฆ์ที่เติบโตมากับพื้นที่ เข้าใจวิถีชีวิตของชุมชน และสามารถเชื่อมโยงวัดกับชาวบ้านได้อย่างต่อเนื่อง บทบาทของท่านครอบคลุมทั้งการดูแลศาสนสถาน การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนา การประสานงานคณะสงฆ์ และการรักษาวัดโพธารามให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านผักหวานและตำบลถนนหัก
 
พื้นที่วัดโพธารามตามทะเบียนคณะสงฆ์มีเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 97 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 37 ไร่ 2 งาน 81 ตารางวา ทำให้วัดมีพื้นที่รองรับกิจกรรมทางศาสนาและชุมชนได้อย่างเหมาะสม ในอดีตวัดตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาและชุมชนชนบท แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป การคมนาคมดีขึ้นและชุมชนขยายตัวมากขึ้น วัดก็ยังคงเป็นศูนย์กลางของพื้นที่เดิม ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และเชิงจิตใจ พื้นที่วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมอดีตของบ้านผักหวานกับปัจจุบันของตำบลถนนหักอย่างชัดเจน
 
อาคารเสนาสนะที่ปรากฏในประวัติวัดประกอบด้วยอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล และศาสนสถานอื่น ๆ อุโบสถมีขนาดกว้าง 24 เมตร ยาว 42 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2522 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้เป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีสำคัญของพระสงฆ์ กุฏิสงฆ์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2496 เป็นอาคารไม้ ส่วนศาลาบำเพ็ญกุศลเป็นอาคารคอนกรีตที่ใช้รองรับกิจกรรมของชุมชน ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดโพธารามมีการพัฒนาอาคารศาสนสถานต่อเนื่องตามความจำเป็นของวัดและชุมชนในแต่ละยุค
 
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดโพธารามคือพระอุโบสถและเจดีย์ ซึ่งเชื่อมโยงกับประวัติการสร้างวัดในสมัยอยุธยา แม้อาคารบางส่วนจะได้รับการปรับปรุงหรือสร้างขึ้นใหม่ในยุคหลัง แต่รากทางประวัติศาสตร์ของวัดยังคงทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่และความต่อเนื่องของศรัทธา การมาเยือนวัดโพธารามจึงควรมองสถานที่แห่งนี้ในฐานะวัดที่มีทั้งชั้นประวัติศาสตร์เก่าและชั้นการพัฒนาปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการชมอาคารใดอาคารหนึ่งแยกออกจากบริบทของวัดทั้งระบบ
 
วัดโพธารามยังมีบทบาทด้านการศึกษา โดยมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมเปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2451 บทบาทนี้แสดงให้เห็นว่าวัดเป็นพื้นที่การเรียนรู้ของพระสงฆ์ สามเณร และชุมชนมาอย่างยาวนาน ก่อนที่โรงเรียนสมัยใหม่จะกระจายตัวอย่างกว้างขวาง วัดเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของท้องถิ่น พระสงฆ์เป็นผู้ถ่ายทอดศีลธรรม ภาษา ความรู้พื้นฐาน และวัฒนธรรมให้กับคนในพื้นที่ การมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมจึงเป็นหลักฐานสำคัญของบทบาทวัดโพธารามในฐานะศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาในอำเภอนางรอง
 
นอกจากนี้ วัดโพธารามยังมีหน่วยอบรมประจำตำบล หรือ อ.ป.ต. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อ พ.ศ. 2535 บทบาทของหน่วยอบรมประจำตำบลทำให้วัดเป็นพื้นที่ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาจิตใจของประชาชนในระดับตำบล วัดจึงไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะในวันพระหรือเทศกาลสำคัญ แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่อบรม สร้างความเข้าใจในหลักธรรม และสนับสนุนการอยู่ร่วมกันของชุมชนอย่างสงบ บทบาทนี้ทำให้วัดโพธารามมีความสำคัญต่อชีวิตปัจจุบันของชุมชน ไม่ใช่เพียงอดีตที่อยู่ในเอกสาร
 
บรรยากาศของวัดโพธารามมีความสงบและเป็นวัดชุมชนแท้ ๆ ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายของพื้นที่วัดที่เติบโตมากับหมู่บ้านกลางทุ่งนา วัดไม่ได้เน้นความใหญ่โตแบบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่มีเสน่ห์จากความเป็นพื้นที่ศรัทธาของคนท้องถิ่น ผู้ที่ชอบวัดเก่าและชุมชนชนบทจะพบว่าวัดโพธารามมีคุณค่าจากรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ทำเลกลางชุมชน ภาษาพูดของผู้คน เรื่องน้ำหลากในทุ่งนา และประวัติการดูแลวัดที่สืบต่อกันมายาวนาน
 
