หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ >อ.หัวตะพาน >ต.จิกดู่ > อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่
TL;DR: อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่ อยู่ที่วัดโพธิ์ศรี บ้านจิกดู่ ตำบลจิกดู่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เปิดทุกวัน เวลา ไม่ระบุเวลาเปิดปิดแบบทางการ.
อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ไม่ระบุเวลาเปิดปิดแบบทางการ
อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นศาสนสถานเก่าแก่และแหล่งศิลปกรรมท้องถิ่นสำคัญของบ้านจิกดู่ ตำบลจิกดู่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คืออุโบสถ หรือสิมเก่า ที่สร้างด้วยฝีมือช่างชาวเวียดนาม มีลักษณะอาคารเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทางเข้าทางเดียว และมีองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากอุโบสถร่วมสมัยทั่วไป เหนือกรอบประตูปรากฏซุ้มหน้าบันรูปพญานาค ภายใต้ซุ้มหน้าบันเหนือกรอบประตูมีจารึกข้อความว่า “สำเร็จพระพุทธสังกราศล่วงแล้วได้ 2472 พระวัสสา” ทำให้อุโบสถหลังนี้เป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์ชุมชน ศิลปกรรมพื้นถิ่น และความสัมพันธ์ทางช่างระหว่างพื้นที่อีสานกับช่างเวียดนามในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25
อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่า สิมอีสาน งานช่างพื้นถิ่น และศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนาที่มีลักษณะเฉพาะตัว แม้สถานที่แห่งนี้จะไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในเชิงพาณิชย์ แต่มีคุณค่าสูงในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม อาคารอุโบสถยังสะท้อนความเชื่อ ความศรัทธา และความสามารถของช่างในยุคที่ชุมชนท้องถิ่นสร้างศาสนสถานขึ้นเพื่อใช้ประกอบสังฆกรรมและเป็นศูนย์รวมจิตใจของหมู่บ้าน ผู้มาเยือนจึงควรมองอุโบสถหลังนี้ไม่ใช่เพียงอาคารเก่า แต่เป็นเอกสารทางสถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องอดีตของชุมชนบ้านจิกดู่ได้อย่างลึกซึ้ง
ลักษณะอาคารแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าของอุโบสถช่วยให้เห็นความเรียบง่ายและสมถะของงานช่างในยุคก่อน ตัวอาคารไม่ได้เน้นความอลังการแบบอุโบสถหลังใหญ่ในเมือง แต่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอย ความศักดิ์สิทธิ์ และความหมายทางพิธีกรรม การมีทางเข้าทางเดียวทำให้การเข้าสู่พื้นที่ภายในอุโบสถมีลักษณะเป็นพิธีการ ผู้มาเยือนจะค่อย ๆ ผ่านกรอบประตูเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในอดีตใช้สำหรับพระสงฆ์ประกอบพิธีสำคัญตามพระวินัย ความเรียบง่ายของผังอาคารเช่นนี้เป็นเสน่ห์สำคัญของสิมอีสานหลายแห่ง และยังช่วยให้ผู้ศึกษาเห็นวิธีคิดของช่างและชุมชนในยุคนั้น
องค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของอุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่คือซุ้มหน้าบันรูปพญานาคเหนือกรอบประตู พญานาคเป็นสัญลักษณ์ที่พบมากในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและภาคอีสาน มีความหมายเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพระพุทธศาสนา น้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และโลกของความศักดิ์สิทธิ์ การนำรูปพญานาคมาใช้ในซุ้มหน้าบันจึงไม่ใช่เพียงการตกแต่งเพื่อความงาม แต่เป็นการสร้างความหมายให้ทางเข้าของอุโบสถเป็นเสมือนประตูผ่านเข้าสู่พื้นที่ธรรมะ พญานาคทำหน้าที่คุ้มครองและย้ำเตือนถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่
