หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี >อ.หนองขาหย่าง >ต.ท่าโพ > กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ
TL;DR: กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ อยู่ที่บ้านท่าโพ ตำบลท่าโพ อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี เปิดทุกวัน เวลา เหมาะสำหรับเข้าชมช่วงกลางวัน. จุดเด่นคือ เพลงสะท้อนวิถีชีวิต ความรัก ความเชื่อ การเกษตร การละเล่นพื้นบ้าน งานบุญ และความสามัคคีของชุมชน.

อุทัยธานี

กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ

กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เหมาะสำหรับเข้าชมช่วงกลางวัน และควรติดต่อล่วงหน้าหากต้องการชมการสาธิตหรือกิจกรรมเป็นหมู่คณะ
 
กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ จังหวัดอุทัยธานี เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชนบ้านท่าโพ อำเภอหนองขาหย่าง ที่สะท้อนความงดงามของบทเพลง วิถีชีวิต ความเชื่อ การละเล่น และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน จุดเด่นของที่นี่คือการรวมตัวของคนในชุมชนเพื่ออนุรักษ์เพลงพื้นบ้าน เช่น เพลงพิษฐาน เพลงชักเย่อ เพลงโลม เพลงกรุ่น เพลงเกี่ยวข้าว เพลงบวชนาค และเพลงรำวงโบราณ โดยมีอาจารย์สำเริง รงค์ทอง เป็นแกนนำสำคัญในการฟื้นฟู ถ่ายทอด และทำให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของมรดกทางเสียงเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านท่าโพ
 
บ้านท่าโพไม่ใช่เพียงชุมชนชนบททั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่มีความผูกพันกับเสียงเพลงอย่างลึกซึ้ง เพลงพื้นบ้านของชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นจากเวทีการแสดงขนาดใหญ่ แต่เกิดจากชีวิตจริงของผู้คน เกิดจากการทำนา การเก็บเกี่ยว การลงแรงร่วมกัน การละเล่นยามว่าง งานบุญ งานบวช งานรื่นเริง และความสัมพันธ์ระหว่างคนในหมู่บ้าน บทเพลงเหล่านี้จึงมีชีวิต มีอารมณ์ขัน มีคำหยอกเย้า มีความอ่อนหวาน และมีความจริงของวิถีชาวบ้านแฝงอยู่ในทุกถ้อยคำ
 
คุณค่าของเพลงพื้นบ้านท่าโพอยู่ที่การเป็นเสียงสะท้อนของชุมชน เพลงแต่ละประเภทมีหน้าที่และบริบทของตนเอง เพลงพิษฐานเกี่ยวข้องกับความศรัทธา การตั้งจิตขอพร และความเป็นสิริมงคล เพลงชักเย่อเชื่อมโยงกับการละเล่นพื้นบ้านที่ต้องใช้พลังและความสามัคคี เพลงโลมและเพลงกรุ่นสะท้อนความรัก ความผูกพัน และการเกี้ยวพาราสีในแบบชาวบ้าน เพลงเกี่ยวข้าวบอกเล่าความเหน็ดเหนื่อยและความสุขของการทำงานร่วมกันในท้องนา ส่วนเพลงรำวงโบราณสร้างความสนุกสนานในงานรื่นเริงและเทศกาลต่าง ๆ ของชุมชน
 
เพลงพื้นบ้านเหล่านี้เป็นมากกว่าความบันเทิง เพราะทำหน้าที่เหมือนบันทึกชีวิตของผู้คนในอดีต ก่อนที่สื่อสมัยใหม่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ชาวบ้านใช้เพลงเป็นเครื่องมือสื่อสาร ใช้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ใช้หยอกล้อกันอย่างมีศิลปะ ใช้สอนเรื่องการอยู่ร่วมกัน และใช้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัย เสียงร้องและจังหวะเพลงจึงเป็นทั้งศิลปะ ภาษา และภูมิปัญญาชุมชนในเวลาเดียวกัน
 
การเกิดขึ้นของกลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเพลงพื้นบ้านจำนวนมากมีความเสี่ยงที่จะเลือนหายเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง คนรุ่นใหม่มีรูปแบบความบันเทิงใหม่ ๆ วิถีการทำนาและงานชุมชนเปลี่ยนไป และครูเพลงรุ่นเก่าค่อย ๆ ลดจำนวนลง การรวมกลุ่มของผู้ที่รักเพลงพื้นบ้านจึงเป็นการรักษามรดกที่จับต้องได้ยาก แต่มีคุณค่ามหาศาลต่อจิตวิญญาณของชุมชน
 