เมื่อเดินชมวัดโพธาราม ควรเริ่มจากการกราบสักการะพระพุทธรูปสำคัญภายในพื้นที่ไหว้พระ จากนั้นเดินชมอุโบสถ ศาลา กุฏิสงฆ์ และบริเวณรอบวัดอย่างช้า ๆ หากมองพื้นที่วัดร่วมกับภูมิทัศน์โดยรอบ จะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับบ้านผักหวานได้ดี วัดตั้งอยู่ในบริบทของชุมชนที่มีทุ่งนา หมู่บ้าน และเส้นทางท้องถิ่นรายล้อม การเดินชมวัดด้วยจังหวะที่ไม่รีบร้อนจึงช่วยให้เข้าใจคุณค่าของสถานที่มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงระยะสั้น
 
วัดโพธารามเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ชุมชนอีสานใต้ เพราะวัดแห่งนี้ช่วยเชื่อมโยงหลายเรื่องเข้าด้วยกัน ทั้งประวัติสมัยอยุธยา การตั้งชุมชนบ้านผักหวาน ภาษาไทยโคราช ความสัมพันธ์ระหว่างนางรองกับโคราช พื้นที่น้ำหลากกลางทุ่งนา และการสืบทอดพระพุทธศาสนาในระดับหมู่บ้าน หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งหรือปราสาทเมืองต่ำ การแวะวัดโพธารามจะช่วยเติมภาพของชีวิตชุมชนพุทธในพื้นที่นางรองให้สมบูรณ์ขึ้น
 
สำหรับสายบุญ วัดโพธารามเป็นจุดหมายที่เหมาะกับการทำบุญ ไหว้พระ ถวายสังฆทาน และร่วมกิจกรรมของวัดตามโอกาส บรรยากาศวัดสงบและเป็นกันเอง เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักใจจากการเดินทางหรือเริ่มต้นทริปด้วยการไหว้พระก่อนเดินทางต่อไปยังวัดอื่น ๆ ในอำเภอนางรอง วัดอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก จึงสามารถจัดร่วมกับวัดใหม่เรไรทอง วัดถนนหัก วัดป่าเรไร วัดหัวสะพาน วัดขุนก้อง วัดร่องมันเทศ และวัดกลางนางรองได้อย่างสะดวก
 
การมาเยือนวัดโพธารามยังช่วยให้เห็นบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางพิธีกรรมของชุมชนบ้านผักหวาน ในรอบปี วัดชุมชนลักษณะนี้มักเป็นพื้นที่จัดงานบุญ งานกฐิน งานผ้าป่า วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานบวช งานบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมรวมญาติของคนในหมู่บ้าน การที่วัดยังคงเปิดให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้ากราบไหว้ทุกวัน ทำให้วัดมีชีวิตในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก่าแก่ที่หยุดนิ่งอยู่ในอดีต
 
นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพควรให้ความสำคัญกับบรรยากาศรอบวัดและความเป็นวัดกลางชุมชนมากกว่าการมองหาเพียงมุมใหญ่อลังการ ภาพของอุโบสถ ศาลา ต้นไม้ ทางเดิน พื้นที่ชุมชน และทุ่งนารอบวัดสามารถถ่ายทอดเสน่ห์ของวัดโพธารามได้ดี โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงอ่อนลงและบรรยากาศเงียบสงบ การถ่ายภาพภายในวัดควรทำด้วยความเคารพ ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือญาติโยมที่กำลังทำบุญ และไม่ใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมใกล้พระพุทธรูปหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
 
การแต่งกายควรสุภาพตามธรรมเนียมการเข้าวัด เสื้อผ้าควรปกปิดเหมาะสมกับสถานที่ทางศาสนา ควรงดส่งเสียงดังใกล้อุโบสถ ศาลา หรือพื้นที่ประกอบพิธีกรรม หากมีงานบุญหรืองานชุมชนภายในวัด ควรให้ความสำคัญกับผู้ที่มาประกอบศาสนกิจเป็นอันดับแรก วัดโพธารามเป็นวัดที่มีผู้คนในชุมชนใช้งานจริง การเข้าเยี่ยมชมจึงควรคำนึงถึงความสงบ ความสะอาด และความเคารพต่อพื้นที่ของชาวบ้านด้วย
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดโพธารามคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ และสัมผัสบรรยากาศชุมชนชนบทอย่างสงบ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการเดินชมวัดหลังอากาศคลายร้อน หากมาในฤดูฝนหรือช่วงน้ำหลาก ผู้มาเยือนจะเข้าใจภาพบ้านผักหวานกลางทุ่งนาได้ชัดเจนขึ้น แม้ว่าสภาพปัจจุบันจะมีถนนและการคมนาคมดีขึ้นมากแล้ว แต่ร่องรอยความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับพื้นที่น้ำหลากยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้วัดโพธารามแตกต่างจากวัดกลางเมืองทั่วไป
 