จารึกเหนือกรอบประตูที่ระบุว่า “สำเร็จพระพุทธสังกราศล่วงแล้วได้ 2472 พระวัสสา” เป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้อุโบสถหลังนี้มีมิติทางประวัติศาสตร์ชัดเจน ข้อความดังกล่าวช่วยยืนยันช่วงเวลาสำคัญของอาคาร และทำให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจศิลปกรรมสามารถเชื่อมโยงอุโบสถกับบริบทสังคมไทยในช่วง พ.ศ. 2472 ได้โดยตรง ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นยุคที่ชุมชนอีสานหลายแห่งยังคงพึ่งพาช่างท้องถิ่นและช่างจากกลุ่มชาติพันธุ์ใกล้เคียงในการสร้างวัด ศาลา และสิม การปรากฏชื่อปีบนอาคารจึงทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าในเชิงเอกสารทางวัฒนธรรม
งานสถาปัตยกรรมฝีมือช่างชาวเวียดนามในอุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่เป็นประเด็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะสะท้อนการเคลื่อนย้ายและแลกเปลี่ยนความรู้ทางช่างในพื้นที่อีสานตอนล่างและลุ่มน้ำโขง ช่างเวียดนามมีบทบาทในการก่อสร้างอาคารหลายประเภทในชุมชนอีสาน โดยเฉพาะงานก่ออิฐ ฉาบปูน และงานตกแต่งสถาปัตยกรรม อาคารที่สร้างด้วยฝีมือช่างกลุ่มนี้มักมีลักษณะเฉพาะด้านสัดส่วน ความเรียบของผนัง การจัดกรอบประตูหน้าต่าง และรายละเอียดตกแต่งที่แตกต่างจากช่างพื้นบ้านอีสานแบบดั้งเดิม ทำให้อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่เป็นตัวอย่างสำคัญของการผสมผสานทางศิลปกรรมในระดับชุมชน
เมื่อพิจารณาในบริบทของอำเภอหัวตะพาน วัดโพธิ์ศรีจิกดู่ถือเป็นวัดชุมชนที่มีบทบาทต่อชีวิตทางศาสนาของบ้านจิกดู่มาอย่างต่อเนื่อง วัดราษฎร์ในชุมชนอีสานไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่พบปะของชาวบ้าน เป็นศูนย์กลางงานบุญ งานประเพณี การถวายกฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมทางศาสนาตามปฏิทินชุมชน อุโบสถเก่าภายในวัดจึงเป็นหลักฐานของความร่วมมือระหว่างพระสงฆ์ ชาวบ้าน และช่างผู้สร้าง ที่ร่วมกันทำให้วัดมีพื้นที่สำหรับประกอบสังฆกรรมอย่างถูกต้อง
ความสำคัญของอุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่ยังอยู่ที่การเป็นแหล่งศิลปกรรมที่ควรได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง อาคารเก่าประเภทสิมหรืออุโบสถโบราณมักเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความชื้น ฝน แดด การซ่อมแซมที่ไม่เหมาะสม และการใช้งานที่มากเกินไป การเข้าชมจึงควรทำด้วยความเคารพ ไม่สัมผัสผนังหรือจารึกโดยไม่จำเป็น ไม่ขีดเขียนบนอาคาร ไม่ปีนป่ายส่วนฐานหรือส่วนประดับ และควรช่วยกันรักษาความสะอาดของพื้นที่ เพราะทุกองค์ประกอบของอาคารล้วนเป็นข้อมูลสำคัญของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ อุโบสถหลังนี้มีมุมที่ควรเก็บรายละเอียดหลายจุด เช่น รูปทรงอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทางเข้าเพียงด้านเดียว ซุ้มหน้าบันรูปพญานาค จารึกเหนือกรอบประตู และบรรยากาศโดยรอบของวัด การถ่ายภาพควรทำอย่างสำรวม โดยเฉพาะเมื่อมีพระสงฆ์หรือชาวบ้านทำกิจกรรมทางศาสนาอยู่ภายในวัด ควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชใกล้จารึกหรือบริเวณที่มีพื้นผิวเก่า และไม่ควรจัดท่าถ่ายภาพในลักษณะที่ลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของอุโบสถ
การเดินทางมาวัดโพธิ์ศรีจิกดู่เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองอำนาจเจริญสามารถเดินทางไปทางอำเภอหัวตะพาน ผ่านเส้นทางหลักของจังหวัด แล้วเข้าสู่ตำบลจิกดู่และบ้านจิกดู่ เมื่อถึงชุมชนสามารถสอบถามเส้นทางไปวัดโพธิ์ศรีได้จากคนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นวัดประจำชุมชนและเป็นจุดที่คนท้องถิ่นรู้จักดี หากเดินทางจากอำเภอหัวตะพาน ระยะทางเข้าสู่ตำบลจิกดู่ไม่ไกลมาก เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางเที่ยววัดเก่าและแหล่งศิลปกรรมในพื้นที่อำนาจเจริญตอนใต้
ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารควรเข้าสู่ตัวเมืองอำนาจเจริญหรืออำเภอหัวตะพานก่อน จากนั้นใช้รถท้องถิ่น รถรับจ้าง หรือเหมารถเข้าสู่บ้านจิกดู่ ควรตกลงเวลาเดินทางกลับให้ชัดเจน เพราะวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่ไม่ได้มีรถโดยสารผ่านตลอดเวลา หากต้องการแวะหลายจุดในวันเดียว สามารถวางเส้นทางร่วมกับแหล่งศรัทธาและวัดสำคัญในอำเภอหัวตะพาน อำเภอพนา และตัวเมืองอำนาจเจริญได้
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงธรรมชาติช่วยให้เห็นรายละเอียดของซุ้มหน้าบันและจารึกได้ชัดขึ้น อีกทั้งอากาศไม่ร้อนเกินไปสำหรับการเดินชมพื้นที่วัด หากต้องการศึกษารายละเอียดทางสถาปัตยกรรม ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อสังเกตตัวอาคาร จดบันทึก ถ่ายภาพ และไหว้พระอย่างสงบ การมาเยือนแบบไม่เร่งรีบจะช่วยให้เห็นคุณค่าของอุโบสถมากกว่าการแวะชมเพียงชั่วครู่
ในเชิงวัฒนธรรม อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่ช่วยเปิดภาพของจังหวัดอำนาจเจริญในมิติที่ลึกกว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลักทั่วไป จังหวัดอำนาจเจริญมีวัดเก่า ศาสนสถานท้องถิ่น และแหล่งศิลปกรรมจำนวนหนึ่งที่กระจายอยู่ในชุมชนต่าง ๆ สถานที่เหล่านี้อาจไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเท่าวัดใหญ่หรือพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง แต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง เพราะบอกเล่าเรื่องราวของคนท้องถิ่น การสร้างบ้านแปงเมือง และความศรัทธาที่สืบทอดมาหลายรุ่น
อุโบสถหลังนี้ยังเหมาะสำหรับการเรียนรู้เรื่องคำว่า สิม ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในภาคอีสานหมายถึงอุโบสถหรืออาคารประกอบสังฆกรรม สิมอีสานจำนวนมากมีขนาดไม่ใหญ่ ผังเรียบง่าย และมักสะท้อนความเชื่อท้องถิ่นผ่านงานปูนปั้น ลวดลายพญานาค หรือองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับชุมชน อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่แม้จะได้รับอิทธิพลจากฝีมือช่างเวียดนาม แต่ยังคงทำหน้าที่ในระบบศาสนสถานแบบอีสาน คือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับพระสงฆ์และชาวบ้าน
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมควรให้ความสำคัญกับความแตกต่างระหว่างอุโบสถหลังนี้กับอุโบสถสมัยใหม่ อุโบสถสมัยใหม่มักมีทางเข้าออกหลายด้าน ขนาดใหญ่ และตกแต่งด้วยวัสดุร่วมสมัย แต่อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่มีความกะทัดรัด ทางเข้าทางเดียว และมีองค์ประกอบหน้าบันที่ทำหน้าที่เป็นจุดเน้นสายตาอย่างชัดเจน ความเรียบง่ายเช่นนี้ทำให้อาคารดูสงบและทรงพลังในแบบศาสนสถานเก่า