อาจารย์สำเริง รงค์ทอง มีบทบาทสำคัญในฐานะแกนนำของกลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ ท่านเป็นผู้ที่ช่วยรวบรวม ถ่ายทอด และชักชวนให้คนในชุมชนกลับมาเห็นคุณค่าของเพลงพื้นบ้านอีกครั้ง การฟื้นฟูเพลงเก่าไม่ใช่เพียงการจำเนื้อร้องให้ได้ แต่ต้องเข้าใจจังหวะ ทำนอง วิธีร้อง น้ำเสียง การโต้ตอบ ลีลาการแสดง และบริบทของเพลงแต่ละประเภท การมีครูเพลงที่เข้าใจรากวัฒนธรรมจึงเป็นหัวใจสำคัญของการสืบทอด
 
วัดท่าโพเป็นพื้นที่หลักที่เชื่อมโยงกิจกรรมของกลุ่มกับชุมชน เพราะวัดเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและสังคมของหมู่บ้านมาโดยตลอด การใช้พื้นที่วัดเป็นสถานที่รวมกลุ่ม ฝึกซ้อม ถ่ายทอดความรู้ หรือจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทำให้เด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ง่าย วัดจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมที่มีชีวิต
 
เพลงพื้นบ้านท่าโพมีเสน่ห์อยู่ที่ภาษาที่เป็นธรรมชาติ เนื้อเพลงมักใช้ถ้อยคำใกล้ตัว เข้าใจง่าย แต่มีชั้นเชิงทางภาษา มีการเล่นคำ การถามตอบ การหยอกเย้า และการเล่าเรื่องอย่างมีจังหวะ ผู้ร้องต้องมีไหวพริบ รู้จักรับส่งกับคู่ร้อง และต้องเข้าใจอารมณ์ของผู้ฟัง เพลงพื้นบ้านจึงไม่ใช่การท่องจำอย่างแข็งตัว แต่เป็นการแสดงสดที่ต้องอาศัยทั้งความจำ ความสามารถ และความเข้าใจชีวิต
 
เพลงพิษฐานเป็นเพลงที่มีน้ำเสียงของความศรัทธาและการขอพร สะท้อนวิธีคิดของชุมชนที่เชื่อมโยงชีวิตกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเป็นสิริมงคล เพลงประเภทนี้มักมีบทบาทในบริบทที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม งานบุญ หรือการตั้งความปรารถนาดีต่อชีวิต ผู้ร้องและผู้ฟังจึงไม่ได้รับเพียงความไพเราะ แต่ยังรับรู้ความรู้สึกของการพึ่งพิงทางใจและความหวังร่วมกันของชุมชน
 
เพลงชักเย่อสะท้อนความสนุกและความสามัคคีของการละเล่นพื้นบ้าน การชักเย่อไม่ใช่เพียงการแข่งขันกำลัง แต่เป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้คนหัวเราะ ส่งเสียงเชียร์ และร่วมแรงร่วมใจกัน เพลงที่ประกอบการละเล่นจึงช่วยกระตุ้นจังหวะ สร้างบรรยากาศ และทำให้การเล่นมีชีวิตชีวา เพลงชนิดนี้บอกให้เห็นว่าความบันเทิงของชุมชนในอดีตผูกพันกับการมีส่วนร่วมของคนจำนวนมาก ไม่ใช่การนั่งดูอย่างเดียว
 
เพลงโลมและเพลงกรุ่นมีเสน่ห์ในด้านอารมณ์ความรัก ความเอ็นดู และความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาว เนื้อเพลงมักมีถ้อยคำอ่อนหวาน แฝงอารมณ์หยอกเย้าและความละเมียดละไมของวัฒนธรรมการเกี้ยวพาราสีแบบชาวบ้าน เพลงเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าในอดีตผู้คนใช้ภาษาและเสียงเพลงในการสื่อความรู้สึกอย่างมีศิลปะ การร้องเพลงจึงเป็นช่องทางหนึ่งของการสร้างสัมพันธ์ภายใต้กรอบวัฒนธรรมของชุมชน
 