การเดินทาง ไปวัดโพธารามสามารถใช้เส้นทางจากตัวเมืองนางรองมุ่งหน้าไปทางตำบลถนนหักและบ้านผักหวาน วัดอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนางรองประมาณ 3 กม. และอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางชุมชนในตำบลถนนหัก ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์จะสะดวกที่สุด ส่วนผู้ที่พักในตัวเมืองนางรองสามารถใช้รถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นเดินทางมายังวัดได้ไม่ยาก หากวางแผนเที่ยวหลายวัดในวันเดียว ควรจัดวัดโพธารามร่วมกับวัดถนนหักและวัดใหม่เรไรทองซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน
 
หากเดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ให้ใช้เส้นทางหลักเข้าสู่อำเภอนางรอง จากนั้นเข้าสู่พื้นที่ตำบลถนนหักและบ้านผักหวานตามเส้นทางท้องถิ่น วัดโพธารามเหมาะสำหรับแวะในช่วงเช้าก่อนกลับเข้าเมืองนางรองเพื่อรับประทานอาหาร หรือใช้เป็นจุดไหว้พระก่อนเดินทางต่อไปยังวัดภูม่านฟ้าและอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง นักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนในนางรองสามารถจัดเส้นทางได้ง่าย เพราะตัวเมืองมีร้านอาหาร โรงแรม ตลาด และบริการพื้นฐานครบถ้วน
 
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับวัดโพธารามคือเส้นทางวัดและชุมชนตำบลถนนหัก เริ่มจากวัดถนนหัก วัดใหม่เรไรทอง วัดโพธาราม วัดป่าเรไร และวัดหัวสะพาน ก่อนกลับเข้าเมืองนางรองเพื่อแวะวัดขุนก้อง วัดร่องมันเทศ หรือวัดกลางนางรอง เส้นทางนี้ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพวัดหลายรูปแบบ ทั้งวัดชุมชน วัดเก่า วัดที่มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ และวัดที่มีบทบาทด้านการศึกษาและอบรมคุณธรรม การเที่ยวในลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจนางรองในมิติศรัทธาและวิถีชีวิตมากขึ้น
 
สำหรับครอบครัว วัดโพธารามเป็นสถานที่ที่เดินทางไม่ยากและใช้เวลาเข้าชมไม่มาก ผู้สูงอายุสามารถมาไหว้พระและพักผ่อนในพื้นที่วัดได้ เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เรื่องวัดเก่า บ้านผักหวาน ภาษาไทยโคราช และสภาพชุมชนกลางทุ่งนา ผู้ใหญ่สามารถใช้เวลาเดินชมและพูดคุยกับคนท้องถิ่นเพื่อเข้าใจประวัติพื้นที่มากขึ้น การพาเด็กมาเที่ยววัดลักษณะนี้เป็นวิธีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนที่จับต้องได้ เพราะเด็กจะเห็นว่าวัดไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นศูนย์รวมของผู้คนและความทรงจำ
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดโพธารามเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดชุมชนในภาคอีสานตอนใต้ เพราะสามารถอธิบายให้เห็นได้ว่าวัดไทยมีบทบาทมากกว่าสถานที่สักการะพระพุทธรูป วัดเป็นทั้งศูนย์กลางหมู่บ้าน พื้นที่ทำบุญ โรงเรียนพระปริยัติธรรม พื้นที่อบรมคุณธรรม และแหล่งบันทึกความทรงจำของชุมชน หากมีไกด์ท้องถิ่นหรือคนไทยช่วยอธิบายเรื่องบ้านผักหวาน ฤดูน้ำหลาก ภาษาไทยโคราช หลวงพ่อก้อน และเจ้าอาวาสในแต่ละยุค การเยี่ยมชมวัดโพธารามจะมีความหมายลึกขึ้นมาก
 
