หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ >อ.ลืออำนาจ >ต.อำนาจ > วัดยางช้า
TL;DR: วัดยางช้า อยู่ที่หมู่ 3 ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ สิมแบบทึบ เข้าออกด้านหน้าทางเดียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6.80 เมตร ยาว 10.70 เมตร สูง 8 เมตร มีงานปูนปั้น งานไม้แกะสลัก.
วัดยางช้า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดยางช้า ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นวัดชุมชนที่มีคุณค่าโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสาน โดยเฉพาะสิมหรืออุโบสถเก่าที่สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2460 – 2475 จากแรงศรัทธาของเจ้าอาวาสเพ็ง กันยวิมล และราษฎรในพื้นที่ สิมหลังนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของงานช่างพื้นถิ่นอีสานที่ยังสะท้อนรูปแบบอาคาร ศิลปะปูนปั้น งานไม้แกะสลัก และฮูปแต้มที่เล่าเรื่องพุทธประวัติ นรกภูมิ และมหาเวสสันดรชาดกได้อย่างมีเอกลักษณ์ ผู้ที่เดินทางมาวัดยางช้าจะได้เห็นความงามของวัดที่ไม่ได้เกิดจากความใหญ่โตอลังการ แต่เกิดจากรายละเอียดของฝีมือช่าง ความศรัทธาของชาวบ้าน และการสืบทอดพระพุทธศาสนาในระดับชุมชนอย่างลึกซึ้ง
จุดเด่นของวัดยางช้าอยู่ที่สิมเก่า ซึ่งเป็นอาคารศาสนสถานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6.80 เมตร ยาว 10.70 เมตร สูง 8 เมตร เป็นสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสานขนาดปานกลางที่มีรูปแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง สิมเป็นแบบทึบ เข้าออกด้านหน้าทางเดียว สร้างด้วยกรรมวิธีก่ออิฐถือปูน ตัวอาคารแสดงสัดส่วนที่กระชับ หนักแน่น และสงบตามลักษณะอุโบสถพื้นบ้านในภาคอีสาน ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เฉพาะโครงสร้าง แต่ยังอยู่ที่องค์ประกอบประดับ เช่น บันไดปูน ราวบันไดปั้นปูนรูปจรเข้คาบสิงห์ สิงห์ยืนสี่ขาเงยหน้าอ้าปาก ลายดอกไม้ที่ตกแต่งตัวสิงห์ งานไม้แกะสลักบริเวณประตู รวงผึ้ง แขนนาง คันทวย และจิตรกรรมฝาผนังทั้งภายในและภายนอก
สิมวัดยางช้าถือเป็นหลักฐานสำคัญของวิธีคิดทางสถาปัตยกรรมพื้นบ้าน เพราะไม่ได้สร้างขึ้นจากระบบช่างหลวง แต่เกิดจากช่างท้องถิ่น พระสงฆ์ และชุมชนที่ร่วมกันสร้างศาสนสถานเพื่อใช้งานจริงในวัด รูปแบบสิมแบบทึบที่เข้าออกด้านหน้าทางเดียวช่วยให้พื้นที่ภายในมีความสงบและเหมาะกับการประดิษฐานพระประธาน รวมถึงการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ผนังทึบของตัวสิมทำให้อาคารมีความรู้สึกมั่นคง ขณะเดียวกันหน้าต่างไม้ทั้ง 2 ด้านรวม 6 บานช่วยให้เกิดจังหวะของแสง ลม และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่สมดุลกับขนาดอาคาร