เพลงเกี่ยวข้าวเป็นเพลงที่สะท้อนวิถีเกษตรกรรมอย่างชัดเจน ชาวบ้านที่ลงแขกเกี่ยวข้าวต้องใช้แรงงานจำนวนมากและใช้เวลาหลายชั่วโมงในท้องนา เพลงจึงช่วยผ่อนคลายความเหนื่อย ทำให้การทำงานมีจังหวะ และสร้างความรู้สึกว่าไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง บทเพลงเกี่ยวข้าวจึงมีทั้งภาพของท้องนา เหงื่อแรงงาน ความช่วยเหลือกัน และความสุขจากการทำงานเป็นหมู่คณะ
 
เพลงรำวงโบราณเป็นบทเพลงที่เชื่อมโยงกับงานรื่นเริง งานบุญ และเทศกาลของชุมชน รำวงเปิดโอกาสให้คนทุกวัยเข้าร่วมได้ง่าย จังหวะเพลงไม่ซับซ้อนจนเกินไป แต่ให้ความสนุกสนานและสร้างบรรยากาศอบอุ่น การรำวงในชุมชนจึงไม่ใช่เพียงการเต้นรำ แต่เป็นการพบปะ พูดคุย และยืนยันความเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านผ่านเสียงเพลงและการเคลื่อนไหวร่วมกัน
 
สิ่งที่ทำให้กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพมีคุณค่ามากคือการทำให้เพลงพื้นบ้านกลับมาเป็นเรื่องร่วมสมัย กลุ่มไม่ได้เพียงเก็บเพลงไว้ในความทรงจำ แต่พยายามนำเสนอในรูปแบบที่ผู้คนเข้าถึงได้ เช่น การแสดงในงานเทศกาล การสาธิตให้เยาวชนเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมของชุมชน การต้อนรับผู้มาเยือน และการเผยแพร่ผ่านช่องทางสมัยใหม่ การปรับตัวเช่นนี้ทำให้เพลงพื้นบ้านไม่ถูกแช่แข็งไว้ในอดีต แต่ยังสามารถหายใจอยู่ในสังคมปัจจุบัน
 
การถ่ายทอดเพลงพื้นบ้านให้เยาวชนเป็นภารกิจสำคัญของกลุ่ม เพราะเพลงพื้นบ้านจะคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ร้องรุ่นใหม่เกิดขึ้น การสอนเด็กและเยาวชนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจำเนื้อเพลง แต่รวมถึงการเข้าใจความหมายของเพลง ความสัมพันธ์กับชุมชน วิธีใช้ภาษา ความเคารพต่อครูเพลง และความกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม เด็กที่ได้เรียนรู้เพลงพื้นบ้านจึงไม่ได้รับเพียงทักษะการร้อง แต่ยังได้เรียนรู้รากเหง้าของตนเอง
 
กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพยังมีบทบาทในการสร้างความสามัคคีของชุมชน เพราะการซ้อมเพลง การจัดแสดง และการต้อนรับผู้มาเยือนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งครูเพลง ผู้สูงอายุ เยาวชน วัด ผู้นำชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น เพลงพื้นบ้านจึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนในหมู่บ้านได้กลับมาทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยกัน และภาคภูมิใจในสิ่งที่เป็นของตนเอง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การมาเยือนศูนย์การเรียนรู้เพลงพื้นบ้านท่าโพเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการชมสถานที่ทั่วไป เพราะสิ่งสำคัญของที่นี่ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ แต่เป็นคน เสียงเพลง และความทรงจำ ผู้มาเยือนควรตั้งใจฟังบทเพลง พูดคุยกับครูเพลงหรือสมาชิกกลุ่มอย่างสุภาพ และมองเห็นคุณค่าของการแสดงในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงความบันเทิงระยะสั้น
 
การเดินทาง ไปยังบ้านท่าโพสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองอุทัยธานีไปยังอำเภอหนองขาหย่าง แล้วเข้าสู่ตำบลท่าโพ โดยใช้วัดท่าโพหรือศูนย์การเรียนรู้เพลงพื้นบ้านท่าโพเป็นจุดหมายหลัก เส้นทางอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองอุทัยธานี จึงเหมาะสำหรับจัดเป็นทริปครึ่งวันร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมือง เช่น ศาลหลักเมืองอุทัยธานี ถนนคนเดินตรอกโรงยา แม่น้ำสะแกกรัง และวัดอุโปสถาราม
 
ผู้ที่ต้องการชมการสาธิตเพลงพื้นบ้านหรือเดินทางเป็นหมู่คณะควรติดต่อกลุ่มหรือหน่วยงานท้องถิ่นล่วงหน้า เพราะกิจกรรมการแสดงไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลาทุกวันเหมือนร้านค้าหรือพิพิธภัณฑ์ทั่วไป การติดต่อก่อนเดินทางช่วยให้กลุ่มสามารถจัดเตรียมครูเพลง สมาชิก ผู้แสดง และรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าชม รวมทั้งช่วยให้การเรียนรู้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้มาเยือนและชุมชน
 