เสน่ห์ของวัดโพธารามไม่ได้อยู่ที่ความอลังการหรือการตกแต่งเพื่อการท่องเที่ยว แต่เกิดจากความเก่าแก่ ความสงบ และความจริงแท้ของวัดชุมชน วัดแห่งนี้บอกเล่าเรื่องเมืองนางรองผ่านชุมชนบ้านผักหวาน บอกเล่าเรื่องภาษาและวิถีไทยโคราชผ่านผู้คน บอกเล่าเรื่องน้ำหลากผ่านภูมิทัศน์กลางทุ่งนา และบอกเล่าเรื่องพระพุทธศาสนาผ่านเจ้าอาวาส พระสงฆ์ และกิจกรรมของชุมชนที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายร้อยปี ผู้ที่ชอบเที่ยวแบบช้า ๆ และใส่ใจรายละเอียดจะพบว่าวัดโพธารามเป็นสถานที่เรียบง่ายแต่มีน้ำหนักทางวัฒนธรรมสูง
 
โดยสรุป วัดโพธาราม หมู่ 5 บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาที่สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2247 และเป็นวัดสำคัญของชุมชนบ้านผักหวานซึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งนา มีเอกลักษณ์จากภูมิทัศน์น้ำหลากที่ทำให้หมู่บ้านดูคล้ายเกาะกลางน้ำ ภาษาพูดแบบไทยโคราช และประวัติที่เชื่อมโยงกับเมืองนางรองในฐานะชุมชนเก่าแก่ จุดเด่นของวัดคือประวัติยาวนาน อุโบสถ เจดีย์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม หน่วยอบรมประจำตำบล และบทบาทของพระเถระสำคัญอย่างหลวงพ่อก้อน รวมถึงการดูแลของพระครูโพธิธรรมรังสี เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน วัดโพธารามจึงเหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้ประวัติท้องถิ่น และจัดร่วมกับเส้นทางเที่ยววัดในอำเภอนางรองได้อย่างสมบูรณ์
 
ชื่อสถานที่วัดโพธาราม
ที่ตั้งหมู่ 5 บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
ที่อยู่บ้านผักหวาน หมู่ 5 ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ 31110
ไฮไลต์วัดเก่าแก่สมัยอยุธยา ชุมชนบ้านผักหวานกลางทุ่งนา ภูมิทัศน์ฤดูน้ำหลาก ภาษาไทยโคราช อุโบสถ เจดีย์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม และหน่วยอบรมประจำตำบล
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2247 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2526 และเป็นวัดใหญ่เก่าแก่แห่งหนึ่งของอำเภอนางรอง
ที่มาของชื่อชื่อวัดโพธารามเป็นชื่อวัดที่ชุมชนบ้านผักหวานใช้เรียกสืบต่อมา สื่อถึงวัดเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของหมู่บ้านและตำบลถนนหัก
ลักษณะเด่นของชุมชนบ้านผักหวานเป็นชุมชนกลางทุ่งนา มีหมู่บ้านตั้งอยู่ทั้ง 4 ทิศ เมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะมองเห็นหมู่บ้านคล้ายเกาะกลางน้ำ และชาวบ้านพูดภาษาไทยโคราชเป็นภาษาท้องถิ่นสำคัญ
พื้นที่วัดเนื้อที่วัด 7 ไร่ 2 งาน 97 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 37 ไร่ 2 งาน 81 ตารางวา
อาคารและหลักฐานสำคัญอุโบสถกว้าง 24 เมตร ยาว 42 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2522 กุฏิสงฆ์อาคารไม้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2496 ศาลาบำเพ็ญกุศลอาคารคอนกรีต พระอุโบสถ เจดีย์ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม และหน่วยอบรมประจำตำบล
บุคคลสำคัญหลวงพ่อก้อน ยโสธโร อดีตเจ้าอาวาส พ.ศ. 2451–2494 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอนางรองเมื่อ พ.ศ. 2468 และได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูโสภนธรรมคุตต์เมื่อ พ.ศ. 2473
การเดินทางจากที่ว่าการอำเภอนางรองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 3 กม. เข้าสู่ตำบลถนนหักและบ้านผักหวาน เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นในอำเภอนางรอง
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระสงฆ์จำพรรษาและเป็นศูนย์กลางศาสนกิจของชุมชนบ้านผักหวาน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ไหว้พระ อุโบสถ ศาลา พื้นที่ทำบุญ ลานกิจกรรม กุฏิสงฆ์ พื้นที่จอดรถ และห้องน้ำสำหรับผู้มาเยือน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. อุโบสถ
2. พื้นที่สักการะพระประธานและพระพุทธรูปสำคัญ
3. เจดีย์และพื้นที่ปูชนียวัตถุ
4. ศาลาและพื้นที่ทำบุญ
5. โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม
6. หน่วยอบรมประจำตำบล
7. กุฏิสงฆ์และเขตสังฆาวาส
8. พื้นที่ชุมชนและลานกิจกรรมของวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูโพธิธรรมรังสี (ไสว ทิฏฺฐธมฺโม นามสกุลสว่างแจ้ง) เจ้าคณะตำบลถนนหัก และเจ้าอาวาสวัดโพธาราม
เบอร์ติดต่อหลัก085-2052305
เว็บไซต์ / เพจทางการหน้าข้อมูลวัดโพธารามในเว็บไซต์คณะสงฆ์นางรอง และเพจวัดโพธาราม บ้านผักหวาน ต.ถนนหัก จ.บุรีรัมย์
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดถนนหัก (ศรีวิสุทธาราม) ประมาณ 2 กม.
2. วัดใหม่เรไรทอง ประมาณ 2 กม.
3. วัดป่าเรไร ประมาณ 3 กม.
4. วัดหัวสะพาน ประมาณ 4 กม.
5. ตลาดสระหญ้าม้า ประมาณ 5 กม.
6. วัดขุนก้อง ประมาณ 5 กม.
7. วัดร่องมันเทศ ประมาณ 5 กม.
8. วัดกลางนางรอง ประมาณ 5 กม.
9. วัดภูม่านฟ้า ประมาณ 14 กม.
10. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ประมาณ 32 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านนาคาอาหารตามสั่ง สาขาถนนหัก ประมาณ 3 กม. โทร. 082-1294308
2. ชาพะยอม By.NY ถนนหัก ประมาณ 3 กม. โทร. 093-3579482
3. คินิกุข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น สาขานางรอง ประมาณ 4 กม. โทร. 099-0055456
4. CHANN Terrace ประมาณ 5 กม. โทร. 065-5619353
5. จิ้งนำขาหมู ประมาณ 5 กม. โทร. 044-631473, 080-1528880
6. ลักษณา ขาหมู สาขา 2 ประมาณ 5 กม. โทร. 044-631319
7. SOFIT Cafe' โซฟิต คาเฟ่ นางรอง ประมาณ 6 กม. โทร. 094-2515080
ที่พักใกล้เคียง1. Akelada Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 084-8259214, 044-622199
2. The Room@Nangrong ประมาณ 5 กม. โทร. 044-633366
3. Socool Grand Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 044-632333, 080-4881888
4. Bumnsaya Place ประมาณ 5 กม. โทร. 085-4956929
5. โรงแรมพนมรุ้งปุรี บูติกโฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 044-632222, 086-3366618
6. ลักษณา บูติค โฮเต็ล ประมาณ 5 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธารามตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอนางรองและห่างจากที่ว่าการอำเภอนางรองประมาณ 3 กม.
 