การอนุรักษ์อุโบสถประเภทนี้ควรให้ความสำคัญกับการรักษารูปทรงเดิม วัสดุเดิม และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ เช่น จารึกเหนือประตู หากมีการซ่อมแซมควรดำเนินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รายละเอียดสำคัญสูญหาย การท่องเที่ยวอย่างเคารพจึงมีส่วนช่วยให้ชุมชนเห็นคุณค่าของอาคารเก่าและช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้งานหรือการดัดแปลงที่ไม่เหมาะสม
หากจัดเส้นทางเที่ยวในจังหวัดอำนาจเจริญ อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่สามารถวางไว้ร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น วัดพระเหลาเทพนิมิตในอำเภอพนา พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง ศาลหลักเมืองอำนาจเจริญ หรือพระธาตุนาป่าแซงในอำเภอปทุมราชวงศา การจัดเส้นทางเช่นนี้ช่วยให้ผู้เดินทางได้เห็นทั้งวัดเก่า งานช่างพื้นถิ่น ศรัทธาชุมชน และปูชนียสถานสำคัญของจังหวัดในภาพรวม
โดยรวมแล้ว อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่เป็นสถานที่ที่มีคุณค่ามากสำหรับผู้ที่สนใจศิลปกรรมอีสาน สถาปัตยกรรมฝีมือช่างเวียดนาม วัดเก่า และประวัติศาสตร์ชุมชนอำนาจเจริญ แม้ตัวอาคารจะไม่ใหญ่โต แต่มีรายละเอียดที่ควรศึกษาอย่างใกล้ชิด ทั้งผังอาคาร ทางเข้าทางเดียว ซุ้มหน้าบันรูปพญานาค และจารึกปี พ.ศ. 2472 เหนือกรอบประตู การมาเยือนสถานที่แห่งนี้ด้วยความเคารพและความตั้งใจจะทำให้ผู้เดินทางเข้าใจว่าเสน่ห์ของอำนาจเจริญไม่ได้อยู่เพียงแหล่งท่องเที่ยวหลัก แต่ยังอยู่ในศาสนสถานเล็ก ๆ ที่เก็บเรื่องราวของชุมชนไว้อย่างเงียบงาม
| ชื่อสถานที่ | อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่ / สิมวัดโพธิ์ศรีจิกดู่ |
| ที่ตั้ง | วัดโพธิ์ศรี บ้านจิกดู่ ตำบลจิกดู่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ |
| ที่อยู่ | ตำบลจิกดู่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ 37240 |
| พิกัด | 15.590407, 104.536768 |
| ไฮไลต์ | อุโบสถเก่าฝีมือช่างชาวเวียดนาม มีทางเข้าทางเดียว ซุ้มหน้าบันรูปพญานาค และจารึกปี พ.ศ. 2472 เหนือกรอบประตู |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | อุโบสถระบุศักราช พ.ศ. 2472 จากจารึกเหนือกรอบประตู เป็นศาสนสถานเก่าที่สะท้อนงานช่างและศรัทธาของชุมชนบ้านจิกดู่ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดโพธิ์ศรีจิกดู่มาจากวัดโพธิ์ศรีในพื้นที่บ้านจิกดู่ ตำบลจิกดู่ ส่วนคำว่า สิม ใช้เรียกอุโบสถตามภาษาท้องถิ่นอีสาน |
| ลักษณะเด่น | อาคารเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทางเข้าทางเดียว เหนือกรอบประตูเป็นซุ้มหน้าบันรูปพญานาค และมีจารึกข้อความ “สำเร็จพระพุทธสังกราศล่วงแล้วได้ 2472 พระวัสสา” |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอำนาจเจริญเดินทางไปทางอำเภอหัวตะพาน แล้วเข้าสู่ตำบลจิกดู่และบ้านจิกดู่ วัดโพธิ์ศรีตั้งอยู่ในชุมชนบ้านจิกดู่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือเหมารถท้องถิ่นจากตัวเมืองอำนาจเจริญหรืออำเภอหัวตะพาน |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์และแหล่งศิลปกรรมท้องถิ่นของตำบลจิกดู่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ไม่ระบุเวลาเปิดปิดแบบทางการ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วัด พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ชมอุโบสถเก่า และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่วัดและชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถเก่า, ซุ้มหน้าบันรูปพญานาค, จารึกเหนือกรอบประตู, พื้นที่วัดโพธิ์ศรี, พื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการไสว สิริจนฺโท |
| พระจำพรรษา | 7 รูป |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ |
| ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง | การทำบุญประจำวัด การถวายกฐินสามัคคี การไหว้พระ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนบ้านจิกดู่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. องค์การบริหารส่วนตำบลจิกดู่ ประมาณ 1 กม. 2. อำเภอหัวตะพาน ประมาณ 10 กม. 3. วัดพระเหลาเทพนิมิต อำเภอพนา ประมาณ 20 กม. 4. พระธาตุนาป่าแซง วัดสุทธิกาวาส ประมาณ 32 กม. 5. พุทธอุทยาน และพระมงคลมิ่งเมือง ประมาณ 38 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารชุมชนในตำบลจิกดู่ ประมาณ 1 กม. 2. ร้านอาหารในอำเภอหัวตะพาน ประมาณ 10 กม. 3. ร้านอาหารในอำเภอพนา ประมาณ 20 กม. 4. บ้านปิ่นโต พ.ศ. 2527 อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 37 กม. โทร. 097-141-6966 5. มุมโอชา อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 38 กม. โทร. 080-150-5666, 097-057-1678 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ที่พักในอำเภอหัวตะพาน ประมาณ 10 กม. 2. ที่พักในอำเภอพนา ประมาณ 20 กม. 3. โรงแรมนครินทร์ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 38 กม. 4. โรงแรมฝ้ายขิด อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 38 กม. 5. โรงแรมแอล เจ ดิเอมเมอรัล อำนาจเจริญ ประมาณ 39 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์ศรี บ้านจิกดู่ ตำบลจิกดู่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ
ถาม: อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นอุโบสถเก่าฝีมือช่างชาวเวียดนาม มีจารึกปี พ.ศ. 2472 และเป็นแหล่งศิลปกรรมท้องถิ่นสำคัญของอำเภอหัวตะพาน
ถาม: จุดเด่นของอุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทางเข้าทางเดียว เหนือกรอบประตูเป็นซุ้มหน้าบันรูปพญานาค และมีจารึกข้อความเหนือกรอบประตู
ถาม: จารึกเหนือกรอบประตูระบุข้อความว่าอะไร?
ตอบ: จารึกระบุว่า “สำเร็จพระพุทธสังกราศล่วงแล้วได้ 2472 พระวัสสา” ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของอายุและประวัติอาคาร
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีจิกดู่?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีจิกดู่คือ พระอธิการไสว สิริจนฺโท
ถาม: อุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่พบข้อมูลการเก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนควรเข้าชมด้วยความสำรวมและเคารพสถานที่
ถาม: ควรไปชมอุโบสถวัดโพธิ์ศรีจิกดู่ช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะที่สุด เพราะแสงธรรมชาติช่วยให้เห็นรายละเอียดของซุ้มหน้าบันและจารึกได้ชัดเจน
ถาม: มีสถานที่ใกล้เคียงที่ควรแวะต่อหรือไม่?
ตอบ: สามารถแวะอำเภอหัวตะพาน วัดพระเหลาเทพนิมิต พระธาตุนาป่าแซง พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองอำนาจเจริญได้ตามเส้นทาง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