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเยือนคือความตั้งใจที่จะเรียนรู้มากกว่าความคาดหวังแบบการแสดงเชิงพาณิชย์ เพลงพื้นบ้านเป็นศิลปะที่เกิดจากบริบทชุมชน เสน่ห์จึงอยู่ที่ความจริงใจ ความเป็นกันเอง และการมีส่วนร่วม ผู้มาเยือนอาจได้ฟังเพลง ได้เรียนรู้ท่าทาง ได้ลองร้องบางท่อน หรือได้สอบถามความหมายของเพลงแต่ละประเภท หากเปิดใจรับฟัง จะเห็นว่าบทเพลงเหล่านี้มีความลึกซึ้งกว่าที่ได้ยินเพียงผิวเผิน
 
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมกิจกรรมคือให้เกียรติครูเพลงและผู้แสดง ไม่พูดแทรกระหว่างการร้อง ไม่หัวเราะเยาะถ้อยคำหรือสำเนียงพื้นถิ่น ไม่บันทึกภาพหรือวิดีโอในลักษณะที่ทำให้ผู้แสดงไม่สบายใจ และควรขออนุญาตก่อนนำเนื้อหาไปเผยแพร่ การเคารพศิลปินพื้นบ้านคือส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ เพราะผู้สืบทอดเหล่านี้คือคลังความรู้ที่มีชีวิตของชุมชน
 
บ้านท่าโพและกลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีคุณค่า เพราะไม่เพียงนำเสนอสิ่งสวยงามให้ชม แต่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับชีวิตจริง เพลงพื้นบ้านที่นี่บอกเล่าเรื่องความรัก ความเชื่อ การเกษตร การละเล่น ความสามัคคี และความภาคภูมิใจของคนในชุมชนอย่างตรงไปตรงมา
 
เมื่อมองในภาพรวม กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพคือหัวใจสำคัญของการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของบ้านท่าโพ จังหวัดอุทัยธานี เสียงเพลงที่เคยดังในท้องนา ลานวัด งานบุญ และงานรื่นเริงยังคงมีโอกาสส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง เพราะมีผู้คนในชุมชนร่วมกันดูแล อนุรักษ์ และทำให้เพลงพื้นบ้านยังมีพื้นที่ในปัจจุบัน ผู้ที่เดินทางมาเยือนจะได้สัมผัสไม่เพียงทำนองเพลง แต่ยังได้สัมผัสจิตวิญญาณของชุมชนที่ยังคงรักษารากเหง้าของตนเองอย่างภาคภูมิใจ
 