ถาม: วัดโพธารามมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดโพธารามเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2247 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2526
 
ถาม: จุดเด่นของวัดโพธารามคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือความเป็นวัดเก่าแก่ของบ้านผักหวานกลางทุ่งนา ภูมิทัศน์ฤดูน้ำหลาก ภาษาไทยโคราช อุโบสถ เจดีย์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม และหน่วยอบรมประจำตำบล
 
ถาม: หลวงพ่อก้อน วัดโพธารามคือใคร?
ตอบ: หลวงพ่อก้อน ยโสธโร เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดโพธาราม ตั้งแต่ พ.ศ. 2451 ต่อมาเป็นเจ้าคณะอำเภอนางรองใน พ.ศ. 2468 และได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูโสภนธรรมคุตต์ใน พ.ศ. 2473
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดโพธารามปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดโพธารามปัจจุบันคือพระครูโพธิธรรมรังสี หรือพระไสว ทิฏฺฐธมฺโม นามสกุลสว่างแจ้ง ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลถนนหักด้วย
 
ถาม: วัดโพธารามเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดโพธารามเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะกับการไปไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมวัดในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดโพธารามนานเท่าไร?
ตอบ: หากมาไหว้พระและเดินชมพื้นที่สำคัญภายในวัดควรใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากต้องการจัดเส้นทางไหว้พระหลายวัดในตำบลถนนหักและตัวเมืองนางรองควรเผื่อเวลาครึ่งวัน
 
ถาม: เที่ยววัดโพธารามแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดถนนหัก วัดใหม่เรไรทอง วัดป่าเรไร วัดหัวสะพาน วัดขุนก้อง วัดร่องมันเทศ วัดกลางนางรอง วัดภูม่านฟ้า และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดโพธาราม

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)