ด้านหน้าของสิมมีบันไดปูน 6 ขั้น เป็นทางขึ้นสู่มุขหน้าและประตูสิม ราวบันไดปั้นปูนมีลักษณะเหมือนจรเข้คาบสิงห์ โดยสิงห์ยืนสี่ขา เงยหน้า และอ้าปาก ลักษณะเช่นนี้เป็นงานปั้นที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวและมีชีวิต แม้จะเป็นงานพื้นบ้านแต่แสดงความตั้งใจในการสร้างภาพเชิงสัญลักษณ์ระหว่างสัตว์ในคติความเชื่อกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด สิงห์เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ การปกปัก และความกล้าหาญ ส่วนจรเข้ในงานช่างพื้นถิ่นมักสะท้อนจินตนาการและคติท้องถิ่นที่ผสมผสานกับพระพุทธศาสนาอย่างกลมกลืน
ลักษณะงานปั้นของวัดยางช้ามีความคล้ายคลึงกับงานที่วัดพระเหลาเทพนิมิต ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ความคล้ายคลึงนี้ช่วยให้เห็นเครือข่ายช่างและรสนิยมศิลปกรรมในพื้นที่อำเภอลืออำนาจและอำเภอใกล้เคียง งานปั้นพื้นบ้านไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่มีการแลกเปลี่ยนรูปแบบ ความเชื่อ และเทคนิคระหว่างวัดกับชุมชน การเปรียบเทียบสิมวัดยางช้ากับวัดพระเหลาเทพนิมิตจึงช่วยให้เห็นภาพของศิลปกรรมอีสานที่มีทั้งเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและความเชื่อมโยงระดับพื้นที่
มุขหน้าของสิมแบ่งเป็น 3 ช่อง รับน้ำหนักด้วยเสาไม้ 4 เสา ช่องกลางตรงกับบันไดและนำสายตาไปยังประตูสิม ประตูทำจากไม้ โดยมีการแกะสลักเฉพาะวงกบประตูและสันบานประตูเป็นลายเกวียนค่อนไปทางลายก้านขด รายละเอียดนี้แสดงถึงฝีมือช่างไม้ในท้องถิ่นที่สามารถนำลวดลายประดับมาใช้กับจุดสำคัญของอาคารได้อย่างพอดี ประตูไม่ใช่เพียงช่องทางเข้าออก แต่เป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่านจากโลกภายนอกเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในสิม การแกะสลักไม้บริเวณประตูจึงมีความหมายทั้งด้านความงามและด้านพิธีกรรม
รวงผึ้งทั้ง 3 ช่องทำด้วยไม้แผ่นแกะลายก้านขด ไม่ใช่ไม้ชิ้นเดียว ลักษณะนี้สะท้อนวิธีการทำงานของช่างพื้นบ้านที่ใช้วัสดุตามความเหมาะสมและประกอบขึ้นเป็นองค์ประกอบประดับที่สวยงาม หน้าบันเป็นปูนเรียบ ไม่ได้ปั้นหรือวาดรูปใดไว้เลย ความเรียบของหน้าบันทำให้ส่วนอื่นของอาคาร เช่น บันได ราวบันได ประตู รวงผึ้ง และฮูปแต้ม กลายเป็นจุดเด่นทางสายตา ส่วนประกอบของหลังคา เช่น นาคสะดุ้ง โหงว ใบระกา และช่อฟ้า ทำด้วยไม้ หลังคามุงด้วยสังกะสี แสดงการผสมผสานระหว่างรูปแบบประเพณีกับวัสดุที่หาได้และดูแลรักษาได้ในท้องถิ่น
เมื่อมองจากด้านข้าง ตัวสิมแบ่งเป็น 4 ช่วง ช่วงแรกคือมุขด้านหน้าที่มีผนังโล่ง ส่วนช่วงที่ 2 – 4 เป็นช่วงตัวสิมที่ก่อผนังทึบ แต่ละช่วงมีหน้าต่างไม้ช่วงละ 1 บาน รวม 2 ด้านเป็น 6 บาน การแบ่งช่วงเช่นนี้ทำให้ตัวอาคารมีจังหวะที่อ่านง่ายและดูสมดุล แขนนางหรือคันทวยทำด้วยไม้แผ่นตรง แกะสลักบากลายซ้ำ ๆ คล้ายลายหยวกกล้วย ข้างละ 5 ตัว รวม 10 ตัว ลายแกะแบบเดียวกันทั้งหมด รายละเอียดเหล่านี้ช่วยเสริมความงามของตัวอาคารและแสดงให้เห็นว่างานไม้ในสิมวัดยางช้ามีบทบาทมากกว่าการรับน้ำหนัก แต่เป็นงานศิลปกรรมที่สร้างจังหวะและเอกลักษณ์ให้กับสิม