ชื่อสถานที่กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ / ศูนย์การเรียนรู้เพลงพื้นบ้านท่าโพ
ที่ตั้งบ้านท่าโพ ตำบลท่าโพ อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี
ไฮไลต์แหล่งเรียนรู้เพลงพื้นบ้านท่าโพ เช่น เพลงพิษฐาน เพลงชักเย่อ เพลงโลม เพลงกรุ่น เพลงเกี่ยวข้าว เพลงบวชนาค และเพลงรำวงโบราณ
ประวัติ / ความสำคัญเพลงพื้นบ้านท่าโพเป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ชาวบ้านร้องและเล่นสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และยังคงมีการอนุรักษ์ผ่านกลุ่มชุมชนในปัจจุบัน
ที่มาของชื่อชื่อกลุ่มมาจากบ้านท่าโพ ซึ่งเป็นชุมชนในอำเภอหนองขาหย่างที่มีการรวมตัวกันเพื่ออนุรักษ์เพลงพื้นบ้านของท้องถิ่น
ลักษณะเด่นเพลงสะท้อนวิถีชีวิต ความรัก ความเชื่อ การเกษตร การละเล่นพื้นบ้าน งานบุญ และความสามัคคีของชุมชน
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองอุทัยธานีไปยังอำเภอหนองขาหย่าง แล้วเข้าสู่ตำบลท่าโพ โดยใช้วัดท่าโพหรือศูนย์การเรียนรู้เพลงพื้นบ้านท่าโพเป็นจุดหมาย
สถานะปัจจุบันเป็นกลุ่มชุมชนและแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีกิจกรรมอนุรักษ์ ถ่ายทอด และเผยแพร่เพลงพื้นบ้านตามวาระกิจกรรม
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการเหมาะสำหรับเข้าชมช่วงกลางวัน และควรติดต่อล่วงหน้าหากต้องการชมการสาธิตหรือกิจกรรมเป็นหมู่คณะ
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่กิจกรรมชุมชน พื้นที่เรียนรู้เพลงพื้นบ้าน พื้นที่วัดท่าโพ และพื้นที่ต้อนรับผู้สนใจตามการจัดกิจกรรม
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. พื้นที่ฝึกซ้อมและถ่ายทอดเพลงพื้นบ้าน
2. พื้นที่กิจกรรมวัฒนธรรมชุมชน
3. วัดท่าโพซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชน
4. พื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนและผู้สนใจ
5. พื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามวาระกิจกรรม
ผู้ดูแล / ผู้ประสานงานอาจารย์สำเริง รงค์ทอง / กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ
วัดท่าโพเจ้าอาวาส: พระครูอุปกิตธรรมสาร สุนฺทรธมโม
เว็บไซต์ / เพจทางการกลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ / องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพ / สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองขาหย่าง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดท่าโพ ประมาณ 0 กม.
2. วัดหนองพลวง ประมาณ 8 กม.
3. ศาลหลักเมืองอุทัยธานี ประมาณ 12 กม.
4. ถนนคนเดินตรอกโรงยา ประมาณ 13 กม.
5. วัดอุโปสถาราม ประมาณ 14 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. P.Garden Cafe พีการ์เด้นคาเฟ่ ประมาณ 8 กม. โทร. 097-054-6535
2. เรือนจ้าวนาง ประมาณ 8 กม.
3. ร้านข้าวหน้าเป็ด-ก๋วยเตี๋ยวเป็ด หนองขาหย่าง ประมาณ 8 กม.
4. ราดหน้าเจ๊อรุณ ประมาณ 8 กม.
5. ครัวยางนา ประมาณ 9 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. อุทัยธานี รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 061-592-7033
2. P.Garden Cafe & Whitehouse Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 097-054-6535
3. ดีพร้อม รีสอร์ท จ.อุทัยธานี ประมาณ 12 กม. โทร. 084-379-3496
4. โรงแรมธาราฮิลล์ อุทัยธานี ประมาณ 15 กม. โทร. 086-400-4445, 080-850-5455
5. อุทัยริเวอร์เลค รีสอร์ท ประมาณ 18 กม. โทร. 056-980-044, 081-886-5793
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพอยู่ที่ไหน?
ตอบ: กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพอยู่ในบ้านท่าโพ ตำบลท่าโพ อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี โดยมีวัดท่าโพเป็นพื้นที่สำคัญของกิจกรรมชุมชน
 
ถาม: เพลงพื้นบ้านท่าโพมีเพลงอะไรบ้าง?
ตอบ: เพลงที่พบในกลุ่มวัฒนธรรมท่าโพ ได้แก่ เพลงพิษฐาน เพลงชักเย่อ เพลงโลม เพลงกรุ่น เพลงเกี่ยวข้าว เพลงบวชนาค และเพลงรำวงโบราณ
 
ถาม: ใครเป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ?
ตอบ: อาจารย์สำเริง รงค์ทอง เป็นแกนนำสำคัญในการฟื้นฟู ถ่ายทอด และทำให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของเพลงพื้นบ้านท่าโพ
 
ถาม: สามารถเข้าชมการสาธิตเพลงพื้นบ้านท่าโพได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมได้ตามวาระกิจกรรมหรือการนัดหมาย โดยควรติดต่อล่วงหน้าหากเดินทางเป็นหมู่คณะหรืออยากชมการสาธิตอย่างเป็นทางการ
 
ถาม: เพลงพื้นบ้านท่าโพมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เพลงพื้นบ้านท่าโพเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิต ความรัก ความเชื่อ การทำมาหากิน การละเล่น และความสามัคคีของชุมชนบ้านท่าโพ
 
ถาม: กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจวัฒนธรรมไทย เพลงพื้นบ้าน การท่องเที่ยวชุมชน นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และผู้ที่ต้องการเรียนรู้มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น
 
ถาม: เที่ยวบ้านท่าโพแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดท่าโพ ศาลหลักเมืองอุทัยธานี ถนนคนเดินตรอกโรงยา วัดอุโปสถาราม และย่านเมืองเก่าอุทัยธานีได้

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชนประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(31)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(7)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(5)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(9)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)