หลังคาของสิมยกชั้น 2 ชั้น มุงด้วยสังกะสี และแบ่งเป็น 3 ช่วงได้จังหวะงดงาม รูปทรงหลังคาที่ลดหลั่นกันทำให้สิมดูมีมิติ แม้ตัวอาคารจะมีขนาดไม่ใหญ่ การใช้สังกะสีสะท้อนการปรับตัวของวัดและชุมชนตามสภาพเศรษฐกิจและวัสดุที่มีในแต่ละยุค ขณะเดียวกันองค์ประกอบไม้ เช่น ช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง และโหงว ยังรักษาภาษาสถาปัตยกรรมวัดพื้นบ้านไว้ ทำให้สิมวัดยางช้าเป็นอาคารที่ผสมทั้งความเก่า ความเรียบง่าย และการใช้งานจริงอย่างชัดเจน
ภายในสิมประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่ออิฐปูนและทาด้วยสีทอง พระพุทธรูปปางมารวิชัยมีความหมายสำคัญในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นปางที่สื่อถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะมารก่อนการตรัสรู้ แสดงถึงความมั่นคง ความเพียร และชัยชนะเหนือกิเลส พระประธานภายในสิมวัดยางช้าจึงเป็นศูนย์กลางทางศรัทธาของพื้นที่ภายในอาคาร ผู้ที่เข้าไปกราบไหว้จะได้สัมผัสบรรยากาศที่ต่างจากวิหารหรืออุโบสถขนาดใหญ่ เพราะพื้นที่ภายในสิมมีความใกล้ชิด สงบ และให้ความรู้สึกถึงงานศรัทธาของชุมชนอย่างชัดเจน
ฮูปแต้มหรือจิตรกรรมฝาผนังของสิมวัดยางช้าเป็นอีกหนึ่งคุณค่าที่สำคัญ จิตรกรรมมีทั้งด้านภายนอกและภายใน และเป็นฝีมือของเจ้าอาวาสเพ็ง กันยวิมล ลักษณะการเขียนเป็นแบบชาวบ้าน ไม่ได้เน้นสัดส่วนตามแบบจิตรกรรมราชสำนัก แต่เน้นการเล่าเรื่อง ความเข้าใจง่าย และการถ่ายทอดคติธรรมให้คนในชุมชนอ่านภาพได้ ฮูปแต้มเช่นนี้เป็นหลักฐานว่าศิลปะวัดพื้นบ้านไม่ได้แยกจากชีวิตคนทั่วไป แต่เป็นสื่อการเรียนรู้ธรรมะและเรื่องเล่าทางพระพุทธศาสนาสำหรับชาวบ้านที่เข้ามาทำบุญและฟังธรรม
บริเวณเหนือประตูทางเข้ามีภาพที่น่าจะเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติและนรกภูมิ มีฉากที่ตีความได้ว่าเป็นเรื่องการเสด็จออกผนวช การพบเทวทูตทั้ง 4 และมุมที่เป็นนรกภูมิซึ่งเห็นพระถือตาลปัตรคล้ายพระมาลัยโปรดนรกและสวรรค์ ส่วนบนสุดเป็นธรรมเจดีย์ เนื้อหาเหล่านี้สะท้อนคติธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนา คือการเห็นความไม่เที่ยงของชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การตัดสินใจออกบวช และผลของกรรมที่ปรากฏในนรกภูมิ ภาพเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมในอดีตเข้าใจธรรมะผ่านภาพเล่าเรื่องโดยไม่จำเป็นต้องอ่านตำรา
ภายในสิม ด้านหลังพระประธานตอนบนสุดเขียนรูปพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนดอกบัวบานปางมารวิชัย มีพระอัครสาวกอยู่ซ้ายและขวา ภาพนี้ทำหน้าที่เสริมความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่พระประธานและเชื่อมโยงพระพุทธรูปองค์จริงกับภาพเล่าเรื่องบนผนัง ดอกบัวบานเป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้และความบริสุทธิ์ ส่วนพระอัครสาวกซ้ายขวาสื่อถึงการสืบทอดพระธรรมและชุมชนสงฆ์ที่เกิดขึ้นหลังการตรัสรู้ ภาพดังกล่าวจึงเป็นหัวใจของจิตรกรรมภายในสิมในเชิงความหมายทางศาสนา
ด้านล่างโดยรอบสิมเขียนเรื่องมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นชาดกสำคัญที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในวัฒนธรรมอีสาน เรื่องมหาเวสสันดรชาดกหรือพระเวสสันดรเป็นเรื่องของทานบารมี การเสียสละ และการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ก่อนจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า การเขียนเรื่องนี้ในสิมทำให้ผนังอาคารกลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องบุญกุศลและการให้ทานแก่ชาวบ้านที่เข้ามากราบพระ ในบริบทอีสาน เรื่องพระเวสสันดรยังเชื่อมโยงกับประเพณีบุญผะเหวดหรือบุญมหาชาติ ซึ่งเป็นงานบุญสำคัญของชุมชนหลายแห่ง
บริเวณด้านในเหนือประตู ภาพลบเลือนไปเกือบหมด แต่ยังเห็นรูปต้นไม้และทหารยืนถือปืน ซึ่งน่าจะเป็นฉากมารผจญ ภาพบางส่วนมีการซ่อมแซม โดยสังเกตได้จากสีที่เขียนทับเส้นลงไปใหม่ การลบเลือนและการซ่อมแซมทำให้ฮูปแต้มวัดยางช้าเป็นหลักฐานที่มีชีวิต เพราะแสดงให้เห็นทั้งความเก่าแก่ การเสื่อมสภาพตามกาลเวลา และความพยายามของคนรุ่นหลังในการรักษาภาพไว้ให้คงอยู่ แม้ภาพบางส่วนจะไม่สมบูรณ์ แต่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมยังชัดเจน
สิมวัดยางช้าจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของศิลปกรรมพื้นบ้านอีสานที่รวมหลายแขนงไว้ในอาคารเดียว ทั้งสถาปัตยกรรม งานปูนปั้น งานไม้แกะสลัก งานจิตรกรรม และพระพุทธรูปประธาน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แยกกันเป็นส่วน ๆ แต่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ให้กับชุมชน ความงามของสิมไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบเชิงช่างหลวง แต่อยู่ที่ความจริงใจของงานช่าง การเล่าเรื่องแบบพื้นบ้าน และการใช้วัดเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะของคนทุกกลุ่มในหมู่บ้าน
ผู้ที่มาเยือนวัดยางช้าควรใช้เวลาเดินชมรอบสิมอย่างช้า ๆ เริ่มจากด้านหน้าเพื่อสังเกตบันได ราวบันไดปั้นปูน ประตูไม้ รวงผึ้ง และมุขหน้า จากนั้นเดินดูด้านข้างเพื่อสังเกตจังหวะของตัวอาคาร หน้าต่างไม้ คันทวย และหลังคา ก่อนเข้าสู่พื้นที่ภายในเพื่อกราบพระประธานและชมฮูปแต้ม การเดินชมตามลำดับนี้จะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมภายนอกกับจิตรกรรมภายใน และเข้าใจว่าสิมถูกออกแบบให้เป็นทั้งอาคารศาสนาและห้องเรียนธรรมะของชุมชน
วัดยางช้าเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม ผู้สนใจสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสาน นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจฮูปแต้ม และผู้ที่ต้องการเที่ยววัดอำนาจเจริญในมุมที่ลึกกว่าการไหว้พระทั่วไป สถานที่แห่งนี้ช่วยให้เห็นว่าศิลปกรรมสำคัญไม่ได้อยู่เฉพาะในเมืองใหญ่หรือวัดหลวงเท่านั้น แต่งานช่างพื้นบ้านในชุมชนเล็ก ๆ ก็สามารถสะท้อนภูมิปัญญา ความศรัทธา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้อย่างทรงพลัง
ประเพณีและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของวัดยางช้าสอดคล้องกับวัดชุมชนทั่วไป เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา งานกฐิน งานผ้าป่า และการทำบุญวันพระ หากมีการจัดงานบุญมหาชาติหรือบุญผะเหวด เรื่องมหาเวสสันดรชาดกที่ปรากฏในฮูปแต้มก็จะยิ่งมีความหมายมากขึ้น เพราะเชื่อมโยงภาพเขียนบนผนังกับประเพณีการฟังเทศน์มหาชาติของชาวอีสาน วัดจึงเป็นพื้นที่ที่อดีตและปัจจุบันพบกันผ่านงานบุญและศิลปกรรม
การเดินทาง มายังวัดยางช้าเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า หากเริ่มต้นจากตัวเมืองอำนาจเจริญสามารถขับรถไปทางอำเภอลืออำนาจ แล้วเข้าสู่ตำบลอำนาจ หมู่ 3 เส้นทางโดยรวมเหมาะกับการจัดทริปครึ่งวันร่วมกับวัดอำนาจ พระเจ้าใหญ่ลือชัย วัดโพธิ์ศิลา บ้านเปือย และวัดพระเหลาเทพนิมิต ผู้เดินทางควรใช้แผนที่นำทางประกอบการเดินทาง เพราะวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนและป้ายบางจุดอาจไม่เด่นชัดเท่าถนนสายหลัก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่เหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับวัดยางช้า ได้แก่ วัดอำนาจ พระเจ้าใหญ่ลือชัย ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเส้นทางไหว้พระเก้าวัดจังหวัดอำนาจเจริญ วัดโพธิ์ศิลา บ้านเปือยซึ่งมีใบเสมาทวารวดี วัดพระเหลาเทพนิมิตที่มีงานศิลปกรรมสำคัญ พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ หอนาฬิกาอำนาจเจริญ และวัดถ้ำแสงเพชร เส้นทางนี้ทำให้ผู้เดินทางได้เห็นทั้งสิมพื้นบ้าน ฮูปแต้ม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ใบเสมาโบราณ และสถานที่สำคัญของจังหวัดในทริปเดียว
ร้านอาหารใกล้วัดยางช้าส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารท้องถิ่นในอำเภอลืออำนาจ เช่น ลาบเป็ดคนลือ เลื่องลือ ลืออำนาจ ขนมจีนเส้นสดแม่พล ลองนัว Coffee And Foods ร้านคุณตุ้ม บ้านเหล่าน้อย แยกหนองแดง และร้านอาหารตามสั่งในตัวอำเภอ ตัวเลือกเหล่านี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารอีสาน กาแฟ หรืออาหารง่าย ๆ ก่อนหรือหลังชมสิม หากต้องการตัวเลือกหลากหลายขึ้นสามารถเดินทางต่อไปยังตัวเมืองอำนาจเจริญ
ด้านที่พัก ตัวเลือกที่สะดวกสำหรับผู้มาเที่ยววัดยางช้ามักอยู่ในตัวเมืองอำนาจเจริญ เช่น โรงแรมซีวา อำนาจเจริญ โรงแรมระเมียรดาวบูติคเพลส โรงแรมนครินทร์ โรงแรมบ้านอิงดาน Penphit Hotel และ LJ The Emerald Hotel การพักในตัวเมืองเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางต่อไปยังวัดและแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งภายใน 1–2 วัน ส่วนผู้ที่เดินทางต่อไปอุบลราชธานีก็สามารถวางวัดยางช้าเป็นจุดแวะระหว่างเส้นทางได้
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดยางช้าคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แสงไม่แรงมาก เพราะจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของสิม งานไม้ งานปูนปั้น และฮูปแต้มได้ชัดเจนขึ้น ผู้เดินทางควรแต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ ไม่จับหรือขูดผนังจิตรกรรม ไม่พิงประตูไม้หรือส่วนประกอบเก่า และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชใกล้ภาพเขียนที่ลบเลือน การดูแลเล็ก ๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยรักษามรดกศิลปกรรมของชุมชนให้คงอยู่ต่อไป
วัดยางช้าจึงเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของอำเภอลืออำนาจที่ควรค่าแก่การศึกษาและเยี่ยมชมอย่างยิ่ง เพราะสิมหลังนี้รวบรวมองค์ความรู้ของช่างพื้นบ้านอีสานไว้อย่างครบถ้วน ทั้งรูปแบบอาคารทึบ มุขหน้า บันไดปูน ราวบันไดจรเข้คาบสิงห์ ประตูไม้แกะสลัก รวงผึ้ง คันทวย หลังคายกชั้น พระประธานปางมารวิชัย และฮูปแต้มที่เล่าเรื่องพุทธประวัติ นรกภูมิ และมหาเวสสันดรชาดก ผู้ที่ต้องการรู้จักอำนาจเจริญในมิติศิลปกรรมพื้นบ้านและพระพุทธศาสนาไม่ควรพลาดวัดแห่งนี้
| ชื่อสถานที่ | วัดยางช้า |
| ที่ตั้ง | หมู่ 3 ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ |
| ที่อยู่ | วัดยางช้า หมู่ 3 ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ |
| ไฮไลต์ | สิมหรืออุโบสถพื้นบ้านอีสานที่มีฮูปแต้มทั้งภายนอกและภายใน เป็นฝีมือของเจ้าอาวาสเพ็ง กันยวิมล |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สิมวัดยางช้าสร้างโดยเจ้าอาวาสเพ็ง กันยวิมล และราษฎรผู้มีจิตศรัทธา ระหว่าง พ.ศ. 2460 – 2475 |
| ลักษณะเด่น | สิมแบบทึบ เข้าออกด้านหน้าทางเดียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6.80 เมตร ยาว 10.70 เมตร สูง 8 เมตร มีงานปูนปั้น งานไม้แกะสลัก และฮูปแต้มแบบชาวบ้าน |
| เสนาสนะสำคัญ | สิมหรืออุโบสถเก่า พระประธานปางมารวิชัย มุขหน้า บันไดปูน ประตูไม้แกะสลัก รวงผึ้ง คันทวย และพื้นที่ทำบุญของวัด |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ | พระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่ออิฐปูนทาด้วยสีทอง ประดิษฐานภายในสิม |
| ฮูปแต้ม / จิตรกรรมฝาผนัง | มีภาพพุทธประวัติ นรกภูมิ พระมาลัยโปรดนรก – สวรรค์ ธรรมเจดีย์ พระพุทธเจ้าประทับบนดอกบัว พระอัครสาวก และเรื่องมหาเวสสันดรชาดก |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | สิมหรืออุโบสถเก่า มุขหน้า พื้นที่ชมฮูปแต้มภายนอก พื้นที่ภายในสิม พระประธาน ลานวัด และพื้นที่ทำบุญ |
| บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง | เจ้าอาวาสเพ็ง กันยวิมล ผู้สร้างสิมและเป็นผู้เขียนฮูปแต้มภายในและภายนอกสิม |
| การเดินทาง | เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองอำนาจเจริญใช้เส้นทางไปอำเภอลืออำนาจ แล้วเข้าสู่ตำบลอำนาจ หมู่ 3 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดชุมชนและแหล่งเรียนรู้สถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสานกับฮูปแต้มเก่า |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ ลานวัด พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่ชมสิมเก่า |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดอำนาจ พระเจ้าใหญ่ลือชัย ประมาณ 2 กม. 2. ตัวอำเภอลืออำนาจ ประมาณ 3 กม. 3. วัดโพธิ์ศิลา บ้านเปือย ประมาณ 9 กม. 4. วัดพระเหลาเทพนิมิต ประมาณ 17 กม. 5. พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง ประมาณ 21 กม. 6. หอนาฬิกาอำนาจเจริญ ประมาณ 22 กม. 7. วัดถ้ำแสงเพชร ประมาณ 26 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ลาบเป็ดคนลือ ลืออำนาจ ประมาณ 3 กม. 2. เลื่องลือ ลืออำนาจ ประมาณ 3 กม. 3. ขนมจีนเส้นสดแม่พล ประมาณ 4 กม. 4. ลองนัว Coffee And Foods ประมาณ 4 กม. 5. ร้านคุณตุ้ม บ้านเหล่าน้อย แยกหนองแดง ประมาณ 5 กม. 6. ร้านอาหารตามสั่งในตัวอำเภอลืออำนาจ ประมาณ 3 กม. 7. ร้านอาหารในตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 22 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมซีวา อำนาจเจริญ ประมาณ 22 กม. โทร. 082-867-6150 2. โรงแรมระเมียรดาวบูติคเพลส ประมาณ 22 กม. โทร. 081-067-4149 3. โรงแรมนครินทร์ ประมาณ 23 กม. โทร. 045-511-226 4. โรงแรมบ้านอิงดาน ประมาณ 23 กม. โทร. 090-405-5504 5. Penphit Hotel ประมาณ 24 กม. 6. LJ The Emerald Hotel ประมาณ 24 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดยางช้าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดยางช้าตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ
ถาม: สิมวัดยางช้าสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: สิมวัดยางช้าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2460 – 2475 โดยเจ้าอาวาสเพ็ง กันยวิมล และราษฎรผู้มีจิตศรัทธา
ถาม: สิมวัดยางช้ามีลักษณะเด่นอย่างไร?
ตอบ: เป็นสิมแบบทึบ เข้าออกด้านหน้าทางเดียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีบันไดปูน ราวบันไดจรเข้คาบสิงห์ งานไม้แกะสลัก คันทวย และฮูปแต้มทั้งภายในและภายนอก
ถาม: ฮูปแต้มวัดยางช้าเล่าเรื่องอะไร?
ตอบ: ฮูปแต้มเล่าเรื่องพุทธประวัติ นรกภูมิ พระมาลัยโปรดนรกและสวรรค์ ธรรมเจดีย์ พระพุทธเจ้าปางมารวิชัย พระอัครสาวก และมหาเวสสันดรชาดก
ถาม: พระประธานในสิมวัดยางช้าเป็นพระพุทธรูปแบบใด?
ตอบ: พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่ออิฐปูนและทาด้วยสีทอง
ถาม: วัดยางช้าเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม เหมาะสำหรับการไหว้พระและชมสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสาน
ถาม: ควรเที่ยววัดยางช้าร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดอำนาจ พระเจ้าใหญ่ลือชัย วัดโพธิ์ศิลา บ้านเปือย วัดพระเหลาเทพนิมิต พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง และวัดถ้ำแสงเพชร
ถาม: ช่วงเวลาใดเหมาะสำหรับชมสิมวัดยางช้า?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายเหมาะที่สุด เพราะแสงไม่แรงมากและช่วยให้เห็นรายละเอียดของสิม งานไม้ งานปูนปั้น และฮูปแต้มได้ชัดเจน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




